<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.blognone.com"  xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Blognone - Copyright</title>
 <link>http://www.blognone.com/taxonomy/term/137/0</link>
 <description></description>
 <language>en</language>
<item>
 <title>The Pirate Bay ย้ายฐานไปอยู่ที่นอร์เวย์กับสเปนแทน</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/41439</link>
 <description>&lt;p&gt;หลังจากที่โดนกลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด พรรคการเมือง Pirate Party ของสวีเดนไม่สามารถใช้สิทธิคุ้มครองพิเศษสำหรับพรรคการเมืองในการโฮสเว็บ &lt;a href=&quot;http://thepiratebay.se&quot;&gt;The Pirate Bay&lt;/a&gt; ได้อีกต่อไป หลังจากที่ทำมาได้ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยในตอนนี้เว็บ The Pirate Bay ได้ย้ายข้อมูลทั้งหมดไปอยู่กับพรรคการเมือง Pirate Party ในประเทศนอร์เวย์กับสเปนแทนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ในสวีเดน ที่มีกลุ่มบริษัทผลิตภาพยนตร์และเพลงระดับโลกคอยสนับสนุน ได้ออกมากล่าวว่าบริษัทสัญชาติสวีเดนใดก็ตามที่จะทำธุรกิจกับเว็บ The Pirate Bay จะโดนฟ้องทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทีมงานของ The Pirate Bay กล่าวกับเว็บ &lt;a href=&quot;http://torrentfreak.com/the-pirate-bay-departs-sweden-and-sets-sail-for-norway-and-spain-130225/&quot;&gt;TorrentFreak&lt;/a&gt; ว่าพวกเขามีแผนสำรองสำหรับเว็บ The Pirate Bay ไว้แล้วอีกหลายชั้น อย่างไรก็ตามนี่จะเป็นครั้งแรกที่เว็บ The Pirate Bay มีข้อมูลเก็บไว้ในสองประเทศ ปัจจุบัน สเปนและนอร์เวย์ เป็นสองประเทศที่มีกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ที่ไม่เข้มงวดมากนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://bgr.com/2013/02/26/the-pirate-bay-hosting-norway-spain-344807/?utm_source=more-link&amp;amp;utm_medium=feed&amp;amp;utm_medium=referral&amp;amp;utm_source=pulsenews&quot;&gt;BGR&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class=&quot;field field-type-text field-field-maintag&quot;&gt;
    &lt;div class=&quot;field-items&quot;&gt;
            &lt;div class=&quot;field-item odd&quot;&gt;
                    The Pirate Bay, Copyright, Pirate Party, Sweden,         &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/41439#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/pirate-party">Pirate Party</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/sweden">Sweden</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/pirate-bay">The Pirate Bay</category>
 <pubDate>Tue, 26 Feb 2013 23:55:53 +0000</pubDate>
 <dc:creator>toandthen</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">41439 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>อังกฤษปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ ต่อไปนี้ rip เพลงจากแผ่นลงเครื่องได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/39308</link>
 <description>&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ลูกค้าที่ได้ซื้อแผ่นซีดีเพลงมาฟังที่บ้านในสหราชอาณาจักร ไม่สามารถที่จะทำก็อปปี้ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บได้อย่างถูกกฎหมาย แม้ว่าการกระทำลักษณะเดียวกันนี้ในสหรัฐอเมริกาถือว่าทำได้ตามกฎหมาย ด้วยกฎ Fair Use Permission แต่ล่าสุด สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอังกฤษ ได้เริ่มทำการปฏิรูประบบลิขสิทธิ์ใหม่แล้ว ที่เริ่ม &quot;ยอมรับ&quot; พัฒนาการในยุคดิจิทัลต่าง ๆ และปรับเนื้อหาทางกฎหมายหลาย ๆ อย่าง ให้กระชับมากขึ้น (และกระชับกว่าของสหรัฐฯ เสียอีก)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อไปนี้ การ rip เพลงจากแผ่นซีดีมาอยู่ในสื่อรูปแบบอื่น ๆ สามารถทำได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว ตราบใดที่เพลงหรือเนื้อหาต้นฉบับได้มาอย่างถูกกฎหมาย และจะถูกนำไปใช้ส่วนตัว ในขณะเดียวกัน นักวิจัย ครู สามารถนำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ได้ผ่านทางเครือข่ายหรืออินเทอร์เน็ต หากนำมาใช้เพื่อการศึกษาและไม่ใช่ทางการค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.engadget.com/2012/12/22/uk-offers-long-awaited-copyright-reform-that-sanctions-format-shifting/&quot;&gt;Engadget&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/39308#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intellectual-property">Intellectual Property</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/united-kingdom">United Kingdom</category>
 <pubDate>Sun, 23 Dec 2012 05:58:33 +0000</pubDate>
 <dc:creator>toandthen</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">39308 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ออราเคิลยื่นอุทธรณ์คดี Java เฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์ API, ไม่อุทธรณ์ประเด็นสิทธิบัตร</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/38599</link>
 <description>&lt;p&gt;เว็บไซต์ FOSS Patents อ่าน&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/36798&quot;&gt;เอกสารยื่นอุทธรณ์ของออราเคิล&lt;/a&gt;ในคดี Java กับกูเกิล (ซึ่งยื่นเมื่อเดือนธันวาคม) พบว่าออราเคิลตัดสินใจไม่อุทธรณ์คดีส่วนสิทธิบัตร และอุทธรณ์เฉพาะคดีเรื่องลิขสิทธิ์ของ Java API เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;FOSSPatents ประเมินว่าออราเคิลคงต้องการโฟกัสไปที่ประเด็นเรื่อง Java API เป็นหลัก, สิทธิบัตรบางชิ้นกำลังจะหมดอายุ และสิทธิบัตรบางชิ้นอาจเรียกค่าเสียหายได้ไม่มากนัก เลยตัดสินใจทิ้งประเด็นเรื่องสิทธิบัตรไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบวนการของคดีนี้ยังต้องใช้เวลาอีกนาน ถ้ากำหนดการเป็นไปตามที่วางแผนกันไว้ กว่าที่ทั้งสองฝ่ายจะแถลงตอบโต้กันครบ (ฝ่ายละ 2 รอบ) ก็ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2013 ครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.fosspatents.com/2012/11/oracles-appeal-of-ruling-in-googlejava.html&quot;&gt;FOSS Patents&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/38599#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/google">Google</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intellectual-property">Intellectual Property</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/java">Java</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/oracle">Oracle</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/patent">Patent</category>
 <pubDate>Sat, 01 Dec 2012 01:00:30 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mk</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">38599 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ฝรั่งเศสเตรียมคลอดกฎหมายบังคับ Google จ่ายเงินค่าลิงก์ข่าว</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/37612</link>
