NVIDIA เปิดตัว GeForce 700M Series ที่อิงอยู่บนสถาปัตยกรรม Kepler รุ่นปรับปรุงเพิ่มเติม (จาก GeForce 600 Series) โดยเริ่มจากเปิดตัวจีพียูฝั่งของโน้ตบุ๊กก่อน ของใหม่มีดังนี้ครับ
- NVIDIA GPU Boost 2.0 ช่วยเร่งความถี่สัญญาณนาฬิกาให้เหมาะสมกับงาน ซึ่ง NVIDIA บอกว่าสามารถเร่งประสิทธิภาพได้ดีขึ้นถึง 15% โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
- ปรับปรุงเทคโนโลยีสลับการ์ดจอ NVIDIA Optimus ให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม
- ซอฟต์แวร์ GeForce Experience ช่วยปรับแต่งค่ากราฟิกของเกมให้เหมาะสมกับสเปกเครื่องโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่ต้องมาเลือกและเดาเองว่าควรปรับแต่งอย่างไรจึงจะเหมาะสม
ฮาร์ดแวร์ชุดแรกออกมา 5 รุ่นย่อยคือ GeForce GT 750M/745M/740M สำหรับตลาดบน และ GeForce GT 735M/720M สำหรับตลาดทั่วไป
ที่มา - NVIDIA, NVIDIA Blog
วันนี้ (19 ก.พ.) NVIDIA ได้ทำการปล่อยการ์ดจอรุ่นพิเศษ โดยจะใช้ชื่อรุ่นว่า GeForce GTX Titan โดยเจ้า Titan ให้มาพร้อม CUDA Cores ที่มากถึง 2688 Cores ส่งผลให้สามารถประมวลผลด้วยความเร็วมากถึง 4.5 Teraflops
NVIDIA นำการ์ดจอใบนี้ ไปทดสอบประมวลผลกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง TITAN (ถ้าจำไม่ได้ ย้อนดูข่าวนี้) ที่ Oak Ridge National Laboratory ในรัฐเทนเนสซีเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ NVIDIA จึงสู่การ์ดจอตัวดังกล่าวสู่ตลาดโดยใช้ชื่อ GeForce GTX Titan ครับ
ส่วนรายละเอียด ราคา ภาพ และวีดีโอ เชิญหลังเบรค และที่มาเลยครับ
ในงานแถลงข่าวของ NVIDIA ที่งาน CES 2013 นอกจากเปิดตัว Tegra 4 และเครื่องเล่นเกม Project SHIELD แล้วยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 1 ตัวครับ
ชื่อของมันคือ NVIDIA Grid อธิบายง่ายๆ มันเป็นแร็คที่ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์สีเขียว-ดำ 20 ตัว ภายในอัด GeForce มาทั้งหมด 240 ตัว (ไม่ระบุรุ่น) พลังประมวลผลรวมกัน 200 TFLOPS เทียบได้กับ Xbox 360 จำนวน 700 เครื่อง
เซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวสามารถให้บริการเกมความละเอียดสูงแบบสตรีมมิ่งให้กับผู้เล่น 36 คนพร้อมกัน กลุ่มเป้าหมายของ NVIDIA Grid คือผู้ให้บริการเกมสตรีมมิ่ง ซึ่งตอนนี้มี 6 บริษัทจากทั้งจีน-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน-สหรัฐ-อิสราเอล ประกาศตัวเป็นลูกค้าแล้ว
NVIDIA เปิดตัวการ์ดจอตระกูล Kepler ใหม่อีกสองตัวคือ GeForce GTX 660 และ GeForce GTX 650
GeForce GTX 660 มี CUDA core จำนวน 960 คอร์, หน่วยความจำ 2GB, memory bandwidth 144 GB/s, กินพลังงาน 150 W, ต่อ SLI ได้ 2 ตัว ราคา 229 ดอลลาร์ ถือเป็นรุ่นกลางที่ลดหลั่นลงมาจาก GeForce 670 ที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม
GeForce GTX 650 มี CUDA core จำนวน 384 คอร์, หน่วยความจำ 1GB, memory bandwidth 80 GB/s, กินพลังงาน 64 W, ต่อ SLI ไม่ได้, ราคา 109 ดอลลาร์ น่าจะเป็น Kepler รุ่นสำหรับเดสก์ท็อปที่ถูกที่สุดไปอีกนาน (อัพเดต มี GT 640 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถูกกว่าคือ 99 ดอลลาร์)
