<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.blognone.com"  xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Blognone - Software Engineering</title>
 <link>http://www.blognone.com/taxonomy/term/3510/0</link>
 <description></description>
 <language>en</language>
<item>
 <title>รู้จักกับ &quot;Girls Who Code&quot; องค์กรเพื่อผู้หญิงในวงการไอที</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/33689</link>
 <description>&lt;div class=&quot;field field-type-filefield field-field-thumbnail&quot;&gt;
    &lt;div class=&quot;field-items&quot;&gt;
            &lt;div class=&quot;field-item odd&quot;&gt;
                    &lt;img  class=&quot;imagefield imagefield-field_thumbnail&quot; width=&quot;640&quot; height=&quot;320&quot; alt=&quot;&quot; src=&quot;http://www.blognone.com/sites/default/files/news-thumbnails/Girls-Who-Code.png?1340790805&quot; /&gt;        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางองค์กรสำหรับผู้หญิงในสหรัฐจำนวนมาก แต่มีอยู่องค์กรหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวดังใน Wall Street Journal และ New York Times คือองค์กรชื่อเก๋ว่า &quot;&lt;a href=&quot;http://www.girlswhocode.com&quot;&gt;Girls Who Code&lt;/a&gt;&quot; ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่ออบรมและจุดประกายกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิง ให้เก่งเขียนโปรแกรมไม่น้อยไปกว่าพวกผู้ชาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นที่รู้กันว่าบริษัทไอที โดยเฉพาะบริษัทที่ก่อตั้งใหม่มักจะมีจุดเริ่มมาจากผู้ชาย และพนักงานส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย ส่งผลให้บริษัทหลายแห่งอย่าง Twitter, General Electric, Google และ eBay ประกาศให้การสนับสนุน Girls Who Code โดยหวังว่าความพยายามจากจุดเล็กๆ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Girls Who Code ก่อตั้งโดย Reshma Saujani อดีตกลุ่มอาสาสมัครในนิวยอร์ก เธอให้เหตุผลดีๆ ในการก่อตั้งองค์กรดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ผู้หญิงเป็นเพศที่ใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่กลับมีจำนวนผู้หญิงในวงการไอทีน้อยนิด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ผู้หญิงใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าผู้ชาย 17%&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;2 ใน 3 ของเนื้อหาออนไลน์ถูกสร้างโดยผู้หญิง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตามสถิติบริษัทไอทีที่มีผู้หญิงในตำแหน่งบริหารจะได้ผลการลงทุนมากกว่าเดิม 34%&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;บริษัทที่มีผู้หญิงในทีมเทคนิคจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาและมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;Girls Who Code มีการสอนกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงหลากหลายด้าน ทั้งการเขียนโปรแกรม, สร้างเว็บไซต์, การเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองและวิทยาการด้านหุ่นยนต์ นอกจากนี้ยังได้กลุ่มวิศวกรผู้หญิงในบริษัทไอทีชื่อดังหลายแห่ง ยื่นมือเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับเด็กๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หวังว่าจะได้เห็นองค์กรแบบนี้เกิดขึ้นในไทยบ้างนะครับ :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe width=&quot;640&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;http://www.youtube.com/embed/ltoLOeE7K4A&quot; frameborder=&quot;0&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.girlswhocode.com&quot;&gt;Girls Who Code&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://blogs.wsj.com/digits/2012/06/26/girls-who-code-seeks-to-train-women-for-tech-fields/&quot;&gt;Wall Street Journal&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://bits.blogs.nytimes.com/2012/06/26/tech-companies-announce-girls-who-code-initiative/&quot;&gt;The New York Times&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/33689#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/computer-science">Computer Science</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/women">Women</category>
 <pubDate>Wed, 27 Jun 2012 09:55:29 +0000</pubDate>
 <dc:creator>khajochi</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">33689 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Forbes เผยอาชีพที่น่าทำที่สุดในปี 2012 คือวิศวกรซอฟต์แวร์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32604</link>
