YouTube ประกาศรองรับสัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons แล้ว โดยผู้ใช้สามารถใช้งาน Creative Commons ได้ 2 ส่วนดังนี้
- วิดีโอที่อัพโหลดขึ้นไป สามารถเลือกสัญญาอนุญาตเป็น Creative Commons Attribution (สัญญาอนุญาตเดียวกับ Blognone) ได้
- ในตัวแก้ไขวิดีโอ YouTube Video Editor มีคลิปวิดีโอที่เป็น CC ให้นำไปตัดต่อร่วมกับวิดีโอของเราได้ ตอนนี้มีคลิปมากกว่า 10,000 ชิ้นจากเว็บไซต์วิดีโอสาธารณะหลายแห่ง เช่น C-SPAN, Voice of America, Al Jazeera เป็นต้น
ในกรณีที่ตัดต่อวิดีโอด้วยคลิปที่เป็น CC ในหน้าแสดงวิดีโอจะแสดงลิงก์ไปยังวิดีโอต้นฉบับให้อัตโนมัติ
ที่มา - YouTube Blog
- 2 comments
- 636 reads
แอพบนมือถือสำหรับถ่ายภาพแล้วแชร์ทันทีอย่าง PicPlz (ซึ่งคนแถวนี้ใช้กันเยอะอยู่) ประกาศของใหม่ 3 อย่างได้แก่
- เปิด API ให้โปรแกรมอื่นๆ สามารถดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของ PicPlz ไปใช้งานได้ เช่น เขียนโปรแกรมสไลด์โชว์โดยใช้ภาพจาก PicPlz เป็นต้น (เอกสาร API)
- รองรับ Creative Commons ผู้ใช้ PicPlz สามารถตั้งค่าให้รูปถ่ายของตัวเองใช้สัญญาอนุญาตแบบต่างๆ ในตระกูล Creative Commons ได้
- เพิ่มระบบเก็บสถิติ ซึ่ง PicPlz จะเปิดให้แบรนด์และคนดังต่างๆ ใช้งาน และอนาคตจะกลายเป็นช่องทางทำเงินอันหนึ่งของ PicPlz
การเปิด API ของ PicPlz ถือว่าก้าวล้ำคู่แข่งอย่าง Instagram ซึ่งมีข่าวว่ากำลังพัฒนา API อยู่เช่นกัน
ที่มา - Blog Plz, ReadWriteWeb
- 4 comments
- 622 reads
สำนักข่าว Al Jazeera จากประเทศกาตาร์ เคยประกาศเปิดคลังวิดีโอของตัวเองให้ผู้อื่นนำไปใช้ ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons มาก่อนแล้ว
ในเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ที่ประเทศอียิปต์ Al Jazeera อาศัยข้อได้เปรียบที่เป็นนักข่าวมุสลิมด้วยกัน และส่งทีมเข้าไปในกรุงไคโรถึง 7 ทีม รวมถึงนักข่าวในจังหวัดอื่นๆ ของอียิปต์อีกมาก จึงมีเนื้อหา ภาพถ่าย วิดีโอ บทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประท้วงมากมาย
และเมื่ออียิปต์ตัดการสื่อสารหลายๆ ชนิดกับโลกภายนอก สำนักข่าวอื่นๆ จึงรายงานข่าวจากอียิปต์ได้ค่อนข้างจำกัด ทาง Al Jazeera ที่มีเนื้อหาข่าวพวกนี้พร้อมอยู่แล้ว จึงเปิดเนื้อหาบางส่วนออกมาเป็น Creative Commons เพื่อให้สำนักข่าวอื่นๆ นำไปใช้ต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ขอเพียงอ้างที่มาจาก Al Jazeera เท่านั้น
ที่มา - Wired, คลังเนื้อหาของ Al Jazeera
- 14 comments
- 3507 reads
The NY Times รายงานว่าทำไมรูปภาพประกอบข้อมูลบน Wikipedia บางครั้งทำไมถึงห่วยแตก หรือบางครั้งก็ไม่มีรูปภาพเลยสำหรับบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปอย่างนักการเมือง หรือดาราต่าง ๆ
สาเหตุหลักนั้นเกิดจากการที่ Wikipedia นั้นเลือกที่จะใช้รูปภาพที่ได้รับการอนุญาต Creative Commons ที่เจ้าของภาพยินยอมให้บุคคลทั่วไปสามารถนำภาพไปใช้ได้ แม้จะนำไปใช้เพื่อการค้าหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่มีการให้เครดิตแก่เจ้าของผลงานจริง ๆ
