มีผู้พบช่องโหว่บน iOS 6.1 ซึ่งทำให้สามารถเข้าไปดูข้อมูลใน iPhone ได้แม้ว่าเครื่องจะตั้งรหัสล็อคเอาไว้ โดยข้อมูลที่เข้าไปดูได้มีทั้งรายชื่อติดต่อ ข้อความเสียง รูปภาพ ตลอดจนสามารถโทรศัพท์ออกได้ด้วย
Trudy Muller ตัวแทนของแอปเปิลให้ความเห็นกับข่าวนี้ว่าแอปเปิลให้ความสำคัญมากในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ซึ่งทางแอปเปิลรับทราบปัญหานี้แล้วและจะออกตัวแก้ไขออกมาเร็วๆ นี้
สำหรับวิธีการเจาะผ่าน iOS 6.1 ดูได้ในคลิปท้ายข่าวและที่มาครับ
ที่มา: All Things D และ Jailbreak Nation
ในบราซิล แอปเปิลมีคดีเรื่องเครื่องหมายการค้าคำว่า "iPhone" กับบริษัท Gradiente Eletronica ของบราซิล ที่จดทะเบียนชื่อ "iphone" มาตั้งแต่ปี 2000 แต่เพิ่งมาทำสินค้าขายจริงๆ ในปี 2012 (เป็นสมาร์ทโฟนรันแอนดรอยด์)
หน่วยงานด้านทรัพย์สินอุตสาหกรรมของบราซิล (Institute of Industrial Property - INPI) ตัดสินว่าแอปเปิลไม่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้า iPhone/iphone แต่เพียงผู้เดียวในบราซิล แอปเปิลยังขาย iPhone ในบราซิลได้ แต่ Gradiente ก็มีสิทธิฟ้องร้องเพื่อขอเป็นเจ้าของชื่อ iphone แต่เพียงผู้เดียวได้เช่นกัน
แอปเปิลยื่นอุทธรณ์เรื่องนี้แล้ว ส่วน Gradiente ก็ให้สัมภาษณ์ว่าเปิดรับการเจรจาทุกรูปแบบเสมอ
หลายคนคงเดาได้ว่าเรื่องนี้น่าจะจบลงโดยแอปเปิลยอมจ่ายเงิน
ที่มา - BBC
Counterpoint Research รายงานว่า iPhone ได้กลายเป็นมือถือที่ขายดีที่สุดของญี่ปุ่นในปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกตั้งแต่แอปเปิลเปิดตัว iPhone เลยทีเดียว โดยแอปเปิลได้ส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 15% ส่วน Sharp และ Fujitsu เจ้าถิ่นมีส่วนแบ่งการตลาด 14% ทางด้าน Samsung, LG และ Huawei ก็ยังมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตมือถือที่ไม่ใช่สัญชาติญี่ปุ่นกินส่วนแบ่งการตลาดเกินครึ่ง
ญี่ปุ่นนั้นเป็นตลาดที่เข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ผลิตมือถือจากต่างชาติ เนื่องจากเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนประเทศอื่น ๆ และมือถือฟีเจอร์โฟนของญี่ปุ่นนั้นก็สามารถเข้าเว็บได้ จึงทำให้ความต้องการสมาร์ทโฟนนั้นมีจำกัด
ที่มา - Counterpoint Research ผ่าน MacRumors
Apple ทำการอัพเดต MacBook Pro รุ่นที่มาพร้อมกับ Retina Display ดังนี้
- รุ่น 13" ตัวแรก ลดราคาจาก $1,699 เหลือ $1,499 สเปกไม่เปลี่ยนแปลง
- รุ่น 13" ตัวท็อป เปลี่ยน CPU จาก Core i5 2.5 GHz เป็น 2.7 GHz และลดราคาจาก $1,999 เหลือ $1,799
- รุ่น 15" ตัวแรก เปลี่ยน CPU จาก Core i7 2.3 GHz เป็น 2.4 GHz
- รุ่น 15" ตัวท็อป เปลี่ยน CPU จาก Core i7 2.6 GHz เป็น 2.7 GHz และเพิ่มแรมเป็น 16 GB
พร้อมกันนี้ได้ลดราคา MacBook Air รุ่น 13" ตัวท็อปลงจาก $1,499 เหลือ $1,399 และยก MacBook Pro รุ่น 15" ตัวท็อป (ที่ไม่ใช่ Retina Display) ออก โดยให้ใช้วิธีสั่งเป็นอัพเกรดจากตัวแรกแทน ส่วนราคาในไทยนั้นอาจต้องรออีกสักพัก แล้วจะอัพเดตอีกครั้งครับ อัพเดตราคาไทยหลังเบรคครับ
ผมว่าตอนแรกราคาเปิดตัวรุ่น 13" นี่โหดเกินไปมาก อยากทราบเหมือนกันว่าลดราคาลงมาจะกระตุ้นยอดขายได้หรือเปล่า?
