ประกาศยกเลิกสมาชิกภาพคุณ survivalsin

tags:

สืบเนื่องจากความเห็นในข่าว android ของมาร์ค ผมพบว่าการแสดงความเห็นของคุณ survivalsin เป็นการแสดงความเห็นที่ยั่วยุ และขาดมารยาทพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน

กรณีนี้เพื่อรักษาสภาพรวมของชุมชนไว้ ผมจึงใช้สิทธิในการบล็อกคุณ survivalsin ไปเป็นการถาวร

ถ้าสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วย หรือมีความเห็นอย่างอื่นในการตัดสินครั้งนี้ขอให้บอกมาได้ครับ

dark.angular's picture

เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องถึงกับต้องให้เจ้าของเว็บออกโรงเองหรอกมั้งครับ ช่วยๆกัน ปรามๆ ก็น่าจะได้

ไม่งั้น ต่อไปเรื่องเล็ก เรื่องน้อย พี่ก็ต้องออกโรงมาจัดการเองหมดทุกอย่าง

มันไม่เป็นสังคมเท่าไรเลยครับ (ไม่รู้ว่ามีที่ข่าวอื่นหรือเปล่า ผมอ่านตามลิงค์ที่ให้ไปอย่างเดียวครับ)

ผมเพิ่งทราบเรื่องนะครับ แต่คนที่ทราบมาก่อนแล้วนี่ ที่จริงคนที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกได้ ไม่น่าปล่อยให้เถียงกันสองคนแบบนี้ แย่เลย ที่เงียบๆนี่ ออกแนวไทยมุงไปไหมครับ


dark.angular

Kerberos's picture

ถ้าไปช่วยปราม ก็จะโดนด่ากลับมาแบบที่คุณกำธรโดนสิครับ :(

ipats's picture

เห็นควรด้วยครับ


iPAtS
HyBRiD's picture

ประจานอะไรเกินไปรึเปล่าครับ แบบนี้ดูไม่เป็นสังคมเลย

molecularck's picture

ผมมองอีกมุมว่านี้ คือสังคมมากกว่าครับ เพราะทุกคนมีสิทธิมีเสียงในการเห็นควรและคัดค้าน ไม่ใช่การประจาน ถ้าไม่ถามความเห็นยังงี้ สังคมในที่นี้จะเป็นเผด็จการ โดยที่คุณ lew และ mk สามารถยกเลิกสมาชิกใครก็ได้โดยไม่ต้องถามความเห็นใคร และการกระทำในครั้งนี้ผมเห็นควรด้วย ในการถามความคิดเห็นของสังคมบล็อกนันก่อนการดำเนินการใดๆ การกระทำของคนที่ถูกยกเลิกสมาชิกนั้นสมควรแล้วครับ เพราะเหมือนทำตัวว่าจะเอาตามที่ตัวเองต้องการให้ได้ โดยตัวเองไม่ลงมือทำอะไรครับ แถมไม่สามารถยอมรับคำติชมที่คนอื่นเสนอแนะมาครับ ___________________________________________________________________________________ Please go to molecularck.wordpress.com

Kerberos's picture

เห็นด้วยครับ

infernohellion's picture
      [ ' '   ]

      [   ' ' ]

      [  ' '  ]

      [ - - ]

kamthorn's picture

อ้าวกรรม โดนโทษประหารไปเสียแล้ว

ตอบคุณ dark.angular ในความเห็นผมคิดว่าดีแล้วที่ปล่อยให้ผม 1:1 กับเค้าครับ ไม่งั้นภาพรวมมันจะเละกว่านี้

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ยอมรับในการตัดสินใจแบบเด็ดขาดของผู้ดูแลเว็บครับ มิฉะนั้นอาจจะบานปลาย กระทั่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และสุดท้ายจะกลายเป็นเว็บที่ไม่มีใครอยากเข้ามาอ่าน เพราะเบื่อมาดูคนทะเลาะกันแบบไร้สาระ

สุดท้ายต้องขอโทษทุกคนด้วย ที่อดทนไม่ได้ ไปโต้ตอบกับเขา ทำให้เกิดเรื่องขึ้น (บางเว็บบอร์ด นอกจากจะลงโทษคนก่อเรื่องแล้ว ยังลงโทษคนที่ไปโต้ตอบ (แทนที่จะแจ้ง admin) ด้วยนะครับ)

mk's picture

เรื่องการแจ้งนี่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ด้วยปริมาณคอมเมนต์ในปัจจุบัน ผมกับลิ่วอ่านแทบจะทุกอันอยู่แล้ว (ยกเว้นกรณีไปตอบในข่าวเก่าๆ ที่ตกหน้าแรกไปแล้ว) เพียงแต่อ่านแล้วบางทีอาจจะไม่แสดงท่าทีอะไร เพราะอยากให้เป็นเรื่องของชุมชนมากกว่า (เหมือนที่ลิ่วเขียนไปแล้ว)

tonkla's picture

เห็นกระทู้ที่โต้ตอบกัน ผมก็นึกว่าเป็นเพื่อนเก่า เพื่อนรุ่นเดียวกับคุณ kamthorn ซะอีก … แม๊ พวกเกรียนสมัยนี้ไม่รู้จักป๋าซะแล้ว อิอิ

survivalsin2's picture

แปะๆๆๆๆ ไร้ที่ติจริงๆ ขอตบมือให้เลย รับลูกกันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนเกือบนึกว่าเป็นเว็บโรงเรียนละครซะอีกนะเนี่ย ยังไงก็ขอบใจพวกนายมากนะ กำลังนึกอยากเปลี่ยนชื่อใหม่พอดีเลย จะใช้ชื่อไรดีละ? ช่วยเลือกให้หน่อยสิ ที่คิดไว้อยู่ก็มี yesmylord, ithinkso กับ noopinion นะ เลือกไม่ถูกเลย


“Censorship reflects a society’s lack of confidence in itself. It is a hallmark of an authoritarian regime.” —Potter Stewart
mk's picture

ขอความร่วมมือทุกท่าน don’t feed the troll นะครับ

DuRiAn's picture

กระทู้นั้นเห็นมีโต้ตอบกัน ผมก็เฉยๆนะ เขาก็มีเหตุผลทั้งคู่
จนมาถึงชวนตีกัน มันก็ชักจะเกินไปหน่อย แล้วแต่เจ้าของเว็บจะตัดสินใจแล้วกันครับ

nu18de29's picture

ที่จิงก้อดีน่ะ ให้มีคนแสดง ความคิดเห็นทั้งด้านดีและไม่ดี ส่วนเรื่องดีก้อเอาไปพัฒนาต่อ ส่วนเรื่องไม่ดีก้อเอามาปรับปรุง เนี้ยจึงจะเรียกว่าสังคม สภายังมีฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านเลยง่ะ ผมว่ามันดีออก ที่มีคนมาคอยบอกว่า เราไม่ดียังงัย จะได้ทำให้ดีขึ้น จะได้เป็นสังคมที่สมบูรณ์ ขอบคุนคับ

BonBon's picture

ผมเชื่อว่า ไทยยังไม่สามารถเป็นประเทศแบบ Freedom of speech เพราะคนไทยใช้มารยาททางสังคมมาก บางอย่างก็สมควรพูด บางอย่างพูดไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร บางคนเป็นนักติอย่างเดียวไม่ได้สร้างสรรค์ มารยาทจึงเป็นสิ่งที่มากำกับความนึกคิดและการแสดงออกในชุมชน

nath's picture

วุฒิภาวะยังไม่ถึงรึป่าวคะ? หลังจากได้อ่านความคิดเห็นในลิงค์นั้น รวมถึงในกระทู้นี้ด้วย

