เมื่อพูดถึงซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างสถาปัตยกรรมกลุ่มเมฆ (IaaS Cloud) ช่วงหลังๆ คนมักพูดถึงโครงการ OpenStack ซึ่งเริ่มโดย NASA+Rackspace แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีซอฟต์แวร์ฝั่งโอเพนซอร์สที่ทำงานแบบเดียวกันอีกหลายตัวที่ไม่ดังเท่า
โครงการหนึ่งที่มาก่อน OpenStack คือ OpenNebula ซึ่งมีที่มาจากห้องแล็บ CERN ในสวิตเซอร์แลนด์ กำเนิดในฐานะโครงการวิจัยตั้งแต่ปี 2005 และเริ่มเปิดกว้างต่อชุมชนเมื่อปี 2008
ล่าสุด OpenNebula ออกรุ่นใหม่ 3.0 รหัส Iris (โค้ดเนมจะตั้งชื่อตามเนบิวลาของจริง) ของใหม่ในรุ่นนี้ได้แก่ พัฒนาระบบ GUI ควบคุม (รหัส SunStone) ให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาก แสดงสถิติการใช้งานได้ รองรับ VNC และ x509
ส่วนแกนหลักของ OpenNebula เองเพิ่มความสามารถด้าน access control, authentication, การจัดกลุ่มทรัพยากร และที่สำคัญคือเพิ่ม virtualization engine ที่รองรับจากเดิมมีแค่ VMware กับ Xen ในรุ่นนี้ก็เพิ่ม Hyper-V กับ VirtualBox เข้ามาด้วย
ที่มา - OpenNebula, ReadWriteWeb
ไมโครซอฟท์เริ่มเปิดฟีเจอร์ของ Windows 8 มาให้เราดูกันเรื่อยๆ และฟีเจอร์ล่าสุดคือ Hyper-V ออกมา โดยฟีเจอร์ที่สำคัญนั้นคือ Hyper-V ที่เปิดเผยแล้วมีดังนี้
- รองรับฟีเจอร์ SLAT (Second Level Address Translation) ของซีพียูรุ่นใหม่ๆ แล้ว ทำให้เราสามารถตั้งค่าแรมให้กับเครื่องเสมือนแต่ละเครื่องรวมๆ กันเกินแรมจริงได้ โดยตั้งค่าเป็นแรมต่ำสุดและสูงสุดสำหรับแต่ละเครื่อง (burst RAM)
- โปรโตคอล RDC รุ่นใหม่ที่รองรับหลายหน้าจอได้ นั่นคือหากเครื่องจริงมีหลายหน้าจอ ก็สามารถยกหน้าจอให้เครื่องเสมือนได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังใช้งานระบบเสียงทั้งลำโพงและไมโครโฟนของเครื่องหลักได้
- สามารถเสียบอุปกรณ์ USB แล้วส่งให้ไปทำงานในเครื่องเสมือนได้เลย (น่าจะต้องการฟีเจอร์ VT-d สำหรับอินเทลและ AMD-Vi สำหรับเอเอ็มดี) ส่วนฮาร์ดดิสก์นั้นก็เช่นเดียวกันคือสามารถเลือกดิสก์แล้วส่งตรงให้เป็นดิสก์ของเครื่องเสมือนได้เลย หรือจะใช้ดิสก์เสมือนเหมือนเดิมก็ได้เช่นกัน
- Live Storage Move คือระหว่างรันเครื่องเสมือนอยู่ สามารถย้ายดิสก์ไปมาได้โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง (ที่มาไม่บอกว่าย้ายลงดิสก์จริงได้หรือไม่) ประโยชน์อย่างหนึ่งเช่นเราสามารถแชร์ไฟล์ VHD ลงเซิร์ฟเวอร์แล้วเพื่อนสามารถเปิดเครื่องได้ทันทีแล้วค่อยย้ายไฟล์ลงเครื่องตัวเองทีหลังระหว่างการใช้งานไปเรื่อยๆ
- สามารถทำ snapshot โดยไม่ต้องหยุดเครื่องได้แล้ว อันนี้น่าจะเป็นการอัพเกรดให้ทัน VMware
- แชร์ Wi-Fi ให้กับเครื้่องเสมือนได้ อันนี้เป็นการแก้ปัญหาเพราะปรกติแล้วเคร่ืองเสมือนจะมีหมายเลข MAC ของตัวเอง แต่พอเป็น Wi-Fi นั้นการต่อกับ access point นั้นต้องการ MAC ของเครื่องจริง ใน Hyper-V รุ่นใหม่จึงมี MAC translation มาแก้ปัญหานี้
เห็นฟีเจอร์เยอะๆ น่าใช้หลายๆ อย่างผมได้แต่นึกว่ารอบนี้ Windows 8 จะคิดราคาอย่างไร เพราะสมัย Windows 7 หลายฟีเจอร์ที่น่าใช้มากๆ พอเห็นราคาของรุ่นที่มีฟีเจอร์นั้นๆ แล้วก็ต้องถอยเอาเหมือนกัน
ที่มา - MSDN
ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านบล็อก Building Windows 8 ว่า Windows 8 จะมี Hyper-V ฟีเจอร์ด้าน virtualization ที่เคยมีเฉพาะใน Windows Server
ไมโครซอฟท์ระบุว่า Hyper-V จะใช้ได้กับ Windows 8 รุ่น 64 บิตเท่านั้น (แต่รัน Guest OS แบบ 32 บิตได้) โดยซีพียูจะต้องรองรับ Second Level Address Translation (SLAT) ซึ่งมีในซีพียูสมัยใหม่ทุกตัวอยู่แล้ว (ใครใช้ซีพียูอะไรก็เช็คกันเอง) และแรมขั้นต่ำ 4GB
เครื่องที่มีแรม 4GB จะสามารถรัน VM พร้อมกันไม่เกิน 4 ตัวได้สบาย แต่ถ้าต้องการเยอะกว่านั้นก็ต้องเพิ่มแรม Hyper-V รุ่นใหม่จะสร้าง VM ที่มีซีพียูได้สูงสุด 32 ตัวและแรม 512GB
