เว็บไซต์ Android Police ได้ไฟล์ .apk หลุดของแอพ Facebook Home ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในวันที่ 4 เมษายนนี้
แอพ Facebook Home (com.facebook.wakizashi) เป็นแอพคนละตัวกับ Facebook for Android ในปัจจุบัน (com.facebook.katana) โดยไฟล์ที่หลุดออกมายังเป็นรุ่นทดสอบที่เปิดให้เฉพาะบัญชีของพนักงาน Facebook ใช้งานเท่านั้น
จากการแกะไฟล์ของทีม Android Police ก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น แอพตัวนี้จะอ่านข้อมูลจาก launcher ยอดนิยมที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง (Stock, HTC, Samsung) เพื่อนำค่าเดิมไปใช้งาน, ระบบค้นหายังเป็นของกูเกิล, ระบบแชททำงานตลอดเวลาโดยรันอยู่เบื้องหลัง, มีแอพกล้องในตัว โดยรวมแล้วคาดว่ามันจะเป็นแอพที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play มากกว่าเป็นระบบปฏิบัติการเต็มตัว
จากข่าว Facebook แถลงข่าว Android วันที่ 4 เมษายน โดยส่งข้อความในบัตรเชิญว่า "come see our new home on Android"
ล่าสุดมีสื่อหลายฉบับอ้างแหล่งข่าววงในว่า Facebook จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตรงตัวตามข้อความ นั่นคือ home screen ของตัวเองที่รันอยู่บน Android อีกทีหนึ่ง (น่าจะคล้ายๆ กับ Blinkfeed ของ HTC One)
แหล่งข่าวบอกว่าเป้าหมายของ Facebook ต้องการขยาย "ระยะเวลา" ที่ผู้ใช้อยู่กับ Facebook เพื่อประโยชน์ด้านโฆษณา โดย home screen ตัวนี้จะแสดง newsfeed บนหน้าหลักของ Android ให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลจาก Facebook เป็นอย่างแรกเสมอ (เป็นไปได้ว่าอาจรวมถึง lock screen ด้วย)
ตอนนี้ Facebook มีข้อตกลงกับ HTC เรียบร้อยแล้ว โดยมือถือของ HTC ตัวที่ว่านี้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันดัดแปลง ลักษณะเดียวกับที่ Amazon ทำกับ Kindle Fire นั่นเอง
ที่มา - Wall Street Journal, TechCrunch
Facebook ร่อนบัตรเชิญสื่อต่างประเทศร่วมงานแถลงข่าววันที่ 4 เมษายนที่สำนักงานใหญ่ของตัวเอง โดยบัตรเชิญเขียนข้อความสั้นๆ แค่ "come see our new home on Android"
เว็บไซต์หลายแห่งคาดว่า Facebook จะเปิดตัว Facebook Phone ที่มีข่าวลือมานานว่าผลิตร่วมกับ HTC และใช้ชื่อโครงการว่า Project Buffy ส่วนข้อมูลวงในเท่าที่มีได้แก่
- หน้าจอใหญ่กว่า 4 นิ้ว (คาดว่า 4.3 นิ้ว)
- มีปุ่มด้านหน้า 3 ปุ่ม โดยปุ่ม Home อยู่ตรงกลาง
- ซอฟต์แวร์เป็น Android เวอร์ชัน fork
- Facebook กับ HTC จะทำตลาดร่วมกันโดยเน้นที่ไลฟ์สไตล์ มากกว่าฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์
ที่มา - 9to5google, AllThingsD, TechCrunch
มีผู้ใช้บางกลุ่มพบว่าในหน้าอีเวนต์และหน้าโลเคชันของ Facebook มีข้อมูลที่ระบุสภาพอากาศ ณ เวลานั้นเอาไว้ด้วย (เข้าใจเอาเองว่าถ้าเป็นเวลาในอนาคต สภาพอากาศก็คงจะมาจากพยากรณ์อากาศ แต่ถ้าเป็นในหน้าโลเคชันเวลาคนเช็กอิน สภาพอากาศที่ระบุคงเป็นสภาพอากาศปัจจุบัน) โดยในหน้าสร้างอีเวนต์ก็จะมีสภาพอากาศระบุเอาไว้เลยเช่นกัน นัยว่าจะได้ทำนายฟ้าฝนล่วงหน้า ถ้าอากาศไม่ดีอาจจะเลื่อนจัดงานเป็นวันอื่นก็ว่ากันไป