ก็เห็นควรด้วยกับพี่ลิ่วค่ะ


::: Na - th :::
AronSun's picture

ถ้าความผิดของเขามีแค่ในกระทู้นั้น จะยกเลิกสมาชิกเลย ผมไม่เห็นด้วยครับ อย่างน้อยทาง admin น่าจะตักเตือนไปก่อน แต่ถ้าเขายังทำแบบนี้อีก ค่อยยกเลิกสมาชิกครับ จริงๆ แล้วคุณ kamthorn ก็ไปว่าเขาเหมือนกันนะ

molecularck's picture

รู้สึกจะมา 2 กระทู้แล้วครับ _____________________________________________________________________________________ Please go to molecularck.wordpress.com

ooseven's picture

ไม่น่าจะถึงขึ้นลบสมาชิกนะครับน่าจะมีการเตือนกันก่อน

b39ppr's picture

อ่านความคิดเห็นแรกของคุณ survivalsin ผมแทบไม่รู้สึกในแง่ลบ แต่ก็อาจเป็นเพราะผมไม่เคยเขียนข่าวเอง

bhattee's picture

อืม -_-“

อะไรกันเนี้ย

icez's picture

อ่าน reply แรกแล้วก็ยังเฉยๆ ครับ พอมาอ่านอันถัดๆ มานี่…

shikima's picture

นี่แหละครับ สังคม แรง!!! ไม่แอ๊บแบ้ว

Mr.JoH's picture

ถ้าจะยกเลิกสมาชิกเพราะกระทู้นั้นแค่อันเดียว ไม่เห็นด้วยครับ แต่พอมาอ่านความเห็นในกระทู้นี้ก็เห็นด้วยครับว่าสมควรลบ

smilelovehappiness's picture

อ่านกระทู้แรก ถ้าคุณ kamthorn ไม่มาพูดตอบ เราก็ไม่รู้เลยว่าเขากำลังพูดเสียดสีใคร นึกว่าพูดลอยๆเฉยๆ มันก็ไม่ได้น่าโมโหอะไร เพราะส่วนตัวคิดว่าการแปลเฉยๆก็ไม่ได้เสียหายเลย ถึงเขาอาจจะไม่ชอบ ก็เป็นสิทธิของเขา แต่ก็อาจะเพราะเราไม่ค่อยได้เขียนข่าวก็ได้

ส่วนความเห็นในกระทู้นี้ อาจจะเพราะเขารู้สึกแย่ที่จะโดนแบน ก็เลยพูดจาแรงหรือเปล่า?? (ลองนึกว่าตัวเองกำลังจะโดนแบนบ้าง ก็คงโมโหล่ะนะ)

ส่วนตัวคิดว่าการแบน ควรจะใช้เมื่อมันถึงที่สุดของที่สุดจริงๆ แบบเลวร้ายมากๆ ไม่งั้นถ้าเราแบนบ่อยๆ มีอะไรก็แบน สุดท้ายเราเอง..อาจติดนิสัย ไม่ยอมรับความแตกต่างก็ได้ แล้วมันจะเหมือนการสอนเด็กด้วยการตี ทำให้เด็กไทยไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง โดยเฉพาะความคิดเห็นที่ไม่เหมือนผู้ใหญ่ อันนี้ไม่ได้หมายถึงกรณีนี้กรณ๊เดียวนะคะ แต่เราหมายถึงโดยรวมๆ

จริงๆถ้าคุยด้วยเหตุผลให้เขาเปลี่ยนแปลงได้ก่อน น่าจะดีกว่า ถ้าพูดสองสามครั้งแล้วยังไม่ปรับตาม อย่างนี้ค่อยแบน ก็ยังไม่สายนะ

เราไม่รุ้ว่าไปแอบคุยอะไรกันข้างหลังหรือยัง ไม่ทราบได้เตือนเขาไปก่อนบ้างหรือยัง แต่ถ้าที่เห็นแค่สองกระทู้ และยังไม่ได้เตือนอะไรเขาเลย เราว่ายังไม่สมควรโดนแบนค่ะ

Fiyen's picture

รู้สึกคล้ายๆกับข้างบนเหมือนกันครับ รู้สึกว่าพี่เค้าก็พูดมีเหตุผลเหมือนกันนะ ถึงแม้ตอนหลังจะแรงๆออกมา (ไม่รู้มีอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า) แต่ผมว่าน่าจะเคลียร์กันดีๆ ดีกว่านะครับ

illusion's picture

คิดเหมือนๆ กันเลยเช่นกันครับ :)

สนับสนุนการแบนเมื่อเหตุการณ์ถึงที่สุดครับผม จากเหตุการณ์ 2 ครั้งยังน่าจะให้โอกาสในการปรับปรุงก่อนนะครับ :)

เข้าใจอารมณ์ว่าหากเจอโดนแบนและถูกนำมาโพสต์อย่างนี้ ก็ต้องมีอารมณ์บ้างเนอะ แต่ถ้าเป็นเราเราคงจากไปเลย ก็รู้สึกตะหงิดเล็กๆ กับ reply ในกระทู้นี้ บางทีอะไรๆ อาจจะดีขึ้นถ้าเราควบคุมอารมณ์กันได้ครับผม

ooseven's picture

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

msmart's picture

อืม .. เคยไม่เห็นด้วยในกรณีคุณ dean4j นะครับ แต่กรณีนี้ผมเห็นด้วยนะ น่าจะยกเลิกไปเลย (แล้วก็ชื่อใหม่เบอร์ 2 ด้วย)

+1

—-
Khajochi

survivalsin3's picture

สรุปซักทีเซ่ จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก จะได้ไปสมัครชื่อใหม่ซะที จริงๆแล้วเรื่องมันไม่มีอะไรเล้ย ที่พูดไปทั้งหมดแค่อยากให้เว็บมีการปรับปรุงในทางที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ดันพูดไม่เข้าหูเจ้าของเว็บกับเคยไปเถียง lew มันมาก่อน เลยโดนขึ้นบัญชีดำไว้นานแล้ว พอได้จังหวะก็เลยแบนซะเลย น้องที่บอกว่าพี่วุฒิภาวะไม่ถึงนั้น ก็น่าจะดูการกระทำของคนที่น้องชื่นชมบ้างนะ ว่ามันต่างกับพี่ตรงไหน พี่ก็ไม่ได้อยากเถียงกับ kamthorn นักหรอก แต่หลังจากโต้ไปมาทีสองทีก็รู้แล้วว่าพูดกับสมุนยังไงเราก็เหนื่อยเปล่า เลยตอบแบบขำๆไปจะได้จบๆ

ลองสังเกตดูเจ้าของเว็บเค้าจะให้สมุนพวกนี้ออกหน้าก่อน พอได้จังหวะดีๆ ตัวเองถึงค่อยโผล่มาทีหลังแบบพระเอกหนังไทย แล้วก็เขียนตอบยาวเหยียดจนเรางงเต็ก แต่สรุปสั้นๆได้ว่า Kuจะเอาแบบเนี้ยแหละ ใครจะทำไมKu!? ซึ่งต่างกันลิบลับกับภาพที่ตัวเองสร้างไว้อย่างดีว่าเป็นนักประชาธิปไตย ดูจากเรื่องที่พี่โดนแบนก็รู้แล้ว เค้าแบนพี่ก่อนแล้วก็เอามาประจาน แต่ไม่เปิดโอกาสให้พี่ได้เข้ามาชี้แจง (surv1, surv2 โดนแบนไปหมดแล้ว) ถึงมีสมาชิกบางท่านที่ไม่เห็นด้วย แต่ต่างก็โดนเหล่าสมุนใช้กฏหมู่จนไม่กล้าพูดอะไรมาก ซึ่งถ้าเป็นประชาธิปไตยจริง น่าจะถามความเห็นกันก่อน แล้วจึงค่อยแบน

พฤติกรรมที่ไม่ต่างจากคมช.ที่ตัวเองเคยกระแนะกระแหนไว้เหล่านี้ ทำให้เว็บ Blognone ไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าที่ควรตั้งแต่เปิดเว็บมา เพราะความคิดต่างๆมาจากคนเพียง 2 คน แม้จะแสร้งทำเป็นเปิดรับความเห็นของสมาชิกอยู่เสมอๆก็ตามที โดนไปขนาดนี้ต่อไปคงไม่มีใครกล้าออกความเห็นใหม่ๆแล้วละ ให้เว็บมันเป็นไปตามที่เค้าอยากให้มันเป็นนั่นละดีที่สุดแล้ว


