Tags:

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาผมได้ไปร่วมงานเสวนา "สิทธิพลเมืองกับหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์" ที่จัดโดย Thai Netizen การพูดครั้งนั้นมีผลมากกว่าที่ผมคิด คือหนังสือพิมพ์และสื่อหลายฉบับนำข้อมูลไปอ้างอิง เช่น กรุงเทพธุรกิจ, The Nation, และเจาะข่าวตื้น ข้อมูลในงานนั้นเป็นข้อมูลที่ได้ผ่านทาง iLaw ที่นัดแนะให้ผมเข้าไปดูเอกสารสำนวนคดีที่ทางฝั่งจำเลยได้รับมา เนื่องจากเวลาในงานนั้นมีจำกัด และกลุ่มผู้ฟังไม่ใช่คนในสายวิชาการนัก ผมจึงตัดสินใจมาเขียนบทความอีกครั้งใน Blognone

บทความนี้เป็นการชี้ว่าด้วยหลักฐานเท่าที่มี มันมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีกจำนวนมาก และหากยึดมาตรฐานว่าหลักฐานเท่านี้เพียงพอต่อการดำเนินคดีและลงโทษ อาจจะทำให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสีหรือการสวมรอยบุคคลอื่นๆ ทำความผิดตามมาได้อีกมากมาย

ข้อเท็จจริงในคดี

หลายคนอ่านจากหลายที่แล้วอาจจะเจอข้อเท็จจริงไปแบบต่างๆ อย่างใน Blognone เองที่คุยกันก็มีความสับสนมาก จึงข้อไล่ข้อเท็จจริงกันก่อน

  1. หลักฐานข้อความคือภาพถ่ายหน้าจอโทรศัพท์จำนวน 4 ภาพ เป็นภาพถ่ายหน้าจอโทรศัพท์
  2. การส่งมีขึ้นในวันที่ 9, 11, 12, 22 พฤษภาคม 2553 จากหมายเลข "-3615" ในเครือข่าย DTAC เป็นหมายเลขไม่ลงทะเบียนชื่อผู้ใช้ ภายหลังตรวจพบว่ามีข้อความที่หมายเลขนี้ส่งข้อความไปมากกว่านั้น แต่ไม่มีข้อมูลว่าเป็นข้อความอะไร
  3. หมายเลข IMEI ที่ใช้งานกับหมายเลข -3615 นั้นคือ 358906000230110
  4. เจ้าหน้าที่ค้นหาว่าหมายเลข 358906000230110 มีการใช้งานกับหมายเลขใดอีกบ้าง จึงพบว่ามีการใช้งานกับหมายเลข "-4627" ในเครือข่าย True แบบไม่ลงทะเบียนผู้ใช้อีกครั้ง
  5. แต่จากการตรวจสอบการใช้งานของหมายเลข "-4627" พบว่ามีการติดต่อกับอีกหมายเลขหนึ่ง เป็นหมายเลขลงทะเบียน ภายหลังจึงทราบว่าเป็นหมายเลขของลูกสาวคุณอำพล
  6. Cell ID ของ DTAC ที่ใช้ส่ง SMS คือ Cell ID หมายเลข 23672 กินพื้นที่ซอยวัดด่านสำโรง ซอย 14 ถึง 36 โดยบ้านนายอำพลอยู่ที่ซอย 32 และ Cell ที่หมายเลข -4627 ใช้งานนั้นอยู่บริเวณเดียวกัน
  7. หมายเลข -3615 และ -4627 ใช้งานในเวลาใกล้เคียงกัน และไม่เคยใช้งานในเวลาเดียวกัน
  8. log เป็น log การใช้งานบันทึกช่วงเวลาที่มีการรับส่งต่างๆ โดยตลอดทั้งวันมี SMS เข้าหมายเลข -4627 เป็นช่วงๆ ในเรื่องนี้คำพิพากษาฉบับเต็ม (PDF) ได้ระบุไว้ว่าหมายเลข -4627 นั้นมีการส่ง SMS จำนวนมาก ผมไม่แน่ใจว่าเอกสารที่ผมเห็นครบถ้วนหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นคือมีแต่การรับเท่านั้น
  9. ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเครื่องไปเพื่อหาว่ามีการแก้หมายเลข IMEI หรือไม่ และหาข้อความที่อาจจะเหลือหลักฐานในเครื่อง แต่เครื่องเสียหายจนไม่สามารถตรวจสอบหมายเลข IMEI จากเครื่องได้ (ตรวจได้จากสติกเกอร์หลังเครื่องเท่านั้น) ทำให้ไม่สามารถตรวจหน่วยความจำในเครื่องได้อีกเช่นกัน ที่เหลือคือข้อมูลในการ์ด micro SD ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้ดัมพ์ลง CD ให้แล้ว (ไม่พบเอกสารว่ามีข้อมูลอะไรภายใน)

หมายเลข IMEI

ประเด็นว่าหมายเลข IMEI ว่าปลอมได้หรือไม่นั้นคงเป็นประเด็นที่มีการพูดกันมากแล้วว่าปลอมได้ ในบางรุ่นแทบไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ มากไปกว่าสาย USB และซอฟต์แวร์ เท่านั้น

No Description

ประเด็นที่ควรกังวลอีกประเด็นหนึ่งคือแม้เราจะไม่รู้หมายเลข IMEI ของคนทั่วไปเพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน แต่ในทางปฎิบัติแล้วหมายเลข IMEI ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด เครื่องส่วนมากสามารถดูหมายเลข IMEI ได้ด้วยการกด *#06# ในส่วนสติกเกอร์นั้นมักติดอยู่ใต้แบตเตอรี่ ตัวกล่องโทรศัพท์เองมักมีหมายเลข IMEI บอกไว้ภายนอกกล่อง หมายเลขนี้จะผ่านตาคนจำนวนมาก เช่น พนักงานขาย โทรศัพท์มือถือ หรือคนซ่อมโทรศัพท์ ฯลฯ ต่างจากหมายเลขที่เป็นความลับเช่นรหัสบัตรเอทีเอ็ม ที่จะส่งมาในซองดำที่คอมพิวเตอร์ถูกออกแบบให้พิมพ์ตรงออกมายังซองปกปิด ไม่มีใครเห็นรหัส แม้แต่ตัวพนักงานผู้สั่งพิมพ์เอง

ภาพหน้าจอ

ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งว่าภาพหน้าจอไม่ใช่หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเซฟหน้าจอโดยตรง หรือเอากล้องมาถ่ายภาพหน้าจอก็ตามที ในความเป็นจริงคือเราสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในได้จนไม่เหลือพิรุธใดๆ และการกระทำเช่นนี้ใช้เวลาไม่นาน

การเปลี่ยนแปลงข้อความใน SMS ที่ได้รับมาเป็นหัวข้อที่ทำได้ไม่ยากในโทรศัพท์หลายรุ่น (Nokia, Android, iPhone) เมื่อผ่านการแก้ไขด้วยกระบวนการเหล่านี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อความว่าเป็นข้อความจริงด้วยภาพหน้าจอ

ความถูกต้องของ Log การใช้งาน

ในคำพิพากษามีส่วนหนึ่งระบุถึงความถูกต้องของ log ว่ามีผลสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ แต่หากใครทันยุคโทรศัพท์อนาล็อก (ระบบ AMPS) อาจจะจำได้ว่ายุคหนึ่งฝันร้ายของคนใช้โทรศัพท์มือถือคือการถูกจูนโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายจำนวนมากจากเหยื่อที่ไม่ได้ใช้งาน ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการอยู่ต่อเนื่อง แม้แต่ในปัจจุบันนี้เอง ปัญหาการคิดค่าบริการผิด (ซึ่งก็คิดมาจาก log การใช้งานเหล่านี้) ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญที่สบท. และกสทช. ต้องรับเรื่องแก้ไขกันเรื่อยมาจนเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของวงการโทรคมนาคมไทย ในยุโรปเองเริ่มมีรายงานผู้ใช้ถูกจูนโทรศัพท์ในระบบ GSM กันบ้างแล้ว ปัญหาความไม่น่าเชื่อถือก็ยังอยู่กับวงการโทรคมนาคมต่อไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

ในด้านความปลอดภัยนั้น การโจมตีผู้ให้บริการเพื่อให้เกิด log ที่ผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เช่น การจูนโทรศัพท์ในระบบ GSM ที่เพิ่งมีรายงานไม่กี่วันมานี้, การโจมตีด้วย De-Registration Spoof ที่มีรายงานมาตั้งแต่กว่าสิบปีก่อน ทำให้ผู้ให้บริการเข้าใจว่าเครื่องปลายทางมีการปิดเครื่องไป

ช่องโหว่ของระบบ GSM นั้นมีจำนวนมาก และความผิดพลาดในการออกแบบจำนวนหนึ่งได้รับการแก้ไขไปในระบบ 3G รายงานช่องโหว่ส่วนมากปรากฏอยู่ในรายงานเชิงเทคนิคของ 3GPP (PDF) ซึ่ง 3GPP เป็นหน่วยงานออกมาตรฐานในระบบ 3G เอง

การใช้งานสลับกัน

การใช้งานสลับกันเป็นหัวข้อที่คงพูดถึงกันมากที่สุดต่อจากการปลอม IMEI ในคดีนี้คือการใช้งานสลับกัน อย่างที่ได้กล่าวในหัวข้อที่แล้วว่าการ "หลอก" ผู้ให้บริการว่าเครื่องออกจากระบบนั้นทำได้ แต่หากต้องการกระทำเช่นนั้นจริง มีวิธีที่ง่ายกว่ามากคือการรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

เครื่องรบกวนสัญญาณมือถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งในระบบการควบคุมการนำเข้าอุปกรณ์วิทยุในประเทศไทย ขณะที่การปล่อยคลื่นที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากกสทช. เช่นนี้ทำไม่ได้ตามกฏหมาย แต่อุปกรณ์เหล่านี้กลับมีวางขายอยู่ทั่วไปในหลายขนาดหลายราคา ตั้งแต่ 10-100 เมตร และมีการใช้งานทั่วไปตามห้องประชุม หรือสถานที่ต่างๆ

การที่ log ไม่แสดงว่ามีการใช้งานทับช่วงเวลากัน แล้วถือว่า log เช่นนั้นเป็นการยืนยันว่าข้อความถูกส่งออกมาจากเครื่องเดียวกันจริง ทั้งที่ไม่สามารถตรวจสอบจากตัวเครื่องได้ จะสร้างคำถาม และเปิดช่องให้มีการโจมตีกันได้อีกมาก เช่น หากมีคนมีความตั้งใจจะโจมตีใส่ร้ายผู้อื่นว่าเป็นผู้กระทำความผิด เขาต้องการเพียงรู้หมายเลข IMEI แล้วจัดหาเครื่องตัดสัญญาณที่แรงพอ เดินออกไปนอกเขตทำการของเครื่องตัดสัญญาณแล้วใช้เครื่องที่ปลอมแปลงมาส่งข้อความออกไป ทั้งหมดไม่ต้องแตะต้องเครื่องที่ถูกโจมตีหรือใช้ความรู้พิเศษไปกว่าความรู้ทั่วไปที่ช่างซ่อมโทรศัพท์ทั่วไปสามารถทำได้

การพิสูจน์ตัวตน

ด้วยข้อสงสัยทั้งหมด ผมยังคงตั้งคำถามว่าหากเราสามารถหาหลักฐานยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเครื่องที่ใช้กระทำความผิดนั้นเป็นเครื่องที่จับกุมได้จริง เจ้าหน้าที่ควรต้องหาหลักฐานยืนยันตัวผู้กระทำเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนหน้านี้คดีทางคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่เคยระมัดระวังในเรื่องพิสูจน์ตัวบุคคลถึงกับซุ่มจับขณะที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หน้าเครื่อง แม้จะมีประเด็นคำถามอื่นๆ ต่อความถูกต้องในการจับกุมว่าผู้ต้องหาได้รับสิทธิต่างๆ อย่างครบถ้วนหรือไม่ แต่คำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับมาตรฐานการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำความผิดที่คดีนี้ใช้เพียง log ที่ชี้ไปยังโทรศัพท์เครื่องหนึ่งเท่านั้น

คำถามสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้คือมาตรฐานของหลักฐานว่าเพียงพอต่อการดำเนินคดีหรือไม่นั้นอยู่ตรงไหน และคำถามสำคัญต่อสังคมคือเราจะเอามาตรฐานนี้จริงๆ หรือเปล่า?

Get latest news from Blognone

Comments

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 December 2011 - 16:45 #369444
bahamutkung's picture

สรุปคือถ้าจะแกล้งใครให้เข้าคุก แค่มีตัวตัดสัญญาณกับคอม 1 เครื่อง และแอบดู imei เป้าหมายให้ได้พอ เพราะหลักฐานคดีนี้มีนิดเดียวจริงๆ

ผมกลับนึกถึงปาร์ตี้ contributor/writer ของเว็บเราที่แลก device ดูกันสบายๆ ยังไม่รวมถึงในชีวิตจริงที่เราให้คนยืมมือถือกันได้ง่ายๆ

คุณ lew สนใจลองสาธิตวิธีนี้ในปาร์ตี้ครั้งหน้ากันมั้ยครับ?


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 17:50 #369470 Reply to:369444
lew's picture

เครื่อง Jammer ในถ้าว่ากันตามตัวอักษร น่าจะผิดกฏหมายทั้งคนขายและคนใช้งานครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 December 2011 - 18:10 #369477 Reply to:369470
bahamutkung's picture

แหะๆ อ่านบทความนี้แล้วว่าจะซื้อมาลองเล่นพอดี /ชักเท้ากลับมาจากประตูฮ่องกง

แต่แบบนี้ที่มีคนแนะนำว่าให้ฝ่ายจำเลยสาธิตในศาลก็ทำไม่ได้อยู่ดีสิครับ เพราะจะไปผิดกฎหมายอีกกระทง


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 23:30 #369540 Reply to:369477
lew's picture

อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ ว่าการส่งคลื่นความ "ถี่ภาย" พื้นที่ของเรา หรือเพื่อการศึกษาทำได้หรือไม่ ต้องรอถาม (และควรเรียกร้องให้ทำได้ เพราะการปิดกั้นการสื่อสารในที่ของเราควรเป็นสิทธิ)

กรณีที่ทำได้เท่าที่ผมรู้แน่ชัดคือเยอรมันที่มีคลื่น 900MHz บางส่วนของระบบ GSM ไปทับซ้อนกับ unlicensed band ทำใหสามารถเล่นอะไรต่อมิอะไรกับระบบ GSM ได้ในเยอรมัน


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 04:27 #369617 Reply to:369540
bahamutkung's picture

แต่ในไทยผมก็คงไม่กล้าเสี่ยงแล้วล่ะครับถ้ารู้ว่ามันอาจจะถูกตีความได้ว่าผิดกฎหมาย โดนลูกหลงมากลัวคุณ lew ไม่ส่งโอเลี้ยงให้ (ฮา)

คนไทยตีความเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก T^T


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 00:58 #369564 Reply to:369444

ที่สำคัญคือเมื่อเราได้ทุกอย่างครบถ้วนแล้ว เราสามารถกลั่นแกล้งอีกฝ่ายได้ทุกอย่าง จะเอาข้อหาไหนก็ได้
เป็นนักค้ายาก็ได้ ค้ามนุษย์ก็ได้ ค้าของเถื่อนก็ได้ ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ก็ได้ เป็นสายลับให้เขมรก็ได้ เป็นโจรใต้ก็ได้ เป็นผู้ก่อการร้ายก็ได้ ฯลฯ

แต่ทำไมถึงมีแต่มาตรา112เท่านั้นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูด รู้ไหมครับ?
ก็ไอ้พวกที่โหนกระแสคดีอากงเพื่อเอาไปแก้มาตรา112 มันก็พวกล้มจ้าวทั้งนั้น มันถึงเล่นแต่มาตรานี้อย่างเดียว ไม่สนมาตราอื่นที่มีปัญหาเหมือนกันเลยไงล่ะ

แต่เนื่องด้วยประชาชนเค้าไม่กินหญ้า กระแสถึงไม่มีวันจุดไม่ติด ประชาชนฉลาดพอที่จะไม่เล่นด้วย

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 04:25 #369616 Reply to:369564
bahamutkung's picture

"แต่ทำไมถึงมีแต่มาตรา112เท่านั้นที่ถูกหยิบขึ้นมาพูด"

จริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นเพราะมีแต่มาตรานี้ที่การส่ง sms ถือเป็นความผิดสถานหนักในตัวอยู่แล้ว ส่วนข้อหาอื่นที่คุณพูดมามันยังไม่มีกรณีตัวอย่างไงครับ

ซึ่งการเรียกร้องของ Blognone จริงๆ มันคือการเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการเก็บหลักฐานให้รัดกุมกว่านี้ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะแก้กฎหมายข้อไหนเลย และถึงแม้เป็นข้อหาอื่นผมก็เห็นว่าการเรียกร้องของ Blognone ก็เอาไปปรับใช้ได้หมดครับ

