บริษัทวิจัยตลาดมือถือ Flurry เผยสถิติว่ายอดใช้งานสมาร์ทโฟน Android/iOS (นับ active user) ของประเทศจีนแซงหน้าสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย
Flurry นับตัวเลขถึงเดือนมกราคม 2013 โดยสหรัฐอเมริกามียอดใช้งานสมาร์ทโฟน 222 ล้านเครื่อง ส่วนจีนมี 221 ล้านเครื่อง ซึ่งพอมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ตัวเลขของจีนน่าจะแซงไปแล้ว และ Flurry พยากรณ์ว่าเดือนมีนาคม 2013 ตัวเลขจะเปลี่ยนเป็นอเมริกา 230 ล้านเครื่อง และจีน 246 ล้านเครื่อง
Flurry คิดว่าอเมริกาคงทวงแชมป์จากจีนได้ยากแล้ว ส่วนอันดับสามในปัจจุบันคือสหราชอาณาจักร ตามมาแบบห่างๆ ที่ 43 ล้านเครื่อง ทางบริษัทประเมินว่าข้อมูลของตัวเองวัดผลแม่นยำ 90% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด
ที่น่าสนใจคือ Flurry มีสถิติของประเทศไทยติดมาด้วยนิดหน่อยครับ โดยไทยติดอันดับ 11 ของประเทศที่มีอัตราการเติบโต Android/iOS สูงสุด (เทียบระหว่างเดือนมกราคม 2012-2013) ไทยเติบโต 176% ส่วนอันดับหนึ่งคือโคลอมเบีย 278%
ที่มา - Flurry
ดูเหมือนปัญหาเรื่องแรงงานชาวจีนกับบริษัทไอทีจะยังคงมีประเด็นอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดเป็น HP ที่ออกมาตั้งกฏใหม่ห้ามไม่ให้โรงงานจีนใช้แรงงานเด็กเกินกว่าที่กำหนดแล้ว
รายละเอียดของกฏใหม่นี้ครอบคลุมตั้งแต่เด็กที่มาทำงานต้องมาด้วยความสมัครใจ และสามารถออกจากงานเวลาใดก็ได้ หากมีการบอกกล่าวล่วงหน้า และสำหรับเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ งานที่มาทำต้องเสริมความรู้ในส่วนที่เรียนอีกด้วย
นอกจากนี้ HP ยังระบุว่าสัดส่วนของแรงงานเด็กจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ในช่วงที่มีความต้องการสูง และมีแผนจะลดให้เหลือเพียงร้อยละ 10 อีกในอนาคต
ที่มา - The New York Times
Chang Chia-Lin ซีเอฟโอของ HTC กล่าวในงานแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสว่าตลาดจีนยังมีศักยภาพอีกมาก โดย HTC จะโฟกัสที่ตลาดกลางถึงบนมากขึ้น และลดราคามือถือของตัวเองลง
ปัจจุบันมือถือรุ่นถูกที่สุดที่ HTC วางขายในจีนมีราคาเริ่มต้นที่ 1,999 หยวน (ประมาณ 9,600 บาท) ซึ่งเป้าหมายของ HTC ในปีนี้คือกดราคาให้ต่ำลงอีก โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 หยวน (4,800 บาท) ขึ้นไป
HTC มองว่าตลาดมือถือราคา 1,000-2,000 หยวนในจีนยังมีลูกค้ารอซื้ออีกมาก ซึ่งมือถือระดับ HTC One SV ที่ราคาถูกแต่คุณภาพดีจะทำตลาดได้ดี
ที่มา - SlashGear
Wall Street Journal ได้โอกาสรีวิวหนังสือ The New Digital Age ของ Eric Schmidt ประธานกูเกิล โดยหนังสือเล่มจริงจะวางจำหน่ายเดือนเมษายนนี้ หนังสือพูดถึงโลกในอนาคตที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ เช่น คนเลี้ยงวัวอาจจะช่วยกันแชร์พื้นที่ที่มีสัตว์ร้ายผ่านโทรศัพท์มือถือและเกษตรกรสามารถสำรวจราคาตลาดได้ตลอดเวลา