 <description>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสกำลังพิจารณาบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้ Google จ่ายเงินให้กับสำนักข่าวในฝรั่งเศสสำหรับทุกลิงก์ข่าวในหน้าค้นหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า Google จะตกลงยอมความกับสำนักข่าวในฝรั่งเศสเรื่องส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาสำเร็จหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแถลงข่าวในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส François Hollande ได้เชิญ Eric Schmidt เข้าพูดคุยกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีได้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะผลักดันกฎหมายใหม่ทันทีหาก Google ไม่สามารถยุติข้อพิพาทกับสำนักข่าวเรื่องเงินค่าโฆษณาได้ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายเนื้อหาเดียวกันกับที่เยอรมันเพิ่งเห็นชอบฉบับร่างไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามฟาก Google เองแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย และเผยว่าหากมีการเพิ่มกฎหมายใหม่จริง ก็พร้อมจะถอดผลการค้นหาทั้งหมดที่มีลิงก์ไปยังสำนักข่าวในฝรั่งเศสแทน พร้อมทั้งให้เหตุผลว่ากฎหมายที่จะร่างขึ้นมาใหม่นั้นไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ เพราะเป็นการทำลายตัวตนของ Google&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Google ก็มีปัญหากับ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/37337&quot;&gt;สำนักข่าวในบราซิล&lt;/a&gt; และจบลงโดยการถอดเนื้อหาจากสำนักข่าวทั้งหมดออกจาก Google News แม้จะยังสามารถเข้าถึงเนื้อหาข่าวเหล่านั้นได้ผ่านระบบค้นหาเว็บตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://online.wsj.com/article/SB10001424052970204840504578087063766373482.html?mod=googlenews_wsj&quot;&gt;Wall Street Journal&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/37612#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/digital-media">Digital Media</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/france">France</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/google">Google</category>
 <pubDate>Tue, 30 Oct 2012 18:45:29 +0000</pubDate>
 <dc:creator>ตะโร่งโต้ง</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">37612 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>[คดีแอปเปิล-ซัมซุง] คำแถลงปิดคดีจากแอปเปิล และซัมซุง</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/35293</link>
 <description>&lt;p&gt;กระบวนการพิจารณาคดีแอปเปิล-ซัมซุงเดินทางมาถึงขั้นตอนเกือบสุดท้ายแล้ว หลัง&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/35212&quot;&gt;การเจรจารอบสุดท้ายล้มเหลว&lt;/a&gt; และศาลได้&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/35238&quot;&gt;ออกแบบฟอร์มการพิจารณาคดี&lt;/a&gt;สำหรับคณะลูกขุน โดยในขั้นตอนสุดท้ายก่อนแถลงคำตัดสิน ศาลได้เปิดโอกาสให้คู่กรณีสองฝ่ายได้แถลงปิดคดี เพื่อสรุปข้อกล่าวหา ข้อโต้แย้ง พยาน ตลอดจนหลักฐานที่นำเสนอมาอีกครั้ง แล้วลูกขุนจะได้นำพิจารณาในขั้นตอนถัดไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเริ่มต้นการแถลงปิดคดี ผู้พิพากษา Lucy Koh ได้อ่านเอกสารคำสั่งข้อกฎหมาย (instruction) แก่ลูกขุนซึ่งเอกสารนี้ความยาวถึง 109 หน้า โดย Koh ขอให้ลูกขุนและผู้เข้ารับฟังการพิจารณาคดีมีสมาธิเนื่องจากมันยาวมาก เนื้อหาในเอกสารได้แยกย่อยหัวข้อการพิจารณาไว้ 84 หัวข้อ ตั้งแต่การละเมิดสิทธิบัตร การลอกเลียนแบบ ไปจนถึงแบบประเมินความเสียหายที่เป็นตัวเงิน โดยหลังการอ่านเอกสารทั้งหมดเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ผู้พิพากษา Koh ก็ได้สั่งพักการพิจารณาคดีเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน และเข้าสู่ขั้นตอนการแถลงปิดคดีของแต่ละฝ่ายในภาคบ่าย โดยแต่ละฝ่ายมีเวลาในการแถลงปิดคดีไม่เกิน 2 ชั่วโมง
&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;คำแถลงปิดคดีของแอปเปิล&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;Harold McElhinny ทนายความของแอปเปิลกล่าวนำว่า สตีฟ จ็อบส์ได้เริ่มโครงการ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/34758&quot;&gt;พัฒนา iPhone ตั้งแต่ปี 2003&lt;/a&gt; โดยโครงการนี้ถูกเก็บเป็นความลับในระดับสูงสุด ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2007 ก่อนการเปิดตัว iPhone นั้น โทรศัพท์ของซัมซุงไม่เคยมีหน้าตาใกล้เคียง iPhone เลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh5.googleusercontent.com/-rVkpYfnnV7E/UDSG7DqUpQI/AAAAAAAAISQ/QVx12sjVdao/s400/01.jpg&quot; height=&quot;300&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนกระทั่งสตีฟ จ็อบส์ได้เขย่าโลกใบนี้ด้วยการเปิดตัว iPhone ในปี 2007 ก็ส่งผลให้ผู้ผลิตทั้งอุตสาหกรรมโทรศัพท์เกิดอยากตามรอยสินค้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตัวหนึ่ง ไม่เว้นแม้แต่ซัมซุง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh6.googleusercontent.com/-x-blYz1aVt0/UDSG79Y6FnI/AAAAAAAAISQ/XEiOC9Ec2Xw/s400/02.jpg&quot; height=&quot;311&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;McElhinny ยังอ้างถึงเอกสารภายในของซัมซุงซึ่งกล่าวชื่นชม iPhone ว่าเป็นวิวัฒนาการอีกขั้นของโทรศัพท์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีตั้งแต่มี iPhone ซัมซุงก็ไม่ประสบความสำเร็จในตลาดสมาร์ทโฟน จึงเกิดเอกสารภายในที่ว่าด้วย&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/34849&quot;&gt;วิกฤตการออกแบบ&lt;/a&gt; จนฝ่ายออกแบบของซัมซุงถูกกดดันให้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาใกล้เคียง iPhone ออกมา ซึ่งแม้จะมีหลักฐานที่กูเกิลได้เตือนซัมซุงว่า Galaxy S หน้าตาเหมือนกับสินค้าแอปเปิลเกินไป ซัมซุงก็ไม่สนใจ และใช้เวลาแค่เพียง 3 เดือนในการลอกเลียนแบบโทรศัพท์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งพยานที่เป็นฝ่ายออกแบบของซัมซุงได้ยอมรับในเรื่องระยะเวลาต่อศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S ในเดือนมิถุนายนปี 2010 ซึ่งมันก็ขายดีมากจนส่วนธุรกิจโทรศัพท์ของซัมซุงพลิกมีกำไรถล่มทลาย แต่แอปเปิลไม่เห็นเช่นนั้นและได้เริ่มกล่าวหาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีเดียวกันว่าซัมซุงเจตนาลอก iPhone อย่างชัดเจน ทนายแอปเปิลยังกล่าวว่าผู้บริหารซัมซุงเพิกเฉยกับเหตุการณ์นี้แค่ไหน ก็ขอให้ดูจากการที่ซัมซุงส่งตัวแทนมาแค่พยานและทนายความเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาถึงประเด็นการละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบ แอปเปิลกล่าวว่า iPhone และ iPad ได้จดสิทธิบัตรการออกแบบหน้าตาไว้ชัดเจน พยานของซัมซุงก็ไม่มีแม้แต่รายเดียวที่บอกว่า &quot;โทรศัพท์ของสองบริษัทนี้หน้าตาไม่เหมือนกัน&quot; ที่หนักกว่าคือทนายซัมซุงพยายามโต้แย้งว่าซัมซุงไม่ได้ลอกเลียนการออกแบบด้วยรายละเอียดหยุมหยิม ที่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะใส่ใจ อันที่จริงการบอกว่าลอกหรือไม่ลอกนั้นควรพิจารณาจากภาพใหญ่ของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ไปชี้จุดเล็กๆ น้อยๆ แล้วบอกว่าสองสิ่งนี้แตกต่างกัน อย่างเช่นภาพข้างล่างนี้ได้แสดงว่า UI ของซัมซุงพยายามเลียนแบบ iPhone ชัดเจน หลักฐานบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าซัมซุงลอกเลียนไปถึงโทนสีและรูปภาพในไอคอนด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh5.googleusercontent.com/-OM4qnsMC-UY/UDSG75MhhrI/AAAAAAAAISQ/ZdluwYcct-Q/s640/03.jpg&quot; height=&quot;498&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;McElhinny บอกว่าซัมซุงพยายามโจมตีแอปเปิลว่าอ้างการใช้สิทธิบัตรที่ครอบคลุมเกินไปและไม่สมเหตุสมผลเป็นการเลี่ยงบาลีทั้งสิ้น เพราะเวลาทำสมาร์ทโฟนขายนั้นไม่มีความจำเป็นว่าหน้าตาต้องออกมาเหมือน iPhone เสมอไป ตัวอย่างเช่น Lumia หรือ Xperia Arc ก็ไม่ต้องจำกัดว่าเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งมน การออกแบบที่จดสิทธิบัตรทุกข้อก็ไม่ได้มีลักษณะเกินเหตุ ทุกอย่างอยู่ในกรอบกติกาของกฎหมายทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาถึงการลอกเลียนแท็บเล็ต ทนายแอปเปิลได้อ้างข้อมูลจากร้าน Best Buy ว่ามีลูกค้านำ Galaxy Tab มาขอเงินคืนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุผลหลักคือพวกเขาคิดว่ามันเหมือน iPad แต่มันไม่ใช่ นอกจากนี้เขายังสรุปไปถึงการละเมิดสิทธิบัตรส่วนการทำงานว่าซัมซุงไม่สามารถแย้งได้เลยว่าตนไม่ได้ลอกเลียนแอปเปิล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้ายแอปเปิลได้เสนอค่าเสียหายที่ซัมซุงต้องจ่ายเป็นกรณีๆ โดยคิดจากสองส่วนคือ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/34992&quot;&gt;จำนวนเครื่องที่ซัมซุงขายได้&lt;/a&gt; และรายได้ที่ซัมซุงได้มาจากการขายโทรศัพท์เหล่านี้ โดยค่าเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 2.48 พันล้านดอลลาร์ และต่ำสุด 519 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลำดับถัดไปซัมซุงจะขึ้นแถลงปิดคดี และตัวแทนฝั่งแอปเปิลสามารถโต้แย้งเฉพาะส่วนที่ถูกพาดพิงได้อีกเป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh6.googleusercontent.com/-Ymff7BlEaQY/UDSHEKZVq9I/AAAAAAAAISQ/GI762i8TC78/s800/367284992879.jpeg.jpg&quot; height=&quot;265&quot; width=&quot;366&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;คำแถลงปิดคดีของซัมซุง&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;Charles Verhoeven ทนายความของซัมซุงกล่าวเปิดการแถลงว่า เห็นได้ชัดว่าแอปเปิลเรียกทุกคนมาในศาลเพื่อขอเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างเหตุต่างๆ นานาว่าเราได้ละเมิดสิทธิบัตร แต่แท้จริงคือการสกัดกั้นการแข่งขันในอุตสาหกรรมทุกรูปแบบ และคำตัดสินลูกขุนอาจส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเสรีของประเทศนี้เปลี่ยนไปถาวร ซึ่งในโลกอุตสาหกรรมไอทีได้พิสูจน์เป็นเวลานานแล้วว่าการมีตัวเลือกสำหรับลูกค้า การแข่งขันในตลาด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลดีที่ช่วยให้ประเทศพัฒนาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขากล่าวถึงตลาดโทรทัศน์ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น โทรทัศน์ที่วางขายเป็นแบบจอแบน และมีการออกแบบสไตล์ minimalist กันทั้งสิ้น สิ่งนี้เป็นการออกแบบตามธรรมชาติและวิวัฒนาการของผลิตภัณฑ์เอง ซึ่งโทรศัพท์ก็เช่นกัน ทุกคนต่างผลิตโทรศัพท์ที่สีดำ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าจอสัมผัสกันทั้งสิ้น หรือย้อนไปในอดีตที่ BlackBerry มีชื่อเสียง โทรศัพท์ทุกยี่ห้อก็ต้องมีรุ่นคีย์บอร์ด QWERTY มาขายกัน นี่คือการแข่งขันในตลาดเสรี แต่แอปเปิลพยายามยึดความเป็นผู้คิดค้นโทรศัพท์รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าจอสัมผัสสีดำไว้แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทนายซัมซุงยังอ้างถึงผลการทดสอบพยานจากฝั่งแอปเปิล ที่ไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจนว่าผู้บริโภคมีความสับสนในการเลือกซื้อโทรศัพท์ของซัมซุงกับแอปเปิลอย่างไร ซึ่งซัมซุงเองได้พิสูจน์แล้วว่าตนมีความหลากหลายในผลิตภัณฑ์อยู่มากแม้จะมี iPhone ออกมาสู่ตลาดก็ตามที ซึ่งหลักฐานที่คล้ายของแอปเปิลพยายามชี้นำให้ลูกขุนสับสน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh3.googleusercontent.com/-0GyM0QPcKSo/UDSHDKwKnBI/AAAAAAAAISQ/Rq8uoyAd60I/s640/04.png&quot; height=&quot;462&quot; width=&quot;640&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Verhoeven ยังบอกลูกขุนว่าในเอกสารคำสั่งข้อกฎหมายส่วนของการลอกเลียนการออกแบบ ได้ระบุไว้ว่าถ้าจะสรุปว่าเหมือนกัน ก็ต้องเหมือนกันแม้รายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งพยานฝั่งแอปเปิลก็หลบเลี่ยงที่จะอธิบายว่า Galaxy S 4G ที่กล่าวหาว่าลอกเลียนนั้นเหมือน iPhone อย่างไร โดยไม่ยอมพูดถึง 4 ปุ่มในแถวล่าง หรือฝาหลังที่ไม่ได้เรียบเนียนเสมอกันหมดแบบ iPhone&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh5.googleusercontent.com/-0s2-hwD7JZs/UDSHD85JSVI/AAAAAAAAISQ/6icRE4iWXbg/s400/05.png&quot; height=&quot;299&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนประเด็นการลอกเลียน iPad ทนายซัมซุงได้ยกโมเดลแรกของ iPad ในการออกแบบที่แสดงต่อศาลว่าด้านหลังถูกออกแบบให้เป็นวัสดุเรียบเนียนชิ้นเดียว ขณะที่ Galaxy Tab 10.1 มีงานด้านหลังเป็นสองชิ้นส่วนประกอบกันชัดเจน สิทธิบัตรการออกแบบ iPad ที่แอปเปิลยกมาอ้างก็ระบุว่าผิวภายนอกต้องดูโปร่ง สะท้อนแสง และมันวาว ซึ่ง Galaxy Tab 10.1 ไม่ได้มีลักษณะแบบนั้นเลย นอกจากนี้ Verhoeven ยังแสดงเอกสารภายในของซัมซุงว่าได้เริ่มโครงการออกแบบแท็บเล็ต Galaxy Tab นานแล้วก่อนที่แอปเปิลจะเปิดตัว iPad เสียอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh3.googleusercontent.com/-qdr0s5TcOqU/UDSHD9176hI/AAAAAAAAISQ/tNJVkucY0H8/s400/06.png&quot; height=&quot;298&quot; width=&quot;400&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาถึงการออกแบบ UI ซึ่งทนายซัมซุงได้อ้างความเห็นของพยานที่ทำการทดสอบแยกแยกความแตกต่างของไอคอน พบว่าพยานให้ความเห็นว่าไอคอนมีความคล้ายกันแค่เพียงสองโปรแกรมเท่านั้นคือโทรศัพท์และนาฬิกา ซึ่งหน้าตาไอคอนของสองโปรแกรมนี้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบมาหลายครั้ง และซัมซุงก็พบว่าหน้าตาปัจจุบันนี้ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจความหมายได้ดีที่สุด จึงเลือกใช้มัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทนายความซัมซุงยังยก&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/34742&quot;&gt;อีเมลของ Eddy Cue&lt;/a&gt; ที่บอกว่าแอปเปิลควรทำแท็บเล็ตหน้าจอ 7 นิ้วว่า นี่ก็คือตัวอย่างของการเสนอความคิดเห็นในองค์กรทั่วไป แต่แอปเปิลได้พยายามอ้างอีเมลภายในซัมซุงมากล่าวหา และบอกว่าซัมซุงมีคำสั่งให้ลอก