จุดอ่อนอันยิ่งใหญ่ของ JavaScript นั้นเป็นผลพวงจากการที่ตัวภาษาถูกออกแบบมาไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการใช้ scope แบบ functional (คล้ายภาษา LISP) แต่กลับเขียนไวยากรณ์ในแบบ procedural (คล้ายภาษา C) ซ้ำยังอนุญาตให้เลือกว่าจะใส่ semicolon (;) ท้ายประโยคหรือไม่ก็ได้ ไปจนถึงชื่อของภาษาที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่ามันคือ Java ขนาดย่อมๆ เสียอีก นี่ทำให้การพัฒนาโปรแกรมที่ดีบน JavaScript ยุ่งยากมากสำหรับมือใหม่
แต่เนื่องจาก JavaScript ถูกใช้อย่างล้นหลาม การจะประกาศเลิกใช้ฟังก์ชันหรือไวยากรณ์ที่เป็นจุดอ่อนจึงเป็นไปได้ยากมาก ทางออกที่มีประสิทธิภาพกว่าคือการสร้างภาษาขึ้นมาใหม่หมด ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าภาษาใหม่นี้ต้องแปลงกลับไปเป็น JavaScript ได้ (เพื่อรับประกันว่า อย่างน้อยมันก็จะสามารถทำงานได้บนทุก browser ในปัจจุบัน)
ความพยายามที่ผ่านมาก็ได้แก่ CoffeeScript โดย Jeremy Ashkenas, Dart โดย Google และตอนนี้ Microsoft ก็ขอลงแข่งขันในสมรภูมินี้ด้วย TypeScript ครับ
ออราเคิลเปิดตัว NetBeans 7.3 Beta ที่งาน JavaOne 2012 ของใหม่ในรุ่นนี้ได้แก่
- ตัวแก้ไข HTML5, CSS3, JavaScript
- เชื่อมกับ Google Chrome ในการพรีวิวเว็บเพจ และฝังเอนจิน WebKit สำหรับพรีวิวภายในโปรแกรม
- ปรับปรุงคลิปบอร์ดและ refactoring ในส่วนของ Java Editor
- รองรับ JDK 7u7, JavaFX 2.2.1, JavaME SDK 3.2
นักพัฒนาเว็บหรือเจ้าของเว็บคงทราบกันดีว่าในยุคสมัยนี้ เราเลี่ยงไม่ได้กับการฝังโค้ดจาวาสคริปต์จากบริษัทไอทีต่างๆ ลงในเว็บของเราเพื่อใช้งานบริการบางอย่าง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Google Analytics (Blognone ก็ใช้อยู่) หรือ Google AdSense เป็นต้น (ภาษาเว็บมาสเตอร์เค้าเรียก "tag")
ปัญหาของโค้ด tag คือทำให้เว็บโหลดช้าลง และอาจมีปัญหากับการแสดงผลของเว็บเพจด้วย (โดยเฉพาะเว็บที่ฝัง tag มาเยอะๆ) กูเกิลที่บ้าความเร็วเป็นทุนเลยตั้งเป้าแก้ปัญหานี้ พัฒนา Google Tag Manager ขึ้นมาช่วยเหลือเว็บมาสเตอร์ทั้งหลาย
อธิบายง่ายๆ Google Tag Manager คือโค้ด iframe สั้นๆ เอาไว้ฝังบนเว็บเราเพียงชุดเดียว จากนั้นเราสามารถบริหารจัดการ tag ต่างๆ ผ่าน Google Tag Manager ได้อีกทอดหนึ่ง กูเกิลจะจัดการฝังโค้ดที่จำเป็นให้เราเองโดยอัตโนมัติ (ถ้าเป็น tag ของกูเกิลเองก็ยิ่งง่าย แต่ก็เลือกใส่ tag เพิ่มเองได้ตามชอบ) ที่เหลือดูในวิดีโอละกันนะครับ
ที่มา - Google Analytics Blog
โมโตโรลาประกาศเปิดซอร์สเครื่องมือพัฒนาสำหรับ Android ของตัวเองชื่อ Motodev Studio for Android เป็นบางส่วน แล้วนำโค้ดส่วนนี้ส่งเข้าโครงการ Android Open Source Project (AOSP) แล้ว
