Science, Research, Technology, Space
Amazon เปิดให้ใช้ Amazon Web Service ฟรีเพื่อการศึกษา
Submitted by pawinpawin on 30 April, 2009 - 12:06. tags:Amazon นั้นกำลังเปิดให้นักศึกษาจากทั่วโลก รวมไปถึงนักวิจัยจากภาคการศึกษาและผู้สอน สามารถที่จะสมัครเพื่อขอการสนับสนุนในการใช้ Amazon Web Service ซึ่งเป็นบริการ Cloud Computing ฟรี โดยบริการดังกล่าวนั้นจะให้การบริการคิดเป็นถึงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อคนเลยทีเดียวครับ
บริการที่เปิดให้ใช้นั้นมีทั้ง Amazon Elastic Compute Cloud, Simple Storage Service, SimpleDB, Amazon Simple Queue, CloutFront และ Elastic MapReduce ซึ่งเป็นบริการด้าน Cloud Computing ที่ Amazon ให้บริการในเชิงธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้ที่สนใจนั้นสามารถที่จะดูรายละเอียดและส่งใบสมัครออนไลน์ได้ที่ เว็บ AWS in Education ครับ
ที่มา: PC World
เครื่องอ่านริมฝีปากสามารถแยกแยะภาษาได้แล้ว
Submitted by blize on 25 April, 2009 - 15:38. tags:นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ไม่เพียงแต่อ่านคำพูดจากปาก ยังสามารถบอกความแตกต่างของแต่ละภาษาได้อีกด้วย
นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย Anglia พัฒนาเทคโนโลยีนี้โดยคำนวนจาก การขยับปากของผู้ทดสอบจำนวน 23 คน ซึ่งสามารถพูดได้สองภาษาถึงสามภาษา
โดยเจ้าเครื่องที่ว่านี้สามารถระบุภาษาพูดในแต่ละภาษาได้อย่างแม่นยำมาก อีกทั้งยังสามารถระบุถึงคำของภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อาระบิก, จีนกลาง, จีนกวางตุ้ง, อิตาลี, โปแลนด์และรัสเซีย
"นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่มีเทคโนโลยีในการอ่านริมฝีปากอัตโนมัติ และเป็นการยินยันได้ว่าเมื่อคนเราพูดในภาษาที่แตกต่างกัน เราก็จะใช้รูปแบบในการขยับปากที่ต่างกันออกไป โดยตัวอย่างที่เราพบบ่อยเช่น การห่อปากของชนชาวฝรั่งเศส และการใช้ลิ้นที่โดดเด่นของชนชาวอาระบิก" ศาสตราจารย์ Stephen Cox กล่าว
โดยการค้นพบครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับคนหูหนวก, กฏหมาย, ทหารที่ประจำการอยู่ในต่างแดน รวมไปถึงการวิจัยคำทำนาย
ที่มา : CNET
ความแตกต่างระหว่าง Nerd กับ Geek
Submitted by ajsarun on 19 March, 2009 - 17:16. tags:วันนี้มีเรื่องเบา ๆ มาเล่าให้ฟังกันครับ คิดว่าพวกเราหลายคนก็คงเคยได้ยินคำว่า computer nerd กันนะครับ คำคำนี้เกิดขึ้นมาในสมัยที่คอมพิวเตอร์เพิ่งจะเริ่มเข้ามามีบทบาทในชิวิตของเรา โดยพวกที่ถูกเรียกว่า nerd มักจะเป็นพวกที่เก่งคอมพิวเตอร์ และมีลักษณะประจำตัวคือเป็นผู้ชายผิวขาว ใส่แว่น เป็นพวกเก็บตัว และมักจะมีข้อมูลไร้ประโยชน์ (ในสายตาของคนทั่วไป) อยู่เต็มสมองไปหมด
ครบรอบ 30 ปี Compact Disc
Submitted by mk on 9 March, 2009 - 21:12. tags:แผ่นซีดีที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีอายุครบรอบ 30 ปีแล้ว หลังจากมันถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปี 1979 ที่ห้องวิจัยของบริษัท Philips โดยเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก Laser disc
