LG นั้นเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่เป็นมิตรกับอินเทลมาก่อนหน้านี้ในสมัย Moorestown ที่มีการเปิดตัวโทรศัพท์ GW 990 แม้สุดท้ายแล้วมันจะเป็นแค่ตัวโชว์และไม่ได้ผลิตจริงก็ตาม แต่ปีนี้ทั้งสองบริษัทก็เตรียมร่วมมือกันอีกครั้งกับชิป Medfield
ข้อดีสำคัญของการเป็นมิตรกับอินเทลนั้นคือ Medfield จะสร้างความแตกต่างจากชิปรุ่นอื่นๆ ได้มาก เช่นผลการทดสอบก่อนหน้านี้ก็แสดงว่า GPU ในสายอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นอินเทลยังแรงกว่าค่อนข้างมาก และที่สำคัญคือบริษัทที่เงินหนาอย่างอินเทลนั้นพร้อมจะสนับสนุนทั้งด้านเทคนิค และด้านการเงินเป็นค่าโฆษณาร่วมกัน เช่นเดียวกับโฆษณาคอมพิวเตอร์หลายๆ ยี่ห้อที่มีโลโก้อินเทลต่อท้ายโฆษณา
ข้อเสียสำคัญคืออินเทลยังไม่เคยแสดงให้เห็นว่าชิปตระกูลอุปกรณ์เคลื่อนที่ของอินเทลนั้นมีฟีเจอร์ประหยัดพลังงานที่ดีพอที่จะสู้กับ ARM ได้ กรณี Moorestown นั้นก็แสดงถึงความล้มเหลวมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อผู้ผลิตจำเป็นต้องถอนตัวเพราะเครื่องที่ผลิตได้ทำงานต่อเนื่องได้ไม่นานพอ
ผู้บริหารของ LG ที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข่าวกับ Korea Times ว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้จะวางตลาดเร็วที่สุดคือเดือนมีนาคม
ที่มา - Korea Times
หนังสือพิมพ์ The Korea Times รายงานข่าวว่าโทรศัพท์มือถือที่จะใช้ซีพียู Atom "Medfield" ตัวใหม่ล่าสุดของอินเทล (ภาพต้นแบบ) จะผลิตโดยบริษัท LG เป็นรายแรก และจะเปิดตัวที่งาน CES 2012 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดย Paul Otellini ซีอีโอของอินเทลจะขึ้นแถลงข่าวบนเวทีของ LG ด้วยตัวเอง
ทาง LG ยังไม่ยืนยันข่าวนี้อย่างเป็นทางการ แต่ในระยะหลังทิศทางการออกผลิตภัณฑ์ของ LG ก็ใกล้ชิดกับอินเทลมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
อินเทลพยายามผลักดันแพลตฟอร์ม Atom บนอุปกรณ์พกพามาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที ต้องรอดูว่าความพยายามครั้งใหม่กับ Medfield จะไปได้ไกลแค่ไหน
ที่มา - The Korea Times, TechCrunch
เว็บไซต์ DigiTimes ของไต้หวันรายงานข้อมูลวงในจากผู้ผลิตพีซีในไต้หวันหลายราย ว่าอินเทลจะเปิดตัวซีพียู Core รุ่นใหม่รหัส "Ivy Bridge" ในวันที่ 8 เมษายน 2012 (ข้อมูลจะใกล้เคียงกับข่าวเก่าก่อนหน้านี้)
ซีพียูที่จะเปิดตัวมีทั้งหมด 25 รุ่น แบ่งเป็นซีพียูเดสก์ท็อป 17 รุ่น และซีพียูโน้ตบุ๊ก 8 รุ่น นอกจากนี้ยังมีชิปเซ็ตอีกหลายตัวที่จะใช้กับ Ivy Bridge ด้วย
บางส่วนของซีพียูกลุ่มเดสก์ท็อปได้แก่ Core i7-3770K, 3770, 3770S, 3770T (สี่คอร์) Core i5-3570, 3550, 3450 (สองคอร์) และจะตามมาอีกระลอกในเดือนพฤษภาคม
ซีพียูกลุ่มโน้ตบุ๊กได้แก่ Core i7-3920Qm, 3820QM, 3720QM (สี่คอร์) Core i5-3520M, 3360M, 3320M (สองคอร์) ส่วนซีพียูของ Ultrabook ได้แก่ Core i7-3667U, Core i5-3427U จะตามมาทีหลัง