MOTODEV Studio เป็นเครื่องมือพัฒนาที่ใช้คู่กับ Android SDK ช่วยเสริมการทำงานเรื่องการแปลภาษา การทำงานกับ SQLite และการนำ code snippet ไปใช้ซ้ำ ตัวมันเองพัฒนาต่อยอดจาก Eclipse อีกทีหนึ่ง
โมโตโรลาระบุว่าเปิดซอร์สส่วน Core Plugins ของ MOTODEV Studio ออกมา แต่ไม่บอกรายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง ผู้สนใจเข้าไปดูโค้ดได้ที่ Android Git แล้วนำโค้ดมาคอมไพล์เป็นปลั๊กอิน ใช้กับ Eclipse รุ่นมาตรฐานได้เลย
ที่มา - Motorola via Android Central
ตามปรกติของรอบ release ที่ผ่านๆ มา Python 2.x และ 3.x เวอร์ชันใหม่จะถูกปล่อยในเวลาใกล้เคียงกัน แต่สำหรับรอบนี้จะไม่มีเวอร์ชันใหม่สำหรับ Python 2 อีกแล้ว (อ้างอิง: PEP 404)
ส่วน Python 3.3.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ของสาย 3.x ก็มีลูกเล่นเพิ่มเติมดังนี้
- สามารถเขียน
yield fromสำหรับสร้าง generator จาก generator ได้แล้ว - กลับมาเขียน
u'text'สำหรับสร้าง string ได้อีกครั้ง (ไม่แตกต่างจากการสร้าง string ธรรมดา) - ไม่จำเป็นต้องเขียนไฟล์
__init__.pyสำหรับไดเรกทอรีของโมดูลแล้ว - ปรับปรุงโมดูล
decimalด้วย library ในภาษา C ทำให้สามารถรีดความเร็วจากเดิมได้มากถึง 80 เท่า - ปรับปรุงโครงสร้าง exception ของ I/O
- เพิ่มโมดูล
faulthandlerสำหรับการ debug ในระดับล่าง - เพิ่มโมดูล
ipaddressสำหรับสร้าง object ของ IP (รองรับทั้ง v4 และ v6) - เพิ่มโมดูล
lzmaสำหรับการบีบอัดข้อมูลด้วยอัลกอริทึม XZ / LZMA - เพิ่มโมดูล
venvสำหรับสร้าง virtual environment - เพิ่มโมดูล
unittest.mockสำหรับสร้าง mock up สำหรับโค้ดส่วนที่ยังไม่เสร็จ แต่ต้องการ test ก่อน
ที่มา: Python.org
หลังจากที่ Adobe ถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีกมานานว่า ไม่ใช้ Flash แล้วจะทำอย่างไรต่อ วันนี้ Adobe มีคำตอบกับชาวโลกแล้วว่าเราจะใช้ HTML5 ผ่านเครื่องมือพัฒนาเว็บและแอพชุดใหม่ Adobe Edge
Adobe Edge ประกอบด้วยเครื่องมือในชุดจำนวน 7 ตัวดังนี้
- Edge Animate สำหรับงานแอนิเมชันบนเว็บด้วย HTML/JavaScript/CSS
- Edge Inspect เครื่องมือช่วยนักพัฒนาและนักออกแบบเว็บ รีวิวและตรวจแก้ HTML บนอุปกรณ์พกพา
- Edge Code เป็นโปรแกรมสำหรับเขียนโค้ด HTML/JavaScript/CSS โดยพัฒนาต่อจากโครงการโอเพนซอร์ส Brackets ที่ Adobe สปอนเซอร์อยู่
- Edge Reflow สำหรับงานออกแบบเว็บแนว responsive ตัวนี้จะออกช่วงปลายปี ช้ากว่าตัวอื่นๆ
- Edge Web Fonts บริการช่วยเลือกฟอนต์โอเพนซอร์สสำหรับเว็บและแอพ
- Typekit บริการช่วยเลือกฟอนต์แบบไม่ฟรีสำหรับเว็บและแอพ
