Tags:
Google

กูเกิลเริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์มโฆษณา AdWords โดยผู้ลงโฆษณาสามารถใส่ภาพประกอบข้อความ-ลิงก์โฆษณาได้ด้วย

เงื่อนไขในการใส่ภาพค่อนข้างเข้มงวดพอตัว เช่น ภาพต้องมีความละเอียดสูงและใช้สัดส่วน 16:9, ขนาดที่เหมาะสมคือ 640x360, ภาพนั้นต้องแสดงบนเว็บไซต์ปลายทางเมื่อคลิกลิงก์โฆษณาด้วย, ไม่อนุญาตให้มีแอนิเมชัน, ต้องส่งภาพให้ทีมงานของกูเกิลตรวจก่อน

ตอนนี้กูเกิลยังทดสอบฟีเจอร์นี้ในวงปิด และมีกลุ่มตัวอย่างน้อยมากที่จะเห็นโฆษณาพร้อมภาพด้วย แต่จากเสียงตอบรับของบริษัทโฆษณาที่ได้ลองใช้แล้วก็ออกมาค่อนข้างดี และเหมาะกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ควรต้องแสดงภาพของผลิตภัณฑ์ในโฆษณาเลย

ที่มา - Search Engine Land

Tags:
Google

กูเกิลปรับฟีเจอร์ของ AdWords เสียใหม่ โดยเพิ่มฟีเจอร์ชื่อ enhanced campaign เข้ามา

enhanced campaign จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดมากขึ้น โดยไม่ต้องแยกเป็นหลายๆ แคมเปญแบบเดิมอีก รูปแบบการทำงานได้แก่ โฆษณาสินค้าเดียวกันแต่กำหนดว่าคนคลิกบนพีซีกับมือถือจะเห็นข้อความโฆษณาที่ต่างกัน (เช่น ค้นคำว่า pizza บนคอมจะเจอเว็บสั่งพิซซ่า บนมือถือเจอเบอร์โทรร้าน) หรือ เลือกประมูลคีย์เวิร์ดราคาสูงเฉพาะบางช่วงเวลา (เช่น ร้านขายอาหารเช้าสู้ราคาคีย์เวิร์ดคำว่า breakfast เฉพาะก่อน 11 โมง)

กูเกิลจะทยอยเปิดให้ใช้ enhanced campaign แก่ลูกค้า AdWords ในเร็วๆ นี้ในฐานะ "ทางเลือก" ส่วนในอนาคตมันจะกลายเป็นโหมดมาตรฐานของ AdWords แทนระบบปัจจุบัน

เป้าหมายของกูเกิลคงเป็นการลดความซับซ้อนของการลงโฆษณาข้ามอุปกรณ์ลง และกระตุ้นให้ผู้ลงโฆษณาหันมาลงโฆษณาบนอุปกรณ์พกพามากขึ้น

ที่มา - Inside AdWords

Tags:
FTC

FTC หรือคณะกรรมการการค้าของสหรัฐ หยุดการสอบสวนกูเกิลในข้อหาผูกขาดและกีดกันคู่แข่ง (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2) หลังจากกูเกิลทำข้อตกลงยอมความและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ FTC ต้องการ

ข้อตกลงระหว่าง FTC กับกูเกิล แบ่งได้เป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้

Tags:
Google

Google เปิดให้บริการบัตรเครดิตแก่ผู้ประกอบการ SME ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร โดยผูกกับบริการโฆษณา AdWords ผลิตภัณฑ์หลักที่ทำรายได้ให้ Google เป็นกอบเป็นกำ

Google คิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบัตรเครดิตที่ 8.99% ในสหรัฐอเมริกา และ 11.9% สำหรับบริการบัตรเครดิตในสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายอื่นๆ อีกหลายราย

บริการบัตรเครดิตนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ Google ตัดสินใจลงทุนโดยหวังว่าจะดึงดูดให้ผู้ประกอบการรายย่อยใช้บริการโฆษณา AdWords มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นว่ายังมีผู้ประกอบการอีกมากที่ไม่สามารถซื้อโฆษณาจาก Google ได้เพราะปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

