เมื่อพูดถึง VMware คนส่วนมากมักคิดถึงซอฟต์แวร์ virtualization สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่าง VMware Player/Workstation/Server/Fusion แต่จริงๆ แล้วบริษัท VMware ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมาก โดยเฉพาะงานด้าน virtualization ในองค์กร, การจัดการศูนย์ข้อมูล และการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ
ซอฟต์แวร์สายองค์กรตัวหลักของ VMware คือ vSphere ซึ่งมันถูกเรียกว่า "virtualization engine" ทำหน้าที่บริหารจัดการสถาปัตยกรรมพื้นฐานในการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นซีพียู เนื้อที่เก็บข้อมูล หรือระบบเครือข่าย
วันนี้ VMware ได้ออก vSphere 5 รุ่นใหม่ที่ขยายความสามารถให้รองรับซีพียูเสมือนได้ 32 ตัว, หน่วยความจำสูงสุด 1TB รวมถึงฟีเจอร์ด้าน High Availability ที่ช่วยให้ระบบรันได้ต่อเนื่อง
Citrix Systems เจ้าพ่อซอฟต์แวร์สายบริหารจัดการระบบไอทีองค์กร ประกาศซื้อกิจการบริษัท Cloud.com โดยไม่เปิดเผยมูลค่า (คาดว่า 200-250 ล้านดอลลาร์)
Cloud.com เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ CloudStack สำหรับบริหารจัดการโครงสร้างของกลุ่มเมฆ (Infrastructure as a Service - IaaS) และให้บริการประมวลผลผ่านกลุ่มเมฆ (ลักษณะเดียวกับ Amazon EC2) ให้ลูกค้าอย่าง Zynga และ Tata
การซื้อ Cloud.com จะช่วยให้ Citrix รุกเข้ามาในตลาดเซิร์ฟเวอร์สมัยใหม่ได้มากขึ้น และต่อยอดผลิตภัณฑ์สาย virtualization ที่เคยซื้อ XenSource ตั้งแต่ปี 2007
ที่มา - Citrix, TechCrunch
แม้ว่าเครื่องเมนเฟรมจะเสื่อมความนิยมไปจากตลาดหลักแล้วก็ตาม แต่บริษัทอย่างไอบีเอ็มก็ยังทำรายได้จากเมนเฟรมอย่างเป็นกอบเป็นกำ และวันนี้ไอบีเอ็มก็เปิดตัวเครือง zEnterprise 114 ซึ่งเป็นเมนเฟรมที่มาราคาเริ่มต้น 75,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,200,000 บาทเทียบกับรุ่นปีที่แล้วคือ zEnterprise 196 ที่ราคาเริ่มต้น 100,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 3,000,000 บาท
zEnterprise 114 สามารถรันระบบปฎิบัติการได้ทั้ง zOS, zLinux, หรือ AIX ส่วนตัวเบลดนั้นสามารถสั่งได้ทั้งแบบ POWER7 หรือ x86 ทำให้ zEnterprise 114 เป็นระบบคอมพิวเตอร์ลูกผสมสำหรับลูกค้าที่ต้องการรันแอพลิเคชั่นบนเมนเฟรมคู่ขนานไปกับลินุกซ์ และยังมีแนวโน้มว่าไอบีเอ็มจะประกาศซัพพอร์ตวินโดวส์ภายในปีนี้ ทำให้เมนเฟรมตู้เดียวอาจจะพอสำหรับการรันแอพลิเคชั่นของทั้งองค์กรไปพร้อมๆ กัน
การรับ x86 และลินุกซ์เข้ไปเป็นส่วนหนึ่งของเมนเฟรมอาจจะเป็นทางออกสำหรับองค์กรที่ต้องการอัพเกรดแอพลิเคชั่นออกจากยูนิกซ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทางหนึ่งลูกค้าที่ใช้เซิร์ฟ x86 แต่ต้องการระบบการจัดการรวมที่ดีกว่าอาจจะเลือกซื้อเมนเฟรมไปเพื่อใช้แอพลิเคชั่นลินุกซ์หรือวินโดวส์ก็ได้
ที่มา - InformationWeek
