<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.blognone.com"  xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Blognone - Press Release</title>
 <link>http://www.blognone.com/taxonomy/term/963/0</link>
 <description>ลงข่าวประกาศของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนงานอีเวนต์ได้ที่นี่ครับ</description>
 <language>en</language>
<item>
 <title>อินฟอร์เปิดตัวนวัตกรรมเอ็นเตอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ “อินฟอร์10” ใหม่ล่าสุด</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29670</link>
 <description>&lt;p&gt;ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย, แอพพลิเคชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ และออฟชั่นการใช้ระบบคลาวด์ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยีไอออน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์ หนึ่งในผู้นำด้านซอฟต์แวร์เชิงธุรกิจ ที่ให้บริการแก่องค์กรลูกค้ากว่า 70,000 แห่ง เปิดตัว อินฟอร์10 ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการจัดการเอ็นเตอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ด้วยยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย, แอพพลิเคชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่สมบรูณ์แบบ และ Infor10 ION Suite ซึ่งเป็นมิดดัลแวร์ เทคโนโลยี (middleware technology) ที่ช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรและเป็นเลิศในการจัดการเอ็นเตอร์ไพรซ์ซอฟต์แวร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ลูกค้าปัจจุบันของเราชื่นชอบในแอพพลิเคชั่นที่เปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นการทำงานเชิงลึกและสร้างสรรค์ซึ่งมอบประโยชน์สูงสุดให้กับหลากหลายอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเฉพาะ (micro-verticals) และ Infor10 และ Infor10 ION Suite ก็สร้างมาตรฐานใหม่ของวิธีการทำงานให้แล้วเสร็จ ด้วยยูสเซอร์ อินเตอร์เฟสต่างๆ (user interface) ที่คุ้นเคยเหมือนกับ Twitter, Facebook และ Google การผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์นี้จะช่วยให้องค์กรลูกค้าของเราเพิ่มโอกาสในการอัพเกรดและการลงทุนในแอพพลิชั่นของอินฟอร์ได้มากยิ่งขึ้นและก็ช่วยให้องค์กรลูกค้าใหม่ได้สัมผัสกับนวัตกรรมด้านเอ็นเตอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ที่กำลังมองหาอยู่” นายชาร์ล ฟิลลิป ซีอีโอ ของอินฟอร์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอออน (ION) คือแพลตฟอร์มหลักของอินฟอร์10
Infor10 ION Suite เป็นหัวใจหลักของอินฟอร์10 ที่เชื่อมต่อและผสานแอพพลิเคชั่นของอินฟอร์และโซลูชั่นอื่นๆ รวมทั้งจัดเก็บข้อมูลไว้พื้นที่รวมและฟอร์แมตสามัญ นอกจากนี้ ไอออนยังช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในแอพพลิเคชั่น, การวิเคราะห์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้จากคอมพิวเตอร์, แล็ปท๊อป และโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เทคโนโลยีไอออน ของอินฟอร์เป็นมิดดัลแวร์ที่แตกต่างจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพราะใช้ทรัพยากรน้อย และไม่ได้อยู่บนแอพพลิเคชั่นใดๆ  หากแต่ผสานเข้ากับแอพพลิเคชั่นนั้นๆ จึงช่วยให้การรวมระบบเร็วขึ้น, ง่ายขึ้น และวางใจได้มากขึ้น “ไอออน ช่วยสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น, เชื่อมโยง และคล่องตัว รวมทั้งยังช่วยองค์กรลูกค้าใช้งานโซลูชั่นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถมุ่งเน้นธุรกิจหลักของพวกเขา” นายโซมา โซมาสุนดาราม รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกของอินฟอร์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอออนช่วยผสานแอพพลิเคชั่นใหม่และที่มีอยู่ของอินฟอร์และโซลูชั่นอื่นๆ ให้ทำงานแบบองค์รวม, สร้างลำดับงาน (workflows) ที่มีประสิทธิภาพ และขั้นตอนทางธุรกิจแบบครบวงจร (end-to-end business process) ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเร็วในการทำงานของระบบและการอัพเกรด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ไอออน นับได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่จะไม่มีการหยุดการทำงาน เพราะส่วนเพิ่มเติมต่างๆ จะไม่หยุดการทำงานระหว่างการอัพเกรด องค์กรลูกค้าส่วนใหญ่ของเราไม่ต้องการทำธุรกิจด้านเทคโนโลยี แต่ต้องการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ว่องไวและสร้างสรรค์ ซึ่งไอออนตอบโจทย์นี้ได้อย่างดียิ่ง” นายโซมา กล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์10 ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย
อินฟอร์10 เวิร์คสเปซ เป็นแอพพลิเคชั่นฟร้อนต์ เอ็นท์ ของอินฟอร์10 ที่ได้รับการออกแบบมาเพี่อมอบยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนวิธีให้งานแล้วเสร็จสำหรับผู้ใช้งานองค์กรทั่วไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผู้ใช้งานองค์กรต่างก็ต้องการทำงานแบบที่พวกเขาคุ้นเคยในโลกของผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งสื่อสังคม, การทำงานร่วมกัน และอุปกรณ์พกพาต่างๆ ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ที่สวยงาม, แอพพลิเคชั่นที่พร้อมใช้ และเทคโนโลยีที่ว่องไว และได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อเพิ่มความเร็ว, คุณประโยชน์ และประสิทธิผลของประสบการณ์ผู้บริโภค และเรากำลังส่งมอบประสบการณ์ผู้ใช้งานที่เริ่มต้นด้วยยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบสวยงามจากอินฟอร์10” นายดันแคน แอนโกฟว์ ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และซัพพอร์ต ของอินฟอร์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์10 ไอออน เวิร์คสเปซ (ION Workspace) รวบรวมและนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของผู้ใช้งานได้บนหน้าจอเดียว รวมถึงลำดับงานตามหน้าที่, งานที่ได้รับมอบหมายและการแจ้งเตือน, อัจฉริยภาพในการทำงานร่วมกันในบริบท (in-context business intelligence), การบริหารกิจกรรม, ความร่วมมือในสื่อสังคม, ความสามารถในการค้นหาแบบผู้ใช้ทั่วไป และแนวโน้มกิจกรรมเชิงธุรกิจต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์10 แอพพลิเคชั่นด้านอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ
ไอออนช่วยเชื่อมต่อฟังก์ชั่นการทำงานของโปรแกรมอีอาร์พีและโซลูชั่นต่างๆ ที่ดีที่สุดของอินฟอร์ เข้ากับแอพพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจเฉพาะอุตสาหกรรมของลอว์สัน ซอฟท์แวร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์10 มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและการป้องกันภัย, ยานยนต์, เคมี, การกระจายสินค้า, การให้บริการอุปกรณ์, ธุรกิจให้เช่าและซ่อมบำรุง, แฟชั่นเครื่องแต่งกาย, อาหารและเครื่องดื่ม, การผลิต, เฮลท์แคร์, เทคโนโลยีชั้นสูง, การบริการ, เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม และภาครัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ซอฟต์แวร์ทั่วไปต้องใช้เวลานานในการคอนฟิกูเรชันและไม่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม เราเชื่อว่าความรวดเร็วคือพื้นฐานใหม่ของการแข่งขันระดับโลก และเราได้สร้างฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า ซึ่งไม่เพียงแค่แก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังกำจัดการปรับแต่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง” นายดันแคน กล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินฟอร์10 มอบมิติใหม่ของการจัดการซอฟต์แวร์
อินฟอร์10 มอบทางเลือกในการใช้งาน รวมถึงแพลตฟอร์มคลาวด์ของอินฟอร์ (Infor’s CloudSuite Platform) ที่เพิ่มความรวดเร็วและความคล่องตัวในการทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลูกค้าของอินฟอร์สามารถรันโซลูชั่นทั้งหมดบนระบบ Infor10 CloudSuite หรือเก็บระบบหลักขององค์กรไว้ในที่ทำงาน (on-premise)  ขณะที่รันแอพพลิเคชั่นอื่นๆ และระบบการให้บริการต่างๆ บนคลาวด์ แพลตฟอร์ม Infor10 Suite มอบคุณสมบัติเด่นด้านประสบการณ์การใช้งานแบบครบวงจรและการรักษาความปลอดภัยและรองรับการใช้งานสองระดับแบบผสมผสาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลูกค้าของอินฟอร์สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ทั้งแบบคลาวด์ หรือใช้งานระบบในที่ทำงาน (on-premise) ซึ่งฟังก์ชั่นการทำงานและรูปลักษณ์ในการใช้งานเหมือนกัน แต่จะแตกต่างแค่การเชื่อมต่อเข้าระบบหลักเท่านั้น ลูกค้าของอินฟอร์สามารถเปลี่ยนการใช้งานเป็นรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่งได้ เนื่องจากซอฟต์แวร์โค้ดที่ใช้เหมือนกันในทุกรูปแบบการใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;h1&gt;#&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับอินฟอร์
อินฟอร์ หนึ่งในผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เชิงธุรกิจชั้นนำที่ช่วยองค์กรลูกค้า 70,000 แห่ง ใน 164 ประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและขับเคลื่อนการเจริญเติบโต  ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินฟอร์ได้ที่ www.infor.com&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29670#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 03:13:24 +0000</pubDate>
 <dc:creator>pennerm</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29670 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Global Android Dev Camp 2012: กิจกรรมดีๆ ที่นักพัฒนาแอนดรอยด์ไม่ควรพลาด!</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29658</link>
 <description>&lt;p&gt;นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ชาวไทยทั้งหลายไม่ว่าจะใหม่หรือเก่าไม่ควรพลาดงานนี้ &lt;a title=&quot;Global Android DevCamp 2012 - Thailand Camp&quot; href=&quot;http://www.gtug.in.th/events/gadc2012&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&quot;Global Android DevCamp 2012 - Thailand Camp&quot;&lt;/a&gt;  กิจกรรมแข่งขันพัฒนาโปรแกรมภายในระยะเวลา 48 ชม. เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาชาวไทยและแอพพลิเคชั่นสุดเจ๋ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Global Android DevCamp เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นพร้อมกันกว่า 50 ประเทศทั่วโลกในระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2555 โดยรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการพัฒนาแอพพลิเคชับนระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ให้สำเร็จเป็นชิ้นงานภายในเวลา 48 ชั่วโมง โดยผลงานดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาทั่วโลกช่วยกันระดมความคิดและสร้างสรรค์ออกมา นักพัฒนาที่มีไอเดียดีๆ แต่ยังขาดทีมในการพัฒนาหรือนักพัฒนาฝีมือดีที่ต้องการเพื่อนร่วมทีมเพิ่มก็สามารถมรวมทีมกับนักพัฒนาคนอื่นได้ภายในงาน แต่ถ้านักพัฒนาคนไหนอยากที่จะฉายเดี่ยวเราก็ไม่ว่ากัน สำหรับในประเทศไทย ตอนนี้เราได้รับการสนับสนุนจาก Google, Code Adroid และ Thailand GTUG ร่วมกันเป็นเข้าภาพจัดงานนี้ขึ้นมาครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจเข้าร่วมจะต้อง&lt;a href=&quot;http://www.gtug.in.th/events/gadc2012/register.php&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ลงทะเบียนที่นี่&lt;/a&gt; พร้อมทั้งเสนอไอเดียหรือรูปแบบแอพพลิเคชั่นที่ตนเองต้องการจะพัฒนาร่วมกับผู้อื่น ภายในวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 และสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ทางหน้าเว็บไซต์ &lt;a title=&quot;Global Android DevCamp 2012 - Thailand Camp&quot; href=&quot;http://www.gtug.in.th/events/gadc2012&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Global Android DevCamp 2012 - Thailand