Cancer

กินผัก ผลไม้ ดื่มชา ลดความเสี่ยงมะเร็งปอด

tags:

Dr. Zuo-Feng Zhang นักวิจัยจาก University of California ตีพิมพ์ผลการวิจัย เกี่ยวกับ ผลของการบริโภค ผัก ผลไม้ ชา สามารถลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งปอดได้ ลงในวารสารวิชาการ Cancer

เป็นที่ทราบกันดีว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด ถึง 90% ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการคัดเลือก ผู้ป่วยมะเร็งปอด 558 คน และผู้ที่ไม่เป็นมะเร็งปอด 837 คน แล้วทำการตรวจสอบประวัติการกินอาหาร ของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่ม

ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่กินอาหารในที่มีสารอาหารกลุ่ม flavonoids สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดได้ โดยคาดว่าสารที่มีผลมากที่สุดคือ สารที่มีชื่อว่า catechin, kaempferol และ quercetin ซึ่งพบในอาหารผัก ผลไม้ หลายชนิด ชาดำ และชาเขียว โดยอาศัยกลไกต้านฤทธิ์ของการสูบบุหรี่ที่ทำให้ DNA เสียหาย

ในงานวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยให้ความเห็นว่า เป็นเพียงการเริ่มต้นไปสู่การศึกษาที่ใหญ่มากขึ้น และเปรียบเทียบในมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่มีผลจากการสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน เช่น มะเร็งระบบศีรษะและคอ และมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ ปริมาณการบริโภคอาหาร flavonoids สูงเหล่านี้ที่เหมาะสมที่จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้มากที่สุด รวมทั้งการศึกษาเกี่ยวกับผลของ flavonoids ในระดับเซลล์ในห้องทดลองเพิ่มเติมอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ผู้วิจัยคนเดียวกัน ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยเกี่ยวกับผลของชาเขียว ในการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมาแล้ว

ที่มา

Physorg, UCLA

Kanzius Machine: ความหวังใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง

tags:

CBS 13/4/51 รายการ 60 Minutes ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ Kanzius Machine ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นโดย John Kanzius นักประดิษฐ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคลื่นวิทยุ ผู้ซึ่งเคยล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) ร่วมกับทีมวิจัยของศาสตราจารย์ Steve Curley แห่ง M.D. Anderson เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายของผู้ป่วย โดยอาศัยแนวคิด และวิทยาการทางด้าน nanotechnology ร่วมกับการใช้คลื่นวิทยุ

หลักการของ Kanzius Machine คือ การฉีดอนุภาคนาโนของทองคำที่มี antibody ที่เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งติดอยู่ด้วย เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้อนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ไปจับกับเซลล์มะเร็ง ก่อนที่จะใช้คลื่นวิทยุเข้าไปสั่นสะเทือนอนุภาคนาโนเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อน และฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

ปัญหาของแนวคิดนี้คือ จำเป็นต้องหาโมเลกุลที่มีความเฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็ง เพื่อให้อนุภาคนาโนเหล่านี้เข้าไปจับ และทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง โดยที่ไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันออกไปในเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดด้วย

ขณะนี้การศึกษาค้นคว้ายังอยู่ในห้องทดลอง ซึ่งสามารถทำลายเซลล์มะเร็งที่ถูกฉีดอนุภาคนี้เข้าไป แล้วกระตุ้นด้วยคลื่นวิทยุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าจะสามารถเริ่มการทดลองด้านคลินิก (clinical trial) ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ที่มา

ผู้ป่วยรับบริจาคอวัยวะ 4 ราย ติดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจากอวัยวะผู้เสียชีวิต

tags:

MSNBC: มีรายงานผู้ป่วยที่รับบริจาคอวัยวะได้รับมะเร็งจาก เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นไข้เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Meningitis) ที่มาโรงพยาบาล Stony Brook University Hospital ด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลัง และคออย่างรุนแรง ตาพร่า และชัก แต่ไม่สามารถตรวจพบเชื้อที่เป็นสาเหตุได้ ซึ่งเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาหลังจากที่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

หลังการเสียชีวิต บิดามารดาของเด็กหนุ่มได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายอื่น แต่ผลของการผ่าชันสูตรศพในภายหลังพบว่า เด็กหนุ่มรายนี้ไม่ได้เสียชีวิตจากไข้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง (non-Hodgkin Lymphoma) ซึ่งพบได้น้อย (ประมาณ 1,500 ราย/ปี ในสหรัฐอเมริกา) ซึ่งต่อมาบิดาและมารดาของเด็กหนุ่มรายนี้ได้ทราบข่าวว่า ผู้ป่วยอายุ 52 ปี ที่ได้รับการปลูกถ่ายตับของเด็กหนุ่มรายนี้ และผู้ป่วยอายุ 36 ปี ที่ได้รับตับอ่อน เสียชีวิตลงด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเดียวกันในเวลาไม่กี่เดือนต่อมา

นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยอีก 2 ราย ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตของเด็กหนุ่ม ได้เข้ารับเคมีบำบัด และผ่าตัดเอาไตที่ปลูกถ่ายไว้ออก

เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยได้รับมะเร็งจากการปลูกถ่ายอวัยวะนั้นค่อนข้างเกิดได้น้อย (ประมาณ 64 ราย จาก 230,000 ราย จากการรวบรวมข้อมูลของ United Network for Organ Sharing) ในกรณีนี้ จากการตรวจสอบของ State Health Department ไม่พบว่ามีข้อผิดพลาดของแนวทางการปฏิบัติแต่อย่างใด แต่เป็นอาการของโรค และการวินิจฉัยที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของทีมแพทย์ และก็ได้แจ้งให้ผู้ป่วยทั้ง 4 รายทราบ และเข้ารับเคมีบำบัด หลังจากที่ทราบผลชันสูตร

ที่มา 4 get cancer from teen’s donated organs

ระเบิดมะเร็งด้วยระเบิดนาโน

tags:

คงเคยเห็นการใส่วัตถุขนาดนาโนเมตรเพื่อวิเคราะห์โรคมะเร็งในหนูมาแล้ว ตอนนี้พัฒนาไปอีกขั้น โดยนักวิจัยได้พบประสิทธิภาพของวัตถุขนาดนาโนในการระเบิดมะเร็งให้สลายตัว

วิธีการคือใส่วัตถุขนานนาโน 2 ชิ้นมีชื่อว่า nanothermite ทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนและเชื้อเพลิง สามารถสร้างคลื่นจุดระเบิดซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายเซลล์มะเร็งด้วยความเร็ว 1,500 ถึง 2,000 เมตรต่อวินาที ซึ่งหากมาใช้ในร่างกายสิ่งมีชีวิตแล้ว นักวิจัยกล่าวว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และเมื่อทดลองกับเนื้อเยื่อหนูพบอัตราสำเร็จอยู่ที่ 99%

เทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้ได้ในอีก 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า

ที่มา - Engadget.com

การทำงานดึกเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง

tags:

ในเดือนหน้าเป็นต้นไป International Agency for Research ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยขององค์การอนามัยโลก จะประกาศให้การทำงานกะดึกเป็นปัจจัยเสี่ยงในการก่อมะเร็ง จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับการใช้สารสเตียรอยด์ และการถูกรังสีอัลตราไวโอเล็ตเป็นเวลานาน

การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากงานวิจัยแรกในเรื่องนี้ถึง 20 ปี โดย Richard Stevens ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Connecticut Health Center ได้รายงานไว้ตั้งแต่ปี 1987 ถึงความเกี่ยวเนื่องกันของมะเร็งทรวงอกที่เพิ่มขึ้นในช่วงปี 1930 ช่วงเวลาเดียวกับที่การทำงานกะดึกได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยังมีข้อสงสัยถึงสาเหตุของความเกี่ยวข้องนี้อยู่หลายประการ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น American Cancer Society ก็เพิ่มการทำงานกะดึกเข้าไว้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของมะเร็งกันแล้ว

เอ้า โปรแกรมเมอร์ทั้งหลายครับ เลิกงานตรงเวลากันดีกว่า

ที่มา - PhysOrg

ยาปัจจุบันช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งใช้ชีวิตได้ยาวนานขึ้น

tags:

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งอันดับต้นๆ ที่พบได้ในบรรดาคุณผู้หญิง ซ้ำร้ายการตรวจพบก็เป็นไปได้ยาก แต่มีข้อมูลที่พอทำให้เราอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง ด้วยคุณภาพของตัวยา และวิธีการรักษาที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยการยื้อชีวิตผู้ป่วยก็ทำได้ยาวนานขึ้นในปัจจุบัน

ตามรายงานของคุณหมอสตีเฟน เขีย (Stephen Chia) และทีมงานจากมหาวิทยาลัยบริสติท โคลัมเบียร์เมืองแวนคูเวอร์ โดยศึกษาประวัติการรักษาของผู้ป่วย 2,150 ราย ที่มีอาการป่วยด้วยมะเร็งเต้านมก่อนที่มะเร็งจะกระจายตัวไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย พบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ในช่วง เดือนมกราคม 1991 ถึง ธันวาคม 1992 ผู้ป่วยมีชีวิตรอดหลังจากการตรวจพบมะเร็งเฉลี่ย 438 วัน และเพื่มเป็น 450 วันในช่วง ปี 1994-1995 ส่วน ในปี 1997-1998 และ 1999-2001 คือ 564 วันและ 667 วัน ตามลำดับ ด้วยระยะเวลาที่แพทย์ยื้อชีวิตผู้ป่วยได้ยาวนานขึ้น ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพของยารวมถึงวิธีที่ใช้ในการรักษาได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทางที่ดีอย่าเอาชีวิตไปเสื่ยงกับสารหรือพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงจะดีกว่ามั๊ยครับ อย่างน้อยมันก็ยืดเวลาในการเป็นมะเร็งเราออกไป (ถ้าโชคร้ายเราต้องเป็นมะเร็ง) ...

ที่มา: www.sciam.com

Site Search

 
Web blognone.com

Poll

User login