เว็บไซต์ The Verge และ ZDNet สัมภาษณ์ CFO ของไมโครซอฟท์ Tami Reller และได้ข้อมูล ดังนี้
- Blue จะมาเสริมวิสัยทัศน์ของ Windows 8 โดยจะเน้นการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา การสัมผัส แอพ แพลตฟอร์มใหม่สำหรับนักพัฒนา และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่เป็นปัจเจกบุคคล
- ชื่อ Blue เป็นชื่อที่ใช้เรียกกันเป็นการภายใน และบริษัทยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องชื่อที่แท้จริง ราคา และแพ็คเกจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับการเปิดเผยในสิ้นเดือนนี้ (ZDNet เสริมว่า เธอไม่ยอมตอบคำถามที่ว่า Windows Server Blue, Windows Phone Blue และ Visual Studio Blue จะออกมาพร้อมกันหรือไม่ แต่ทาง ZDNet ก็คาดว่าน่าจะไม่)
- ไมโครซอฟท์เน้นการอัพเดตในสามประเด็น คือ การสัมผัส การปรับตาม feedback และรูปแบบเครื่องใหม่ที่จะได้รับการสนับสนุนในอัพเดตนี้ ถึงบริษัทจะไม่ระบุว่า feedback อะไรบ้างที่บริษัทจะจัดการ แต่ Reller กล่าวว่าไมโครซอฟท์รับทราบเรื่องปุ่ม Start และให้ความสนใจกับเรื่องนี้ (The Verge แยกชัดเจนระหว่างปุ่ม Start กับเมนู Start และในกรณีนี้เป็นปุ่ม Start) เธอยังกล่าวว่าบริษัทพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าเรียกร้องกันแน่ แต่ก็ไม่พูดชัดเจนว่าปุ่ม Start รวมถึงการบูตเข้าสู่เดสก์ท็อปโดยตรงจะกลับมาใน Windows Blue หรือไม่ แต่ The Verge ตั้งข้อสังเกตว่าการตอบสนองของไมโครซอฟท์ในคราวนี้ตรงข้ามกับสมัยที่ Steven Sinofsky ยังคุม Windows อยู่
หลังจากที่ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows RT ก็มีเสียงวิจารณ์ออกมาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะความแตกต่างที่ทำให้รันได้เฉพาะแอปแบบเมโทรเท่านั้น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มันถูกจัดอยู่ในประเภทแท็บเล็ต แต่อยู่ตรงที่หน้าตามันเหมือนกับ Windows 8 อย่างกับแกะ จนการใช้งานชวนให้อยากเรียกโปรแกรมที่คุ้นเคยขึ้นมาใช้มากกว่าเวลาใช้แท็บเล็ตอื่น ๆ
ก่อนหน้านี้ Windows RT ถูกแกะให้ติดตั้งโปรแกรมเดสก์ท็อปได้อิสระแล้ว แต่ด้วยความแตกต่างของสถาปัตยกรรม ทำให้มีโปรแกรมเพียงหยิบมือที่สามารถทำงานได้ นอกเหนือจากนั้นต้องไปดำเนินการพอร์ตโปรแกรมมาคอมไพล์กันใหม่ ซึ่งทีมพอร์ตเองก็ได้ดำเนินการกับโปรแกรมโอเพ่นซอร์สที่ใช้การมากไปพอสมควร เห็นได้จากรายชื่อโปรแกรมที่พอร์ตให้ Windows RT
แต่ด้วยโครงการ Win86emu บน XDA Developers ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง ด้วยการทำเครื่องมือที่ยอมให้ผู้ใช้รัน x86 Windows application หรือโปรแกรมปกติสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไปบน Windows RT ได้โดยไม่ต้องดำเนินการใด ๆ กับตัวโปรแกรมเลย โปรแกรมที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงก็คงเป็นโปรแกรมปิดซอร์สทั้งหลายที่ไม่สามารถนำมาพอร์ตกันเองได้
