Science, Research, Technology, Space
ค่าส่ง SMS แพงกว่าค่ารับภาพจากดาวเทียม Hubble สี่เท่าตัว
Submitted by lew
on 12 May, 2008 - 18:25.
tags:
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Leicester ได้ลองตรวจสอบถึงต้นทุนของการส่ง SMS เทียบกับค่าใช้จ่ายในการรับภาพจากดาวเทียม Hubble พบว่าการส่งข้อมูลผ่าน SMS แต่ละเมกกะไบต์นั้นจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 374.49 ปอนด์อังกฤษ หลังจากนั้นเขาได้สอบถามข้อมูลไปยังองค์กรนาซ่าว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรับภาพจากดาวเทียม Hubble นั้นเป็นเท่าใหร่ จึงได้รับคำตอบว่าอยู่ที่ 8.5 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์
อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของนาซ่ายังไม่ได้รวมถึงค่าบำรุงรักษา และค่าแรงของผู้ดูแลระบบ ทำให้ต้องมีการประมาณการใหม่เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไป แต่จากการประมาณการ ค่าใช้จ่ายรวมนั้นไม่มีทางเกิน 85 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์ไปได้ ทำให้ค่าส่ง SMS นั้นแพงกว่าอย่างน้อยๆ สี่เท่าตัว
อาจจะได้เวลาหาทางใหม่ๆ ในการส่ง SMS แล้วสินะ
ที่มา - PhysOrg
ประชากรโลกทะลุหลัก 6,666,666,666
Submitted by mk
on 10 May, 2008 - 16:10.
tags:
จำนวนประชากรโลกโดยประมาณของ World POPClock Projection (เป็นสถิติของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ) ทะลุหลัก 6,666,666,666 คนไปเรียบร้อยแล้วในวันนี้ (ดูตัวเลขปัจจุบัน) ด้วยอัตรานี้ตำราเรียนคงต้องเปลี่ยนจาก 6 พันล้านมาเป็น 7 พันล้านคนในอีกไม่นาน ประชากรโลกผ่านหลัก 6 พันล้านคนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1999
และที่สอดคล้องกันโดยบังเอิญ จำนวน IPv4 ที่ว่างอยู่ ลดลงต่ำกว่า 666,666,666 ในวันนี้เช่นกัน จำนวนล่าสุดดูได้ที่ IPv4 Exhaustion Counter
จำนวนประชากรในประเทศไทย ตัวเลขของกรมการปกครอง ณ ธันวาคม 2007 คือ 63,038,247 คน ส่วนตัวเลขเดือนมีนาคม 2008 ของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ คือ 65,493,000 คน
จำนวน node ใน Blognone เองก็เกือบแตะ 7777 แล้ว ใครจะได้ไปต้องติดตามชม
ที่มา - Slashdot
เล่นเกมคอมพิวเตอร์เก่งๆ มีสิทธิได้รางวัลโนเบล
Submitted by Mr.JoH
on 9 May, 2008 - 18:54.
tags:
ข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีลูกหลานเเหลนโหลน ชอบเล่นเกม หากลูกหลานของท่าน เป็นเซียนเกมชั้นอ๋อง รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์อาจจะตกอยู่กับลูกหลานของท่านโดยไม่รู้ตัว
สำหรับผู้ที่เล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงจะเคยใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน ในการเล่นเกมที่โปรดปรานให้จบหมดทุกด่าน จบแบบธรรมดาไม่พอ ต้องจบแบบเก็บได้ครบทุกไอเท็ม อีกต่างหาก นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (Washington University) เล็งเห็นประโยชน์ของเหล่าบรรดาเกมเมอร์เหล่านี้ ก็เลยพัฒนาเกมที่มีส่วนช่วยในการวิจัยขึ้นมา เกมส์ดังกล่าวมีชื่อว่า Foldit
ก่อนที่เล่นเกมนี้แล้วได้รางวัลโนเบล ก็ต้องอธิบายหลักการในเบื้องต้นก่อน เนื่องจากในร่างกายของมนุษย์เรา ประกอบไปด้วยโปรตีน และโปรตีน ก็สามารถมีูรูปแบบต่างๆ ได้มากกว่า 100,000 รูปแบบ รวมถึงมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เหมือนกัน เรารู้รหัสพันธุกรรมบางส่วนของโปรตีน แต่เราไม่รู้ว่ามันจะโค้งงอเปลี่ยนรูปร่างซับซ้อนได้อย่างไร ซึ่งรูปร่างของโปรตีน ถือเป็นส่วนสำคัญมากในทางชีววิทยา
อ้วนเกิน หรือผอมเกิน ก็เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม
Submitted by zybernav
on 8 May, 2008 - 23:27.