 <description>&lt;p&gt;Forbes ได้จัดอันดับอาชีพที่น่าทำที่สุดในปี 2012 ซึ่งอาชีพที่น่าทำที่สุดได้แก่วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer) โดยวัดจากปัจจัยความต้องการในตลาดแรงงานที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้ที่ดี บรรยากาศในการทำงานที่สบายๆ ต่างจากอาชีพอื่น และใช้ความต้องการทางกายภาพน้อยมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุปสรรคสำหรับคนที่จะเข้ามาทำงานวิศวกรซอฟต์แวร์ คือต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง สิ่งที่เรียนมาอาจจะใช้ไม่ได้ตลอดไป ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ส่วนอาชีพอื่นๆ ที่ได้อันดับรองลงมาคือ นักสถิติ, นักบริหารทรัพยากรบุคคล (HR), ทันตแพทย์และนักวางแผนการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.forbes.com/pictures/efkk45hfif/best-jobs-for-2012/#gallerycontent&quot;&gt;Forbes&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32604#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/computer-science">Computer Science</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/jobs">Jobs</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <pubDate>Fri, 18 May 2012 08:37:50 +0000</pubDate>
 <dc:creator>khajochi</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32604 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ไมโครซอฟท์สร้าง &quot;อินเทอร์เน็ตจำลอง&quot; ขึ้นมาทดสอบประสิทธิภาพของ IE10</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29905/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-ie10</link>
 <description>&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์เผยกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของ Internet Explorer 10 ที่จะมากับ Windows 8 โดยสร้าง &lt;strong&gt;IE Performance Lab&lt;/strong&gt; จำลองสถานการณ์จริงบนอินเทอร์เน็ต แล้ววัดประสิทธิภาพทุกแง่มุม ซึ่งเป็นกรณีน่าศึกษาสำหรับคนที่ทำงานด้าน testing และ QA ประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IE Performance Lab เป็นเครือข่ายปิด ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกใดๆ รวมถึงอินทราเน็ตของไมโครซอฟท์เอง มันประกอบขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์จำนวน 140 เครื่อง ระบบเครือข่ายจำลองที่เหมือนอินเทอร์เน็ตแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์, DNS, เราเตอร์, และระบบจำลองเครือข่ายชนิดต่างๆ
&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;ระบบฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;ระบบฮาร์ดแวร์ใน IE Performance Lab แบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระบบเซิร์ฟเวอร์และเครือข่าย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์จะดูดเว็บจริงๆ ที่ใช้ในสถานการณ์จริงมาเก็บไว้บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ภายใน และแปลงข้อมูลบางอย่างที่เคย dynamic (เช่น ฟังก์ชัน Math.Random() หรือ Date ของจาวาสคริปต์) ให้เป็นค่าแบบ static หรือดัดแปลงลิงก์ของโฆษณาให้เชื่อมไปยังเว็บใดเว็บหนึ่งโดยตรง เว็บเพจทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในแรมของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อตัดความแปรปรวนของการอ่านเนื้อหาจากดิสก์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนระบบเครือข่ายจะมีตัว emulator จำลองลักษณะของเครือข่ายแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น DSL, cable modem, 56k modem, WAN, 4G เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ มันสามารถจำลองได้ถึงขนาดจำนวน hop ของการส่งแพกเก็ตหรือ latency time&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบ DNS server ก็มีหลายตัวตามแต่เครือข่ายจำลองแต่ละชนิด ซึ่งเหมือนกับการใช้งานของผู้ใช้จริงทุกประการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เครื่องลูกข่ายที่ใช้ทดสอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีคอมพิวเตอร์จำนวน 120 เครื่อง ตั้งแต่ระดับ Core i7 ไปจนถึง Atom และแท็บเล็ต ARM ส่วนระบบปฏิบัติการก็หลากหลาย ทั้ง Windows Vista/7/8 แบบ 32 และ 64 บิต ทั้งหมดเป็นเครื่องจริงไม่ได้รันบน virtual machine&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์จะรันเทสต์ IE บนเครื่องเหล่านี้วันละ 200 ครั้ง แต่ละวันจะเก็บสถิติจำนวน 5.7 ล้านชิ้น คิดเป็นข้อมูล 480GB การทดสอบหนึ่งครั้งใช้เวลา 6 ชั่วโมง และได้ข้อมูลออกมา 22GB&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบทั้งหมดจะรันอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบ computer pool