ซึ่งผมเห็นคนในเว็บนี้ที่พูดตรงๆ ว่าต้องการล้มเลิกม.112 มีแค่คุณ Thaina เอง อย่าเอาอารมณ์จากที่อื่นมาลงที่นี่ครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 10:56 #369645 Reply to:369564

เหตุที่ไม่เอา มาตรา อื่น นอกจาก 112 มาพูด

เพราะ

  1. มาตรานี้ โทษร้ายแรง เทียบเท่ากับ ฆ่าคน
  2. การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อมีผู้ละเมิด ม.112 นั้นเป็นไปในทางที่ มุ่งที่จะจับใคร หรือ ผู้ใด มากกว่าจะจับผู้กระทำผิด
  3. และผู้ที่ถูกต้องสงสัย ต่อ มาตรานี้ มักต้องหา ทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ซึ่งขัดกับหลัก นิติรัฐ
    ซึ่งผมรู้สึกสลดมาก เพราะเคยเห็นสมาชิกบางท่าน ตอบว่า ผมฉลาด พอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตัวเอง หมายความว่า ถ้าเราเห็นผู้บริสุทธ์ โดนมาตรานี้ แต่โง่ จน หรือ อะไรก็ตาม เค้าคนนั้นก็สมควรที่จะติดคุก เหมือนที่ อากงโดน และเราควรจะยอมรับมัน เพื่อให้ วิธีการแบบนี้ กับ มาตรานี้คงอยู่ตลอดไปเพื่อเป็นหลักประกัน ให้สถาบันคงอยู่ อย่างนั้นหรือ

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ในตอนนี้ ว่า วิธีการในการดำเนินคดี กับ กฏหมายที่มีบทลงโทษรุงแรงเกินไป นั้นมีปัญหา

แล้วคุณจะปล่อยมันไว้ยังงี้ หรอครับ

คุณทนเห็นผู้(ที่อาจ)บริสุทธิ์ เข้าคุก 20 ปี โดยที่คุณไม่ทำอะไร ไม่รู้สึกอะไร

คุณยอมรับเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

ขอเอาเท่านี้ ก่อนแล้วกันครับ

จุดยืนของผมที่ต้องการให้แก้ไข คือ

1.วิธีการบังคับใช้ ม. 112 และ กฏหมายว่าด้วยการหมิ่นศาล
2.การแก้ไข ตัวกฏหมายให้ชัดเจนและรัดกุม ตามที่กฏหมายอาญา ควรจะเป็น (โดยปกติแล้วการเขียนกฏหมายแบบครอบจักรวาล จะเขียนเฉพาะ กฏหมายทางแพ่ง)
3.บทลงโทษ ที่ต้องลดลง
4 ในกรณที่เป็นไปได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะยกเลิกมาตรานี้ เพราะ มีกฏหมายอื่น สามารถใช้ทดแทนได้อยู่แล้ว


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: jane
AndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 11:03 #369648 Reply to:369645
jane's picture

มาตรานี้ โทษร้ายแรง เทียบเท่ากับ ฆ่าคน = ประหารชีวิต

ทำไมอากงไม่โดนประหารชีวิตครับ?


ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 11:22 #369661 Reply to:369648

ฆ่าคนเนี่ยนะครับประหารชีวิต???

คุณมาจากซีกโลกไหนเนี่ย? ประเทศนี้ หมอฆ่าเมีย ไม่ติดคุกซักปี บำเพ็ญประโยชน์ พอแล้ว

ตอนนี้โทษประหารชีวิตเหลือแค่ประเภทสังหารหมู่หรือกบฏแผ่นดินมั้ง


My Blog

By: kentaonline
iPhoneWindows PhoneBlackberry
on 31 December 2011 - 12:26 #369679 Reply to:369661

By: superballsj2
iPhoneWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 14:39 #370612 Reply to:369679
superballsj2's picture

ฮา จะรอดูว่าจะแก้ตัวว่ายังไง


WoW

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 23:20 #370754 Reply to:370612

ชัดเจนขนาดนี้ คงไม่มีข้อแก้ตัวอะไรครับผมพลาดเอง ที่หาข้อมูลไม่แน่

ขอแก้เป็น โทษหมิ่นประมาท ม.112 มีโทษในระดับที่เป็นน้องของ โทษฆ่าคนตาย


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: superballsj2
iPhoneWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 09:22 #370852 Reply to:370754
superballsj2's picture

ผมไม่ได้หมายถึงคุณนะครับคุณ xxxooo แต่ผมหมายถึงคุณ Thaina น่ะครับ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดครับ

ผมเข้าใจครับว่าคนเราก็ต้องมีผิดพลาดหรือไม่รู้อะไรกันบ้าง แต่กับคุณ Thaina น่ะครับ ที่มักจะพูดในทำนองข้ารู้ข้าถูกเสมอ แล้วก็จิกกัดคนอื่นว่าไม่รู้ ว่าผิด กินหญ้าบ้างล่ะ มาจากซีกโลกไหนบ้างล่ะ เลยอยากจะรู้ว่ากรณีนี้ที่เค้าผิดเต็มๆ เค้าจะยอมรับ หรือเค้าจะไหลไปว่ายังไง


WoW

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 5 January 2012 - 10:00 #370866 Reply to:369679

เข้าใจว่า เขาไปเทียบกับ ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปีมากกว่าครับ( ปมอ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง)

By: qute on 31 December 2011 - 20:55 #369796 Reply to:369661

กฏหมายประเทศไทยฆ่าคนเท่ากับประหารชีวิตครับ อันนี้บอกไว้เป็นความรู้จะได้ไม่ต้องแสดงความไม่รู้นี้ออกมาอีกครับ 555

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 3 January 2012 - 20:57 #370421 Reply to:369796
zerocool's picture

+1


That is the way things are.

By: MN on 31 December 2011 - 22:55 #369820 Reply to:369661

เอามาจากไหน หมอฆ่าเมียไม่ติดคุก

หมอวิสุทธิ์ติดคุกหรือเปล่า

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 11:27 #369663 Reply to:369648

ฆ่าคน โดนโทษสูงสุด 20 ปี ครับ

ฆ่าคน ไม่โดนประหารชีวิต เพราะ เราไม่ได้อยู่ในยุค กฏหมาย ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ครับ


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: Bank14
ContributorAndroidRed HatWindows
on 31 December 2011 - 21:48 #369805 Reply to:369648
Bank14's picture

เพราะกฏหมายไทยมีช่องโหว่ ฆ่าคนตายไม่ถูกประหารหรือจำคุกตลอดชีวิตเสมอไปครับ

ให้ไปดูคดี เสริม สาครราษฏร์, หมออธิป

By: kentaonline
iPhoneWindows PhoneBlackberry
on 31 December 2011 - 12:28 #369680 Reply to:369645

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 12:52 #369689 Reply to:369680
pittaya's picture

มาตรานี้ถูกแก้ไขโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ทำรัฐประหารหลังเกิดเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลา 19 ตามที่ยกมาคือแก้ไขในเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังยึดอำนาจ

ก่อนหน้านี้โทษขั้นหนักสุดคือ 7 ปี และไม่มีโทษขั้นต่ำ

ลองดูประวัติศาสตร์หน่อยก็ดีนะครับว่าสถาบันกษัตริย์เกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์ 6 ตุลา


pittaya.com

By: xenogew
ContributorAndroidWindows
on 30 December 2011 - 16:47 #369446
xenogew's picture

คำถามที่ผมอยากรู้ต่อก็คือ มีแนวทางไหน หรือวิธีการใด ที่จะระบุได้จริง ๆ ว่าผู้กระทำผิด ได้กระทำการนั้นจริง ๆ หรือเป็นหลักฐานที่ไม่มีอะไรมาหักล้างได้อีกแล้ว

หรือเท่าแค่บอกว่า หลักฐานที่ใช้ในการดำเนินคดีนี้ ไม่มีน้ำหนักพอ ก็เอามาแก้ต่างได้ แต่พอมองอีกมุมหนึ่ง ก็ไม่ใช่ว่าเป็นหลักฐานว่าผู้ต้องสงสัย ไม่ได้กระทำผิดจริง ตามการกล่าวอ้างโดยหลักการทางเทคนิคเท่านั้น

แต่เฉพาะข่าวที่ผมรับทราบ ไม่เคยเห็นมีใครพูดเรื่องนี้เลยนะ เรื่องหลักฐานที่จะบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยกระทำผิดจริง หรือไม่จริง มีแต่บอกว่า หลักฐานที่ศาลใช้ในการตัดสิน มีน้ำหนักไม่มากพอ

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 16:53 #369447 Reply to:369446
lew's picture

หลักสูตรพวก information security มีสอนครับ พวก chain of trust หรือ digital forensics

กรณีนี้ที่คนไม่พูดถึงเพราะคาดหวังว่า เจ้าหน้าที่จะมีความรู้เหล่านั้นอย่างเพียงพอแล้ว ได้รับการอบรมอย่างถูกต้อง มีการส่งไปศึกษาจึงมาทำหน้าที่


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: xenogew
ContributorAndroidWindows
on 4 January 2012 - 18:22 #370658 Reply to:369447
xenogew's picture

แสดงว่าทั้งฝ่ายสอบสวน และฝ่ายตัดสินของเรา ยังไม่มีความรู้มากพอ

หรือจะพูดว่า ไม่ได้มีการหาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ มาเพื่อปรึกษาเรื่องทางเทคนิคสินะครับ ว่าหลักฐานที่ได้มาในสำนวนนั้น มันมีน้ำหนักมากพอให้เชื่อ หรือต้องหาอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 16:55 #369448

คดีอากงเนี่ย ที่อากงเข้าคุกประเด็นหลักไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจากทนายไม่มีน้ำยาหวังเอาแกเป็นแพะสังเวยแค่นั้น ส่วนเรื่องประเด็นเทคนิคเนี่ยควรแก้จริงอะไรจริงเพราะมีช่องโหว่จริง

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 17:00 #369451 Reply to:369448
lew's picture

คุณอำพลเข้าคุกตั้งแต่วันแรกที่โดนจับนะครับ (ขอประกันตัวไม่สำเร็จ)


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 30 December 2011 - 17:09 #369457 Reply to:369451
iStyle's picture

อันนั้นเป็นเรื่องของ 112 มั้งครับ เค้ามองว่า 112 แรง เลยไม่ให้ประกัน

ซึ่งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นอีกเรื่องนึง ไม่เกี่ยวกับว่าหลักฐานเบา


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 17:12 #369458 Reply to:369457
lew's picture

ถ้าหลักฐานที่ไม่พอ ไม่ควรมีใครโดน "จับ" ตั้งแต่ทีแรกไงครับ (ไม่ว่าข้อหาอะไร) ไม่ต้องพูดถึงว่าได้ประกันหรือไม่ หรือต้องหาทนายเก่งแค่ไหน


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 10:57 #369647 Reply to:369458

+1 อัยการไม่ควรรับฟ้อง ตั้งแต่ต้น


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 17:12 #369459 Reply to:369451

ผมหมายถึงที่โดน 20 ปีครับ ขอพูดในฐานะเคยเป็น"แพะ"โดนญาติฟ้องใส่ความกะเอาให้หมดตัว ด้วยช่องว่างทางกฏหมายมาแล้ว การสู้คดีของอากงเนี่ยเรียกว่ายื่นแขนยื่นขาพาตัวเองเข้าคุกชัดๆ ศาลไม่สนใจ"ความบริสุทธ์ในใจ"ศาลสนแต่ว่าฝ่ายไหนต่อสู้ได้เข้าทางข้อกฏหมายมากกว่า คดีผมเองตอนที่ขึ้นศาลยังต้องพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งยังต้องเปลี่ยนเลยครับ เพราะทนายบอกตรงๆ เลยว่าถึงเรื่องที่ผมเล่ามามันจะจริงแต่ศาลไม่เชื่อ"ความซื่อสัตย์"ศาลเชื่อแต่"ความน่าจะเป็นของคนทั่วไป" ยิ่งคุณเป็นจำเลยศาลก็มองคุณติดลบแล้ว ดังนั้นต้องสู้ด้วยการให้การให้ข้อกฏหมาย เอื้อประโยชน์ต่อรูปคดีของฝ่ายตนเอง ส่วนเรื่อง"ความจริง"นั้นวางไว้นอกศาลโลด อยากรอดก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ด้วยครับ ผมฟังแล้วสะอึกเลยนะตอนที่ทนายพูดน่ะ ยิ่งพอไปขึ้นศาลให้การในคดีอีกฝ่ายแหลหมดทุกเม็ดมันยังกล้าเลย ผมเชื่อว่าคนเรียนทนายทุกคนทราบข้อเท็จจริงนี้ดี ซึ่งนี้เป็นปัญหาของทุกศาลในโลกทั้งนั้น ถ้าทนายหวังดีจริงคงอธิบายให้อากงเข้าใจแล้วล่ะ แต่ถ้าอธิบายแล้วอากงยังยื่นกรานสู้คดีแบบเด็กไม่รู้ความ พลิกไปพลิกมาแล้วเข้าตัวเองแบบนั้นแต่ทนายไม่คิดทำอะไรเลย ก็แปลว่าทนายเองเต็มใจให้อากงเข้าคุกแล้วล่ะ หรือจะอ้างว่าอากงแกจะสู้เพราะความเชื่อของแก ก็ต้องบอกว่าผลที่ได้คือราคาของความเชื่อที่แกเชื่อครับ หกสิบปีไม่รู้ความยามแก่ก็ซวยไป ร้องโทษฟ้าดินไปก็เท่านั้น เมื่อเลืกจะสู้ด้วยความเชื่อก็ต้องยอมรับผลที่ได้จากความเชื่อด้วย

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 17:17 #369461 Reply to:369459
lew's picture

ทั้งหมดทั้งมวลที่คุณว่ามา เลยคิดว่า "...ประเด็นหลักไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจากทนายไม่มีน้ำยาหวังเอาแกเป็นแพะสังเวยแค่นั้น..." เท่านั้นหรือครับ ไม่ต้องแก้จุดอื่น ไม่ต้องเรียกร้องให้มีการพัฒนามาตรฐานหลักฐานก่อนการจับกุมหรือการพิจารณาคดี ไม่ต้องพัฒนากระบวนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับคดีคอมพิวเตอร์

เพราะประเด็นหลักอยู่ที่ทนาย??

ถ้าโดนจับไม่ได้รับประกันก็ไม่เป็นไร?? ถ้าทนายเก่งพอ ว่าความอย่างเก่งกาจ หลุดออกมาได้ ก็ลืมๆ กันไป???


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 17:28 #369467 Reply to:369461

ผมหมายถึงกรณีที่อากงโดนจัดหนัก 20 ปีครับไม่ได้บอกเลยว่าการแก้ปัญหาช่องว่างทางกฏหมาย เรื่องหลักฐานไม่สมควรทำกลับกันผมว่าหลายเรื่องของกฏหมายไทยมัน"ล้าหลัง"เกินไปด้วยซ้ำ มีแต่ช่องว่างช่องโหว่ควรแก้ได้แล้ว

ถ้าโดนจับไม่ได้รับประกันก็ไม่เป็นไร??
เรื่องประกัน"แล้วแต่ศาล"อีกอยู่ดีล่ะครับ - -

ถ้าทนายเก่งพอ ว่าความอย่างเก่งกาจ หลุดออกมาได้ ก็ลืมๆ กันไป???
ถึงไม่อยากให้ลืมแต่ทำใจเถอะครับ แพะดราม่ากว่าอากงมีเพียบเขียนร้องขอความเป็นธรรม ขอให้ตนเป็นคนสุดท้ายที่เป็นเหยื่อก็มีอยู่ไม่น้อย สุดท้ายมันอยู่ที่ สส.ครับว่าสนใจรึเปล่าที่จะแก้กฏหมาย ให้ประชาชนปลอดภัยมากขึ้นจากการเป็นแพะ แต่บังอิญผมเห็นแต่โดดสภาไม่ก็ด่ากันประจำ เชื่อขนมกินได้ว่าคดีอากงไม่ทำให้"กระบวนการพิจารณาของศาลเปลี่ยนไป"แน่นอนครับ อย่างมากเอาแบบสุดๆ กันไปเลยก็คงพยายามแก้กฏหมายเรื่องกระเด็นดังที่แกโดนแค่นั้น

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 17:33 #369469 Reply to:369467
lew's picture

แนวคิดคุณคือเราเรียกร้องอะไรจากใครไม่ได้ ให้รอ สส. แก้กฏหมายไป???


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 21:22 #369516 Reply to:369469

เราเรียกร้องได้จากสส. ครับเพราะสุดท้ายการผ่านกฏหมายเป็นเรื่องของสภา และสส.มีหน้าที่ดูแลประชาชนถ้าสส.รู้หน้าที่ก็ควรแก้ตามเสียงเรียกร้องของประชาชน แต่ปัญหาอีกข้อของไทยคือสส.มันไม่รู้หน้าที่ครับ....

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 22:49 #369529 Reply to:369516
lew's picture

อย่างนั้นที่ผมเขียนจดหมายถึงนักการเมือง เขียนบทความให้มีการตระหนัก ก็ถูกแล้วนี่ครับ

ทนายอยู่ตรงไหนของสมการ???