โดย Facebook ออกมาให้ความเห็นต่อฟีเจอร์นี้ว่า ถ้าผู้ใช้ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของสภาพอากาศ ณ ขณะนั้น ก็สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากการพยากรณ์และดูภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ โดย Facebook ใช้ข้อมูลสภาพอากาศของแต่ละเมืองอย่างละเอียด ไม่ได้ใช้ข้อมูลสภาพอากาศโดยรวม เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดในกรณีที่บางสถานที่นั้นมีอากาศแปรปรวน เช่น เมืองซานฟรานซิสโก เป็นต้น
ที่มา - AllFacebook
Josh Williams ผู้บริหารของ Facebook (อดีตเป็นซีอีโอของ Gowalla ที่ถูกซื้อมา) ไปพูดที่งาน SXSW เล่าว่าเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน Facebook มีนโยบายบล็อคไม่ให้พนักงานจำนวนหนึ่งเข้าเว็บไซต์ Facebook.com จากเครือข่ายภายในบริษัท จุดประสงค์เพื่อให้พนักงานใช้ Facebook ผ่านแอพเพียงอย่างเดียวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จะได้รู้ว่าฟีเจอร์ใดบ้างที่ยังขาดหายไปในแอพและรีบแก้ไข
นอกจากมาตรการเรื่องบล็อคไม่ให้เข้าเว็บแล้ว Williams ยังเล่าว่ามีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ห้ามใช้ไอโฟนเพื่อให้ลองใช้แอพบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย จะได้เข้าใจความรู้สึกของลูกค้าบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่งส่วนตัวเขาเป็นดีไซเนอร์ที่ใช้ไอโฟนก็ต้องหยุดใช้งาน และหันไปใช้แอนดรอยด์แทน
ข้อมูลนี้คงแสดงให้เห็นว่า Facebook เริ่มจริงจังกับอุปกรณ์พกพามากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองครับ
ที่มา - Fast Company
Facebook ได้ออกอัพเดตแอพอย่างเป็นทางการบน iOS เวอร์ชัน 5.6 โดยมีความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่มีประโยชน์มาก ดังนี้
- เปลี่ยนภาพปกได้ในตัวแอพทันที โดยจะเลือกรูปภาพที่ถ่ายไว้แล้วหรือจะถ่ายรูปใหม่ก็ได้ (เฉพาะ iPhone)
- สร้างการคุยแบบกลุ่ม (group message) ได้
- ตั้งชื่อและค้นหากลุ่มที่คุยได้ง่ายขึ้น
ดาวน์โหลดแอพ Facebook ได้ที่ App Store
ที่มา - The Next Web
Facebook ทดสอบแอดมินพาเนลเพจแบบใหม่ ให้ความสนใจค่าการเข้าถึงและเน้นให้เกิดความอยากโปรโมตโพสต์มากขึ้น
Facebook ทดสอบแอดมินพาเนลของเพจ โดยจากเดิมจะโชว์ Notifications ก็กลายมาเป็นโชว์โพสต์และค่าการเข้าถึงแบบธรรมชาติ (Organic Reach) กับค่าการเข้าถึงแบบเสียเงิน (Paid Reach) พร้อมแปะปุ่มให้กดโปรโมตโพสต์กันทื่อๆ นัยเพื่อให้แอดมินสามารถวิเคราะห์ได้ว่า โพสต์นี้เข้าถึงกลุ่มคนน้อยนะ ถ้าอยากให้เข้าถึงคนมากกว่านี้ ก็จ่ายตังค์โปรโมตโพสต์เสียสิ แต่ถ้ายังอยากจะดู Notifications ก็ยังสามารถทำได้โดยการกดปุ่มด้านบนแทน (ดูภาพประกอบท้ายข่าว)
อย่างไรก็ดีการทดสอบนี้ยังอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ที่มา - Inside Facebook
Facebook เตรียมเอาอย่าง Twitter เพิ่มฟีเจอร์แฮ็ชแท็กซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเป็นหมวดหมู่มากยิ่งขึ้น
การใส่แฮ็ชแท็ก คือการใส่เครื่องหมาย # นำหน้าข้อความที่เป็นหัวข้อที่สนใจ หรือนำหน้าชื่อกลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน Twitter และลามไปยัง Instagram เพราะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่สนใจ หรือค้นหาผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มที่ที่สนใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
