โดย ฌวน ฮาน รองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน ฝ่ายขายแอพพลิเคชั่น, ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น
ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา แวดวงอุตสาหกรรม นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติ้งมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีการเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ได้รับการจากเปลี่ยนย้ายจากรายจ่ายด้านทุน (CapEx) ไปสู่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาทางด้านไอที เช่น การปรับขนาดอย่างยืดหยุ่น หรือความจุแบบออนดีมานด์ และการลดความยุ่งยากซับซ้อนในการจัดการระบบไอที และช่วยให้บุคลากรทางด้านเทคโนโลยีสามารถทุ่มเทเวลาและความพยายามให้กับการแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน
แม้ว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวจะมีประโยชน์ แต่ก็มักจะบดบังประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากที่สุด นั่นคือแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่จัดหาให้บนระบบคลาวด์ในรูปแบบของ Software-as-a-Service (SaaS) โดยคิดค่าสมาชิกรายเดือนนับเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะจะช่วยแก้ไขปัญหา “ช่องว่างทางด้านนวัตกรรม”ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อฝ่ายไอทีในองค์กร
‘SaaS’ ไม่ใช่แนวคิดใหม่ ที่จริงแล้วเส้นทางการพัฒนา SaaS สามารถนับย้อนไปได้ถึงปลายทศวรรษที่ 1990 เมื่อผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น นำเสนอแอพพลิเคชั่นบนเว็บตามจินตนาการของผู้จัดการฝ่ายไอทีจำนวนมาก แอพพลิเคชั่นในยุคแรกๆ มักจะมุ่งเน้นงานขายอัตโนมัติ และการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ รวมไปถึงการจัดการเว็บคอนเทนต์
แต่มาวันนี้ เทคโนโลยี SaaS ของออราเคิลมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยจะครอบคลุมทั้งในส่วนของการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งประกอบไปด้วยการรับสมัครงาน การจัดการบุคลากร และงาน HR หลัก รวมไปถึงระบบงานธุรกิจแบบครบวงจร เช่น การบันทึกคำสั่งซื้อในระบบการเงินหลังจากที่ลงรายการไว้ในเครื่องมือ CRM ลูกค้ากว่า 80,000 รายทั่วโลก พึ่งพาแอพพลิเคชั่นแบบครบวงจรของออราเคิลสำหรับองค์กรและกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ
แท้จริงแล้ว โซลูชั่นคลาวด์ของออราเคิลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในธุรกิจของเรา ซึ่งนั่นคือเครื่องยืนยันว่าออราเคิลเข้ามาในตลาดนี้ “อย่างเต็มตัว และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้ใช้กว่า 25 ล้านคน และลูกค้า 10,000 รายทั่วโลกใช้ระบบคลาวด์ของออราเคิลในทุกๆ วัน
สะดวกและรวดเร็ว
แอพพลิเคชั่นธุรกิจในรูปแบบ SaaS ของออราเคิลช่วยเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ใช้งาน แอพพลิเคชั่นธุรกิจระดับองค์กรเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ รองรับการทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และทีมงานฝ่ายธุรกิจจะสามารถควบคุมแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่
การเปิดโอกาสให้หน่วยงานธุรกิจทำหน้าที่ควบคุมแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ใช่กรณียกเว้นอีกต่อไป หากแต่เป็นข้อกำหนดสำหรับหลายๆ องค์กร ตัวอย่างเช่น “ในปี 2555 บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพแวดล้อมธุรกิจ Constellation Research เปิดเผยว่า ขณะที่งบประมาณด้านไอทีลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีที่แล้ว การใช้จ่ายในเทคโนโลยีในส่วนงานธุรกิจกลับเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์”
ในส่วนงานธุรกิจผู้ใช้จะสามารถใช้งาน Oracle SaaS เพื่อเริ่มต้นการใช้งานแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น แอพพลิเคชั่น Oracle SaaS สามารถสร้างมูลค่าได้รวดเร็วกว่า ช่วยเพิ่มความรวดเร็วฉับไวในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป
ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ยอดเยี่ยม
ฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น ระบบโมบายล์ หรือโซเชียลมีเดีย ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินในการทำงาน ทั้งยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ด้วยการนำเสนอฟังก์ชั่นใหม่ๆ และหนทางที่แปลกใหม่สำหรับการทำงานร่วมกัน
แอพพลิเคชั่นธุรกิจ SaaS ของออราเคิลได้รับการอัพเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงฟังก์ชั่นการทำงาน รวมถึงความปลอดภัย ประโยชน์ใช้สอย การติดตั้งแพตช์ และการแก้ไขจุดบกพร่อง นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยฟีเจอร์มากมาย อาทิ การรายงาน และระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำงานภายในกระบวนการทางธุรกิจตามปกติของผู้ใช้ โดยไม่มีการเพิ่มเติมในภายหลังเพียงเพื่อให้ดูดีบนเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์
ความยืดหยุ่นต้องมาก่อน
แอพพลิเคชั่นธุรกิจ SaaS ของออราเคิลเพิ่มความสะดวกในการปรับเปลี่ยนอย่างยืดหยุ่น โดยลูกค้าสามารถเพิ่มผู้ใช้ใหม่และเริ่มต้นใช้งานได้ทันที หรือเปิดใช้โมดูลหรือส่วนประกอบที่ไม่ได้ติดตั้งไว้ในตอนแรก หรือแม้กระทั่งเพิ่มเติมแอพพลิเคชั่นอื่นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Oracle SaaS
นอกจากนี้ ออราเคิลยังใช้มาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการแชร์และวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งในองค์กรและแอพพลิเคชั่นบนระบบคลาวด์ มาตรฐานอุตสาหกรรมเหล่านี้ช่วยแก้ไขปัญหาการยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
ช่วยลดการใช้จ่ายงบประมาณไอทีได้สูงสุดถึง 80%
ไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพด้านการใช้งาน แต่ SaaS จากออราเคิลยังจะช่วยให้องค์กรสามารถลดการใช้จ่ายงบประมาณไอทีได้สูงสุดถึง 80% ซึ่งแต่เดิมแล้วงบประมาณส่วนนี้ถูกใช้ในการจัดการดูแลและบำรุงรักษาระบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และตอนนี้องค์กรจะสามารถนำเอางบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเหมาะสม
ค่าใช้จ่ายที่ลดลงในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้แอพพลิเคชั่นธุรกิจ SaaS จะช่วยให้องค์กรมีเงินทุนสำหรับนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่มีความสำคัญมากกว่า ขณะที่ผู้ใช้ยังคงได้รับประโยชน์จากการใช้แอพพลิเคชั่นธุรกิจรุ่นใหม่ล่าสุดที่ปลอดภัยและมีฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างครบครัน
‘SaaS’ ปลดปล่อยศักยภาพของระบบคลาวด์
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงระบบคลาวด์ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าระบบคลาวด์แต่ละระบบมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หรือกล่าวอย่างชัดเจนก็คือ คลาวด์บางประเภทอาจไม่เหมาะกับบางธุรกิจก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี ในเรื่องของซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (Software-as-a-Service - SaaS) มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน นั่นคือ ออราเคิลสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ทุกองค์กรธุรกิจที่ต้องการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางด้านธุรกิจและไอทีอย่างเป็นรูปธรรม