Jay Walsh โฆษกของ Wikimedia Foundation ได้ออกมาเผยว่าบางครั้งเจ้าตัวบุคคลที่บทความใน Wikipedia กล่าวอ้างถึงนั้นได้พยายามให้ทาง Wiki ทำการเปลี่ยนรูปมาเป็นรูปที่ดีกว่า แต่การเปลี่ยนรูปมันไม่ง่ายอย่างนั้น
รูปส่วนใหญ่บน Wikipedia นั้นมักจะเป็นรูปของช่างภาพมือสมัครเล่นที่ยินยอมที่จะยกงานตัวเองสู่สาธารณชน เพราะฉะนั้นปัญหาหลักมันอยู่ที่ว่าคนที่ขอให้เปลี่ยนภาพทั้งหลาย จะยอมให้สาธารณะชนนำรูปของตรไปใช้หรือไม่ต่างหาก
อ่านข่าวนี้แล้วนึกถึงรูปของทาทายังบน Wikipedia เลย
ที่มา - Slashdot
- 25 comments
- 2921 reads
กูเกิลเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในการค้นหารูป โดยเราสามารถกรองรูปตามสัญญาอนุญาตในครีเอทีฟคอมมอนส์จากผลลัพท์ได้ เช่นค้นหารูปที่ใช้สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า (by-nc) แต่ทั้งนี้ทางกูเกิลก็ได้ขึ้นคำเตือนไว้ว่าผลของการค้นหานั้น อาจจะไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ ผู้ใช้ควรจะตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
วิธีการกรองรูปตามสัญญาอนุญาตในครีเอทีฟคอมมอนส์ ทำได้โดยไปที่ Google Images แล้วเข้าไปที่ "การค้นหารูปภาพขั้นสูง"
ปล. รู้สึกว่าชื่อสัญญาอนุญาตที่กูเกิลใช้จะไม่ตรงกับที่ใช้ในครีเอทีฟคอมมอนส์ไทยซักเท่าไหร่นะครับ
ที่มา - Google Operating System
- 2 comments
- 1552 reads
หลังจากที่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ขึ้นมาทำงาน ก็มีแนวการบริหารงบประมาณแบบโปร่งใส โดยมีการมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นผู้ดูแลการจัดทำเว็บไซท์ ช่วยชาติ.com หรือ chuaichart.com หลังจากดำเนินการมาเดือนกว่า เว็บไซท์ก็สามารถที่จะเปิดตัวได้
เว็บไซต์ช่วยชาติดอทคอม เป็นเว็บไซต์ที่แสดงข้อมูลและความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ในแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพือความโปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วม สำหรับเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons แสดงที่มา 3.0 และใช้ระบบจัดการข้อมูลโดย เวิร์ดเพรส
ส่วนขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซท์ตัวนี้มีการบันทึกไว้อย่างละเอียดที่ บันทึกของคุณพัชร หนึ่งในทีมงานครับผม
- 108 comments
- 5795 reads
เนื้อหาทั้งหมดของ Wikipedia รวมถึงโครงการอื่นๆ ของ Wikimedia Foundation นั้นใช้สัญญาอนุญาตแบบ GFDL (GNU Free Documentation License) ซึ่งในเชิงเทคนิคแล้ว มันไม่สามารถใช้ด้วยกันได้กับ Creative Commons ถึงแม้ว่าจะมีแนวคิดคล้ายๆ กันก็ตาม
ปัญหานี้ทำให้ไม่สามารถ "ก็อปแปะ" เนื้อหาที่เป็น Creative Commons ลงใน Wikipedia ได้ ถึงแม้ว่าเจ้าของจะมีเจตนาให้ใช้ประโยชน์ก็ตาม