Camp&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้เข้าร่วมยืนยันสิทธิการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ภายในวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ จะมีการนำหัวข้อที่ทุกคนได้เสนอมาเผยแพร่เพื่อให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆได้ร่วมโหวตผ่านระบบออนไลน์ให้เหลือเพียง 10 สุดยอดไอเดีย หลังจากนั้นจะให้ผู้เข้าร่วมรวมกลุ่มทำงานตามไอเดียที่ตนสนใจได้ แต่ต้องไม่เกินกลุ่มละ 5 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อไอเดียพร้อม นักพัฒนาพร้อม เราก็สามารถเริ่มต้นการพัฒนาโปรแกรมกันอย่างจริงจังกันในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ เวลา 9.30-17.00 น. ที่ร้าน IfItIs ซอยสุขุมวิท 38 ใกล้กับ BTS ทองหล่อ  &lt;a title=&quot;If It Is&quot; href=&quot;http://www.gtug.in.th/events/gadc2012/when-where.php&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;(ดูสถานที่ตั้งและการเดินทาง)&lt;/a&gt; ในระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชัน จะมีทริปเทคนิคในการพัฒนาดีๆ รวมถึงตัวอย่างในการพัฒนาจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาแอนดรอยด์มาอย่างยาวนานมาแนะนำกันอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากใช้เวลาพัฒนาผลงานกันสองวันเต็มๆ แล้วในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ก็จะมีการนำเสนอผลงานของแต่ละทีมครับ โดยทางทีมงานขอปิดเรื่องของรางวัลเป็นความลับไว้ก่อน แต่ขอบอกก่อนว่าหากผู้เข้าร่วมท่านใดไม่เข้าร่วมกิจกรรมกับเราตลอดสองวันอาจพลาดของรางวัลได้นะครับ&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29658#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 19:53:30 +0000</pubDate>
 <dc:creator>psohm</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29658 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>โซลูชั่นยูนิฟายด์สตอเรจจากอีเอ็มซีสำหรับ Citrix XenDesktop เร่งกระแสเดสก์ท็อปเวอร์ช่วลไลเซชั่น  </title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29639</link>
 <description>&lt;p&gt;ปลั๊กอิน Virtual Storage Integrator ของอีเอ็มซีสำหรับ XenDesktop
เพิ่มความสะดวกในการแม็ปและจัดการสตอเรจอีเอ็มซี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่น ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่น EMC Proven™ สำหรับสภาพแวดล้อม Citrix XenDesktop®  โซลูชั่นดังกล่าวขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของอีเอ็มซีที่ช่วยให้ลูกค้าของซิทริกซ์สามารถเร่งการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปและได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมการประมวลผลของผู้ใช้ที่ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การจัดการจากส่วนกลาง  โซลูชั่นราคาประหยัดที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งบนยูนิฟายด์สตอเรจ EMC VNX™ พร้อมการสนับสนุน NFS อย่างสมบูรณ์ และแพลตฟอร์ม Cisco Unified Computing System (UCS)ที่มีความหนาแน่นของเดสก์ท็อปและประสิทธิภาพ IO เหนือกว่า รองรับแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่งอย่างครบวงจรและการจัดการเดสก์ท็อปในลักษณะรวมศูนย์สำหรับผู้ใช้ 1,000 คน โซลูชั่นนี้ใช้แนวทางแบบส่วนประกอบย่อยซึ่งสามารถปรับเพิ่มขนาดให้มีเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปหลายพันเครื่อง&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29639#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 06:57:06 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29639 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เอเซอร์ ยกระดับความเป็นผู้นำระดับโลก ด้วยนวตกรรมและการออกแบบระดับเวิลด์คลาส</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29638</link>
 <description>&lt;p&gt;บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์  (ประเทศไทย) ผู้นำอันดับ 1 ในประเทศไทย และผู้นำด้านนวตกรรม และแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลก ประกาศกลยุทธ์หลัก “Global Trust Local Touch” พร้อมบุกหนักตลาดโมบิลิตี้ ด้วยนวตกรรมและการออกแบบในระดับเวิลด์คลาส ด้วยสุดยอดแห่งความบางเบากับผลิตภัณฑ์อัลตราบุ๊ก (Ultrabook) และแอสไปร์ ไทม์ไลน์ อัลตรา (Aspire Timeline Ultra) พร้อมการเปิดตัวบริการเอเซอร์คลาวด์ (AcerCloud)และเพิ่มศักยภาพการให้บริการ พร้อมการดูแลด้านความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์และเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเป็นผู้นำเอเซอร์มีความเข้าใจในตลาดและเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภค โดยเราพร้อมนำเสนอนวตกรรมตอบโจทย์การใช้งานแบบไอทีดิจิตอลไลฟ์สไตล์ เราจัดทีมงานเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มศูนย์บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมกันนี้เอเซอร์ขอประกาศการสนับสนุนการแข่งข้นกีฬาโอลิมปิก 2012 ในลอนดอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแฮรี่ หยาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์  (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรามองเห็นแนวโน้มของตลาดไอซีทีในสองด้านด้วยกัน คือ กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร  สำหรับเอเซอร์แล้วทั้งสองกลุ่มมีความต้องการด้านไอซีทีที่คล้ายกันไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ นวตกรรมที่ล้ำสมัยและความสะดวกสบายทุกด้าน  วันนี้ผู้ใช้งานต้องการอุปกรณ์ไอทีที่บางเบาและล้ำสมัยที่สุด อีกทั้งต้องการการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา   เพราะเขาผสานไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน  แน่นอนว่าเขาต้องการอะไรที่ใช้งานง่าย สะดวกสบาย ประหยัดเวลา และการบริการที่มีคุณภาพจากทีมงานที่มีประสบการณ์” นายแฮรี่กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&quot;&#039;Global Trust Local Touch&#039; คือกลยุทธ์หลักของเอเซอร์ในปี 2555 นี้ เราพร้อมที่จะบุกตลาดด้วยนวตกรรมด้านเทคโนโลยี ดีไซน์ โซลูชั่นและการบริการที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของนวัตกรรมใหม่ล่าสุดหรือการออกแบบที่บางเฉียบและหรูหรา และแน่นอนรวมถึงบริการ AcerCloud   เอเซอร์มีเอกลักษณ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของธุรกิจของเรา เพราะเราเลือกพันธมิตรด้านการจำหน่าย รวมถึงซัพพลายเออร์ที่เป็นเลิศ ทำให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวตกรรมล้ำสมัย ราคาที่แข่งขันได้ และแน่นอนว่าคุณภาพด้านบริการที่เป็นเลิศเช่นกัน” นายหยางกล่าวเสริม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เอเซอร์ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนานวตกรรมผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น Acer Aspire Ultrabook และ Acer Aspire Timeline Ultra (U series) ผลิตภัณฑ์ที่ถูกยอมรับว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงของความบางและเบาที่สุด และสร้างกระแสตลาดไอทีให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในปีนี้ นอกจากนี้เอเซอร์ได้สร้างสรรค์การเชื่อมต่อโมบิลิตี้และโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบด้วย เอเซอร์คลาวด์ (AcerCloud) ที่สนับสนุนการทำงานผ่านเครื่องพีซีของเอเซอร์เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูล และส่งต่อข้อมูลไปสำรองบนระบบคลาวด์บนมือถือและแท็บเล็ตได้โดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยของข้อมูลในกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่เอเซอร์พร้อมบริการให้กับลูกค้าได้สัมผัสความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น” นายแฮรี่ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแฮรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของเอเซอร์ในปีนี้ คือการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจนเพื่อทำการขับเคลื่อนและรุกตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โมบิลิตี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมเมอร์เชียล กลุ่มผลิตภัณฑ์เดสก์ท๊อปและเพอริเฟอร์รอล และการให้บริการแบบครบวงจรควบคู่กันไปในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คลาวด์ บิ๊ก ดาต้า และเวอช่วลไลเซชั่น เป็นเทรนด์เทคโนโลยีในส่วนขององค์กรธุรกิจ  เราจะได้เห็นไพรเวท คลาวด์ เพิ่มขึ้นในองค์กรธุรกิจ การเพิ่มขึ้นของดิจิตอล คอนเทนท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เป็น ไฟล์ภาพ รูปภาพและวิดีโอ  องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อการวางแผนธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขัน  เอเซอร์ เซิร์ฟเวอร์และสตรอเรจ มาพร้อมกับนวตกรรมที่ทันสมัยที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจ  นอกจากนั้น Acer eDC ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ สตรอเรจ ก็พร้อมให้บริการกับองค์กรธุรกิจเช่นกัน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในปีนี้เราสร้างความต่างด้านการให้บริการด้วยการเปิดศูนย์ให้บริการบนห้างสรรพสินค้าไอทีและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป โดยลูกค้าของเราสามารถใช้บริการของเอเซอร์ได้ตลอด 7 วัน พร้อมใช้ยุทธ์ศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อพัฒนาการให้บริการให้เกิดคุณภาพสูงสุด ซึ่งเราเชื่อว่ากลยุทธ์ที่เราได้วางไว้นี้จะสามารถรับมือกับการแข่งขันตลาดที่เข้มข้นได้อย่างแน่นอนในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นอกจากนี้แล้ว เอเซอร์ยังเป็นผู้ให้การสนับสนุน โอลิมปิก เกมส์ ที่ลอนดอนปีนี้เช่นกัน และสิ่งนี้เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวตกรรม  สิ่งเหล่านี้นำเสนอความสำเร็จของเอเซอร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจให้กับเราในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจระดับโลก  กิจกรรมต่างๆ ที่เอเซอร์ดำเนิน รวมถึงการให้ความสำคัญและเข้าใจความต้องการของลูกค้า เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนความเป็นผู้นำของเอเซอร์”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอดีซีคาดการณ์ว่าตลาดพีซีโดยรวมในปี 2555 จะเติบโตอยู่ที่เลขสองหลัก หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ของตลาด ส่วนตลาดพีซีประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตระหว่าง 7-10 เปอร์เซ็นต์ และมียอดจำหน่ายเครื่องพีซีในปีนี้ประมาณ 4.1 ล้านเครื่อง สำหรับเอเซอร์ในไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาส 3 ของปี 2554 โตขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2553 และในปีนี้คาดว่าภาพรวมของเอเซอร์จะโตขึ้นประมาณ  25 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“และเราไม่ลืมที่จะตอบแทนคืนสู่สังคม ด้วยการสานต่อโครงการ “เอเซอร์ อาสา” ซึ่งในปีนี้เอเซอร์ตั้งเป้าที่จะเข้าไป ซ่อม สร้าง และเสริม ให้กับโรงเรียนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยรวมมือกับสถาบันการศึกษานำนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการบูรณะและซ่อมแซม สถานที่เรียน ห้องสมุด ลานกีฬา เพื่อให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนหนังสืออย่างมีคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเกี่ยวกับเอเซอร์