“If we don’t believe in freedom of expression for people we despise, we don’t believe in it at all.” —Noam Chomsky
DuRiAn's picture

reply นี้ ผมเห็นด้วยในหลายๆส่วนครับ

nath's picture

นัทคิดว่ามันมีคำพูดที่ดีกว่านี้ค่ะ ในการที่พี่จะแสดงความคิดเห็น โดยที่ไม่พาดพิงคนอื่นที่ได้ฟัง เพราะถือว่าคนที่มาเขียนข่าวในเว็บนี้ ก็เป็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ เหมือนครอบครัวเดียวกัน น่าจะใช้คำพูดโดยที่กลั่นกรองออกมาก่อนว่า คนที่ได้ฟังเค้าจะรู้สึกอย่างไร? นัททราบว่าพี่คงหวังดี อยากให้เว็บนี้ มีคนที่มาเขียนข่าวแล้วดูดีมากขึ้น ไม่ใช่สักแต่แปลมา ตามที่พี่เคยออกความเห็นไว้? แต่ว่า บางทีถ้าเราจะเลือกติติง เพราะอยากให้ดีขึ้น ทำไมพี่ถึงไม่เลือกที่จะเขียนในบล็อกของพี่ เพื่อแนะนำแนวทางที่พี่คิดว่า ข่าวที่ดีนั้นเป็นอย่างไรไปเลยล่ะคะ? จะได้ประโยชน์และช่วยเว็บนี้ดีขึ้นอย่างที่พี่ต้องการกว่ารึป่าว?

ขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ลูกสมุนใครนะคะ แล้วการที่พี่โยงเข้าไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสาเหตุที่พี่ถูกแบน นัทว่ามันไม่ควรที่จะพูดอ่ะค่ะ คือนัทไปอ่านกระทู้นั้นแล้ว พี่อีกคนที่มาตอบ เค้าแค่อยากแนะนำว่า ไม่น่าจะพูดพาดพิงแบบนั้นมันจะเสียน้ำใจของคนเขียนข่าวเหมือนกันเวลาที่เค้ามาอ่าน

แล้วอีกอย่างคือ นัทไม่ทราบว่าพี่รุ่นเดียวกับพี่ลิ่ว แค่อ่านความเห็นของพี่ความเห็นแรกน่ะค่ะ ในกระทู้นี้ นัทเป็นคนนอก นัทก็ตัดสินจากลักษณะคำพูดเอา ซึ่งมันไม่น่าออกมาจากคนที่ไตร่ตรองดีแล้วในการพูด

นัทเคยเจอกรณีแบบนี้นะคะ เคยทะเลาะกับพี่คนนึงในเน็ต เพราะเรื่องคำพูดนี่ล่ะ แต่นัทเลือกที่จะเคลียร์กันตรงๆและรับฟังว่าเราพูดผิดตรงไหน? มากกว่าที่จะพูดหาเรื่องแบบที่เป็นอยู่นี้ค่ะ

อีกอย่าง นัทเองจุดเริ่มต้นนั้น นัทก็เคยเถียงเรื่องเกี่ยวกับประชุมเชียร์กับพี่ลิ่วมาก่อนในบล็อกของนัทเอง พี่สามารถกลับไปอ่านได้ ซึ่งถ้าคนนอกมาอ่านเนี่ยก็อาจจะคิดว่ากำลังทะเลาะกัน แต่ก็เปล่าค่ะ นัทก็ยังสามารถคุยกับพี่ลิ่วได้ปรกติเหมือนเดิม

คือจุดสำคัญของเรื่องนี้ คือคำพูดน่ะค่ะ จากที่อ่านมาทั้งหมด

พี่น่าจะยอมรับว่าไม่น่าพูดพาดพิง เพราะคนฟังอาจจะเสียกำลังใจในการเขียนข่าว หากจะแนะนำมันมีทางอื่นที่ดีกว่านี้รึป่าวในการที่จะพูด? อยากฝากไว้น่ะค่ะ

แล้วก็พี่อีกคนที่เข้ามาเตือน คงไม่ได้ตั้งใจไปว่าหรอกค่ะ แค่อยากเตือนเรื่องคำพูดเฉยๆ

อันนี้จากมุมมองของคนนอกนะคะที่พึ่งเข้ามาอ่านและไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวเลย

อีกอย่างถึงแม้นัทจะไม่ได้เขียนข่าว แต่นัทชอบอ่าน จึงอยากให้มีคนเขียนข่าวเยอะๆน่ะค่ะ จะได้มีข่าวดีๆให้อ่านต่อไป

ขอบคุณค่ะที่ให้แสดงความคิดเห็น


::: Na - th :::
nott's picture

แรกๆก็ไม่เห็นด้วยนัก

แต่พอมาเจอแบบนี้ เห็นด้วย!! เบื่อจริงๆ กับประเภทไม่ใช่พวกguก็พวกมัน ลูกสมุนมัน

OHM's picture

สำหรับความเห็นผม ผมว่าไม่ต้องบล็อกครับ ใครจะแสดงความคิดเห็นยังไงก็แสดงมา ผมจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง ในการอ่านและตัดสินใจเอาเองครับ

iake's picture

+10

-----
iake;

illusion's picture

+10 too

tonkla's picture

don’t feed the troll เกรียน

audy's picture

ไม่เห็นด้วยกับการบล๊อกครับ ไม่ว่าจะบล๊อกใครก็ตาม
ยกเว้นสแปมเมอร์
ผมถือว่า "กิริยาส่อสกุล"
เขาจะเป็นอย่างไรก็ตัวเขา อย่าเอามาหนักหัว เราทำให้ทุกคนเป็นคนดีไม่ได้หรอกครับ

Blue Rabbit's picture

เห็นด้วยว่าควรถูกบล็อกครับ

mk's picture

ผมขอตอบสั้นๆ เหมือนที่เคยตอบเสมอมา

  • ผมรับฟังทุกความคิดเห็น ผมอ่านเกือบทุกความเห็นที่โพสต์ในนี้ (ยกเว้นจะไปตอบอันเก่าๆ มากๆ)
  • แต่ความเห็นไหนที่ผมจะทำตามนั้น ผมดูจาก contribution ของคนโพสต์ ถ้าคนมีดาวอยากได้ฟีเจอร์อะไร และมันสมเหตุสมผล ผมก็ยินดีจะทำให้ทันที แต่จะให้ทำตามความเห็นของ “ใครก็ไม่รู้” ทุกคน มันก็ไม่ใช่เรื่อง
  • Blognone ไม่เคยลงโฆษณาที่ไหน ไม่เคยบังคับใครให้เข้ามาอ่าน ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านครับ เว็บทางเลือกในปัจจุบันมีอีกมากมาย
kangg's picture

ผมในเว็บนี้ก็คงเป็น “ใครก็ไม่รู้” อย่างที่ mk ว่าไว้นะครับ

แต่ผมว่าที่ mk เขียนในบรรทัดสุดท้ายก็เวอร์ไปหน่อยนะครับ คือถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้ามามันเหมือนสวนทางกับที่ผมเคยเห็นเขียน ๆ ไว้ว่าจะสร้างชุมชมในเว็บนี้ยังไงไม่รู้เหมือนกัน ไม่ลองนึกถึงวันที่เริ่มมีเพื่อน ๆ เข้ามาอยู่ในเว็บนี้หรือเข้ามาอ่านล่ะครับว่าบางคนจะรู้สึกอย่างไร ? แค่เพื่อนสมาชิกในเว็บนี้บอกแบบปากต่อปากคนรู้จักให้เข้ามาอ่านข่าวในเว็บนี้ก็เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์แล้วครับ ซึ่งก็เหมือนกับการโฆษณาไปในตัวอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องไปลงโฆษณาที่ไหนอยู่แล้ว

