ในที่สุดซัมซุงก็พูดถึงอนาคตของระบบปฏิบัติการอีก 2 ตัวที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง นั่นคือ bada ที่ทุกคนรู้จักกันดี และ Tizen ที่จับมือกับอินเทล สืบทอดตำนานจาก MeeGo
Tae-Jin Kang ผู้บริหารของซัมซุงให้สัมภาษณ์ที่ CES เปิดเผยว่ากำลังรวม bada กับ Tizen เข้าด้วยกัน เขาบอกว่ายังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อใด แต่เมื่อรวมกันเรียบร้อย Tizen จะสามารถรันแอพที่สร้างจาก bada SDK ได้
หลังจากรวมสองระบบเข้าด้วยกัน นักพัฒนาจะมี SDK และ API ชุดเดียว (ไม่ว่าจะมาจากสาย bada หรือ Tizen)
อย่างไรก็ตาม Kang ยอมรับว่าซัมซุงยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะวางตัว bada กับ Tizen อย่างไรดี เขาบอกว่า bada อาจจะจับมือถือตลาดล่างที่ใช้ซีพียูคอร์เดี่ยว และ Tizen จับมือถือตลาดบนที่ไม่ได้ใช้ Android/Windows Phone
เขายังทิ้งท้ายว่าเราจะได้เห็นมือถือ Tizen 1-2 รุ่นในปีนี้ และบอกว่า Tizen จะยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการหลักของซัมซุงในอนาคตอันใกล้
ที่มา - Forbes
- 7 comments
- 2488 reads
สำนักข่าว DigiTimes อ้างแหล่งข่าวภายในอีกครั้งว่าผู้ผลิตที่เคยประกาศร่วมกับ MeeGo อย่าง Acer และ Asus นั้นได้ย้ายมาร่วมกับ Tizen ตามอินเทลเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองบริษัทเคยมีแผนจะวางตลาดอุปกรณ์ MeeGo ในปีนี้ก็หยุดสินค้าเหล่านั้นและเตรียมออกสินค้าอีกครั้งหลัง Tizen ออกตัวจริง
เรื่องน่าสนใจคือบริษัทแรกที่ประกาศ "เอาด้วย" กับอินเทลอย่างเป็นทางการคือซัมซุงซึ่งทำได้ดีมากในตลาดสมาร์ทโฟน แต่การที่กูเกิลเข้าซื้อโมโตโรล่าก็ทำให้ซัมซุงกังวลกับแผนการของกูเกิล ข่าวในครั้งนี้มีการระบุว่าการร่วมมือกับซัมซุงนั้นทางซัมซุงยกเอาทีมที่ทำ Bada เข้ามาช่วย Tizen โดยอาจจะเป็นไปได้ว่าเมื่อตัวจริงออก Tizen อาจจะรันแอพพลิเคชั่นจาก Bada ได้พร้อมๆ กับ MeeGo หากเป็นจริงมันจะเป็นการขยายฐาน Bada ออกไปยังผู้ผลิตอื่นๆ ทำให้ Bada ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของซัมซุงเท่านั้นอีกต่อไป
ตามข่าวระบุว่าค่ายที่รองลงมาอย่าง HTC นั้นยังลังเลที่จะเข้าร่วม แต่ในสภาวะที่ทุกค่ายล้วนมี "ลูกรัก" การเพิ่มทางออกไปอีกสักทางก็น่าจะปลอดภัยกว่าอยู่กับ Android และ Windows Phone เท่านั้น
ที่มา - DigiTimes
- 15 comments
- 2309 reads
Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวไม่ระบุชื่อให้ข่าวว่าซัมซุงจะเปิดซอร์ส Bada ให้กับนักพัฒนาภายนอกในปี 2012 เพื่อให้มีการใช้งานแพร่หลายขึ้น รวมถึงเตรียมจะนำ Bada บุกตลาดโทรทัศน์อีกด้วย
เหตุผลสนับสนุนแนวทางนี้คือการที่กูเกิลซื้อโมโตโรล่าทำให้กูเกิลเองกลายเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์รายใหญ่ไปในตัว บริษัทผู้นำตลาดอย่างซัมซุงนั้นคงไม่อยากพึ่งพิง Android ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทางเลือกที่สอง การสร้างตลาดให้กับ Bada แม้จะไม่ใช่เครื่องที่ซัมซุงผลิตเองทั้งหมด อย่างน้อยก็ยังทำให้ซัมซุงมีตลาดอีกตลาดเป็นทางเลือก และซัมซุงยังเป็นคนควบคุมการพัฒนา Bada เองอีกด้วย