ทางออกของปัญหานี้ก็คือ การประกาศให้เนื้อหาของ Wikipedia ใช้สัญญาอนุญาต 2 แบบ (dual license - เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามชอบ) นั่นคือ GFDL และ Creative Commons Attribution-ShareAlike ไปพร้อมๆ กัน (ดูข่าวเก่า: ครีเอทีฟคอมมอนส์มุ่งหน้าสู่รุ่น "3.5" เข้ากันได้กับวิกิพีเดียมากขึ้น) ซึ่งกระบวนการนี้ต้องผ่านการโหวตรับรองจากสมาชิกของ Wikipedia
ผู้ที่มีบัญชีของ Wikipedia และเคยแก้ไขบทความมากกว่า 25 ครั้งก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2009 ทุกคนจะมีสิทธิ์โหวตครับ ล็อกอินแล้วเข้าไปโหวตได้ที่ หน้า License update vote ปิดโหวตวันที่ 3 พฤษภาคมศกนี้ ถ้าคะแนนโหวตเกิน 50% ก็จะเข้าสู่กระบวนการอนุมัติของบอร์ดก่อนประกาศใช้ต่อไป
ผมเข้าใจว่าเป็นการโหวตรวมของผู้ใช้ Wikipedia ทุกภาษา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นลิงก์โหวตจากหน้า Wikipedia ภาษาไทยครับ (ผมใช้บัญชีของ Wikipedia ภาษาอังกฤษโหวต)
ที่มา - Wikimedia, Creative Commons Blog
- 3 comments
- 1859 reads
สถานีโทรทัศน์ BBC ของสหราชอาณาจักร เริ่มโครงการทดลองชื่อ R&DTV โดยรายการนี้เป็นรายการด้านเทคโนโลยีรายเดือน สัมภาษณ์บุคคลากรทั้งของ BBC เองและผู้เชี่ยวชาญภายนอก
แง่มุมที่น่าสนใจไม่อยู่ที่ตัวเนื้อหาของรายการ แต่เป็นวิธีการแพร่ภาพและแจกจ่ายรายการ รายการ R&DTV จะถูกปล่อยออกมา 3 ฟอร์แมต
- วิดีโอแบบสั้น 5 นาที คัดเฉพาะส่วนที่เด็ดที่สุดของตอนนั้น
- วิดีโอรายการแบบเต็ม
- ไฟล์ต้นฉบับทั้งหมดของรายการตอนนั้น (เค้าเรียกว่า Asset Bundle) เช่น สคริปต์ที่ใช้ คำถามสำหรับสัมภาษณ์แขกรับเชิญ ภาพประกอบต่างๆ ฯลฯ
ส่วนของวิดีโอนั้นมีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบ Flash, QuickTime, MP4, XviD (มาเป็น .mkv) และ Ogg Theora เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนสามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้สะดวกมากที่สุด ไฟล์ทุกอย่างอยู่บน FTP ของ BBC นอกจากนี้ BBC ยังอัพโหลดวิดีโอไปบน YouTube และ blip.tv อีกด้วย
สัญญาอนุญาตของเนื้อหาทั้งหมดเป็น Creative Commons (by-nc 2.0) โดยทาง BBC บอกว่า
You can watch, rip, redistribute and remix all the contents of this package
และเป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ ศึกษาว่าถ้าเปิดซอร์สเนื้อหาทั้งหมดแล้ว ผู้ชมจะนำมันไปดัดแปลง ผสม ตัดต่อ ต่อยอดอย่างไร และถ้ามันประสบความสำเร็จ เราก็อาจเห็นรายการอื่นๆ ของ BBC ใช้วิธีการเดียวกันตามมาในอนาคต
ที่มา - BBC Backstage, Ars Technica
- 6 comments
- 2881 reads
ต่อจากข่าวเก่า Creative Commons ประเทศไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้ทางโครงการ Creative Commons นานาชาติ (Creative Commons International หรือ CCi) ได้อัพโหลดสัญญาอนุญาตฉบับประเทศไทยขึ้นเว็บเรียบร้อย สามารถใช้งานได้ทันทีครับ ก็ขอเชิญทุกท่านที่มีเว็บหรือผลงานต่างๆ ที่ใช้ Creative Commons อยู่แล้ว เปลี่ยนลิงก์มายังสัญญาหน้าประเทศไทยโดยพลัน (แบบง่ายๆ โดยการเพิ่ม /th เข้าไปด้านหลัง URL)