บอกก่อนเลยว่าไม่เคยได้มีส่วนร่วมอะไรในนี้เท่ากับสมาชิกขาประจำนะครับ แต่ผมลองตามเข้าไปอ่านเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ผมรู้สึกธรรมดามากนะ ส่วนหนึ่งผมว่าคุณ survivalsin (ขอเอ่ยชื่อนะครับ) ก็คอมเม้นแบบตรงไปตรงมาคือชอบตรงไหนก็บอกไม่ชอบตรงไหนก็บอก แต่ก็ต้องเข้าใจว่าคนไทยไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศกันหมด มีบางส่วน(รวมถึงผมด้วย)ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญการอ่านบทความภาษาต่างประเทศมากนัก มีเว็บที่นำข่าวสารมาเขียนเป็นภาษาไทยให้ผมว่าดีแล้วในมุมของมือใหม่และคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญการอ่านบทความภาษาต่างประเทศ แน่นอนว่าคนที่อ่านภาษาต่างประเทศคล่องแล้วก็ไปอ่านต้นทางเลยดีกว่าได้น้ำได้เนื้อกว่าแน่นอน แต่ส่วนหนึ่งคือคนเขียนข่าวในเว็บนี้บางท่านจะแปลมาแบบคนที่รู้ด้วยกันเองอ่านถึงจะเข้าใจในบางข่าว กลายเป็นว่าอ่านยากสำหรับคนทั่วไปที่สนใจ

ส่วนที่ชวนออกนอกเรื่องอะไรไปนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวคือมีคนตั้งข้อสังเกตก็เท่านั้นแต่ผมก็เห็นว่าคุณ survivalsin เข้ามาอธิบายแล้วนะ ถ้าจะตัดสินก็ให้สังคมในนี้ตัดสินดีกว่าผมไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังมีการพูดคุยกับทีมงานหลังบ้านหรือมีการตักเตือนไปก่อนรึเปล่านะ แต่ถ้ายังไม่มีผมว่าการที่ให้ใบแดงเลยแบบนี้ออกจะรุนแรงเกินไปหน่อย

อย่าไปยึดมั่นถือมั่นครับ ของแบบนี้ต่างคนต่างคิด คิดแทนคนอื่นไปทำไม เปิดใจกว้างครับ

mk's picture

ขอถามกลับนะครับ

  • ถ้าไม่เกิดกระทู้ประกาศแบนสมาชิกนี้ survivalsin จะเข้ามาชี้แจง?
  • ผมปล่อยให้สังคมในนี้ตัดสินกันมาหลายวัน สิ่งที่ได้คือความเงียบ (เช็ควันจากข่าวต้นเหตุ กับกระทู้นี้ได้) แบบนี้ผมควรทำอย่างไรครับ? ในฐานะสมาชิกทั่วไป ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับตัวมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะลงมาซัดกับคนอื่น แต่ผมมีหมวกอีกใบเป็น community manager ผมควรปล่อยให้เกิดการยั่วยุด้วยประโยคหยาบคายเกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรงั้นหรือ?
kangg's picture

นั้นก็แสดงว่าคนในชุมชนของคุณจะใช้ความเงียบเข้าตัดสินปัญหารึเปล่า หรือไม่ตัดสินปัญหาใด ๆ เพราะรู้ว่ายังไงเสียไม่ mk ก็ lew ต้องออกโรงมาอยู่แล้ว แน่นอนว่าสมาชิกเกือบทั้งหมดก็ต้องเกรงใจคุณทั้ง 2 คนเป็นแน่

ส่วนเรื่องไม่มีกระทู้นี้แล้วจะไม่มีการเข้ามาชี้แจง ซึ่งก็อย่างที่บอกไปคือผมมองว่าเรื่องธรรมดาที่น่าจะสามารถจบกันไปในกระทู้ข่าวต้นเหตุแล้ว ไม่เห็นต้องมายืดเยื้ออะไรกันอีก

แต่เอาเถอะวิธีจัดการปัญหาของแต่ละที่แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งการแก้ปัญหาของคุณก็เป็นแบบฉบับของคุณเองเพราะยังไงเสียการตัดสินใด ๆ ก็ตามในเว็บนี้ท้ายสุดก็ยังเป็นคุณ 2 คนอยู่ดี

mk's picture

นั้นก็แสดงว่าคนในชุมชนของคุณจะใช้ความเงียบเข้าตัดสินปัญหารึเปล่า หรือไม่ตัดสินปัญหาใด ๆ เพราะรู้ว่ายังไงเสียไม่ mk ก็ lew ต้องออกโรงมาอยู่แล้ว แน่นอนว่าสมาชิกเกือบทั้งหมดก็ต้องเกรงใจคุณทั้ง 2 คนเป็นแน่

กระทู้นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ “ออกโรง” ครับ ผมก็คิดว่าผมทำตาม logic ที่คุณว่ามาทุกประการ

ส่วนเรื่องไม่มีกระทู้นี้แล้วจะไม่มีการเข้ามาชี้แจง ซึ่งก็อย่างที่บอกไปคือผมมองว่าเรื่องธรรมดาที่น่าจะสามารถจบกันไปในกระทู้ ข่าวต้นเหตุแล้ว ไม่เห็นต้องมายืดเยื้ออะไรกันอีก

ความเห็นสุดท้ายของ survivalsin ในกระทู้นั้นคือ “พูดอย่างนี้ เจอกันหลังห้องน้ำดีกว่า ชวน lew กับ mk ไปด้วยก็ได้นะ เราจะมาตัดสินปัญหากันอย่างลูกผู้ชายตามทฤษฎีของ Charles Darwin” ตามวิจารณญาณของผมแล้ว นี่ไม่เรียกว่า “จบกันไปในกระทู้ต้นเหตุ” แน่ๆ

p-joy's picture

น่าจะชัดเจนนิดหนึ่งนะ

  1. ใน blognone group เริ่มวันที่ 17 November วันนี้ 20 November ใน Forum เริ่มวันที่ 17 เหมือนกัน

คำตอบเจ้าปัญหาควรจะเริ่มจาก

กำธร นายยังมีสิทธิบ่นถึงคนที่นายไม่ชอบได้ แล้วเราไม่มีสิทธิบ่นถึงสิ่งที่เราไม่ชอบบ้างเหรอไง ถ้าเขาทำสิ่งที่ดีเราก็ชม ทำไม่ดีเราก็ด่า อย่างนี้ไม่เรียกว่าสร้างสรรค์แล้วเรียกว่าอะไร เลิกทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์นาย(เจ้าของเว็บ)ซะทีเถอะ เค้าไม่ได้ช่วยให้ทำให้นายเด่นดังขึ้นมาได้หรอกนะเพื่อน

คือวันที่ 16 November ไม่ควรจะดูจากวันเริ่มข่าวต้นเหตุเพราะไม่เกี่ยวกัน

ระยะเวลาไม่ถึง 7 วัน ซึ่งรวม 17-18 ซึ่งเป็นวันหยุด ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในประเทศไทยก็จะออกนอกบ้าน ไม่หมกมุ่นกับ Net คนที่อยู่้ในต่างประเทศอาจจะใช้เวลากับแฟนหรือครอบครัว ปริมาณคนเข้าเน็ทจะ น้อยลงกว่า 70%

ตามความเห็นไม่น่าจะเรียกว่านาน

  1. รู้สึกจะไม่มีคำหยาบคายในการตอบของ Survivalsin เลย แต่ชวนให้ใช้่กำลังอันนี้ชัด ถ้าจะใช้ลงโทษก็ต้องเป็นอันนี้ และสมควรลงโทษด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ ดูจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่

  2. เรื่องอดีต ก็เป็นการโต้กันไปโต้กันมาแค่สองสามที มิได้มีการหยาบคายหรือชวนใช้กำลัง

ด้วยความเคารพ พี่จอย

DuRiAn's picture

บอกตรงๆ…เสียความรู้สึกมาก
คุณเรียกuser ว่า “ใครก็ไม่รู้” แล้วคุณคิดว่า userจะรู้สึกยังไงครับ
ประโยคสุดท้ายยิ่งแล้วใหญ่ แม้ความหมายจะไม่ใช่ แต่อารมณ์มันออกแนวไล่user นะครับ

ที่สำคัญ BN อยู่ได้ด้วย social ทั้งคนส่งข่าว/อ่านข่าว แต่คำพูดเหล่านั้นมันขัดกับคำว่า social
ถ้าอย่างนี้มันไม่ใช่สังคมแล้ว มันเหมือน “นายกับบ่าว” มากกว่า