tags:
จากการรวบรวมงานวิจัยใน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ สวีเดน ญี่ปุ่น ที่มีการตีพิมพ์ในช่วงปีค.ศ. 2003-2007 ครอบคลุมกลุ่มประชากร 37,000 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 40-80 ปี พบว่า โรคอ้วน (obesity) เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม (dementia) ขึ้น 42% เทียบกับกลุ่มประชากรที่มีน้ำหนักปกติ ในขณะที่การที่มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป (underweight) ก็เพิ่มความเสี่ยงขึ้น 36%
ภาวะสมองเสื่อมในการศึกษานี้หมายความถึง โรคอัลไซเมอร์ และโรคสมองเสื่อมที่เกิดจากหลอดเลือดสมองเสียหาย (vascular dementia)
เมื่อสาวย้อนกลับไปจะพบว่า 12% ของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม มีโรคอ้วนเป็นตัวการร่วม และถ้าเจาะจงเฉพาะโรคอัลไซเมอร์ ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 21%
ผู้วิจัยก็เลยสรุปความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักตัว กับภาวะสมองเสื่อมเป็นแบบ U-shape ซึ่งส่วนของท้อง U (ความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อมต่ำที่สุด) ก็คือผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกตินั่นเอง
ที่มา Physorg
ชุดเสริมพละกำลังมนุษย์: ก้าวแรกสู่ชุดเกราะ Iron Man?
Submitted by Whistend on 7 May, 2008 - 02:11. tags:ข่าวจาก Scientific American ระบุว่า บริษัท CYBERDYNE จากประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการสร้างชุดโครงภายนอก (exoskeleton) เพื่อใช้ในการเพิ่มพละกำลังของมนุษย์ และกำลังจะทำการผลิตเป็นจำนวนมากให้ได้ถึง 500 ชุด
เจ้าชุดที่ว่า (ชื่อว่า HAL; Hybrid Assistive Limb) ทำงานโดยการตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าบริเวณผิวหนัง (ซึ่งเกิดจากการสั่งการของสมองไปที่กล้ามเนื้อ) แล้วทำการคำนวณทิศทางและแรงที่มอเตอร์ของชุดจะทำงานเพื่อช่วยเสริมแรงของผู้สวมใส่ ซึ่งทาง CYBERDYNE ระบุว่าสามารถเพิ่มพละกำลังได้ตั้งแต่ 2-10 เท่า แล้วแต่รุ่นและจุดประสงค์ในการใช้งาน
ชุดดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 23 กก. ให้พลังงานโดยแบตเตอรี่แรงดัน 100 โวลต์ และจุดประสงค์หลักคือใช้ในการช่วยฝึกแพทย์และนักกายภาพบำบัด, ช่วยเหลือคนพิการหรือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อลีบ (โดยใช้เป็นแขน-ขาเทียม), ใช้ขนของที่น้ำหนักมากๆ และใช้ในการกู้ภัย
ไอคิวเพิ่มได้จากการทำงาน
Submitted by Whistend on 6 May, 2008 - 22:19. tags:งานวิจัยจาก Duke University เผยว่า แม้ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะมีไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน ถ้าเลือกงานถูกก็จะทำให้ไอคิวสูงขึ้นได้
งานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบค่า IQ ของผู้เข้าร่วมจำนวน 1,036 คน ระหว่าง IQ ตอนอายุ 20 ต้นๆ (โดยใช้ข้อมูลจากการทดสอบไอคิว ตอนเข้าประจำการกองทัพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) กับ IQ ในปัจจุบัน (50 ปีให้หลัง) และทำการเปรียบเทียบลักษณะงานที่ทำหลังจากปลดประจำการ พบว่ากลุ่มที่ทำงานที่ต้องอาศัยสติปัญญา (เช่นงานที่ต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการจัดระบบ รวมถึงงานที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ) และงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คน มี IQ เพิ่มขึ้น ในขณะทีกลุ่มที่ทำงานใช้แรงงานจะมี IQ ต่ำลง
ทั้งนี้นอกจากจะมี IQ สูงขึ้นแล้ว กลุ่มที่ทำงานแบบใช้่สมอง มีความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม (เช่นโรคอัลไซเมอร์) น้่อยลงด้วย
ที่น่าสนใจก็คือ IQ ที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับค่า IQ ตั้งต้น คือ แม้แต่กลุ่มที่มี IQ ตอนหนุ่มๆอยู่ในช่วงต่ำสุด (อยู่ใน fourth quartile) ถ้าไปทำงานที่ต้องใช้สมอง ก็ยังมีค่า IQ สูงขึ้นขนาดติดอันดับต้นๆ และมีสมองที่มีสุขภาพดีได้
แบบนี้สินะครับ ที่เขาเรียกว่า “หัวเราะทีหลังดังกว่า” :)
ที่มา: Time
บทคัดย่อ: วารสาร Neurology
นักวิทยาศาสตร์กู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ในซากกระสวยอวกาศได้แทบทั้งหมด
Submitted by lew
on 6 May, 2008 - 14:39.