หลังจาก Philips คิดค้นขึ้นมาได้ ก็ได้โซนี่ช่วยพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้ในอุตสาหกรรมมากขึ้น เริ่มจากการออกมาตรฐานสำหรับซีดีที่เรียกว่า Red Book ส่วนแผ่นซีดีเพลงแผ่นแรกนั้นออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1982 พร้อมกับเครื่องเล่นรุ่นแรกคือ CDP-101 ของโซนี่ และซีดีเพลงที่ขายดีที่สุดคืออัลบั้มรวมฮิตชื่อ "1" ของ The Beatles ที่วางจำหน่ายในปี 2000 และขายได้รวมทั้งสิ้น 30 ล้านแผ่นทั่วโลก
ตามธรรมเนียมของข่าวย้อนยุคแนวนี้ ก็มาระลึกความหลังกันหน่อยว่า ไดรฟ์ซีดีอันแรกในชีวิตของแต่ละคน มีความเร็วเท่าไรกัน (ของผม 6x Hex speed)
ที่มา - Gizmodo
ข่าวร้าย-การปล่อยยานตรวจจับ CO2 ของนาซ่าล้มเหลว
Submitted by tomyum on 24 February, 2009 - 22:41. tags:ภารกิจแรกของการส่งยานสำรวจ CO2 ของนาซ่าล้มเหลวเหตุจากจรวดทำงานผิดปกติ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปัญหาเกิดจากเปลือก(fairing)ที่หุ้มดาวเทียมตรงหัวจรวดล้มเหลวในการแยกตัว หากผลการตรวจสอบได้รับการยืนยันเราคงจะสูญเสียภารกิจนี้ไป
เล่นเกมเตตริส (Tetris) บางครั้ง(อาจช่วย)ลดความวิตกกังวลได้
Submitted by kaitok on 8 January, 2009 - 10:01. tags:หลายคนคงคุ้นเคยกับเกมคอมพิวเตอร์อย่างเช่นเกมที่มีชื่อว่า เตตริส (Tetris)กันมาบ้างแล้ว จากผลการวิจัยของจิตแพทย์ มหาวิทยาลัย ออกฟอร์ด (Oxford University) แนะนำว่าการเล่นเกม Tetris ช่วยลดปัญหาทางสุขภาพจิตที่เรียกว่า โรควิตกกังวล ชนิดหนึ่ง คือ post-traumatic stress disorder (PTSD) ได้ ซึ่งเป็นภาวะหวาดกลัว หวาดผวา หลังจากที่ได้ประสบกับเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เช่น รถชน จมน้ำ หรือภัยพิบัติต่างๆ
การวิจัยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Royal Society ของอังกฤษซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งที่ไม่แสวงหากำไรผ่านทางทุน Dorothy Hodgkin Fellowship
เกมเตตริส เป็นเกมแก้ปัญหาจัดเรียงตัวบล็อกที่หล่นลงมา จัดเรียงให้เป็นแถว เป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากเกมหนึ่ง
ที่มา - cellular-news
อย่าบอก Happy New Year เร็วเกินไป ประกาศปีนี้นานขึ้นอีกหนึ่งวิ
Submitted by toandthen on 30 December, 2008 - 02:45. tags:The International Earth Rotation and Reference Systems Service ได้ออกมาประกาศว่าในปีนี้จะต้องมีการเพิ่มหนึ่งวินาทีเข้าไปในวันสุดท้ายของปีก่อนจะนับขึ้นปีใหม่ นั่นหมายความว่าปีนี้จะนานกว่าปีอื่นขึ้นอีก 1 วินาที
เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งบอก Happy New Year ใคร ณ เวลา 23:59:59 แต่ให้บอกเวลา 23:59:60 แทน หลังจากนั้น วินาทีถัดไปจะกลายเป็น 00:00:00
สาเหตุของการที่ต้องเพิ่มเข้าไปอีก 1 วินาทีนั้น เกิดจากความเร็วในการหมุนรอบตัวของโลก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้บน Wikipedia ครับ