โครงการ General Fund Enterprise Business System (GFEBS) เป็นโครงการใช้ ERP ในกองทัพบกสหรัฐฯ ด้วยงบประมาณโครงการ 2,400 ล้านดอลลาร์ มีผู้ใช้ 80,000 คนและต้องบริหารงบประมาณปีละ 140,000 ล้านดอลลาร์ มาถึงวันนี้โครงการกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะล้มเหลว
เป้าหมายโครงการนั้นตั้งไว้ให้เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2007 และทำงานได้เต็มรูปแบบในธันวาคม 2009 แต่การเริ่มใช้งานเพิ่งเริ่มได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และการทำงานเต็มรูปแบบถูกปรับไปอยู่ปลายปีนี้ ส่วนงบประมาณในการวางระบบครั้งแรกนั้นก็เกินกว่าที่ตั้งไว้ไป 53 ล้านดอลลาร์แล้ว
จากข่าวก่อนหน้านี้ว่า ยาฮูอาจแยกฝ่าย Hadoop ออกเป็นบริษัทใหม่ ก็มีความคืบหน้าออกมาว่ายาฮูจะประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในวันสองวันนี้
ข่าวจาก GigaOm บอกว่าบริษัทใหม่จะใช้ชื่อว่า HortonWorks โดยชื่อ Horton มาจากช้างในนิยายชุด Dr.Suess (ของผู้เขียนเรื่อง How the Grinch Stole Christmas!)
พนักงานของ HortonWorks จะเป็นวิศวกรทีมเล็กที่พัฒนา Hadoop ตามแนวทางของ Apache หลังยาฮูประกาศเลิกทำ Hadoop รุ่นของตัวเอง และหันไปร่วมกับ Apache Hadoop เพียงที่เดียว
ตลาดของ HortonWorks คือการใช้ Hadoop ระดับองค์กร ซึ่งมีคู่แข่งอย่าง Cloudera และ EMC (ทำตลาดในชื่อ Greenplum HD)
ที่มา - GigaOm
สงครามระหว่างออราเคิลและเอชพีนั้นรุนแรงต่อเนื่องกันมานานจนกระทั่งหลายคนคิดไม่ออกว่าสองบริษัทจะกลับไปเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกันได้อย่างไร แต่ระหว่างนี้นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าลูกค้าจำนวนมากจะหันไปใช้ไอบีเอ็มแทน
Roger Kay นักวิเคราะห์จาก Endpoint Technologies Associates, Inc. ระบุว่าระหว่างที่เอชพีและออราเคิลกำลังฟ้องร้องกันนี้ ไอบีเอ็มเองก็กำลังกวาดลูกค้าเข้าหาตัวเองได้จำนวนมากโดยทำเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Migration Factory
ไม่ว่าผลลัพธ์จากการฟ้องร้องนี้จะเป็นอย่างไร ลูกค้าองค์กรที่ชินกับการซัพพอร์ตหลังจากสินค้าหมดอายุไปนับสิบปีคงต้องวิตกกับการประกาศหยุดซัพพอร์ตของออราเคิลที่ประกาศออกมาทั้งที่เอชพีและอินเทลยังคงมีแผนการออกสินค้ารุ่นใหม่อยู่
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิจัย Forrester Research สำรวจส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการที่ใช้ในองค์กรในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (นับจาก เม.ย. 2010-มี.ค. 2011) พบว่า Windows XP ยังครองแชมป์แบบทิ้งห่าง
- ส่วนแบ่งตลาดของวินโดวส์โดยรวมลดลงเล็กน้อย จาก 89.6% ในเดือน เม.ย. 2010 มาเหลือ 87.6% ในเดือน มี.ค. 2011
- ส่วนแบ่งตลาดของแมคเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 9.1% มาเป็น 11% ในช่วงเวลาเท่ากัน
- ส่วนแบ่งตลาดของลินุกซ์เพิ่มขึ้นแบบน้อยมากๆ จาก 1.3% เป็น 1.4%
- Windows 7 เติบโตจาก 9.5% มาเป็น 20.9% แล้ว