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 09:07 #369631 Reply to:369529

ทนายเป็นตัวแปรสำคัญเวลาขึ้นศาลครับ หลักฐานเวลาจะนำเสนอหรือซักค้านมันจะได้ผลไหม อยู่ที่ทนายด้วยครับเพราะถ้าทนายมันเก่ง มันพลิกได้ครับขนาดหลักฐานดีชัดเจน ยังโดนเตะตกมาแล้วของผมเองนี้ล่ะ ทนายอีกฝ่ายแสบมากอ้อมวกวนโน้นลากนี้จนหลักฐานที่มีน้ำหนัก ศาลลดน้ำหนักไปไว้ท้ายประเด็นเลยตอนออกคำพิพากษามา ถ้าทนายไม่สำคัญในสมการเวลาขึ้นศาลคงไม่มีเรทค่าตัวต่างกัน เวลาจ้างทนายแต่ล่ะคนหรอกครับ

By: btxxxx
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 23:16 #369537 Reply to:369516

แล้วคิดว่าจะทำวิธีไหนดี สส.ถึงจะได้ยินเสียงของประชาชนครับ? ในเมื่อตอนนี้มีคนเอามาบอก แล้วคุณบอกว่าไม่มีประโยชน์?

ผมว่าถ้าเป็นอย่างที่คุณว่ามา แทนที่เราจะไปสอนให้เค้าหาทนายเก่ง ๆ เพื่อให้เค้าเอาตัวรอด ผมเห็นด้วยกับการผลักดันให้เห็นจุดบอดหรือข้อบกพร่องพวกนี้มากกว่านะ

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 09:06 #369632 Reply to:369537

ผมเขียนถึงกรณีนี้ ว่าต่อให้มีคนเขียนบทความแค่ไหนในกรณีที่ คนต่อสู้คดีหาได้ใส่ใจวิธีต่อสู้ที่ได้ผลดีต่อตนในกรอบ ณ เวลานั้นๆ มันก็หาได้ช่วยอะไรได้ไม่มันไม่มีประโยชน์เลย ถ้าหากทนายหรืออากงไม่นำเสนอข้อมูลพวกนี้ขึ้นต่อศาล มันก็จะเป็นแค่บทความที่เป็นการตั้งคำถาม ต่อระบบการพิจารณาคดีของศาลเท่านั้นอยู่ดี

แก้กฏหมาย? ต่อให้แก้มาตตราที่อากงโดนใช้เวลากี่ปีครับ? อากงจะอยู่ถึงตอนออกจากคุกรึเปล่า?
แก้วิธีให้ศาลพิจารณาหลักฐาน? มันก็ต้องแก้ที่ตัวจำเลยว่าจำเลยต้องนำข้อมูล ให้ศาลเห็นว่าของพวกนี้มันใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้ มันก็ลูปบนที่ผมว่ามาอยู่ดี

By: btxxxx
AndroidWindows
on 31 December 2011 - 22:55 #369819 Reply to:369632

นี่ผมก็ไม่ได้เห็นว่าเค้าเขียนบทความเพื่ออยากช่วยอากงนะ? ผมเห็นเค้าโต้แย้งวิธีการที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่หรือ? ข้อเท็จจริงมันเป็นยังไงไม่รู้ อากงจะรอดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าวิธีการที่มันบูดเบี้ยว คุณกลับพยายามจะสื่อว่า จะไปดัดมันกลับมาทำไม อยากเอาตัวรอดก็ต้องบูดเบี้ยวไปกับมัน ผมถึงได้บอกว่า ถ้าเป็นผม ผมชื่นชมคนที่พยายามจะไปดัดมันมากกว่าไงครับ

By: g-man
ContributoriPhone
on 1 January 2012 - 11:03 #369909 Reply to:369819

แล้วถ้าไม่ช่วยอากง เราจะแย้งศาลกรณีว่าหลักฐานหมายเลข IMEI มันใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้เพื่ออะไร? เพื่อคนหลังจากอากงไม่โดนออกหมายจับจากแค่หลักฐานหมายเลข IMEI กระนั้นหรือ? แล้วทำไมอากงเราถึงปล่อยไปให้แกโดนฟรี? ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับมาตฐานไหน ก็ควรเริ่มตั้งแต่กรณีแรกของเรื่องนั้น เพื่อมันเป็นบรรทัดฐานให้จำเลยใช้สู้กับศาลได้ในหนต่อไป เมื่อการออกหมายจับโดยอาศัยแค่หมายเลข IMEI มันบิดเบี้ยวเราก็ควรให้อากงสู้ตั้งแต่ประเด็นนี้เลย เพราะถ้าเรารอให้อากงจบไปแบบนี้ หนหน้าศาลก็จะใช้คดีอากงเป็นมาตฐานในการออกหมายจับ โดยอาศัยแค่หมายเลข IMEI ในครั้งต่อไปอีกอยู่ดี อย่างน้อยควรช่วยให้อากงชนะในประเด็นหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนเรื่องประจักพยานแวดล้อมจะแพ้จะชนะแล้วแต่เถอะ

By: Thaina
Windows
on 1 January 2012 - 12:06 #369930 Reply to:369909

มันไม่ใช่แค่อากงครับ ที่เป็นปัญหาสำคัญคือ มาตรฐานความยุติธรรม มันจะเอาไปใช้กับทุกๆคนต่อจากนี้

พูดง่ายๆคือ มันไม่ใช่แค่ช่วยอากง แต่มันคือการป้องกันตัวเอง

ผมกะแลวว่าคุณไม่เข้าใจ


My Blog

By: g-man
ContributoriPhone
on 1 January 2012 - 12:38 #369934 Reply to:369930

หรือคุณคิดว่าคำตัดสินของคดีอากง จะไม่เป็นมาตฐานในครั้งต่อไปในกรณีแบบนี้?
ตกลงเราพูดเรื่องมาตฐานที่จะเกิดเป็นบรรทัดฐานจากคดีนี้ ในส่วนของ"การระบุตัวตนบุคคลด้วยข้อมูล log และเลข IMEI ที่อาจคลาดเคลื่อนได้ แต่กลับใช้เป็นปัจจัยหลักในการออกหมายจับบุคคล" หรือคุณพูดเรื่องมาตฐานอื่น? ถ้ามาตฐานเรื่องนี้ก็ไม่ถุกต้องตรงไหน ที่เราควรให้ทนายจำเลยนำข้อมูลนี้สู้ในชั้นศาล? ถ้าคุณไม่สนตรงจุดนี้ก็ข้ามความเห็นผมไปเลยครับ ในกระทู้นี้ผมพุดแต่เรื่องนี้ไม่สนเรื่องมาตฐานอื่นครับ มันนอกประเด็นของเนื้อหากระทู้

By: btxxxx
AndroidWindows
on 1 January 2012 - 22:48 #370031 Reply to:369909

ก็เพื่อให้สิ่งที่มันบูดเบี้ยวกลับมาตรง "มากขึ้น" ไงครับ (ผมก็เขียนไว้แล้วนะ?) ผมบอกว่าที่คุณพยายามจะสื่อกลับเป็นเรื่องต้องหาทนายที่พยายามจะบูดเบี้ยวไปกับวิธีการในปัจจุบัน เพื่อให้อากงรอด แต่คนอื่น ๆ เค้ากำลังพยายามจะพูดเรื่องไอ้วิธีการที่บูดเบี้ยวนี่ ทำยังไงให้มันตรง "มากขึ้น"

By: isAMare
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 17:23 #369465 Reply to:369459
isAMare's picture

แปลว่า ถ้าคุณเจอความอยุติธรรม ให้โทษทนาย หรือจำเลย มันหาเรื่องเอง มันผิดเอง สิ่งที่ผิดไม่ใช่ความอยุติธรรม

เจ๋งค่ะ


@isAMare

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 17:33 #369468 Reply to:369465

นี้ล่ะครับความเป็นจริงของโลก "กฏหมายไม่ใช่เครื่องให้ความยุติธรรมอันแน่แท้ เป็นแค่ช่องทางให้พอหาความยุติธรรมได้บ้างเท่านั้น" ไม่งั้นคุณไม่เห็นดคีที่มันค้านสายตาแต่คนมีเงินเดินลอยชายเหรอครับ? เพราะอะไรพวกเขาถึงลอยชาย? รู้เห็นกันอยู่แก่ใจดีครับ พูดไปก็เศร้าแต่นี้ล่ะความจริง

By: isAMare
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 17:52 #369471 Reply to:369468
isAMare's picture

คนที่เป็นนักเคลื่อนไหว รวมถึงทนายอากง และอากง เองในตอนนี้ เขาไม่ได้ไม่รู้ว่า โลกความจริงมันโหดร้ายอย่างไร แต่พวกเขาคือ คนที่อยากเปลี่ยนโลกความจริงที่โหดร้ายและอยุติธรรม ให้มันใกล้โลกอุดมคติยิ่งขึ้น

อากง แกยืนยันว่า แกไม่ผิด และแกเห็นคนสนับสนุนแกเยอะ ก็ไม่อยากทำให้ผู้สนับสนุนเสียใจ

คนที่ถือคติ "ไม่ใช่เรื่องของกุ กุไม่ยุ่ง" หรือ "อย่าแกว้งเท้าหาเสี้ยน" เนี่ย ควรตระหนักว่า ตั้งแต่เกิดจนตาย อาจไม่ได้ช่วยให้สังคมที่ตนอาศัยอยู่ ดีขึ้นแม้แต่น้อย


@isAMare

By: kicub2
iPhoneAndroid
on 30 December 2011 - 18:18 #369481 Reply to:369471

แสดงว่าคุณมั่นใจว่า อากง ไม่ได้ทำจริงๆ ?

By: isAMare
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 18:28 #369483 Reply to:369481
isAMare's picture

คำถามของคุณ irrelevant มาก

ความเชื่อของเรา ไม่สำคัญเท่า การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานหรือไม่ และโทษ 20 ปีนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่

ถึงแม้อากงทำผิดจริง การส่งข้อความ sms มันทำให้โดนโทษ 20 ปีเนี่ย คุณไม่คิดว่ามันบ้าไปแล้วหรอ? ตัดประเด็นว่า มันเป็นแึค่ speech ซึ่งไม่ควรเป็น crime ออกไปก็ได้ คุณคิดว่ามันสมเหตุสมผล ตามหลักสัดส่วน แล้วหรอ?


@isAMare

By: Tg on 30 December 2011 - 21:12 #369512 Reply to:369483

"มาตรฐาน" อยากจะขำให้ฟันหลุด. คุณเอาอะไรมาวัดครับว่าอันไหนเป็นมาตรฐาน

แค่ "เอาอันที่อื่นมาเทียบ" เฉยๆ นี่ไม่ใช่มาตรฐานนะครับ.

By: Thaina
Windows
on 30 December 2011 - 18:33 #369484 Reply to:369481

แสดงว่าคุณมั่นใจว่า อากง ทำจริงๆ ?


My Blog

By: Tg on 2 January 2012 - 16:23 #370106 Reply to:369484

ผมมั่นใจครับ. แล้วคุณล่ะ มั่นใจว่าแกไม่ได้ทำจริงๆ ?

ถ้าสมมุติมองกลับกันบ้างให้แกเริ่มจากผิดก่อน ลองหาหลักฐานที่แน่ๆว่าแกไม่ผิดล่ะครับ

By: Thaina
Windows
on 2 January 2012 - 16:30 #370108 Reply to:370106

เพราะการมองแบบนั้นผิดหลักการนิติศาสตร์โดยสิ้นเชิงครับ หลักการ Innocent until Proven เป็นเรื่องที่ต้องยึดถือ

เพราะเมื่อตัดสินลงโทษไปแล้วผิดคน เราชดใช้อะไรให้กับชีวิตของคนๆนั้นได้ เราทำลายชีวิตคนนั้นไปตลอดชีวิต แค่ต้องขึ้นศาลในฐานะจำเลยก็แย่แล้ว

ถ้าเกิดคุณเป็นคนที่โดนเองคุณจะไม่ปากดีแบบนี้ เมื่อคุณไม่ได้ทำอะไรผิด คุณจะไม่ได้นั่งจำว่าคุณเคยทำอะไรตอนไหน คุณเขียนได้รึเปล่าว่าสองเดือนที่แล้วคุณไปกินข้าวร้านไหนมาบ้าง แต่ละมื้อกินอะไร ไปไหนตอนวันไหน แล้วถ้าต้องมายืนยันว่าคุณไม่ได้ทำสิ่งที่โดนคนอื่นกล่าวหา คุณจะทำได้จริง?

ประเทศที่ประชาชนต้องทำแบบนี้ ก็เป็นประเทศที่อยู่ยาก ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน


My Blog

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 22:27 #369511 Reply to:369471

ความอยุติธรรมหรือแพะ มีตั้งแต่พันธะสัญญาเดิมจนถึงยุคอินเตอร์เน็ทวิ่งไปทั่ว ก็ยังไม่หมดไปคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไรครับ? ความยุติธรรมที่มีมนุษย์ไปเกี่ยวข้องมันไม่มีอยู่จริงไงครับ แม้จะมีเทคโนโลยีในการตรวจสอบคดีที่ดีมากขึ้น แต่ตราบที่ระบบศาลยังเป็น"มนุษย์" ความยุติธรรมย่อมไม่บังเกิดขึ้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ความยุติธรรมไม่มีในโลก ความเสมอภาคก็ไม่มีในโลก สองสิ่งนี้เป็นแค่กรอบลวงตาที่สร้างขึ้นมาโดยกลุ่มคน ที่อยู่ในฐานะผู้ปกครอง ทุกชีวิตต่างมีราคาที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ในธรรมชาติเป็นเช่นนั้นโดยมิต้องสงสัย ไม่ว่าที่ไหนยุคไหนที่ผ่านมาและต่อจากนี้ก็ไม่เปลี่ยนไป ตราบที่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นปัจเจก อยู่เหนือภาวะความเป็นสังคม แม้แต่ความรักก็เป็นแค่"ความลำเอียง"รูปแบบหนึ่ง แม้แต่ความตายก็ไม่เสมอภาค บางคนตายสบายไม่ทรมาน บางคนตายแบบเจ็บปวดรวดร้าว ทุกสิ่งล้วนไม่เคยมีความเท่าเทียมกัน ตั้งแต่เกิดจนถึงตายเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว

นอกเรื่องไกลล่ะวกกลับเข้าฝั่งก่อน คุณลองมองดูนักเคลื่อนไหวกับทนายอากงสิครับ เขาเคลื่อนไหวเรื่องอะไร? เปลี่ยนแปลงวิธีการพิจารณาหาหลักฐาน ในกระบวนการยุติธรรมหรือเรื่องอื่น? เห็นชัดว่าไม่ได้เป็นประเด็นอะไร นอกจากกฏหมายข้อที่อากงโดนที่ร้องให้แก้ มีใครคนไหนออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบไหมว่าพิจารณาผิดอาจจับแพะ? ไม่มีเลยสักคนแค่นี้ก็เดาออกแล้วครับ ว่าอากงเป็นแค่แกะแพะที่โดนจับขึ้นแท่น ใช้สังเวยเป็นเนื้อล่อประเด็นของกลุ่มคนบางกลุ่มแล้ว

คนในสังคมเราในโลกีย์วิสัย ล้วนแต่เคลื่อนไหวด้วยเรื่องของผลประโยชน์ จะส่วนของวัตถุก็ดีทางจิตใจก็ดี และช่องทางที่นำมาซึ่งผลประโยชน์ก็คืออำนาจ ในสังคมแบบไทยๆ เช่นทุกวันนี้หากคุณไม่มีหน้ามีตา ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต ไม่มีเงินทุนหนุนหลัง วิธีที่ดีที่สุดในการได้อำนาจนั้นคือ"สร้างกระแสสังคม" ดูอย่างรายการข่าวของเฮียที่ชื่อย่อ ส. ก็ได้เรื่องถึงแกจากที่เคยโดนดองโดนลอยแพก้กลายเป็นวิ่งชิ่ว แล้วทุกวันนี้คดีอากงล่ะเป็นไงบ้าง? ไม่มีใครสนใจประเด็นการพิจารณาหลักฐานเลย มีแต่คนที่เอาอากงไปหากินด้วยการเรียกร้องให้แก้กฏหมายแทน แน่นอนว่าการแก้กฏหมายใดๆ ล้วนต้องมีกระแสสังคมแบบรุนแรงคอยช่วย มันถึงจะแก้กันได้ผมถึงบอกว่าคดีอากงนี้ เป็นแค่ปาหี่ที่เอาชีวิตชาวบ้านตาดำๆ มาล้อเล่นอีกครั้งก็เท่านั้น มันตุ่ยๆ ตั้งแต่การจับที่ต้องแถลงข่าวใหญ่โต ซะยังกับเป็นคดีระดับสำคัญอะไรนักหนาแล้ว คดีมาตราเดียวกันนี้หนอื่นทำไมไม่ประโดมข่าว? ไหนจะประเด็นอากงไปหาเบอร์คนใหญ่คนโตมาจากไหนอีก มันแปลกประหลาดแต่แรกแล้ว สุดท้ายแล้วเรื่องนี้เชื่อได้แน่นอนว่า ไม่ว่ากฏหมายจะถูกแก้ไม่ถูกแก้ อากงจะนอนคุกยาวรึได้กลับบ้านในเร็ววัน กระบวนการยุติธรรมของไทยก็ไม่เปลี่ยนแปลง การใช้หลักฐานอ้างอิงแบบมึนๆ ก็ยังคงมีต่อไปประเด็นเรื่องที่เป็นหัวใจในข่าวนี้บทความนี้ ตราบที่นักการเมืองใหญ่โตไม่โดนเอง ก็ไม่ได้แก้หรอกครับ

ปล.ถ้าอากงคิดแบบนั้นว่าไม่อยากให้คนเชียร์เสียใจ อากงก็ไม่ควรร้องครับเพราะอากงเลือกที่จะสู้แบบมึนๆ เองก็นอนคุกทั้งที่มึนๆ เสียงเชียร์ไปเถอะ คิดจะสู้ก็ต้องดูกรอบกติกาว่าจะสู้แบบไหนถึงจะดีด้วย ไม่ใช่สู้แบบมึนๆ เพราะเรื่องคดีความไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ได้ขึ้นกับเสียงเชียร์ครับ

อ้อส่วนที่คุณ"เหมารวม"ผมแบบนั้น ในบรรทัดสุดท้ายผมยังมึนๆ ว่าคุณอ่านยังไงถึงเห็นเป็นว่าผมเขียนแนวนั้นซะได้

By: lew
FounderJusci's WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 22:52 #369532 Reply to:369511
lew's picture

แล้วเราไม่ควรเรียกร้อง ให้ปล่อยไปตาม "โลกีย์วิสัย"????