การเพิ่ม Leap Second หรือเพิ่มวินาทีเข้าไปในปีไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และทำกันมาหลายรอบแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปลายปี 2005
ที่มา - Slashdot
เวียดนามจับมือลาว ร่วมมือกันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Submitted by kaitok on 23 December, 2008 - 08:40. tags:เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551 เวียดนามและลาวได้จัดให้มีการประชุมความร่วมมือกันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยแรกในเวียงจันทร์ และได้มีการลงนามในความตกลงร่วมมือกันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2552-2554 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนามกับประธานสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมของลาว
ภายใต้ความตกลงนี้ เวียดนามจะให้ความช่วยเหลือแก่ลาวในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของลาวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานการวัด และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ของรัฐ
เวียดนามและลาวจะร่วมมือกันสร้างวิธีการยกระดับกฎเกณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการร่วมมือกันศึกษาด้านไบโอ-เทคโนโลยีและเกษตรกรรมอีกด้วย
ที่มา - VNA
ภาษาเมสเซจใช้เวลาอ่านมากกว่าเดิม
Submitted by chayaninw on 10 December, 2008 - 23:28. tags:งานวิจัยจากอาจารย์จิตวิทยาชาวออสเตรเลีย แสดงให้เห็นว่า ภาษาอังกฤษแบบย่นย่อที่ใช้ในการส่งข้อความสั้น ทำให้คนอ่านต้องใช้เวลามากขึ้น
Nenagh Kemp อาจารย์วิชาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ได้นำนักศึกษา 55 คนมาทดสอบอ่านข้อความ และพบว่า ถึงแม้การใช้ภาษาเมสเซจจะลดเวลาในการพิมพ์ คนอ่านกลับต้องใช้เวลามากขึ้นเป็นเท่าตัวในการอ่านเมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษมาตรฐาน โดยข่าวบอกว่า ใช้เวลา 26 วินาทีในการอ่านข้อความแบบย่อ แต่เพียง 14 วินาทีกับข้อความแบบเต็ม
ภาษาย่นย่อเหล่านี้ โดยทั่วไปใช้การตัดอักษรบางตัวออก มักเป็นสระ หรือใช้การสะกดตามเสียงอ่าน เช่น wld l8 4get 2 แทน would late forget และ to ตามลำดับ
อาจารย์คนดังกล่าวให้ความเห็นว่า ปกติคนเราจะชินกับการอ่านภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน และสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องออกเสียง แต่ว่าเวลามีการสะกดแปลกๆ เราจะต้องหยุดและลองออกเสียงออกมา จึงจะเข้าใจได้
นอกจากนี้ Kemp ยังได้ระบุว่า การใช้ภาษาเมสเซจนี้ไม่ได้ทำให้ทักษะภาษาแย่ลง อย่างน้อยที่สุดในประชากรผู้ใหญ่
Kemp เตือนว่า การใช้ภาษาแบบนี้ในโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องรับได้ แต่ขอให้แน่ใจว่าคนอ่านเข้าใจ และอย่าใช้ในอีเมล เรียงความ หรือใบสมัครงานเด็ดขาด
จะมีมหาวิทยาลัยไทยแห่งไหนทำวิจัยเรื่องการใช้ "ภาษาเอ็ม" และภาษาเว็บบอร์ดทั้งหลายหรือเปล่า
ที่มา - The Dominion Post, Reuters
ผลวิจัยพบว่าซีพียูมากกว่า 16 คอร์กลับทำให้ระบบช้าลง!