- PhoneGap Build บริการช่วยสร้างแอพมือถือด้วย HTML/JavaScript/CSS โดยพัฒนาจาก PhoneGap
การจ่ายเงินด้วยอุปกรณ์พกพาเริ่มใกล้ความจริงเรื่อยๆ ที่ผ่านมาเราเห็นข่าวบริษัทที่ทำระบบจ่ายเงินลงมาลุยตลาดนี้กันอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง MasterCard ก็ออกมาเปิดแพลตฟอร์ม PayPass ของตัวเอง (ข่าวเก่า MasterCard ประกาศรับรองมือถือชุดแรกที่ใช้ระบบจ่ายเงินด้วย PayPass NFC ) ให้นักพัฒนาแอพมือถือสามารถเชื่อมกับระบบนี้ได้
สิ่งที่ MasterCard ทำคือออกชุดพัฒนา Mobile MasterCard PayPass User Interface Software Development Kit (ไม่รู้ชื่อจะยาวไปไหน) บนแพลตฟอร์ม Android และ BlackBerry OS 7 ให้นักพัฒนาบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ (และมือถือมี NFC) ทำระบบจ่ายเงินด้วย MasterCard ได้
ตอนนี้ MasterCard ระบุว่ามือถือที่ผ่านการรับรอง Mobile PayPass มีมากกว่า 70 รุ่นแล้ว ซึ่งในที่นี้รวมมือถือดังๆ อย่าง Galaxy S3, HTC One X, Sony Xperia S, BlackBerry Bold 9900 ด้วย
รายละเอียดของตัว SDK ดูได้จาก MasterCard Mobile PayPass
ที่มา - MasterCard
Dropbox ประกาศเลิกพัฒนาโค้ดใน JavaScript แล้วเขียนใหม่ทั้งหมดเป็น CoffeeScript แทน พบว่าโค้ดลดลงจาก 23,437 บรรทัด เหลือ 18,417 บรรทัด แต่จำนวน token ลดลงไม่มากนัก จาก 75,334 เหลือ 66,058
ปัญหาความยากในการพัฒนาโค้ดเป็น JavaScript เป็นสิ่งที่หลายคนรับรู้ เช่น กูเกิลเองที่พยายามผลักดันภาษา Dart มาก่อนหน้านี้ แต่ความพยายามก่อน Dart คือ CoffeeScript นั้นทำงานร่วมกับ JavaScript ได้เต็มร้อยกว่า ส่วน Dart นั้นต้องการเอนจินเฉพาะเพื่อให้ทำงานได้สมบูรณ์
ปัญหาสองอย่างที่ทีมงาน Dropbox กังวลคือกระบวนการในการพัฒนาจะยุ่งยากขึ้น เพราะต้องคอมไพล์โค้ดก่อนทดสอบบนเบราว์เซอร์ กับการดีบั๊ก การคอมไพล์โค้ดนั้น บนเซิร์ฟเวอร์ทดสอบของ Dropbox คอนฟิกให้คอมไพล์โค้ดทันทีที่หน้าเว็บที่ถูกเรียกนั้นมีความเกี่ยวข้องกับไฟล์ coffee ไฟล์ที่ใหม่กว่าไฟล์ js ที่คอมไพล์มาแล้ว และการดีบั๊กนั้นก็พบว่าไม่ได้ลำบากอะไร โดยกระบวนการพัฒนากินเวลาสัปดาห์เดียวเท่านั้น
ที่มา - Dropbox
เว็บถามตอบปัญหาสำหรับโปรแกรมเมอร์อย่าง Stack Overflow ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่เริ่มก่อตั้ง ตอนนี้มันได้รับความยอมรับจากกูเกิลเป็นทางการครั้งแรก เมื่อทีม YouTube API ประกาศซัพพอร์ตปัญหาอย่างเป็นทางการบน Stack Overflow เท่านั้น จากที่ก่อนหน้านี้ทีมงานจะตอบปัญหาบน Google Groups อย่างเดียว
ช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้ทีมงานจะตอบปัญหาทั้งสองที่ไปก่อน จนกระทั่งวันที่ 15 ตุลาคมนี้ทีมงานจะตอบปัญหาบน Stack Overflow อย่างเดียว และ Google Groups จะเข้าโหมดเก็บข้อมูลอย่างเดียว เอาไว้อ้างอิงเท่านั้น