จาก “ใครก็ไม่รู้”

mk's picture

ส่วนคุณจะคิดไปยังไงก็แล้วแต่ครับ แต่ความหมายของผมคือ ด้วยยอดสมาชิก 5 พันในตอนนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะทำตามความต้องการของทุกคนได้ ดูอย่างกระทู้นี้ก็ได้ ความเห็นแยกเป็นสองทางที่ขัดแย้งกัน (แบน-ไม่แบน) ซึ่งผมมีสิทธิ์เลือกได้ทางเดียว

ผมควรจะเชื่อใคร? ไม่ว่าผมตัดสินใจอย่างไร คนที่เสียประโยชน์ก็ต้องออกมาโวยแน่

ผมควรจะเชื่อ username ที่ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก? (ซึ่งเรารู้ว่าใครก็ได้สามารถ register กี่รอบก็ได้ อย่างเคสของ survivalsin อย่างต่ำก็สามรอบแล้ว) ถ้าเกิดว่ามีคน register 20 user แล้วมาให้ความเห็นแบบเดียวกัน ผมควรจะเชื่อคนนั้น ด้วยเหตุผลว่าประชาธิปไตยเสียงข้างมาก? แบบนี้ถูกแล้วหรือ?

วิธีที่ผมเลือกก็คือดูจาก contribution ของ user คนนั้นๆ ไม่ว่าคุณเขียนข่าว เขียนคอมเมนต์ หรืออะไรก็ตาม ผมอ่านทั้งหมด (และจำได้เสมอสำหรับคนที่ contribute มากๆ) ซึ่งผมว่ามันก็สมเหตุสมผลดี ใครทำอะไรให้มาก ผมก็ควรจะตอบแทนให้มาก ส่วนถ้าคุณอ่านเฉยๆ ไม่ทำอะไร ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นแฟนจริงๆ หรือ “ใครก็ไม่รู้” ล่ะครับ

DuRiAn's picture

ผมเข้าใจความหมายของคุณมาร์ค ครับ
แต่คำว่า “ใครก็ไม่รู้” ฟังแล้วมันน่าหดหู่ใจจริงๆ หรือไม่ใช่?

Kerberos's picture

ไม่ใช่ครับ สำหรับผมรู้สึกเฉยๆ นะ เพราะรู้ตัวเองว่า เราได้ให้กับสังคมนั้นบ้าง ถ้าเราไม่ได้ให้อะไรกลับไปเลย ก็ไม่น่าที่จะเรียกร้องให้ผู้นำชุมชนมาเหลี่ยวแลอะไรทั้งนั้น

cwt's picture

การเป็นผู้อ่าน และบอกต่อๆ กันไปให้เพื่อนๆ เข้ามาอ่าน ถือว่า ‘ให้อะไร’ กับชุมชนหรือเปล่า? การให้อะไร ต้องเขียน blog หรือเปล่า?

ในชุมชน Open Source เพียงแค่คุณนำ software มาใช้ ก็ถือว่า ‘ให้อะไร’ กับชุมชนแล้ว คิดว่าในชุมชน blogger หรือคนเขียนข่าวก็ไม่น่าแตกต่าง

lew's picture

ผมว่าที่คุณว่ามาก็ไม่ผิดอะไรนะครับ

ถ้าเทียบกับ Blognone แล้วคนอ่านอย่างเดียวก็ถือว่าให้อะไรกับ Blognone แล้วเช่นกัน

แต่ขณะเดียวต้องตระหนักว่าระดับการให้อะไรนั้น อยู่ในระดับไหน อย่างผมเองใช้ลินุกซ์ทุกวัน และชวนคนอื่นมาใช้งาน คงขออ้างสิทธิในเสนอการปรับปรุง Kernel เท่าๆ กับ Linus ไม่ได้

ผมไม่ได้บอกว่าออกความเห็นไม่ได้นะครับ แต่การออกความเห็นจากคนที่ให้อะไรในระดับของการอ่านและการบอกต่อ กับการให้อะไรจากการในเขียนข่าวกันในหลักหลายๆ สิบจนถึงเป็นร้อยๆ การบอกว่าไม่ต่างกันก็ไม่น่าเรื่องที่ถูกต้อง


LewCPE

cwt's picture

ผมก็ไม่ได้จะเรียกร้องอะไร เพียงแต่ว่าการเขียนแบบเหมาว่าคนที่ไม่ได้เขียนข่าว ‘ไม่ได้ให้อะไร’ นั้นไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง (ผมหมายถึงคุณ Kerberos ข้างบน) ถึงแม้ผมจะเป็นผู้อ่าน แต่ผมก็น่าจะมีสิทธิเรียกร้องให้เปลี่ยน font (ถ้าสมมุติว่า font ที่ใช้มันอ่านยาก) ถึงแม้เป็นคนที่ใช้ linux และไม่ได้ช่วย contribute source แต่ถ้าผมเจอ critical bug ผมก็น่าจะมีสิทธิเรียกร้องให้ kernel developers แก้ bug เช่นกัน ดังนั้น ณ จุดที่มีคนได้มาอ่านกระทู้นี้ อ่าน comment นี้ คนๆ นั้นก็เท่ากับว่า ‘ให้อะไร’ กับ ชุมชนนี้แล้ว

นายขโมย's picture

ผมไม่ได้เรียกร้องนะครับ เป็นความคิดเห็นโดยส่วนตัวต่อชุมชนแห่งนี้ ต่อคนในนี้ อยากทำอะไรก็ทำได้เลยครับเพราะผมเป็น “ใครก็ไม่รู้” ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น

kowito2's picture

ค่อนข้างเสียความรู้สึกกับสิ่งที่ได้อ่านครับ “ใครก็ไม่รู้”

นายขโมย's picture

ผมเข้าใจเรื่อง contribution นะ (คิดว่า) แต่คิดว่าคุณ mk สามารถใช้ภาษาที่นุ่มนวลกว่าได้ มันฟังแล้วเสียความรู้สึกเหมือน “นายกับบ่าว” อย่างที่ใครข้างบนว่าไว้

ปล. จริงครับที่คุณไม่ได้บังคับผมมาอ่าน

jiramot's picture

อ่านแล้วไม่เห็นรู้สึกว่า ความคิดเห็นแรกของคุณ survivalsin จะมีอะไรเลย มันก็ออกจะปกติ ยังชื่นชมต่อการเบียนบทความนี้ด้วยซ้ำ แต่พอมาเห็น reply ของคุณ kamthorn ผมกลับรู้สึกสงสัยมากกว่า ว่าเค้าไปแควะตรงไหน หรือว่าผมไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้มากเหมือนคนอื่นๆเค้า ก็ไม่ทราบ จากที่ผมอ่าน (อย่างไม่ละเอียด) มันทำให้ผมรู้สึกว่า การเริ่มต้นของเหตุการณ์ในครั้งนี้มันน่าจะมาจากการ reply ของคุณ kamthorn มากกว่า