เนื้อหาส่วนหนึ่งของหนังสือระบุถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลจีนและบริษัทของรัฐที่อาศัย "อาชญากรรมออนไลน์" เพื่อสร้างความได้เปรียบในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ ว่าแนวทางนี้ของจีนเป็นแนวทางที่ต่างไปจากสหรัฐฯ ที่กฎหมายของสหรัฐฯ บีบไม่ให้บริษัทและรัฐบาลเองทำเหมือนสิ่งที่จีนทำได้ และชาวสหรัฐฯ เองก็รู้สึกว่าการทำเช่นนี้เกินเลยการแข่งขันอย่างเป็นธรรมไป
หนังสือยอมรับว่าสหรัฐฯ เองก็มีปัญหาหลายอย่างในแง่จริยธรรม ตั้งแต่มัลแวร์จำนวนมากที่สร้างขึ้นอย่างประณีตเพื่อโจมตีอิหร่าน ฝั่งบริษัทเองก็ส่งออกเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลของประชาชนจำนวนมากไปยังประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง
หนังสือเล่มนี้เป็นการเขียนร่วมกันระหว่าง Eric Schmidt และ Jared Cohen
ที่มา - Wall Street Journal, Wall Street Journal (คัดเนื้อหาส่วนสำคัญ 7 ส่วน)
Wall Street Journal และ The New York Times หนังสือพิมพ์ชื่อดังในสหรัฐฯ สองฉบับถูกแฮ็กโดยเน้นไปที่ข้อมูลของนักข่าวในสำนักงานในจีน
The New York Times รายงานว่าพบหลักฐานการขโมยรหัสผ่านของพนักงาน 53 คน รวมถึงนักข่าวประจำกรุงปักกิ่งและประจำที่สำนักงานอินเดียซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของทั้งภูมิภาคเอเซีย
ทางฝั่ง Wall Street Journal ก็รายงานคล้ายกัน คือ มีความพยายามเข้าไปการเสนอข่าวที่เกี่ยวกับจีน และทางหนังสือพิมพ์ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแฮ็กครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญทางฝั่ง The New York Times นั้นตั้งข้อสังเกตว่าแฮ็กเกอร์น่าจะมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน เพราะการแฮ็กมีทั้งหมดไปในทางเดียวกันคือหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวต่างๆ ที่เป็นด้านลบกับรัฐบาลจีน
กระทรวงต่างประเทศจีนออกมาตอบโต้ว่าการกล่าวหาว่ารัฐบาลจีนมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นนี้ไร้หลักฐาน และการกล่าวหาแบบนี้ก็นับว่าไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
ที่มา - SecurityWeek: The New York Times, SecurityWeek: Wall Street Journal
สินค้าไอทีอีกประเภทที่ถูก "แบน" จากทางการจีนมายาวนานคือเครื่องเล่นเกมคอนโซล (เริ่มแบนตั้งแต่ปี 2000) แต่ล่าสุดมีสัญญาณว่าทางการจีนอาจเปลี่ยนใจในเร็วๆ นี้
หนังสือพิมพ์ China Daily อ้างแหล่งข่าวในกระทรวงวัฒนธรรมจีนว่ากำลัง "ทบทวน" นโยบายนี้ โดยสำรวจข้อมูลต่างๆ และหารือความเป็นไปได้ร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคำสั่งแบนเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 7 กระทรวงเมื่อสิบกว่าปีก่อน การยกเลิกการแบนจึงต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย
เหตุผลที่จีนแบนเครื่องเกมคอนโซลคือเรื่องสุขภาพทั้งทางกายและทางใจของเยาวชนจีน โดยผู้ผลิตคอนโซลรายใหญ่ทั้ง 3 บริษัทเคยร้องเรียนเรื่องนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
China Daily ยังตั้งข้อสังเกตว่าผู้ผลิตเกมคอนโซลมีท่าทีตอบสนองข้อมูลนี้มาได้สักระยะแล้ว โดย Sony Computer Entertainment เปิดสาขาในภาคใต้ของจีนเมื่อปีที่แล้วเพื่อเทรนบุคลากร ส่วนไมโครซอฟท์นำ Kinect เข้าไปขายในจีนโดยให้เหตุผลเรื่องการศึกษาและสุขภาพ ซึ่งไมโครซอฟท์เองก็เคยประกาศไว้ชัดว่าอยากนำ Xbox ไปขายให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ที่มา - China Daily
ในรายงานสถานการณ์แรงงานฉบับล่าสุดของแอปเปิล (Apple Supplier Responsibility) ระบุว่าบริษัทได้เพิกถอนสัญญากับบริษัท Guangdong Real Faith Pingzhou Electronics เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าใช้แรงงานอายุต่ำกว่า 16 ปี มากถึง 74 กรณี
แอปเปิลระบุว่าโรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เอง ไม่ค่อยอยากจ้างแรงงานอายุต่ำกว่าเกณฑ์เพราะจะมีปัญหากับทางการ แต่ปัญหามักมาจาก "บริษัทจัดหาแรงงาน" ที่พยายามโกงอายุเด็ก และโรงงานหลายแห่งก็ไม่มีกระบวนการตรวจสอบแรงงานที่ได้จากบริษัทจัดหาแรงงาน
รายงานของแอปเปิลตรวจสอบคู่ค้าใน 14 ประเทศ และครอบคลุมแรงงานจำนวน 1.5 ล้านคน โดยในรายงานระบุว่าพบโรงงาน 11 แห่งที่ใช้แรงงานอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และโรงงาน 102 แห่งไม่จ่ายค่าแรงล่วงเวลา ส่วนประเด็นเรื่องสารพิษที่เป็นปัญหาในปี 2011 ก็เริ่มปรับปรุงแก้ไขไปมากในปี 2012
ที่มา - เอกสารต้นฉบับ, Tech in Asia
บริษัท Verizon Enterprise Solution (บริษัทไอทีในเครือ Verizon) อนุญาตให้พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้านได้ แต่ต้อง VPN แบบ two-factor authentication ที่ใช้ตัวสร้างรหัสผ่านชั่วคราวเสมอ ปรากฎว่าแม้จะป้องกันขนาดนี้แล้วก็ยังพบว่ามีการล็อกอินเข้ามาจากประเทศจีน แถมล็อกอินสำเร็จจึงลงมือสอบสวนโดยคาดว่าจะมีมัลแวร์ที่มุ่งโจมตีพนักงานของบริษัททำให้เครื่องของพนักงานถูกบังคับให้เชื่อมต่อไปยังประเทศจีนเพื่อล็อกอินกลับเข้ามา โดยเรียกชื่อสมมติพนักงานว่า "Bob"
ทีมสอบสวนเข้าตรวจสอบไฟล์อิมเมจของฮาร์ดดิสก์ แต่กลับพบไฟล์ PDF นับร้อย เป็นสัญญาจ้างโปรแกรมเมอร์จากประเทศจีน จนสรุปได้ว่าตลอดเวลาที่ทำงานมา Bob ไปว่าจ้างโปรแกรมเมอร์ในจีนให้ทำงานแทนตัวเอง โดยส่ง token ของบริษัทไปให้โปรแกรมเมอร์ในจีนทางไปรษณีย์
เงินเดือน Bob นั้นอยู่ในหลักแสนดอลลาร์ต่อปี รายงานฝ่ายบุคคลระบุว่าเขาเป็นโปรแกรมเมอร์ชั้นเยี่ยม มีความเชี่ยวชาญภาษา C, C++, Perl, Java, Ruby, PHP, Python, และภาษาอื่นๆ โค้ดของเขาสะอาดและส่งงานได้ตรงเวลา