ที่มา - DigiTimes
เว็บ VR-Zone เผยแพร่ข้อมูล Medfield ซึ่งเป็น Atom ตัวล่าสุดสำหรับตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งโทรศัพท์และแท็บเล็ต โดยคาดว่าแท็บเล็ตนั้นจะเปิดตัวภายในต้นปีหน้า โดยผลทดสอบบน Android 3.2 ด้วย Caffeinemark 3 นั้น Medfield รุ่น 1.6 GHz แรม LP-DDR2 1GB ได้คะแนน 10,500 เทียบกับ Tegra 2 ได้ 7,500, Snapdragon MSM8260 ได้ 8,000, และ Exynos ได้ 8,500
คู่แข่งสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ Tegra 3 ที่น่าจะออกมาใกล้ๆ กัน แต่ยังไม่มีผลทดสอบแต่อย่างใด
เรื่องน่ากังวลคืออัตราการกินพลังงาน ที่อินเทลยังทำได้ไม่ดีเท่า ARM รายงานตอนนี้ระบุว่า Medfield ใช้พลังงานขณะ idle ถึง 2.6W และพลังงานขณะเล่นหนังอยู่ที่ 3.6W โดยตัวจริงนั้นอินเทลหวังว่าจะกดให้เหลือ 2W ขณะ idle และ 2.6W ขณะทำงานเต็มที่
อินเทลกลับมารอบนี้ค่อนข้างเอาจริงมาก โดยเอาใจผู้ผลิตด้วยการออกแบบชิปเป็น SoC เต็มรูปแบบทำให้ใช้ชิปตัวเดียว (ต้องการชิปสื่อสารอีกตัวถ้าต้องการ Wi-Fi/Bluetooth/FM) ขณะที่ Moorestown นั้นใช้สองชิปทำให้ออกแบบได้ลำบาก และการใช้งานจริงก็ต้องการชิปเสริมอีกหลายตัว
เครื่องต้นแบบนั้นอินเทลจะเตรียมให้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คือ Android 4.0 งานนี้เรียกว่าเอาใจผู้ผลิตกันสุดๆ
ที่มา - VR-Zone
DigiTimes รายงานว่าอินเทลได้แจ้งให้กับคู่ค้าของตัวเองทุกรายทราบว่าเทคโนโลยี Thunderbolt จะเปิดตัวจริงในเดือนเมษายนปี 2012 และจะเริ่มมีเมนบอร์ดที่สนับสนุน Thunderbolt สำหรับโน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะออกมาเปิดตัวในเวลาเดียวกัน
อินเทลเคยออกมากล่าวว่าบริษัทเห็น USB 3.0 และ Thunderbolt เป็นเทคโนโลยีที่เกื้อกูลกัน (complementary) และจะทำการสนับสนุนทั้งสองเทคโนโลยีบนเมนบอร์ดของตัวเองปีหน้า (ข่าวเก่า)
ที่มา - MacRumors
เว็บไซต์ Technology Review ได้รับโทรศัพท์และแท็บเล็ตต้นแบบจากอินเทล โดยตัวโทรศัพท์นั้นมีขนาดใกล้เคียง iPhone 4 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android Gingerbread และขับเคลื่อนด้วยซีพียู Medfield ซึ่งเป็นซีพียูสำหรับอุปกรณ์พกพาตัวล่าสุดจากอินเทล
Stephen Smith รองประธานจากอินเทลกล่าวว่า อุปกรณ์ที่พัฒนาต่อยอดจากต้นแบบทั้งสองตัวนี้จะเริ่มวางจำหน่ายภายในครึ่งปีแรกของปี 2012
สำหรับซีพียู Medfield นั้นถือเป็นซีพียูที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ Atom ซึ่ง Medfield ได้รับการแก้ปัญหาในเรื่องของการใช้พลังงานแบตเตอรี่ซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญของ Atom ที่ทำให้ไปได้ไม่สวยนักในตลาดของอุปกรณ์พกพาในตอนนี้
เรียกได้ว่าเป็นซีพียูที่มาข่าวหลุดมาเรื่อยๆ เหมือนกันครับ