ให้หยิบยืมพลังประมวลผลในกรณีที่ฮาร์ดแวร์บางตัวพังลงไป นอกจากนี้ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่หลากหลายพอ IE Performance Lab ยังสามารถไปยืมคอมพิวเตอร์จากห้องแล็บอีกห้องคือ Windows Graphics Lab ที่ทดสอบ GPU สารพัดรุ่นในตลาดได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและออกรายงาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบที่สามใช้เซิร์ฟเวอร์ 11 เครื่อง เครื่องละ 16 คอร์ แรม 16GB นำข้อมูลที่ได้จากการรันทดสอบมาประมวลผล แปลงข้อมูลดิบลง SQL โดย 1 วันจะต้องคำนวณข้อมูลดิบ 15,000 ชิ้น แล้วส่งต่อไปยังระบบวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;การทดสอบ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์แบ่งการทดสอบออกเป็น 4 ประเภท แต่ละประเภทจะมีส่วนที่เหลื่อมซ้อนกันเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;loading content หรือการวัดผลการโหลดหน้าเว็บตามปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ทำมากที่สุดบน IE&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;interactive web apps ทดสอบเว็บแอพที่ใช้ AJAX/Web 2.0 ในกรณีนี้รวมถึง Outlook Web Access และ Office Web Apps&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;IE “the application” ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของตัวโปรแกรม IE เอง เช่น เปิด-ปิดโปรแกรม เปลี่ยนแท็บ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;synthetic benchmarks รันเบนช์มาร์คยอดนิยมอย่าง SunSpider และตัวอื่นๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ทดสอบก็มีทั้งเวลาที่ทำงานสำเร็จ, เวลาที่ใช้ในการทำงานเบื้องหลัง, อัตราการใช้ซีพียู, การบริโภคทรัพยากรอื่นๆ ของระบบ และอัตราการใช้พลังงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสภาพแวดล้อมในการทดสอบก็มีทั้งทดสอบกับวินโดวส์ที่ลงเสร็จใหม่ๆ และการติดตั้งซอฟต์แวร์ยอดนิยมอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น ระบบ firewall, antivirus เพื่อให้ได้สถานการณ์ใกล้เคียงกับผู้ใช้จริงนั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดยังมีอีกมาก ตามไปอ่านกันได้ที่ต้นฉบับนะครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://blogs.msdn.com/b/b8/archive/2012/02/16/internet-explorer-performance-lab-reliably-measuring-browser-performance.aspx&quot;&gt;Building Windows 8&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29905/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-ie10#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/browser">Browser</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/internet">Internet</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/internet-explorer">Internet Explorer</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/microsoft">Microsoft</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/network">Network</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <pubDate>Sat, 18 Feb 2012 03:21:46 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mk</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29905 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Dice Holdings เผยรายได้ต่อปีวิศวกรใน Silicon Valley ทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29275/dice-holdings-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99-silicon-valley-%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B8-100000-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AF-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7</link>
 <description>&lt;p&gt;Dice Holdings เว็บไซต์สมัครงานสายเทคโนโลยีได้เปิดเผยข้อมูลของเงินเดือนเหล่าวิศวกรทางด้านซอฟต์แวร์ และวิศวกรสาขาอื่นๆ ในแถบที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีอย่าง Silicon Valley ผลคือรายได้ต่อปีของคนเหล่านี้ทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขแบบชัดๆ อยู่ที่ 104,195 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราวร้อยละ 5.2 นับว่าสูงกว่าแถบอื่นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรายได้ของอาชีพใกล้เคียงกันทั่วสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 81,327 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาราวร้อยละ 2 เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Dice Holdings บอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าวิศวกรใน Silicon Valley ทำลายกำแพง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาเมื่อปี 