คุณเห็นปัญหามากมาย เจอมากับตัวคุณก็อ้างมาแล้ว ทำไมคุณไม่เรียกร้อง??? คุณทนได้ คนอื่นต้องทนได้ นั่นคือหลักการของคุณ????


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 09:11 #369634 Reply to:369532

เพราะมันเรียกร้องกับใครก็ไม่มีคนสนใจไงครับ ถามจริงๆ ว่ามีกรณีไหนบ้างที่เป็นเรื่องของแพะ แล้วเกิดการปฏิวัติการพิจารณาคดี? ไม่มีเลยครับตั้งแต่คดีแหม่มแจ้งจับแท็กซี่ ที่ตอนนั้นดังคึกโครมไปถึงต่างชาติไม่แพ้คดีอากง สุดท้ายกลายเป็นแพะ แล้วยังไง? คนก็ลืมครับยอมรับความจริงข้อหนึ่งได้เลยว่า เมืองนี้บ้านนี้เป็นแบบนี้ หากไม่ใช้คนมีอำนาจมากพอในมือ ต่อให้ประชาชนร่วมตั้งม็อบเป็นพันเป็นหมื่นคน สุดท้ายมันก็ไม่สามารถแก้อะไรได้

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 10:49 #369643 Reply to:369634
pittaya's picture

เชอรี่ แอน ดันแคน ?


pittaya.com

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 11:42 #369670 Reply to:369643

ดคีที่สาวแหม่มจากออสเตรเลียรึไงเนี่ย แจ้งความว่าถูกแท็กซี่ข่มขืนครับ ตอนนั้นจำได้ว่าสื่อออสเตรเลียกะสื่อนอกประโคมข่าวน่าดู ลุงแท็กซี่ก็นอนคุกไปหลายปีจนในที่สุด ภายหลังเรื่องแตกว่ามันแจ้งความเท็จลุงนอนคุกพรีไปหลายปีเลย

ส่วนเชอรี่แอนนี้ ตอนเกิดคดีผมยังเด็กอยู่ครับมารู้เอาก็ตอนแพะกับทายาทได้ฟ้องร้อง คณะตำรวจเทวดาทั้งห้านั้นล่ะ ส่วนตัวถ้าอยากรู้ว่าแพะมันเป็นง่ายเป็นยาก จะดิ้นจากการเป็นแพะทางไหนได้บ้าง ลองอ่าน"อิสระภาพบนเส้นบรรทัด 13 นักโทษประหาร"จะรู้ว่าหลักฐานอ่อนกว่าคดีอากง ยังซัดเอาตำรวจชั้นผู้น้อยเป็นแพะร้องแบะๆ ขึ้นแท่นโทษประหารก็มี...

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 13:00 #369693 Reply to:369670
pittaya's picture

ถ้าคุณเห็นว่าการที่หลักฐานอ่อน แล้วเอาผิดคนได้ เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมบ้านเรา จะทำอะไรก็ไปเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ก็คงได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะไม่โดนเข้ากับตัวเองนะครับ

ที่หลายๆ คนพยายามส่งเสียงให้สังคมทั่วไปได้รับรู้ถึงประเด็นนี้ เพราะเค้าไม่รู้ว่าวันหนึ่งเค้าจะกลายเป็นแพะบ้างหรือเปล่า

ภายใต้มาตรฐานแบบนี้ เราทุกคนอยู่ในความเสี่ยงเดียวกันครับ (ยกเว้นคุณจะเป็นคนใหญ่คนโตชนิดที่มั่นใจได้ว่า ยังไงก็ไม่โดน)


pittaya.com

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 14:33 #369720 Reply to:369693

ผมใหญ่โตแบบนั้นก็ดีสิ แพะก็โดนมาแล้วโดนฟ้องเนื่องด้วยสิ่งที่เลิ่นเลอไม่ได้ก่อ แค่ไม่ระแวดระวังไม่นึกว่าญาติพี่น้องจะทำกันได้ เล่นซะเกือบไม่มีที่ซุกหัวนอน ที่ผมอยากจะบอกก็คือ ถ้าคิดว่าศาลพลาดควรส่งข้อมูลตามประเด็นนี้ให้ทนายอากง เพราะนั้นจึงเป็นประโยชน์ที่เห็นผลไวสุดต่อตัวอากงเอง เพราะการหวังให้ศาลเปลี่ยนวิธีการพิจารณา มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว เพราะตราบที่ศาลยังใช้"มนุษย์"และ"กฏหมายที่สามารถตีความได้" เราไม่สามารถที่จะการันตีว่าจะไม่มีแพะ การส่งเสียงเรียกร้องให้แก้ต่อให้ร้องให้ตายอย่างไร ตราบที่ผู้มีอำนาจในสังคม ที่ในที่นี้คือเหล่าสส.ที่ไม่รู้หน้าที่ ยังคงหล่อ-สวยไม่แคร์สื่อ ก็ไม่มีวันได้แก้แน่นอนเพรามันต้องผ่านสภา และสุดท้ายไม่ว่าผมไม่ว่าคุณหรือรมต.ก็โดนใส่เป็นแพะได้ทั้งนั้นถ้าคนจัดมันเหนือกว่าคุณ...

ปล.ข้อพูดถึงกรณี"แพะ"และ"หลักฐาน"นะครับ เรื่องกฏหมายข้อนั้นผมของดความเห็น มันนอกประเด็นกระทู้ครับ เดียวจะหาว่าพาลากลงอ่าวออกทะเลเอา - -

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 14:36 #369721 Reply to:369720

สรุปคือคุณเคยโดนแล้ว เลยช่างมัน คนอื่นโดนก็ได้คุณเฉยๆ ว่างั้น?


My Blog

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 14:55 #369723 Reply to:369721

"ที่ผมอยากจะบอกก็คือ ถ้าคิดว่าศาลพลาดควรส่งข้อมูลตามประเด็นนี้ให้ทนายอากง เพราะนั้นจึงเป็นประโยชน์ที่เห็นผลไวสุดต่อตัวอากงเอง เพราะการหวังให้ศาลเปลี่ยนวิธีการพิจารณา มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว "

ถ้าใครเป็นแพะผมอยากเห็นเขาพ้นจากความเป็นแพะ ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่หรือพ้นจากความเป็นแพะโดยเร็ววัน มากกว่าจะฝันว่ากระบวนการยุติธรรมมันจะปกป้องแยกแยะ แพะกับคนร้ายได้ร้อยเปอร์เซนต์

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 16:49 #369742 Reply to:369723
pittaya's picture

ผมเชื่อว่าถ้าเราเห็นว่าวิธีพิจารณาแบบนี้ไม่เหมาะสมก็ควรช่วยกันผลักดัน อภิปรายกันว่าแบบไหนถึงจะเหมาะ แค่ไหนถึงรับได้ครับ

การปล่อยให้เป็นภาระของจำเลยหรือทนายต้องมีความรู้ในการสู้คดีนี่ผมคิดว่ามันเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุไปสักหน่อย ถ้าคดีอื่นที่ไม่ได้เป็นข่าวดังเท่าคดีนี้ สังคมไม่ให้ความสนใจเท่านี้ ไม่แย่กว่านี้หรือครับ


pittaya.com

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 16:58 #369743 Reply to:369723

สิ่งที่คุณพูดมาตลอด มันตรงข้ามกับข้อความที่คุณพูดอันนี้


My Blog

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 18:41 #369772 Reply to:369743

พูดมาตลอด? ตรงข้าม?
คดีเรื่องอากงเนี่ยผมว่าโพสกระทู้นี้อันแรกเลยมั่ง ในเว็บนี้น่ะ เพราะเห็นว่ามองประเด็นใหญ่ไปไม่ได้มองประเด็นย่อย ที่ด่วนกว่าเหมือนคุณโดนธนูปักที่เข่า แต่แทนที่จะหาที่ปลอดภัยทำแผลก่อน ดันเดินกระเพลกๆ ไปหามือธนูที่ยิงคุณแทนนั้นล่ะ อากงแกแก่แล้วเราจะมานั่งเถียงว่าศาลพิจารณาพลาด หลักฐานอ่อนไปปลอมกันได้ ก็ควรส่งข้อมูลให้ทนายอากงเอาไปใช้ซะ ถ้าทนายอากงไม่ใช้เราก็ได้รู้ว่าทนายมันห่วย ถ้าทนายใช้ยื่นต่อศาลแล้วแพ้ เราก้พุดได้ว่าศาลไม่เข้าใจเทคโนโลยี ถ้าชนะก็จะเป็นการช่วยแพะและยังเป็นบรรทัดฐานสำหรับกรณี SMS ในคราวต่อไปได้อีกด้วย ซึ่งนั้นมีประโยชน์มากและหวังได้ง่ายกว่าเรื่อง แก้กฏหมายหรือยกเลิกกฏหมายเพราะเรื่องนั้นมันอีกยาวครับ

ที่โพสเพราะเห็นหลายคนทุ่มเถียงมาหลายกระทู้แต่โดยมาก กลับลืมประเด็นด่วนว่าอากงแกกำลังนอนคุก
ต่อให้แก้กฏหมายก็ต้องใช้เวลานาน แล้วต่อให้อากงอยู่จนถึงตอนนั้นเวลาที่นอนคุกไปแากงได้อะไร? อย่างมากก็ค่าสินไหมทดแทนที่คงต้องฟ้องร้อง คณะตำรวจที่จับแกที่คงใช้เวลานานมากอีก แกจะตายก่อนไหม? อะไรที่ได้ผลเร็วได้ผลจริงทำไมไม่ทดลอง? เราจะต้องนั่งรอพวกสส.เล่นเกมกันอีกนานทำไม?

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 19:28 #369783 Reply to:369772

"ตลอดกระทู้นี้" โอเคมั้ยครับ? แค่ละไว้ในฐานที่นึกว่าจะเข้าใจ

แค่กระทู้นี้อันเดียวคุณใส่มาไม่น้อยเลยนะ พอๆกับคนที่ไปเถียงกันมาก่อนหน้านี้ในหลายๆกระทู้เลยด้วยมั้ง

คุณก็ลองไปไล่อ่านดูดีกว่าว่าคุณพูดอะไรออกมาบ้าง และมันขัดกับประโยคสรุปจบของคุณอันสุดท้ายนั่น ผมถึงได้บ่นแบบนี้

บทความนี้พยายามชี้ให้เห็นชัดๆว่า "ทางเทคนิค" ว่า "กระบวนการ" มันผิด คุณก็ยังจะมั่วไปเรื่องนั้นทีเรื่องนี้ที อย่างไอ้ที่มั่วไปเรื่อง เอาหลักฐานอ่อนมารวมกันแล้วมัดตัว บ้าบออะไรนั่น มันเจ๊งตั้งแต่แรกแล้ว โดยเหตุผลคือมันควรจะทำให้อากงไม่ต้องขึ้นศาลแต่ต้น

แล้วก็เป็นคุณเองที่ลากเอาเรื่องที่คนอยากแก้ 112 มาลุยถั่ว คนที่เขาอยากแก้เขาก็มาค้าน คุณมั่วเอาเรื่องนี้มาพูดในเวลาที่คุณลิ่วพูดเรื่องช่องโหว่ของ "เทคนิคการสืบสวน" แล้วคุณมีหน้ามาพูดว่า "คนอื่นพูดเรื่องไม่เร่งด่วน" เหรอ?


My Blog

By: g-man
ContributoriPhone
on 31 December 2011 - 21:00 #369797 Reply to:369783

ก็ผมเขียนไปแล้วไงครับ ว่าหลักฐานอ่อนกว่านี้แพะหนักดราม่ากว่านี้ก็มี เป็นข่าวครึกโครมตอนพิสูตน์ว่าแพะก็เยอะ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย มันเป็นข้อเท็จจริงที่ถึงผมไม่เขียน รึคุุณไม่ยอมรับมันก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผมพูดถึงข้อเท็จจริงว่าธรรมชาติของระบบศาลเป็นแบบนี้ ต่อให้เป็นที่อเมริกาถ้าคุณกับทนายขึ้นศาล แล้วโน้มน้าวให้ลูกขุนเชื่อคุณไม่ได้ ให้ข้อให้การของคุณมีน้ำหนักทางกฏหมายมากกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ คุณก็เข้าคุกครับ

ธรรมชาติของ"ระบบ"นี้ มันไม่เปลี่ยนไปได้เพราะคดีอากง หรือแค่การอภิปรายในกลุ่มวงจำกัด มันเป็นเรื่องของมหภาคและปัจจุบัน การกสร้างกระแสมหภาคที่รุนแรงและยั่งยืนพอ ล้วนต้องมี"ทุน"หนุนหลังทั้งนั้น ดังนั้นที่หลายคนในที่นี้มีความฝันว่าหากเรียกร้อง แล้วจะได้รับการแก้ไขผมว่ามันไม่ได้ผลอะไรเลย มิสู้หาข้อมูลแหน่นๆ ให้ทนายอากงไปใช้บนศาลดีกว่า เพราะมันจะเป็นบรรทัดฐานซึ่งประชาชนรายอื่น ที่โดนกรณีแบบนี้สามารถพึงพิงได้เวลาขึ้นสู้ในศาล

ส่วน 112 ช่วยหาสักที่เถอะว่าผมลากมาตรงไหน? หรือหมายถึงที่ผมบอกถ้าอากงเลือกจะสู้แบบมึนๆ ตามเสียงเชียรฦ์ก็ไม่ควรร้อง? มันก็ถูกแล้วนี้ครับ ในเมื่ออากงเชื่อว่าการสู้แบบมึนๆ จะช่วยตัวแกได้ผลออกมาแบบนี้ จะร้องได้อย่างไรครับ? หรือหมายถึงเรื่องทนายดราม่า? ผมก็บอกตามความรู้สึกที่มีแต่ก็แค่เม้นท้ายเรื่องนอกประเด็นแค่นั้น ประเด็นหลักที่ผมพูดก็เหมือนเดิม "ส่งข้อมูลให้ทนายและอากงดีที่สุด เพราะไม่ว่าผลเป็นอย่างไรมันย่อมชัดเจนกว่าการอภิปรายแบบนี้"
หรือการที่อากงนอนคุกนี้ไม่ใช่ประเด็นในความคิดของคุณ? งั้นคุณก็คงพูดคนล่ะเรื่องในประเด็น"หลักฐานที่ปลอมแปลงได้" และ"ระบบการพิจารณาของศาล"แล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าผมพูดถึงความเป็นจริงที่ศาลใช้พิจารณาคดีเนี่ย มันเข้าใจไปเรื่องอื่นประเด็นอื่นได้อย่างไร?

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 January 2012 - 04:16 #369855 Reply to:369797
McKay's picture

ไม่มีใครบอกว่าอากงไม่ผิดนี่ครับ มีแต่คนบอกว่าหลักฐานและกระบวนการมันไม่เหมาะสมและไม่น่าเชื่อถือ

And at least don't stop the ones who try to make things right and better just because you don't. It's kinda lame. Don't make them 'you'. Cuz when the world filled with 'you', its suck and as bad as dead.

I can't imagine when all those people ignore all the bad/prejudice and just accept it.