ล่าสุดก็ได้หลุดราคาของซีพียู Ivy Bridge สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปออกมาแล้ว โดยราคาเริ่มตั้งแต่ $184 สำหรับรุ่น Core i5-3450 จนถึง $332 สำหรับรุ่น Core i7-3770K ที่ปลดล็อคตัวคูณมาให้เรียบร้อย โดยส่วนใหญ่แล้วราคาของ Ivy Bridge จะอยู่ในระดับเดียวกับ Sandy Bridge ที่วางขายอยู่ในปัจจุบัน ยกเว้นรุ่น Core i5-3570K ที่มีราคาอยู่ที่ $225 เมื่อเทียบกับตัวระดับเดียวกันคือ Core i5-2500K ที่มีราคาอยู่ที่ $216 ครับ
คาดว่าซีพียู Ivy Bridge ส่วนใหญ่จะเริ่มวางขายในเดือนเมษายนของปีหน้าที่จะถึงนี้ครับ
อินเทลปรับทัพรับมือตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่กำลังบูม โดยรวมฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์พกพาและการสื่อสาร ซึ่งเดิมทีแยกเป็น 4 ฝ่าย เข้ามาอยู่ด้วยกันให้เป็นหนึ่งเดียว
โฆษกของอินเทลระบุว่าฝ่ายเดิมทั้ง 4 ฝ่ายคือ
- ฝ่ายเน็ตบุ๊กและแท็บเล็ต
- ฝ่ายโน้ตบุ๊กแบบ ultra mobility
- ฝ่ายสื่อสาร
- ฝ่ายอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย
ฝ่ายใหม่นี้มีชื่อว่า mobile and communications unit โดยจะได้ Mike Bell ซึ่งเคยทำงานกับแอปเปิลในฝ่าย iPhone และ Hermann Eul อดีตผู้บริหารของ Infineon มาดูแล
ที่มา - Reuters
USBIF ประกาศว่าชิปเซ็ท Ivy Bridge ตระกูล 7 Series และชิปเซ็ทอื่น ๆ จากอินเทลได้รับการรับรองมาตรฐาน USB 3.0 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชิปเซ็ทเหล่านี้จากอินเทลจะสนับสนุน USB 3.0 เป็นคุณสมบัติมาตรฐานเป็นครั้งแรก จากที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่รองรับ USB 3.0 จะต้องใช้ชิปเพิ่มเติมจาก AMD, NEC หรือผู้ผลิตชิปรายอื่น
นักวิเคราะห์ตลาดเชื่อว่าเมื่อว่าการก้าวมาสนับสนุนอย่างเป็นทางการของอินเทล จะทำให้ USB 3.0 กลายเป็นมาตรฐานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยี USB 3.0 เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตพีซีที่ต้องการแข่งขันกันด้วยราคา
เช่นกัน อินเทลยังคงสนับสนุน Thunderbolt เทคโนโลยีคู่แข่งของ USB 3.0 ที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของแอปเปิลทุกเครื่อง แต่คาดว่า Thunderbolt จะยังมีการใช้งานในวงจำกัดในปีหน้าหากเทียบกับ USB 3.0
ที่มา - Cnet
อินเทลเข้าซื้อสิทธิในการใช้งานเทคโนโลยี NFC จากบริษัท Inside Secure ทำให้อินเทลสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสามตัวคือ Microread, Securead, และ Open NFC
การซื้อสิทธิเช่นนี้ทำให้เราอาจจะได้เห็นชิปเซ็ตของอินเทลรองรับ NFC มาในตัว เช่นชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กยี่ห้อต่างๆ ที่รุ่นสำหรับองค์กรมักมีตัวอ่านการ์ดมาในตัว อนาคตก็อาจจะเป็นตัวอ่าน NFC มาตรฐาน ขณะที่มองมุมหนึ่งคือ โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ กำลังนิยมใส่เทคโนโลยี NFC มากขึ้นเรื่อยๆ อินเทลอาจจะซื้อเทคโนโลยีนี้ไว้สำหรับชิป Atom ในตระกูลโทรศัพท์มือถือก็เป็นไปได้
ที่มา - The Iniquirer