Google ได้เริ่มทดสอบระบบธุรกิจนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยในสหรัฐอเมริการกลุ่มเล็กๆ และพบว่าผลตอบรับดีมาก ดังจะเห็นได้ว่ามีผู้ประกอบการในกลุ่มทดสอบถึง 74% ตัดสินใจใช้บริการบัตรเครดิตของ Google เพื่อจ่ายค่าโฆษณาจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดให้บริการใน 2 ประเทศในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และมีท่าทีว่าจะขยายบริการต่อไปยังออสเตรเลียเป็นลำดับต่อไป

ที่มา - The Australian Financial Review, Mashable

Tags:
AdMob

กูเกิลมีแพลตฟอร์มโฆษณาอยู่หลายตัว ทั้งที่ทำเองอย่าง AdWords/AdSense และที่ไปซื้อมาอย่าง DoubleClick (2007) หรือ AdMob (2009)

ล่าสุดกูเกิลประกาศนโยบายรวมแพลตฟอร์มโฆษณาทั้งหมดเข้าด้วยกัน (แน่นอนว่าต้องรวมเข้ากับ AdWords ที่เป็นรายได้หลักของบริษัท) โดยตอนนี้ผู้ลงโฆษณาผ่าน AdWords สามารถซื้อโฆษณาบนแอพที่ใช้ระบบโฆษณาของ AdMob ได้แล้ว รูปแบบการใช้งานเหมือน AdWords ปกติแต่เพิ่มส่วนของ mobile เข้ามาครับ (รายละเอียดตามลิงก์)

จากข้อมูลของกูเกิลบอกว่า AdMob มีแอพมือถือในเครือข่ายอยู่ 300,000 รายบนทุกแพลตฟอร์ม ใช้งานได้ใน 23 ประเทศ และมียอดการแสดงโฆษณาสูงถึง 1,000 ล้านครั้งต่อเดือน

ที่มา - Google Mobile Ads

Tags:
Google

กูเกิลโดนวิจารณ์มานานว่า YouTube ทำรายได้ไม่สมน้ำสมเนื้อกับรายจ่ายค่าเซิร์ฟเวอร์และแบนด์วิธ ซึ่งบริษัทก็พยายามปรับตัวหารายได้จากช่องทางต่างๆ ในช่วงหลัง

ความพยายามครั้งล่าสุดของกูเกิลมาพร้อมกับแบรนด์ AdWords ที่เป็นรายได้หลักของบริษัท เพราะมันคือ AdWords เวอร์ชันวิดีโอหรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Google AdWords for Video

หลักการทำงานของมันจะเหมือนกับ AdWords เวอร์ชัน Search แต่เปลี่ยนวิธีการโฆษณามาเป็นวิดีโอแทน ผู้ลงโฆษณาจะโพสต์วิดีโอบน YouTube และจ่ายเงินเพื่อแสดงวิดีโอในหน้าค้นหาของ YouTube หรือหน้าแสดงวิดีโอตามหมวดต่างๆ

ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการแสดงวิดีโอได้ (กูเกิลมีบริการเก็บสถิติแบบละเอียดให้) และการคิดเงินจะเหมือนกับ Search คือคิดเงินต่อเมื่อผู้ชมกดดูวิดีโอเท่านั้น ถ้าผู้ชมกดข้าม กูเกิลก็จะไม่หักเงินครับ

ที่มา - YouTube Blog

Tags:
Google

รายได้หลักของกูเกิลนั้นมาจาก "โฆษณา" ตระกูล AdWords ที่แสดงโฆษณาได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ในสมัยแรกๆ กูเกิลจะนำคำค้นหรือ keyword มาคำนวณหาโฆษณาที่เหมาะสมให้ แต่ภายหลังก็นำปัจจัยอื่นๆ อีกสารพัดมาคำนวณ เพื่อให้ได้ผลโฆษณาที่แม่นยำกว่าเดิม

เทคนิคนี้เป็นดาบสองคม เพราะผู้ใช้จำนวนหนึ่งมองว่า "ละเมิดความเป็นส่วนตัว" และส่งผลให้กูเกิลถูกสอบสวนจากองค์กรภาครัฐหลายแห่งในหลายประเทศ