นอกจาก Stack Overflow แล้ว อีกช่องทางที่จะติดต่อทีมงาน YouTube API ได้คือ +YouTubeDev ตามแนวทางโดยรวมของบริษัท
ที่มา - YouTube API Blog
หลังจากที่โครงการ Google Apps Developer Challenge 2012 ได้เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา ในวันนี้ทางโครงการก็ได้ประกาศผู้ที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแล้ว โดยการประกาศผลจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทการแข่งขัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็นตามภูมิภาคดังนี้
- อินเดีย
- อเมริกาใต้
- ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- แอฟริกาแถบทางใต้ของทะเลทรายสะฮารา (Sub-Saharan Africa)
- สหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศที่เหลืออื่น ๆ
และผู้ที่ผ่านเข้ารอบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีประเทศไทยเราด้วย คือ Riverpark Leaf ซึ่งเป็นระบบการลางานผ่านเว็บ และรอบสุดท้ายจะประกาศผลผู้ชนะเลิศทั้งหมด 18 ทีม จาก 3 ประเภทใน 6 ภูมิภาค วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
จากที่ไมโครซอฟท์สัญญาเอาไว้ว่า Windows Phone 8 SDK Preview เปิดตัว 12 กันยายนนี้ วันนี้มันมาแล้วครับ
ชื่อเต็มๆ ของโครงการทดสอบคือ Windows Phone SDK 8.0 Developer Preview จำเป็นต้องใช้บัญชี Developer ID และ Application Product ID นอกจากนี้ยังต้องระบุชื่อของ Phone Champ หรือผู้นำทีมพัฒนา WP ในท้องถิ่นของเรา (ผมไม่ชัวร์ว่าเมืองไทยมีระบบนี้หรือเปล่า?)
ไมโครซอฟท์จะเปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการทดสอบถึงวันที่ 17 กันยายนนี้ ถ้าผ่านการคัดเลือกก็จะได้ลิงก์สำหรับโหลด SDK เวอร์ชันพรีวิว
ไมโครซอฟท์ให้เหตุผลว่ายังไม่แจก SDK แก่คนทั่วไปในตอนนี้ เพราะยังประกาศฟีเจอร์ใหม่ของ WP8 ไม่หมด ซึ่งใน SDK รุ่นพรีวิวมีฟีเจอร์เหล่านี้ เป้าหมายของไมโครซอฟท์ตอนนี้คืออยากให้นักพัฒนาคุ้นกับ WP8 มากกว่า ส่วนเรื่องฟีเจอร์จะประกาศในภายหลังเพื่อความตื่นเต้นของลูกค้า
ส่วนวันเปิดตัว Windows Phone 8 ไมโครซอฟท์ยังพูดคำเดิมว่า "ปีนี้"
ที่มา - Windows Phone Developer Blog
Visual Studio 2012 และ .NET 4.5 เข้าสถานะ RTM ไปเมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้ไมโครซอฟท์จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (ตามคิวคือถัดจาก Windows Server 2012 แต่ก่อน Windows 8 ในเดือนตุลาคม)