เว็บ AppleInsider รายงานว่าแอปเปิลได้จัดการประชุมที่ Town Hall ภายในบริษัท แล้วได้มีการพูดถึงบริการ AppleCare หรือรับประกันสินค้าปัจจุบันว่าต่อไปนี้ แอปเปิลจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการให้บริการลูกค้า ด้วยการซ่อมสินค้า iOS ที่มีปัญหา แทนการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้กับลูกค้าโดยสิ้นเชิงแล้ว และคาดว่าแอปเปิลจะสามารถประหยัดเงินได้เกือบสามหมื่นล้านบาทจากการเปลี่ยนนโยบายใหม่ครั้งนี้
โดยทุกวันนี้ ร้าน Apple Store สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่มีปัญหาภายในไอโฟนได้แล้ว เช่น ลำโพง, ปุ่ม Home, มอเตอร์สำหรับการสั่น และแบตเตอรี่ ภายในเดือนมิถุนายนนี้ แอปเปิลจะสามารถเปลี่ยนจอภาพ และภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเปลี่ยนปุ่ม Sleep/wake และลอจิกบอร์ดของเครื่องได้
ทางเว็บบอกว่า ข้อดีของการซ่อมเฉพาะจุดที่เสีย ทำให้ลูกค้าไอโฟนที่หมดประกันไม่ต้องเสียค่าบริการในการ swap out หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ แต่จ่ายเฉพาะค่าซ่อมจุดที่มีปัญหาแทน
นอกจากนี้ แอปเปิลอาจจะเปลี่ยนวิธีการจำหน่ายประกัน AppleCare เพิ่มเติม จากเดิมที่จะมีการขายประกันที่ติดเฉพาะอุปกรณ์ มาเป็นการสมัครสมาชิกแบบจ่ายรายเดือนแทน
ที่มา - MacRumors
กระแสข่าวที่อ้างว่า iOS 7 จะมีการเปลี่ยนดีไซน์ user interface ครั้งใหญ่โดย Jonathan Ive ทำให้ iOS 7 มี user interface ที่เรียบและแบนกว่าเดิมมาก ทำให้ดีไซน์เนอร์หลายคนได้ทำวีดีโอ mock-up หรือวีดีโอคอนเซ็ปออกมามากมาย
หนึ่งวีดีโอที่น่าสนใจ เป็นวีดีโอคอนเซ็ป iOS 7 จาก Simplyzesty.com ที่แสดงให้เห็นว่าไอโฟนที่มี user interface แบบ "เรียบและแบน" จะเป็นอย่างไร (กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาชม) โดยในวีดีโอได้โชว์หน้าตาแอพ Calendar, Lock Screen ใหม่และแอพ Music ใหม่
วีดีโอเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่วีดีโอจริงจากแอปเปิล แต่ก็ช่วยให้เราพอจินตนาการได้ว่าถ้าแอปเปิลเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์แบบนี้จริง มันจะออกมาเป็นอย่างไร
ที่มา - 9to5Mac
วันนี้มีข่าวหลุดมือถือออกมาหลายตัวพร้อมกัน ขอรวบเป็นข่าวเดียวเลยนะครับ
- ข่าวแรก @evleaks เจ้าเก่าโพสต์ภาพมือถือรุ่นท็อปตัวใหม่ของ LG (ที่คาดว่าจะเป็น Optimus G2) หน้าจอขนาด 5.5" 1080p, มีโลโก้ LG อยู่ตรงกลางของขอบล่าง, ขอบจอบางเฉียบ - @evleaks via Slashgear
- ข่าวที่สองมีข้อมูลมือถือตัวใหม่ของ Motorola รหัส XT1058 โผล่ในฐานข้อมูลของ FCC (กสทช. สหรัฐ) มีแผนภาพของขนาดเครื่องให้ดูเล็กน้อย ดูจากรหัสแล้วใกล้เคียงกับ XT1055 ที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ และฝาหลังของเครื่องก็คล้ายกับ XT912A ที่มีข่าวหลุดมาจากเว็บเวียดนามด้วย ส่วนว่ามันจะใช่ X Phone หรือไม่ก็ต้องรอติดตามกันครับ - Android Authority
- ข่าวที่สาม มือถือตัวใหม่จากค่าย Xiaomi ชื่อ "Red Rice" ใช้บอดี้โพลีคาร์บอเนตสีแดง หน้าจอใหญ่ถึง 4.7" 720p ซีพียู 1.2GHz ดูอัลคอร์ แรม 1GB - Unwired View