นับแต่ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2519 เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดระหว่างคนและเทคโนโลยี ด้วยการเอาใจใส่กับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ ไอทีภายใต้แบรนด์เอเซอร์ในทุกประเทศ  ปัจจุบันเอเซอร์เป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เป็นอันดับสองในระดับโลกทั้งในตลาดพีซีและโน้ตบุ๊ก ด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการจำหน่ายที่มีผลกำไรและยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเอเซอร์  ในขณะเดียวกันความสำเร็จของการควบรวมกิจการกับเกตเวย์ อีแมชชีน และแพคการ์ด เบลล์ทำให้บริษัทสามารถเป็นบริษัทระดับโลก เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างซัพพลายเชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย และเอเซอร์ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขันโอลิมปิคฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์ และการแข่งขันโอลิมปิค เกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน ปัจจุบัน เอเซอร์ อิงค์ มีพนักงาน 8,000 คนทั่วโลก และมีรายได้ในปีงบประมาณ 2010 อยู่ที่ 19.90 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.acer-group.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์เอเซอร์ เริ่มเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2527 โดยบริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ปัจจุบันบริษัทฯ เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ และได้รับรางวัล Reader&#039;s Digest Trusted Brand 13 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2542 – 2554 พร้อมกันนี้ ผลสำรวจยอดขาย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คส่วนบุคคลในประเทศไทย อันดับ 1 ตั้งแต่ปี 2546 อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดโปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.acer.co.th&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Acer และโลโก้ Acer เป็นเครื่องหมายการค้าของ Acer Incorporated เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และ/หรือเครื่อง หมายบริการอื่นๆ ที่ระบุหรือแสดงในลักษณะอื่นใด ถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29638#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 06:34:51 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29638 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>การศึกษาที่ช่วยสร้างสัมพันธ์และเพิ่มศักยภาพของไทย</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29636</link>
 <description>&lt;p&gt;การศึกษานับได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และดร.มาน โมฮาน ซิง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย ก็ได้ลงนามจากลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอินเดีย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดีย (The Great India Education Fair: TGIEF) ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ในระหว่างวันที่ 3-4 มีนาคม พ.ศ. 2555 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็จะแสดงให้เห็นความร่วมมืออันดีระหว่างประเทศได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานนิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดียจะช่วยให้ผู้เข้าเยี่ยมชมงานพบกับทางเลือกด้านการศึกษาระดับโลก จากโรงเรียน, วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เข้าร่วมงานนิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดีย ครั้งที่ 5 นี้ เหมาะสำหรับผู้ปกครองนักเรียนอายุระหว่าง 8-18 ปี, นักเรียน และนักศึกษา ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบการศึกษาในประเทศอินเดีย อาทิ โรงเรียนและวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษและการใช้คอมพิวเตอร์, ประสิทธิภาพการศึกษาเป็นที่ยอมรับทั่วโลก, สังคมการศึกษาในหลายหลากวัฒนธรรม และค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมงานนิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดียครั้งที่ 5 จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงหลักสูตร “ICSE” และ “CBSE” ตามกฎระเบียบของคณะกรรมการการศึกษาประเทศอินเดีย และหลักสูตรนานาชาติ เช่น IB (International Baccalaureate) และหลักสูตร “IGCSE” ระดับ “A” และ “O” ของประเทศอังกฤษ และพรั่งพร้อมด้วยสาธารณูปโภคมาตรฐานนานาชาติ, ครูผู้สอน, การดูแลเอาใจใส่, กิจกรรมกลางแจ้งและกีฬานานาชนิด โดยที่โรงเรียนต่างๆ จะให้คำปรึกษา และรับสมัครเข้าเรียนได้ทันทีภายในงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เข้าร่วมงานจะนำเสนอหลักสูตรการเรียนที่หลากหลายในระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท, และประกาศนียบัตร สาขาวิทยาศาสตร์, ธุรกิจ และอักษรศาสตร์  อีกทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระเบียบและวิธีการสมัคร พร้อมให้ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรวิชาชีพทั้งปัจจุบันและสาขาใหม่ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายซานจีฟ โบเลีย ผู้ก่อตั้ง บริษัท แอฟแฟร์ เอ็กซิบิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด ผู้จัดงานนิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดียในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 5 กล่าวว่า “ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า การศึกษาคือพลัง และนั่นก็หมายรวมว่าการศึกษาในประเทศอินเดียก็จะช่วยเสริมศักยภาพเช่นกัน  ชาวอินเดียมากมายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับโลก (อ้างอิงรายชื่อเศรษฐีระดับโลกใน Forbes List ปี 2554) ดังนั้น การศึกษาของประเทศอินเดียไม่เพียงแค่เป็นที่ยอมรับเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ศึกษาเล่าเรียนอีกด้วย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การศึกษาของอินเดียมอบทั้งความได้เปรียบเชิงการแข่งขันระดับโลกและความประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย และยุโรป จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ช่วยให้การศึกษาในประเทศอินเดียได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และไม่น่าแปลกใจที่นักเรียนและนักศึกษาจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย, ตะวันออกกลาง และอัฟริกา ต่างก็ให้ความสนใจมาศึกษาในประเทศอินเดียมากขึ้นทุกปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดียนี้จัดขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา, มีสถาบันการศึกษากว่า 400 แห่งเข้าร่วมงาน และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกว่า 500,000 คน ในประเทศไทย, เนปาล, ภูฏาน, มาเลเซีย, ศรีลังกา และเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิทรรศการการศึกษาประเทศอินเดีย ครั้งที่ 5 ในประเทศไทยนี้ได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าไทย-อินเดีย, สมาพันธ์ธุรกิจไทย-อินเดีย (India Thai Business Association) และหน่วยงานราชการไทยต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;h1&gt;#&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับ บริษัท แอฟแฟร์ เอ็กซิบิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท แอฟแฟร์ เอ็กซิบิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด เป็นผู้จัดงานนิทรรศการการศึกษา และการจัดประชุมระดับแนวหน้าของประเทศอินเดียที่มีประสบการณ์มากว่า 19 ปี ในการจัดงานนิทรรศการการศึกษาที่มากด้วยคุณประโยชน์ทั่วเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปัจจุบัน แอฟแฟร์ คือหนึ่งในผู้นำด้านจัดงานนิทรรศการการศึกษาและงานต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งได้จัดงานนิทรรศการการศึกษากว่า 400 งานทั่วประเทศอินเดีย, ไทย, มาเลเซีย, เนปาล, ศรีลังกา และภูฐาน  บริษัทฯ มุ่งหวังที่จะสร้างนิทรรศการการศึกษาที่น่าจดจำยิ่งในปี พ.ศ. 2555 และ 2556 และตั้งเป้าที่จะขยายนิทรรศการการศึกษาในภูมิภาคตะวันออกกลาง, เกาหลีใต้ และอัฟริกา&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29636#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 04:24:32 +0000</pubDate>
 <dc:creator>pennerm</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29636 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ยักษ์ชิ้นส่วน “คอนติเนนทอล” เชื่อมั่นรัฐเอาอยู่ ตั้งงบปี 55 ซื้อเครื่องจักร 600 ล้าน เพิ่มศักยภาพผลิตหัวฉีดคอมมอนเรล</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29612</link>
 <description>&lt;p&gt;ยักษ์ชิ้นส่วน “คอนติเนนทอล” เชื่อมั่นรัฐเอาอยู่ ตั้งงบปี 55 ซื้อเครื่องจักร 600 ล้าน เพิ่มศักยภาพผลิตหัวฉีดคอมมอนเรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรุงเทพฯ- มร. โธมัส แชมเบอร์ส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด และหัวหน้ากลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค รับผิดชอบประเทศในกลุ่มอาเซียนและออสเตรเลีย แถลงข่าวผลประกอบการสิ้นสุดไตรมาส 3 ปี 2554 ของบริษัทคอนติเนนทอล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ว่า สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2554 และมีแนวโน้มที่จะสร้างยอดขายที่ดียิ่งขึ้น คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 29.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 12 แสนล้านบาท) ในปี 2554 และมีกำไรก่อนหักภาษีที่ 10% สำหรับในปีนี้บริษัทจะลงทุนเพิ่มประมาณ 1.5 พันล้านยูโร  (ประมาณ 64,000 ล้านบาท) และจัดสรรเม็ดเงินลงทุนด้านวิจัยพัฒนาโดยเฉพาะอีกถึง 1.6 พันล้านยูโร (ประมาณ 65,500 ล้านบาท)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านมร.เดิร์ค ยานอฟสกี้ ผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการโรงงาน กล่าวเสริมว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นและยึดมั่นในการลงทุนในประเทศไทย ด้วยการประกาศแผนซื้อเครื่องจักรที่มีความทันสมัยระดับโลกติดตั้งเพิ่มเติมมีมูลค่า 600 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนหัวฉีดคอมมอนเรล และปั๊มแรงดันสูง เพื่อป้อนผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 10% และอีก 90% เป็นการส่งออก ทั้งนี้บริษัทจะต้องการพนักงานและรวมทั้งวิศวกร เพิ่มอีก 120 ตำแหน่งในปี 2555 นี้&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29612#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 08:42:34 +0000</pubDate>
 <dc:creator>PRAssociates</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29612 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ภายใน 250 วันมีผู้เลือกใช้งาน ATOM ถึง 250 ราย “ATOM” ระบบการจัดการข้อมูลด้านเอกสารใหม่ล่าสุดจากอะมาดิอุส</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29611</link>
 <description>&lt;p&gt;ภายใน 250 วันมีผู้เลือกใช้งาน ATOM ถึง 250 ราย!! “ATOM” ระบบการจัดการข้อมูลด้านเอกสารใหม่ล่าสุดจากอะมาดิอุส สร้างความพอใจแก่บรรดาบริษัทตัวแทน ผู้จำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;• ตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวทั่วทั้งภูมิภาคต่างตั้งตาคอยที่จะได้ใช้งานระบบการจัดการใหม่ล่าสุดจากอะมาดิอุส ซึ่งใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ สามารถเข้าระบบได้ทุกที่ ทุกเวลา