Submitted by mk on 8 December, 2008 - 14:39. tags:งานวิจัยจาก Sandia National Laboratories พบว่าการเพิ่มจำนวนคอร์ของซีพียูอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันกับแบนด์วิธของหน่วยความจำ กลับทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบช้าลง
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่รู้จักกันมาในวงการซีพียูมานานแล้ว มันคือ "memory wall" ซึ่งหลักการง่ายๆ มีอยู่ว่า แบนด์วิธรวมในการประมวลผลของซีพียู (นับทุกคอร์ หรือทุกเธร็ด) จะต้องมีขนาดได้ดุลกับแบนด์วิธการส่งข้อมูลจากหน่วยความจำด้วย ระบบจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาคือแบนด์วิธการคำนวณของซีพียูนั้นเติบโตตามกฎของมัวร์ แต่แบนด์วิธของหน่วยความจำนั้นกลับโตขึ้นปีละประมาณ 10% เท่านั้น ซึ่งในท้ายที่สุดจะทำให้ถึงจุดที่เกิดคอขวดที่หน่วยความจำ
ในโลกยุคมัลติคอร์แบบปัจจุบัน ที่จำนวนคอร์ของซีพียูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การวิจัยของ Sandia National Laboratories พบว่าจุดสมดุลที่ดีที่สุดในขณะนี้อยู่ที่ 8 คอร์เท่านั้น ถ้าเพิ่มจำนวนคอร์เป็น 16 คอร์ (โดยใช้สถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบในปัจจุบัน) ประสิทธิภาพรวมจะลดลงเหลือเท่ากับระบบที่ใช้ 2 คอร์ แต่ถ้าเพิ่มคอร์มากขึ้นไปอีกเป็น 32 หรือ 64 คอร์ ประสิทธิภาพรวมจะลดลงไปอีกมาก (ดูกราฟง่ายกว่า อยู่ด้านใน)
ทางแก้ก็ต้องปรับปรุงวิธีการเชื่อมต่อหน่วยความจำให้ดีกว่านี้ ซึ่งทาง Sandia เสนอให้วางทับไปบนซีพียูเลย เพื่อลดปัญหา interconnect
ที่มา - IEEE Spectrum ผ่าน Ars Technica
โทรศัพท์มือถือ "พลังเสียง"
Submitted by ninelouis on 4 December, 2008 - 08:17. tags:ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องมือถือแบตเตอรี่หมดอีกต่อไป
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Texas A&M และ Houston พบว่าถ้าใช้วัสดุ piezoelectric บางชนิด ที่มีความหนาประมาณ 21 นาโนเมตร (ถ้านึกไม่ออกว่าหนาขนาดไหน ลองเทียบกับเส้นผมมนุษย์ที่หนา 100,000 นาโนเมตร) จะสามารถเปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มมากกว่าเดิมอีก 100%
เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำหรับโทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น อุปกรณ์พกพา และตัวตรวจจับไร้สายต่างๆที่ต้องการพลังงานไม่มาก และการที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัวยังส่งผลดีทำให้น้ำหนักอุปกรณ์ลดลงไปได้เยอะอีกด้วย
ทว่า การสร้างวัสดุชิ้นเล็กๆระดับนาโนแมตรให้มีขนาดแม่นยำยังทำได้ยากมากๆ หนำซ้ำการทดลองยังพบว่าถ้าขนาดเล็กหรือใหญ่ไปกว่า 20-23 นาโนเมตรแล้ว พลังงานไฟฟ้าที่ได้ออกมาจะลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว อย่างไรก็ตาม การค้นพบครั้งนี้นับเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเทคโนโลยีการแปรรูปพลังงานเลยทีเดียว
ที่มา - NetworkWorld - ผ่าน Slashdot
Android phone จากออสเตรเลียปรากฎโฉมแล้ว
Submitted by DrRider on 4 December, 2008 - 06:30. tags:บริษัท Kogan ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกของออสเตรเลีย ได้ทำการเปิดตัว Android Phone ของตัวเองออกมาแล้วในชื่อ Kogan Agora โดยได้เปิดตัวออกมาสองรุ่นคือ Kogan Agora (A$299 - ฿6,928) กับ Kogan Agora PRO (A$399 - ฿9350)