ที่มา: The Verge, Apple Store Online (US), Apple Store Online (TH)
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดการณ์ว่า Google อาจต้องยอมจ่าย 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อขอให้ Apple เลือกใช้งานเครื่องมือค้นหาของ Google เป็นมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับอุปกรณ์ iOS
ถึงแม้ว่า Google และ Apple จะเป็นคู่แข่งกันโดยตรงด้านระบบปฏิบัติการ iOS และ Android แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็นสำหรับ Google ที่มีรายได้หลักจากการขายโฆษณา ซึ่งแน่นอนว่าที่ไหนมีผู้ใช้งานเยอะ ที่นั่นย่อมเป็นขุมเงินขุมทองสำหรับ Google ด้วย
ยิ่งหากพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า การรับส่งข้อมูลบนในกลุ่มอุปกรณ์พกพา ส่วนใหญ่แล้วเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ iOS ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น iPhone และ iPad (อาจดูตัวอย่างสถิติของบล็อกนันปี 2012 กลุ่มผู้ใช้งานอุปกรณ์พกพาเป็น iOS ถึง 58.28% ทิ้งห่าง Android ที่มีอยู่ 37.77%) ก็น่าเชื่อได้ว่า Google อาจยอมลงทุนครั้งใหญ่
นอกจากนี้ Google อาจมองได้ว่าการจองที่มั่นให้ผลิตภัณฑ์ของตนเองให้อยู่บนระบบ iOS ได้ ยังเป็นการตัดช่องทางของคู่แข่งอย่าง Bing ที่อาจจะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดได้อีกด้วย
ที่มา - Ubergizmo
On Device บริษัทวิจัยการตลาดเปิดผลสำรวจความพึงพอใจต่อสมาร์ตโฟนที่ใช้ พบว่าห้าอันดับแรกของตลาดสหรัฐฯ กลายเป็นแอนดรอยด์ไปเสียสี่อันดับได้แก่ Motorola Atrix HD, Motorola Droid RAZR M, HTC Rezound 4G, Samsung Galaxy Note 2, และ iPhone 5
ทาง On Device ระบุว่าความพึงพอใจของโทรศัพท์ทั้งห้ารุ่นเกี่ยวข้องกับการรองรับเครือข่าย LTE ทั้งสิ้น โดยผู้ใช้เครือข่าย 4G LTE มีแนวโน้มจะให้คะแนนความพึงพอใจสูงกว่าผู้ไม่ได้ใช้เฉลี่ย 0.48 คะแนนจาก 10 คะแนน
ทางฝั่งอังกฤษนั้น HTC One X ก็ได้คะแนนนำ iPhone 5 อีกเช่นกัน ตามมาด้วย Samsung Galaxy Note 2, Samsung Galaxy S3 Mini, และ Samsung Galaxy S3
ที่มา - On Device
จากข่าว Vodafone UK เตือนผู้ใช้ iPhone 4S อย่าเพิ่งอัพเดต iOS 6.1 เพราะมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อกับเครือข่าย
ล่าสุดแอปเปิลออก iOS 6.1.1 มาแก้ปัญหานี้แล้ว โดยคำอธิบายของการอัพเดตระบุว่าแก้ปัญหาประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์ และเสถียรภาพของ iPhone 4S
ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าอุปกรณ์ iOS ตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ iPhone 4S จะได้อัพเดตตัวนี้ด้วยหรือไม่ครับ
ที่มา - VentureBeat
Apple ได้สิทธิบัตรเกี่ยวกับการประดิษฐ์แป้นสัมผัสสำหรับรองรับการป้อนคำสั่งของผู้ใช้งาน โดยการออกแบบใช้แผงตัวนำไฟฟ้าฝังไว้ใต้แป้นสัมผัส ซึ่งแผงตัวนำชุดเดียวกันนี้จะทำหน้าที่ดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำไปหมุนเวียนเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเลี้ยงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในตัวอุปกรณ์ด้วย
ประโยชน์สำคัญประการแรกที่ได้รับจากเทคโนโลยีนี้ คือสามารถลดขนาดของอุปกรณ์ให้เล็กลงได้ เนื่องจากพื้นที่รับการสั่งงานด้วยการสัมผัสและพื้นที่รับพลังงานแสงถูกนำมาซ้อนทับเป็นบริเวณเดียวกัน