iPhone ซึ่งถ้าหากหลักการนี้ถูกต้อง ก็ต้องถือว่าแอปเปิลเองก็พยายามลอกแท็บเล็ต 7 นิ้วจากซัมซุงเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Verhoeven พูดถึงตัวเลขที่แอปเปิลเรียกเป็นค่าเสียหายว่าน่าขบขัน สูตรคำนวณของแอปเปิลก็ไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นของซัมซุงด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วแอปเปิลไม่มีความเหมาะสมที่จะขอค่าเสียหายที่อ้างมาทั้งหมดเลย เพราะแอปเปิลไม่ได้เป็นผู้คิดค้นหน้าจอสัมผัส ตลอดจนไม่ได้คิดค้นสมาร์ทโฟนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมโค้งเป็นรายแรกด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;การหักล้างครั้งสุดท้าย&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;William Lee ตัวแทนทนายของแอปเปิลได้ยื่นข้อหักล้างครั้งสุดท้าย โดยกล่าวว่าในวงการว่าคดีความนั้นมีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า ถ้าคุณมีความจริง คุณก็ยืนอยู่บนความจริงไป แต่ถ้าไม่มี ก็ใช้วิธีโจมตีพยานหรือทนายฝั่งตรงข้ามไปเรื่อยๆ แทน ซึ่งนั่นคือวิธีที่ซัมซุงใช้ตอนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Lee บอกว่าการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่คุณต้องแข่งด้วยการสร้างนวัตกรรมขึ้นมาเอง และแอปเปิลทำก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์จากสิ่งที่บริษัทได้ลงทุนพัฒนามา หากเราไม่ทำสิ่งนี้ โลกก็จะไม่สามารถระดมคนมาสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกได้เหมือนเช่น iPhone อีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แก้ไข:&lt;/strong&gt; คณะลูกขุนจะเริ่ม&lt;strong&gt;ประชุมหารือเพื่อ&lt;/strong&gt;ออกคำวินิจฉัยตัดสินคดีในคืนวันนี้ ตั้งแต่เวลา 23 นาฬิกาตามเวลาในประเทศไทย เป็นต้นไปครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;http://www.theverge.com/2012/8/21/3254424/apple-samsung-trial-closing-arguments&quot;&gt;The Verge&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://allthingsd.com/20120821/apple-and-samsung-go-into-the-final-round/&quot;&gt;All Things D&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/35293#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/apple">Apple</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intellectual-property">Intellectual Property</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/mobile">Mobile</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/patent">Patent</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/samsung">Samsung</category>
 <pubDate>Wed, 22 Aug 2012 07:22:26 +0000</pubDate>
 <dc:creator>arjin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">35293 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>แบบฟอร์มพิจารณาคดีแอปเปิล-ซัมซุงออกแล้ว</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/35238</link>
 <description>&lt;p&gt;การเจรจาครั้งสุดท้ายตามคำสั่งศาลของคดีแอปเปิล-ซัมซุงล่มไปแล้ว ทั้งคู่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาผ่านลูกขุน งานของผู้พิพากษาในตอนนี้ก็คือการออกแบบฟอร์มคำพิพากษาให้คณะลูกขุนไปกรอก แบบเดียวกับ&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/32307&quot;&gt;คดีกูเกิลและออราเคิล&lt;/a&gt;ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โค้งสุดท้ายยังมีการโต้เถียงกันในเรื่องสำคัญ คือ ผู้พิพากษาจะเตือนลูกขุนว่าทั้งสองบริษัทลบอีเมลภายในแม้จะอยู่ในช่วงการเก็บหลักฐานไว้ก็ตาม โดยก่อนหน้านี้แอปเปิลได้ร้องให้ผู้พิพากษาเตือนคณะลูกขุนในเรื่องนี้ ซึ่งผู้พิพากษาก็ทำตาม แต่หลังจากนั้นก็เป็นคำเตือนในฝั่งแอปเปิลที่ถูกแจ้งพฤติกรรมแบบเดียวกันให้กับคณะลูกขุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แบบฟอร์มพิพากษายาว 22 หน้ากระดาษ สรุปรวมประเด็นออกเป็นสามอย่าง ได้แก่ สิทธิบัตรการออกแบบสี่ฉบับ, สิทธิบัตรประดิษฐกรรม, และการละเมิด &quot;หีบห่อ&quot; (trade dress) ทั้งหมดฟ้องกับโทรศัพท์มือถือ 21 รุ่น และแท็บเล็ตอีกสองรุ่น รวมถึงพิพากษาว่าซัมซุงผูกขาดการค้าในการใช้สิทธิบัตร UMTS หรือไม่ รวมทั้งหมดมูลค่าความเสียหาย 2,750 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนทางฝั่งซัมซุงเรียกร้องค่าเสียหายจากสิทธิบัตร UMTS และเทคโนโลยีอื่นรวม 5 ฉบับ มูลค่าความเสียหายที่อ้างคือ 400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษา Koh แสดงความกังวลอย่างเปิดเผยว่าลูกขุนอาจจะสับสนต่อแบบฟอร์มที่ยาวและใช้คำที่สับสน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามยื่นคำคัดค้านเพื่อปรับเปลี่ยนแบบฟอร์มให้เข้ามาอยู่ฝั่งตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จนกระทั่งผู้พิพากษา Koh ดูจะหมดความอดทนและบอกทั้งสองบริษัทให้หยุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/2012/08/apple-v-samsung-lawyers-wage-final-battles-over-complex-22-page-jury-form/&quot;&gt;ArsTechnica&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe class=&quot;scribd_iframe_embed&quot; src=&quot;http://www.scribd.com/embeds/103390307/content?start_page=1&amp;amp;view_mode=scroll&quot; data-auto-height=&quot;true&quot; data-aspect-ratio=&quot;&quot; scrolling=&quot;no&quot; id=&quot;doc_60370&quot; width=&quot;100%&quot; height=&quot;600&quot; frameborder=&quot;0&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/35238#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/apple">Apple</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intellectual-property">Intellectual Property</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/mobile">Mobile</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/patent">Patent</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/samsung">Samsung</category>
 <pubDate>Tue, 21 Aug 2012 05:03:12 +0000</pubDate>
 <dc:creator>lew</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">35238 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>GMM ถอด MV ออกจาก YouTube: กฎหมายไทยไม่เอื้อให้ YouTube ทำธุรกิจ</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/34919</link>