  • ระบบ ATOM ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กุมภาพันธ์ 2555, กรุงเทพฯ: อะมาดิอุส ผู้นำที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งครอบคลุมธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก ได้เฉลิมฉลองในวาระที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวรายที่ 250 เลือกใช้ระบบ ATOM (Amadeus Travel Office Manager) ภายในช่วงเวลาเพียง 250 วันนับตั้งแต่การเปิดตัวนวัตกรรมใหมนี้ของอะมาดิอุส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ATOM เป็นระบบบริหารการจัดการด้านเอกสารที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยเฉพาะ ระบบใช้งานผ่านทางเว็บไซต์          ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนฯ ซึ่งสามารถบริหารงานได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังทำงานร่วมกับระบบการขายตั๋วของอะมาดิอุส (Amadeus Selling Platform) ได้อย่างลงตัว ประกอบกับมีการออกแบบการทำงานให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวแทนฯ แต่ละรายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ยิ่งไปกว่านั้น ATOM ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงในการใช้งาน สามารถติดตั้งและเริ่มทำงานได้โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายชิน เลาชินชาติ รองประธานกรรมการบริษัท ชินชาติ(1996)จำกัด ประเทศไทย ผู้ใช้ระบบ ATOM มามากกว่า 6 เดือนกล่าวว่า “ATOM ช่วยเราในเรื่องการจัดการเอกสารสำหรับลูกค้า และ ซัพพลายเออร์ ทั้งยังลดกระบวนการทำงานด้านเอกสารลงไปได้มาก ระบบนี้ได้เปลี่ยนวิถีการจัดการธุรกิจของเราไปโดยสิ้นเชิง และข้อดีอีกข้อหนึ่งของระบบนี้คือใช้เวลาติดตั้งเพียงวันเดียวก็สามารถใช้งานได้ เราจึงรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้ใช้ระบบการทำงานนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประโยชน์จากการใช้ระบบ ATOM
 •  ระบบการจัดการข้อมูลด้านเอกสารที่สมบูรณ์และสามารถผสานเข้ากับระบบการบัญชีมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว
 •  สามารถใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือ ซอฟท์แวร์ใดๆ เพิ่มเติม ช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านไอที
 •  สามารถเชื่อมต่อกับระบบการขายตั๋วของอะมาดิอุส (Amadeus Selling Platform)
 •  สามารถปรับแต่งขั้นตอนการทำงานให้เป็นไปโดยง่าย เพื่อให้งานประจำที่ทำอยู่ ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น   ช่วยให้ตัวแทนการท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
 •  ระบบการรายงานข้อมูลและเอกสารรายงานสรุปของ ATOM ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบติดตาม และ ประเมินประสิทธิภาพของธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟาซดีนา มอร์นี กรรมการผู้จัดการ บริษัททรอปิคอล ฮอร์บิล ทราเวล แอนด์ ทัวร์ส ประเทศมาเลเซีย กล่าวเสริมว่า “ระบบการทำงานอัตโนมัติ และกระบวนการจัดการข้อมูลด้านเอกสารอย่างมีประสิทธิผลเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังธุรกิจของเรา และเราพบว่า ATOM มีความโดดเด่นในเรื่องนี้ ระบบ ATOM ทำให้เราสามารถควบคุมข้อมูลการจอง เพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิผลในการทำงาน ซึ่งหมายความว่าเราจะให้บริการแก่ลูกค้าได้ดีขึ้น ทั้งยังสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้มากขึ้นนั่นเอง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ATOM ประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตั้งแต่แรกเริ่ม” บรูโน เดส ฟองเตนส์ รองประธานกรรมการฝ่ายบิสิเนส โซลูชั่น บริษัท อะมาดิอุส เอเชีย แปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า “สำหรับการเริ่มต้นซึ่งมีลูกค้า 250 รายเลือกใช้งาน ATOM ภายใน 250 วัน เป็นจุดเริ่มต้นที่น่ายินดี และเป็นหลักฐานยืนยันถึงประโยชน์ที่ ระบบ ATOM ให้กับลูกค้าของเรา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการการท่องเที่ยวมักจะแจ้งว่ายังขาดแคลนระบบการจัดการข้อมูลด้านเอกสารที่ตรงกับความต้องการของตน ดังนั้นเราจึงออกแบบ ATOM เพื่อตอบสนองความท้าทายนี้ ATOM มอบความสะดวกให้กับตัวแทนฯ ในด้านการควบคุมข้อมูลการจอง ข้อมูลราคา และ ยิ่งกว่านั้นคือ       การควบคุมกำไรของบริษัท นับตั้งแต่เปิดตัวระบบ ATOM ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการปฏิบัติการของตัวแทนฯ และยกระดับส่วนต่างกำไรให้กับลูกค้าของเรา ยิ่งไปกว่านั้นการที่ ATOM ผ่านการพัฒนาและได้รับการสนับสนุนโดย อะมาดิอุส ทำให้ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุดและเชื่อถือได้มากที่สุดอย่างแน่นอน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบ ATOM พร้อมให้บริการในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกงและมองโกเลีย และจะขยายขอบเขต การให้บริการไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกต่อไปในอีกไม่กี่เดือนนี้&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29611#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 08:33:58 +0000</pubDate>
 <dc:creator>PRAssociates</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29611 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>250 customers in 250 days! Amadeus Travel Office Manager (ATOM) makes an impression on Asia Pacific travel agencies</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29610</link>
 <description>&lt;p&gt;250 customers in 250 days! Amadeus Travel Office Manager (ATOM) makes an impression on Asia Pacific travel agencies&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;• Travel agencies across the region line up for new web-based, mid-office solution, accessible anytime, anywhere&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;• Developed specifically to meet the unique requirements of Asia Pacific’s travel agencies&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Bangkok, Thailand, February 2012: Amadeus, a leading travel technology partner and transaction processor for the global travel and tourism industry, today celebrated the 250th travel agency to select its breakthrough Amadeus Travel Office Manager (ATOM) solution - within just 250 working days since its launch.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Developed specifically for travel agencies in Asia Pacific, ATOM is a mid-office solution that uses a web-based platform that allows travel professionals to access the system anytime, anywhere. It also integrates seamlessly with the Amadeus Selling Platform and is completely customisable to suit the varying requirements of travel agencies in Asia Pacific. In addition, ATOM requires minimal hardware requirements and can be up-and-running in one day.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Chin Laochinchart, Vice President, Chinchart (1996) Thailand, who has been using ATOM for over six months said, “ATOM allows me to maintain commercial documents for customers and suppliers which has really helped me reduce manual processes and paper work. It has totally changed the way our business operates and the best part was that it only took a day to install and have it up and running. I couldn’t be happier with the solution.”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Key ATOM benefits:
  • Complete mid-office solution that easily integrates with industry standard accounting systems;
  • Available anywhere, anytime via the internet, without the need for additional hardware or software, helping to reduce IT costs;
  • Seamless integration with the Amadeus Selling Platform;
  • Easy customisation of workflows allows easy access to frequently used modules so travel agents can quickly get the information they need; and
  • ATOM’s comprehensive reporting module makes it easier to track and measure business performance.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Fadzlina Morni, Managing Director or Tropical Horbill Travel &amp;amp; Tours in Malaysia added, “Automated and efficient mid-office processes are an important behind the scenes enabler of our business and we’ve found that ATOM truly excels in this area. With ATOM, we have more control over booking data, as well as increased speed and efficiency in our operations. This has translated both to better service for our customers as well as increased profits for our business.”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“We are very pleased to see ATOM take off with such success in Asia Pacific,” said Bruno des Fontaines, Vice President, Business Solutions, Amadeus Asia Pacific. “250 customers in 250 working days is an exciting milestone and testament to the benefits that ATOM has brought to our customers.”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“Travel agencies often told us they lacked adequate mid-office systems to meet their needs, and so we designed ATOM specifically to address this challenge. ATOM gives travel agents easy control of booking data, pricing and most importantly, profitability. Since its introduction, ATOM has helped optimise travel business operations and drive higher margins for our customers. In addition, because ATOM is developed and supported completely by Amadeus, our customers can be confident that they will receive the best, most reliable service.”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ATOM is currently available in Thailand, Malaysia, Singapore, Hong Kong and Mongolia and is expected to roll out in other Asia Pacific markets over the coming months.&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29610#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 08:22:16 +0000</pubDate>
 <dc:creator>PRAssociates</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29610 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ใครหางานอยู่ห้ามพลาด!! พบกับตำแหน่งงานดีๆกว่า 10,000 อัตราที่ Your Career 2012 วันที่ 7 – 8 ก.พ. นี้</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29565</link>
 <description>&lt;p&gt;Nationejobs.com เว็บไซด์ชั้นนำด้านการ&lt;a href=&quot;http://www.nationejobs.com&quot;&gt;สมัครงาน&lt;/a&gt;ออนไลน์ ขอเชิญนิสิตนักศึกษา และคนวัยทำงานทุกท่านเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมงาน &lt;a href=&quot;http://www.nationejobs.com/yc2012&quot;&gt;Your Career 2012&lt;/a&gt; มหกรรมรับสมัครงานใหญ่ครั้งแรกของปีที่รวบรวมตำแหน่งงานดีๆกว่า 10,000 ตำแหน่งจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศมาไว้ที่ Royal Paragon Hall 2, Siam Paragon ในวันอังคารที่ 7 และวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งภายในงานมหกรรมรับสมัครงาน Your Career 2012 โดย Nationejobs.com นั้น ผู้หางานจะได้พบกับตัวแทนจากบริษัทชั้นนำมากมายที่พร้อมต้องการและเปิดรับสมัครบุคลากรเข้าทำงานทันที “งาน Your Career 2012 นั้นนับเป็นครั้งที่ 4 ที่ทาง Nationejobs.com ได้ทำการจัดอย่างต่อเนื่อง และในทุกๆปีที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมงานนับหมื่นสามารถเข้าถึงตำแหน่งงานดีๆ สามารถทำการสมัครและสอบสัมภาษณ์ภายในงาน และมีจำนวนไม่น้อยที่รับรู้ผลหรือมีการตอบรับเข้าทำงานทันทีจากบริษัทที่เข้าร่วมงาน โดยทางทีมผู้จัดงานได้เตรียมพร้อมด้วยระบบการสมัครงานออนไลน์ (Your Career System) ที่จะให้ความสะดวกรวดเร็วทั้งผู้สมัครงานและผู้รับสมัครงาน” คุณอรพิน งามวงษ์วาน, ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมงานยังสามารถพบกับกิจกรรมที่มีประโยชน์และกิจกรรมร่วมสนุกรวมถึงการแจกของรางวัลมากมายในมหกรรมรับสมัครงาน Your Career 2012 “งาน Your Career 2012 ครั้งนี้เราจัดขึ้นโดยมีรูปแบบสะท้อนถึงทฤษฎี Mind Map หรือ “แผนผังทางความคิด” ของคนรุ่นใหม่ ที่กำหนดเป้าหมายในชีวิตของทุกคนให้มีแบบแผนชัดเจน กำหนดจุดมุ่งหมายในแง่ของความสำเร็จแบบมีขั้นตอน เราได้จัดเตรียมพื้นที่ในการทดสอบความสามารถการทำงานพื้นฐาน เช่น ระบบทดสอบภาษาอังกฤษ รวมถึงมีการรวบรวมบุคลากรชั้นนำที่จะมาร่วมให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการทำงานให้ประสบความสำเร็จแก่ผู้ร่วมงานฟรี นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมร่วมสนุกแจกรางวัลมากมาย เช่น การประกวดบูธของบริษัทผู้ร่วมงาน ที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถโหวตและลุ้นรับของรางวัล รวมถึงกิจกรรมแจกของรางวัลแก่ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าซึ่งจะได้รับแพคเก็จห้องพักสุดหรูจาก ClubMed ภูเก็ต จำนวน 3 รางวัล” คุณอรพิน กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน Your Career 2012 แพลนดี..งานดี..ที่ Nationjobs.com นั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2555 ณ Royal Paragon Hall 2, Siam Paragon สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 มกราคม 2555 ที่ www.nationejobs.com/yc2012 พร้อมลุ้นรับรางวัลแพคเก็จห้องพักสุดหรูจาก ClubMed ภูเก็ตจำนวน 3 รางวัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับเนชั่นอีจ็อบ (Nationejobs.com)