ในบล็อกของ Windows Phone (ที่พูดถึงการเปิดตัว Lumia 928 นั่นแหละ) ได้พูดถึงจำนวนแอพบน Windows Phone Store ว่า ณ เวลานี้มีแอพทั้งสิ้นกว่า 145,000 แอพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าหากดูอัตราการเติบโตของแอพแล้วถือว่าช้าลงจากเดิม เมื่อเทียบกับครึ่งปีที่แล้ว ที่มีแอพเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ไมโครซอฟท์ (และโนเกีย) ต่างก็ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้แอพมีคุณภาพมากขึ้นนั่นเอง
ว่าแต่ กรณีที่สั่งลบแอพ Facebook 41 ตัวนี่ สงสัยเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ ล่ะมั้ง?
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับช่อง INN News กรณีที่เว็บหน่วยงานของรัฐบาลโดยแฮกอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง ท่านอธิบายว่าโลกของเราใบนี้ มีระบบปฏิบัติการอยู่เพียงสามชนิดเท่านั้น คือ Windows จากบริษัทไมโครซอฟท์ ISO จาก Macintosh และระบบปฏิบัติการประเภทโอเพ่นซอร์สอย่าง Android และการแฮกของแฮกเกอร์ ก็คือการเจาะระบบปฏิบัติการ 3 ตัวนี้
งานนี้คงไม่ต้องอธิบายต่อว่ามันผิดพลาดอย่างไร แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลือเหมือนที่เกิดกับท่านนายกรัฐมนตรีไทยบ่อย ๆ เพราะว่ามีคลิปวีดีโอยืนยันจริง (ชมวีดีโอได้หลังข่าวครับ)
โนเกียเปิดตัวแบตเตอรี่พกพา DC-18 โดยเชื่อมต่อกับมือถือผ่านสายยูเอสบี หน้าตาเป็นสี่เหลี่ยมคล้าย tile บนวินโดวส์โฟน (ดูภาพได้ที่ท้ายข่าว) มาพร้อมแบตเตอรี่ 1,720 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง และไฟบอกสถานะแบตเตอรี่สำรอง น้ำหนักรวม 65 กรัม
โนเกียจะเริ่มจำหน่าย DC-18 เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ที่ราคา 15 ยูโร (ราว 580 บาท)
เป็นอีกครั้งกับความพยายามของไมโครซอฟท์ในการโปรโมท Internet Explorer ต่อจากแคมเปญ The Browser You Loved To Hate แต่ต่างจากครั้งก่อนๆ ตรงที่ครั้งนี้ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยโฆษณาเพื่อส่งสารสู่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ทั่วโลกหรือ "นักพัฒนาเว็บ" นั่นเอง
ตัวโฆษณามีชื่อว่า "For everything you've done..." เป็นการกล่าวปาฐกถาในงาน Developer Conference (DevCon1) โดย Ted Knealey นักพัฒนาเว็บได้ขึ้นเวทีเพื่ออธิบายว่างานของเขาได้เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปอย่างไร ส่วนจะกินใจแค่ไหนนั้นเชิญชมโฆษณาเพื่อหาคำตอบกันได้ที่หลังเบรคครับ
ที่มา - Neowin
หลังจาก 3 ค่ายมือถือของไทยเปิดตัวบริการ 3G/4G บนความถี่ 2100MHz กันหมดแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีคำถามเรื่อง "ค่าบริการลดลง 15%" ตามเงื่อนไขของ กสทช. ที่หลายคนมองว่าค่ายมือถือหลบเลี่ยงไม่ยอมปฏิบัติตาม
ไทยรัฐออนไลน์มีบทสัมภาษณ์ผู้บริหารจากค่ายมือถือทั้งสามในเรื่องนี้ ขอคัดเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจมาดังนี้ครับ
