มหากาพย์ TechCrunch/CrunchFund ที่ลากยาวมานานสองสัปดาห์ อาจถึงเวลาสิ้นสุด (ภาคแรก, ภาคสอง)
หลังจาก Michael Arrington ผู้สร้าง TechCrunch และบุคคลผู้เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งครั้งนี้ ประกาศยื่นคำขาดให้บริษัทแม่ AOL ให้อิสระในการทำงาน หรือไม่ก็ขายเว็บกลับคืนให้เขา ผลก็คือ AOL ไม่ยอมเลือกทั้งสองทาง และ Arrington ต้องเป็นฝ่ายออกจากบริษัทไป
- 2 comments
- 1118 reads
- Read more
หลังการปลด Carol Bartz คำถามที่ทุกคนถามถึงก็คือ Yahoo! จะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งผู้บริหารของบริษัทก็ยังไม่มีคำตอบให้
แต่ตอนนี้มีข่าววงในหลุดออกมาว่า Tim Armstrong ซีอีโอของ AOL กำลังคุยกับ Allen & Co. บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินของ Yahoo! ถึงความเป็นไปได้ในการควบกิจการระหว่างสองบริษัท
ตามข่าวบอกว่า Armstrong เคยคิดเรื่องการรวมบริษัทมารอบหนึ่งแล้ว แต่ Carol Bartz ไม่เห็นด้วย ซึ่งตอนนี้เธอลงจากตำแหน่งไปแล้ว ทำให้ Armstrong เริ่มกลับมาคิดเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง
มูลค่าบริษัทตามราคาหุ้นของ AOL อยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Yahoo! คือ 18.2 พันล้านดอลลาร์
พอมีข่าวนี้ออกมา ก็โดนวิจารณ์ว่า "บริษัทที่อยู่ในช่วงขาลงสองรายรวมกัน ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรอก"
ที่มา - Bloomberg
- 13 comments
- 1893 reads
ภาคต่อของ ผู้ก่อตั้ง TechCrunch หันไปทำกองทุนสำหรับกิจการหน้าใหม่ CrunchFund ถ้ายังไม่ได้อ่านตอนแรก ควรย้อนกลับไปอ่านก่อนนะครับ
ตอนนี้เรื่อง TechCrunch/CrunchFund พัฒนาจนกลายเป็นศึกภายในระหว่างคนในบริษัท AOL ไปเสียแล้ว และกำลังจะเข้าขั้น "แตกหัก" ในเร็วๆ นี้
ความเดิมก็คือ Michael Arrington แห่งเว็บไซต์ TechCrunch จะไปเปิดกองทุน CrunchFund ลงทุนในบริษัทไอทีหน้าใหม่ โดยได้เงินจากบริษัทแม่ AOL แต่พอข่าวออกมา ก็ถูกถล่มจากสื่อมวลชนว่า "มีผลประโยชน์ทับซ้อน" ระหว่างการลงทุนกับการเขียนข่าว
- 4 comments
- 2310 reads
- Read more
เป็นข่าวใหญ่ของแวดวงไอทีสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อนครับ (เขียนช้าไปนิดขออภัย) เรื่องมีอยู่ว่า Michael Arrington ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการของเว็บไซต์ข่าวไอที TechCrunch (ซึ่งขายกิจการให้ AOL ไปเมื่อปีกลาย) หันไปทำ "กองทุน" ที่ลงทุนในบริษัทไอทีหน้าใหม่แทน ชื่อของกองทุนคือ CrunchFund
เรื่องดูเหมือนไม่มีอะไรแต่เอาเข้าจริงซับซ้อนพอสมควร
- 10 comments
- 2766 reads
- Read more
AIM ได้เปิดตัวทดสอบบริการใหม่ AV by AIM สำหรับการคุยผ่านวิดีโอ (Video Chat) ครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือบริการนี้เป็นบริการบนเว็บล้วนๆ ไม่ต้องการโปรแกรมเสริม และผู้ใช้งานไม่จำเป็นจะต้องล็อกอินใดๆ ในการเปิดใช้งาน เพียงแค่เข้าไปยังเว็บดังกล่าวด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีกล้องและไมค์ แล้วคัดลอก URL แบบย่อที่ได้ให้กับเพื่อนๆ ก็สามารถที่จะใช้บริการได้เลยโดย (ง่ายเหมือนเปิดรูปผ่าน Twitpic นั่นละ)
บริการนี้อาศัยความสามารถจาก Flash ในการจับภาพจากเว็บแคม ดังนั้นจึงยังไม่สนับสนุนกับ iPhone หรือ iPad (ก่อนเริ่มคุย จะมีการถามให้อัพเดต Flash รุ่นล่าสุดด้วย) การคุยกันเป็นกลุ่มนั้นสามารถทำได้มากที่สุดถึง 4 คน และสามารถพิมพ์โต้ตอบกันได้ครับ
ที่มา: Gizmodo
- 12 comments
- 656 reads
Joshua Topolsky บรรณาธิการใหญ่ของเว็บบล็อกชื่อดัง Engadget ประกาศลาออกหลังทำงานในตำแหน่งนี้มาได้ 4 ปี