เนชั่นอีจ็อบ (Nationejobs.com) คือเว็บไซด์ชั้นนำด้านการ&lt;a href=&quot;http://www.nationjobs.com&quot;&gt;สมัครงาน&lt;/a&gt;ออนไลน์ของประเทศไทย โดยสมาชิกสามารถหางาน ฝากประวัติและสมัครงานออนไลน์กับตำแหน่งงานอัพเดตล่าสุดทุกวันจากบริษัทชั้นนำกว่า 12,000 ตำแหน่งผ่านระบบที่ทันสมัยและเชื่อถือได้พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านการบริหารบุคลากรอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลา 11 ปี Nationejobs.com มีสมาชิกที่มีคุณภาพฝากประวัติการทำงานกว่า 500,000 รายในระบบและมีเครือข่ายสื่อที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งสื่อหนังสือพิมพ์, สื่อเว็บไซต์, สื่อทีวีและสื่ออื่นพร้อมจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง Nationejobs.com อยู่ภายใต้ Nation Multimedia Group (NMG) หนึ่งในกลุ่มบริษัทด้านสื่อโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเนชั่นอีจ็อบ (Nationejobs.com) พร้อมข่าวสารกิจกรรมอื่นๆได้ที่ http://www.nationejobs.com และ http://www.facebook.com/NationejobsFAN&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29565#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 07:36:00 +0000</pubDate>
 <dc:creator>nationejobs</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29565 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>สนุก! ไทยเมท ชวนหนุ่มโสด สาวสวย หาคู่เดทก่อนวาเลนไทน์ กับ Sanook! Speed Dating </title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29514</link>
 <description>&lt;p&gt;สนุก! ไทยเมท เว็บหาคู่ออนไลน์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ภายใต้เว็บไซต์สนุกดอทคอม เชิญชวนหนุ่มโสดที่มีความมั่นใจ พร้อมสาวสวยหน้าตาดี ร่วมกิจกรรมเดทด่วน....ก่อนวาเลนไทน์ (Sanook! Speed Dating) หาคู่เดทภายใน 8 นาที เปิดรับเพียง 15 คู่ เพื่อหาคู่รักแท้ และหาคู่เดทโดนใจ 1 คู่ เพื่อร่วมทำกิจกรรมเพอร์เฟ็คเดท ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ ในวันที่ 14  กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนุก! ไทยเมท (Sanook! Thaimate) ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก วาเลนไทน์ปี 2555 เปิดโอกาสให้คนโสด เข้าร่วมกิจกรรมนัดบอดแนวใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปสปีดเดท เดทด่วน ภายในระยะเวลา 8 นาที ด้วยการเปิดรับสมัครชายอายุ 25 ปี ขึ้นไป และหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี โดยแบ่งเป็น ผู้ชาย 15 คน ผู้หญิง 15 คน เริ่มรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ - 6 กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเกมกามเทพดังกล่าว ทางสนุก! ไทยเมทจะเน้นรูปแบบโดยให้ผู้ร่วมกิจกรรม ทั้งชายและหญิงจับคู่กัน พูดคุยกันทั้งหมด 2 รอบ รอบแรกใช้ระยะเวลา 3 นาที เมื่อหมดเวลา ผู้จัดจะกดกริ่ง เพื่อให้หนุ่มๆ เปลี่ยนที่นั่ง สลับไปคุยกับสาวคนถัดไป ส่วนรอบที่ 2 ใช้เวลา 5 นาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการสนทนานั้น ผู้ร่วมกิจกรรมจะไม่ได้รับอนุญาตให้แลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกัน เมื่อจบรอบการสนทนา ผู้ร่วมกิจกรรม จะส่งรายชื่อของคู่สนทนาที่ตนต้องการเปิดเผยและข้อมูลติดต่อ เช่น username ของ Thaimate หรือ เบอร์โทรศัพท์ ให้ผู้จัดกิจกรรมทราบ หลังจากนั้น 1 วันคุณจะได้รับข้อมูลติดต่อของคู่นัดที่ใจตรงกันกับคุณเท่านั้น และสุดเซอร์ไพรส์กับรางวัลพิเศษให้กับคู่เดทที่ใจตรงกัน 1 คู่ จะได้รับรางวัลเป็นเพอร์เฟ็คเดท ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ ในวันที่ 14  กุมภาพันธ์ 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกมกามเทพแผลงศร จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ชั้น 3 True Coffee สยามแสควร์ (ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย) สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดและกติกาการเข้าร่วมเดทครั้งนี้ได้ที่ โทร. 02-955-0099 ต่อ 2103, 2107 อีเมล์ staffthaimate@sanook.com  หรือ http://thaimate.sanook.com/12thBlinddate/&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับบริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด
บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ สนุกดอทคอม ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 สนุกดอทคอม ให้บริการต่างๆ สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต คือ สารพันบันเทิง (Infotainment), ซื้อขายออนไลน์ (E-Commerce), เพื่อนออนไลน์ (Community), บริการด้านมือถือ (Mobile Download) และ บริการโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising) สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด
พิริยาภรณ์ แววจินดา (โซดา)
ฝ่ายการตลาด เว็บไซต์สนุกดอทคอม
โทร. 02-955-0099 ต่อ 3011&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง จำกั
ญาดา ตันสกุล / ภคินี เทียมคลี
โทร. 02-971-3711
อีเมล์ yada@pc-a.co.th / pakinee@pc-a.co.th&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29514#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 06:54:12 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29514 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>จีอี รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2554 </title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29513</link>
 <description>&lt;p&gt;กำไรต่อหุ้น 0.39 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายรับภาคอุตสาหกรรม 26.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายรับภายในองค์กรในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำสั่งซื้อด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 15% เป็นงานประมูลได้ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประวัติศาสตร์ของจีอี มูลค่า200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เงินสดจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาส 4,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิดเป็น 12.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีอีวางเป้าผลกำไรเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักในปี 2555&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดเด่น ของไตรมาสที่สี่ และตลอดทั้งปี 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;•           กำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเจ็ดไตรมาส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    ในไตรมาสที่สี่ มีกำไร 0.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11%  กำไรต่อหุ้นของปี 2554 ทั้งปี เพิ่มขึ้น 22% โดยไม่รวมผลกระทบจากการรับซื้อคืน (หรือไถ่ถอน) หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Redemption) จำนวน 1.37 เหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    กำไรสุทธิต่อหุ้นของไตรมาสที่สี่คือ 0.37 เพิ่มขึ้น 3%  กำไรสะสมต่อหุ้นของปี 2554 รวมถึงผลกระทบจาก การรับซื้อคืน (หรือไถ่ถอน) หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Redemption) จำนวน 1.23 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    ไตรมาสสี่มีรายได้จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลอดทั้งปีมีรายได้ 147.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;•           ตัวชี้วัดที่สำคัญยังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    คำสั่งซื้อด้านโครงสร้างพื้นฐานมีจำนวน 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% ในไตรมาสนี้ คำสั่งซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 23% การให้บริการเพิ่มขึ้น 7%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    คำสั่งซื้อจากตลาดเกิดใหม่ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 26% ในไตรมาสนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    คำสั่งซื้อภายในองค์กรเพิ่มขึ้น 9%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;•           ไตรมาสที่สี่ จีอีแคปปิตอลมีผลกำไร 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 58% ส่วนกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 89%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง ( Tier 1) ของ GECC/GECS อยู่ที่ 11.4%/9.9%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ü    ปริมาณการลงทุน 49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13% สำหรับไตรมาสดังกล่าว โดยกำไรอยู่ที่ 5.4%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมืองแฟร์ฟิลด์,  มลรัฐคอนเนตติคัต – 20 มกราคม 2555 – จีอี (NYSE: GE) ประกาศผลกำไรจากการประกอบการไตรมาสที่สี่ของปี 2554 จำนวน 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 0.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 6% และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสที่สี่ของปี 2553&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในไตรมาสที่สี่ของปี 2554 จีอีมีรายได้จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และตลอดทั้งปีมีรายได้ทั้งหมด 147.