ถ้าใครกำลังคิดจะเปลี่ยนเน็ตบุ๊กในช่วงปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเข้ามาของ AMD Ontario C-50 และ C-60 ที่ใส่ GPU มาจนพอที่จะเล่นไฟล์ 1080p ได้ หลังจากปล่อยให้เอเอ็มดีกินตลาดนี้อยู่พักใหญ่ ตอนนี้อินเทลก็กลับมาแล้วด้วย Cedar Trail
เว็บ Netbook Live ได้รับเครื่อง Asus EEE PC X101CH เน็ตบุ๊กหน้าจอขนาด 10 นิ้ว และทดสอบผลการใช้งานเบื้องต้น โดยมีประเด็นสำคัญคือมันมาพร้อมกับ GPU ใหม่ Intel HD 3600 ที่รองรับ DirectX 10.1 ซึ่งหมายถึงมันรองรับ DxVA ที่ใช้ GPU มาช่วยถอดรหัสวิดีโอ
ผลทดสอบสำคัญคือวิดีโอ ที่ Netbook Live ยืนยันว่าสามารถเล่นวิดีโอด้วย Flash ที่ความละเอียด 720p ได้ และสามารถเล่นวิดีโอด้วยซอฟต์แวร์ภายนอกได้ที่ความละเอียด 1080p ได้โดยไม่กระตุก โดยความแรงของ GPU นั้นแรงกว่า AMD Ontario เสียอีก แม้จะสามารถเล่นไฟล์ 1080p ได้ทั้งคู่ ส่วน CPU นั้นทางฝั่ง Ontario ยังแรงกว่าเล็กน้อย
ความได้เปรียบสำคัญของ Cedar Trail คือมันเงียบมากเนื่องจากเน็ตบุ๊กตัวนี้ไม่มีพัดลม ทำให้เสียงมีเพียงเสียงฮาร์ดดิสก์หมุนเท่านั้น หากเลือกใช้ SSD ก็คงไม่มีเสียงอะไรอีกเลย
งานนี้เอเอ็มดีคงมีการบ้านหนักว่าปีหน้าจะทำอย่างไรต่อไป
ที่มา - Netbook Live
ปัจจุบันเรายังอยู่ในยุค Sandy Bridge ที่ใช้กระบวนการผลิตขนาด 32 นาโนเมตร ส่วนปีหน้าจะเข้าสู่ยุคของ Ivy Bridge ซึ่งเปลี่ยนมาเป็น 22 นาโนเมตร (ถ้าอินเทลยังยึดยุทธศาสตร์ Tick Tock ต่อไป ก็จะใช้ 22 นาโนเมตรไปอีกสองปี)
แต่ตอนนี้อินเทลเริ่มมองไปถึง 14 นาโนเมตรแล้ว
Pat Bliemer กรรมการผู้จัดการของอินเทลภูมิภาคยุโรปเหนือ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ NordicHardware ว่าแผนการผลิตของอินเทลเดินหน้าไปตามกำหนด และบริษัทก็พร้อมแล้วสำหรับกระบวนการผลิต 22 นาโนเมตรในปีหน้า ซึ่งจะทำให้อินเทลล้ำหน้าคู่แข่งไป 1.5 ก้าว
Pat Bliemer ยังบอกว่าอินเทลมีเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตรอยู่ในห้องทดลองเรียบร้อยแล้วเช่นกัน โดยเทคโนโลยี Tri-Gate Transistor ที่จะเริ่มใช้ใน Ivy Bridge จะมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการผลิตที่ 14 นาโนเมตร
ที่มา - NordicHardware via SlashGear
อินเทลลดประมาณการณ์รายได้ไตรมาสที่สี่ลงเหลือ 13.4-14 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะมีรายได้ 14.2-15.2 พันล้านดอลลาร์ ผลจากการขาดฮาร์ดดิสก์ที่ส่งผลให้ตลาดพีซีหดตัว สัดส่วนกำไรนั้นลดลงเล็กน้อยจาก 65% เหลือ 64.5%
แม้จะได้รับผลกระทบแต่เราก็อาจจะเห็นว่ากำไรของอินเทลนั้นยังแข็งแกร่งมากจนยังหาใครมาโค่นในอุตสาหกรรมได้ยากอยู่
ที่มา - Intel
ผู้อ่าน Blognone คงรู้จักเทคโนโลยี Splashtop หรือระบบปฏิบัติการลินุกซ์แบบฝังตัวที่รวมเอาความสามารถพื้นฐานอย่างเบราว์เซอร์เข้ามา แล้วพรีโหลดมาใน BIOS เพื่อให้บูตเครื่องเข้าอินเทอร์เน็ตได้เร็วๆ