นอกจากนี้ ด้วยแนวทางการออกแบบอุปกรณ์ตามเทคนิคข้างต้น ยังเป็นการพัฒนาความสามารถจากแป้นสัมผัสที่โดยปกติจะรับรู้การสั่งงานได้จากการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น ให้เพิ่มการรับรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงของแสงที่ตกกระทบตัวมันด้วย หรือกล่าวได้ว่ามีการทำงานเป็นเซ็นเซอร์แบบ optical นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม สิทธิบัตรนี้ยังคงใช้เทคนิคการฝังตัวนำไว้ใต้พื้นผิวอุปกรณ์เพื่อรับการสัมผัสและรับแสงที่ตกกระทบ ซึ่งยังไม่สามารถนำมาปรับใช้กับหน้าจอสัมผัสได้ เพราะแผงตัวนำดังกล่าวจะไปบดบังการแสดงผลของหน้าจอนั่นเอง
ที่มา - Patently Apple, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO
หนังสือพิมพ์ The New York Times มีบทความเจาะลึกเรื่องแนวทางการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซัมซุง ซึ่งแตกต่างจากแอปเปิลอย่างสิ้นเชิง เพราะในขณะที่แอปเปิลถือหลักว่า "ผู้ใช้ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร" ซัมซุงกลับศึกษาความต้องการของตลาดอย่างละเอียดยิบแล้วจึงนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
- Kim Hyun-suk ผู้บริหารระดับสูงของซัมซุงบอกว่าได้ไอเดียส่วนใหญ่มาจากตลาดนั่นเอง ตลาดเป็นแรงผลักสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ และซัมซุงไม่ต้องการนำพาตลาดไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
- งบวิจัยและพัฒนาของซัมซุงอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 5.7% ของรายได้ ส่วนแอปเปิลมีงบวิจัยและพัฒนา 3.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 2.2% ของรายได้
- ซัมซุงมีพนักงาน 60,000 คนในศูนย์วิจัยทั่วโลก 34 แห่ง มีการทำโพลถามความเห็นจากผู้บริโภค และซื้อรายงานวิจัยจากบริษัทภายนอก และจ้างพนักงานให้ลงพื้นที่ในบางประเทศเพื่อดูแนวโน้มตลาดหรือค้นหาไอเดียใหม่ๆ
- ดีไซเนอร์ของ Galaxy S III ได้แรงบันดาลใจจากการลงพื้นที่กัมพูชา เฮลซิงกิ จากการดูนิทรรศการภาพเขียนของ Salvador Dalí และการล่องบอลลูนเหนือป่าแอฟริกา (ซัมซุงมีดีไซเนอร์กว่า 1,000 คนจากพื้นเพที่แตกต่างกันมาก)
- Hangil Song ดีไซเนอร์คนหนึ่งเดินทางไปรีสอร์ท Marina Bay Sands ในสิงคโปร์ ดูวิวท้องฟ้า อาคารในเมือง และผิวน้ำ ได้ไอเดีย "ผิวน้ำบนหน้าจอ" ที่เราเห็นใน Galaxy S III
- ส่วน Galaxy Note ได้ไอเดียมาจากการทำโฟกัสกรุ๊ปกับผู้บริโภคโดยตรง โดยซัมซุงพบว่าคนจำนวนมากต้องการอุปกรณ์หน้าจอใหญ่ที่เหมาะกับการเขียนหนังสือ จดโน้ต และวาดภาพ โดยเฉพาะคนเอเชียที่เขียนตัวอักษรของตัวเองด้วยปากกาง่ายกว่าการพิมพ์
- ซีอีโอของ Sprint ให้ความเห็นในบทความนี้ว่า การทำงานกับซัมซุงง่ายกว่าแอปเปิลมาก เพราะซัมซุงรับฟังความต้องการของโอเปอเรเตอร์ในการพัฒนาโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ด้วย ในขณะที่แอปเปิลควบคุมการออกแบบของตัวเองทั้งหมด
ที่มา - The New York Times
รัฐสภาออสเตรเลียได้ทำหนังสือเรียกตัวแทนผู้บริหารของแอปเปิล เพื่อให้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสภาว่าเหตุใดสินค้าของแอปเปิลจึงมีราคาขายในประเทศสูงมาก หากเทียบกับราคาที่จำหน่ายในประเทศอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการก็ได้เรียกไมโครซอฟท์และ Adobe เข้าชี้แจงเช่นกัน แต่ทั้งสองบริษัทปฏิเสธที่จะให้การ
ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียมีมูลค่าเท่ากับ 1.03 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกันมาก แต่เมื่อดูรายละเอียดราคาสินค้าแล้ว iPad 16GB WiFi ที่ขายในอเมริกา 499 ดอลลาร์ กลับมีราคาถึง 539 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งสินค้าไอทีตัวอื่นก็มีการตั้งราคาในออสเตรเลียสูงกว่าแบบนี้เช่นเดียวกัน
ส.ส. Ed Husic ซึ่งเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนี้ระบุว่าการที่สินค้าไอทีมีราคาแพงเกินไปเช่นนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในออสเตรเลียมีมูลค่าสูงกว่าประเทศอื่น การอ้างต้นทุนค่าแรงว่าเป็นปัจจัยหลักก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ผลิตในออสเตรเลีย ยิ่งกับสินค้าซอฟท์แวร์แล้วแทบไม่ควรมีต้นทุนส่วนเพิ่มเข้ามาเลย ข้อมูลจากการศึกษาของ Husic เองพบว่าออสเตรเลียต้องจ่ายเงินส่วนเพิ่มนี้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาษีคืนกลับเข้ามาในประเทศนั้นมีไม่ถึง 1% ของส่วนนี้ด้วยซ้ำ
ตัวแทนแอปเปิลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวดังกล่าว
ที่มา: Reuters
แม้ว่าคดีระหว่างแอปเปิลกับซัมซุงยังมีต่อไปเรื่อย ๆ แต่รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สบอกว่าทิม คุก เอง ไม่เคยอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และก็ไม่ต้องการที่จะให้แอปเปิลฟ้องซัมซุงตั้งแต่แรก ในฐานะที่ซัมซุงเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับแอปเปิลมาตลอด ทิม คุก เองเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนจุดนี้ เพราะเขาเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องของห่วงโซ่อุปทานดี
อย่างไรก็ตาม การที่สตีฟ จ็อบส์มีจุดยืนว่าเขาจะถล่มนิวเคลียร์กับ Android ให้ได้ ทำให้บอร์ดบริหารของแอปเปิลต้องคอยติดตามและเตือนซัมซุงตลอดมาในเรื่องของการออกแบบสินค้า ไม่ให้ใกล้เคียงกับของแอปเปิลมากเกินไป แต่เมื่อมันชัดเจนแล้วว่าซัมซุงไม่ต้องการที่จะก้มหัวให้กับแอปเปิล แอปเปิล (และทิม คุก) จึงจำเป็นต้องเริ่มการดำเนินคดี
รายงานจาก The New York Times บอกว่าแอปเปิลกำลังทดสอบนาฬิกาอัจฉริยะ หรือ Smart Watch ที่ทำด้วยกระจกอยู่ โดยจะเลือกใช้ Willow Glass กระจกที่โค้งงอได้ของ Corning ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีในการผลิต Gorilla Glass
แหล่งข่าวของ The New York Times ที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อบอกว่านาฬิกาดังกล่าวจะรันระบบปฏิบัติการ iOS และกระจกที่โค้งงอได้นี้อาจจะใช้ในการพันรอบข้อมือได้ด้วย
ระยะหลัง ๆ นี้สินค้าไอทีประเภทสวมใส่ได้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก สินค้าที่เด่น ๆ ได้แก่ Pebble, Jawbone UP, Nike FuelBand, GoPro หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์สวมใส่ได้อย่าง Google Glass อย่างไรก็ตามทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิลที่นั่งอยู่ในบอร์ดของ Nike ด้วยเคยกล่าวไว้ที่งาน D10 ว่าอุปกรณ์ไอทีสวมใส่ได้เป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีใครคุ้นเคยกับมันดีพอ
ที่มา - MacRumors
หมายเหตุ: ภาพประกอบไม่ใช่สินค้าที่มีอยู่จริง
อัพเดตล่าสุดของ iOS กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปเสียแล้ว หลังจาก Vodafone UK ออกมาเตือนไม่ให้ผู้ใช้ iPhone 4S อัพเดตไปเป็น iOS 6.1 หลังจากพบว่ามีปัญหากับการเชื่อมต่อเครือข่าย