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อมูลการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สี่ส่งผลให้จีอีปิดปีด้วยงานที่ประมูลได้แล้วมูลค่า 200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีอี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเจฟฟ์ อิมเมลท์ ประธานและผู้บริหารสูงสุดของจีอี กล่าวว่า “พอร์ตโฟลิโอของจีอี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ด้วยการส่งต่อความเติบโตของผลประกอบการติดต่อกันเป็นไตรมาสที่เจ็ด ในขณะที่ยังสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจของเรา และการเติบโตของเงินปันผล” เจฟฟ์ อิมเมลท์ ยังกล่าวต่อไปว่า “เราเชื่อมั่นในกรอบการทำงานปี 2555 ของเราว่าจะนำมาซึ่งการเติบโตของผลกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก ทั้งจากธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและภาคการเงินของเรา ซึ่งจะเพิ่มผลกำไร และเพิ่มเงินปันผลที่สอดคล้องกับผลกำไร ให้กับผู้ถือหุ้นของเรา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิมเมลท์ กล่าวต่อว่า “เราคาดว่าในปี 2555 จะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และเราได้เตรียมรับมือไว้แล้วด้วยการลงทุนในผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ การขยายฐานการตลาดที่เติบโตของเรา และก้าวสำคัญของเราคือการบริหารความเสี่ยงอย่างมั่นคงเข้มแข็ง จีอีแคปปิตอลมีความเข้มแข็ง คงไว้ซึ่งความปลอดภัยและมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เรามีการปรับโครงสร้างธุรกิจของเราในยุโรปเพื่อให้เข้ากับสภาพตลาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานในไตรมาสที่สี่ มีมูลค่า 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา คำสั่งซื้อภายในองค์กรเพิ่มขึ้น 9% ในไตรมาสที่สี่ ทำให้การเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 7 ไตรมาส และการสั่งซื้อในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้น 26% สัดส่วนยอดสั่งซื้อต่อยอดส่งมอบอุปกรณ์อยู่ที่ 1.23 สำหรับไตรมาสที่สี่ และ 1.14 สำหรับทั้งปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสั่งซื้อที่มากของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบินและพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นการเติบโต การสั่งซื้อในรอบไตรมาสนี้รวมถึง การสั่งซื้อเครื่องบินโอบิ้ง 777-300ER ที่ใช้เครื่องยนต์ GE90 ของจีอี จำนวน 50 ลำ ของสายการบิน   อิมิเรตต์ และการทำสัญญาบริการ 12 ปี จีอียังได้ลงนามสัญญารวมมูลค่าเกือบ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับ Saudi Electricity Company ในการจัดหาเครื่องกังหันก๊าซจำนวน 13 เครื่อง และการบริการร่วมกันสำหรับการขยายโรงไฟฟ้าหกแห่งในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายได้รวมของไตรมาสที่สี่จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4% ไม่รวมผลกระทบจาก NBCU รายได้ภาคอุตสาหกรรมของจีอีในไตรมาสที่สี่เพิ่มขึ้น 25% เป็นผลมาจากการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักในบราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย และภูมิภาคอาเซียน รายได้ถูกกระทบในทางลบจากการลดลงของเงินลงทุนสุทธิ (Ending Net Investment - ENI) ของจีอีแคปปิตอล และ FX รวมทั้งการเติบโตที่ช้าลงของยุโรป กำไรของภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2% เป็น 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สี่ ผลกำไรจากการประกอบปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 2.5 จุด แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2553 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมในปี 2554 รวม 12.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในจำนวนนี้เป็นของไตรมาสที่สี่จำนวน 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีอีลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) ในปี 2554 สูงกว่าปี 2553 ถึง 16% และจะเป็นการช่วยบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 800 รายการในปี 2555 นี้  หน่วยธุรกิจต่างๆ ของจีอีจะทำงานเพื่อประโยชน์ในการลงทุนของบริษัทที่ได้ทำการวิจัย โดยช่วยให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จ เช่น เครื่องยนต์ LEAP-X ช่วยให้สายการบินต่างๆ จัดการเครื่องบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  เครื่องยนต์นี้ผลิตจาก CFM International (บริษัทร่วมทุน 50/50 ระหว่างจีอี กับ Snecma) โดยล่าสุดมียอดสั่งซื้อเครื่องยนต์ดังกล่าวกว่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในงาน Dubai Air Show&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีอี ยังรวมถึงนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยีกังหันก๊าซ นั่นคือ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม FlexEfficiency 50 ซึ่งนำเอาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เจ๊ทมาปรับใช้กับกังหันก๊าซ จึงช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการสร้างพลังงานได้อย่างมาก ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหนึ่งรายการที่ได้ออกแนะนำสู่ตลาดเร็วๆ นี้ คือ Discovery IGS 730 ซึ่งเป็นเครื่องเอ็กซเรย์แบบเคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีแขนหุ่นยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิมเมลท์สรุปว่า “เราปิดปี 2554 ด้วยการขับเคลื่อนไปข้างหน้าและกำลังมุ่งไปสู่ความแข็งแกร่งในปี 2555 กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมของเราจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจีอีแคปปิตอลจะเข้มแข็งและทำกำไร เรามีเงินสดมากพอที่จะเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และบริษัทจะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อนักลงทุน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับจีอี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีอีมุ่งมั่นในการคิดค้นสิ่งที่ดีต่อมนุษยชาติ ด้วยบุคลากรที่เก่งที่สุด และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ยากที่สุด  โดยมุ่งหาวิธีแก้ปัญหาในด้านพลังงาน สุขภาพและที่อยู่อาศัย การขนส่งและการเงิน ด้วยการสร้างและเพิ่มพลังการขับเคลื่อนในการดูแลรักษาโลกของเรา  เหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่จีอีเราลงมือทำ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ge.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมธาวี เฉลิมธนศักดิ์/ภคินี เทียมคลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท เอฟ เอ คิว จำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โทรศัพท์: 1+66 2 971 3711 ต่อ 120&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีเมล์: maythavee@pc-a.co.th, pakinee@pc-a.co.th&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือถือ: 081-855 7394, 080-773 1068&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29513#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 06:50:24 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29513 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>จีอี ประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์ผลักดันกลุ่มธุรกิจพลังงาน การบิน  สุขภาพ  และอุปกรณ์แสงสว่าง เจาะตลาดไทยปี 2555    </title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29512</link>
 <description>&lt;p&gt;จีอี ประเทศไทย พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การบิน สุขภาพ และอุปกรณ์แสงสว่าง ผลักดันยอดขายเติบโตต่อเนื่อง ปูทางส่งเสริมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนในปี 2558&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประเทศไทย เปิดเผยว่า  ในปี 2555 นี้ จีอี พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ประเทศไทยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัยของจีอี  พร้อมกับสนับสนุนกลุ่มบริษัทในประเทศไทยให้สามารถขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทางด้านพลังงาน ด้านการแพทย์ รวมถึงธุรกิจการบิน และอุปกรณ์แสงสว่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีอีจะมุ่งเน้นพัฒนาความเป็นเลิศทางธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด พร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ในปีที่ผ่านมาจีอี ประเทศไทยสามารถสร้างยอดการเติบโตได้กว่า 40% และเราตั้งเป้าการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2555 นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จีอี ตระหนักถึงความท้าทายที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ และจีอีเองก็มุ่งนำความคิดสร้างสรรใหม่ๆ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอนาคตที่ดีกว่า เราพร้อมนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงาน ด้านการให้บริการสาธารณสุข การคมนาคม และสาธารณูปโภค เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและองค์กรต่างๆ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในโลกใบนี้” ซีอีโอ จีอี ประเทศไทย กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโกวิทย์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีความต้องการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ประเทศไทยเองก็มีความท้าทายด้านการแสวงหาแหล่งเชื้อเพลิงใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานพลังงานที่มากขึ้น ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของจีอี ในการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์และการบริการให้กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากธรรมชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคปัจจุบัน ได้แก่ พลังงานทดแทน เช่น น้ำ ลม แสงอาทิตย์ และก๊าซชีวภาพ ตลอดจนเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ  และจีอียังมีบริการในการให้การบำรุงรักษาระยะยาวแก่ลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะสามารถสนองความต้องการในอนาคตของธุรกิจพลังงานของไทย โดยเฉพาะในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน อาทิเช่นการใช้หลอดไฟแอลอีดีประหยัดพลังงานของจีอี รวมถึงการเลือกใช้พลังงานทดแทนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย กลุ่มพลังงาน ภายใต้จีอี เอนเนอร์ยี (GE Energy) ประกอบด้วย จีอี เพาเวอร์แอนด์วอเตอร์ (GE Power and Water) จีอี เอนเนอร์ยีแมนเนจเมนท์ (GE Energy Management) และ จีอี ออยล์แอนด์แก๊ส (GE Oil &amp;amp; Gas) โดยในปีที่ผ่านมา จีอี เอนเนอร์ยี  ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กังหันก๊าซขนาด 50 เมกะวัตต์ FlexAero GE LM6000 - PH นวัตกรรมล่าสุดภายใต้แนวคิด อีโคแมจิเนชั่น (Ecomagination) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่มีการลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนของกลุ่มจีอี เฮลธ์แคร์ (GE Healthcare) ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเฮลธ์ตี้แมจิเนชั่น (Healthymagination) ซึ่งมุ่งขจัดปัญหาท้าทายต่างๆ ที่ระบบบริการดูแลสุขภาพกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในแง่ค่าใช้จ่าย คุณภาพ และการเข้าถึงบริการ รวมถึงเพื่อช่วยให้ประชาชนทั่วไปมีสุขภาวะที่ดีขึ้น ในปีที่ผ่านมา จีอี เฮลธ์แคร์สามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้กับทางโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยจีอี เฮลธ์แคร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักจากปี 2553&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับ จีอี อะวิเอชั่น (GE Aviation) ตลอดปีที่ผ่านมา จีอี อะวิเอชั่น มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม ‘อีโคแมจิเนชั่น’ เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญเช่น GEnxและ GE90 ในปีที่ผ่านมา จีอีอะวิเอชั่น ได้บรรลุข้อตกลงกับการบินไทย สำหรับเครื่องยนต์ รุ่น GE90 และได้มีการฉลองครบรอบ 25 ปีในการใช้เครื่องยนต์รุ่น CF6 ของจีอีอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องยนต์ GE90-115B เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘อีโคแมจิเนชั่น’ เป็นเครื่องยนต์อากาศยานที่ทรงพลังที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยต้นทุนค่าน้ำมันต่อที่นั่งต่ำที่สุด และมีการปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่ 40% ซึ่งเป็นระดับที่ได้มาตรฐานโลก ในบรรดาเครื่องยนต์อากาศยานของจีอีในปัจจุบัน เครื่องยนต์ GEnx ที่ติดตั้งกับเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันถึง 15% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นเก่า ซึ่งส่งผลให้มีไอเสียน้อยลง 15% ด้วยเช่นกัน และด้วยใบพัดขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ระดับเสียงลดลงถึง 30% นับเป็นเครื่องยนต์ที่เงียบที่สุดที่จีอีผลิตขึ้นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับส่วนของ จีอี ไลท์ติ้ง (GE Lighting) ในปีที่ผ่านมา จีอี ได้เติบโตในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลอดไฟในกลุ่มแอลอีดี (LED) สำหรับธุรกิจโรงแรมภัตตาคารและร้านค้า และในปี 2555 จีอี ไลท์ติ้ง ก็ยังคงเน้นทำตลาด ด้วยการรักษาจุดยืนที่มีมาตลอด 130 ปี ในฐานะผู้ผลิตหลอดไฟรายแรกของโลก  เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมหลากหลาย ตั้งแต่หลอดไฟที่เน้นอายุการใช้งานนาน ประหยัดพลังงาน ประสิทธิภาพการส่องสว่างสูง รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ไปจนถึงหลอดไฟแอลอีดี (LED) ประสิทธิภาพสูงที่มีคุณสมบัติทั้งหมดครบถ้วน และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดอีโคแมจิเนชั่น (Ecomagination) อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จีอี เชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอีกมาก เพราะไทยยังมีทรัพยากรที่เป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ อีกมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของเออีซีด้วยเช่นกัน” นายโกวิทย์ ซีอีโอ จีอี ประเทศไทย กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับจีอี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีอีมุ่งมั่นในการคิดค้นสิ่งที่ดีต่อมนุษยชาติ ด้วยบุคลากรที่เก่งที่สุด และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ยากที่สุด  โดยมุ่งหาวิธีแก้ปัญหาในด้านพลังงาน สุขภาพและที่อยู่อาศัย การขนส่งและการเงิน ด้วยการสร้างและเพิ่มพลังการขับเคลื่อนในการดูแลรักษาโลกของเรา  เหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่จีอีเราลงมือทำ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ge.