กูเกิลจึงต้องพยายามผ่อนคลายความกดดันนี้ และความพยายามครั้งล่าสุดคือเพิ่มลิงก์ "why these ads?" อยู่ข้างๆ โฆษณาใน Google Search และ Gmail เพื่อบอกที่มาที่ไปว่า ทำไมเราถึงเห็นโฆษณาชิ้นนี้

Tags:
AdSense

กูเกิลยังเดินหน้าเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Google+ และ Google+1 อย่างต่อเนื่อง จากที่ประกาศฟีเจอร์ชุดใหญ่ของ Google+ ไปแล้ว ก็ถึงคิวของ Google+1 บ้าง

ประกาศของกูเกิลรอบนี้จะกระทบกับผู้ลงโฆษณาใน Google Display Network (ชื่อรวมๆ ของเครือข่ายโฆษณาของกูเกิล ทั้ง AdWords, AdSense, AdMob ฯลฯ) เพราะกูเกิลจะเพิ่มปุ่ม +1 ในโฆษณาของตัวเอง

ประโยชน์ของการ +1 กับแบนเนอร์โฆษณาก็จะเหมือนการกด Like โฆษณาของ Facebook เพราะมันจะแสดงให้เราเห็นว่าเพื่อนๆ ของเราคนไหนบ้างที่ +1 ให้กับโฆษณาชิ้นนั้นๆ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในมุมของคนลงโฆษณาคือ โฆษณาที่ได้ +1 จะถูกพิจารณาว่าจะแสดงผลในเว็บเพจที่เพื่อนๆ ของเราเข้าชมด้วย (ส่วนจะได้แสดงหรือไม่ขึ้นกับการประมูลที่เราตั้งไว้) ซึ่งฟีเจอร์นี้ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกปิดได้ รายละเอียดอ่านใน AdWords Help

ที่มา - Inside AdWords

Tags:
Google

ระบบโฆษณา AdWords ของกูเกิล ซึ่งอนุญาตให้เจ้าของกิจการเลือกซื้อและประมูลตำแหน่งโฆษณาด้วยตัวเอง ถือว่าก้าวหน้า และสร้างรายได้ให้กูเกิลมหาศาล แต่มันก็มีจุดอ่อนตรงที่การทำงานค่อนข้างซับซ้อน ต้องเข้าใจวิธีการทำงานของ AdWords เช่น ตำแหน่งของโฆษณาหรือราคาประมูล ทำให้เจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ไม่มีความรู้ด้านไอทีมากนัก อาจเข้าไม่ถึงและซื้อ AdWords ไม่เป็น

แน่นอนว่าตลาดนี้เป็นสิ่งที่กูเกิลต้องการ และล่าสุดกูเกิลก็ออก AdWords Express ระบบการซื้อโฆษณาแบบง่ายๆ ที่คอยดูแลเรื่องคีย์เวิร์ด และราคาประมูลให้ ผู้ซื้อเพียงแค่เขียนชื่อ คำโฆษณา และงบประมาณต่อเดือนเท่านั้น (ดูวิดีโอประกอบ น่ารักมาก)

กูเกิลเคยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มาก่อนในชื่อ Boost โดยเปิดให้ใช้ในวงจำกัด หลังจากทดสอบจนน่าพอใจจึงเปลี่ยนชื่อเป็น AdWords Express ให้เข้าใจง่ายขึ้น

ที่มา - The Official Google Blog

Tags:
Google

เมื่อปีที่แล้ว กูเกิลได้เพิ่มฟีเจอร์ลงในแพลตฟอร์มโฆษณา AdWords ชื่อ Click-to-Call หรือการลงหมายเลขโทรศัพท์ไว้ในโฆษณา ซึ่งผู้ที่ค้นข้อมูลผ่านมือถือและเห็นโฆษณาเหล่านี้ สามารถกดโทรออกไปยังเบอร์นั้นได้ทันที

ปรากฎว่าโฆษณาลักษณะนี้ได้รับความนิยมมาก Jonathan Rosenberg ผู้บริหารของกูเกิลบอกว่ามีคนโทรศัพท์จากโฆษณาเหล่านี้เป็นหลักล้านครั้งต่อเดือน แม้กูเกิลจะไม่ยอมบอกรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ก็บอกว่าส่วนมากมาจากสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะอเมริกาเหนือ ยุโรป และญี่ปุ่น