 <description>&lt;p&gt;ประเด็นลิขสิทธิ์ของ YouTube ที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ (&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/34679&quot;&gt;1&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/34787&quot;&gt;2&lt;/a&gt;) วันนี้ทางแกรมมี่โดยคุณกริช ทอมมัส ก็จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยประเด็นที่ทาง GMM ชี้แจงมาคือในความเป็นจริงแล้วทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เยอรมัน, หรืออังกฤษ ล้วนมีโมเดลธุรกิจระหว่าง YouTube กับค่ายเพลงในประเทศเหล่านั้นทั้งสิ้น แต่สำหรับประเทศไทยนั้นมีปัญหาทางกฎหมายทำให้ YouTube ไม่สามารถเข้ามาเปิด YouTube.co.th เพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คุณกริชระบุว่ากฎหมายที่มีปัญหานั้นเป็น &quot;กฎหมายทางไอซีที&quot; ไม่แน่ชัดว่าเป็นกฎหมายฉบับใด แต่ก่อนหน้านี้กูเกิลก็เคย&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/32870&quot;&gt;วิจารณ์พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของไทยอย่างหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงในข่าวคือประเด็นการคัฟเวอร์เพลงโดยนักร้องสมัครเล่น จริงๆ แล้วก็ตรงกับ&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/news/23069/&quot;&gt;โรงเรียนลิขสิทธิ์ของ YouTube เอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://www.youtube.com/watch?v=DX8CR38bV4w&quot;&gt;Gmember (วิดีโออยู่ท้ายข่าว)&lt;/a&gt;, @&lt;a href=&quot;https://twitter.com/NusmangoTV/status/233505094400884736&quot;&gt;NusmangoTV&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width=&quot;640&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;http://www.youtube.com/embed/DX8CR38bV4w&quot; frameborder=&quot;0&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet tw-align-center&quot;&gt;&lt;p&gt;กริช โทมัสบอกในระหว่างการเเถลงว่า การนำเพลงของศิลปินไปCover เเละลงยูทูปเผยเเพร่ผิดกฏหมายอาญาถือว่าเป็นทำซ้ำ ดัดเเปลง !!!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;mdash; Nus Satakun (@NusmangoTV) &lt;a href=&quot;https://twitter.com/NusmangoTV/status/233505094400884736&quot; data-datetime=&quot;00&quot;&gt;August 9, 2012&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/34919#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/gmm-grammy">GMM Grammy</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/law">Law</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/youtube">YouTube</category>
 <pubDate>Thu, 09 Aug 2012 16:43:46 +0000</pubDate>
 <dc:creator>lew</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">34919 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ผู้พิพากษาตัดสิน Android ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ Java API</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32927</link>
 <description>&lt;p&gt;คดีระหว่างออราเคิล-กูเกิลเดินทางมาถึงข้อยุติ (ในศาลชั้นต้น) เมื่อผู้พิพากษา William Alsup ตัดสินประเด็นสุดท้ายว่ากูเกิลไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ Java API ของออราเคิลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(ข่าวเก่าสำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามคดีนี้ &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/32464&quot;&gt;สรุปความคืบหน้าคดี Oracle vs Google&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/32717&quot;&gt;คณะลูกขุนตัดสิน กูเกิลไม่ละเมิดสิทธิบัตรออราเคิล&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินของผู้พิพากษา Alsup คือ &quot;ตราบเท่าที่โค้ดที่ใช้สร้าง API นั้นต่างกัน ทุกคนมีเสรีภาพในการเขียนโค้ดที่ให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเท่ากับฟังก์ชันหรือเมธอดที่ใช้ใน Java API&quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษา Alsup เทียบเรื่อง API กับห้องสมุด โดยเปรียบ API แต่ละชุดว่าเป็นเหมือนชั้นหนังสือ และภายในมีหนังสือจัดวางอยู่ สำหรับกรณีนี้ Java และ Android จัดหนังสือเข้าชั้นโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่หนังสือภายในชั้นแตกต่างกันไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนประเด็นเรื่องโค้ดของ Android ทางผู้พิพากษาระบุว่า 97% ของโค้ดที่ถูกฟ้อง (ใน API 37 ตัว) เป็นโค้ดที่กูเกิลพัฒนาขึ้นมาเอง ส่วน 3% ที่เหลือมีความซ้ำซ้อนกันแต่เป็นเรื่องของการตั้งชื่อตัวแปร แพกเกจ เมธอด คลาสที่เหมือนกัน ซึ่งผู้พิพากษาบอกว่าการเขียนโปรแกรมให้ทำงานร่วมกับ Java API ได้ (ซึ่งทำได้ตามที่ตัดสินไปแล้ว) ย่อมถูกบีบให้ต้องประกาศเมธอดตามแนวทางนี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้นกูเกิลละเมิดโค้ดของออราเคิลจริงๆ แค่ 2 ส่วนคือ 9 บรรทัดในฟังก์ชัน rangecheck() และการนำไฟล์ test ของ Java มาใช้งานบน Android เท่านั้น ค่าเสียหายสูงสุดที่ออราเคิลมีโอกาสได้รับคือ 150,000 ดอลลาร์ และในความเป็นจริงแล้วอาจน้อยกว่านี้มาก (ศาลจะตัดสินเรื่องค่าเสียหายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กูเกิลออกมาแสดงความยินดีกับคำตัดสินครั้งนี้ และบอกว่าคำตัดสินของศาลช่วยรักษาหลักการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เปิดกว้าง ส่วนออราเคิลประกาศชัดเจนว่าจะยื่นอุทธรณ์เมื่อคดีนี้สิ้นสุดครับ (ซึ่งก็ใช้เวลาอีกเป็นปี และมีโอกาสพลิกคดีต่ำ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/2012/05/google-wins-crucial-api-ruling-oracles-case-decimated/&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.theverge.com/2012/5/31/3055620/oracle-java-api-not-covered-copyright-law&quot;&gt;The Verge&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นเล็กๆ ที่น่าสนใจของคดีนี้คือเนื่องจากเป็นคดีที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคมาก ผู้พิพากษา Alsup จึงไปหัดเรียนเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง และสุดท้ายเขาลองเขียนฟังก์ชัน rangecheck() ด้วยตัวเองว่ามันมีโอกาสเหมือนกันได้แค่ไหนด้วย&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32927#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/android">Android</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/google">Google</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/java">Java</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/oracle">Oracle</category>
 <pubDate>Fri, 01 Jun 2012 00:34:46 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mk</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32927 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>คณะลูกขุนระบุ &quot;กูเกิลละเมิดลิขสิทธิ์โค้ดจาวาแต่ไม่ได้ละเมิด API&quot;</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32307</link>