tags:
เมื่อปี 2003 กระสวยอวกาศโคลัมเบียเกิดระเบิดระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศทำให้ลูกเรือทั้งเจ็ดคนเสียชีวิต และหนึ่งในสิ่งของที่บรรทุกลงมาด้วยคือข้อมูลจากการทดลอง CVX-2 ที่ทำกันมานานกว่า 20 ปี ทำให้ข้อมูลข้างในมีความสำคัญมหาศาล แม้การทดลองครั้งนี้ตั้งใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งมาทางสัญญาณวิทยุ แต่เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการสื่อสารให้ต้องมีการขนตัวฮาร์ดิกส์กลับมาสู่พื้นโลก
หลังการระเบิดทางนาซ่าได้พบซากฮาร์ดดิสก์ แล้วส่งไปที่บริษัท OnTrack Data Recovery เครือเดียวกับ Kroll OnTrack ที่ให้บริการกู้ข้อมูลในราคาถูกช่วงน้ำท่วมสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และทางบริษัทก็แจ้งข่าวกลับมาว่าข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นถูกกู้กลับขึ้นมาได้ถึงร้อยละ 99
งานวิจัยเป็นการศึกษาคุณสมบัติของก๊าซซีนอนในภาวะกึ่งกลางระหว่างของเหลวและก๊าซ โดยต้องทำในอวกาศเพื่อตัดผลกระทบของแรงโน้มถ่วงออกไป และเนื่องจากนาซ่ากำลังลดการวิจัยพื้นฐานไปทุ่มเทการวิจัยในเชิงประยุกต์ทำให้การวิจัยแบบเดียวกันนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลยในเวลาอันใกล้
ว่าแล้วก็เตือนกันอีกที เรื่องของการลบข้อมูลออกจากดิสก์ก่อนการเอาไปใช้อย่างอื่นหรือโยนทิ้งนะครับ
ที่มา - Scientific American
ต่อสู้โลกร้อนด้วยผงแป้งเก็บกักคาร์บอน
Submitted by lew
on 6 May, 2008 - 10:58.
tags:
ปัญหาโลกร้อนในทุกวันนี้เกิดขึ้นจากปริมาณก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศมากเกินปรกติ การรณรงค์ลดขยะในทุกวันนี้คือความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง แต่อีกหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาคือการเก็บกักคาร์บอนที่เกิดขึ้นไม่ให้ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
ทีมนักวิจัยจาก National Centre for Scientific Research (CNRS) แห่งประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศถึงความสำเร็จในการพัฒนาสาร MIL-101 ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บกักคาร์บอนให้อยู่ในรูปของแข็ง โดยผงแป้งนี้เพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรจะเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 400 ลูกบาศก์เมตร จากการพัฒนาช่องกักคาร์บอนในผงแป้งที่มีขนาด 3.5 นาโนเมตรเทียบกับขนาดของผงแป้งกักคาร์บอนที่มีช่องกักคาร์บอนขนาดเพียง 2.2 นาโนเมตรที่มาวางขายในท้องตลาด
งานวิจัยนี้กำลังได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร American Chemical Society ฉบับหน้า
การกักคาร์บอนเป็นอีกทางออกที่น่าสนใจ และน่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าเนื่องจากภาคการผลิตยังคงสามารถทำการผลิตได้เช่นเดิม เพียงแต่เพิ่มต้นทุนในการหาทางกักคาร์บอนแทนที่จะปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศเช่นเดิม
ที่มา - PhysOrg
จำลองซูปเปอร์โนวาด้วยซูปเปอร์คอมพิวเตอร์
Submitted by molecularck
on 5 May, 2008 - 01:14.