ค่าจ้างที่เขาจ่ายให้โปรแกรมเมอร์ชาวจีนนั้นไม่ถึง 1 ใน 5 ของเงินเดือนที่เขาได้รับ ยิ่งกว่านั้น จากการสอบสวนยังพบว่าเขาทำงานหลายที่พร้อมกันและส่งงานให้ชาวจีนในแบบเดียวกัน รวมเงินที่เขาจ่ายไปยังประเทศจีนมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ตัวเขาเองได้รับเงินเดือนปีละหลายแสนดอลลาร์
ที่มา - Verizon Business Security Blog
ข้อมูลจาก China Internet Network Information Center (CNNIC) หน่วยงานด้านเครือข่ายของรัฐบาลจีน ประเมินว่าจีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 564 ล้านรายนับถึงสิ้นปี 2012
ตลอดปี 2012 จีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 51 ล้านราย (เยอะกว่าผู้ใช้เน็ตในสเปนทั้งประเทศ) ทำให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 42.1% แล้ว ในระยะยาวจีนประเมินว่าจะมีผู้ใช้เน็ต 800 ล้านรายในปี 2015
ในรายงานของ CNNIC ยังระบุว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สายด้วย มีจำนวน 420 ล้านราย เพิ่มขึ้น 18.1% จากปีก่อน ในขณะที่สัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านเดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก และร้านอินเทอร์เน็ตกลับลดลงเล็กน้อย
บริการยอดนิยมในจีนอย่าง microblog (ส่วนใหญ่เป็น Sina Weibo) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มียอดผู้ใช้งาน 309 ล้านราย, ผู้ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็น 242 ล้านคน
ที่มา - ZDNet
เมื่อ 3 วันก่อน หลังเดินทางกลับจากการเยือนเกาหลีเหนือ Eric Schmidt ประธานบริหารของ Google ได้เข้าร่วมงานสัมมนา ณ กรุงปักกิ่งในประเทศจีน ในโอกาสนี้เขาได้ตอบคำถามของผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจดังนี้
- Schmidt ต้องการให้นักพัฒนาตระหนักให้ดีว่า ขณะนี้ Android เป็นระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่า iOS และเขาพยายามมาโดยตลอดที่จะทำให้นักพัฒนาสามารถทำรายได้จากแอพพลิเคชันของ Android ไม่น้อยไปกว่าระบบ iOS
- Schmidt หวังว่า Chrome จะกลายเป็นเว็บเบราว์เซอร์อันดับหนึ่งในประเทศจีน โดยชี้ให้เห็นว่า Google ลงทุนลงแรงไปกับผลิตภัณฑ์นี้มากขนาดไหน
- สาเหตุที่ Google เข้าซื้อ Motorola เป็นเพราะ 2 สาเหตุสำคัญ ประการแรกคือ Google ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในการพัฒนาฮาร์ดแวร์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน ส่วนสาเหตุถัดมา คือ สิทธิบัตรของ Motorola โดยภายในปีนี้ผู้คนจะได้เห็นผลงานจากการร่วมมือกันระหว่าง Google และ Motorola
- Google กำลังพยายามนำ Android เข้าสู่ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน เพื่อสร้างบ้านอัจฉริยะพลัง Android