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีโคแมจิเนชั่น (Ecomagination) เป็นแนวคิดริเริ่มทางธุรกิจที่เกิดจากความตระหนักถึงความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน  ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเจตนารมณ์ที่จะพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับปัจจัยความท้าทายเหล่านี้พร้อมทั้งสร้างผลกำไรเพิ่มเติมให้แก่บริษัทฯ  โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2558 จีอีจะเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  ลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 50 ลดการใช้น้ำลงร้อยละ 25 และเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวกับอีโคแมจิเนชั่นเป็นสองเท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮลธ์ตี้แมจิเนชั่น (Healthymagination) คือ กลยุทธ์ทางธุรกิจด้านการลงทุนแบบใหม่เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขอนามัย ตลอดจนเพิ่มคุณภาพบริการด้านสุขอนามัยสำหรับคนนับล้านๆ คนทั่วโลก พร้อมกับผลักดันการเติบโตให้แก่จีอี  ปัจจุบัน จีอีมีผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากเฮลธีเมจิเนชั่น 24 รายการ  รวมทั้งก่อตั้งกองทุนมูลค่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาเป็นมูลค่ากว่า 700 ล้านเหรียญ  จัดโครงการรณรงค์เพื่อผู้บริโภคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคกว่า 135 ล้านคนทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมธาวี เฉลิมธนศักดิ์ / ภคินี เทียมคลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท เอฟ เอ คิว จำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โทรศัพท์: 1+66 2 971 3711 ต่อ 120&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีเมล์: maythavee@pc-a.co.th, pakinee@pc-a.co.th&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือถือ: 081-855 7394, 080-773 1068&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29512#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 06:48:19 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29512 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>12 หาง เกมออนไลน์ สายพันธ์ไทย สร้างปรากฎการณ์ คลอดการ์ตูน &#039;ปฐมบทแห่ง 12 หาง&#039;</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29497</link>
 <description>&lt;p&gt;Hero Rangers ผู้ให้บริการเกม ร่วมกับ Big Bug Studio ผู้พัฒนาเกมสายพันธ์ไทย 12 หางออนไลน์ (www.12t.in.th) เปิดตัวหนังสือการ์ตูน ที่วาดขึ้นโดยคนไทย จากทีมงาน Thai Comic by Vibulkij &quot;12 หางออนไลน์ - ปฐมบทแห่ง 12 หาง&quot; โดยอ้างอิงเนื้อเรื่อง และ ตัวละครจาก 12 หางออนไลน์ ให้โหลดอ่านฟรี แล้ววันนี้!!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;http://12tails.herorangers.com/picture/DisplayPicture.aspx?id=6800&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;12 หางออนไลน์ สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการเกมออนไลน์ไทยอีกครั้ง ด้วยการร่วมมือกับสำนักพิมพ์ชั้นนำอย่าง &quot;วิบูลกิจ&quot; คลอดการ์ตูนสายพันธ์ไทย &quot;12 หางออนไลน์ - ปฐมบทแห่ง 12 หาง&quot; ที่มีการอ้างอิงตัวละครจากเกม 12 หางออนไลน์ มาให้แฟนๆ ได้อ่านกันฟรีฟรีแล้ววันนี้!! (เข้าไปอ่านได้ที่ http://12tails.herorangers.com/comic/home.html)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการ์ตูน &quot;12 หางออนไลน์ - ปฐมบทแห่ง 12 หาง&quot; นี้ วาดโดยคุณ เอกราช บรรดาศักดิ์ และทีมงาน Thai Comic ซึ่งถือว่าเป็นค่ายที่รวมนักเขียนการ์ตูนไทยที่ยอดเยี่ยมไว้อีกค่ายหนึ่ง โดยเนื้อเรื่อง และ ตัวละครจะอ้างอิงจากเกม 12 หางออนไลน์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นก่อนที่แต่ละหางจะมารวมตัวกัน แล้วเกิดเป็นเกม 12 หางออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;http://12tails.herorangers.com/picture/DisplayPicture.aspx?id=6801&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;http://12tails.herorangers.com/picture/DisplayPicture.aspx?id=6802&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักพิมพ์ Thai Comic ทีมงานวาดการ์ตูนคนไทย ฝีมือคุณภาพ ภายใต้สังกัดสำนักพิมพ์วิบูลกิจ ค่ายหนังสือการตูนชั้นนำของไทย เคยฝากผลงานการ์ตูนไทยหลายเรื่องที่ทุกๆ คน ต้องติดตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;12 หางออนไลน์ (www.12t.in.th) เกม Action MORPG สายพันธ์ไทยแท้ ที่รังสรรค์โดยทีมงาน Big Bug Studio ที่มีทีมงานพัฒนาเพียง 6 คน มีเนื้อเรื่องเกียวกับสัตว์ทั้ง 12 หาง ที่สามารถมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ จุดเด่นอยู่ที่ Action และ Combo สกิลภายในเกม และระบบการเล่นแบบ Mission ที่ทุกคนสามารถเล่นได้ง่ายๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจอ่านการ์ตูน 12 หางออนไลน์ - ปฐมบทแห่ง 12 หาง สามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่ http://12tails.herorangers.com/comic/home.html หรือหากสนใจเล่นเกม หรือติดตามข้อมูลเกม 12 หางออนไลน์ สามารถเข้ามาดูได้ที่ http://www.12t.in.th/ หรือผ่านหน้า Facebook ที่ http://www.facebook.com/HeroRangers และโทรสอบถาม GM Call Center โทร 02-640-8225 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29497#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 13:57:31 +0000</pubDate>
 <dc:creator>21Aki</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29497 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ซอฟต์แวร์ Oracle Utilities Meter-to-Cash </title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29481</link>
 <description>&lt;p&gt;ที่รันบนเครื่อง Oracle Exadata Database Machine และระบบคลาวด์ Oracle Exalogic Elastic Cloud สร้างสถิติความเร็วสูงสุดในการประมวลผลข้อมูลจากมิเตอร์ 10 ล้านเครื่อง
ออราเคิลประมวลผลค่าที่อ่านได้จากมิเตอร์กว่าหนึ่งพันล้านรายการและบิลลูกค้า 500,000 ใบภายในเวลาแค่ 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรุงเทพฯ, ประเทศไทย
ประเด็นข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        ออราเคิลเปิดเผยถึงความสามารถที่ไม่เคยมีมาก่อนในการประมวลผลบันทึกข้อมูลกว่า 1,000 ล้านเรคคอร์ด และสร้างบิลลูกค้า 500,000 ใบภายในเวลา 8 ชั่วโมงในช่วงกลางคืน โดยใช้ Oracle Utilities Customer Care and Billing, Oracle Utilities Meter Data Management และ Oracle Utilities Smart Grid Gateway ซึ่งระบบทั้งหมดนี้ถูกผนวกรวมเข้าด้วยกันโดยใช้ Oracle Application Integration Architecture และรันบน Oracle Exadata Database Machine X2-2 และ Oracle Exalogic Elastic Cloud X2-2  ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบเป็นข้อมูลชุดย่อยที่ดึงมาจากการอ่านค่ามิเตอร์ 30,000 ล้านครั้งตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นระดับปริมาณข้อมูลที่พบเห็นได้ทั่วไปสำหรับผู้ให้บริการสาธารณูปโภครายใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        การทดสอบนี้ได้รับการออกแบบตามสถานการณ์จริงทางธุรกิจ โดยเป็นการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากมิเตอร์อัจฉริยะ 10 ล้านเครื่อง โดยที่มิเตอร์แต่ละเครื่องอ่านค่าเกือบ 100 ครั้งต่อวัน  สถานการณ์สมมตินี้สะท้อนถึงความต้องการในการประมวลผลข้อมูลรายวันสำหรับผู้ให้บริการสาธารณูปโภคทั่วไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        การทดสอบนี้ใช้ข้อมูลมิเตอร์ในอดีต 1 เดือน ผ่านทางระบบ Oracle Utilities Meter Data Management (อ่านค่ามิเตอร์ 30,000 ล้านครั้ง) และข้อมูลบิลเก่า 6 เดือนบนระบบ Oracle Utilities Customer Care and Billing (บิล 60 ล้านใบ)  การทดสอบนี้เป็นการเรียกเก็บบิลแต่ละบัญชีโดยใช้อัตราที่แตกต่างกัน 3 อัตรา (ได้แก่ อัตราสำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้งาน “สูงสุด” “ปานกลาง” และ “น้อย”)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        การกำหนดค่าคอนฟิกูเรชั่นสำหรับการทดสอบครั้งนี้สามารถบีบอัดข้อมูลที่เก็บไว้ในอัตราส่วนสูงสุด 45 เท่า โดยใช้ Oracle Exadata Hybrid Columnar Compression จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากสำหรับผู้ให้บริการสาธารณูปโภคที่จัดเก็บข้อมูลจากโครงข่ายระบบอัจฉริยะและข้อมูลอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวสนับสนุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        “เทคโนโลยีและระบบงานธุรกิจใหม่ๆ ส่งผลให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคต้องจัดการกับข้อมูลที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการตั้งแต่การอ่านค่ามิเตอร์ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน  การทดสอบนี้ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนนับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของโซลูชั่นซอฟต์แวร์แบบครบวงจรของออราเคิลที่รันบนระบบฮาร์ดแวร์ของออราเคิลซึ่งมีการปรับแต่งเป็นพิเศษ ช่วยให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคสามารถปรับขนาดระบบคลังข้อมูลเพื่อประมวลผลข้อมูลการใช้งานจำนวนมหาศาลจากมิเตอร์อัจฉริยะ  และในท้ายที่สุด ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการตรวจสอบและจัดการการใช้พลังงานด้วยความยืดหยุ่นและการควบคุมที่เหนือกว่า” ร้อดเจอร์ สมิธ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจสาธารณูปโภคของออราเคิล (Oracle Utilities)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัพยากรสนับสนุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        รายงานด้านเทคนิคของออราเคิล: ประสิทธิภาพของกระบวนการตั้งแต่การอ่านมิเตอร์ไปจนถึงการเรียกเก็บเงินโดยใช้แอพพลิเคชั่นทางด้านสาธารณูปโภคของออราเคิลบน Oracle Exadata และ Oracle Exalogic&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities บน Facebook&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities บน Twitter&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities บน LinkedIn&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        ช่อง Oracle Utilities บน YouTube&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities บน Diigo&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities Meter