tags:
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกจะใช้เวลาประมวลผล 22 ล้านชั่วโมงต่อหนึ่งหน่วยการประมวล ฟิสิกส์ของการระเบิดของดวงดาว โดยทีมงานจะใช้เครื่อง Blue Gene/P ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ ห้องทดลองแห่งชาติ Argonne เพื่อวิเคราะห์รูปแบบ 4 แบบของซุปเปอร์โนวา รวมถึงการสร้างภาพจำลองของการเผาไหม้ด้วยไฟเทอร์โมนิวเคลียร์ของดาวแคระขาว โดยเวลาที่ได้ระบุข้างต้นเป็นการคำนวนของ กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาด้วย โปรแกรม INCITE
การเผาไหม้บนดาวแคระขาวอาจเริ่มเกิดขึ้นโดยการเผาไหม้เอง (deflagration) หรือ เกิดการระเบิดขึ้น (detonation) “ลองจินตนาการถึงสระที่เต็มไปด้วยน้ำมันแล้วขว้างไม้ขีดไฟเข้าไป การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในสระคือการเผาไหม้แบบ deflagration ส่วนแบบ detonation ก็เหมือนถือระเบิดที่จุดแล้วไว้ในมือ แล้วปล่อยให้มันระเบิด” กล่าวโดย Jordan
ในรูปแบบจำลอง ของแฟลชเซ็นเตอร์ (Flash center) การเผาไหม้เองจะเริ่มที่แกนกลางของดาว การเผาไหม้นี้ก่อให้เกิดจุดร้อนของเถ้าถ่านที่จำนวนน้อยมากที่จะลอยขึ้นมาจากแรงยกตัว ซึ่งคล้ายกับ สไตโรโฟม(Styrofoam)ที่จมในอ่างน้ำ
ที่มา - จาก foosci.com โดย slashdot.com
คอปเตอร์ไม้ไผ่ของโดราเอมอน อาจจะมีให้ใช้งานจริง ในเร็วๆ นี้
Submitted by Mr.JoH
on 2 May, 2008 - 18:53.
tags:
เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงจะเคยดูการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน คอปเตอ์ฺไม้ไผ่ ถือเป็นอุปกรณ์ทีเด็ด ที่มักจะโผล่มาเกือบทุกตอน ใครที่เคยดูก็คงอยากจะมีซักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะได้มีโอกาสใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ โบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
ฝันดังกล่าวเริ่มเข้าใกล้วความจริงขึ้นมาทุกที เมื่อบริษัท Technologia Aerospacial Mexicana (TAM) ได้ทำการออกแบบและพัฒนา เฮลิคอปเตอร์ขนาดพกพา ซึ่งสามารถสะพายหลังและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้
บริษัท TAM ได้อธิบายหลักการทำงานของเครื่องมือดังกล่าวว่า ใช้พลังงานจากไฮโดรเจน ซึ่งบรรจุอยู่ในกระป๋องโลหะจำนวนสองอัน โดยมีจรวดขนาดเล็ก ซึ่งติดอยู่กับปลายทั้งสองข้างของใบพัด จะเป็นตัวการขับเคลื่อนใบพัด แทนที่จะใช้มอเตอร์ในการหมุนใบพัด เหมือนกับเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดเล็กมากพอ ที่จะสวมใส่พกพา โดยจะยึดกับร่างกายของผู้สวมใส่ผ่านทางเสื้อรัดรูปที่ผลิตขึ้น ด้วย คาร์บอนไฟเบอร์
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวก็ยังเป็นแค่ไอเดีย แต่บริษัท TAM ก็มีชื่อเสียงและประสบการณ์ ในการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับจรวด เช่น จักรยานจรวด, เข็มขัดจรวด ซึ่งทางบริษัทคาดว่า จะสามารถผลิตและทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าว ในเร็วๆ นี้
ข้อมูลเพิ่มเติม
นาโนมอเตอร์ที่เร็วที่สุดมาแล้ว
Submitted by molecularck
on 2 May, 2008 - 15:01.