- แว่นตา Google Glass จะเป็นแพลตฟอร์มเปิดที่ให้นักพัฒนาทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาแอพพลิเคชันได้
ที่มา - The Next Web
ข่าวนี้เก่าไปสองสามวันแต่ยังไม่มีใครรายงานนะครับ Tim Cook ซีอีโอของแอปเปิลไปเยือนประเทศจีน และให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Xinhua ว่าปัจจุบันจีนเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของแอปเปิล (รองจากสหรัฐ) และเขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า (I believe strongly) ว่าจีนจะกลายเป็นตลาดใหญ่อันดับหนึ่งของแอปเปิลในอนาคต
Cook บอกว่าแอปเปิลจะเปิดสาขาร้าน Apple Store ในจีนอย่างต่อเนื่อง (ปัจจุบันมี 11 สาขา) และการพบปะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนและนักธุรกิจคนสำคัญระหว่างทริปครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จด้วยดี
เขาพูดถึงปัญหาแรงงานของ Foxconn ว่าแอปเปิลมีมาตรฐานเรื่องแรงงานเข้มงวดมาก และซัพพลายเออร์รายใดไม่ยอมปฏิบัติตาม แอปเปิลก็พร้อมจะหยุดทำธุรกิจกับบริษัทนั้น เขาบอกว่าแอปเปิลให้ความสำคัญกับ "แรงงานทุกคนที่สัมผัสสินค้าของแอปเปิล" ไม่ว่าจะในฐานะคนประกอบ คนขาย หรือคนทำตลาดก็ตาม
จากข่าว นอกจีนก็โดน แอพแชท WeChat กรองคำต้องห้ามของรัฐบาลจีน ทางบริษัท Tencent ต้นสังกัดของ WeChat ออกมาขอโทษและระบุว่าแก้ไขปัญหานี้แล้ว โดยไม่บอกเหตุผลของการเซ็นเซอร์ข้อความแต่อย่างใด
เว็บไซต์ Tech in Asia ที่รายงานข่าวเรื่องนี้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการเซ็นเซอร์คำของ WeChat เป็นความจงใจของผู้ให้บริการ (แต่อาจเผลอตั้งค่าเป็นทั่วโลกแทนที่จะเป็นเฉพาะเมืองจีน) เพราะตัวแอพใช้ข้อความแจ้งว่า "The message you sent contains restricted words" อย่างชัดเจน ไม่ใช่ปัญหาเทคนิคว่าส่งข้อความไม่ไป
ที่มา - Tech in Asia
การเซ็นเซอร์ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตกับรัฐบาลจีนคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในจีนก็ปฏิบัติตามระเบียบของรัฐบาลจีนแต่โดยดีมานาน
ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อบริการออนไลน์จีนเริ่มขยายตัวออกมานอกประเทศ กรณีนี้คือ WeChat แอพสนทนาบนสมาร์ทโฟน (ชื่อในจีนคือ Weixin ซึ่งได้รับความนิยมมาก) กลับเซ็นเซอร์ "คำต้องห้าม" กับผู้ใช้ที่อยู่นอกประเทศจีนด้วย
ผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์ Tech in Asia ได้รับแจ้งเรื่องนี้ และทดสอบการส่งข้อความ WeChat ในไทยและสิงคโปร์ ปรากฏว่าคำว่า 南方周末 หรือ "Southern Weekend" ซึ่งเป็นสื่อเอกชนจีนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนเรื่องการเซ็นเซอร์สื่ออยู่ในขณะนี้ กลับไม่สามารถส่งผ่านระบบ WeChat ได้ โดยระบบจะขึ้นข้อความว่า
The message “南方周末” you sent contains restricted words. Please check it again.