ที่ผ่านมามีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายค่ายนำ Splashtop มาใส่ในโน้ตบุ๊กของตัวเอง เป็นทางเลือกไปจากการบูตเข้าวินโดวส์ตามปกติ แต่ล่าสุดบริษัท Splashtop ได้พันธมิตรใหม่รายสำคัญ นั่นคือ "อินเทล"
อินเทลประกาศว่าจะฝัง Splashtop ลงในเมนบอร์ดของซีพียูสาย Sandy Bridge รุ่นที่จะขายในปีหน้า (เริ่มกุมภาพันธ์ 2012) ด้วยเหตุผลว่า Splashtop จะช่วยให้พีซีกลายเป็นศูนย์กลางของอุปกรณ์พกพาอื่นๆ และช่วยให้การส่งข้อมูล ภาพยนต์ เพลง รูปภาพ จากพีซีไปยังมือถือหรือทีวีทำได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ยังมีรายละเอียดเท่านี้ครับ เดี๋ยวช่วงต้นปีหน้าคงมีภาพหน้าจอหรือวิดีโอสาธิตการทำงานออกมาให้ดูกัน
นอกจากธุรกิจซีพียูแล้ว ธุรกิจที่สำคัญมากของอินเทลคือหน่วยความจำแบบแฟลชที่ใช้ในการ์ดแบบ CF, micro SD, รวมถึงดิสก์แบบ SSD ทั้งหลาย และวันนี้อินเทลก็ได้เปิดตัวชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 128Gb แล้ว โดยธุรกิจส่วนนี้อินเทลร่วมมือกับไมครอนในการพัฒนาในบริษัทที่ชื่อว่า IM Flash Technology (IMFT)
ชิปรุ่นใหม่นี้ใช้กระบวนการผลิตที่ 20 นาโนเมตร สามารถส่งข้อมูลได้ 333 ล้านครั้งต่อวินาที และ High-K metal gate ที่เป็นเทคนิคการผลิตเฉพาะของอินเทล
เทคโนโลยีใหม่นี้จะเริ่มเดินสายการผลิตตัวอย่างในต้นปี 2012 ส่วนระหว่างนี้อินเทลประกาศจะเดินหน้าสายการผลิตชิป 64Gb เป็นปริมาณมาก
การพัฒนาสารการผลิตของหน่วยความจำแบบ NAND flash แบบนี้กำลังกดดันให้ราคาต่อพื้นที่นั้นต่ำลงอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเราอาจจะเห็นหน่วยความจำแบบนี้ถูกกว่าฮาร์ดดิสก์ในไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา - Intel
วันก่อนเพิ่งมีเอกสารหลุดของอินเทล เผยข้อมูลของซีพียู Ivy Bridge รุ่นเดสก์ท็อป วันนี้มีหลุดมาอีกชิ้น คราวนี้เป็นซีพียู Ivy Bridge เวอร์ชันโน้ตบุ๊กกันบ้าง
ความแตกต่างสำคัญของ Ivy Bridge (หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Core i รหัส 3xxx) รุ่นโน้ตบุ๊กจะต่างจาก Sandy Bridge ตรงที่ Ivy Bridge จะตัดรุ่น Low Voltage (LV ที่มี TDP 25W) ทิ้งไปเลย เหลือเพียงรุ่นปกติและรุ่น Ultra Low Voltage (ULV ที่มี TDP 17W) เท่านั้น และเปลี่ยนชื่อเรียกรุ่น ULV มาเป็น "Ultra" แทน
Ivy Bridge รุ่นปกติของโน้ตบุ๊กจะมี TDP สามแบบคือ 55W, 45W, 35W และจะมีตัวอักษร "M" ห้อยท้ายรหัสรุ่น ส่วนรุ่น Ultra จะใช้ตัว "U" แทน
เอกสารอย่างไม่เป็นทางการของอินเทลที่ส่งให้พาร์ทเนอร์ในวงการ ได้หลุดออกสู่สาธารณะ และเผยข้อมูลว่า Ivy Bridge ซีพียูรุ่นถัดไปอาจจะเลื่อนวันเปิดตัวจากเดิมช่วงต้นปีหน้า (และขายจริงเดือนมีนาคม) เป็นเปิดตัวในไตรมาสที่สองของปี 2012 แทน
อินเทลไม่ได้ระบุเหตุผลของการเลื่อนครั้งนี้ แต่ X-bit labs คาดว่าอินเทลไม่ต้องการให้ชนกับ Sandy Bridge รุ่นที่ยังขายอยู่