 <description>&lt;p&gt;คดีระหว่างออราเคิลและกูเกิลในเรื่องของจาวา กำลังดำเนินเข้ามาสู่ช่วงแรก คือ คดี&lt;strong&gt;ลิขสิทธิ์&lt;/strong&gt; ที่ออราเคิลกล่าวหาว่ากูเกิลใช้โค้ดบางส่วนของออราเคิลในแอนดรอยด์โดยตรง ในคำฟ้องคือฟังก์ชั่น &lt;code&gt;rangeCheck&lt;/code&gt; ที่กูเกิลอ้างว่าเป็นโค้ดเพียง 9 บรรทัดใน 15 ล้านบรรทัดเท่านั้น อย่างไรก็ดี แม้คณะลูกขุนจะระบุว่าการใช้งานโค้ดของกูเกิลนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลับไม่สามารถตัดสินได้ว่ามันเป็น &quot;การใช้งานอย่างเป็นธรรม&quot; (fair use) ซึ่งกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ ให้การรับรองไว้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนของ API ที่เป็นชื่อฟังก์ชั่นและอาร์กิวเมนต์ของจาวานั้น คณะลูกขุนตัดสินว่ากูเกิลไม่ได้ละเมิด API ทั้ง 37 ชุดของจาวาแต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของคอมเมนต์โค้ดของจาวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินเช่นนี้ทำให้มาถึงทางตันเพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางออกว่าใครเป็นคนผิดหรือไม่ หรือจะคิดค่าเสียหายกันอย่างไร กูเกิลนั้นเรียกร้องให้ศาลหยุดการพิจารณาโดยไม่มีข้อยุติ (mistrial)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องหนึ่งที่สร้างความสับสน คือ ทั้งสองฝ่ายกลับคิดว่าคำตัดสินแบบนี้จะเป็นผลดีกับตัวเอง ออราเคิลนั้นอ้างอิงส่วนที่คณะลูกขุนยืนยันว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนกูเกิลนั้นได้รับการยืนยันไปว่าไม่ได้ละเมิด API พร้อมๆ กับเรียกร้องให้ผู้พิพากษาประกาศหยุดการพิจารณาซึ่งหากทำเช่นนั้นอำนาจจะไปอยู่ในมือผู้พิพากษาว่าจะพิจารณาคดีใหม่หรือจะยกฟ้องไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดียังคงเดินหน้าต่อไป โดยคณะลูกขุนกำลังเริ่มฟังการให้การในส่วนของสิทธิบัตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://news.cnet.com/8301-1035_3-57428612-94/oracle-v-google-jury-returns-partial-verdict-favoring-oracle/&quot;&gt;C|Net&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.groklaw.net/article.php?story=20120507122749740&quot;&gt;Groklaw&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a title=&quot;View 12-05-07 Oracle Google Partial Jury Verdict on Copyright on Scribd&quot; href=&quot;http://www.scribd.com/doc/92724336&quot;&gt;12-05-07 Oracle Google Partial Jury Verdict on Copyright&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe class=&quot;scribd_iframe_embed&quot; src=&quot;http://www.scribd.com/embeds/92724336/content?start_page=1&amp;amp;view_mode=list&quot; data-auto-height=&quot;true&quot; data-aspect-ratio=&quot;&quot; scrolling=&quot;no&quot; id=&quot;doc_48536&quot; width=&quot;100%&quot; height=&quot;600&quot; frameborder=&quot;0&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32307#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/google">Google</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intellectual-property">Intellectual Property</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/java">Java</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/oracle">Oracle</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/patent">Patent</category>
 <pubDate>Mon, 07 May 2012 19:39:02 +0000</pubDate>
 <dc:creator>lew</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32307 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลอียูตัดสิน ฟังก์ชันของโปรแกรมและภาษาโปรแกรมไม่มีลิขสิทธิ์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32205</link>
 <description>&lt;p&gt;ศาลยุติธรรมยุโรป ได้ตัดสินคดีที่ SAS Institute ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทางสถิติ SAS ได้ฟ้องร้องบริษัท World Programming โทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยระบุว่าฟังก์ชันของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และภาษาโปรแกรม ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดจากว่า บริษัท World Programming (WPL) ได้ออกผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ในชื่อ World Programming System เพื่อใช้ทำงานร่วมกับสคริปต์ของ SAS โดยผู้ใช้งานสามารถสร้าง แก้ไข และรันสคริปต์รูปแบบที่ใช้ใน SAS ได้ WPL ได้ซื้อไลเซนส์ Learning Edition ของ SAS มาเพื่อทำการศึกษาการใช้งาน และไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่า WPL ได้เข้าถึงหรือคัดลอกซอร์สโค้ดของ SAS&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;SAS Institute ได้ฟ้องร้องว่า WPL ได้ละเมิดลิขสิทธิ์คู่มือการใช้งาน SAS ละเมิดลิขสิทธิ์คอมโพเนนต์ของ SAS และละเมิดข้อตกลงการใช้งานของซอฟต์แวร์ที่ซื้อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลยุติธรรมยุโรปได้อ้างอิงหลักการว่า ลิขสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะรูปแบบการแสดงออก แต่ไม่มีการคุ้มครองแนวความคิด ในกรณีนี้ ซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์นั้นได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์แน่นอน แต่ความสามารถในการทำงาน ภาษาโปรแกรม หรือรูปแบบของไฟล์ ไม่เข้าข่ายการได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ศาลได้ระบุว่า การคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้กับความสามารถในการทำงานย่อมหมายถึงการอนุญาตให้ผูกขาดตัวแนวคิดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า ผู้ซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์มีสิทธิที่จะสังเกต ศึกษา หรือทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์เพื่อดูแนวคิดและหลักการของซอฟต์แวร์นั้นได้ (โดยไม่ได้เข้าถึงซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์) และเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิใช้ข้อตกลงการใช้งานมาห้ามการกระทำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/news/2012/05/eus-top-court-apis-cant-be-copyrighted-would-monopolise-ideas.ars&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.groklaw.net/article.php?story=20120502083035371&quot;&gt;Groklaw&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32205#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/eu">EU</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/eula">EULA</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/sas">SAS</category>
 <pubDate>Thu, 03 May 2012 08:56:47 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32205 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>กลุ่มนักเขียนชาวจีนฟ้องแอปเปิล หลังปล่อยให้มีหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ขายใน App Store</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/30843</link>