ฟีเจอร์สำคัญของ VS2012 คือ หน้าตาโฉมใหม่ (ที่ถูกวิจารณ์ว่าสีมันเทาๆ ไปหมด ดูยาก), รองรับการพัฒนาบน Windows 8 และ Windows Phone 8 เต็มตัว, ปรับปรุงการทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ของไมโครซอฟท์ ทั้ง Windows Azure/Office 2013/SharePoint 2013, รองรับการทำงานของ LightSwitch สำหรับสร้างแอพภาคธุรกิจ เป็นต้น
ข้อมูลอย่างละเอียดของ VS2012 อ่านได้จากเว็บ Visual Studio Launch
ช่วงนี้เราเห็นมือถือ WP8 เริ่มเปิดตัวกันแล้วหลายรุ่นหลายยี่ห้อ แต่ที่ยังเงียบๆ อยู่มากกลับเป็นตัวระบบปฏิบัติการเอง ที่ไมโครซอฟท์แถลงข่าวเปิดตัวหนึ่งครั้งเมื่อเดือนมิถุนายนแล้วหายเงียบไปเลย
สำหรับตัว SDK ที่จะแจกให้นักพัฒนาเตรียมแอพล่วงหน้าก่อนวางขายสินค้าจริง ไมโครซอฟท์ก็เตรียมแจกรุ่นพรีวิวในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยจำกัดเฉพาะนักพัฒนาที่เคยมีแอพอยู่บน Marketplace เท่านั้น
ประเด็นหลังสุดนี้ทำให้นักพัฒนาแอพสาย WP ไม่พอใจกันมาก โดยเว็บไซต์ InfoWorld รวบรวมความเห็นของนักพัฒนากลุ่มนี้ นักพัฒนาบางคนซุ่มทำแอพรอและกะเปิดตัวพร้อม WP8 ทำให้แอพยังไม่ได้ขึ้น Marketplace แต่เมื่อเจอนโยบายนี้ของไมโครซอฟท์ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึง WP8 SDK ได้ตามที่หวัง นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่า WP8 SDK รุ่นจริงจะออกพร้อม WP8 ตัวจริง ก็ย่อมทำให้นักพัฒนาไม่มีเวลาเตรียมแอพพร้อมการเปิดตัวเช่นกัน
เหตุการณ์นี้มีความเป็นไปได้สูงว่าไมโครซอฟท์ทำ WP8 ไม่ทัน และน่าจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์-นักพัฒนาไม่น้อย
ที่มา - InfoWorld
กระแส Windows Phone 8 กำลังมาแรงหลังโนเกียเปิดตัว Lumia รุ่นใหม่ ฝั่งไมโครซอฟท์ก็ออกมาประกาศแล้วว่า Windows Phone 8 SDK Preview (รุ่นเกือบเสร็จสมบูรณ์เมื่อเทียบกับรุ่นที่จะออกจริง) จะเปิดตัววันพุธหน้า 12 กันยายนนี้
ไมโครซอฟท์ระบุว่านักพัฒนาและพาร์ทเนอร์บางรายได้ Windows Phone 8 SDK รุ่นก่อนหน้านี้ไปทดสอบกันสักระยะแล้ว ส่วนรุ่น Preview นี้จะเปิดให้นักพัฒนา Windows Phone เดิมที่เคยมีแอพอยู่ใน Marketplace แล้วสามารถสมัครเข้าร่วมทดสอบได้
ส่วน Windows Phone 8 SDK รุ่นเต็มที่เปิดให้ดาวน์โหลดทั่วไป จะออกพร้อมกับ Windows Phone 8 รุ่นจริงที่เปิดตัวภายในปีนี้ (ยังไม่บอกช่วงเวลาที่แน่ชัด) ก็หวังว่าจะไม่ต้องรอกันนานเกินไปให้ความฝันของคนรอใช้ Lumia ต้องค้างเติ่งนะครับ
ที่มา - The Windows Phone Developer Blog
เราเห็นชุดพัฒนา Kinect for Windows กันมาสักระยะหนึ่งแล้ว (รุ่นล่าสุดคือ Kinect for Windows 1.5