Tags:
iPad

มีผู้ใช้กูเกิลในสหราชอาณาจักร ทำการค้น google.co.uk ด้วยคำว่า "Dell Streak" (ภายหลังพบว่าใช้ "HP Slate" ก็ได้ผลแบบเดียวกัน) และพบโฆษณา iPad ของแอปเปิลในส่วนของ AdWords

การซื้อคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับคู่แข่งเพื่อชิงโฆษณาตัดหน้า ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพียงแต่ในความรู้สึกของหลายๆ คน คงคิดถึงแอปเปิลเป็นบริษัทสุดท้ายที่จะโฆษณาแบบนี้ มันเลยเป็นข่าวนั่นเอง

ที่มา - TechCrunch

หมายเหตุ: จริงๆ แล้วนี่อาจไม่ใช่โฆษณาของแอปเปิลเอง แต่มีคนใจบุญซื้อคีย์เวิร์ดแล้วลงโฆษณาให้แอปเปิล ก็เป็นไปได้เช่นกันครับ ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง

Tags:
Google

ปัจจุบันชุด Google Apps ของกูเกิลประกอบด้วย Gmail, Google Docs, Google Calendar, Google Sites, Google Videos และ Google Groups

ทางกูเกิลได้เปิดเผยว่าผู้ใช้ Google Apps ได้เรียกร้องให้กูเกิลรวมโปรแกรมและบริการอื่นๆ ของกูเกิลเข้ามาในชุดให้มากขึ้น ซึ่งกูเกิลได้ตอบสนองโดยประกาศว่าภายในปีนี้ Google Apps จะมีโปรแกรมเพิ่มเข้ามามากขึ้น โดยโปรแกรมที่กูเกิลกล่าวถึงได้แก่ Blogger, Picasa, Google Reader และ AdWords แต่กูเกิลก็ยังบอกว่ารวมถึงโปรแกรมอื่นๆ อีกมาก

ผู้ใช้ Google Apps ทุกระดับราคาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงชุดนี้เท่ากันหมดครับ

ที่มา - Google Blog, Google Apps Help

Tags:
Google

ทางกูเกิ้ลได้ปล่อยตัว อัพเดทล่าสุดของโปรแกรม AdWords Editor เป็นเวอร์ชั่น 7.0 ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ก็จะมีข้อมูลต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาเช่น Keyword Quality Score, First Page Billing Estimates (ค่าประเมินของบิดที่จะให้แสดงในหน้าแรกของ SERP) แล้วก็มีแก้ไขบั๊กต่างๆ ของเวอร์ชั่นที่แล้ว มาด้วย

Google AdWords ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อีกหนึงตัวของกูเกิ้ล ที่ให้เราสามารถทำการโฆษณาออนไลน์ได้ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ก็คือ คนที่ทำการโฆษณาออนไลน์ต่างๆ ที่ต้องการให้แสดงตัวตนถึงสึ่งต่างๆ ที่พวกเค้าต้องการที่จะโฆษณา ไว้ให้โดยเฉพาะสำหรับคนที่มาทำการค้นหาสิ่งต่างๆ ที่เว็บของกูเกิ้ล

ส่วน Google AdWords Editor นี้จะเป็นเหมือนกับเครื่องมือ ที่นำมาช่วยในการจัดการถึงคีย์เวิร์ด แล้วก็คำโฆษณาต่างๆ ที่เราสร้างไว้ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นแอพพลิเคชั่น ที่สามารถช่วยให้เราจัดการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ที่เครื่องของเรา

ถ้าให้เปรียบเทียบเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ เหมือนกับการที่เราใช้ MS-Office เช่น Words, Excel (Off-Line) กับ Google Docs (On-line)

ส่วนถ้าใครยังไม่เคยใช้โปรแกรมตัวนี้อยู่ ผมแนะนำให้ลองไปดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรี ที่ AdWords Editor

ที่มา: Google AdWords Editor อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 7.0 แล้ว