หาก Facebook มีการเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามาจริง ไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้นที่จะได้รับความสะดวกในการค้นหาข้อมูลหรือกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันได้ง่ายขึ้น แต่ยังหมายถึงช่องทางใหม่ในการทำการตลาดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ด้วย
ที่มา - TechCrunch
จากที่มีข่าวออกมาว่า Facebook ทำการเปลี่ยนหน้า Timeline ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ตอนนี้ Facebook ก็ได้ออกมาประกาศว่ามีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หน้า Timeline อย่างเป็นทางการ โดยภาพรวมของ Timeline มีการย้ายส่วนแสดงคอนเทนต์ไปอยู่ด้านขวา และนำส่วนของการแสดงข้อมูลส่วนตัว, เพื่อน และรูป ไว้ในไซด์บาร์ด้านซ้าย และมีการรีดีไซน์ในหน้า About ให้สามารถจัดการเพิ่มหนัง, เพลง, รายการทีวี หรือหนังสือที่ชอบได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ Facebook ยังให้ความสำคัญกับแอพมากขึ้น เช่น ในกรณีที่ผู้ใช้ไปเห็นเพื่อนโชว์หนังสือที่ชอบใน Timeline ของตัวเองแล้วเกิดอยากจะอ่านขึ้นมาบ้าง ก็สามารถคลิกเพื่อเลือก Read หรือ Want to Read ได้เช่นกัน
Facebook บอกว่าจะเริ่มปรับให้ผู้ใช้ได้ใช้งานได้อีกในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตอนนี้ก็ดูหน้า Timeline ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในท้ายข่าวไปพลางๆ ก่อน
ที่มา - Facebook Newsroom
หลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับ Facebook Phone จาก HTC ที่ลือไป ลือมา ลือแล้ว ลือเล่า ลือจนถึงที่สุด ล่าสุดข่าวลือนี้ก็กุขึ้นอีกครั้งนึง เพราะว่าเหยี่ยวข่าวจอมแฉข่าวลืออย่าง @evleaks ที่มีประวัติการปล่อยข่าวลือที่แม่นมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับ HTC One ที่ปล่อยมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยคราวนี้ก็ถึงตาของ HTC Myst ที่กล่าวถึงเรื่องของสเปกของเครื่องนี้
โดย @evleaks เผยถึงสเปกของเครื่องดังนี้
- ซีพียู 1.5 GHz แบบ dual-core Snapdragon S4 MSM8960
- หน้าจอ 4.3 นิ้วแบบ 720p
- แรม 1 GB
- หน่วยความจำภายใน 16 GB ไม่สามารถใส่ microSD ได้
- กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 1.6 ล้านพิกเซล
- รองรับ LTE และ HSPA
- ใช้ Android 4.1.2 Jelly Bean
จากสเปกโดยรวมดูแล้วไม่ต่างจากรุ่น HTC One S เท่าไรนัก เพียงแต่ว่าปรับตัวกล้องลดลงเป็น 5 ล้านพิกเซลแค่นั้นเอง ต้องรอดูว่าสเปกที่ออกมาจะจริงหรือไม่
ที่มา: Unwired View ผ่าน Engadget
เมื่อสักครู่นี้ Facebook ได้เผยหน้าตา News Feed ใหม่ ที่จะเน้นการแสดงรูปภาพมากกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกับอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ โดย Facebook หวังว่าการเปลี่ยนหน้าตา News Feed ในครั้งนี้จะเป็นการรักษาผู้ใช้ไม่ให้เปลี่ยนไปเล่นแพลตฟอร์มอื่น ในขณะเดียวกันทำให้โฆษณาได้รับความสนใจมากขึ้น
Mark Zuckerberg บอกว่าผู้ใช้จะสามารถเลือกดู Feeds ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกขึ้น โดยประสบการณ์การใช้งานจะใกล้เคียงกับบนแพลตฟอร์มมือถือมากยิ่งขึ้น
เวลาที่เราโพสต์ข้อความหรือรูปภาพบนเฟซบุ๊ก (โดยเฉพาะโพสต์เรียกร้องความสนใจ :P) เราอาจมีคำถามว่า "จะมีคนเห็นโพสต์อันนี้ของเรามากน้อยแค่ไหนกัน"
คำถามนี้อาจตอบยาก แต่ล่าสุดนักสถิติของเฟซบุ๊กสามารถตอบคำถามนี้ได้บ้างแล้ว