จากรายงานของ Vodafone UK ระบุว่าผู้ใช้ที่อัพเดตไป iOS 6.1 บางรายอาจประสบปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน 3G โทรออก-รับสายโทรศัพท์ไม่ได้ และส่ง-รับข้อความไม่ได้
ทาง Vodafone UK ได้ติดต่อเรื่องนี้ไปยังแอปเปิลแล้ว และได้คำตอบว่ากำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบ จึงออกมาเตือนผู้ใช้ไม่ให้อัพเดตจนกว่าแอปเปิลจะประกาศยืนยันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว
ที่มา - Vodafone
ข่าวลือที่ว่าแอปเปิลจะทำทีวีของตัวเองเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากมีรายงานว่าเพิ่งคว้าตัวนักวิจัยสัญชาติเกาหลีใต้ James(Jueng-Gil) Lee จากแอลจีมาร่วมงานแล้ว
ก่อนหน้าที่จะถูกดึงตัวมายังแอปเปิล นอกจากจะทำงานกับแอลจีแล้ว Lee ยังเคยทำงานกับซัมซุง และ Cambridge Display Technology โดยเป็นกำลังหลักในการพัฒนา AMOLED สำหรับทีวีให้กับแอลจีอีกด้วย
เมื่อรวมกับความเคลื่อนไหวก่อนหน้าของแอปเปิลที่พยายามควบคุมชิ้นส่วนการผลิตตั้งแต่แฟลชเมมโมรี่ (เข้าซื้อ anobit) และเลือกออกแบบชิปด้วยตัวเอง จนมาถึงความสนใจในจอภาพ AMOLED ในครั้งนี้ ถ้าแอปเปิลไม่ได้ตั้งใจทำทีวีอยู่จริงๆ ก็คงน่าเสียดายมาก
ที่มา - 9to5Mac
เมื่อคืนที่ผ่านมานี้แอปเปิลได้ประกาศว่าบริษัทได้ตัดสินใจจะคืนเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก (เกินไป) ให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว โดยการประกาศคืนเงินให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ มาตามจดหมายที่ Greenlight Capital ผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งของแอปเปิลได้ส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ว่าแอปเปิลมีขนาดบัญชีงบดุลใหญ่เกินไป
จำนวนเงินสดที่แอปเปิลถืออยู่ปัจจุบันมีทั้งหมด 1.37 แสนล้านดอลลาร์ และการที่มีเงินสดมากเกินความจำเป็นไม่ได้ตามหลักการบริหารธุรกิจแล้ว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจแต่อย่างใด เพียงแค่ไตรมาสที่แล้วเพียงไตรมาสเดียว แอปเปิลสามารถทำเงินสดเพิ่มมาได้ถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ แอปเปิลจะคืนเงินจำนวนทั้งหมด 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์แก่ผู้ถือหุ้นในระยะเวลาสามปีข้างหน้า และในสัปดาห์หน้าแอปเปิลจะเริ่มคืนเงินให้ก้อนแรกเป็นจำนวนหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์
ข่าวนี้ทำให้หุ้นแอปเปิลเด้งขึ้นมาเล็กน้อย
ที่มา - MacRumors
ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล Steve Wozniak ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อแอปเปิล โดยเขาบอกว่าแอปเปิลเริ่มที่จะกลายเป็นผู้ตามแล้วในเรื่องของคุณสมบัติ (หรือฟีเจอร์) ของสมาร์ทโฟน ระหว่างที่เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อจากเยอรมนี Wirtschafts Woche
Woz บอกว่า "พวกเราเริ่มล้าหลังแล้ว คู่แข่งรายอื่นตามทันเราแล้ว ซัมซุงเองเป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม และนั่นก็เพราะว่าพวกเขาผลิตสินค้าดี ๆ ออกมาได้" อย่างไรก็ตาม Woz ก็ไม่ได้บอกว่าแอปเปิลผลิตสินค้าที่ "ไม่ดีพอ" ซึ่ง Woz เองยืนยันว่าถ้าแอปเปิลออกวางขายสินค้าที่ไม่ดีพอ เขาก็คงไม่ยอมไปต่อคิวซื้อทุก ๆ ครั้งหรอก