จากข่าวเก่า ที่ว่าจะเปิดตัวในราคา A$199 แต่ในบล็อก นั้นได้บอกว่า เรื่องจากภาวะวิกฤติการเงินในตอนนี้ทำให้ไม่สามารถกดราคาลงตามที่บอกได้ แต่ก็ให้โทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถมากมายในราคาที่สามารถซื้อหาได้
โดยขณะนี้สามารถสั่งของได้แล้ว แต่จะเริ่มจัดส่งตั้งแต่ 29 มกราคม 2009
หลากหลายสถิติที่ขอบันทึกไว้
Submitted by kaitok on 21 November, 2008 - 14:55. tags:จีนเป็นตลาดสื่อสารไร้สายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนผู้ใช้ 574.63 ล้านหมายเลข (สิ้นมีนาคม 2551) ในขณะที่กุมภาพันธ์ 2551 มีจำนวน 565 ล้านหมายเลข (หรือคิดเป็น 42 หมายเลขต่อประชากร 100 คน)
จีนมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ประจำที่ 362 ล้านราย (หรือ 27 หมายเลขต่อประชากร 100 คน) เมื่อสิ้นกุมภาพันธ์ 2551
บริษัท ไชนา โมบายล์ เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของจีนและรายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย มีผู้ใช้บริการ 415 ล้านราย (มากกว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายของสหรัฐอเมริการวมกัน)
บริษัท การ์ตเนอร์รายงานว่า รายได้ภาคโทรคมนาคมทั่วโลกจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 2 ล้านล้านเหรียญ (ราว 65 ล้านล้านบาท) เมื่อสิ้นปี 2551 โดยเพิ่มขึ้น 7.6% จากรายได้รวมปี 2550
บริษัท อินโฟมา คาดว่าผู้ใช้บริการ UMTS/HSPA จะมีจำนวนเกือบ 500 ล้านรายในสิ้นปี 2552 และจะเกิน 1,000 ล้านรายในปี 2555 ทั้งนี้ปัจจุบันจำนวน 88% ใช้มาตรฐาน GSM ในขณะที่ 11% ใช้มาตรฐาน CDMA
บริษัท Tariff Consultancy ระบุในรายงานสำรวจล่าสุดว่า สัดส่วนจำนวนเลขหมายต่อประชากร (penetration) ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งโลก จะเพิ่มขึ้นเป็น 95% ในปี 2556 จากปีนี้ที่มีเพียง 46%
ทั่วโลกมีเครื่องรับโทรทัศน์ประมาณ 1.5 พันล้านเครื่อง และมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC), desktops และ laptops รวมกันจำนวน 900 ล้านเครื่อง
มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก 1.3 พันล้านราย(สิ้นปี 2550) และมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เกิน 3.5 พันล้านหมายเลข
ที่มา - dailywireless
ต่อไปนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะบิดเบี้ยวได้อีกด้วย
Submitted by kaitok on 21 November, 2008 - 12:27. tags:เราคงจะเคยเห็นการทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โค้งงอ และสามารถดึงยืดกันมาบ้างแล้ว ตอนนี้มาถึงเป้าหมายใหญ่ของบรรดานักวิจัยคือ การทำให้มันมีคุณสมบัติที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปได้ เช่น บิดเบี้ยวได้
นาย ยองกัง ฮวง และนาย โจเซฟ คัมมิงส์ ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมก่อสร้างและสิ่งแวดล้อม และด้านเครื่องกล ของวิทยาลัยวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ประยุกต์แมคคอมิก มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น และนายจอห์น โรเจอร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่เออบาร์นา-แชมเปญ ได้ร่วมกันพิสูจน์เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า “พ็อพ-อัพ” (pop-up) ที่สามารถสร้างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่บิดเบี้ยวได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวมีประโยชน์มากกับการใช้งานบางประเภท ที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะแบนเรียบและโค้งงอไม่ได้ เช่น ในร่างกายมนุษย์