นักสถิติของเฟซบุ๊กใช้กลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ 220,000 ราย และใช้ข้อมูลจริงจากระบบมาวิเคราะห์ คำตอบของคำว่า "มีคนเห็นโพสต์ของเรามากน้อยแค่ไหน" ขึ้นกับจำนวนเพื่อนที่เรามีและไม่มีคำตอบเป็นตัวเลขตายตัวแต่เป็นช่วงตัวเลข แต่โดยเฉลี่ยแล้ว หนึ่งโพสต์จะผ่านสายตาเพื่อนประมาณ 20-30% ของเพื่อนที่เรามี (ยิ่งจำนวนเพื่อนเยอะ สัดส่วนเพื่อนที่เห็นโพสต์ยิ่งลดลง)
Mike Shaver หัวหน้าฝ่าย Mobile Engineer ของเฟซบุ๊กเล่าเบื้องหลังความร่วมมือของเฟซบุ๊กกับกูเกิล ในการแก้บั๊กของ Android 2.3 Gingerbread
Shaver เล่าว่าระหว่างการพัฒนา Facebook for Android ทางทีมวิศวกรของบริษัทก็พบข้อจำกัดของ Dalvik ที่ใช้ใน Android 2.3 ว่ารองรับจำนวนเมธอดแค่ 3 ล้านเมธอดเท่านั้น และเฟซบุ๊กไม่สามารถเพิ่มฟีเจอร์ให้แอพของตัวเองได้ ถ้ายังอยากให้แอพรันได้บน Android 2.3 อยู่
ทางออกที่เฟซบุ๊กเลือกคือติดต่อไปยังกูเกิลเพื่อร่วมกันแก้บั๊กใน Dalvik ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากกูเกิลด้วยดี กูเกิลพิจารณาแพตช์ของเฟซบุ๊ก (ซึ่งมีความยาวเพียง 6 บรรทัด) ไม่นานแล้วนำไปใช้ทันที ทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้
ที่มา - TechCrunch
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 Facebook ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงข้อตกลงที่มีข่าวลือมานานว่าจะเข้าซื้อธุรกิจแสดงโฆษณา (ad-serving) Atlas Solution ของไมโครซอฟท์ที่ไมโครซอฟท์พยายามหาผู้ซื้อมานานกว่า 6 เดือน
มูลค่าการซื้อขายไม่ได้เปิดเผยอย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าราคาน่าจะน้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์อ้างอิงจากราคาประมูลก่อนหน้านั้นที่อยู่ในช่วง 30 ล้านดอลลาร์ถึง 50 ล้านดอลลาร์
Brian Boland ผู้อำนวยการการตลาดของ Facebook กล่าวว่า Facebook ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ Atlas เพื่อเริ่มต้นสร้างเครือข่ายโฆษณาที่ขับเคลื่อนโดยข้อมูลทางสังคมของผู้ใช้ Facebook
Facebook เชื่อว่าประสิทธิภาพของโฆษณาไม่ควรประเมินจากการคลิกเพียงอย่างเดียว การเป็นเจ้าของธุรกิจแสดงโฆษณาจะช่วยให้ Facebook สามารถติดตามการใช้งานของผู้ใช้โดยเพิ่มข้อมูลสิ่งบ่งชี้ (attribution) เข้าไปซึ่ง Atlas สามารถช่วย Facebook โดยพิสูจน์ว่าการให้ผู้ใช้สัมผัสกับโฆษณาจะกระตุ้นให้เกิดการกระทำอื่นเช่น การให้อีเมลของเขาหรือการตัดสินใจซื้อตามมา แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยคลิกโฆษณาของ Facebook เลยก็ตาม
Boland กล่าวว่า “การเข้าซื้อนี้เป็นเรื่องของการวัดผล (measurement) ไม่ใช่การสร้างเครือข่ายโฆษณา” และยังเพิ่มเติมว่า Facebook มีแนวโน้มที่จะลงทุนในเทคโนโลยีหลักของ Atlas เช่นเดียวกับพื้นที่ใหม่เช่นในโทรศัพท์มือถือ
พนักงานของ Atlas จะยังคงอยู่ที่ Seattle เช่นเดียวกับวิศวกรฝ่ายพัฒนาสินค้าโฆษณาของ Facebook
ที่มา - AdAge
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Blake Ross หัวหน้าฝ่ายสินค้าของ Facebook ได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัท โดย Ross ได้เขียนว่าเขาเลือกที่จะลาออก หลังจากที่ทราบจากผู้เขียนของ Forbes ว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบ Facebook เลยแม้แต่น้อย และเขาก็คิดว่าอนาคตของ Facebook อาจจะไม่ไกลอย่างที่หลายคนคิด