ล่าสุดไมโครซอฟท์ออกมาประกาศว่าจะอัพเกรด Kinect SDK for Windows อีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ ตามรอบการออกซอฟต์แวร์ใหม่ของไมโครซอฟท์ที่มี Windows 8, .NET 4.5 และ Visual Studio 2012
ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นข่าวลือว่า ASUS กำลังพัฒนาโน้ตบุ๊กติด Kinect อยู่ การมาถึงของชุดพัฒนานี้น่าจะช่วยให้ข่าวนี้มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นอีกหน่อย
ในโอกาสเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังประกาศเพิ่มประเทศที่วางขายฮาร์ดแวร์ Kinect for Windows อีก 7 ประเทศ ซึ่งยังไม่มีประเทศไทยอยู่ดีครับ (ใกล้สุดแถวนี้คือจีนและสิงคโปร์)
ที่มา - Kinect for Windows Blog
หลังจากโนเกียขาย Qt ออกไป คำถามสำคัญคือการพัฒนาของ Qt จะเป็นอย่างไรต่อ และหลายคนกลัวว่าโครงการจะถูกแขวนไปในที่สุด แต่ช่วงนี้เราก็เห็นพัฒนาการของโครงการหลายอย่างทั้งการพัฒนา Qt สำหรับแอนดรอยด์ และตอนนี้ Qt 5 Beta ก็เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว รวมใช้เวลาพัฒนาทั้งหมด 15 เดือน
การพัฒนามีทั้งการยกเครื่องแกนกลางใหม่, ย้ายฟังก์ชั่นบางส่วนเข้าไปยังแกนกลางของโครงการ, และการเพิ่มโมดูลภายนอก โดยอีกส่วนของประสิทธิภาพนั้นได้รับการพัฒนาไปมากจากการใช้ GPU เข้ามาช่วยประมวลผล ตัวอย่างการใช้งานคือ Raspberry Pi นั้นสามารถวาดหน้าจอได้ที่เฟรมเรตถึง 60fps
Qt ได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนค่อนข้างดี เช่น Ubuntu ที่เตรียมใช้ Qt พัฒนาเครื่องมือพื้นฐาน จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าโนเกียยังพัฒนา MeeGo โดยค่อยๆ โอนงานสู่ชุมชนก็น่าจะได้รับความนิยมอยู่มาก
ที่มา - Qt
Necessitas เป็นโครงการพอร์ต Qt+QML มายังแอนดรอยด์ โดยนักพัฒนานอกโนเกียมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ ตอนนี้มันกลับมาออกเวอร์ชันใหม่อีกครั้งพร้อมการอัพเกรดหลายอย่างเป็นเวอร์ชัน alpha 4 พร้อมกับยืนยันว่าแม้ Qt จะไปอยู่ในมือของ Digia แล้วก็ตามแต่ชุมชนภายนอกยังคงสามารถพัฒนาต่อไปได้ เพราะสัญญาอนุญาตของ KDE ระบุว่าหากผู้ถือสิทธิ์ Qt หยุดปล่อยโค้ดในรูปแบบ LGPL และ GPL แล้ว ทาง KDE Foundation มีสิทธิ์จะปล่อยโค้ดเป็นสัญญาอนุญาตแบบ BSD แทน
การอัพเดตส่วนมากเป็นการอัพเดตไล่ตาม Qt ตามรอบการพัฒนาโดยตอนนี้มาใช้ Qt 4.8.2 และรองรับฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Bluetooth ส่วนในแง่ชุมชน โค้ดและบั๊กถูกย้ายมายังเว็บของ KDE แล้ว
ทีมงานระบุว่า Necessitas ยังไม่พร้อมสำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นจริงจัง โดยขอให้นักพัฒนาอย่าเพิ่งใช้ Necessitas พัฒนาแอพพลิเคชั่นลง Google Play โดยระบบจะเริ่มนิ่งหลังจากออก beta 1 ไปแล้ว