PS. I'm not offending you by the word 'you', it refer to those who doesn't have hope anymore. And I like >this


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: raifa
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 20:56 #371032 Reply to:369723

+1 ไม่ได้ต้องการให้อากงพ้นผิด ไม่ได้คิดว่าแกทำหรือไม่ทำ แต่อยากให้มีการหาหลักฐานที่แน่นหนากว่านี้ ควรจะต้องมีมาตรฐานที่คดีนี้ก่อน ไม่เช่นนั้นหากคดีนี้ตัดสินไปแล้ว ต่อไปมีคดีแบบเช่นนี้อีก อาจมีการใช้หลักฐานแบบเดิมโดยมีการอ้างถึงการตัดสินคดีนี้ต่อศาล และศาลอาจนำไปประกอบการตัดสินต่อไป
(ผมไม่ได้ศึกษากฎหมายโดยตรงถ้าผิดพลาดอะไรชี้แจงหรือแย้งกลับได้ครับ)

By: g-man
ContributoriPhone
on 1 January 2012 - 11:04 #369912 Reply to:369693

ตอบผิดอัน - -

By: Bank14
ContributorAndroidRed HatWindows
on 31 December 2011 - 21:57 #369807 Reply to:369511
Bank14's picture

ผมพอเข้าใจที่คุณสื่อนะ เชื่อเหมือนกันว่าความยุติธรรม "ที่แท้จริง" มันไม่มีบนโลกหรอก มีแต่สิ่งที่เรียกว่ากฏหมายเป็น "กรอบ" ทีมนุษย์สร้างขึ้นมาใช้ในสังคมเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น เราก็ต้องพัฒนา "กรอบ" นี้ให้ยุติธรรมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขนะครับ

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 31 December 2011 - 08:47 #369630 Reply to:369459

มี like 1000 like กดให้เลยครับ

ผมก็พึ่งไปขึ้นศาลมาเรื่องไร้สาระของ บริษัท IT ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อลูกค้ารายนึง ซึ่งทำงานให้ไม่เสร็จ แล้วก็ทิ้งทำให้ลูกค้ามีความเดือดร้อนใช้งานไม่ได้ ต้องมาจ้างให้ผมเข้าไปแก้ไข แต่กลับโดนฟ้องว่า ไปแย่งลูกค้า (เนื่องจากผมเป็น พนักงานเก่า ลาออกมา ปีกว่าๆแล้ว) ศาลท่านไม่ได้ฟังเรื่องอื่นเลย เช่น ทางโจทย์ เอาตัวเลขอะไรก็ไม่รู้มายัดเยียดให้ว่าทำให้ผมเสียหาย เอารายชื่อลูกค้าของผมเอง ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท ไปเสนอด้วยว่าเป็นลูกค้าเขา ... ผมต้องชดใช้ .... ค่าเสียหาย ...

ผมพูดความจริงไปทุกอย่าง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น กลับกลายเป็นว่า ท่านดูแต่ว่าสัญญาจ้างงานเท่านั้น เหตุผลอื่นๆ ไม่มีผล ทั้งนั้น .............

"""ศาลไม่สนใจ"ความบริสุทธ์ในใจ"ศาลสนแต่ว่าฝ่ายไหนต่อสู้ได้เข้าทางข้อกฏหมายมากกว่า """ <----- ชอบมากๆครับ จริงๆบางส่วนผมทำไม่ได้เอาเงินด้วยซ้ำ แต่ลูกค้า ก็บอกว่า คนเราต้องกินต้องใช้ ก็จ่ายให้ผม คิดดูว่า บริษัท ที่มีชื่อเสียงมากมาย ลูกค้าไม่จ่ายเงินค้าง แต่กับ บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีอะไรรับรอง ลูกค้าจ่ายเงินให้ผมล่วงหน้า 6 เดือนตลอด ไม่เคยต้องมีสัญญาอะไรทั้งสิ้น เพราะผมก็พูดกับลูกค้าเสมอว่า ถ้าคิดว่าผมไม่ซื้อสัตย์ ผมทำงานให้ไม่เรียบร้อย ก็ไม่ต้องจ่ายค่าบริการผม ไม่ต้องมีสัญญาอะไรหรอกครับ ลูกค้าก็ยินดีจ่ายตลอด ไมเคยมีปัญหา ซึ่งต่างกับทาง บริษัทตัวปัญหา มีบริษัทใหญ่ ขนาดหลัก หมื่นล้าน ยังกล้าจ้างผมเหมือนกันในกรณีย้ายระบบงาน หลัก สิบล้าน ไม่ยอมจ้างบริษัทตัวปัญหา แต่กลับมาจ้างผมอีกแหละ ผมก็ไม่ได้เต็มใจจริงๆ ผมหาหลักฐานได้หมดนะครับ แต่ เหมือนศาลท่านจะฟังเพียงแค่ว่า .. ผมมีปัญหา กับสัญญาจ้างงานเท่านั้น ..

ผมเล่ามามันจะจริงแต่ศาลไม่เชื่อ"ความซื่อสัตย์"ศาลเชื่อแต่"ความน่าจะเป็นของคนทั่วไป" ยิ่งคุณเป็นจำเลยศาลก็มองคุณติดลบแล้ว <----- ถูกใจอีกแล้วครับ ผมนะเล่าไปหมดเลยครับ ความจริง ท่านไม่สนใจเลย สนใจแต่ตัวข้อสัญญาที่มีผลทางกฎหมายเท่านั้น

เฮ้อ

By: Bank14
ContributorAndroidRed HatWindows
on 31 December 2011 - 22:04 #369808 Reply to:369630
Bank14's picture

เข้าใจหัวอกคุณ แต่ศาลเขาก็ต้องว่าไปตามหลักฐานครับ เพราะเขาไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน
ผมว่าบริษัทที่จ้างเขาสามารถเป็นพยานได้นะ ว่าบริษัทเก่าคุณทิ้งงาน สัญญาก็มีนี้

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 1 January 2012 - 15:15 #369951 Reply to:369808

ท่าน Bank 14 ศาลท่านไม่ฟังครับ ท่านบอกไม่เกียวกันท่าเดียว คนละประเด็น ผมบอกว่า ทางลูกค้ายินดีเป็นพยานให้ผม ท่านก็บอกว่าคนละส่วนอันนี้ เป็นการผิดสัญญา อย่างเดียว ครับ

ปล อยู่ในขั้นไกล่เกลี่ยครับ

By: Bank14
ContributorAndroidRed HatWindows
on 1 January 2012 - 17:05 #369967 Reply to:369951
Bank14's picture

เฮ้อ นี้แหละน้าถึงไม่มีใครชอบขึ้นศาล เสียทั้งเวลา เงิน สุขภาพจิต
ยังไงก็เอาใจช่วยให้ผ่านพ้นไป โชคดีปีใหม่ครับ

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 4 January 2012 - 02:18 #370483 Reply to:369951

แสดงว่าในสัญญาที่คุณทำเอาไว้ตอนลาออกจากบริษัทมันมีข้อตกลงเรื่องนี้อยู่หรือป่าวครับ ถ้ามีอยู่จริงคดีนี้คุณก็ผิดจริง ถ้าสัญญามันไม่ได้เขียนข้อยกเว้นในกรณีนี้ไว้ มันก็เท่ากับว่าคุณผิดสัญญาที่ได้ทำไว้นั้นแหละครับ

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 00:04 #370778 Reply to:370483

ผมไม่มีสัญญาเซ็นครับ ทั้งเข้างาน และลาออก ก็ไม่มีสัญญาอะไรครับ

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 January 2012 - 13:01 #370586 Reply to:369951
Not Available at this Moment's picture

คือคุณจะทำไปด้วยบริสุทธิ์ใจไปก็เท่านั้นแหละครับถ้าพื้นฐานมันเกิดจากการผิดสัญญาล่ะก็ยังไงคุณก็ผิดชัดๆอยู่แล้วนี่ครับ

เค้าไม่ได้ฟ้องคุณเรื่องจงใจไม่จงใจ ไม่ได้ฟ้องเรื่องความเหมาะสม เรื่องสัญญามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาหานิยามเป็นปรัชญาแล้วตีความครับมันเป็นเรื่องง่ายๆตามที่สัญญาเขียนไว้ว่าครอบคลุมเท่าใดแล้วคุณไปทำขัดอย่างไร มันอยู่ที่การกระทำของตัวคุณเองล้วนๆ

เพราะถ้าให้อ้างแบบคุณได้แล้วเราะทำสัญญาไปทำอะไร พวกสัญญาปกปิดความลับทางการค้า สัญญาว่าจ้างทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงๆ สุดท้ายแค่อ้างว่าเจตนาดีก็จบ? แล้วคนอื่นๆที่ไม่มีเจตนาดีแบบคุณมีอีกตั้งเท่าไหร่ครับ?

จริงๆเรื่องนี้ควรจะโทษตัวเองที่ไปกระทำขัดต่อสัญญาเองอย่างเดียวเลยนะครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 00:04 #370777 Reply to:370586

ผมไม่ได้เซ็นสัญญาครับ เขาเขียนเอง แล้วก็ระบุว่าผมไม่เซ็นต์ครับ ในการนำมาฟ้องผม

ส่วนเรืองผิดหรือไม่ผิด ท่านๆก็ลองคิดดู ถ้าท่านซื้อส้วมที่บ้านไว้ มีประกันสูบส้วมฟรี

พอมาวันนึง ส้วมเต็มใช้ไม่ได้ ท่านโทรบอก บริษัทที่รับประกันสูบฟรี เขาก็มาสูบ แต่ก็เข้าห้องน้ำไม่ได้อยู่ดี ท่านจะเดือดร้อน หาคนที่สามารถสูบให้ท่านได้ไหม

ผมก็ไม่ได้อยากรับงาน แต่มันก็เป็นแบบนั้น ธุรกิจลูกค้าเสียหายเป็นล้าน เขาก็โทรหาผมขอร้องผม ....

ถ้าผมไม่ช่วยเขา ธุรกิจเขาก็จะเสียหาย รับเงินจากลูกค้ามาไม่ได้

ลูกค้าที่ให้ผมไปช่วยทำ ทุกที่ ยินดีเป็นพยานให้ครับ ว่า บริษัท ทิ้งงาน ต้องหาคนอื่นมาช่วยแก้ให้ระบบทำงานได้

ผมเป้นมนุษย์ครับ มีจิตใจ ไม่ใช่เครื่องจักร

สมมติว่า มีหมออยู่ รพ นึง เป็นหมอเชี่ยวชาญด้านหัวใจ เสร็จแล้ว รพ ไม่ยอมจ่ายเงินเดือน ตามที่ขอ หมอ ก็ลาออก แต่ทางรพ เขียน สัญญาเอง ว่าห้ามหมอคนนี้ผ่าตัดหัวใจ แต่ว่า พอไปตจว พอดีมีคน ป่วยต้องผ่าตัดด่วน

ท่านคิดว่า หมอคนนี้ควรทำอย่างไรครับ ปล่อยให้คนไข้ตายไปต่อหน้าต่อตา หรือ .....

By: btxxxx
AndroidWindows
on 5 January 2012 - 01:28 #370814 Reply to:370777

ในความเห็นผม ถ้าสิทธิ์ในตัวงานนั้นไม่ได้เป็นของบริษัทเดิมก็คงไม่เป็นไรนะครับ (เช่น กรณีทำซอฟต์แวร์ ที่ในส่วนโค้ด อาจถือเป็นสิทธิ์ของบริษัท?) แต่ถ้าเป็นของเค้า แล้วลูกค้าไปจ้างให้เราทำต่างหาก โดยเราเอาส่วนที่เป็นสิทธิ์ของที่เดิมไปใช้ (เช่น เรามีซอร์สนั้นอยู่กับตัว หรือเข้าถึงได้ หรือรู้ password ฯลฯ) ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็มองว่าผิดนะ คือมันจะไม่ผิดได้ก็คือ คุณต้องไปทำให้เค้าใหม่หมดเอง โดยไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ของเจ้าเดิมเค้า แต่มันก็พูดยากอีกว่า ถ้าของเดิมคุณก็เป็นคนทำ ถึงแม้คุณจะทำใหม่เอง แต่ก็อาจจะไปเกี่ยวโยงกับของเดิม (เช่น ใช้โค้ดเดียวกันหรือคล้ายกันมาก ถึงจะเขียนใหม่เอง หรือ ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ใกล้เคียงกับของเดิมที่ออกแบบไว้เลย เป็นต้น) ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นในขณะที่คุณเป็นพนักงานของที่เก่า ดังนั้น โดยทั่วไปเค้าก็มักจะไม่ยอม/ไม่อยาก ให้พนักงานเก่าไปยุ่งกับลูกค้ากันสักเท่าไหร่ เพราะมันอาจจะพูดได้ไม่ชัดว่าคุณไม่ได้เอาข้อมูล หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากที่เดิมไปใช้กับที่ใหม่ (ผมพูดกลาง ๆ โดยไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร)

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 05:36 #370838 Reply to:370814

ไม่ใช่ Programmer ครับ ถ้าเป็น ส่วนงาน Programmer ผมเข้าใจครับ เพราะความคิดอยู่กับเขาจริง อันนี้ไม่ได้ไปเกี่ยวกับตรงนั้นเลยครับ เป็นการ IT Suppport ธรรมดาเท่านั้น

ส่วนที่ผมทำ จะเป็น Server / Network Infrastructure นะครับ แค่ทำให้ระบบเขาเดินต่อไปได้โดยไม่สะดุด ซึ่งไม่ได้ไปยุ่งกับ Program ของที่ทางบริษัทเก่าเลยครับ

มองง่ายๆคือ ผมแก้ปัญหาที่ไม่ได้ยาก เช่น เครื่องลง windows ไม่ดีมาให้ ผมก็ไป format ใหม่ ให้ใช้งานได้ทำนองนั้น ลูกค้า เข้า Internet เพื่อทำ ธุรกรรมของระบบงานไม่ได้ ก็โทรหาผม ผมก็แก้ปัญหาไปครับ

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 06:28 #370844 Reply to:370777
Not Available at this Moment's picture

ถ้าอย่างนั้นจุดเชี่อมโยงที่คุณโดนฟ้องได้คืออะไรละครับ? คือโดนฟ้องผิดสัญญา แต่สัญญาไม่ได้เซ็นถ้าแบบนั้นมันก็ไม่มีประเด็นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

ถ้าไม่รบกวนเกินไปขอรายละเอียดได้ก็ดีครับ ฟังดูน่าสนใจ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 22:03 #371054 Reply to:370844

เรื่องมันยาวครับ ประเด็นคือ ผมไม่ใช่จำเลยที่ 1 นะครับ แต่เหมือนจะโดนเหมารวม จำเลยที่ 1 นะ ก็ถ้าว่าตามตรงคือ ผิดจริงครับ แต่ผมโดนลากซวยไปด้วย

By: Ton-Or
ContributorAndroidCyberbeingRed Hat
on 5 January 2012 - 06:39 #370845 Reply to:370777
Ton-Or's picture

อืม ผมว่า มันก็จบแล้วนิครับ
ผมเดาว่า

สัญญา ระบุตอนท่านออกว่า ห้ามรับงาน กับคนนี้
สัญญานี้เขาเขียนเอง แต่ท่านไม่เซ็นต์ รับข้อสัญญา
มันก็ไม่มีความหมาย ทาง กม. อยู่แล้วนิ

จบไป

ส่วนเรื่องพยาน ก็ลูกค้าคุณรับปากแล้ว ก็บอกทนายคุณ เชิญมาเป็นพยาน ด้วยสิก็ จบนิ

ชิวๆ

หลักฐาน มันไม่ได้มีแต่กระดาษ นะครับ ปากคำคนให้การด้วย ก็ใช้ให้หมดสิครับ

ส่วนลูกค้าของคุณ บ. คุณ เขารู้ได้ไง ใครลูกค้าโดยตรงคุณบ้าง
หรือคุณ รับงาน ส่วนตัว ประเภทเดียวซ้อนกับงาน ของ บ. ไปด้วย? อันนี้สงสัย


Ton-Or

By: kikokku
Windows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 22:15 #371058 Reply to:370845

ตอบไปข้างบนแล้วครับ ผมเป็นจำเลยที่ 2 นะครับ โดนลากมาจากจำเลยที่ 1 ครับ

By: isAMare
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 17:07 #369453 Reply to:369448
isAMare's picture

ทนายที่มาทำคดี เป็นทนายอาสา เพราะอากงไม่ได้ร่ำรวยไปจ้างทนายแพงๆ

ทนายพยายามติดต่อผู้เชี่ยวชาญหลายคน แต่ทุกคนปฏิเสธหมดเมื่อรู้ว่าเป็นคดีเกี่ยวกับ 112

ถ้าหาก "ผู้เชี่ยวชาญ" ใน blognone คิดว่า อากงไม่ได้รับความยุติธรรม และมันเป็นเพียง "ความรู้ง่ายๆ" ลงชื่อมาเลย อีกหน่อยถ้ามาคดีอย่างนี้อีก จะขอเชิญคุณมาให้ความเห็นนะคะ ดีกว่ามาด่าทนายอาสา และคนที่พยายามช่วยอากงมาตลอดทีหลัง


@isAMare

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 17:17 #369460 Reply to:369453

ผมก็ตามอยู่บ้างครับ ตัวทนายเองมีประวัติยังไงก็พอรู้บ้างผลงานเป็นไงก็พออ่านผ่านตา ยิ่งบทความที่แก"อ้างว่าอากงเลือกที่จะสู้แบบที่เห็นในศาล มากกว่าที่จะสู้ด้วยวิธีทางกฏหมายที่เป็นผลดีต่อตัวอากงเอง" ก็ผ่านตาบ้างถึงเขียนว่าทนายเหมือนไม่อยากช่วยให้แกรอดคุกไงครับ

By: luckyman
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 30 December 2011 - 20:56 #369510 Reply to:369460

สู้ด้วยวิธีทางกฏหมายที่เป็นผลดีต่อตัวอากงเอง

วิธีไหนครับ? รับสารภาพแล้วรอขอพระราชทานอภัยโทษ?