สเปกอย่างละเอียดดูได้จาก NVIDIA
ที่มา - NVIDIA Press
ใครมีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊กมาเล่นเกมคงต้องจำชื่อรุ่น GTX 680M กันไว้ดีๆ เพราะ NVIDIA นำจีพียูสถาปัตยกรรม Kepler ตัวใหม่ล่าสุดมาลงโน้ตบุ๊กแล้ว
NVIDIA GeForce GTX 680M ถือเป็นการ์ดจอ Kepler ตัวท็อปที่มาลงโน้ตบุ๊ก มันได้ฟีเจอร์ของรุ่นพี่ๆ มาครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Optimus, CUDA, PhysX, 3D Vision 2, SLI โดยโน้ตบุ๊กตัวแรกที่จะวางขายพร้อม GTX 680M ก็คือ Alienware M17x (จีพียูเดี่ยว) และ M18x (จีพียูคู่) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม คนที่เล็งโน้ตบุ๊กที่ใช้การ์ด GeForce 600M Series ต้องดูกันละเอียดหน่อย เพราะหลายรุ่นยังใช้สถาปัตยกรรม Fermi ตัวเก่าอยู่ครับ
ที่มา - NVIDIA
เราเห็นเทคโนโลยี virtualization และกลุ่มเมฆสำหรับซีพียูกันมาเยอะแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องของจีพียูกันบ้างครับ
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการจีพียูอย่าง NVIDIA เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ตัวรวด อย่างแรกคือแพลตฟอร์ม GPU virtualization ที่ใช้กับระบบเดสก์ท็อปเสมือน (virtual desktop infrastructure - VDI) ภายในองค์กร ช่วยเร่งความเร็วของกราฟิกบนเดสก์ท็อปได้มากขึ้น
แพลตฟอร์มตัวนี้ชื่อว่า NVIDIA VGX มันประกอบด้วยฮาร์ดแวร์เป็นบอร์ดพิเศษไว้เสียบกับเซิร์ฟเวอร์ VDI ยี่ห้ออื่นๆ ผ่านพอร์ต PCI Express บอร์ดตัวนี้เสียบจีพียูได้ 4 ตัว, แรม 16GB นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ VGX GPU Hypervisor สำหรับสร้างจีพียูเสมือน และ NVIDIA User Selectable Machines (USMs) ไว้จัดสรรทรัพยากรแก่ผู้ใช้แต่ละคน
บริษัทบอกว่าฮาร์ดแวร์ VGX หนึ่งชุดสามารถบริการผู้ใช้ VDI ในองค์กรได้สูงสุด 100 ราย และตอนนี้ผู้ขายระบบ VDI อย่าง Citrix เซ็นสัญญานำไปใช้งานแล้ว
เราเห็นจีพียูตระกูล "Kepler" หรือ GeForce 600 Series รุ่นท็อปๆ อย่าง GeForce GTX 680 และ GeForce GTX 690 กันไปแล้ว
แต่เกมเมอร์ตัวจริงย่อมรู้ดีว่า การ์ดรุ่นท็อปออกมาโชว์สมรรถนะเพื่อการประชาสัมพันธ์มากกว่า ส่วนการ์ดที่ซื้อกันจริงๆ เป็นรุ่นรองลงมาที่ราคาย่อมเยาลงมาด้วย ซึ่งล่าสุด NVIDIA ออกรุ่นรองคือ GeForce GTX 670 มาแล้ว
GTX 670 ใช้จีพียู Kepler แบบเดียวกับ GTX 680 แต่ลดจำนวน CUDA core และสัญญาณนาฬิกาลงมา ผลเบนช์มาร์คของ NVIDIA ที่เอามันไปรันเทียบกับ Radeon 7950 ระบุว่าประสิทธิภาพดีกว่า 45% และกินพลังงานน้อยกว่า 18%
ราคาขายอยู่ที่ 399 ดอลลาร์ และตัวสินค้าโดยผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายรายเริ่มวางขายแล้ววันนี้
NVIDIA เปิดตัว GeForce GTX 690 การ์ดจอที่แรงที่สุดตัวใหม่ ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก GeForce GTX 680 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม โดยใช้ GPU รหัส "Kepler" สองตัวทำงานร่วมกัน