ส่วนข่าวนี้เป็นการแปะภาพว่าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
- 11 comments
- 5564 reads
- Read more
ย่อหน้าแรกๆ ขอแจ้งข่าวสำหรับผู้ที่รู้จัก Creative Commons ดีอยู่แล้วก่อนนะครับ โครงการแปลงสัญญาอนุญาต Creative Commons ให้ใช้งานกับระบบกฎหมายในประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ นั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะประกาศใช้บนเว็บไซต์ของ Creative Commons ต่อไป
งานแถลงข่าวจะมีขึ้นในวันที่ 2 เมษายนนี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามมาบุญครอง) เวลา 13.00-16.00 น. (รายละเอียด) ที่ต้องจัดวันธรรมดาเพราะว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือนักข่าว แต่ว่าถ้าใครสนใจและสามารถปลีกตัวจากเวลางานมาได้ก็ยินดีครับ สำหรับบุคคลากรที่จะมาในนามของหน่วยงานและต้องการจดหมายเชิญแบบเป็นทางการ สามารถติดต่อมาที่ผมได้โดยตรง markpeak @ gmail
- 17 comments
- 6361 reads
- Read more
ผมโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ Creative Commons ประเทศไทย แล้ว แต่เห็นว่าวิดีโออันนี้ทำออกมาได้เข้าใจง่าย เห็นภาพ เลยเอามาโพสต์ซ้ำอีกครั้ง (แถมแปะเป็น sticky ไว้ให้ด้วย เนื่องจากเราสนับสนุน Creative Commons :D)
วิดีโอนี้จัดทำโดยรายการแบไต๋ ไฮเทค ผมเข้าใจว่าได้ฉายผ่านโทรทัศน์ (ช่อง Nation) ในช่วงเวลาปกติของรายการด้วย ถ้าใครทราบข้อมูลว่าได้ออนแอร์วันไหนก็จะขอบคุณมากครับ
- 13 comments
- 2550 reads
- Read more
กระแสการเปิดเนื้อหาให้ใช้งานต่อได้อย่างเสรีนั้นแม้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อสมัยใหม่ แต่สำนักข่าวใหญ่ๆ นั้นกลับไม่ค่อยตอบรับ หรือกระทั่งฟ้องผู้นำเนื้อหาไปใช้งานต่ออย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุด อัล จาซีราก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่สวนกระแส ด้วยการเปิดคลังวีดีโอใน "สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0"
การเปิดคลังครั้งนี้หมายถึงทุกคนในโลกจะสามารถนำวีดีโอในคลังนี้ไปใช้งาน และดัดแปลงได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องขออนุญาตจากทางอัล จาซีราล่วงหน้า หรือเสียค่าใช้จ่ายในการนำไปใช้งานแต่อย่างใด โดยทั้งหมดที่ผู้นำเนื้อหาไปใช้ต้องทำคือการระบุว่ามีการใช้เนื้อหาจากทางอัล จาซีราเท่านั้น
ในช่วงแรกนี้คลังวีดีโอจะมีเฉพาะคลิปข่าวความขัดแย้งบริเวณฉนวนกาซาเท่านั้น
ปล. เท่าที่ไล่ๆ ดูพบว่าตัวเว็บทำด้วย Drupal ครับ
- 7 comments
- 2448 reads
Amazon MP3 Store ร้านขายเพลงออนไลน์ของ Amazon ซึ่งขายเพลงแบบไร้ DRM ได้เปิดเผยอันดับยอดขายประจำปี 2008 ปรากฎว่าอัลบั้มที่เป็นแชมป์คือ Ghosts I-IV ของวง Nine Inch Nails ครับ