เหตุผลในการลาออกของ Joshua ก็คือต้องการเวลาไปทำโครงการอื่นๆ ที่ฝันเอาไว้ ซึ่งจะประกาศในเร็วๆ นี้ (เปิดบริษัทไอที?) อย่างไรก็ตาม เขาจะยังมีตำแหน่งบรรณาธิการบริหารให้คำแนะนำต่อไป และจะจัดรายการ The Engadget Show ต่อไปอีกสักพักหนึ่ง ส่วนตำแหน่งบรรณาธิการใหญ่จะเป็นของ Josh Fruhlinger แทน
ก่อนหน้านี้ อดีตบรรณาธิการของ Engadget สองคนคือ Paul Miller และ Ross Miller เพิ่งลาออกไป เพราะไม่พอใจแนวทางการทำงานของ AOL ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Engadget
ที่มา - Engadget, AllThingsD
- 8 comments
- 560 reads
บริษัท AOL ประกาศว่าจะเข้าซื้อกิจการของ Huffington Post ซึ่งเป็นบล็อกอันดับหนึ่งของโลก (อ้างอิงจาก Technorati) ด้วยจำนวนเงินที่สูงถึง $315 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 9,700 ล้านบาท)
ในประกาศยังระบุอีกด้วยว่าจะจัดตั้ง Huffington Post Media Group ขึ้นมาดูแลสื่อออนไลน์ต่างๆในเครือทั้งหมด โดยมีหญิงแกร่งชาวกรีซ Arianna Huffington ผู้ร่วมก่อตั้ง Huffington Post เป็นประธาน
- 2 comments
- 659 reads
- Read more
แผนการกู้เศรษฐกิจอเมริกาของโอบามาคือ "การสร้างงาน" ซึ่งอุตสาหกรรมดาวรุ่งในอเมริกาที่ยังสร้างงานได้อีกมากคืออุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมไฮเทค
ล่าสุดทำเนียบขาวได้ประกาศโครงการ Startup America Partnership เพื่อลงทุนให้เกิดบริษัทหน้าใหม่ (ที่เราเรียกกันว่า startup) มากขึ้น ประธานโครงการนี้คือ Steve Case อดีตผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ AOL ในยุครุ่งเรือง
- 11 comments
- 1388 reads
- Read more
About.me เป็นบริการสำหรับสร้างหน้าแสดงข้อมูลส่วนตัว คล้ายๆ นามบัตรบนโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้จะได้ URL ของตนเองเป็น About.me/Username ซึ่งได้มีการเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการมาแล้วเมื่อช่วงต้นปี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว About.me อย่างเป็นทางการ และ 4 วันให้หลังก็โดน AOL เข้าซื้อกิจการไปเรียบร้อย ด้วยมูลค่าประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่า AOL จะนำ About.me ไปรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตนเช่น AIM, AOL Mail เป็นต้น
ที่น่าสนใจอีกก็คือทีมงานเดิมของ About.me ใช้เงินลงทุนในการสร้างเพียง 425,000 ดอลลาร์เท่านั้น
ที่มา - Mashable
- 12 comments
- 1073 reads
Wall Street Journal รายงานข่าวลือวงในว่า AOL กำลังจับมือกับบริษัทนักลงทุน (private-equity) หลายแห่ง เช่น Silver Lake Partners และ Blackstone Group เพื่อยื่นข้อเสนอซื้อยาฮู
แผนการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ และมีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าอาจเป็นบริษัทนักลงทุนรวมกันซื้อยาฮูเพียงฝ่ายเดียว โดย AOL ไม่ได้ยุ่งด้วย และในทางกลับกันก็มีโอกาสที่ยาฮูจะซื้อ AOL แทน
AOL มีขนาดเล็กกว่ายาฮูมากถ้าวัดตามมูลค่าหุ้น (market cap) ส่วนหุ้นของยาฮูขึ้นทันทีรับข่าวนี้
ที่มา - Wall Street Journal
- 6 comments
- 820 reads
ตรงตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ AOL เข้าซื้อกิจการ TechCrunch เว็บข่าวไอทีชื่อดังเรียบร้อย มูลค่าของการซื้อกิจการไม่เปิดเผยครับ
AOL นั้นมีเว็บบล็อกดังๆ อย่าง Engadget, JoyStiq, Download Squad และ TUAW อยู่ในครอบครองมานานแล้ว การเสริมทัพ TechCrunch เข้าไปทำให้เครือข่ายบล็อกของ AOL Technology Network เข้มแข็งขึ้นอีกมาก