อินเทลนั้นยังตามหลัง ARM ในตลาดอุปกรณ์พกพามาโดยตลอด และเราก็คาดหวังกันทุกปีว่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตที่ใช้หน่วยประมวลผลสาย x86 ซึ่งอินเทลก็ยังไม่สามารถทำได้
แต่ช่วงต้นปีหน้า เราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตที่เป็น x86 สักที เพราะซีพียู Atom รุ่นถัดไปรหัส "Medfield" มีกำหนดเปิดตัว และในฝั่งซอฟต์แวร์เอง อินเทลก็บอกว่าสามารถนำ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ไปรันบน Medfield ได้แล้ว
อินเทลบอกว่าได้แจกจ่ายไดรเวอร์ของ Medfield ให้กับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่างๆ แล้ว ซึ่งก็มีลุ้นว่าในงาน CES 2012 เราจะได้เห็นอุปกรณ์ต้นแบบจากบริษัทต่างๆ มาเปิดตัวกัน
อินเทลพยายามผลักดัน Android บน x86 มาสักระยะหนึ่งแล้ว ที่งาน IDF เมื่อเดือนกันยายน Andy Rubin จากกูเกิลก็ขึ้นเวทีโชว์ Android 2.3 บน x86 อย่างเป็นทางการ
ที่มา - PC World via Android and Me
ยักษ์สีเขียว AMD ที่ประสบปัญหามากมายในช่วงหลัง (ชนิดว่าแฟนๆ เซ็ง) จะประกาศแผนการปฏิรูปบริษัทครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2012
AMD ยังไม่เผยข้อมูลอะไรมากนัก แต่โฆษกของบริษัทก็ยอมรับว่ากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ และต้องก้าวข้ามความคิดว่า "AMD vs Intel" ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษให้จงได้ เพราะตอนนี้สภาพตลาดเปลี่ยนไปเยอะแล้ว และการแข่งขันระหว่างสองบริษัทไม่สำคัญอีกต่อไป
สถานการณ์ของ AMD ตอนนี้ย่ำแย่ในทุกแนวรบ เพราะสงครามซีพียู x86 ก็ตามหลังอินเทลอยู่ไกล ส่วนตลาดมือถือ/แท็บเล็ตก็ยังไม่มีตัวตนอยู่เลยแม้แต่น้อย
AMD ก่อตั้งเมื่อปี 1969 หลังอินเทลหนึ่งปี
ที่มา - MercuryNews.com
เว็บ VR-Zone ระบุว่าทางเว็บได้รับเอกสารแสดงข้อมูลว่าอินเทลกำลังพัฒนาพอร์ตพิเศษเพื่อทำ docking สำหรับ Ultrabook โดยเป็นพอร์ต Thunderbolt รวมกับพอร์ตเฉพาะอีกอันหนึ่งเพื่อส่งข้อมูลอื่นๆ และพลังงาน
Thunderbolt เป็นพอร์ตที่เหมาะกับการทำ docking มากกว่าพอร์ต USB 3.0 มากเพราะมันสามารถส่งข้อมูล PCI Express และ DisplayPort ออกมาโดยตรง ทำให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลกับซีพียูมากๆ เช่นการ์ดจอภายนอกได้ (เช่นที่เราเห็นใน Sony VAIO Z)
หากอินเทลผลักดันพอร์ต docking ที่เป็นมาตรฐานได้จริง ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะมี docking ราคาถูก ใช้ร่วมกับเครื่องหลายยี่ห้อได้ โดยไม่ต้องถูกล็อกกับ docking ของยี่ห้อเครื่องที่ซื้อมาอย่างเดียว
ปัญหาสำคัญของ Thunderbolt ในตอนนี้คือมันยังเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของอินเทลเท่านั้น และผู้ผลิตอุปกรณ์ทั้งหมดต้องจ่ายค่าชิป หรือค่าสิทธิบัตรเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับอินเทล ขณะที่ USB 3.0 นั้นแม้จะพัฒนาโดยอินเทลเป็นหลักแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้งาน และมีผู้ผลิตแล้วหลายราย
ที่มา - VR-Zone