- Windows XP เป็นแชมป์ดังเดิม แต่ส่วนแบ่งลดลงจาก 67.5% มาเหลือ 59.9%
- Windows Vista คงหายไปในเร็ววัน จากเดิม 11.3% มาเหลือ 6.2% (เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 14%)
ส่วนเบราว์เซอร์ IE ยังเป็นแชมป์ด้วยส่วนแบ่ง 58.7% ลดลงเล็กน้อยจากเดิม 61.9% ส่วน Firefox ก็ลดลง (17.8% จาก 21.9%) เพราะโดนกินตลาดจาก Chrome (14.1%) และ Safari (8.8%)
ที่มา - ReadWriteWeb
ข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ใช้ตามบ้านเท่าไร แต่ผมคิดว่าน่าสนใจสำหรับตลาดองค์กร โดยเฉพาะองค์กรบางแห่งที่ใช้คอมพิวเตอร์แบบ thin client
ไมโครซอฟท์เคยออกระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นพิเศษสำหรับ thin client มาก่อนแล้วในชื่อ Windows Fundamentals for Legacy PCs (WinFLP) ซึ่งพัฒนาจาก Windows XP SP3 แต่รอบนี้ไมโครซอฟท์กลับมาใหม่กับ Windows Thin PC (WinTPC) แน่นอนว่าใช้ฐานจาก Windows 7
จุดเด่นของ Windows Thin PC ไม่ใช่ส่วนติดต่อผู้ใช้หรือฟีเจอร์แปลกใหม่ แต่เป็นความปลอดภัยและการบริหารจัดการจากระยะไกล ตัวอย่างเช่น WinTPC สามารถล็อคปุ่มลัดบางปุ่มของวินโดวส์ (เช่น Ctrl+Alt+Del) ได้ ส่วนด้านความปลอดภัยก็จะรองรับ Forefront Endpoint Protection ของไมโครซอฟท์ในไตรมาสที่สามของปี
ข่าวนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่ตามเรื่อง cloud computing ครับ เพราะเป็นบริการกลุ่มเมฆที่ไม่ได้ทำโดยบริษัทไอทีโดยตรง และมีฐานลูกค้าเฉพาะของตัวเอง
บริษัท NYSE Technologies ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์ NYSE Euronext (บริหารตลาดหุ้นนิวยอร์กและอีกหลายแห่งในยุโรป) ประกาศเปิดตัวบริการประมวลผลบนกลุ่มเมฆสำหรับตลาดการเงินและตลาดทุนโดยเฉพาะ ใช้ชื่อว่า Capital Markets Community Platform
บริษัทค้าหุ้น ค้าหลักทรัพย์ ที่ต้องการสร้างโซลูชันไอทีของตัวเองแต่ไม่อยากลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที สามารถ "เช่าใช้" บริการของ Capital Markets Community Platform ได้โดยคิดราคาเป็นจำนวนซีพียูต่อชั่วโมง (เหมือนกับ EC2)
ยักษ์สีฟ้า IBM ประกาศบุกตลาดการประมวลผลข้อมูลที่มีรูปแบบไม่คงตัว (unstructured data) และมีจำนวนมหาศาล ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า "Big Data" ตัวอย่างข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ ข้อความทวีต, ข้อมูลการคลิก, รูปภาพ, วิดีโอ, พิกัด GPS, ข้อมูลจากเซ็นเซอร์, ข้อมูลการเคลื่อนไหวของหุ้น ฯลฯ
IBM ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ตระกูล InfoSphere สำหรับงานประมวลผลลักษณะนี้ 2 ตัว ได้แก่
- InfoSphere BigInsights สำหรับประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ ตัวเทคโนโลยีพัฒนามาจาก Apache Hadoop โดยทีม IBM Research และนำเทคนิคบางส่วนจากคอมพิวเตอร์ Watson เช่น การประมวลผลข้อความ มาใช้ด้วย
- InfoSphere Streams สำหรับประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์ เช่น ทวิตเตอร์ หรือพิกัด GPS