แต่เดิมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีลักษณะแบนเรียบและไม่มีการโค้งงอ เนื่องจาก “ซิลิกอน” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพราะมีคุณสมบัติค่อนข้างเปราะและไม่ยืดหยุ่น
ฮวง และ โรเจอร์ ได้พัฒนาวิธีการประดิษฐ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยืดเหยียดได้โดยสามารถทำให้ยืดได้เพิ่มขึ้น (สูงถึง 140%) และช่วยให้ผู้ใช้งานมีโอกาสใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ในงานที่มีการบิดเบี้ยวได้กว้างขวางขึ้น เทคโนโลยีใหม่นี้ที่จะนำไปใช้ในตัวเซ็นเซอร์ที่ยืดหยุ่นตัวได้ ตัวส่ง อุปกรณ์ photovoltaic และ microfluidic และการใช้งานอื่นๆในวงการแพทย์และการกีฬา
ที่มา - cellular-news
การใช้งาน GPS เกิดช่องว่างระหว่างวัย (GPS Divide)
Submitted by kaitok on 21 November, 2008 - 10:36. tags:เราอาจคุ้นเคยกับ ดิจิตอล ดีไวด์ มากันบ้างแล้วพอควร และหากเป็น จีพีเอส ดีไวด์ (GPS Divide) จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมอเมริกัน
รายงานของบริษัทวิจัยตลาด ABI Research เปิดเผยว่า คนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุอเมริกัน ใช้งานอุปกรณ์ จีพีเอส (GPS – global positioning system) แตกต่างกัน โดยผลการวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ค่อนข้างมีความชัดเจนสำหรับวัยที่ต่างกันนั้นมิได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังแตกต่างกันในประเด็นของการใช้งานอีกด้วย
ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจบางส่วนที่ได้รับการเปิดเผยและน่าสนใจขอนำมาสรุปให้ทราบดังนี้
อุปกรณ์จีพีเอส หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “พีเอ็นดี” (PND – portable navigation device) ซึ่งเป็นอุปกรณ์นำทางแบบพกพานั้น อุปกรณ์ที่ใช้งานคล้ายคลึงกันไม่จำกัดวัย แต่หากเป็นอุปกรณ์นำทางประเภทเครื่องโทรศัพท์มือถือหรือพีดีเอที่มีบริการนำทางรวมอยู่ด้วยแล้ว ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 35 ปี
คนอเมริกันที่มีวัยต่ำกว่า 45 ปีมีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง ใช้อุปกรณ์ พีเอ็นดี ที่ต่อในแบบทางเดียวและสองทาง
เยาวชนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ใช้ดาวน์โหลดข้อมูลทราฟฟิกและค้นหาตำแหน่งที่อยู่ (location-based search)
ปัจจุบัน การใช้ประโยชน์จากระบบนำทางได้ขยายไปยังกลุ่มชนทุกวัยในสังคม และได้กลายเป็นเรื่องสำคัญและได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์นำทางเพื่อผลิตอุปกรณ์และ/หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการหลากหลายของกลุ่มคนในวัยต่างๆ
นอกจากนี้ ยังได้ทำการสำรวจผ่านออนลายน์เมื่อสิงหาคม 2552 กับผู้ใช้ระบบนำทางในรถยนต์จำนวน 750 ราย เพื่อทราบว่าต้องการใช้ระบบนำทางในรูปแบบใดๆอีกบ้าง รูปลักษณะของเครื่องที่ต้องการ และความพึงพอใจต่อแบรนด์ เป็นต้น
ที่มา - cellular-news