Tech in Asia ยังรายงานว่านี่เป็นกรณีแรกของ WeChat ที่เซ็นเซอร์ข้อความของผู้ใช้ด้วย
ที่มา - Tech in Asia
สองสามปีก่อนหน้านี้ชื่อหัวเหว่ยคงเป็นชื่อโรงงานรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์หลายแบรนด์ เช่น ซิสโก้ หรือโทรศัพท์ยี่ห้อื่นๆ แต่ปี 2012 ที่ผ่านมา หัวเหว่ยก็ประกาศว่าได้ขายโทรศัพท์ในแบรนด์ของตัวเองเป็นสัดส่วนถึง 85% เทียบกับ 20% ในปี 2011
เป้าหมายของหัวเหว่ยคือเตรียมขึ้นเป็นหนึ่งในห้าแบรนด์โทรศัพท์สมาร์ตโฟนภายในปี 2014 และจะขึ้นเป็นหนึ่งในสามอันดับแรกภายในปี 2016
จุดแข็งของหัวเหว่ยคือความเป็นแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ในตอนนี้อันดับหนึ่งในจีนจะยังเป็นของซัมซุงอยู่ก็ตาม แต่การอัดงบประมาณประชาสัมพันธ์ที่หนักขึ้นและอาศัยความเป็นชาติเดียวกันก็น่าจะทำให้หัวเหว่ยกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวขึ้นมาได้
กรณีอย่างหัวเหว่ยเป็นแนวทางให้แบรนด์เล็กๆ ในจีนเริ่มก้าวขึ้นมาในตลาดโลกหรือตลาดจีนได้มากขึ้นเรื่อยๆ โรงงานรับจ้างผลิตจำนวนมากเริ่มขายสินค้าในแบรนด์ของตัวเอง อย่างที่บ้านเราเห็นก็คือ Scopad และ Ainol ในอนาคตเราคงเห็นแบรนด์แบบเดียวกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา - TechCrunch
เครื่องโทรศัพท์ที่ลอกเลียนแบบมาจาก iPhone 5 นั้นหาได้ง่ายมากๆ ที่ประเทศจีน และ Zophone i5 นี่ก็คือเครื่องที่ลอกมาได้เหมือนสุดๆ สเปกก็ใกล้เคียงกัน เจ้าเครื่องนี้ใช้ระบบแอนดรอยด์ มีหน้าจอขนาด 4 นิ้วเท่ากัน ความละเอียดจอก็อยู่ที่ 1136 × 640 เท่ากันเป๊ะ แถมยังมีช่อง Lightning และฝาแฝด Siri มาให้ใช้ด้วย (แต่คุณภาพจะเป็นยังไงก็ไม่รู้นะครับ)
Zophone i5 ใช้หน่วยประมวลผล Mediatek MT6577 1.2GHz แบบดูอัลคอร์, มีแรม 1GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 4GB, กล้องหลังความละเอียด 8MP ตัวเครื่องมีช่องใส่การ์ด microSD ด้วย แบตเตอรี่ก็มีความจุที่ 1,400mAh ในกล่องยังแถมหูฟังสวยๆ มาให้หนึ่งชิ้น สนนราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์หรือประมาณหกพันกว่าบาท... อยากได้กันไปเล่นๆ สักเครื่องไหมครับ
ที่มา: übergizmo
ไมโครซอฟท์ประเทศจีนออกแคมเปญโฆษณาต่อต้านการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยชูประเด็นเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาให้ผู้ใช้สนใจ
แคมเปญนี้ไมโครซอฟท์ใช้วิธีซื้อพีซีตามร้านต่างๆ ในจีนจำนวน 169 เครื่อง และพบว่าทุกเครื่องติดตั้งวินโดวส์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดย 91% ของเครื่องทั้งหมดพบมัลแวร์หรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เป็นอันตรายกับผู้ใช้ แบ่งเป็นมัลแวร์โดยตรง 59%, ตั้งค่า IE ให้ผู้ใช้พบกับเว็บหลอกลวง 72%, ปิดการอัพเดตวินโดวส์และไฟร์วอลล์ 70%
ที่น่าสนใจคือพีซีเหล่านี้มีทุกยี่ห้อ เช่น Acer, Asus, Dell, HP, Lenovo รวมถึงแบรนด์ย่อยของประเทศจีน แต่ไมโครซอฟท์ก็อธิบายว่ามัลแวร์ถูกติดตั้งโดยผู้ค้าปลีก ไม่ใช่ผู้ผลิตพีซีโดยตรง (อันนี้คงคล้ายๆ กับบ้านเรา)
จากตัวเลขของ BSA ระบุว่าซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในจีนมีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์มีมูลค่าเพียง 2.7 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น
ที่มา - PC World
ศาลปักกิ่งสั่งปรับแอปเปิลเป็นเงิน 1.03 ล้านหยวน เนื่องจากขายอีบุ๊กละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศจีน
คดีนี้นักเขียนชื่อดัง 8 รายในจีน รวมตัวกันยื่นฟ้องแอปเปิล หลังจากค้นพบว่าหนังสือของตัวเองถูกแปลงเป็นแอพบน iOS และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี จนทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สูญเสียรายได้จากการขายหนังสือเป็นจำนวนมาก ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าแอปเปิลทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ของจีน โดยปล่อยปละละเลยให้มีแอพละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ไม่นาน แอปเปิลเพิ่งโดนคดีคล้ายๆ กันในจีน แต่ผู้ฟ้องเป็นสารานุกรมของจีนแทน และศาลตัดสินให้แอปเปิลต้องชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน
ที่มา - Xinhua, China Daily, Wall Street Journal
เราเห็นข่าวโมโตโรลาถอนตัวจากเกาหลีใต้กันไปแล้ว ล่าสุดที่เมืองจีน โมโตโรลาก็เริ่มปิดบริการออนไลน์บางส่วนแล้ว
เมื่อปี 2010 โมโตโรลาเคยเปิดร้านขายแอพชื่อ SHOP4APPS เพื่อเป็นทางเลือกแทน Google Play ที่ขายแอพในประเทศจีนไม่ได้ (โหลดแอพฟรีได้อย่างเดียว) แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ SHOP4APPS เพิ่งปิดบริการไปเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา และโอนลูกค้าไปให้บริษัทจีนชื่อ Crossmo Technology ดูแลแทน (และย้ายไปใช้ Crossmo App Store แทน)
โมโตโรลาให้เหตุผลว่าปัจจุบันลูกค้าในจีนมีร้านขายแอพให้เลือกมากมาย ทำให้ SHOP4APPS เริ่มไม่มีความจำเป็นเหมือนช่วงปี 2010 ที่ยังมีตัวเลือกไม่เยอะนัก
ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวโมโตโรลาเตรียมปลดพนักงานในจีนลงประมาณ 1,000 คน จากพนักงานทั้งหมด 5,000 คนอีกด้วย
ที่มา - Tech in Asia
ZTE เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Nubia Z5 ตามที่เคยมีข่าวหลุดก่อนหน้านี้ เบื้องต้นยังทำตลาดเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น (คาดว่าตัวที่ทำตลาดโลกน่าจะเป็นฝาแฝดคือ Grand S แทน)
- หน้าจอ 5 นิ้ว 1080p 443 ppi
- ซีพียู Snapdragon S4 1.5GHz ควอดคอร์ AQ8064, Adreno 320
- แรม 2GB 533MHz, หน่วยความจำภายใน 32GB
- กล้อง 13MP
- Android 4.1.1
- แบตเตอรี่ 2300 mAh
- เครื่องบางเพียง 7.6 มิลลิเมตร, หนัก 126 กรัม
ราคาขายอยู่ที่ 3,456 หยวน หรือประมาณ 17,000 บาท ภาพเพิ่มเติมดูจาก Nubia.cn
ที่มา - GSM Arena
ดูเหมือนความพยายามเซนเซอร์อินเทอร์เน็ตของจีนจะยิ่งหนักข้อขึ้นอีกในปีหน้า หลังจากคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) กำลังพิจารณานโยบายจัดการยืนยันตัวตนผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ต ด้วยการเก็บข้อมูลชื่อจริงๆ ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 500 ล้านราย
จากรายละเอียดของร่างดังกล่าว ผู้ให้บริการเครือข่ายจะได้รับมอบหมายให้เก็บชื่อจริงของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยที่ผู้ใช้จำเป็นต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นบนเดสก์ท็อป หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ
ส่วนผู้ใช้ที่ต้องการปิดบังตัวตนบนโลกออนไลน์ (anonymous) สามารถทำได้โดยลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะถูกเก็บข้อมูลไว้อยู่ดี
นโยบายที่ว่านี้ยังไม่ประกาศว่าจะผ่าน แล้วเริ่มใช้เมื่อใด แต่ดูจากแนวโน้มของจีนที่เริ่มให้ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริง และความพยายามขัดขวางการใช้ VPN ก็คงใช้เวลาไม่นานนักครับ
ที่มา - Xinhua