ขอโทดต่อเจ้าของเวปด้วย ผมว่าไม่เหมาะสมที่ทำแบบนี้ ถ้าจะบล็อก ก็ควรทำทั้งคู่ หรือไม่ก็แค่ ตัดสิทธ์ชั่วคราวทั้งคู่


ooseven's picture

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

mk's picture

เรื่องการเริ่มต้นของเหตุการณ์ ต้องไปย้อนอ่านในกระทู้เก่าๆ หลายอันครับ

นายขโมย's picture

เท่าที่ดูการตอบออกจะไร้สาระไปซักหน่อย ความเห็นของผมคือการเตือนและลบคอมเม้นต์

การจะ ban ไปเลยควรทำเมื่อมันที่สุดเช่น เตือนไปแล้วสามครั้ง เป็นต้น

ปล. ไม่เคยเห็นด้วยกับกรณี dean4j

จาก “ใครก็ไม่รู้”

audy's picture

อย่างว่านะครับ การสื่อสารด้วยการเขียนและอ่าน มันสุ่มเสี่ยงให้คิดไปในทางลบมากกว่าทางบวก
ใช้สติบ้างครับ อย่าใช้สมองให้มากนัก

tonkla's picture

กรณีนี้ถือเป็นความท้าทายด้านการจัดการชุมชนของ mk และ lew จบเคสนี้คงได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ครับ … BN มายืนอยู่ตรงจุดที่ยังไม่มี Geek Community เจ้าไหนในเมืองไทยทำได้มาก่อน ผมว่าสองคนนี้เขาเจ๋งนะ ดังนั้นการตัดสินใจใดๆ ของทั้งสอง ผมยอมรับและถือว่าสิ้นสุด และไม่แคร์ด้วยหากฐานะของผมจะเป็นแค่ “ใครก็ไม่รู้” เพราะไม่มีใครบังคับหรือเชิญชวนผมเข้ามา แต่ผมก็เข้ามาอ่านของผมเองทุกวัน ถึงแม้จะเป็นแค่บทความแปล ผมก็อ่านสนุกแล้ว … ขอขอบคุณ mk, lew และ writer ทุกท่านครับ

p-joy's picture

เห็นด้วยกับ Jiramot ว่าการตอบของ kamthon เป็นต้นเหตุมากกว่า ถ้าดูเฉพาะ เหตุการณ์นี้(เหตุการณ์อื่นไม่รู้)

ด้วยความเคารพ พี่จอย

ooseven's picture

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

nath's picture

นัทว่ามันเป็นการยากค่ะ ที่คำพูดหนึ่งๆที่กลั่นกรองออกมา จะถูกใจคนทุกคน

ยกตัวอย่างง่ายอย่างที่พี่มาร์คพูดว่า “ใครก็ไม่รู้” มันอาจจะดูแรงสำหรับใครหลายคน แต่บางคนอย่างนัท ก็มองไปอีกทางนึง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้โกรธและรู้สึกแย่เท่าไหร่ คือก็เข้าใจพี่เค้าว่า ยังไงเค้าก็ต้องเลือกที่ความเชื่อถือได้ก่อน

อย่างบางคนก็อาจจะมองว่าพี่คนที่ไปเตือนพี่คนที่ถูกแบนนั้นเป็นการไปหาเรื่องก่อน แล้วทำไมถึงไม่มองบ้างว่าเค้าก็พูดแสดงความเห็นไปตามตรงเหมือนกันค่ะ

ก็อยากให้จบลงด้วยดีและเข้าใจกันทุกฝ่ายนะคะ อีกอย่างถ้าเกิดว่าพี่คนที่ถูกแบนเข้าใจก็ควรจะให้โอกาสในการแก้ไขค่ะ


::: Na - th :::
illusion's picture

คิดเช่นกันครับ “ใครก็ไม่รู้” สำหรับผมแล้วผมว่ามันดูแรงมากนะครับ ผมว่าบางทีการอยู่ร่วมกันในสังคม อาจจะต้องการคำพูดที่ “Soft” ในการติดต่อสื่อสารถึงกันและกันครับ เพราะความนุ่มนวลนี่แหละครับจะทำให้มีความรู้สึกดีๆ เกิดถึงกันและกันขึ้น และยังจะนำพาสู่ “ความร่วมมือ” กันและกันของคนในสังคมด้วยครับ

ถ้างง ขอยกตัวอย่างผมนะครับ (ฮา) ผมเป็นคนที่ชอบความนุ่มนวลในการติดต่อสื่อสารมากคนหนึ่ง การจะติดต่ออะไรกับใครก็จะพยายามพูดด้วยภาษาที่นุ่มนวลที่สุด พร้อมยิ้มสยามและความนอบน้อม (ประมาณคนญี่ปุ่นอะไรอย่างนั้น รู้สึกชอบมากครับ)

แต่ผมแปลกใจที่คนในสังคมไทยหลายคน (เจ้าหน้าที่ของรัฐก็มีมากทีเดียว) มักจะใช้คำพูดที่ไม่ค่อยแคร์ถึงฝ่ายตรงข้าม หรือมักจะใช้คำพูดที่ฟังแล้วไม่สุนทรีย์เท่าไหร่ ยกตัวอย่างอย่างคำพูดเช่น “ห้าม” “ไม่ได้” พร้อมด้วยหน้าที่โอหัง (จริงๆ ก็เป็นประโยคที่แรงและกร่างกว่านี้แหละครับ) อย่างนี้ จากคนที่เคยนอบน้อมนุ่มนวลอย่างผม ก็จะกลายเป็นมารที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือและโต้กลับทันทีด้วยอารมณ์(ขึ้นหน้า) จะดีกว่านี้ไหมครับ หากจะได้ยินประโยคที่ว่า “ต้องขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจาก… จึงไม่สามารถ…ได้ครับ” พร้อมด้วยการแสดงท่าท่างที่นุ่มนวลและให้เกียรติกันและกัน ผมเชื่อว่า หากคนเราติดต่อสื่อสารกันด้วยคำพูดที่นุ่มนวลและท่าทีที่เป็นมิตรแล้ว อะไรๆ ก็จะสดใส และใครๆ ก็อยากที่จะให้ความร่วมมือครับ :)

ภาพลักษณ์ของคนไทย เราเองอยากให้คนไทยเป็นคนที่มีมิตร นุ่มนวล ผมแปลกใจว่าทำไมทุกวันนี้มันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่หากเราๆ พยายามคิดอยู่เสมอว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้นอีกมากเลยครับ ฝากไว้ด้วยนะครับผม :)

DuRiAn's picture

+1

sikkha's picture

นั่งอ่านประเด็นนี้แล้วไม่มีอะไรเลย เรื่องของเรื่องคือการใช้ถ้อยคำที่ชวนทะเลาะ (แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละชุมชนด้วย) กรณีการโต้แย้งกันเรื่องการเขียนข่าวที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่นั้น ผมว่ามันยังอยู่ใน degree ที่ยังยอมรับกันได้ แต่มันหลุดไปก็ตอนที่ “ไปท้าตีท้าต่อย” นั่นแหละครับ

ผมว่า survivalsin ยกกรณี คมช. ขึ้นมาเปรียบเทียบนี่คนละเรื่องกันเลย

คมช. นี่ใช้กำลังเข้าปล้นและไล่รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เจ้าของเว็บไซต์เขาใช้วิจารณญาณ ในฐานะเจ้าของและผู้ดูแลชุมชน เพื่อดูแลชุมชนให้มีสถานภาพที่เขาคิดว่าควรจะเป็น และมีคุณภาพอย่างถึงที่สุด ในสถานะแบบนี้แนวทางแบบนี้ก็ต้องยอมรับว่า efficiency ในระดับที่เหมาะสมกับขนาดของชุมชน, ต่อไปอาจจะเปิดให้สมาชิกเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ได้ (ถ้าดูตามพัฒนาการ หากจะเป็นอย่างนั้นก็คงเป็นสมาชิกที่มีการ contribute มากๆ, อันนี้ก็เป็นแนวทางตามมาตรฐานของ opensource community อยู่แล้ว, ลองอ่านงานของ Eric Raymond ดูจะเข้าใจความคิดเรื่องนี้)

ถ้า survivalsin อาจจะเห็นว่าการจัดการชุมชนตามแนวทางนี้ไม่น่าจะถูกต้อง (คือมองว่าไม่ได้ให้สิทธิกับสมาชิกทุกคนในการกำหนดแนวทางอย่างเต็มที่) ผมก็คิดว่าเขามีสิทธิอย่างเต็มที่ ที่จะไปสร้างชุมชนแบบนี้ที่อื่นได้และสร้างบุคลิกตามที่คิดว่าควรจะเป็นขึ้นมา ผู้ชมอย่างผมและคนอื่นๆก็จะมีทางเลือกในการรับชมข่าวสารมากยิ่งขึ้น และแน่นอน Blognone และชุมชนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาก็จะถูกเปรียบเทียบและประเมินอย่างยุติธรรม

แต่ถ้าคุณคิดว่าการสร้างชุมชนแบบนี้ทำได้ยากและเป็นภาระ, blognone ก็คงเป็นทางเลือกเดียวของคุณ การเอ่ยวาจาขออภัยในพฤฒิกรรมที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ยากเกินไปไม่ใช่หรือครับ และดูเป็นลูกผู้ชายดีออกด้วย

kangg's picture

ถ้าจะขออภัยซึ่งกันและกัน ผมว่าน่าจะเป็น 3 ฝ่ายเลยนะคือคุณ survivalsin, คุณ kamthon และ ตัวแทน Blognone ที่ทำการแบนยูสเซอร์ไปแล้ว

nath's picture

เห็นด้วยค่ะ ที่อยากพูดอยากพูดแบบนี้แหละ จริงๆแล้ว คำพูดเป็นสิ่งสำคัญอย่างนี้ความเห็นก่อนหน้าพูดถึงด้วยค่ะ ที่ว่ามาใช้คำพูดให้นุ่มนวลดีกว่าไหม?