ถ้าใครจำได้แนวทางนี้เป็นแนวทางที่โนเกียเคยใช้และล้มเหลวอย่างมากเนื่องจากไม่มีผู้ผลิตรายอื่นยอมผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ Symbian เลยเพราะมองว่าโนเกียนั้นครอบงำอยู่แล้ว แต่ในภาวะตอนนี้ ระบบปฎิบัติการหลักทุกยี่ห้อกลับมีผู้ผลิตหลัก เช่น Windows Phone ก็มีโนเกียที่ได้เงื่อนไขดีกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ และ Android ก็มีโมโตโรล่า ภาวะเช่นนี้อาจจะบีบให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ต้องหาทางเลือกที่สองเผื่อเอาไว้ และผู้ผลิตบางรายอาจจะเลือก Bada ก็เป็นได้
ที่มา - Wall Street Journal
- 30 comments
- 2429 reads
ผู้ใช้ Samsung Wave คงใจชื้นกันไม่น้อย เมื่อซัมซุงออกมาประกาศผ่าน @samsungbada ว่า Wave ทุกรุ่นจะได้อัพเป็น bada 2.0 ในไตรมาสที่สี่ของปีนี้
ซัมซุงบอกว่าลำดับการอัพเกรดอาจต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยจะเริ่มจากยุโรปก่อน และมือถือแต่ละรุ่นอาจได้ฟีเจอร์ของ bada 2.0 ไม่เท่ากัน ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ของแต่ละรุ่นด้วย
ที่มา - @samsungbada, Sammy Hub
- 6 comments
- 4422 reads
ซัมซุงเปิดตัวมือถือตระกูล Wave ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ bada 2.0 สามตัว โดยใช้ วิธีการตั้งชื่อแบบใหม่ แบบเดียวกับมือถือตระกูล Galaxy ชุดใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อหลายวันก่อน
นอกจากมือถือทั้งสามตัวจะใช้ bada 2.0 แล้ว จะยังมีฟีเจอร์การสนทนาแบบกลุ่ม ChatON ที่เพิ่งเปิดตัวด้วย และรองรับ Wi-Fi Direct
- 12 comments
- 11764 reads
- Read more
หลังจากให้ชาว bada รอคอยกันมานาน ซัมซุงก็ออก bada SDK 2.0.0 สำหรับพัฒนาแอพบนระบบปฏิบัติการ bada 2.0 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้
ของใหม่ใน bada 2.0 มีมากมาย (เคยมีข่าวมาบ้างแล้ว) และเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ bada เริ่มขึ้นมาเทียบชั้นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนอื่นๆ ได้
ขอแบ่งรายการฟีเจอร์เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของระบบปฏิบัติการ กับส่วนของเครื่องมือพัฒนานะครับ
- 19 comments
- 3838 reads
- Read more
เว็บไซต์ bada World รายงานข่าวจากซัมซุงประเทศฝรั่งเศสว่า ปีนี้ซัมซุงจะออกมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ bada 2.0 อีกสองตัว ซึ่งยังไม่มีชื่อรุ่นทั้งคู่
ตัวแรกจะเป็นรุ่นท็อป ใช้จอขนาด 3.65" HVGA, กล้อง 5MP+VGA, รองรับ Bluetooth 3.0 เริ่มขายเดือนกันยายน
ตัวต่อมาจะใช้จอขนาด 3.14" QVGA, กล้อง 3MP, รองรับ Bluetooth 3.0 ออกขายเดือนพฤศจิกายน
ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ bada ได้รับความนิยมมาก โดยมีส่วนแบ่ง 20.1% เป็นอันดับสามรองจาก iOS 20.5% (อันดับหนึ่งคือ Android 31.3%)
ที่มา - bada World
- 19 comments
- 964 reads