อัลบั้มแบบ MP3 นี้ขายราคาอัลบั้มละ 5 ดอลลาร์ มีทั้งหมด 36 เพลง (แบ่งเป็นชุดย่อย ชุดละ 9 เพลง) ขายดีขนาดว่าในสัปดาห์แรก วง NIN นั้นมีรายได้จากการขายเพลงถึง 1.6 ล้านดอลลาร์ และความน่าสนใจอยู่ที่สัญญาอนุญาตของเพลงในอัลบั้มนี้ทั้งหมด เป็นแบบ Creative Commons (CC-BY-NC-SA) ซึ่งแปลว่าแฟนเพลงของ NIN มีสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการที่จะดาวน์โหลดและแชร์ไฟล์นี้ ผ่านเว็บ-โปรแกรมแชร์ไฟล์ต่างๆ
ส่วนอันดับสองคืออัลบั้ม Viva La Vida ของวง Coldplay ทาง Amazon ได้แสดงรายการอัลบั้มขายดี 100 อันดับ และอัลบั้มแนะนำโดยสต๊าฟอีก 100 อันดับไว้ที่ The Best MP3 Albums of 2008
ที่มา - The Long Tail Blog
- 2 comments
- 1992 reads
หอจดหมายเหตุของเยอรมนี (German Federal Archives หรือ Bundesarchiv) ได้บริจาครูปภาพจำนวน 100,000 รูปให้กับโครงการ Wikimedia Commons ซึ่งเป็นโครงการพี่น้องของ Wikipedia แต่มีหน้าที่เก็บสื่อต่างๆ ที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบเสรีโดยเฉพาะ
โครงการนี้เป็นความร่วมมือของหอจดหมายเหตุเยอรมนี กับ Wikipedia ฉบับภาษาเยอรมัน รูปภาพส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายของประเทศเยอรมนีในอดีต การมอบภาพถ่ายให้จำนวน 100,000 รูปนี้เป็นการบริจาคเนื้อหาครั้งใหญ่ที่สุดที่ Wikimedia Commons เคยได้รับ
รูปทั้งหมดจะใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution ShareAlike 3.0 Germany License (CC-BY-SA นำไปใช้ต่อได้ แต่งานที่ไปใช้ต่อต้องใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกัน) และทุกรูปจะมีขนาดยาวที่สุด 800px (รูปตัวอย่าง, ดูรูปทั้งหมดได้ที่นี่ Images from the German Federal Archive)
ที่มา - Wikimedia Commons, fredericiana
- 6 comments
- 2477 reads
เว็บไซต์ Change.gov ซึ่งเป็นเว็บไซต์นำเสนอนโยบายของรัฐบาลบารัค โอบามา ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้ประกาศว่าเนื้อหาทั้งหมดเว็บไซต์จะใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution 3.0 ("By") นั่นหมายความว่าคนทั่วไปสามารถเอาเนื้อหาไปทำอะไรก็ได้อย่างเสรี ขอแค่อ้างอิงว่าเอามาจาก Change.gov เท่านั้น (ข่าวใน Blognone ก็ใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันครับ)
ใครอยากอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูได้ที่หน้า Copyright Policy ของ Change.gov
โดยทั่วไปแล้ว เนื้อหาที่สร้างโดยหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเป็น public domain คือนำไปใช้ได้อย่างอิสระ (ไม่ต้องอ้างอิงด้วยซ้ำ) แต่ Change.gov นี้เป็นเว็บไซต์ของโอบามา ซึ่งจะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองตามปกติ ยกเว้นเสียแต่ว่าเจ้าของจะระบุว่าใช้สัญญาอนุญาตแบบอื่นๆ อย่างเช่นกรณีนี้
รูปภาพของ Obama.com ใน Flickr นั้นใช้สัญญาอนุญาตแบบ By-Nc-Sa (ต้องอ้างอิง, ห้ามนำไปใช้ทางการค้า และผลงานที่นำไปใช้ต่อต้องใช้สัญญาแบบเดียวกัน) รายละเอียดของ Creative Commons ที่เป็นภาษาไทย อ่านได้จาก cc.in.th
ที่มา - Creative Commons, Lessig's Blog, ReadWriteWeb
- 2 comments
- 2651 reads