นับรวมจำนวนคอร์ทั้งหมดแล้ว GTX 690 จะมี CUDA core 3,072 คอร์ ซึ่งบริษัทบอกว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแทบจะเป็นเท่าตัวของ GTX 680 เลย และนอกจากนี้เรายังสามารถเอา GTX 690 สองตัวมาต่อกันผ่าน SLI (รวม Kepler 4 ตัว) ได้อีกด้วย
หน้าตาของ GTX 690 ก็ออกแบบมาให้สวยงามสมกับเป็นการ์ดรุ่นท็อปสุดในขณะนี้ (ภาพตามลิงก์) ราคาขายตัวละ 999 ดอลลาร์ เริ่มขาย 3 พฤษภาคมนี้
ที่มา - NVIDIA
ลูกค้า GeForce ที่ต้องการซื้อการ์ดจอรุ่นใหม่รหัส 6xx อาจจะต้องระวังกันตอนซื้อกันมากขึ้น เหตุเพราะไม่ใช่ GeForce 6xx ทุกตัวจะใช้สถาปัตยกรรม Kepler รุ่นใหม่ล่าสุด
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ NVIDIA นำเอา GPU สถาปัตยกรรมรุ่นก่อนหน้าคือ Fermi ที่ใช้กับ GeForce รหัส 5xx มารีแบรนด์ใหม่เป็นรุ่น 6xx แทน (เข้าใจว่าสำหรับโน้ตบุ๊กเท่านั้น) รุ่นที่เข้าข่ายได้แก่
- GeForce GTX 670 และ 675 เป็น Fermi
- GeForce GT 640M LE มีทั้ง Fermi และ Kepler (ยังไม่มีรายละเอียด)
- GeForce GT 635M, 630M, 620M, 610M เป็น Fermi
ส่วนตัวจริงที่เป็น Kepler คือ GT 660M, 650M, 640M ครับ การ์ดจอรุ่นใหม่เหล่านี้จะเปิดตัวพร้อมกับโน้ตบุ๊ก Ivy Bridge ในเร็วๆ นี้
ที่มา - Fudzilla
เป็นเวลากว่าสองปีมาแล้วที่ Nvidia ได้ซุ่มพัฒนา GPU ตัวใหม่ในชื่อ "Kepler" ซึ่งได้รับการคาดหวังว่าจะมีประสิทธิภาพต่อพลังงานที่สูงขึ้นมากจากการพัฒนาทั้งสถาปัตยกรรม, เทคโนโลยีการผลิต และซอฟต์แวร์ ถึงตอนนี้ GeForce GTX 680 ซึ่งเป็น Kepler ตัวแรก ก็ได้ออกมาสู่สำนักรีวิวฮาร์ดแวร์แล้ว
สถาปัตยกรรมของ Kepler มีการพัฒนาขึ้นมาก ในส่วนของ Shader ได้มีการออกแบบใหม่ให้มีความขนานสูงขึ้นแทนที่จะเน้นความเร็วเหมือนแต่ก่อน โดยมี Shader ALU มากถึง 1536 หน่วย จากเดิมที่มีเพียง 512 หน่วยใน Fermi และมีการปรับปรุงตัวจัดลำดับงานให้เหมาะกับความขนานที่เพิ่มขึ้น
NVIDIA ออกหน่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับโน้ตบุ๊กรุ่น GeForce 400M ซึ่งรวมเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดของ NVIDIA มาครบถ้วน สถาปัตยกรรมพื้นฐานเป็น Fermi รองรับ DirectX11, CUDA, PhysX, 3D Vision นอกจากนี้ยังสลับการ์ดจอด้วยเทคโนโลยี Optimus
NVIDIA บอกว่ามันทำงานเร็วกว่า GeForce 300M อยู่ 40% และเร็วกว่าการ์ดจอของอินเทล 5 เท่าสำหรับการแต่งภาพ ส่วนการท่องเว็บเร็วกว่าการ์ดจอของอินเทล 50%
GeForce 400M ออกมา 7 รุ่นย่อย โดยรุ่นต่ำสุดคือ GeForce GT 415M มีหน่วยประมวลผลย่อย 48 คอร์ และรุ่นสูงสุด GeForce GTX 470M มี 288 คอร์
ที่มา - VentureBeat, Gizmodo
ขอรวบข่าวการ์ดจอใหม่ของ NVIDIA เป็นสองข่าวเลยละกันนะครับ ทาง NVIDIA ได้ออกการ์ดจอในตระกูล Fermi สองตัวที่จับคนละตลาดกัน
ตัวแรกคือ GeForce GTX 465 เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการ์ดจอตระกูล Fermi ในราคาที่ (พอ) เอื้อมถึง ถ้านับตามศักดิ์แล้ว มันเป็นการ์ดจอ Fermi อันดับสามรองจาก GTX 480 รุ่นท็อป และ GTX 470 รุ่นรองท็อป (รายละเอียดของ GTX 480/470 รวมถึงสถาปัตยกรรม Fermi อ่านได้ใน ในที่สุดมันก็มา NVIDIA GTX 480 การ์ดจอตัวแรกตระกูล Fermi)