2001&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุคงหนีไม่พ้นความบูมของเว็บไซต์จากบริษัทหน้าใหม่หลายที่ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Zynga, Twitter หรือที่เพิ่ง IPO ไปไม่นานนักอย่าง LinkedIn นั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://online.wsj.com/article/SB10001424052970204624204577179193752435590.html&quot;&gt;The Wall Street Journal&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนในไทยคงต้องไปคุยกันต่อใน&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/1473&quot;&gt;นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29275/dice-holdings-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99-silicon-valley-%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B8-100000-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AF-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/salary">Salary</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/silicon-valley">Silicon Valley</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 01:14:33 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Blltz</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29275 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Software Engineer เป็นงานที่น่าทำที่สุดในอเมริกาปีนี้</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/21362/software-engineer-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89</link>
 <description>&lt;p&gt;CareerCast เว็บจัดหางานชื่อดัง ได้ทำการจัดอันดับงานที่น่าทำที่สุดในอเมริกาปี 2011 โดยการให้คะแนนจาก&lt;a href=&quot;http://www.careercast.com/jobs-rated/2011-jobs-rated-methodology&quot;&gt;ปัจจัย 5 อย่าง&lt;/a&gt;ประกอบไปด้วย รายได้, สภาพแวดล้อมในการทำงาน, ความต้องการในตลาดแรงงาน, ความเหน็ดเหนื่อยทางร่างกาย และความเครียด ซึ่งอาชีพที่ได้คะแนนรวมอันดับที่ 1 ในปีนี้คืองานตำแหน่ง Software Engineer&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำแหน่งงาน Software Engineer ในอเมริกา ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ $87,140 ต่อปี (ประมาณเดือนละ 210,000 บาท) ซึ่งถึงแม้รายได้จะเป็นรองอาชีพอย่างแพทย์หรือทนายความ แต่ระดับความเครียดนั้นไม่สูงเท่า มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ใช้แรงงานน้อย และมีความต้่องการจำนวนสูงมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอันดับงานที่น่าสนใจ 10 อันดับแรก พร้อมรายได้เฉลี่ยต่อปีมีดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1. Software engineer - $87,140&lt;br /&gt;
2. Mathematician - $94,178&lt;br /&gt;
3. Actuary - $87,204&lt;br /&gt;
4. Statistician - $73,208&lt;br /&gt;
5. Computer systems analyst - $77,153&lt;br /&gt;
6. Meteorologist - $85,210&lt;br /&gt;
7. Biologist - $74,278&lt;br /&gt;
8. Historian - $63,208&lt;br /&gt;
9. Audiologist - $63,144&lt;br /&gt;
10. Dental Hygienist - $67,107&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมืองไทยน่าจะมีบริษัทจัดทำอันดับแบบนี้ดูบ้างนะครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.careercast.com/jobs-rated/2011-ranking-200-jobs-best-worst&quot;&gt;CarrerCast&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/21362/software-engineer-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/jobs">Jobs</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/usa">USA</category>
 <pubDate>Tue, 25 Jan 2011 04:49:07 +0000</pubDate>
 <dc:creator>khajochi</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">21362 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>วิธีการดูแลโค้ดของวิศวกร Facebook</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/21243/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3-facebook</link>
 <description>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ:&lt;/strong&gt; ข่าวนี้เหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และการจัดการโครงการซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ เพราะมีบทเรียนของ Facebook ให้เรียนรู้ แนะนำอย่างยิ่งให้อ่านต้นฉบับ (ซึ่งยาวมาก) ครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมวิศวกรของ Facebook ใหญ่มาก คิดเป็นครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งบริษัท 2,000 คน โดยแบ่งเป็นทีมซอฟต์แวร์ และทีมดูแลระบบอย่างละครึ่ง (ประมาณทีมละ 400-500 คน) เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมแบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วนตาม 2 