กูเกิลโชว์ฟีเจอร์ push notification สำหรับ Chrome รุ่นพรีวิวมาสักระยะแล้ว แต่วันนี้ก็เปิดตัว Google Cloud Messaging for Chrome อย่างเป็นทางการ
หลักการทำงานของมันเหมือน push notification ของ Android (ที่ใช้ชื่อว่า Google Cloud Messaging for Android) นั่นคือนักพัฒนาแอพต้องส่งข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองมายังเซิร์ฟเวอร์ GCM ของกูเกิลผ่าน API เพื่อให้กูเกิลส่ง notification ไปยังปลายทางอีกทีหนึ่ง
ฝั่งของผู้ใช้งานก็จำเป็นต้องล็อกอินเข้ากับ Chrome ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถใช้งาน push notification ได้
ที่มา - Google Developers
ก่อนหน้านี้เรามีข่าวลือของ Nexus 7 รุ่นที่สอง ออกมาหลายรอบแล้ว รอบนี้นักวิเคราะห์จาก KGI securities ที่มีประวัติพยากรณ์แม่นยำในอดีต ออกมาคาดเดาสเปกของ Nexus 7 รุ่นใหม่ดังนี้
- ซีพียู Qualcomm Snapdragon APQ8064
- หน้าจอ 7" ความละเอียด 1920x1200 สัดส่วน 16:10 เท่าตัวเก่า
- กล้องหน้า HD, กล้องหลัง 5MP
- แบตเตอรี่ 4,000mAh, NFC, Wireless Charging มาตรฐาน Qi
- Android 4.3 Jelly Bean
- ยังเป็นแบรนด์ ASUS และผลิตโดยโรงงาน Quanta
คาดว่าตัวเครื่องจะเบาและบางกว่าเดิม ขอบจอขนาดเล็กลง ราคาน่าจะยังเป็น 199 ดอลลาร์เหมือนเดิม (ขัดกับข่าวก่อนหน้านี้ที่บอกว่า 149 ดอลลาร์) ประเมินยอดขาย 5 ล้านเครื่องในครึ่งหลังของปี 2013
ที่มา - 9to5google
หลังจากรอคอยกันมายาวนาน ซัมซุงก็ออกอัพเดต Android 4.1 Jelly Bean ให้กับแท็บเล็ตพรีเมียม Galaxy Tab 7.7 GT-P6800 แล้ว ข้อมูลเฟิร์มแวร์มีดังนี้
- Android 4.1.2
- Date: 04 – 22 – 2013
- PDA: P6800DXMD3
- CSC: P6800OLBMD3
ภูมิภาคแรกที่ได้อัพคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมประเทศไทย) ใครใช้ Tab 7.7 อยู่ก็สามารถอัพได้ผ่าน OTA หรือ Kies ครับ
ที่มา - SamMobile
ในวันอังคารหน้านี้ Sharp จะเผยแผนธุรกิจระยะสามปีต่อไปนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เชื่อว่า Sharp จะปลดพนักงาน 5,000 คน โดยหวังว่าบริษัทจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับพนักงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงถูกปลดออก น่าจะเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามจำนวนพนักงานภายในประเทศก็น่าจะลดลงด้วยเช่นกัน
Sharp ต้องการลดความเชื่องช้าของบริษัทลง ด้วยการหันมาทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองถนัด น่ันก็คือการผลิตจอภาพความละเอียดสูงมาก (4K) และโทรทัศน์ที่มีขนาดหน้าจอ 70 นิ้วขึ้นไปสำหรับตลาดในสหรัฐฯ อีกส่วนของธุรกิจที่น่าจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเป็นธุรกิจผลิตจอภาพให้กับอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย
Camera+ เจ้าของแอพถ่ายภาพที่ใช้ชื่อเดียวกัน ได้โพสต์รูปเปรียบเทียบคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก (ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า iPhone classic) มาจนถึงรุ่นล่าสุด iPhone 5