จากข่าวเก่า NVIDIA เข้าซื้อ AGEIA รวบเทคโนโลยีชิปฟิสิกส์ PhysX ตอนนี้มีความคืบหน้าแล้ว โดย Jen-Hsun Huang ซีอีโอของ Nvidia ออกมาให้ข้อมูลว่าบริษัทกำลังพอร์ต PhysX ไปบน Compute Unified Device Architecture (CUDA) ซึ่งเป็น API ภาษาซีของ GPU ของ Nvidia อยู่ และข่าวดีก็คือ GeForce 8 ทุกตัวสนับสนุน CUDA
ดังนั้นเจ้าของ GeForce 8 ทุกคนจะสามารถดาวน์โหลดเอนจิน PhysX (ซึ่งทำงานบน GPU ของ Nvidia) ผ่านซอฟต์แวร์อัพเดตได้ Jen-Hsun Huang ยังกล่าวเสริมด้วยว่าความสามารถนี้อาจช่วยกระตุ้นให้คนซื้อการ์ดจออันที่สองมาต่อ SLI โดยใช้เป็นการ์ดประมวลผลฟิสิกส์กันมากขึ้น
ที่มา - TechReport
GeForce 8800GTX ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาทิ้ง Radeon X1950XTX ห่างพอสมควร (แน่นอนเป็นการเปรียบเทียบคนละซีรีย์) ทำให้เว็บฮาร์ดแวร์จำนวนมากมีสกู๊ปเบื้องหลังขุมพลังของ "G80" โค้ดเนมของ 8800GTX ว่าทำอย่างไร
G80 เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ Nvidia ใช้เวลา 4 ปีสร้างขึ้นมารับกับ DirectX 10 โดยเฉพาะ มีแนวคิดใหม่แตกต่างจากการ์ดจอแบบเดิมๆ พอสมควร ใครสนใจก็เข้าไปอ่านได้ตามลิงก์ข้างล่างครับ
ถ้าเอาประวัติศาสตร์มาย้อนรอย เราคงต้องรอการโต้กลับของ "R600" ของ AMD/ATI ก่อนจะพบกับ G8900 ที่ตามมาตลบหลังอีกรอบ แต่ตอนนี้นอนฝันให้ซานต้าเอา G8800GTX มาหย่อนลงถุงเท้าไปพลางๆ ละกันครับ
ที่มา - Ars, Tom's Hardware, Anandtech
ภาษารถเค้าเรียก "ตัวท็อป" ละมั้ง ศึกสายเลือดตามธรรมเนียมของวงการการ์ดจอก็วนมาเรื่อยๆ คราวนี้ตัวท็อปของสองฝ่ายได้แก่ ATI Radeon X1900 XTX CrossFire และ Nvidia GeForce 7900 GTX SLI (ชื่อยาวเฟื้อย)
อย่างที่เคยเขียนไปหลายครั้ง CrossFire กับ SLI เป็นชื่อทางการค้า ในทางเทคนิคจริงๆ มันคือการนำเอาการ์ดจอสองอันมาต่อกัน ช่วยกันทำงาน
ผลทดสอบคราวนี้สรุปว่า Nvidia เฉือนชนะ ATI ไปแทบทุกการทดสอบ ฝั่ง ATI มีชนะบ้างแต่ในฟีเจอร์ยากๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้กันนัก
ผมคิดว่าวงการการ์ดจอเริ่มถึงจุดอิ่มตัว (หรืออิ่มมานานแล้วหว่า?) เพราะว่าถ้าจะคุ้มค่าการ์ดระดับนี้ คุณจะต้องเล่น Half-Life 2 ความละเอียด 2048x1536 แถมเปิด Antialias แบบเต็มจอ!!!
ที่มา - GameSpot
งาน CES 2006 ที่ผ่านมา Dell ได้เปิดตัวพีซีสำหรับเกมเมอร์รุ่น XPS 600 Renegade ที่ทำให้คอเกมแบบบ้าพลังฮาร์ดแวร์เอ๋อไปเลย
เพราะการ์ดจอ GeForce 2 อันต่อกันแบบ SLI (Serial Link Interface) ที่พวกเค้าภูมิใจนักหนานั้น ต้องมาเจอกับชิป GeForce 4 ตัวในเครื่องเดียว!!
Dell ใช้การ์ดจอที่มีชิป GeForce 7800 ซึ่งเป็นชิปของ nVidia ที่แรงที่สุดในตอนนี้ 2 ตัวมายัดลงการ์ดเดียว และเอาการ์ดสองอันมาต่อกันแบบ SLI อีกที โดยอ้างว่าภาพที่ได้จากเจ้า Renegade นี้มีความละเอียดขึ้นไปถึง 2560x1600 เลยเชียว (อันนี้แปลว่าต้องจ่ายเงินซื้อ LCD 30 นิ้วมาดูภาพด้วย) นอกจากนั้นยังสนับสนุน antialias 32x และ anisotropic filtering 16x อยากเห็นรูปกดเข้าไปดูได้ตามลิงก์
ส่วนราคานั้น Michael Dell เอ่ยปากเองใน Keynote ว่า "a lot"
ที่มา - CNET: Best of CES 2006