ทีมนี้นะครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;วิศวกรใหม่ของ Facebook จะต้องอบรมโครงสร้างและกระบวนการทำงานของบริษัท นานประมาณ 4-6 สัปดาห์ และมีคนไม่ผ่านอบรม ไม่รับเข้าทำงานประมาณ 10% อบรมเสร็จแล้วจะได้สิทธิ์เข้าถึง database ที่กำลังทำงานอยู่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิศวกรทุกคนของ Facebook สามารถแก้โค้ดของซอฟต์แวร์ที่รัน Facebook ได้ตามใจชอบ ไม่จำกัดฝ่าย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Facebook มีผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (product manager) น้อยมาก ฝ่ายบริหารและการตลาดไม่สำคัญเท่าวิศวกร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ผู้จัดการสั่งงานวิศวกรโดยตรงไม่ได้ ต้องใช้การล็อบบี้ คือเสนอไอเดียให้วิศวกร ซึ่งจะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ ทำเป็นระยะเวลานานแค่ไหนก็ได้ ขึ้นกับวิศวกรแต่ละคน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิศวกรจะทำทุกอย่างเองทั้งหมด ตั้งแต่โค้ดจาวาสคริปต์ไล่ลงไปถึงฐานข้อมูล รวมถึงการแก้บั๊กและดูแลโค้ดหลังใช้งานจริงแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Facebook ไม่มีทีม QA (เป็นหน้าที่ของวิศวกรเอง) และไม่ค่อยใช้ automated unit test (มีบ้างแต่ไม่เยอะนัก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในกรณีที่ต้องการดีไซเนอร์ วิศวกรก็ต้องไปขายไอเดียให้ดีไซเนอร์สนใจและยอมช่วยทำ แต่ส่วนมากวิศวกรของ Facebook นิยมทำงานระดับฐานราก มากกว่างานระดับอินเทอร์เฟซ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กระบวนการ commit โค้ดเข้าระบบ ต้องผ่านการรีวิวจากคนอื่นๆ อย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ การส่งโค้ดโดยไม่รีวิวถือเป็นการประสงค์ร้าย และระบบถูกออกแบบมาให้คนอื่นๆ ช่วยกันรีวิวโค้ดได้ง่าย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โค้ดบางส่วนที่สำคัญมาก เช่น News Feed มีข่าวว่า Mark Zuckerberg จะเป็นคนรีวิวโค้ดด้วยตัวเองเสมอ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตามธรรมเนียมแล้ว โค้ดของ Facebook รุ่นใหม่จะถูกนำขึ้นเซิร์ฟเวอร์จริงสัปดาห์ละครั้ง ทุกวันอังคาร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิศวกรเจ้าของโค้ดที่จะส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์จริงในสัปดาห์นั้น จะต้องอยู่ที่บริษัทในวันอังคาร และต้องประจำอยู่ใน IRC ของบริษัทเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหา&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทีมดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ตอนนี้ Facebook มีเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 60,000 ตัว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การเปลี่ยนแปลงโค้ดรุ่นใหม่จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับกว้างๆ คือ p1 ทดสอบโค้ดใหม่เฉพาะภายใน p2 ปล่อยโค้ดใหม่ต่อสาธารณะในวงจำกัด และ p3 เปลี่ยนโค้ดหมดทั้งเว็บ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ชุดของเซิร์ฟเวอร์ที่เล็กที่สุดสำหรับทดลองโค้ดใหม่ ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ 6 ตัว &lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทุกวันอังคาร ทีมระบบจะเริ่มทดสอบจาก 6 ตัวนี้ก่อน ถ้าผ่านก็จะไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ผ่าน วิศวกรจะต้องกลับไปแก้โค้ดใหม่ และเริ่มทดสอบจากชุดเล็กสุดเสมอ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทีมดูแลระบบมีตัวชี้วัดหลายอย่าง ทั้งด้านเทคนิค และด้านพฤติกรรมของผู้ใช้ ถ้าหากโค้ดรุ่นใหม่ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนไป ก็จะสามารถตรวจพบได้ทันที&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เมื่อโค้ดผ่านการทดสอบทั้งหมดแล้ว จะถูกรวมเข้ากับโค้ดจริงที่จะปล่อยในวันอังคาร&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://framethink.wordpress.com/2011/01/17/how-facebook-ships-code/&quot;&gt;FrameThink&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/21243/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%A3-facebook#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/development">Development</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/facebook">Facebook</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software-engineering">Software Engineering</category>
 <pubDate>Fri, 21 Jan 2011 02:16:52 +0000</pubDate>
 <dc:creator>mk</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">21243 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
</channel>
</rss>
<!-- Page cached by Boost @ 2013-05-24 10:56:23, expires @ 2013-05-24 11:11:23 -->