Apple ยื่นจดสิทธิบัตรเทคนิคการปลดล็อคอุปกรณ์เพื่อใช้งาน ด้วยวิธีการตอบคำถาม หรือระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพให้ถูกต้อง
วิธีการทำงานของระบบ คือ ตัวอุปกรณ์จะสุ่มเลือกรูปภาพจากอัลบั้ม จากนั้นผู้ใช้งานต้องระบุชื่อของบุคคลหรือสิ่งของที่ปรากฏในภาพให้ถูกต้อง ซึ่งหากต้องการความปลอดภัยที่แน่นหนายิ่งขึ้น ก็สามารถตั้งให้ระบบใช้วิธีสุ่มเลือกรูปภาพมาให้ตอบคำถามแบบต่อเนื่องกันหลายรูปได้
การป้อนคำตอบสำหรับระบุข้อมูลหรือตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ ยังสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมการประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น การกดแป้นพิมพ์, การสัมผัสหน้าจอ หรือการสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น
หากนับย้อนไปก่อนหน้านี้ Apple เคยยื่นจดสิทธิบัตรเทคนิคการปลดล็อคอุปกรณ์ด้วยสารพัดวิธีมาก่อน โดยหนึ่งในนั้น คือคำขอจดสิทธิบัตรการปลดล็อคอุปกรณ์ด้วยใบหน้าที่ถูกยื่นไปตั้งแต่เดือนกันยายนของปีก่อน (ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ)
ที่มา - TechCrunch, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO
comScore เผยสถิติส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน (ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดมือถือรวม) ของสหรัฐอเมริกาในไตรมาสสุดท้ายของปี (ตุลาคม-ธันวาคม 2012)
แอปเปิลยังนำเป็นอันดับหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนด้วยส่วนแบ่งตลาด 36.3% (เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 2 จุด) อันดับสองเป็นซัมซุง 21% (เพิ่มขึ้น 2.3 จุด) อันดับสามเอชทีซี 10.2% (ลดลง 1.8 จุด) อันดับสี่โมโตโรลา 9.1% (ลดลง 0.7 จุด) และอันดับห้าแอลจี 7.1% (เพิ่ม 0.5 จุด)
ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนยังเป็นของ Android 53.4% ตามด้วย iOS 36.3%, BlackBerry 6.4%, Windows Phone 2.9%
ที่มา - comScore
แอปเปิลออกมาประกาศความสำเร็จของ iTunes Store ว่าตั้งแต่เปิดบริการมา ยอดขายเพลงแตะ 25 พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย
เพลงที่ 25 พันล้านคือ “Monkey Drums” (Goksel Vancin Remix) ของ Chase Buch โดยผู้ซื้อเป็นหนุ่มชาวเยอรมันที่ได้บัตรของขวัญมูลค่า 10,000 ยูโร ไปซื้อเพลงอื่นๆ บน iTunes Store ในอนาคตต่อไป
Eddy Cue ผู้บริหารของแอปเปิลที่คุมบริการและซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ต ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันแอปเปิลขายเพลงได้ 15,000 เพลงต่อนาที
สถิติก่อนหน้านี้ของแอปเปิลคือ 20 พันล้านเพลงเมื่อเดือนกันยายน 2012
ที่มา - Apple
หลังจากที่มีการถอดตำแหน่งของ Scott Forstall ออกจากการเป็นหัวหน้าฝ่าย iOS แอปเปิลก็ได้สร้างตำแหน่งใหม่ให้กับ Jony Ive ซึ่งตอนนี้มีหน้าที่ดูแลเรื่อง "ประสบการณ์ของผู้ใช้" (UX) ควบคู่ไปกับ Industrial Design ของตัวสินค้า
รายงานล่าสุดจาก Wired เผยว่าแอปเปิลอาจจะเตรียมเปลี่ยนแปลง UI ของระบบปฏิบัติการของตัวเองใหม่ทั้งหมด จากการที่แอปเปิลได้ประกาศหา Senior Software Engineer สำหรับชุดซอฟต์แวร์ iLife (ที่รวม iPhoto, iMovie และ GarageBand) ใหม่ที่สามารถช่วยแอปเปิล "จินตนาการ UI ใหม่ขึ้นมาได้" ซึ่งน่าไม่น่าจะเป็นเพียงแค่การอัพเดต UI ตามปรกติ แต่จะเป็นการเริ่มใหม่ทั้งหมด