::: Na - th :::
DuRiAn's picture

ตอนนี้ความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย…
เห็น BN ชอบจัดโพล งั้นเรามาโหวตกันดีมั้ยครับ? พูดเล่นเอาจริงนะครับเนี่ย ;-p

แต่จะดีกว่าถ้าให้จบๆไป คืนสถานะภาพสมาชิกแล้วมาเริ่มกันใหม่ ดีมั้ย? (ขอความเห็น)

nath's picture

เห็นด้วยเรื่องที่น่าจะมีการโหวตนะคะ แต่ไม่น่าจะต้องทำเป็นโพลอ่ะค่ะ เพราะบางทีก็วัดอะไรไม่ได้ค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่า คนที่มาโหวต เอนเอียง หรือ เป็นกลาง หรือที่สำคัญคือ ได้รู้เห็นในเหตุการณ์จริงๆเท่าไหร่?

บางเสียงที่โหวต อาจจะมีประเภท เรื่องชาวบ้านตีกันสนุกดีก็โหวตขำๆก็มีนะคะ

ก็ลองให้คนที่เชื่อถือได้ ที่พี่ลิ่วพี่มาร์คไว้ใจได้ (ที่มีดาวอ่ะค่ะ) ลองอ่านและตัดสินกันดูไม่ดีเหรอคะ?


::: Na - th :::
lew's picture

กระทู้นี้ที่มีดาวแล้วไม่ใช่พี่กับ mk มีสามคนครับ molecularck, infernohellion, และ msmart

ประเด็นหนึ่งที่ควรระวังมากคือที่นี่เราไม่บังคับให้ใครทำอะไรทั้งสิ้นครับ ถ้าอยากเข้ามาเขียน ก็เพราะเขียนแล้วมีความสุข เขียนแล้วได้แบ่งปัน หรืออะไรก็ได้ที่คิดว่าเขียนแล้วดีก็เขียนกันไป กับคอมเมนต์ก็เช่นกัน

ดังนั้นแล้วถ้าเหล่าคนที่พี่เชื่อใจจะมาแสดงความเห็นเขาก็มากันเองครับ กระทู้นี้ก็เปิดโอกาสให้คนเหล่านั้นเข้ามาแสดงความเห็นได้อยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการทำโพลอย่าทำเลยครับ


LewCPE

ykpb's picture

กำลังนั่งนับเสียงในกระทู้อยู่เลย ตัดเจ้าของ BN กับ 2 ต้นเหตุออก ได้ความว่า

เห็นด้วยกับเจ้าของ BN: 10 ไม่เห็นด้วย: 15 กลางๆ ไม่ฝั่กใฝ่ฝ่ายใด: 7

อาจจะไม่เป๊ะๆ เพราะบางความเห็นก็ก้ำกึ่ง แต่ก็พอเห็นแนวโน้ม

ผมว่าบางคนก็กรุ่นๆมาตั้งแต่กรณี dean4j นะ (ผมคนนึงหล่ะ) แต่ถ้าตามกฎที่เจ้าของตั้งไว้ ผมที่ไม่เคย contribute อะไรให้ที่นี่เลย เสียงผมคงไม่นับ :)

ooseven's picture

ถ้าเป็นฟุตบอล หลังจากดู replay แล้ว replay อีก สรุปแจกใบแดงทั้ง 2 คู่กรณีครับ

bow_der_kleine's picture

กระทู้ชักจะบานปลายและแตกประเด็นออกไปเรื่อย ๆ แถมยังมีคนรื้อเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่อีกต่างหาก

ก่อนอื่นผมแสดงความคิดเห็นต่อประกาศก่อนครับ ผมเห็นว่าการกระทำของคุณ survivalsin ไม่เหมาะสมจริง ๆ และเป็นการกระทำที่แรงพอสมควร เพราะอ่านแล้วพอจะเดาได้ว่าความคิดเห็นของคุณ survivalsin มี site effect ต่อ blognone แน่นอน แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการปลดความเป็นสมาชิกของคุณ survivalsin ออก เพราะ

  1. โทษหนักเกินไป
  2. ใช้ไม่ได้ผล เพราะเห็นคุณ survivalsin ก็สมัครเข้ามาอีกรอบ
  3. blognone เจอ site effect เพิ่มอีกเพียบ

แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของ mk กับ lew เพราะนอกจากทั้งสองคนมีสิทธิในฐานะคนริเริ่ม ดูแล blognone และเป็นคนเขียนข่าวมากที่สุดแล้ว ผมยังเห็นใจทั้งสองคนที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยใน blognone ที่มีสมาชิกหลักพันอีกด้วย

หลาย ๆ คนที่แสดงความคิดเห็นอาจลืมไปว่า ทั้งสองคนไม่เคยได้ผลประโยชน์จาก blognone เลย ข่าวที่อ่าน ๆ กันอยู่ ก็เป็นการสละเวลาว่างของทั้งสองคน รวมถึงคนเขียนข่าวคนอื่น ๆ โดยที่ทุกคนไม่หวังผลตอบแทนอะไร ผมอยากให้เรานึกภาพเวลาไปขอข้าวคนอื่นกิน แล้วเราก็บอกเจ้าของข้าวว่า “อี้… กับข้าวไม่อร่อยเลย คราวหน้าทำให้อร่อย ๆ กว่านี้อีกนะ จะได้มากินอีก” ดูครับ

BioLawCom.De

mk's picture

ผมขอตอบเฉพาะข้อ 3. site effect (เข้าใจว่าหมายถึง side effect)

ผมคิดว่าเรื่องนี้มีผลดีต่อ Blognone มาก ถึงแม้ว่าจะมีคนไม่พอใจผมและส่งผลให้ทราฟฟิกของ Blognone ลดลงไปบ้าง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจเลย ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชนต่างหาก

ผมคิดว่าถ้าหากชุมชนยังไม่เข้าใจถึงเรื่อง contribution แล้ว ถึงแม้ว่ายอดสมาชิก-คนอ่านจะมากขึ้น แต่นั่นอยู่บนฐานที่เปราะบาง การที่มีประเด็นให้คนในชุมชนได้ขบคิด (ถึงแม้ว่าจะคิดเฉยๆ ไม่แสดงความเห็นอะไร ซึ่งมีเยอะ) เป็นการสร้างฐานที่ดี คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณครับ

bow_der_kleine's picture

side effect (ภาษาอังกฤษอ่อนจัด เขียนผิดตลอด) ที่ผมคิด ผมคิดเรื่องปริมาณคนดูเป็นเรื่องสุดท้ายเหมือนกันครับ ที่ผมค่อนข้างเป็นห่วงคือ

  • เรื่องของการพาดพิงถึง mk และ lew (โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน) แล้วมันจะส่งผลถึงการจัดการที่ยากขึ้นในอนาคต
  • เรื่องของการถกกันแบบบานปลาย โดยที่ไม่มีการคุมประเด็นที่ชัดเจน ผมกลัวว่าผลที่ออกมาคือ ไม่มีข้อสรุป แต่บางคนเกิดอาการผูกใจเจ็บ (อันที่จริงผมก็ชอบการถกกันแบบอภิปลายเปิดกว้างครับ แต่บางเรื่องก็ต้องดูวุฒิภาวะของผู้ร่วมอภิปรายด้วย)
  • เรื่องภาพลบของ Blognone ที่ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อปริมาณคนดูเท่านั้น แต่มันจะส่งผลให้การดำเนินการต่าง ๆ ในอนาคตมีแรงเสียดทานมากขึ้นด้วย