ที่มา - Google Group, KDE
Daniel Danker ผู้จัดการฝ่ายผังรายการและการดูย้อนหลังของ BBC ได้ตอบคำถามของ Paul A. ที่สอบถามไปยัง BBC ถึงการยกเลิกแผนการนำแอพ BBC iPlayer และบริการสตรีมมิ่งอื่น ๆ สู่ Windows Phone โดยทาง BBC ได้ให้เหตุผลไว้ดังนี้
1. BBC สามารถสร้างแอพ iPlayer บน Windows Phone ได้ แต่การพัฒนาแอพบน Windows Phone กลับไม่เหมือนใน iOS และ Android ที่โครงสร้างแอพเปลี่ยนแปลงน้อยมาก และยังคงสามารถนำแอพเก่าใช้ในระบบใหม่ได้ ประกอบกับทาง Microsoft ประกาศไว้ว่า Windows Phone 8 จะมีโครงสร้างการพัฒนาของระบบแตกต่างจาก Windows Phone 7 ซึ่ง BBC ต้องพัฒนาแอพใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก
2. BBC แนะนำให้ผู้ใช้ที่อยากรับชมหรือรับฟังสตรีมมิ่งของ BBC ผ่านเว็บไซต์ของ iPlayer แต่มีผู้ใช้ส่วนมากที่ใช้ Windows Phone บอกว่ามีปัญหาในการเปิดไฟล์สตรีมมิ่ง ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาที่ Microsoft ยังไม่แก้ไข แม้แต่บน Windows Phone 8
นักพัฒนาเว็บแถวๆ นี้คงคุ้นกับชื่อโปรแกรมเบนช์มาร์คสำหรับภาษาจาวาสคริปต์อย่าง SunSpider ที่พัฒนาโดยแอปเปิล, V8 ของกูเกิล และ Dromaeo ของค่ายม็อซซิลลา
จุดอ่อนของเบนช์มาร์คพวกนี้คือชุดทดสอบจะเน้นการทดสอบเฉพาะด้านแยกจากกัน (แต่รันแล้วนำคะแนนมาคิดรวมกัน) ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงของเว็บแอพพลิเคชันเท่าไรนัก ฝั่งกูเกิลจึงแก้ปัญหานี้โดยขยายชุดทดสอบ V8 เพิ่มเติมเป็นชุดทดสอบ Octane ที่เพิ่มแอพพลิเคชันที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงเข้ามาด้วย
ในเบื้องต้น Octane เพิ่มการทดสอบมาอีก 5 แบบ (ของเดิมใน V8 มี 8 แบบ รวมเป็น 13) โดยกูเกิลพอร์ตโปรแกรมยอดนิยมในภาษาอื่นๆ มาเป็นจาวาสคริปต์ เช่น เอนจินฟิสิกส์ Box2DWeb, PDF reader ของม็อซิลา, อีมูเลเตอร์ของเกมบอย, การโหลดไลบรารียอดนิยมอย่าง Closure/jQuery เป็นต้น
แม้ว่าตัวเครื่องของ BlackBerry 10 จะยังไม่พร้อมเปิดตัวเสียที แต่ RIM ก็ยังคงให้ความสนใจกับนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดให้ข้อมูลเกี่ยวกับความละเอียดหน้าจอที่จะใช้ใน BlackBerry 10 มาแล้ว
ความละเอียดหน้าจอที่กำหนดเป็นมาตรฐานมีสองความละเอียดคือ 1280x720 พิกเซล (16:9) สำหรับรุ่นจอสัมผัสอย่างเดียว และ 720x720 พิกเซล (1:1) สำหรับรุ่นคีย์บอร์ด ซึ่งจะต่างจากเครื่องที่เริ่มแจกให้นักพัฒนาที่ใช้ความละเอียด 1280x768 พิกเซล
และเพื่อให้แอพสามารถแสดงผลกับเครื่องขายจริงได้อย่างไม่มีปัญหา RIM แนะนำให้นักพัฒนาทำขอบดำที่ด้านข้างซ้ายขวาอย่างละ 24 พิกเซลครับ
ที่มา - Inside BlackBerry Developer Blog