ตอนนี้ไมโครซอฟท์ยังไม่บอกว่า Windows 8 รุ่นไหนบ้างจะมี Hyper-V แถมมาด้วย (คาดว่าจะเป็นรุ่น Pro ขึ้นไป) และยังไม่เปิดเผยว่าฟีเจอร์นี้จะเกี่ยวข้องกับ ARM อย่างไร
ที่มา - Building Windows 8
ที่งาน Open Source Business Conference ไมโครซอฟท์ได้ประกาศที่จะซัพพอร์ต CentOS อย่างเป็นทางการ โดยลูกค้าที่ต้องการติดตั้ง CentOS ลงบนระบบ Hyper-V ของ Windows Server 2008 R2 จะสามารถโทรขอซัพพอร์ตจากไมโครซอฟท์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องหาผู้ให้บริการซัพพอร์ตเองอีกต่อไป
CentOS เป็นโครงการที่นำซอร์สโค้ดของ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) มาคอมไพล์เองโดยชุมชนภายนอก Redhat เนื่องจากตัว RHEL นั้นแม้จะเปิดเผยซอร์สโค้ดแต่ตัวติดตั้งและแพ็กเกจทั้งหมดนั้นขายสำหรับลูกค้าของ Redhat เท่านั้น
OpenStack ชุดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สำหรับสร้าง cloud computing (ข่าวเก่า) ได้ไมโครซอฟท์มาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่อีกราย
ไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือกับ Cloud.com ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายหนึ่งของ OpenStack เพื่อให้ Hyper-V ซอฟต์แวร์ทำ virtualization ที่อยู่ใน Windows Server 2008 ทำงานร่วมกับ OpenStack ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ OpenStack สามารถทำงานกับวินโดวส์ได้ดีขึ้น
งานนี้ไมโครซอฟท์จะให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค ส่วน Cloud.com รับหน้าที่พัฒนา โค้ดที่ได้จะส่งเข้ารวมกับ OpenStack
ใครที่ติดตามสงครามน้ำลายระหว่างไมโครซอฟท์กับลินุกซ์มานาน อาจจะต้องทึ่งกับข่าวนี้
เรื่องมีอยู่ว่าไมโครซอฟท์มีผลิตภัณฑ์ด้าน virtualization ชื่อ Hyper-V (ข่าวเก่า) อย่างไรก็ตาม ข้อเสียสำคัญของ Hyper-V คือ guest OS นั้นสนับสนุนแต่ระบบปฏิบัติการในตระกูลวินโดวส์เท่านั้น เอาลินุกซ์ไปรันได้แต่ก็ทำงานได้ไม่ดีนัก เพราะว่าลินุกซ์ไม่รู้จักฮาร์ดแวร์ (เสมือน) ของเครื่อง Hyper-V ซึ่งจุดนี้เลยเป็นจุดอ่อนให้ไมโครซอฟท์เสียตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง VMware ไปพอสมควร (ใครเคยใช้ VMware หรือ VirtualBox น่าจะพอนึกภาพออกว่าเราต้องลง guest addition driver เพิ่มเติมให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น)
ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เพราะไมโครซอฟท์ได้ออก Hyper-V Linux Integration Components (LinuxIC) ซึ่งก็เทียบได้กับไดรเวอร์ของ Hyper-V สำหรับลินุกซ์ ที่ไม่ธรรมดากว่าคือไดรเวอร์ตัวนี้ใช้สัญญาอนุญาตแบบ GPLv2 แบบเดียวกับเคอร์เนลของลินุกซ์ นั่นแปลว่ามันสามารถถูกรวมเข้ากับเคอร์เนลหลักของลินุกซ์ได้ และไมโครซอฟท์กำลังร่วมมือกับนักพัฒนาจาก Novell ผลักดันกันอยู่ ถ้าสำเร็จ ผู้ใช้ก็สามารถลงลินุกซ์บน Hyper-V แล้วได้ประสิทธิภาพที่ดีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมแม้แต่น้อย
ที่มา - CNET, Ars Technica
ในโลกลินุกซ์นั้นเทคโนโลยี Virtualization กำลังจะกลายเป็นเรื่องปรกติไป แต่การเข้ามาอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ก็น่าจะช่วยตอกย้ำความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมาเราคงได้ยินชื่อเทคโนโลยี Hyper-V ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Virtualization ของทางฝั่งไมโครซอฟท์มาแล้ว (มีการเปิดให้ทดสอบตั้งแต่สองเดือนก่อน) แต่ในวันนี้ไมโครซอฟท์ก็เตรียมการเปิดตัวเทคโนโลยีนี้อย่างเป็นทางการแล้วในงาน getVIRTUALnow
ซอฟต์แวร์ที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานมีสามตัวด้วยกันคือ
- Windows Server 2008 with Hyper-V
- Microsoft System Center
- Microsoft Desktop Optimization Pack 2008
ไม่รู้ว่ามีงานเปิดตัวในเมืองไทยมั่งรึเปล่า
ที่มา - ArsTechnica