ในแถลงการณ์ของ AOL ระบุว่ากองบรรณาธิการของ TechCrunch ยังเป็นอิสระเหมือนเดิม ส่วน Joshua Topolsky บรรณาธิการของ Engadget ได้ทวีตต้อนรับ Michael Arrington เจ้าของ TechCrunch ว่า "ขอต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา"
ที่มา - TechCrunch
- 9 comments
- 1373 reads
นักท่องเน็ตคงคุ้นเคยกับแบนเนอร์บนเว็บกันเป็นอย่างดี สำหรับแบนเนอร์ขนาดมาตรฐาน อันที่ใหญ่ๆ อาจเป็นพวก Skyscraper ที่มีความสูง 600 พิกเซล แต่ล่าสุดค่าย AOL กำลังจะออกแบนเนอร์ขนาดยักษ์ 400x1200
โครงการนี้ของ AOL มีชื่อว่า "Project Devil" โดยแบนเนอร์ขนาดยักษ์จะประกอบด้วยโฆษณาย่อยๆ เรื่องเดียวกันแต่หลายชิ้น เช่น มีส่วนที่เป็นวิดีโอจาก YouTube หรือส่วนที่เป็นข้อความอัพเดตบน social network เป็นต้น (ดูภาพประกอบเพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น หรือดูเอกสารฉบับเต็มเป็น PDF)
ที่มา - Wall Street Journal
- 8 comments
- 1371 reads
- Read more
มีข่าวลือออกมาว่า อดีตยักษ์ใหญ่ด้านออนไลน์อย่าง AOL ที่นับวันยิ่งเฉาลงทุกวันกำลังเจรจากับไมโครซอฟท์อยู่ และการเจรจานั้นคือการขายกิจการ AOL ให้กับไมโครซอฟท์?
เว็บไซต์ Business Insider อ้างแหล่งข่าววงในสำหรับข่าวลือนี้ โดยวิเคราะห์ว่าไมโครซอฟท์ต้องการ AOL ซึ่งเป็นเว็บพอร์ทัลที่ยังได้รับความนิยมสูง (ควบคู่ไปกับ MSN และ Yahoo!) เพื่อหวังทราฟฟิกการค้นหาจาก AOL ซึ่งปัจจุบันเป็นกูเกิล โดยมีจุดหมายเพื่อนำทราฟฟิกส่วนนี้ไปพัฒนา Bing นั่นเอง
Business Insider คาดว่าราคาน่าจะอยู่ราวๆ 2-3 พันล้านดอลลาร์ และเป็นไปได้ว่าเราอาจเป็น AOL รวมร่างกับ MSN แต่อย่าลืมว่านี่คือข่าวลือ
ที่มา - Business Insider
- 7 comments
- 1871 reads
หลายคนในที่นี่คงคุ้นเคยกับเสียง "โอ๊ะโอ่" ของโปรแกรมไอซีคิวเป็นอย่างดี แต่หลังจากที่เอโอแอลซื้อกิจการไปเมื่อเกือบ 12 ปีก่อนด้วยมูลค่า 407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เรียกได้ว่า "ถูกแช่แข็ง" ไปเลย ในที่สุดไอซิคิวก็ได้ปล่อยโปรแกรมรุ่นล่าสุดออกมาในชื่อ ไอซีคิว 7 ออกมาแล้ว ซึ่งเป็นมากกว่าโปรแกรมส่งข้อความแบบทันใจ (instant messaging) เนื่องจากมันสามารถแสดงสถานะบนทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ก และคอนเทนต์ล่าสุดจากยูทูป, Flickr, Digg และ Delicious รวมถึงอัพเดตสถานะจากไอซีคิวไปเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ได้ด้วย ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ดูได้จากเว็บไซต์ของไอซีคิว 7
ตอนนี้ไอซีคิว 7 บนคอมพิวเตอร์มีเฉพาะเวอร์ชันบนวินโดวส์เท่านั้น นอกจากยังมีโปรแกรมสำหรับไอโฟนและวินโดวส์โมบาย และบริการ ICQ2Go! เล่นไอซีคิวบนเว็บโดยไม่ต้องลงโปรแกรมด้วย
ที่มา: TechCrunch
- 81 comments
- 6371 reads
- Read more
หนังสือพิมพ์ในรัสเซียได้รายงานว่า บริษัท Digital Sky Technologies (DST) กำลังเจรจากับเอโอแอลเพื่อซื้อไอซีคิวด้วยเงินราว 200 ถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตอนที่เอโอแอลซื้อไอซีคิวมาในปีพ.ศ.2541 นั้นใช้เงินไป 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งบริษัท DST ดังกล่าวเพึ่งลงทุนไปกับเฟสบุ๊กถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤศภาคมที่ผ่านมา
ตามรายงานจาก comScore นั้น ไอซีคิวมียอดผู้ใช้จากรัสเซียสูงถึง 8.4 ล้านรายต่อเดือน เป็นที่หนึ่งในบริการส่งข้อความแบบทันใจ (instant messaging) ในประเทศรัสเซียในขณะนี้
เอโอแอลยังไม่ได้แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้แต่อย่างไร
ที่มา: C|Net
- 14 comments
- 4472 reads