แต่หลังจากที่คนเริ่มเห็นข้อความนี้ได้ซักพัก Ross ก็ได้ถอดข้อความนี้ออก ข้อความของ Ross นี้ บังเอิญไปตรงกับรายงานความเสี่ยงที่ Facebook ได้ส่งให้ กลต. ของสหรัฐว่าบริษัท เริ่มที่จะเสียลูกค้าที่มีอายุน้อยให้แก่สินค้าและบริการอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับ Facebook
จากที่เป็นข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนหน้าโปรไฟล์ Facebook ที่เงียบเรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ (ถึงแม้จะมีข่าวหลุดออกมาบ่อยๆ) ก็ออกมาเชิญสื่อมาร่วมงานอีเวนต์ที่เขียนไว้ในบัตรเชิญว่า "Come to see a new look for News Feed" ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคมนี้ ส่วนจะแถลงว่าเปลี่ยนทั้ง News Feed และหน้าโปรไฟล์ด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องมาดูกันในสัปดาห์หน้า
ที่มา - TechCrunch
ก่อนหน้านี้ Facebook เพิ่งปรับอินเทอร์เฟซของหน้าโปรไฟล์ให้เรียงโพสต์เป็นแถวเดียว และขยายขนาดฝั่งโพสต์ให้ใหญ่ขึ้นได้ไม่กีเดือน ล่าสุด Facebook เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้อีกครั้งแล้ว
ความเปลี่ยนแปลงอย่างแรกเลยก็คือฝั่งของการโพสต์ถูกย้ายจากขวาไปอยู่ทางซ้าย ส่วนฝั่งซ้ายก็ดึงข้อมูลส่วนตัวใน About จากเดิมที่อยู่ใต้ชื่อลงมาอยู่บล็อกบนสุดของฝั่งซ้ายแทน
หลังจากที่เฟสบุ๊กมีนโยบายให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานเฟสบุ๊กได้ฟรีผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยมี AT&T นำร่องไปแล้วนั้น ในวันนี้เฟสบุ๊กได้เผยรายชื่อเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการนี้เพิ่มเติมแล้ว โดยมีทั้งหมด 18 เครือข่ายใน 14 ประเทศครับ โดยผู้ที่ใช้งานอยู่ภายใต้เครือข่ายเหล่านี้ จะสามารถเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น Facebook Mobile และ Facebook Messenger (รวมถึงแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ของเฟสบุ๊ก ยกเว้น Instagram) ได้ฟรีครับ
ข่าวดีก็คือ ในรายชื่อที่เฟสบุ๊กเผยออกมามีชื่อ ดีแทคของไทยด้วย ดังนั้นผู้ใช้งานดีแทคก็เตรียมรอรับข่าวดีจากทางดีแทคเร็วๆ นี้ได้เลยครับ ส่วนรายชื่อเต็มดูได้หลังเบรคครับ
Facebook ได้อัพเดตแอพหลักบน iOS แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- เปลี่ยนปุ่มไลค์, ปุ่มแสดงความคิดเห็น และปุ่มแชร์ให้ใหญ่และกดง่ายกว่าเดิม
- เพิ่มการโทรผ่าน VoIP ใช้ได้เฉพาะสหรัฐฯ และแคนาดา (ที่ทดสอบกับ Facebook Messenger ไปตั้งแต่เดือนมกราคม (ข่าวเก่า))
นอกจากนี้ ผมเห็นว่าการแตะแล้วแสดงภาพขนาดใหญ่ของรุ่นก่อนหน้าช้ามาก ตอนนี้ได้ถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ดาวน์โหลด Facebook for iOS ได้ที่ App Store
ที่มา - MacRumors
มีรายงานว่า Facebook ทดสอบ Offers เวอร์ชั่นใหม่ โดยมีตัวเลือกให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะเลือกซื้อสินค้าจาก Offers นั้นๆ เลย หรือเลือกให้แจ้งเตือนในภายหลัง (Remind Me) ซึ่งฟีเจอร์นี้น่าจะทำให้ร้านค้าได้ประโยชน์ในกรณีที่ลูกค้าอยากซื้อก็สามารถซื้อได้เลย และผู้ใช้ก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของการสนใจสินค้านั้นแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที ก็จะมีตัวแจ้งเตือนในภายหลังได้
ดูความแตกต่างของ Offers แบบเก่าและใหม่ได้ที่ท้ายข่าว
ที่มา - Inside Facebook