By: g-man
ContributoriPhone
on 30 December 2011 - 21:14 #369513 Reply to:369510

สู้ประเด็นไหนก็เอาประเด็นเดียวไงครับ ไม่ใช่กลับไปกลับมาแบบที่แกสู้แบบนี้ เดียวบอกให้ช่างซ่อมเดือนนั้น อีกวันบอกอีกอย่างไหลตามน้ำกลับไปกลับมาจะหาน้ำหนักที่ไหนไปสู้ครับ? ผมยังงงเลยว่าทนายปล่อยให้อากงสู้แบบนั้นเพื่ออะไร?

By: raifa
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 3 January 2012 - 08:23 #370229 Reply to:369510

เท่าที่เคยอ่านสำนวน เหมือนว่าแกจะให้การวกวนนะครับ
ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆครับ

By: roong
iPhoneAndroidWindows
on 31 December 2011 - 02:31 #369604 Reply to:369453
roong's picture
  • พื้นฐานทนาย เป็นนักสิทธิ จึงพยายามแสดงให้เห็นถึงความถูกต้อง(ในความคิดของตน)มากกว่าจะพยายามให้ลูกความพ้นข้อหา
  • เรื่อง 112 คงไม่เกี่ยวมั้ง เพราะ ตย.มีให้เห็นอยู่ จบทุนเล่าเรียนหลวง ยังเป็นสุนัขรับใช้อำนาจเงินได้เลย
By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 19:33 #369785 Reply to:369453

ผู้เชียวชาญในสาขาต่างๆสามารถขอรับจากหน่วยงานราชการได้ครับ เพราะงั้นข้ออ้างที่ไม่มีใครอาสามาให้การในศาลนั้นใช้ไม่ได้ หาไม่ได้ หรืผอไม่ได้หามากกว่าครับ อย่างของอากงผู้เชียวชาญทางด้าน it สามารถขอได้ฟรีจาก ict ครับ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะมีทนายคนไหนในประเทศไทยไม่รู้เรื่องนี้

By: neizod
ContributorTraineeIn Love
on 30 December 2011 - 17:18 #369462
neizod's picture

ในความเป็นจริงคือเราสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในได้จนไม่ "เหนือ" พิรุจใดๆ

เหลือ

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 30 December 2011 - 17:54 #369472
panurat2000's picture

ในความเป็นจริงคือเราสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในได้จนไม่เหนือพิรุจใดๆ

เหนือ => เหลือ

พิรุจ => พิรุธ

ขณะที่การปล่อยคลืนที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากกสทช.

คลืน => คลื่น

ทั้งที่ไม่สามารถตรวจสอบจากตัวเครืองได้

ตัวเครือง => ตัวเครื่อง

ด้วยข้่อสงสัยทั้งหมด

ข้่อสงสัย => ข้อสงสัย

ผมยังคงต้องคำถามว่าหากเราสามารถหาหลักฐานยืนยัน

ต้องคำถาม => ตั้งคำถาม

By: Thaina
Windows
on 30 December 2011 - 18:05 #369475 Reply to:369472

หลังฐาน

ด้วยครับ


My Blog

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 23:19 #369538 Reply to:369472
lew's picture

เรียบร้อยครับ :)

ปล. ผมเพิ่มสิทธิ contributor ให้ในฐานะที่ช่วยแก้คำผิดให้บทความใน Blognone อย่างต่อเนื่องนะครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 04:30 #369618 Reply to:369538
bahamutkung's picture

ไชโย 3 ทีให้ Auto-correct Borg ที่ได้เลี่อนยศครับ

ไชโย ไชโย ไชโย


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 3 January 2012 - 14:55 #370320 Reply to:369618
PaPaSEK's picture

แต่ก่อนเป็นแค่ Bot เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็น Borg แล้วครับ

ปล.นึกถึง Borgman รู้ว่าแก่ ไม่ต้องย้ำ!!!

By: Thaina
Windows
on 3 January 2012 - 15:07 #370328 Reply to:370320

ไม่รู้จักอะครับ...เกิดไม่ทัน (เรื่องจริง)


My Blog

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 3 January 2012 - 16:29 #370355 Reply to:370328
PaPaSEK's picture

http://www.animenewsnetwork.com/encyclopedia/anime.php?id=746

อย่ามาซึน!!

By: Thaina
Windows
on 4 January 2012 - 20:11 #370683 Reply to:370355

ไม่เคยเห็นจริงๆนะเนี่ย OTL


My Blog

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 January 2012 - 23:56 #370775 Reply to:370355
Not Available at this Moment's picture

ผมเคยคิดว่าคุณ PaPaSEK เป็น "พี่" จนกระทั่ง...

สวัสดีครับลุง :D


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 18:09 #370654 Reply to:370320
bahamutkung's picture

ผมเอามาจาก Star Trek ครับ หนุ่มเนอะ /หยิบไม้เท้า


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 4 January 2012 - 23:58 #370776 Reply to:370654
Not Available at this Moment's picture

นึกถึง Borg นึกถึง Seven of Nine


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: neizod
ContributorTraineeIn Love
on 5 January 2012 - 01:09 #370802 Reply to:370320
neizod's picture

ขั้นกว่าสงสัยต้องเป็น Grox

By: panurat2000
ContributorSymbianUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 11:05 #369651 Reply to:369538
panurat2000's picture

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ (^o^)/

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 31 December 2011 - 06:50 #369626 Reply to:369472
iStyle's picture

หาเจอเยอะมาก O_o!


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: Slimy
AndroidUbuntu
on 30 December 2011 - 18:01 #369474

ผมไม่ได้ติดตามรายละเอียดคดีนี้มาตลอด อ่านแต่ในนี้สรุปว่ามือถือแกเอง ก็ไม่ใช่ IMEI ที่เก็บได้จาก Log ที่ส่งข้อความใช่ไหมครับ หาเครื่องที่มี IMEI นี้ไม่เจอ?

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 30 December 2011 - 18:11 #369479 Reply to:369474
pittaya's picture

มือถือของนายอำพลเสียหาย ทำให้ตรวจสอบ IMEI จากเครื่องไม่ได้ มีแค่ดู IMEI จากสติกเกอร์ที่ติดอยู่หลังเครื่องครับ


pittaya.com

By: Slimy
AndroidUbuntu
on 30 December 2011 - 20:08 #369503 Reply to:369479

ถ้าในรูปข่าวอันบนจริง มันไม่ตรงนิครับ? หรือว่าจริง ๆ ตรงรูปที่ให้ดูเป็นตัวอย่างครับ

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 30 December 2011 - 22:52 #369533 Reply to:369503
lew's picture

ไม่เกี่ยวครับ รูปมันประกอบความเห็นของผม

ไม่มีข้อเท็จจริงข้อไหนพูดถึง "กล่อง" มือถือ นะครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: Slimy
AndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 00:08 #369546 Reply to:369533

อ่อ เข้าใจละครับ

By: osamagotji
ContributorAndroidUbuntu
on 30 December 2011 - 18:11 #369478
osamagotji's picture

ผมชอบการถกเถียงกันในประเด็นที่คุณ g-man พูดมาจริงๆ เลยครับ
มีเหตุมีผลทั้งสองฝ่ายครับ

By: roong
iPhoneAndroidWindows
on 30 December 2011 - 18:27 #369482
roong's picture
  • ข้อ9"ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเครื่องไปเพื่อหาว่ามีการแก้หมายเลข IMEI หรือไม่ และหาข้อความที่อาจจะเหลือหลักฐานในเครื่อง แต่เครื่องเสียหายจนไม่สามารถตรวจสอบหมายเลข IMEI จากเครื่องได้ "
    ถ้าคนที่ถูกขโมยIMEIคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำผิด คงถูกตำรวจชื่อคุณละม่อม จับแบบ งงๆ แต่นี่พยายามทำลายหลักฐาน(หรือ จนท.ทำเสีย?? เพราะ รร.ตำรวจไม่ได้สอนว่าอะไรคือวัตถุพยาน)
  • คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดล้ำในIT ก็พยายามแสดงศักยภาพตัวเอง (แค่บอกว่า ไวรัสกินก็หลอกกินเงินได้แล้ว เหมือนฝรั่งมันแหกตาเรื่องY2K ใครเกิดทันบ้างเอ่ยท่านผู้รู้ทั้งหลาย)
  • ใครๆก็อยากทำสังคมให้ดี แต่บางครั้งก็ต้องเลือก good enough ไม่ใช่ the best เพราะสังคมนี้คนเลว มากกว่าคนดี
  • ซีรีย์นี้ ขอจบแบบ "กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา"
By: ipats
ContributorNOOBIn Love
on 30 December 2011 - 20:50 #369508 Reply to:369482

Y2K นี่แหกตายังไงฮะ


iPAtS

By: mementototem
ContributorJusci&#039;s WriterAndroidWindows
on 30 December 2011 - 22:20 #369526 Reply to:369482
mementototem's picture

"เพราะสังคมนี้คนเลว มากกว่าคนดี" คนดี... เอ่อ... คนที่ปฏิบัติตามกฎของสังคมต้องมากกว่าคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎของสังคมเท่านั้นสังคมถึงจะอยู่ได้ ในเมื่อสังคมนี้ยังอยู่ได้ แสดงว่าคนที่ปฏิบัติตามกฏต้องมากกว่าครับ

ผมเสียใจที่มีคนทำให้คุณเชื่อเช่นนั้น แต่ผมอยากให้คุณลองมามอง มาสังเกตคนในสังคมนี้ใหม่อีกครั้งนึงครับ


Jusci - Google Plus - Twitter - FSN

By: Majestic
Android
on 30 December 2011 - 22:17 #369524
Majestic's picture

คดีนี้ ถ้านายอำพล ผิดจริง
จากที่อ่านข้อมูลของคดีนี้ ผมถือว่าศาลตัดสินคดีได้ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว
ตัวบทกฎหมาย ตราไว้ถูกต้องครอบคลุมอยู่แล้ว อย่าอ้างว่าลงโทษเกินกว่าเหตุ
ต้องไปแก้กฎหมาย เหมือนบรรดา คนที่มีจุดประสงค์แฝงแอบอ้างกัน

วิธีสู้คดีของทนาย ผมเห็นว่าเหมือนส่งนายอำพลเข้าคุก เพราะมีการให้ไม่น่าเชื่อถือ และสู้ไม่ตรงประเด็น

ตอนนี้ที่ควรทำ ถ้านายอำพลมั่นใจว่าตนเองนั้นไม่ผิดคืออุทธรณ์คดี
ใครที่เห็นว่า การส่ง SMS สามารถปลอมแปลงและกลั่นแกล้งได้ก็ต้องให้ข้อมูลและแสดงให้ศาลเห็น

By: btxxxx
AndroidWindows
on 30 December 2011 - 23:38 #369542 Reply to:369524

อย่าลากมาเกี่ยวเลยครับ เค้าพูดกันเรื่องหลักฐานครับ

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 1 January 2012 - 18:47 #369994 Reply to:369524

การอุทธรณ์คดี จะไม่มีการเบิกความหรือให้การอะไรเพิ่มครับ เพราะงั้นคดีอากงถึงอุทธรณ์ไปก็คือการตัดสินใหม่ โดยอิงจากคำให้การทั้ง 2ฝ่ายที่เคยให้การไว้ครับ บอกตามตรงกรณีอากงอุธรณ์ไปก็รอดยากครับ เพราะคำให้การนั้นไม่มีน้ำหนักอะไรเลย แถมกลับคำให้การถึง 3ที ไม่โดนบวกไปอีก 3ปี ในข้อหาหมิ่นศาลก็ถือว่าโชคดีแล้วครับ

By: vinboxx
AndroidIn Love
on 31 December 2011 - 00:02 #369545
vinboxx's picture

ลิงค์แก้ SMS ของ Android ผิดรึเปล่าครับ มันเป็นลิงค์เดียวกับ Nokia

By: giffi
AndroidSymbian
on 31 December 2011 - 00:35 #369553
giffi's picture

หากในวันนี้ เปลี่ยนทนาย และใช้ข้อมูลที่พวกเราถกเถึยงกัน อธิบายใหม่ในชั้นอุธรณ์ ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ส่วนเรื่องการลงโทษรุนแรงเกินหรือไม่ กับการที่ในระหว่างนี้จะต้องติดคุกนั้นเป็นอีกเรื่องครับ

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 00:35 #369554

สงสัยจริงๆว่าพวกที่บอกว่าหลักฐานอ่อนนี่ โง่จริงหรือแกล้งโง่

ไม่รู้หรือไงว่าหลักฐานอ่อนหลายๆชิ้น ถ้านำมาเชื่อมโยงกันได้ ก็จะกลายเป็นหลักฐานที่เข้มแข็งได้
และศาลก็ตัดสินจากหลักฐานหลายชิ้นที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง และเป็นหลักใช้กันโดยทั่วไปอย่างสากล
อีมี่เป็นหลักฐานที่อ่อน แต่เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่นๆ รวมถึงคำให้การของอากงและญาติ มันก็มัดตัวอากงจนดิ้นไม่หลุดได้

แต่พวกที่ออกมาโวยวายเรื่องอีมี่ดันชอบมั่วนิ่ม ทำให้คนเข้าใจผิด ว่าศาลใช้แต่อีมี่ตัดสินเพียงอย่างเดียวโดยไม่พูดถึงหลักฐานชิ้นอื่นๆเลย
ไม่แปลกครับที่คนกลุ่มนี้จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆได้สำเร็จ ในเมื่อตัวเองพูดความจริงครึ่งเดียว แปลว่าไม่มีความจริงใจตั้งแต่ต้น คิดว่าประชาชนอ่านแล้วคงรู้ไม่เท่าทัน
ขอโทษ ประชาชนเค้าไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหารนะครับ ใครมั่วนิ่มเค้าก็รู้ทันกันหมด

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 04:36 #369619 Reply to:369554
bahamutkung's picture

แม้โจทก์จะไม่สามารถนำสืบพยานให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นผู้ที่ส่งข้อความตามฟ้องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องดังกล่าว ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายสมเกียรติ แต่ก็เพราะเป็นการยากที่โจทก์จะสามารถนำสืบได้ด้วยประจักษ์พยาน เนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดดังกล่าวย่อมจะต้องปกปิดการกระทำของตนมิให้บุคคลอื่นได้ล่วงรู้ จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลประจักษ์พยานแวดล้อมที่โจทก์นำสืบเพื่อชี้วัดให้เห็นเจตนาที่อยู่ภายใน

ลอกมาจากคำพิพากษาของคดีนี้เลยนะครับ

ศาลเองก็ยอมรับว่าหลักฐานไม่พอ แล้วเจตนาภายในคืออะไร? มันชัดเจนพอจะตัดสินว่าผิดจริงทั้งๆ ที่หลักฐานไม่พอได้ยังไง

ผมไม่ได้กินหญ้าเหมือนกันครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 20:54 #369794 Reply to:369619

ถ้าคุณไม่ได้กินหญ้าจริงก็น่าจะเข้าใจนะครับว่าสิ่งที่ศาลพูดคือ

[จะหาหลักฐานชัดๆว่าอากงส่งข้อความเองมันยาก เพราะต้องถ่ายคลิปตอนอากงใส่ซิม พิมพ์ข้อความ กดเบอร์ส่งเท่านั้น จึงจะใช้เป็นหลักฐานว่าอากงส่งได้ ศาลเลยอาศัยหลักฐาน(ที่คุณlewบอกว่าอ่อน)หลายๆชิ้นนำมาเชื่อมโยงกันกลายเป็นหลักฐานที่เข้มแข็ง ร่วมกับการพิจารณาร่วมกับคำให้การ ทำให้สามารถชี้ได้ว่าอากงผิดจริง]

ได้อ่านแล้วหวังว่าจะฉลาดกว่าพวกที่กินหญ้าได้ซักทีนะครับ

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 21:38 #369802 Reply to:369794

ถ้าคุณไม่ได้กินหญ้าก็ควรจะรู้ซะทีนะครับว่า ไอ้การที่ศาลตัดสินแบบนี้ มันขัดหลัก Innocent until proven guilty และทำลายหลักกฏหมายที่ต้องปกป้องคนบริสุทธิ์ มันถึงได้มีปัญหาจนถึงตอนนี้ และคนที่ไม่เข้าใจหลักนี้ก็ออกมากินหญ้ากันซ้ำแล้วซ้ำอีก