ซัมซุงประเทศอินเดียได้ส่งอีเมลไปยังนักพัฒนา Symbian โดยมีเนื้อหาว่า ถ้าคุณเป็นนักพัฒนาที่ไม่พอใจแนวทางของโนเกียและกำลังมองหาแพลตฟอร์มอื่น เราก็ขอบอกคุณว่า "ยินดีต้อนรับสู่ Bada" พร้อมลิงก์ไปยังเอกสารแนะนำการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Bada
ตัวแทนของซัมซุงบอกว่าคำเชิญนี้ส่งออกไปโดยผู้จัดงานสัมมนาด้าน Bada ในอินเดีย โดยทางฝ่ายมือถือของซัมซุงเองไม่ได้มีแผนจะจ้างนักพัฒนาจากโนเกียแต่อย่างใด ภาพประกอบบัตรเชิญสามารถดูได้ตามลิงก์ครับ
ที่มา - Unwiredview, Samsung Hub
- 24 comments
- 875 reads
หนึ่งปีหลังจาก bada วางตลาดทางซัมซุงก็ได้ประกาศในงานสัมนานักพัฒนาที่ประเทศเกาหลีใต้ว่าปีหน้า bada 2.0 จะเข้าสู่ตลาด โดยมีฟีเจอร์ใหม่ๆ จำนวนมาก นับแต่การทำมัลติทาสก์, รองรับ HTML5, การส่งข้อมูลแบบพุช (Push), NFC, การจดจำเสียง, และการเปลี่ยนเสียงเป็นข้อความ
ซัมซุงคาดว่ายอดขายรวมของโทรศัพท์ที่ใช้ bada จะเกิน 5 ล้านเครื่องในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านเครื่องภายในครึ่งปีหน้า
ไม่มีการยืนยันว่าโทรศัพท์รุ่นเดิมนับแต่ Wave เป็นต้นมาจะได้รับอัพเกรดเป็น bada 2.0 นี้หรือไม่
ที่มา - Samsung Hub
- 5 comments
- 1342 reads
Gregory Lee ซีอีโอของซัมซุงภาคพื้นเอเชีย ให้สัมภาษณ์กับ CNET ถึงสถานการณ์มือถือโลกและทิศทางของซัมซุง
Lee บอกว่าเป้าหมายของซัมซุงต้องการเป็นเบอร์หนึ่งของโลกแซงโนเกีย แม้ว่ายอดขายจะโตขึ้นทุกปี แต่ตอนนี้ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ เขาบอกว่าตลาดที่โตเร็วที่สุดในตอนนี้คือสมาร์ทโฟน และซัมซุงจะทุ่มทรัพยากรลงใน Android เพราะได้เสียงตอบรับดีจากบรรดาเครือข่ายที่ช่วยขาย Galaxy S แต่เขาก็ยอมรับว่าการออก Android 2.2 ช้าเป็นข้อจำกัดของบริษัทที่ตามกระบวนการพัฒนาของกูเกิลไม่ทัน
ส่วน bada นั้น ซัมซุงเอาไว้จับตลาดกลาง-ล่างโดยเฉพาะ Lee บอกว่า bada เป็นแพลตฟอร์มราคาถูกให้นักพัฒนาแอพพลิเคชันท้องถิ่นได้เลือกใช้ และอนาคต มือถือจอสัมผัสของซัมซุงรุ่นที่ไม่ใช่ Android (พวก Candy) จะเปลี่ยนมาใช้ bada ทั้งหมด
ที่มา - CNET
- 26 comments
- 1344 reads
เมื่อซัมซุงประกาศออก Samsung Wave II S8530 ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตัวจริงของ Wave ตัวแรก ก็เกิดความสับสนขึ้นทันทีกับ Wave 2 และ Wave 2 Pro ที่เปิดตัวก่อนหลายเดือน
ล่าสุดซัมซุงประกาศเปลี่ยนชื่อมือถือตัวเดิมแล้ว โดย Wave 2 จะถูกเรียกว่า Wave 525 และ Wave 2 Pro รุ่นมีคีย์บอร์ดจะเปลี่ยนเป็น Wave 533 ทั้งสองตัวมีขายในรัสเซียแล้ว และจะทำตลาดประเทศกำลังพัฒนาอื่นในเร็ววัน ไม่รองรับ 3G ทั้งคู่ครับ
ในช่วงไล่เลี่ยกัน ซัมซุงยังออก Samsung Wave 575 มือถือตัวใหม่หน้าจอ 3.2" ความละเอียด 240×400 กล้อง 3MP และมี 3G ตอนนี้ยังไม่ระบุราคาแต่เห็นว่าจะทำตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
- 6 comments
- 2602 reads
ซัมซุงออกมือถือระบบปฏิบัติการ bada ตัวที่ห้า มันคือ Wave II S8530 ซึ่งเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการของ Wave S8500 ตัวแรก
ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมซัมซุงถึงเลือกชื่อ Wave II ซึ่งอาจสับสนกับ Wave 2 S5250 แต่ Wave II เป็นมือถือระดับกลาง-บนเหมือนกับ Wave ต่างจาก Wave 2 ที่จับตลาดกลาง-ล่าง