tags:
ก้าวกระโดดที่ใหญ่มากสำหรับการทำนาโนแมชชีน เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอริโซน่า ได้พัฒนานาโนมอเตอร์แบบใหม่ที่มีพลังมากว่าแบบเดิมถึง 10 เท่าและจะตีพิมพ์ลงวารสาร ACS Nano ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
ในการศึกษาครั้งนี้นักวิจัยได้มองนาโนมอเตอร์แบบเก่าที่เรียกว่า “catalytic nanomotors” ซึ่งมีทอง ทองคำขาวเป็นสายไฟขนาดนาโน และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นพลังงาน แต่มอเตอร์นี้มีการวิ่งที่ช้ามากและประสิทธิภาพต่ำที่จะใช้ เพราะวิ่งได้แค่ 10 ไมโครเมตรต่อวินาที ด้วยการพัฒนาคาร์บอนนาโนทูบขึ้นมาทำให้กลุ่มนักวิจัย ได้นำคาร์บอนนาโนทูบใส่เข้าไปใน ทองคำขาวเมื่อดูถึงประสิทธิภาพพบว่ามีกำลังเร่งถึง 60 ไมโครเมตรต่อวินาที เมื่อเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาเป็นไฮดราซีน (เชื้อเพลิงจรวด) สามารถเร่งความเร็วขึ้นไปได้อีกจนอยู่ที่ 94 - 200 ไมโครเมตรต่อวินาที
ซึ่งการวิจัยชิ้นนี้เข้าใกล้การสร้างวัตถุที่มีพลังงานเป็นของตัวเองระดับนาโนในการขนส่งต่าง ๆ
ที่มา - จาก foosci.com โดย Physorg.com
อ้างอิง - ภาพวิดีโอการวิ่ง
ต้นฉบับ - Carbon-Nanotube-Induced Acceleration of Catalytic Nanomotors
Pixie dust: ผงมหัศจรรย์ช่วยงอกนิ้ว
Submitted by ds2kGTS on 1 May, 2008 - 22:12. tags:นาย Lee Spievak ชายวัย 69 ผู้สูญเสียนิ้วไปจากอุบัติเหตุกลับมามีนิ้วงอกสมบูรณ์อีกครั้งจากการใช้ผงมหัศจรรย์ pixie dust
หลังจากที่ถูกใบพัดของเครื่องบินจำลองเฉือนนิ้วหายไป 1/2” โดยไม่สามารถหาชิ้นส่วนส่วนที่ถูกตัดเพื่อนำกลับมาต่อใหม่ได้ นาย Lee แทบจะสิ้นหวัง แต่โชคดีที่น้องชายของเขาซึ่งทำงานอยู่ในวงการ regenerative medicine ได้ส่งผงมหัศจรรย์ดังกล่าวมาให้เพื่อใช้โรยที่แผลเพื่อการรักษา สี่สัปดาห์หลังจากนั้นนิ้วของเขาก็กลับมามีสภาพสมบูณ์ดังเดิม
Pixie dust (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Extracellular matrix) ทำมาจากเนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะสุกร มีคุณสมบัติช่วยสร้างเนื้อเยื่อแทนที่จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ถูกคิดค้นจากห้องแล็บของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก
ในอนาคตเราคงจะได้เห็นการใช้งานผงมหัศจรรย์นี้เพื่อรักษาผู้ป่วยในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ
HP แถลงวงจรไฟฟ้าใหม่ มีความจำในตัว ไม่ต้องบูตเครื่องอีกต่อไป
Submitted by infernohellion
on 1 May, 2008 - 21:08.