นอกจาก Chromebook แล้ว กูเกิลยังโชว์ Chrome OS รุ่นปรับปรุงใหม่ที่แก้ปัญหาจากรุ่นที่ใช้ใน Cr-48 และเปิดเผยแผนธุรกิจของ Chrome OS/Chromebook ที่จับตลาดพีซีองค์กรโดยตรง
Chrome OS ปรับปรุงใหม่
โดยรวม Chrome OS ยังหน้าตาเหมือนเดิมทุกประการ แต่แก้ปัญหาเรื่องการจัดการไฟล์ โดยเพิ่ม file manager ขึ้นมาเป็นแท็บใหม่อีกอันหนึ่ง (สมมติว่าเราเสียบ SD หรือ thumbdrive จะเปิดแท็บ file manager ให้อัตโนมัติ)
ระบบอีเมลองค์กรถูกครอบครองตลาดโดย Microsoft Exchange มายาวนาน แต่ช่วงหลังก็เริ่มโดนรุกตลาดจากระบบเมลบนกลุ่มเมฆ โดยเฉพาะคู่กัดสำคัญ Google Apps (จริงๆ ก็มียี่ห้ออื่นอีกมากแต่คงไม่สำคัญเท่า)
Google Apps รุกตลาดอีเมลองค์กรด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า คือคิดเป็นราคาต่อหัว ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่า Exchange Server ก่อนแบบของไมโครซอฟท์ ทำให้มีลูกค้าองค์กรย้ายไปใช้ Google Apps แทน Exchange จำนวนไม่น้อย
วันนี้ไมโครซอฟท์ออกมาโต้กลับ Google Apps แล้ว โดยใช้แคมเปญว่า "The Hidden Google Tax" หรือค่าใช้จ่ายแฝงที่มากับผลิตภัณฑ์ของกูเกิล
Hadoop เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (distributed computing) ที่ยาฮูสร้างขึ้นเพื่อต่อกรกับ MapReduce ของกูเกิล (โดยสร้างจากเปเปอร์วิชาการของกูเกิล เพราะกูเกิลไม่ได้เปิดซอร์ส MapReduce)
ปัจจุบัน Hadoop เป็นโครงการโอเพนซอร์สใต้ Apache Foundation และมีองค์กรขนาดใหญ่นำไปใช้มากมาย เช่น Amazon, eBay, Facebook, Apple, HP, IBM (จริงๆ ก็เกือบทุกรายที่ไม่ใช่กูเกิลกับไมโครซอฟท์) แต่กำลังนักพัฒนาหลักก็ยังอยู่ที่ยาฮู
และถึงแม้ยาฮูจะประสบอุปสรรคกับธุรกิจเว็บอยู่บ้าง แต่ในสายของ cloud computing นั้น Hadoop ไปได้สวยมาก จึงมีข่าวออกมาว่ายาฮูอาจแยกทีม Hadoop ออกเป็นบริษัทใหม่เพื่อทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ
Michael Dell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Dell ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ถึงมุมมองของเขาต่อตลาดแท็บเล็ต และที่ยืนของบริษัท Dell ในอุตสาหกรรมไอที
Michael Dell ยอมรับว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของแท็บเล็ต แม้มันจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการไอทีก็ตาม เขามองว่าผู้ใช้กลุ่มธุรกิจจะไม่ทิ้งพีซีหรือสมาร์ทโฟนเพื่อหันมาใช้แท็บเล็ต ทำให้เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ที่ตลาดรวมเติบโต ไม่ได้แข่งกันเองจนผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งมียอดขายลดลง
Michael Dell บอกว่าแท็บเล็ต Android จะแซง iPad ในที่สุด แม้ระยะเวลาจะไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อ 18 เดือนก่อน ก็ไม่มีใครเชื่อว่ามือถือ Android จะขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของตลาดได้เช่นกัน