My Blog

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 23:17 #369823 Reply to:369802

ถ้าคุณไม่ได้ร่วมกินหญ้ากับเขาด้วย ก็ควรจะรู้นะครับว่าศาลทั่วโลกเค้าก็ตัดสินด้วยมาตรฐานนี้กันทั้งนั้น

มาตรฐานที่ใช้หลักฐาน(ที่คุณlewและเหล่าลิ่วล้อเห็นว่าอ่อน)หลายๆชิ้นบวกกับคำให้การมาเชื่อมโยงกันเป็นหลักฐานที่แน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด ซึ่งไม่ขัดหลักInnocent until proven guiltyเลยแม้แต่นิดเดียว

และด้วยมาตรฐานนี้ก็จะช่วยปกป้องคนบริสุทธิ์ด้วยการจับคนผิดเข้าคุก

ส่วนไอ้มาตรฐานที่คุณlewเสนอและคุณสนับสนุน ว่าห้ามจับถ้าหลักฐานอ่อน ห้ามเอาหลักฐานอ่อนมาเชื่อมโยงกันเป็นหลักฐานที่เข้มแข็ง ถ้าอยากจะจับต้องใช้หลักฐานที่เข้มแข็งจนสิ้นสงสัยเท่านั้น(ก็คือคลิปภาพเท่านั้น)

มาตรฐานนี้คนบริสุทธิ์ไม่โดนจับผิดตัว แต่จะโดนคนชั่วฆ่าตายง่ายๆ และคนชั่วก็จะไม่โดนจับ เพราะหลักฐานอ่อน=ห้ามจับ

ถ้าไม่กินหญ้าเป็นประจำจะรู้ว่ามาตรฐานนี้มันไม่ใช่การปกป้องคนบริสุทธิ์ แต่มันคือการปกป้องคนผิดด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาสังเวยชัดๆ มีแต่พวกปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละที่เห็นด้วย

แต่คุณก็ยังเอามามั่วว่าเป็นการปกป้องคนบริสุทธิ์ เหมือนที่มั่วว่าฆ่าคนแล้วไม่โดนโทษประหาร หรือมั่วว่า g-man ลาก112มาลุยถั่ว เป็นไงล่ะ หน้าแหกเลยดิ

ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณจะมั่วไปได้อีกแค่ไหน แต่ผมชอบนะ เพราะยิ่งคุณมั่วนิ่มมากเท่าไหร่ ภาพพจน์ของคนจำพวกคุณก็ิยิ่งตกต่ำมากเท่านั้น

By: btxxxx
AndroidWindows
on 1 January 2012 - 00:03 #369835 Reply to:369823

Reply:amdintel

อ่านดูก็เหมือนอ่านข้อความของคุณ g-man มา แต่สงสัยโลกที่อยู่ของ 2 คนจะเป็นคนละด้าน

By: katsucpe
AndroidSUSEUbuntuWindows
on 1 January 2012 - 00:40 #369849 Reply to:369823

ผมอ่านดู หลักฐานเอามารวมกัน หมดก็ยังอ่อนอยู่ดีไม่สามารถฟันธงได้เลยว่า อากงทำจริงชัวร์ๆ เพราะทุกอย่างมันสามารถทำให้เกิด หรือปลอมขึ้นมาได้

แบบนี้มันเข้าข่าย "ยอมฆ่าผู้บริสุทธิ์ 100 คน ดีกว่าให้คนร้ายหนีไปได้คนเดียว" มากกว่ามั้ย

ปล. แล้วก็ไม่ต้องมาถามนะหรือสงสัยว่าผมกินหญ้ามั้ย ตอบได้เลยว่าไม่ได้กินแล้วก็ไม่น่าจะชอบด้วย

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 January 2012 - 04:04 #369885 Reply to:369823
bahamutkung's picture

เลิก feed troll ล่ะ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 January 2012 - 16:01 #369958 Reply to:369885
PaPaSEK's picture

ถูก!!!

By: Bank14
ContributorAndroidRed HatWindows
on 31 December 2011 - 22:14 #369811 Reply to:369794
Bank14's picture

การแสดงจุดยืนของคุณ ความเห็นของคุณมันไม่ผิดหรอก มันเป็นสิทธิโดยชอบธรรม

แต่การที่พาดพิงว่าคนที่เห็นต่างกับคุณว่ากินหญ้าเนี่ย ไม่ถูกต้องนะครับ

แล้วจุดประสงค์ของข่าวนี้ไม่ได้มาแก้ต่างให้อากง แต่ต้องการสะกิดให้เกิดบรรทัดฐานในการตรวจสอบหลักฐานที่รัดกุมกว่านี้ เราทำงานด้านไอทีนะครับ ไม่ใช่กฏหมาย สิ่งทีเราทำได้ก็คือบอกถึงช่องโหว่เพื่อให้เขานำไปพิจารณา และทำให้มันถูกต้อง

By: katsucpe
AndroidSUSEUbuntuWindows
on 1 January 2012 - 00:33 #369846 Reply to:369811

+10 เลย ไม่เข้าใจว่า จะมานั่งด่ากันทำไม พูดดีๆก็รู้เรื่องกันทั้งนั้น

By: btxxxx
AndroidWindows
on 1 January 2012 - 01:27 #369856 Reply to:369846

แสดงให้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างได้ดี

By: banklive on 3 January 2012 - 12:48 #370274 Reply to:369811
banklive's picture

ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วครับ

By: dq-pb
AndroidWindows
on 31 December 2011 - 00:55 #369562

ถ้าจะแก้ต่างแทนอากง คุณควรควรจะ

1. หาข้อมูลพิสูจน์ว่ารุ่นที่อากงใช้อยู่นั้นเปลี่ยนอีมี่ได้ด้วยวิธีไหน ต้องใช้อุปกรณ์ใดบ้าง ใครทำได้บ้าง

2. จากข้อที่ 1 อากงได้กล่าวอ้างไว้ว่านำโทรศัพท์ไปซ่อมที่ห้าง จะสามารถนำสืบต่อได้ว่า ในห้างนั้นมีร้านไหนมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ ร้านไหนทำได้ เพื่อเอาไปเป็นหลักฐาน ในการสู้คดี

3. แรงจูงในใจการกระทำ

เพราะงั้นถ้าคิดว่ามีคนใส่ร้ายจริงเรื่องราวมันก็น่าจะเป็นแบบนี้ใช่ไม๊ครับ รอมีคนนำมือถือมาซ่อม นำเครื่องรุ่นนั้นไปปลอมอีมี่ ตามด้วยสะกดรอยตามไปใกล้บ้านๆเพื่อจะได้ส่ง SMS จาก Cellsite ที่อยู่ในบริเวณบ้าน รอให้เป็นคดี

ทฤษฏีสมคบคิดมากไปรึเปล่า ? และถ้ามีการทำแบบนี้ถามหน่อยว่าฝ่ายไหนน่าจะเป็นฝ่ายทำ

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 01:04 #369565 Reply to:369562
lew's picture

ผมไม่ทราบว่าคุณอำพลกระทำหรือไม่ แต่ถ้าเรายึดมาตรฐานนี้ว่าหลักฐานเท่านี้เพียงพอต่อการมัดตัว เราทุกคนจะตกอยู่ในความเสียง

ผมชี้ความเป็นไปได้หลายกรณี ทั้งการแก้ข้อความที่ปลายทาง, การปลอม IMEI, จนถึงการที่คนอื่นนำเครืองไปใช้ ผมไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหรือไม่ หรือคุณอำพลกระทำเองจริงๆ

หากสุดท้ายตำรวจสามารถหาหลักฐานว่ากระทำจริงได้ชัดเจน ผูกการกระทำผิดเข้ากับตัวเครื่อง เช่น เจอ SMS ในหน่วยความจำของเครื่อง และผูกคุณอำพลเข้ากับการกระทำ เช่นเจอหลักฐานว่าคุณอำพลเป็นผู้ไปซื้อซิมการ์ดหมายเลข -3615 หรือหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และทำให้สิ้นสงสัย ก็จะตัดประเด็นเรื่องของหลักฐานออกไปครับ

ทฤษฎีสมคมคิดนั่นอยู่บนฐานของความลับที่ไม่มีใครรู้ครับ เรื่องที่ผมเขียนในบทความ เป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไป (อย่างน้อยก็ในหมู่คนที่ติดตามเรื่องความปลอดภัยทางคอมพิวเตอ์สักหน่อย) เป็นเรื่องที่กระทำได้ถ้าจะมีคนกระทำ เราไม่ทราบว่ามีใครมีแรงจูงใจใดๆ หรือไม่ ทำให้เราควรเรียกร้องเรียกร้องให้มีการยกมาตรฐานของการหาหลักฐาน

ปล. เรื่องการเปลี่ยน IMEI มันไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นเดียวกันนะครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: dq-pb
AndroidWindows
on 31 December 2011 - 01:20 #369568 Reply to:369565

ถ้าคิดว่าสิ่งที่คุณว่ามาสามารถใช้เป้นหลักฐาน ข้อพิสูจน์ที่หนาแน่นพอ ผมว่าคุณสามารถไปติดต่อสมาคมทนายความ ขอเสนอหลักฐานพวกนี้ ไม่ก็ติดต่อกรรมการสิทธิ ฯลฯ ได้เลยครับ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าจริงมันถึงจะกลายเป็น บรรทัดฐานใหม่ในการตัดสินคดีจำพวกนี้ แถมน่าจะมีผลเป็นรูปธรรมมากกว่าประกาศลอยๆ แบบนี้ ไม่งั้นสิ่งที่ประกาศอยู่เนี่ยมันก็จะไม่ต่างจากคำนินทา หรือกล่าวอ้างแต่ไม่พิสูจน์ซักทีมาตราฐานในการพิจารณาคดีเปลี่ยนได้ครับ ถ้าสามารถพิสูจน์ได้แต่ถ้ายังไม่มีการทำให้เป็นรูปธรรม เขาก็ยึดมาตราฐานเดิมที่เคยพิสูจน์กันมาแล้วล่ะครับ

ที่ผ่านๆ มาการใช้อีมี่, cellsite มันยังไม่มีใครจับผิดตัว แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามันสามารถผิดได้ ก็ควรทำเลยครับ แต่ควรพิสูจน์เพิ่มด้วยครับว่าทำยังไงถึงจะให้ไปอยู่ใน cellsite เดียวกันด้วย หรือว่าปลอมได้ ปลอมยังไง ไม่งั้นมันก็ยังคงเหมือนเดิมล่ะครับ

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 01:24 #369574 Reply to:369568
lew's picture

ผมย้ำอีกทีนะครับ ว่าสิ่งที่ผมพูดไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าคุณอำพลไม่ได้ทำ ผมไม่ได้มีภาพกล้องวงจรปิด ณ เวลาเกิดเหตุว่าคุณอำพลไม่ได้ใช้โทรศัพท์

แต่กรณีหลักฐานไม่แน่ชัด มัดตัวไม่ได้ (ซึ่งผมมองว่าหลักฐานเท่านี้ มัดตัวไม่ได้) ต้องยกประโยชน์ให้จำเลยครับ เจ้าหน้าที่ก็เอาคดีกลับมาทำต่อ หาหลักฐานเพิ่มเติม ผมไม่เคยเรียกร้องให้ถือว่าเขาไม่ได้กระทำ ให้ยกเลิกคดี หรือหยุดการสอบสวน แต่การจะดำเนินคดี ควรมีหลักฐานมากกว่านี้ ผมกำลังวิจารณ์กระบวนการทำงานของเจ้าหน้านี้ทั้งกระบวนการ ว่าถือเอาหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดีได้ รวมแล้วน้ำหนักน้อยเกินกว่าที่ผมจะยอมรับได้ เพราะมีความเป็นไปได้อื่นๆ มากมาย และความเป็นไปได้เหล่านั้น สามารถทำได้โดยง่าย

มันเคยมีใครโดนจับด้วยหลักฐานเท่านี้มาก่อนหรือครับ? ผมไม่เคยทราบ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: roong
iPhoneAndroidWindows
on 31 December 2011 - 02:07 #369595 Reply to:369574
roong's picture

"ผมกำลังวิจารณ์กระบวนการทำงานของเจ้าหน้า.." หมายถึงศาล...เลยนะนี่

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:15 #369569 Reply to:369565

เพ้อเจ้อแล้วครับ

ถ้าเอาตรรกะของพวกที่มันแถแทนอากงมาใช้แถเรื่องหลักฐานของคดีที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่คุณบอกว่าจะใช้ยืนยันให้สิ้นสงสัยได้ มันก็แถได้หมดครับ

  • เจอ SMS ในหน่วยความจำของเครื่อง = แถว่าไม่มีหลักฐานว่าอากงเป็นคนพิมพ์

  • เจอหลักฐานว่าคุณอำพลเป็นผู้ไปซื้อซิมการ์ดหมายเลข -3615 = แถว่าอากงซื้อ ไม่ได้แปลว่าอากงต้องเป็นคนส่ง

ที่คุณบอกว่าเรื่องผูกคุณอำพลเข้ากับการกระทำ มันมีอย่างเดียว คือถ่ายคลิปตอนอากงใส่ซิม พิมพ์ข้อความ กดส่ง โดยให้เห็นหน้าจอและหมายเลขส่งชัดเจน นั่นคือหลักฐานเดียวที่จะทำให้พวกที่ชอบแถตอนนี้หมดปัญญาแก้ตัว

แต่มันเป็นไปได้ไหมล่ะครับ คิดสิคิด

ไอ้มาตรฐานนี้ที่คุณว่า เค้าก็ใช้กันทั่วโลกครับ คนขู่ฆ่าโอบาม่าก็ติดคุกเพราะมาตรฐานนี้

By: neizod
ContributorTraineeIn Love
on 31 December 2011 - 01:18 #369570 Reply to:369569
neizod's picture

ยืมมือถือหน่อยครับ

By: dq-pb
AndroidWindows
on 31 December 2011 - 01:20 #369572 Reply to:369570

ให้ยืมเลยครับ ผมเป็นพยานได้ครับ มี Log มีคนเห็นเยอะ 555

By: neizod
ContributorTraineeIn Love
on 31 December 2011 - 01:28 #369577 Reply to:369572
neizod's picture

ลงโปรแกรมส่ง sms แบบตั้งเวลาล่วงหน้าได้ พร้อมข้อความที่ต้องการ แล้วคืนมือถือให้ครับ :)

By: Ton-Or
ContributorAndroidCyberbeingRed Hat
on 5 January 2012 - 05:48 #370840 Reply to:369577
Ton-Or's picture

อ่ะ ได้ Edit ไม่ได้

สรุป ส่ง sms แล้วจัดอีกคดีเลยนะ
ตั้งใจชัดเจน


Ton-Or

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 01:23 #369573 Reply to:369569
lew's picture

มาตรฐานไหนครับ คุณเคยเห็นเขารวบรวมหลักฐานหรือ? เขาใช้หลักฐานอะไรบ้าง? คดีโอบามาที่ผมอ่านมา เจ้าตัวสารภาพว่าเป็นผู้กระทำ (ไม่แน่ใจว่าเห็นหลักฐานอะไรบ้าง ยังหาข้อมูลไม่เจอ) และยอมรับด้วยตัวเองว่านิโกรในคำกลอนหมายถึงโอบามา เพราะปธน. ผิวดำตามคำกลอนมีอยู่คนเดียว


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:31 #369579 Reply to:369573

ก็มาตรฐานที่ว่า หลักฐานอ่อนหลายๆชิ้น รวมกันเป็นหลักฐานที่แน่นหนาได้ ไงครับ

ส่วนที่่คุณเรียกร้องก็คือ หลักฐานอ่อนใช้ไม่ได้ ต้องใช้หลักฐานที่แน่นหนาจนสิ้นสงสัยเท่านั้นจึงจะใช้ได้
ซึ่งสิ่งที่คุณเรียกร้องมันเป็นมาตรฐานที่เฟลสุดๆ

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 01:38 #369583 Reply to:369579
lew's picture

ตกลงเขาใช้หลักฐานอะไรบ้างหรือครับ?