จากในภาพ จะสังเกตได้ว่าคุณภาพกล้องดีขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด ก็คือช่วงจาก iPhone 3G มา iPhone 3GS ซึ่งตอนนั้นแอปเปิลเริ่มเอากล้องถ่ายรูปบนมือถือมาเป็นจุดขายอย่างจริงจัง และได้ใส่คุณสมบัติในการโฟกัสรูปเข้ามา และทั้งหมดนี้อาจจะต้องชมการแข่งขันในตลาด
กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาดูภาพครับ
ก่อนหน้านี้เราทราบกันว่ากูเกิลยืนยันชื่อ Google Babel มาแล้วรอบหนึ่ง พร้อมภาพหลุด ฟีเจอร์ และสถานะ Dogfooding สำหรับพนักงานในบริษัท ล่าสุดมีข้อมูลว่ากูเกิลจะเปลี่ยนชื่อ Google Babel อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนจาก Babble มาเป็น Babel
โดยชื่อสุดท้ายที่เป็นข่าวออกมามีที่มาจากภาพหลุดล่าสุดครับ โดยชื่อสุดท้ายที่กูเกิลเลือกใช้ก็คือ Google Hangouts (ชื่อเดียวกันกับ Google+ Hangouts) และคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนชื่ออีกแล้ว และพร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O อาทิตย์หน้านี้แล้วด้วยครับ
ฟีเจอร์ที่ยืนยันมาแล้วก็คือ Google Hangouts จะเป็นแอพแชทแบบ Cross Platform ระหว่าง Android/Chrome/Chrome OS/GMail/Google+ และ iOS อีกทั้งยังรองรับการ Sync บทสนทนาระหว่างอุปกรณ์และการสนทนาแบบกลุ่มด้วยครับ
ที่มา - Cult of Android
หลังจากที่หลุดและลือมานาน ล่าสุดโนเกียประกาศเปิดตัว Nokia Lumia 928 อย่างเป็นทางการเสียที โดยชูจุดเด่นทางด้านกล้องที่สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่า พร้อมไฟแฟลชซีนอนและระบบเสียงที่สมจริง เป็นธรรมชาติ เพราะว่ามีไมโครโฟนที่สามารถตัดเสียงได้ดีถึง 3 ตัว โดยโนเกียกล้ายืนยันว่า คุณภาพของภาพอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกล้อง DSLR จึงสามารถพกเพียงแค่ Lumia 928 ไว้ถ่ายเล่น ๆ ได้
สำหรับสเปกอื่น ๆ ก็อย่างเช่นหน้าจอ 4.5 นิ้ว AMOLED ที่มาพร้อมกับ PureMotion HD+ แบบเดียวกับ Lumia 920, ระบบ wireless charging, NFC และรองรับระบบ 4G LTE ของเครือข่าย Verizon อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับแอพพิเศษของตระกูล Lumia ตั้งแต่ HERE Maps, HERE Drive+, HERE City Lens หรือแม้แต่ Nokia Music
สำหรับ Lumia 928 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ในเว็บไซต์และร้านของ Verizon Wireless และจะแถมเครดิตบน Windows Phone Store มูลค่า 25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 750 บาท ฟรีทันทีในเวลาจำกัด
ที่มา: Nokia Conversations
อัพเดต: ไมโครซอฟท์เปิดเผยราคาของ Lumia 928 อย่างเป็นทางการแล้ว อยู่ที่ 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ ติดสัญญา 2 ปีครับ (Windows Phone Blog)
เว็บไซต์ Mashable เผยข้อมูลระยะเวลาการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเฉลี่ยต่อเดือนที่เก็บรวบรวมโดย Nielsen ประจำเดือนมีนาคม ผลปรากฎว่าผู้นำอย่าง Facebook ทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Google+ อย่างมาก
โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้ Google+ เข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ทั้งเดือนนั้นน้อยนิดเพียง 6 นาทีกว่าๆ ในขณะที่ Facebook นั้นอยู่ที่ 6 ชั่วโมง 44 นาที
เห็นตัวเลขข้างบนแล้วอาจจะดูว่า Google+ ย่ำแย่ แต่ตัวเลข 6 นาทีที่ว่านั้นเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อ 2012 ถึงเกือบเท่าตัว ในขณะที่ Facebook เองกลับลดลงจากเมื่อปีก่อนที่เคยทำเวลาได้ถึง 7 ชั่วโมง 9 นาที
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ Nielsen ระบุว่ารวบรวมเฉพาะผู้ใช้บนเว็บไซต์เท่านั้น ไม่ได้รวมผู้ใช้ผ่านแอพแต่อย่างใด และสำหรับโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ทำแอพได้ดีอย่าง Google+ จึงน่าจะทำผลงานได้ดีกว่าตัวเลขที่ออกมา ถ้ารวมในส่วนนี้ไปด้วย
ส่วนทางโฆษกของกูเกิลตอบรับกับข้อมูลของ Nielsen โดยอิงจากข้อมูลภายในของบริษัทว่าระยะเวลาผู้ใช้เฉลี่ยต่อเดือนของ Google+ นั้นห่างลิบกับตัวเลขที่ Nielsen บอกมา แต่ก็ไม่เผยตัวเลขที่แท้จริงออกมาให้ดูกัน
ที่มา - Mashable
แม้ว่าไมโครซอฟท์จะมี Xbox เป็นหัวหอกหลักในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดความบันเทิงในห้องนั่งเล่นอยู่แล้ว แต่นั่นก็อาจจะยังไม่พอ หลังจาก The Wall Street Journal รายงานว่าไมโครซอฟท์กำลังซุ่มพัฒนากล่องเซ็ตท็อปอยู่ด้วย
จากข้อมูลที่ออกมา เจ้าเซ็ตท็อปตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้ได้ง่ายๆ สำหรับรับชมคอนเทนต์ในเครือของไมโครซอฟท์ และราคาถูกลง ซึ่งน่าจะถูกกว่า Xbox 360 รุ่นล่างสุดที่ปัจจุบันทำราคาอยู่ที่ 199 เหรียญพอสมควร
ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดฝั่งฟีเจอร์ของเซ็ตท็อปตัวนี้ออกมามากนัก รู้เพียงแค่ว่าสามารถใช้งานร่วมกับ Kinect ได้ด้วยเท่านั้น
ที่มา - The Wall Street Journal
หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอกล้อง mirrorless ตัวท็อปของซีรีส์ PEN มาเกือบสองปี วันนี้ Olympus ได้เปิดตัว PEN E-P5 อย่างเป็นทางการแล้ว
ทางด้านสเปค E-P5 ใช้เซนเซอร์ความละเอียด 16.1 เมกะพิกเซล (เท่ากับ OM-D) หน้าจอด้านหลังขนาดเท่าเดิม 3" แต่เพิ่มความละเอียดเป็น 1,036,800 พิกเซล เอนจอลงด้านล่างได้ 50 องศา และใช้งานแบบสัมผัสได้ รวมถึงเพิ่ม Wi-Fi เข้ามาสำหรับโอนภาพ หรือควบคุมกล้องด้วยสมาร์ทโฟนตามสมัยนิยม
นอกจากนี้ Olympus ยังเคลมว่า E-P5 เป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกที่สามารถทำความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุด 1/8000 วินาที ในขณะเดียวกันก็เร่ง ISO ได้สูงสุดถึง 25600
ราคาเปิดตัวของ E-P5 ออกมาแล้วที่ 999.99 เหรียญ มีสีขาว ดำ เงิน และแบบเป็นชุดคิตพร้อมกับเลนส์ 17mm f/1.8 บวกด้วยช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ VF-4 ในราคารวม 1449.99 เหรียญ เริ่มวางขายเดือนนี้ครับ
ที่มา - dpreview