กูเกิลเปิดตัว Google Earth Builder สำหรับการเก็บและประมวลผลข้อมูลพิกัด (spatial data) เปิดให้องค์กรสามารถอัพโหลดข้อมูลเข้าไปยังกูเกิลและประมวลผลในระบบของกูเกิลได้
ระบบฐานข้อมูลพิกัดเป็นอีกตลาดของตลาดระดับองค์กรที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากการประมวลผลพิกัดนั้นต้องใช้ระบบฐานข้อมูลพิเศษ เช่น Oracle Spatial การที่กูเกิลลงมายังตลาดนี้ก็เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจนัก โดยก่อนหน้านี้บริการเช่น Google Maps นั้นก็เปิดให้บริการกับลูกค้าองค์กรอยู่ก่อนแล้ว แต่ลูกค้าต้องประมวลผลข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ตัวเองแล้วเอาไปวางซ้อนกับแผนที่ของกูเกิลเท่านั้น แต่ด้วย Google Earth Builder ข้อมูลทุกอย่างสามารถประมวลผลที่กูเกิลเองได้เลย
วิดีโอแนะนำอยู่ท้ายข่าว
ที่มา - Google Enterprise
หลังจากสาธิตพลังประมวลผลของ POWER7™ ไปในการแข่งเกมโชว์ Jeopardy! ตอนนี้ก็ถึงเวลาขายของ เมื่อไอบีเอ็มประกาศอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ ตั้งแต่ตระกูล BladeCenter, Power Express, และ Power
ชิป POWER ที่เปิดตัวมาพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์มีตั้งแต่ 2.4GHz ไปจนถึง 4.0GHz สูงสุด 8 คอร์ต่อซ๊อกเก็ต โดยแต่ละซ๊อกเก็ตจะรองรับหน่วยความจำได้ 64GB
ในสภาพที่ตลาดระดับบนกำลังเปลี่ยนไปใช้ซีพียูตระกูล x86 มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ POWER7 จะถูกนำไปเทียบกับ Xeon E7 ที่เพิ่งเปิดตัวไป ในแง่ของราคาแล้ว E7 นั้นมีราคาเพียง 1 ใน 5 และรองรับแรมได้ถึง 512GB ต่อซ๊อกเก็ต แต่ POWER7 ก็ยังมีความได้เปรียบในแง่ของการประมวลผลตัวเลขทศนิยมและการส่งข้อมูลเข้าออกหน่วยความจำได้เร็วกว่า
เรื่องน่าสนใจคือไอบีเอ็มนั้นขายเซิร์ฟเวอร์ x86 ในตระกูล System x ไปพร้อมๆ กันดังนั้นไม่ว่าเราจะต้องการการประมวลผลเลขทศนิยมจำนวนมากๆ หรือใช้แรมจำนวนมากๆ ไอบีเอ็มก็ของขายได้อยู่ดี โดยเฉพาะรุ่นพิเศษเช่น eX5 นั้นไอบีเอ็มมีส่วนขยายแรมเพิ่มเติมผ่าน QPI ทำให้เซิร์ฟเวอร์สามารถรับแรมได้สูงสุด 3TB ต่อเครื่องเพิ่มจากสเปคมาตรฐานของอินเทลเอง
ว่าแต่ถ้าใครลง POWER ตู้ใหญ่ๆ หรือ iDataPlex ตัวเต็มๆ ว่างๆ ถ่ายรูปมาแชร์หรือรีวิวให้ดูกันบ้างก็ดีนะครับ
ที่มา - HPC Wire
สถาปัตยกรรม Sandy Bridge นั้นเปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี และอินเทลค่อยๆ อัพเกรดซีพียูจากเดสก์ทอปไปยังเซิร์ฟเวอร์รุ่นเล็กไปก่อนแล้ว และวันนี้ก็ถึงรอบของเซิร์ฟเวอร์ตระกูลสูงสุดคือ Xeon E7 โดยแบ่งเป็นสามรุ่นย่อยคือ 8800, 4800, และ 2800
ชิปตระกูล E7 นั้นจะรองรับซีพียูต่อเมนบอร์ดตามรุ่นคือ 2, 4, และ 8 ซีพียูต่อเมนบอร์ดตามเลขรุ่น อย่างไรก็ดีมีความเป็นไปได้ที่จะขยายให้รองรับได้สูงสุด 256 ซีพียูต่อเมนบอร์ด ตัวซีพียูจะเริ่มต้นที่ 6 คอร์ต่อซ๊อกเก็ตและสูงสุด 10 คอร์ มีแคชตั้งแต่ 16 ถึง 30 เมกกะไบต์
E7 รองรับแรม 16 สล็อตต่อซีพียูและแรมขนาด 32 กิกะไบต์ต่อสล็อต