โดยรวมแล้ว Wave II เหมือนกับ Wave ทุกประการ ยกเว้นใช้จอใหญ่ขึ้น 3.7" (ของเดิม 3.3") โดยเปลี่ยนมาใช้จอ Super LCD เนื่องจากจอ Super AMOLED ขาดตลาด และหน่วยความจำภายในเพิ่มจาก 1.5 GB มาเป็น 2 GB
กำหนดวางขายที่เยอรมนีในเดือนพฤศจิกายน ราคา 429 ยูโรหรือประมาณ 18,000 บาท
ที่มา - Bada Forums
- 14 comments
- 6314 reads
- Read more
Samsung Wave ซึ่งเป็นมือถือตัวแรกของ Samsung ที่ใช้ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาจาก Samsung เองอย่าง Bada OS ทำยอดขายได้ดีเกินคาดในยุโรป โดยสามารถขายเครื่องได้ถึง 1 ล้านเครื่องภายใน 4 เดือนที่วางจำหน่าย ก่อนหน้านี้ในตลาดโลก Samsung Wave ก็ทำยอดขายถึง 1 ล้านเครื่องภายใน 1 เดือน ก่อนหน้าแฝดรุ่นใหญ่สุดฮิตอย่าง Samsung Galaxy S มาแล้ว
จุดเด่นของ Samsung Wave อยู่ที่ หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 3.3 นิ้ว, Wi-Fi, GPS, กล้อง 5 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอแบบ HD 720p ได้ ซึ่งมาปูทางให้รุ่นน้องอย่าง Samsung Wave 2, Wave 2 Pro และ Wave 723 ได้เป็นอย่างดี
ส่วนตลาดไทยก็ไม่น้อยหน้าเพราะเครื่องขาดตลาด + ราคาขึ้นอีกต่างหาก
ที่มา - GSMArena
- 18 comments
- 1785 reads
- Read more
ในขณะที่ผู้ใช้ Android ในไทยยังไม่สามารถซื้อโปรแกรมได้จาก Market เสียที แต่ผู้ใช้มือถือ bada (ซึ่งในตอนนี้คือ Samsung Wave) แซงหน้าไปแล้ว เพราะซัมซุงได้เริ่มขาย paid apps ในประเทศไทยแล้ว
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศที่ซัมซุงเพิ่ม paid apps เข้ามาในรอบนี้ ข้อมูลจาก BadaThai ระบุว่าต้องจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น และซัมซุงคิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 45 บาท ทำให้ราคาในไทยแพงกว่าราคาของสหรัฐมาก
ที่มา - Bada Forums, BadaThai
- 38 comments
- 5140 reads
ขอรวบสองข่าวเป็นข่าวเดียวเลยครับ
ข่าวแรก ซัมซุงนำ Wave 723 รัน Bada ที่เพึ่งเปิดตัวไปล่าสุดมาโชว์ในงาน IFA 2010 ซึ่งดูข้อมูลทางเทคนิคแล้วไม่น่าเป็นเครื่องราคาถูกดังที่ผู้บริหารระบุไว้เลย โดย Wave 723 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT LCD 3.2 นิ้ว กล้อง 5 ล้านพิกเซลพร้อมออโต้โฟกัสและไฟแฟลช รองรับ Wi-Fi (802.11 b/g/n) และรัน Bada 1.1 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ UI auto-scaling
ซัมซุงได้เริ่มวางขายในเยอรมนีแล้วค่อยขยายไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกกลาง และแอฟริกาตามลำดับ - Engadget
ข่าวต่อมา ในงานเดียวกันซัมซุงได้นำ Galaxy Player 50 มาเปิดตัว โดยมันมาพร้อมกับหน้าจอ 3.2 นิ้ว ที่ความละเอียด WQVGA กล้อง 2 ล้านพิกเซล รองรับ DivX รัน Android 2.1 พร้อมเทคโนโลยี SoundAlive ที่ช่วยประมวลผลเสียงให้ดียิ่งขึ้น และมีให้เลือกระหว่างหน่วยความจำภายใน 8 หรือ 16 กิกะไบต์ ส่วนราคาขายและกำหนดวางขายยังไม่ระบุ - Engadget
- 8 comments
- 3715 reads
- Read more