แต่ที่ mk เขียน ผมเห็นด้วยครับ คือพอมีการพูดเรื่องนี้กันทีนึง ทุกคนก็จะตื่นตัวกันทีนึง และก็จะมีการกรองคนอ่าน Blognone กันทีนึง

BioLawCom.De

lew's picture

เรื่องผูกใจเจ็บนี่ผมเข้าใจเอาเองว่าหลายๆ คนก็ยังผูกใจเจ็บมาจากครั้งก่อนๆ นะครับ


LewCPE

mrfreeman's picture

นานาจิดตัง
แปลว่า ต่างคนต่างความคิด

ขันติ
แปลว่า ความอดทน

อหิงสา อโหสิ
แปลว่า ไม่เบียดเบียน และการให้อภัย

สุขา สังฆัสสะ สามัคคี
แปลว่า ความปรองดอง หรือความสามัคคีของหมู่คณะก่อให้เกิดความสุข

สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา
แปลว่า ความพร้อมเพรียงของหมู่ชน ยังความเจริญให้สำเร็จ

นิสัมมะ กรณัง เสยโย
แปลว่า ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า (ขยายความอีกนิด ควรจะคิดให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยทำ)
(อันนี้ไม่ใช่พระพุทธพจน์น่ะครับ)

bow_der_kleine's picture

ธรรมะเป็นสัจจะนิรันดร์ก็จริงครับ แต่เป็นสัจจะนิรันดร์ที่ขึ้นอยู่กับเวลา และสถานการณ์ครับ

BioLawCom.De

cwt's picture

ธรรมะ เป็น อะกาลิโก แปลว่าไม่ขึ้นอยู่กับเวลา ธรรมะ เป็น เอหิปัสสิโก แปลว่าพิสูจน์ได้

แค่ไม่อยากจะให้ตีความธรรมะเข้าข้างตัวเองครับ ถ้าจะพูดถึงเรื่อง ‘การพูดความจริง’ ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าควรพูดที่ใด เวลาใด นั่นมันคนละเรื่องกัน

bhattee's picture

ขึ้นอยู่กับเวลาหรือสถานการณ์และวจะเป็น นิรันดร์ ได้อย่างไรโปรดขยาย

bow_der_kleine's picture

สัจจะนิรันดร์คือ อีกร้อยปีก็ยังเป็นความจริง ข้อนี้คงชัดเจน แต่จะให้ผมไปสามัคคีกับเผด็จการผมก็ไม่เอา คือจริง ๆ ผมจะเขียนเลี่ยงน่ะครับ หากเขียนว่า “ใช้ธรรมะให้ถูกกาละเทศะด้วย” คงจะเข้าใจกันมากขึ้น

BioLawCom.De

p-joy's picture

เอ่อ ที่คุณ mrfreeman เขียนน่ะ คนเขียนก็บอกแล้วนี่ครับว่าไม่ใช่พระพุทธพจน์

เพราะถ้าธรรมะใช้ได้เฉพาะบางเวลาก็แย่แล้วครับ อย่าลืมนะครับว่าที่ท่านสอนคือ ยอมสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมะ ไม่มีคำสอนข้อไหนบอกให้โกหกเพื่อรักษาภาพพจน์ เพื่อคงไว้ซึ่งชีวิต หรือโกหกเพื่อรักษาชีวิตคนอันเป็นที่รักของเรา

ยืนยันนะครับว่า ธรรมะใช้ได้ทุกเวลาครับแม้เวลานั่งอุจจาระ

bhattee's picture

-_-“

คือผมเห็นว่าการบอกว่าสัจจะนิรันด์ แต่ต้องขึ้นกับ[กาละ-เทศะ]ขึ้นกับเวลาและสถานที่นั้น หมายความว่าอย่างไร ด้วยความเครพว่าคุณ bow_der_kleine มีความรู้ทางด้านปรัชญามาก เลยสงสัยอยากทราบรายละเอียดก็เท่านั้นเองน่ะครับ ว่ามีประเด็นหรือวาทกรรมอย่างไร

ทำไมต้องตอบแบบเหมือนแขวะกันด้วยแบบนี้นะครับ

ถึงผมจะมีความเห็นไม่ตรงกับคุณในประเด็นทางการเมือง แต่ผมก็ยังนับถือและเคารพคุณนะครับ

บอกนิดนึงว่าผิดหวังเหมือนกันที่ตอบคำถามแบบนี้

bow_der_kleine's picture

เออ…. รู้สึกผมจะสื่อไม่ชัดเจนมาก ๆ ครับ หากใครรู้สึกไม่ดีกับที่ผมเขียนต้องขออภัยด้วยครับ ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ

เนื่องจากไม่อยากเขียนยาว เพราะผมเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับประเด็นเท่าไร และจริง ๆ ผมก็คิดว่า ธรรมะก็ต้องมีเรื่องของกาละเทศะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย (อย่างเรื่องนี้ ผมก็คิดจริง ๆ นะครับว่า ใช้หลักความสามัคคีในเวลานี้ คงไม่ค่อยจะถูก เพราะทุกคนก็จะเขิน ๆ กัน จนไม่ได้ข้อสรุป หากถกกันจบแล้ว ให้อภัยกัน แล้วมาสามัคคีกัน ก็ยังไม่สาย) แต่ไม่อยากเขียนตรง ๆ กลัวว่าคุณ mrfreeman จะเข้าใจผิด ก็เลยอ้อม ๆ เอาครับ โดยเลือกจะใช้คำว่า เวลาแทนกาละ สถานการณ์แทนเทศะ กลายเป็นว่าเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ก็เลยคิดว่าเขียนตรง ๆ เลยดีกว่า ปรากฏว่าแทนที่จะแก้ กลายเป็นเพิ่มปัญหาแทน ต้องขออภัยด้วยครับ

BioLawCom.De

Mr.JoH's picture
  1. ถ้าไม่เกิดกระทู้ประกาศแบนสมาชิกนี้ survivalsin จะเข้ามาชี้แจง?

  2. ผมปล่อยให้สังคมในนี้ตัดสินกันมาหลายวัน สิ่งที่ได้คือความเงียบ (เช็ควันจากข่าวต้นเหตุ กับกระทู้นี้ได้) แบบนี้ผมควรทำอย่างไรครับ?


อันนี้ไม่รู้ผมเข้าใจผิดหรือเปล่านะ แต่เท่าที่ดู พี่ mk ประกาศ แบน ก่อนนี่ครับ แล้วเขาจะมีโอกาสชี้แจงได้อย่างไร แต่ถ้าเป็นกระทู้ที่เปิดโอกาสให้ชี้แจงก่อน หรือไม่ก็ตักเตือนก่อน ok อันนั้นยอมรับได้

ไม่รู้สินะ ผมว่าการสื่อสารด้วยการพิมพ์ มันมีโอกาสก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้มากเหมือนกัน บางที(ย้ำว่าบางที) คุณ survivalsin อาจจะพูดแบบขำๆไม่คิดอะไรก็ได้ แต่คนอื่นเข้าใจผิด ก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่โต พอพี่mk แบน คุณ survivalsin ก็เลยไม่พอใจ ซึ่งวันหลังหากเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้นมาอีก ผมว่าพี่mk ควร ถามความเห็นก่อน ban นะครับ

ปล. สมัยก่อนผมเคยเข้าไปอ่านใน educationzon มีอยู่กระทู้หนึ่งที่มีความเห็นการเหยียดสถาบันการศึกษากันรุนแรงมาก (ถ้าจำไม่ผิดก็เกือบทุกสถาบันในประเทศไทยเลย) มีคนบอกให้ webmaster ให้ลบกระทู้ แต่ webmaster ไม่ยอมลบ ด้วยเหตุผลประมาณว่า “ทุกคนมีสิทธิที่จะเขียน การที่ใครเขียนอะไร ก็แสดงภูมิปัญญาของคนเขียนอยู่แล้ว แล้วเขาก็ต้องรับผิดชอบใน