tags:
เมื่อ 40 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ คนเข้าใจว่าวงจรไฟฟ้าธรรมดานั้นสามารถจดจำข้อมูลได้แม้จะไม่มีไฟฟ้าเลี้ยง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ของ HP ได้ออกมาแถลงว่าการพัฒนาวงจรไฟฟ้าชนิดใหม่นั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งมีผลทำให้คอมพิวเตอร์ไม่ต้องบูตอีกต่อไป
โดยวงจรไฟฟ้าชนิดใหม่ในนาม Memristor ที่มาจาก Memory Resistor นั้นได้นำทฤษฎีวงจรไฟฟ้าที่สามารถจดจำข้อมูลได้โดยไม่มีไฟเลี้ยงของ Leon Chua แห่ง University of California-Berkeley จนในที่สุดสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถใช้งานได้จริง
Stanley Williams ได้ออกมาอธิบายว่า Memristor ไม่เหมือนกับวงจรไฟฟ้าปกติ เนื่องจากไม่มีการใช้ตัวต้านกระแสไฟและตัวนำไฟฟ้า โดยปกติวงจรไฟฟ้าทั่วไปมีการทำงานคล้ายกับท่อน้ำที่น้ำสามารถไหลไปได้มากกว่าหนึ่งทิศทาง แต่ Memristor นี้นั้นท่อน้ำสามารถจดจำการไหลของน้ำได้
ความจำเป็นที่จะต้องบูตเครื่องนั้นเกิดจากการที่ DRAM ไม่สามารถจดจำข้อมูลได้หากมีการปิดเครื่อง เมื่อมีการเปิดเครื่องแล้วนั้น หน่วยความจำจึงต้องดึงข้อมูลซึ่งเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ออกมา ทำให้เราต้องรอเวลาบูตเครื่อง โดยวงจรไฟฟ้าใหม่นี้ สามารถนำไปใช้พัฒนามาเป็นอุปกรณ์แทนที่ DRAM ได้
ที่มา - CyberBiz by Manager Online
ดาวเทียมทดสอบระบบ Galileo ดวงที่สองขึ้นสู่อวกาศแล้ว
Submitted by lew
on 28 April, 2008 - 00:54.
tags:
ระบบนำร่องคู่แข่งของ GPS ที่ทางค่ายสหภาพยุโรปให้การสนับสนุน ได้เข้าสู่วงโคจรแล้วในวันนี้ โดยชื่อเป็นทางการของดาวเทียมดวงนี้คือ Giove-B และถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Soyuz-FG ของทางรัสเซีย
ดาวเทียม Giove-B เป็นดาวเทียมทดลองการทำงานของระบบนำร่องแบบใหม่นี้ ที่หลักการแล้วมันคือระบบดาวเทียมที่เหมือนกับ GPS ทุกประการ หากแต่ครอบครองโดยกลุ่มสหภาพยุโรปแทนที่จะเป็นสหรัฐอเมริกา โดยดาวเทียมทดสอบดวงแรกนั้นยิงขึ้นไปตั้งแต่ปี 2005 และมีกำหนดการยิงดาวเทียมดวงที่สองนี้ในช่วงปลายปี 2006 แต่ต้องเลื่อนมาจนวันนี้เนื่องจากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขณะที่ทดสอบดาวเทียมครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นประจำการ
ระบบดาวเทียม Galileo มีกำหนดใช้งานได้ในปี 2013 โดยดาวเทียมชุดต่อไปน่าจะถูกยิงในปี 2010 เป็นจำนวนสี่ดวง และเมื่อทำงานครบทั้งระบบจริงแล้วจะมีดาวเทียมในระบบถึง 30 ดวง
ที่มา - PhysOrg
อาหารของแม่ก่อนตั้งครรภ์อาจมีผลถึงสุขภาพของลูก
Submitted by lew
on 27 April, 2008 - 11:24.
tags:
เราทุกคนคงรู้กันดีว่าอาหารการกินของแม่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของลูกที่เกิดมา แต่บทความในวารสาร Journal of Physiology ระบุว่าแม้แต่อาหารที่แม่กินก่อนการตั้งครรภ์ก็มีผลต่อสุขภาพของลูกด้วยเช่นกัน
ทีมงานวิจัยนี้นำโดยนาย Adam Watkins ได้ทดลองเลี้ยงแม่หนูด้วยอาหารที่มีโปรตีนต่ำในช่วงแรกของการตกใข่ หลังจากนั้นจึงเริ่มให้มีการผสมพันธุ์ แล้วจึงตรวจสอบสุขภาพของลูกหนู พบว่าลูกหนูนั้นมีความเครียดสูง, ระบบเลือดผิดปรกติ, และไตรูปร่างผิดปรกติและทำงานไม่สมบูรณ์
งานวิจัยนี้เป็นการทดลองในหนู และยังไม่มีการยืนยันว่าในมนุษย์จะเป็นเช่นเดียวกันหรือไม่ โดยยังต้องรอการทดลองเพิ่มเติมต่อไป
ที่มา - PhysOrg