 <description>&lt;p&gt;ดูท่าแอปเปิลยังคงมีปัญหากับจีนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นกรณีของ App Store ที่ถูกกลุ่มนักเขียนชาวจีนร่วมกันฟ้องร้องเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านหยวน (ราว 240 ล้านบาท) หลังจากพบว่ามีหนังสือถูกขายแบบไร้ลิขสิทธิ์ใน App Store&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักเขียนชาวจีน 22 คนได้ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มที่ชื่อว่าพันธมิตรเพื่อสิทธินักเขียนขึ้น และส่งจดหมายไปยังแอปเปิลเพื่อแจ้งว่าการจัดการหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ใน App Store มีการดำเนินการที่ช้าเกินไป โดยกลุ่มดังกล่าวอ้างว่ามีหนังสือกว่า 95 เล่มที่ถูกเขียนโดยนักเขียนชื่อดังอย่าง Han Han, He Ma และ Nanpai Senshu ขายอยู่ใน App Store&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้โฆษกของแอปเปิลในจีน Huang Yu&#039;na กล่าวว่าทางแอปเปิลได้รับ และเข้าใจในความพยายามปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว และจะดำเนินการให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีนี้คงจบกันแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ส่วนเรื่องการฟ้องชื่อ iPad ของ Proview คงต้องลุ้นกันต่อไปครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://news.xinhuanet.com/english/culture/2012-03/18/c_131474265.htm&quot;&gt;Xinhua&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/30843#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/app-store">App Store</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/apple">Apple</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/china">China</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <pubDate>Mon, 19 Mar 2012 11:56:03 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Blltz</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">30843 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>iTunes Match ทำเงินให้เจ้าของลิขสิทธ์ แม้ว่าผู้ใช้จะละเมิดลิขสิทธ์ก็ตาม</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29660/itunes-match-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1</link>
 <description>&lt;p&gt;หลังจากที่ iTunes Match เปิดให้บริการไปเมื่อปีที่แล้ว ก็เริ่มมีบริษัทเพลงที่ได้รับค่าลิขสิทธ์จากบริการนี้กันบ้างแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานบริษัท TuneCore ได้ออกมาเปิดเผยผ่านบล็อกของตนเองว่าได้รับค่าลิขสิทธ์จากแอปเปิลมากกว่า 1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ จาก iTunes Match ในช่วง 2 เดือนแรกของการให้บริการ ซึ่งเขาก็ได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า แอปเปิลจะจ่ายเงินให้กับบริษัทเพลงเมื่อผู้ใช้ทำการดาวน์โหลดหรือสตรีมเพลงจาก iTunes Match แม้ว่าต้นฉบับที่ผู้ใช้มีจะละเมิดลิขสิทธ์มาก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;iTunes Match จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ผลิตเพลงสามารถหารายได้จากการถูกละเมิดลิขสิทธ์ และไม่น่าแปลกใจที่เงื่อนไขแบบนี้จะทำให้บริษัทเพลงต่างๆ ยอมตกลงกับแอปเปิลได้ไม่ยากเย็นนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.appleinsider.com/articles/12/02/08/itunes_match_generates_magic_money_for_music_copyright_holders.html&quot;&gt;AppleInsider&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29660/itunes-match-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/itunes">iTunes</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/itunes-match">iTunes Match</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/music">Music</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 21:31:44 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Zerothman</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29660 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>คำสั่ง /bin/true และลิขสิทธิ์</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29419/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-bintrue-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C</link>
 <description>&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา เรื่องราวของ &lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C&quot;&gt;SOPA&lt;/a&gt;  ดูจะได้รับความสนใจสูงมาก (&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/topics/sopa&quot;&gt;ข่าวเก่า&lt;/a&gt; ) ซึ่ง OSNews ก็เอากรณีที่น่าสนใจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มาลงครับ เป็นลิขสิทธิ์ของคำสั่ง /bin/true ในระบบปฏิบัติการ Unix&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ใน Unix เวลาเขียน Shell script อาจจะต้องมีการเขียนการทำงานแบบทำซ้ำ (Loop) ที่ทำงานซ้ำไม่สิ้นสุด หรือที่เรียกว่า Infinity Loop ซึ่งโดยทั่วไป จะใช้วิธีการเขียนแบบ  while(true) กัน ซึ่งคำสั่งที่ให้ค่าออกมาเป็นจริงเสมอใน Unix คือคำสั่ง /bin/true หรือว่า /usr/bin/true แต่ใน Unix คำสั่งที่เป็น Shell script ใดก็ตาม ที่ทำงานเสร็จสิ้นโดยไม่แจ้งข้อผิดพลาด จะให้ค่าสถานะหยุดการทำงาน (Exit status) เป็น 0 ซึ่งมีค่าเท่ากับ true นั้นเอง (ใครเคยเขียนภาษา C คงจำ return 0; ได้) ดังนั้น การเขียนคำสั่ง /bin/true ที่ง่ายที่สุด ก็คือการสร้างแฟ้มข้อมูลเปล่าขึ้นมา เช่นใช้คำสั่ง touch แล้วก็ตั้งค่า Executable bit เช่นผ่านการใช้คำสั่ง chmod +x ก็จะได้คำสั่ง /bin/true แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีนี้ มันเริ่มสนุกเมื่อ ฝ่ายกฏหมายของ AT&amp;amp;T ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Unix อยู่ ตัดสินใจว่า มันจะต้องมีการประกาศลิขสิทธิ์ในทุกโปรแกรมที่อยู่ในซอร์สโค้ดของ Unix ตัวซอร์สโค้ดของ /bin/true ก็เลยกลายเป็นแบบนี้&lt;/p&gt;
&lt;pre&gt;&lt;code&gt; | 
 | #     Copyright (c) 1984 AT&amp;amp;T
 | #       All Rights Reserved
 | 
 | #     THIS IS UNPUBLISHED PROPRIETARY SOURCE CODE OF AT&amp;amp;T
 | #     The copyright notice above does not evidence any
 | #     actual or intended publication of such source code.
 | 
 | #ident        &quot;@(#)cmd/true.sh        50.1&quot;
&lt;/code&gt;&lt;/pre&gt;&lt;p&gt;(ทำซ้ำจากเว็บต้นทาง เครื่องหมาย | ใส่แทรกเข้าไปที่ต้นบรรทัดเพื่อแสดงว่า บรรทัดไหนบ้างที่อยู่ในซอร์สโค้ด)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากซอร์สโค้ด จะเห็นว่า 7 บรรทัดแรก เป็นคำประกาศสิทธิ์ ส่วนบรรทัดสุดท้าย เป็นข้อมูลสำหรับ revision control และไม่มีส่วนซอร์สโค้ดของโปรแกรมเลย เพราะว่าไม่จำเป็น ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะ AT&amp;amp;T ที่ทำแบบนี้ เพราะ ในซอร์สโค้ดของ SunOS ที่ออกโดยบริษัทซัน ก็มีโค้ดลักษณะเดียวกันอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่อย่างน้อย วิศวกรที่โครงการ FSF ไม่ได้บ้าตามไปกับ AT&amp;amp;T หรือว่าซัน เพราะพวกเขาได้พัฒนาโปรแกรม /bin/true ขึ้นมาใหม่ โดยใช้&lt;a href=&quot;http://git.savannah.gnu.org/cgit/coreutils.git/tree/src/true.c?id=d7878454cd02518959b0d6036db3a5b6ff00ca57&quot;&gt;ภาษา C&lt;/a&gt;  แล้วใส่คำประกาศสิทธิ์ตามด้านล่าง&lt;/p&gt;
&lt;pre&gt;&lt;code&gt; lulu:~$ /bin/true --version
 true (GNU coreutils) 6.10
 Copyright (C) 2008 Free Software Foundation, Inc.
 License GPLv3+: GNU GPL version 3 or later &amp;lt;http://gnu.org/licenses/gpl.html&amp;gt;
 This is free software: you are free to change and redistribute it.
 There is NO WARRANTY, to the extent permitted by law.

 Written by Jim Meyering.