อินเทลวางตลาด E7 ไว้เพื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการความเสถียรสูงๆ ซึ่งตลาดนี้มักครองอยู่ด้วยเซิร์ฟเวอร์ยูนิกส์ที่ใช้ชิป RISC ซึ่งตลาดนี้แต่เดิมอินเทลเคยพยายามขาย Itanium ให้แต่ในช่วงหลัง Itanium ก็พัฒนาช้าลงมาก
วิดีโอเปิดตัวอยู่ท้ายข่าว
ที่มา - Intel
หลังจากออราเคิลเข้าซื้อซัน สิ่งที่ได้มาด้วยคือชิป RISC สำหรับเซิร์ฟเวอร์ราคาแพงอย่าง SPARC และ UNIX ก็ถึงเวลาลาจากชิป RISC จากอินเทลคือ Itanium กันไป โดยออราเคิลได้ประกาศว่าจะซัพพอร์ตเฉพาะรุ่นปัจจุบันต่อเนื่องไปจนจบนโยบายการซัพพอร์ตของออราเคิล โดยออราเคิลแนะนำให้ลูกค้าย้ายไปใช้ซีพียู X86-64 หรือ SPARC
การซัพพอร์ตแบ่งเป็นสามระดับ
- Oracle Premier Support รองรับต่อไปอีก 5 ปีนับจากวันที่เริ่มวางตลาดซอฟต์แวร์
- Oracle Extended Support รองรับต่อจาก Premier Support ต่อไปอีกสามปีโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- Oracle Sustaining Support ให้บริการต่อไปเรื่อยๆ
กระแสเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก (microserver) ยังคงเป็นกระแสที่เริ่มได้รับความสนใจจากแบรนด์หลักอย่าง Dell เมื่อมีการเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ตระกูล Dell PowerEdge C ที่สามารถรองรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กได้ 12 เครื่องในตัวถังขนาด 3U
เครื่องที่เปิดตัวมาชุดแรกมีสองรุ่นคือ C5125 ที่ใช้ซีพียู AMD และ C5220 ที่ใช้ซีพียูอินเทล โดยเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวจะรองรับ UDIMMS 4 ช่อง, ฮาร์ดดิสก์แบบ 3.5" 2 ลูกหรือ 2.5" 4 ลูก, และพอร์ตแลนกิกะบิต 2 พอร์ต, พร้อมกับระบบจัดการเครีื่องแบบ IPMI และ iKVM
ตระกูล C5000 เป็นรุ่นที่สามของ PowerEdge C โดยแนวคิดคือการสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับซีพียูซ๊อกเก็ตเดียวและบีบขนาดให้เล็กที่สุด แล้วออกแบบตัวถังให้แชร์ระบบระบายความร้อนและระบบจ่ายพลังงานร่วมกัน
ราคายังไม่แจ้ง แต่รุ่น C5125 จะวางตลาดเดือนหน้า ส่วนรุ่น C5220 จะต้องรอเดือนพฤษภาคม ส่วนภาพดูได้ท้ายข่าว
ที่มา - Dell Community, Dell
กระแสตอบรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กมาก (micro server) นั้นเกิดขึ้นมากในต่างประเทศโดยเฉพาะจีน จนโดยตอนนี้ตลาดหลักมักใช้ชิป Atom ทั้งที่ตัวมันเองไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์ จนกระทั่ง ARM เตรียมวางตลาดชิป ARM สำหรับเซิร์ฟเวอร์เข้ามาชิงส่วนแบ่ง ล่าสุดอินเทลเองก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอินเทลจะลงมายังตลาดนี้ด้วย
Boyd Davis ผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบุว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการชิปพลังงานต่ำมากนั้นเป็นตลาดเฉพาะทางที่มีขนาดใหญ่ถึง 10% ของตลาดรวม และอินเทลจะส่งชิปทั้ง Xeon และ Atom เข้ามาเติมช่องว่างในส่วนนี้