Data Management ที่รันบน Oracle Exadata Database Machine และ Oracle Exalogic Elastic Cloud สาธิตประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผลข้อมูลจากมิเตอร์อัจฉริยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·        Oracle Utilities Customer Care and Billing บนเครื่อง Oracle Exadata Database Machine สาธิตประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการประมวลผลบิลค่าสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับฝ่ายธุรกิจสาธารณูปโภคของออราเคิล (Oracle Utilities)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Oracle Utilities นำเสนอโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เปี่ยมด้วยเสถียรภาพ ช่วยให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคทุกประเภทและทุกขนาดปรับปรุงความได้เปรียบด้านการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการจัดซื้อและใช้งานเทคโนโลยี  Oracle Utilities ผนวกรวมแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบบริการลูกค้า ระบบบิลลิ่ง การจัดการเครือข่าย การจัดการงานและสินทรัพย์ การจัดการบุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ และการจัดการข้อมูลมิเตอร์ เข้ากับความสามารถของแอพพลิเคชั่นชั้นนำระดับองค์กรของออราเคิล รวมไปถึงเครื่องมือบิสซิเนส อินเทลลิเจนซ์, มิดเดิลแวร์, เทคโนโลยีฐานข้อมูล, เซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ  ซอฟต์แวร์เหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้สอดรับกับการผ่อนคลายกฎระเบียบของตลาด ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการตามนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ Oracle Utilities ช่วยให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเตรียมพร้อมสำหรับโครงการระบบมิเตอร์อัจฉริยะและโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดหาข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเพื่อผลักดันการตัดสินใจอย่างถูกต้องเหมาะสมเกี่ยวกับการใช้พลังงานและน้ำโดยอ้างอิงข้อมูลรอบด้านทั้งในส่วนของผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ  ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oracle.com/goto/utilities&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับออราเคิล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ออราเคิล (NASDAQ: ORCL) เป็นบริษัทที่นำเสนอระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทางด้านธุรกิจแบบครบวงจรบนมาตรฐานเปิดที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออราเคิลมีอยู่ที่ oracle.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกี่ยวกับออราเคิลในภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โซลูชั่นอุตสาหกรรมของออราเคิลใช้ประโยชน์จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของบริษัทฯ เพื่อรองรับระบบงานธุรกิจที่ซับซ้อนสำหรับผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ช่วยลดระยะเวลาในการนำบริการใหม่ออกสู่ตลาด ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องหมายการค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Oracle และ Java เป็นเครื่องหมายการค้าของออราเคิลและ/หรือบริษัทในเครือ ชื่ออื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของ&lt;/p&gt;
&lt;h1&gt;#&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่:&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิริพร ศุภรัชตการ
ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์: (0) 2696 8072
siriporn.suparuchatakarn@oracle.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุชาย เฉลิมธนศักดิ์
พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง จำกัด
(0) 2971 3711
 suchai@pc-a.co.th&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29481#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 04:03:58 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29481 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เอเซอร์แต่งตั้งญาหนี่ เซง เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/29313</link>
 <description>&lt;p&gt;กรุงเทพฯ: บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด แต่งตั้งนักกอล์ฟสาวมือหนึ่งของโลก ญาหนี่ เซง ดำรงตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอเซอร์ หมวกทุกใบที่ญาหนี่สวมในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น ISPS Honda Women&#039;s Australian Open in Victoria, Australia ที่รัฐวิคทอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ จะมีโลโก้เอเซอร์ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เอเซอร์ตลอดระยะเวลาการเดินทางแข่งขัน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตดิจิตอลของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มิสเซง กอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลก กล่าวว่า “เอเซอร์เป็นแบรนด์ไอทีระดับโลก ดิฉันดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้รับเกียรติให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเอเซอร์ รวมถึงการนำเอเซอร์เข้าสู่สายตาผู้ชมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กอล์ฟเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทุกมุมโลก ด้วยเพราะไม่มีการจำกัดอายุ เพศและศักยภาพของผู้เล่น  เอเซอร์เลือก ญาหนี่ เซง นักกอล์ฟสาวที่เป็นที่รู้จักดีให้เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เพราะมั่นใจว่าญาหนี่จะสร้างความประทับใจและสื่อสารแบรนด์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มิสเซงทำ ทีช๊อทได้สวยงามและมีพลัง ทำให้เห็นถึงความมั่นใจเฉพาะตัว  ทัวร์นาเมนท์ต่างๆ ที่ญาหนี่เล่นสามารถ จินตนาการได้ถึงความมั่นคง และในช่วงสำคัญๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและท่วงท่าที่ยอดเยี่ยมในการตี  เอเซอร์สามารถสื่อสารบุคลิกของผลิตภัณฑ์ของเราเข้ากับประสิทธิภาพ ความเร็วที่เฉียบขาด ความมั่นคงในอิริยาบทของการเล่นกอล์ฟของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มิสเซงมีสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกับเอเซอร์มาหลายปีแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เอเซอร์และสมาคมกอล์ฟไต้หวันได้สร้างโปรแกรมเอเซอร์กอล์ฟให้กับเยาวชน มิสเซงเริ่มเล่นในทัวร์นาเม้นประจำไตรมาสและได้รับตำแหน่งนักเล่นมือสมัครเล่นชั้นนำ  และในปี พ.ศ. 2546 เธอยังได้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมนักกอล์ฟเยาวชนชั้นนำ  และที่ไต้หวันในปี พ.ศ. 2549 เธอชนะรางวัล Amateur Golf National Ranking Tournament, Acer International Amateur Invitational Golf Tournament, and Acer Elite Match-Plays  และในปีถัดมาเธอขยับขึ้นเป็นนักกอล์ฟอาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เส้นทางนักกอล์ฟของญาหนี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         เธอเกิดที่เมืองเต้าหยวน ประเทศไต้หวัน ในปีพ.ศ. 2532  และเริ่มเล่นกอล์ฟตอนอายุ 5 ขวบ และด้วยประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ยาวนาน ปัจจุบันเธอเป็นนักกอล์ฟหญิงอาชีพมือหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         เธอชนะเลิศรางวัลแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 ในการแข่งขัน Callaway Junior World Golf Championships (Girls 13-14).&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         และในปีพ.ศ. 2547 มิสเซงได้รักษาตำแหน่งกับ มิเชลล์ ไวอี ในการแข่งขัน USGA Women’s Amateur Public Links Championship และเป็นการแข่งขันที่สำคัญสำหรับนักแข่งสมัครเล่นของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         และในปีพ.ศ. 2551 มิสเซงเป็นนักเล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ชนะการแข่งขัน LPGA Championship และในปีเดียวกัน เธอยังได้รับรางวัล Louise Suggs Rolex Rookie of the Year Award&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         ในปีพ.ศ. 2553 มิสเซงชนะการแข่งขันสองครั้งคือ the Kraft Nabisco Championship and RIOCH Women’s British Open และในปีเดียวกัน เธอได้รับรางวัล 2010 Rolex Player of the Year of LPGA และได้รับตำแหน่งนักกอล์ฟหญิงแห่งปีจาก the Golf Writers Association of America (GWAA).&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         เมื่อปีแล้ว มิสเซงก็ชนะการแข่งขัน LPGA Championship และได้รับการจัดอันดับเป็นนักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลก  โดยเธอเป็นนักกอล์ฟหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ชนะการแข่งขัน LPGA ถึง 5 ครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;·         และในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เธอชนะรางวัล Sunrise LPGA Taiwan Championship&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเกี่ยวกับเอเซอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับแต่ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2519 เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดระหว่างคนและเทคโนโลยี ด้วยการเอาใจใส่กับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ ไอทีภายใต้แบรนด์เอเซอร์ในทุกประเทศ  ปัจจุบันเอเซอร์เป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เป็นอันดับสองในระดับโลกทั้งในตลาดพีซีและโน้ตบุ๊ก ด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการจำหน่ายที่มีผลกำไรและยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเอเซอร์  ในขณะเดียวกันความสำเร็จของการควบรวมกิจการกับเกตเวย์ อีแมชชีน และแพคการ์ด เบลล์ทำให้บริษัทสามารถเป็นบริษัทระดับโลก เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างซัพพลายเชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย และเอเซอร์ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขันโอลิมปิคฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์ และการแข่งขันโอลิมปิค เกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน ปัจจุบัน เอเซอร์ อิงค์ มีพนักงาน 8,000 คนทั่วโลก และมีรายได้ในปีงบประมาณ 2010 อยู่ที่ 19.90 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราที่ www.acer-group.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์เอเซอร์ เริ่มเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2527 โดยบริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ปัจจุบันบริษัทฯ เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ และได้รับรางวัล Reader&#039;s Digest Trusted Brand 13 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2542 – 2554 พร้อมกันนี้ ผลสำรวจยอดขาย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คส่วนบุคคลในประเทศไทย อันดับ 1 ตั้งแต่ปี 2546 อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดโปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.acer.co.th&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Acer และโลโก้ Acer เป็นเครื่องหมายการค้าของ Acer Incorporated เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และ/หรือเครื่อง หมายบริการอื่นๆ ที่ระบุหรือแสดงในลักษณะอื่นใด ถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/29313#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/taxonomy/term/963">Press Release</category>
 <pubDate>Wed, 25 Jan 2012 08:48:27 +0000</pubDate>
 <dc:creator>IT news</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29313 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
</channel>
</rss>