 lulu:~$ 
&lt;/code&gt;&lt;/pre&gt;&lt;p&gt;น่าสนใจนะครับว่า โปรแกรมที่ทำงานโดยไม่ทำอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องมีซอร์สโค้ดใด ๆ สามารถอ้างสิทธิ์ได้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา &lt;a href=&quot;http://trillian.mit.edu/~jc/humor/ATT_Copyright_true.html&quot;&gt;The /bin/true Command and Copyright&lt;/a&gt; ผ่านทาง &lt;a href=&quot;http://www.osnews.com/story/25552/The_bin_true_Command_and_Copyright&quot;&gt;OSNews&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29419/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-bintrue-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/sopa">SOPA</category>
 <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 04:32:38 +0000</pubDate>
 <dc:creator>pruet</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29419 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เนเธอร์แลนด์จะปล่อยให้ดาวน์โหลดหนังและเพลงเพื่อใช้เป็นการส่วนตัวได้ต่อไป</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/28676/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B</link>
 <description>&lt;div class=&quot;field field-type-filefield field-field-thumbnail&quot;&gt;
    &lt;div class=&quot;field-items&quot;&gt;
            &lt;div class=&quot;field-item odd&quot;&gt;
                    &lt;img  class=&quot;imagefield imagefield-field_thumbnail&quot; width=&quot;502&quot; height=&quot;390&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;http://www.blognone.com/sites/default/files/news-thumbnails/piracy01.png?1324789022&quot; /&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เสนอกฎหมายใหม่เพื่อป้องกันและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิภายในประเทศ ด้วยการทำให้การดาวน์โหลดวีดีโอและเพลงผิดกฎหมาย แต่สภาเนเธอร์แลนด์กลับไม่เห็นด้วย และไม่ให้ผ่านกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน และจะทำให้ความเป็นส่วนตัวของประชาชนเสียไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้ การดาวน์โหลดหนังและเพลงมาใช้เป็นการส่วนตัวในประเทศเนเธอร์แลนด์ถือว่าอยู่ใน &quot;Fair Use&quot; และกฎหมายไม่สามารถลงโทษใครได้ แต่รัฐบาลดัตช์ชุดปัจจุบันกำลังพยายามหาทางจำกัดการละเมิดสิทธิที่กำลังขยายตัวเป็นวงกว้างอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาฯ ได้ให้เหตุผลอื่นอีกว่ากฎหมายดังกล่าว จะทำให้เจ้าของลิขสิทธิ เริ่มทำตัวเป็น &quot;troll&quot; ด้วยการฟ้องผู้ทำการดาวน์โหลดไฟล์ต่าง ๆ ไปเรื่อย และอาจจะทำให้เกิดปัญหามากมายเหมือนที่เกิดขึ้นอยู่ในสหรัฐฯ และเยอรมนีทุกวันนี้ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตถูกฟ้องทุก ๆ วัน และทางสภาฯ ยังได้เสนออีกว่าอุตสาหกรรมบันเทิง ควรหาวิธีอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้กฎหมายปัจจุบันเพื่อทำให้การดาวน์โหลดหนังและเพลงคุณภาพสูงสามารถทำอย่างถูกกฎหมายได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://torrentfreak.com/dutch-parliament-downloading-movies-and-music-will-stay-legal-111224/?utm_source=dlvr.it&amp;amp;utm_medium=twitter&quot;&gt;TorrentFreak&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/28676/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/entertainment">Entertainment</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/netherlands">Netherlands</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/piracy">Piracy</category>
 <pubDate>Sun, 25 Dec 2011 04:53:02 +0000</pubDate>
 <dc:creator>toandthen</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">28676 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลสหรัฐตัดสิน การฝากเพลงไว้กับพื้นที่บนเน็ตไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/25909/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C</link>
 <description>&lt;p&gt;ศาลสหรัฐตัดสินคดีของบริษัท MP3tunes ที่ถูกค่ายเพลง EMI ฟ้องว่าส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ผลคือ MP3tunes ผิดบางข้อหา แต่คำตัดสินของศาลกลับรับรองบริการฝากไฟล์เพลงไว้บนเน็ต (music locker) ว่าไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงต้นถึงกลางปีนี้ หลังจากที่อเมซอนและกูเกิลเปิดตัวบริการ music locker ของตัวเอง (&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/22730/amazon-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C&quot;&gt;Amazon Cloud Drive&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/23575/google-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89&quot;&gt;Google Music&lt;/a&gt;) แบบที่ไม่ได้รับอนุญาตจากค่ายเพลง ในขณะที่คู่แข่งอย่างแอปเปิลสามารถเจรจากับค่ายเพลงได้ และเปิดตัวบริการ &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/24164/wwdc2011-os-x-lion-ios5-icloud-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-music-match-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87&quot;&gt;iTunes Music Match&lt;/a&gt; ตามหลังมาไม่นาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงคราม music locker ไม่ได้จำกัดวงเฉพาะอเมซอน/กูเกิล/แอปเปิล แต่กลายเป็นเรื่องการเจรจาระหว่างบริษัทไอทีกับค่ายเพลง เพราะค่ายเพลงมองว่าบริษัทเจ้าของ music locker จะต้องจ่ายค่าสิทธิการใช้งานเพลงบนอินเทอร์เน็ตก่อน (ข่าวเก่า &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/23615/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%9A-amazon-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5-cloud-music-locker&quot;&gt;ค่ายเพลงใช้แอปเปิลบีบ Amazon และกูเกิลให้ตกลงกับค่ายกรณี Cloud Music Locker&lt;/a&gt;) ซึ่งทางอเมซอนก็ยืนยันมาตลอดว่า &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/22746/amazon-%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99-cloud-player-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C&quot;&gt;Cloud Drive ไม่ต้องใช้ไลเซนส์จากค่ายเพลง&lt;/a&gt; และ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/23023/amazon-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81-cloud-drive-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-mp3&quot;&gt;ช่วยเพิ่มยอดขายเพลง MP3&lt;/a&gt; ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับมาที่คดีของข่าวนี้ คดีนี้ค่ายเพลงใหญ่ EMI ยื่นฟ้อง MP3tunes.com ซึ่งเป็นบริการ music locker ตัวหนึ่ง (แต่มีส่วนที่ค้นหาเพลงที่ผู้ใช้อัพโหลดขึ้นไปได้ด้วย) ว่าส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะเพลงที่อัพโหลดส่วนมากก็เป็นเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ คดีนี้ฟ้องตั้งแต่ปี 2007 แต่เพิ่งมาตัดสิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้ศาลสหรัฐตีความตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ (DMCA) ว่า &lt;strong&gt;เว็บไซต์ฝากไฟล์จะไม่มีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ถ้าหากว่าลบเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่เจ้าของลิขสิทธิ์ร้องขอ&lt;/strong&gt; ส่วนผู้ใช้ที่เป็นคนอัพโหลดไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นมีความผิดอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม MP3tunes มีความผิดในคดีนี้เนื่องจากลบเฉพาะผลการค้นหาเพลงเท่านั้น แต่ตัวไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ และผู้ที่มี URL ยังสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลจึงตัดสินว่า MP3tunes ผิดในฐานะผู้สนับสนุนให้ผู้ใช้ละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ Michael Robertson ผู้ก่อตั้ง MP3tunes (อดีตผู้ก่อตั้ง MP3.com เดิม) ยังมีความผิดต่างหากฐานไปโหลดไฟล์เพลงละเมิดลิขสิทธิ์ของ EMI ใส่บัญชีของตัวเขาเองบน MP3tunes อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้เป็นผลร้ายต่อ MP3tunes แต่เป็นผลดีต่ออเมซอน/กูเกิล (รวมถึงบริการใกล้เคียงกันอย่าง Dropbox) เพราะคำตัดสินของศาลในคดีนี้ (ตามตัวหนาที่เน้นไว้) เป็นบรรทัดฐานว่าเว็บไซต์ฝากไฟล์เพลงสามารถให้บริการได้ ตราบเท่าที่ลบเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Amazon Cloud Drive และ Google Music นั้นต่างไปจาก MP3tunes เพราะไม่มีส่วนที่เปิดให้สาธารณะเข้าถึงไฟล์ มีแต่เจ้าของไฟล์เองเท่านั้นที่ฟังเพลงของตัวเองได้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหา &quot;ส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์&quot; แบบเดียวกับ MP3tunes&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/news/2011/08/record-labels-get-hollow-victory-in-mp3tunes-infringement-case.ars&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/25909/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/dmca">DMCA</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/emi">EMI</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/mp3">MP3</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/music">Music</category>
 <pubDate>Thu, 25 Aug 2011 07:03:32 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mk</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">25909 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
</channel>
</rss>
<!-- Page cached by Boost @ 2013-05-24 15:43:02, expires @ 2013-05-24 15:58:02 -->