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:42 #369587 Reply to:369583

สรุปว่า เรื่องมาตรฐาน ผมพูดถูกใช่ไหมครับ

By: pittaya
WriterAndroidUbuntuIn Love
on 31 December 2011 - 01:24 #369575 Reply to:369569
pittaya's picture

ผมเข้าใจว่าเรื่องที่ถกเถียงกันในกระทู้นี้ไม่ใช่เรื่องว่านายอำพลทำหรือไม่ได้ทำ แต่เป็นเรื่องที่ว่าหลักฐานหนักแน่นแค่ไหนถึงจะน่าเชื่อได้โดยสิ้นสงสัยว่าเป็นผู้ทำผิดจริง

เรื่องนี้ debatable มาตรฐานแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าคุณยอมรับว่าศาลใช้หลักฐานเท่านี้ก็สามารถเอาคนเข้าคุกได้ 20 ปี เท่ากับว่าในกรณีอื่นๆ ศาลก็สามารถตัดสินได้ด้วยหลักฐานระดับนี้ได้เหมือนกัน

ไม่ใช่เรื่องแถหรือไม่แถหรอกมั้งครับ


pittaya.com

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 01:32 #369581 Reply to:369569
lew's picture

ต่อคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเคยบุกจับในคดีคอมพิวเตอร์คาหน้าเครื่องครับ เป็นคดีแรกๆ ของพรบ. คอมพิวเตอร์ ด้วยซ้ำ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:39 #369584 Reply to:369581

สรุปว่า คุณจะเอาแต่มาตรฐานนี้ในการจับใช่ไหมครับ

ถ้านอกเหนือจากนี้ ถือว่าเป็นหลักฐานอ่อน ห้ามจับ

เอาแบบนี้ใช่ไหมครับ

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 11:07 #369653 Reply to:369584

ผมว่าเค้ายกตัวอย่าง ให้ดูว่า ในหลายคดี ต้องทำกัน ถึงขนาดนี้ เพื่อที่จะจับ คนร้ายที่แท้จริงให้ได้

ในขณะที่คดีนี้ ไม่จำเป็น ทั้งที่คดีความโทษร้ายแรง ขนาดที่ ทั้งชีวิต อาจตายในคุกได้เลย


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 2 January 2012 - 00:29 #370041 Reply to:369653

แต่ในความเป้นจริง การกระทำของตำหรวจแบบนั้นมันเกินอำนาจของตำหรวจ และถือว่าผิดกฏหมายด้วยนะครับ
หรือคุณต้องการจะให้อำนาจตำหรวจขนาดบุกเข้าบ้านผู้ต้องสงสัย โดยไม่ต้องขอหมายศาล
หากคดีทาง it จำเป้นต้องทำถึงขนาดนี้ ไม่งั้นไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะหลักฐานทุกอย่างทาง it ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะทุกอย่างสามารถปลอมแปลงได้หมด ผมก็ของไว้อาลัยเลยหล่ะครับ ว่าโจร it จะเต็มเมืองเพราะกฏหมายจะทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย หรือจะอยากได้แบบ SOPA แทน

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 2 January 2012 - 01:01 #370046 Reply to:370041
lew's picture

"ต้องขออำนาจศาล" ครับ ในเมื่อต้องสงสัย การสืบสวนอื่นๆ เช่นการดักฟัง การรื้อค้น การควบคุมตัวไปสอบสวน ก็ต้องขออำนาจศาลทั้งสิ้น

ในเมื่อมีเหตุอันน่าสงสัย ก็ขออำนาจศาลให้พิจารณาเพื่อละเมิดสิทธิส่วนบุคคลบางส่วน เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม อันนี้ผมเข้าใจว่าเป็นกระบวนการปรกติ

ผมไม่แน่ใจกระบวนการรวบรวมหลักฐาน "ที่ควรจะเป็น" ของตำรวจว่ากรณีนี้ควรทำอย่างไรบ้าง แต่ในมุมมองของผม ในเมื่อหลักฐาน "เท่าที่มี" ชี้ไปที่ตัวคุณอำพล ผมไม่รู้สึกว่าเป็นการเกินเลยอะไร ที่ตำรวจจะดักฟัง หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในทางอื่นๆ เท่าที่จำเป็น (อย่างน้อยที่สุด) เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะสนับสนุนข้อสงสัย หรือคลายข้อสงสัยของตำรวจเพื่อไปหาคนร้ายอื่นๆ ก็ได้ อย่างที่ผมยืนยันหลายครั้ง ผมไม่ได้ต้องการให้ตำรวจหยุดการสืบสวน แล้วปล่อยไปเฉยๆ แต่ตำรวจควรต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม

กระบวนการที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหล่านั้นก็ต้องได้รับการตรวจสอบอีกทีก็ว่ากันไปครับ แต่การ "จับกุมกักขัง" เป็นการละเมิดสิทธิที่มากกว่าแน่นอน และหากมันมีหลักฐานที่อ่อน มันเป็นปัญหาในตัวมันเองแน่นอน


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 1 January 2012 - 18:56 #369995 Reply to:369565

แต่ถ้าเรายึดตามหลักการนี้จริง คดีทาง it ทุกคดีจะไม่มีทางตัดสินได้ เพราะถึงแม้จะมีหลักฐานมัดตัวเป้นรูปถ่ายตอนพิมพ์ข้อความพร้อมทั้งยังเห็นข้อความที่กำลังพิมพ์ด้วย แต่หลักฐานนั้นก็จะหมดน้ำหนักไปจากหลักการนี้ เพราะรูปถ่ายสามารถปลอมแปลงได้ เพราะอย่างนั้นการที่เราพิจรณาแค่เพียงหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่าไม่ได้นั้นคือไม่ได้ ไม่อิงตามคำให้การของทั้ง 2ฝ่าย ผมว่ามันไม่ถูกซะทีเดียว

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 3 January 2012 - 13:04 #370279 Reply to:369995

เอาจริงๆ ยกตัวอย่างอย่างรูปนักร้องดังกำลังเสพ.... ก็ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการเอาผิดได้นะครับ นอกจากจะมีหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ เช่นบุกค้นห้องเจออุปกรณ์เสพฯ เจอยาฯ หรือมีผู้ค้าให้การซัดทอดว่าขายให้

เพราะแึค่รูปถ่ายอย่างเดียวล้วนๆ มันไม่ได้บอกอะไรเลย ที่เขากำลังทำท่้่าสูบอาจจะเป็นแึ่ค่ผงแป้งก็ยังได้ หรือแม้แต่คนในรูปอาจไม่ใช่เจ้าตัวด้วยซ้ำ คือถ้าเราใช้อคติว่าเขาสูบแน่ๆเพราะภาพลักษณ์ หรือข่าวลือ หรือมายืนยันหลังจากเขายอมรับผิด มันก็อาจเบี่ยงเบนประเด็นที่ยังกังขาจากตัววัตถุพยานได้ง่ายๆครับ

ถ้าไม่มีประจักษ์พยาน ดังนั้นพยานแวดล้อมต้องมีมากพอ และสอดคล้องกันทั้งหมดครับ จะเอาแค่อย่างใดอย่างหนึ่งมาฟันธงเอาผิดไม่ได้

แต่คดีsmsนี้พยานแวดล้อมทางเทคโนโลยี มีข้อกังขาหลายจุด ตั้งแต่เรื่ือง log ไม่รัดกุม และไม่มีการตรวจสอบข้อความ sms จากmemoryเครื่องปลายทาง /และเครื่องต้นทาง ว่ามันเคยมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ภาพ captureลอยๆ และไม่มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ปากคำเลยสักคน มีตร.ที่ไม่เข้าใจเรื่องระบบมือถือ และจนท.ฝ่ายธุรการจากบ.มือถือมาเป็นพยาน แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าพยานแวดล้อมทางเทคโนโลยีเหล่านี้น่าเชื่อถือได้? (ในคำพิำพากษาก็อ้างว่า หลักฐานมาจากผู้ให้บริการ เลย"ต้อง"น่าเชื่อถือ?!!!)

By: btxxxx
AndroidWindows
on 3 January 2012 - 17:24 #370369 Reply to:370279

ผมเคยไปสมัครแพคเกจของ AIS ถามพนักงานว่า ที่ได้ Wifi ของ 3BB ด้วยเนี่ย มีจุดให้บริการที่ไหนบ้าง (พอดีเหลือบไปเห็นด้านหลังร้านมีติด router อยู่) พนักงานบอกว่าแถวนี้ไม่มี ก็เลยถามว่า อ้าว! แล้วไอ้ตัวนั้นใช้ไม่ได้เหรอ? เค้าก็บอกผมว่า อ๋อ อันนี้คิดติดไว้เฉย ๆ มันเสียใช้ไม่ได้ ติดไว้ตั้งนานแล้วไม่เห็นเค้ามาแก้สักที ลองใส่ password ยังไงก็ใช้ไม่ได้ ผมก็สงสัย เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวผมจะลองทำให้ดู (พนักงานก็เถียง ๆ บอกว่ามันใช้ไม่ได้ ๆ) ปรากฎว่า... มันก็ใช้ได้ปกตินั่นแหล่ะ! (แต่พนักงานไม่รู้เรื่อง ใช้ไม่เป็นเอง -*-)

อีกประเภทเวลาโทรไปแจ้งเรื่องเน็ทมือถือขัดข้อง โทรไปทีไรก็ให้ไปเช็คพวกค่าที่ set ไว้ ต้องเข้าตรงนั้น ตรงนี้ ก็พยายามอธิบายไปว่า ผมลองทำหมดแล้ว พนักงานก็บอกไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ ต้องทำตามขั้นตอนนี้เท่านั้น เอ้าขั้นแรก ให้ไปที่ start เมนู....(จะให้กดตาม)... ไม่งั้นมันจะไม่หาย -*-

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 4 January 2012 - 21:04 #370696 Reply to:370369

เอ่อ Reply ผิดtopic หรือเปล่าครับ -_-"

By: btxxxx
AndroidWindows
on 4 January 2012 - 22:54 #370742 Reply to:370696

หมายถึงของผมหรือครับ?

ไม่ผิดหรอกครับ ผมเล่าให้ฟังว่าพนักงานของค่ายมือถือก็อาจไม่ได้รู้เรื่องบริการของตัวเองดีเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ

วันก่อนไปกินสเต็ค ในเมนูเขียน สเต็คหมู (เนื้อไม่ติดกระดููก) พอร์คช็อพ (เนื้อติดกระดูก) สั่งสเต็คหมูไป แต่ได้เนื้อติดกระดูกมา พนักงานบอกว่า ถ้าจะเอาไม่ติดกระดูกต้องบอกด้วย! พอเอาเมนูให้ดูเค้าก็อึ้ง -*-

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 5 January 2012 - 10:08 #370869 Reply to:370742

ไม่เกริ่นก่อน เลยงงน่ะครับ

จากคำพิพากษาฉบับเต็ม พยานในคดีนี้ มีแค่ พนักงานธุรการจากค่าย DXXX (ที่ยอมรับว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง IMEI และการปลอมแปลง) พนักงานตัวแทนจาก T(อันนี้มีความเข้าใจ แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมใน log ถึงเก็บไม่ตรง) และตร.ที่ยอมรับว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง IMEI และการปลอมแปลง

นั่นคือพยานในคดีนี้ไม่มีพยานผู้เชี่่ยวชาญเลยสักคน แต่ในคำพิำพากษาหน้า 15 กลับอ้างว่านักวิชาการมือถือยังไม่้ยอมรับการปลอมแปลง IMEI!?!?!?!?!(ไม่รู้ไปอ้างอิงจากไหน)

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:37 #369582

ผมว่าถ้ามาตรฐานที่คุณ lew พยายามเรียกร้อง สำเร็จเป็นจริงขึ้นมา ประเทศนี้ฉิบหายแน่นอนครับ

เพราะจากนี้ไป อาชญากรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากโทรศัพท์ จะไม่สามารถเอาผิดได้เลย
จะเอาผิดได้มีทางเดียว คือต้องถ่ายคลิปตอนก่ออาชญากรรมทางโทรศัพท์ให้เห็นโดยชัดเจนเท่านั้น มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นหลักฐานอ่อน เอาผิดไม่ได้

แล้วประเทศไทยก็จะกลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมผ่านโทรศัพท์โดยเสรี
ฉิบหายแน่นอนครับ

By: neizod
ContributorTraineeIn Love
on 31 December 2011 - 01:41 #369585 Reply to:369582
neizod's picture

ทำไมถึงคิดว่ามันจะ "แย่ลง" เพราะเรา "เอาผิดใครไม่ได้" หละครับ ทำไมไม่คิดว่ามันจะ "ดีขึ้น" เพราะเรากลั่นกรองจนได้ "หลักฐานที่หนาแน่นขึ่น" ซึ่งนำไปสู่ "ผู้กระทำผิดที่แท้จริง" ได้หละ?

หรือว่าประเทศเรามีประสิทธิภาพเพียงแค่นั้น?

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 31 December 2011 - 01:49 #369590 Reply to:369585

ตามมาตรฐานที่คุณ lew ต้องการคือ หลักฐานอ่อนห้ามใช้ ต้องเป็นหลักฐานที่แน่นหนาจนสิ้นสงสัยเท่านั้นจึงจะใช้ได้

ต่อไป อาชญากรรมที่ไม่ได้เกิดซึ่งๆหน้า จะไม่มีสิทธิจับครับ

ไม่มีสิทธิใช้หลักฐานอ่อนหลายๆชิ้นมารวมกันเป็นหลักฐานที่แน่นหนา เพื่อจับกุมคนร้าย ตามมาตรฐานที่สากลเขาใช้กันโดยทั่วไปด้วยครับ

คุณจะโทรไปก่ออาชญากรรมรูปแบบไหนก็ตาม ถ้าไม่เห็นซึ่งๆหน้าก็ห้ามจับครับ อีมี่,ข้อความเสียง,เบอร์โทร = หลักฐานอ่อน ใช้ไม่ได้

พูดแค่นี้คงคิดได้นะครับ ว่ามันจะดีขึ้นหรือแย่ลง

นี่เป็นข้อความที่8แล้ว วันนี้ผมคงคุยอะไรต่อด้วยไม่ได้แล้ว ไว้ว่างๆจะมาคุยใหม่ครับ

By: Thaina
Windows
on 31 December 2011 - 03:20 #369605 Reply to:369590

คุณไม่เข้าใจหลักการ "ปล่อยคนผิดสิบคน ดีกว่าจับผู้บริสุทธิ์คนเดียว"

ต่อให้สังคมจะเหลวแหลกลง เราก็เอาคนบริสุทธิ์มาสังเวยให้สังคมดีขึ้นไม่ได้ครับ ทุกคนมีชีวิตของตัวเอง คุณคืนชีวิตให้ใครไม่ได้ เอาชีวิตใครมาแทนไม่ได้

ที่สำคัญคือมันผิดตั้งแต่แรกแล้ว ที่พยายามเอาการหมิ่นประมาททางโทรศัพท์แค่นี้ มาทำให้มีความผิดที่ต้องตามไล่ล่าระดับหนักกว่าคดีฆ่าคนตาย ทั้งที่ในทางเทคนิคมันก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าเรื่องพรรค์นี้มันปลอมแปลงกันง่าย แล้วมันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน นอกจากดิ้นกันไปเอง

ถ้าคนที่คุณรักโดนด่าแล้วคุณต้องไปล่าตัวคนด่ามากระทืบหรือเปล่า ปล่อยไปยังได้ด้วยซ้ำ เป็นเด็กประถมกันรึไง

ข้างบนก็พยายามมั่วว่า 112 ไม่ใช่ปัญหา มีกฏหมายข้ออื่นร้ายแรงกว่า ก็ลักลั่นย้อนแย้งว่า 112 นี่แหละที่มันกำหนดโทษหนักกว่าคดีร้ายแรงพวกนั้น แล้วมันสมควรเป็นปัญหามั้ยทั้งที่มันไม่ทำใครตาย


My Blog

By: Tg on 2 January 2012 - 16:30 #370107 Reply to:369605

แล้วการ ฆ่าผู้บริสุทธ์ร้อยคน เผื่อจัดการคนผิดเพียงคนเดียว มันผิด "กว่า" เหรอครับ ?

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 2 January 2012 - 17:25 #370113 Reply to:370107
McKay's picture

แน่นอนครับ ทำไมคุณถึงจะต้องมารับผิดในสิ่งที่คุณไม่ได้ก่อ?

เพราะทุกคนก็คือคนเหมือนกัน

หากคุณคิดไม่ได้ ผมว่าคุณเลิกเป็นมนุษย์แม้กระทั่งเป็นคนเถอะครับ การทำลายชีวิตของคนหนึ่งๆเพียงเพื่อให้ได้คนผิดคนเดียวมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นอาชญากรเองหรอกครับ นี่คุณพูดถึงคนหนึ่งร้อยคนเลยนะครับ

ผมว่านะหากคุณคิดแบบนี้ คนที่ควรโดนจับ ไม่ใช่อากงแล้วหล่ะ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: 17November
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 3 January 2012 - 20:16 #370413 Reply to:370107
17November's picture

เอาเฉพาะเรื่องที่คุณถามนี้นะครับ

ถ้าวันนึงพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายและบรรดาญาตินับสิบของคุณไปธนาคาร กำลังทำธุระอยู่ อยู่ดีๆโจรเข้ามาปล้นแบงค์

คุณจะยอมให้ตำรวจถล่มธนาคารฆ่าพ่อแม่พี่น้องคุณเพื่อกำจัดโจรจริงๆ เหรอครับ

By: shadow
iPhoneAndroidRed HatSUSE
on 3 January 2012 - 22:44 #370440 Reply to:370107
shadow's picture

อ่านมาทั้งหมดเข้าใจว่าแต่ละคนมีมุมมองต่างกันยังไงที่ถกเถียงกันมาจนถึงตอนนี้ แต่ผมมาสะดุดที่ประเด็นนี้ของคุณครับ ไม่เคยคิดด้วยว่าจะเห็นคนที่มีมุมมองแบบนี้ มันผิดแน่ๆ ผิดมหันต์

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 3 January 2012 - 23:16 #370443 Reply to:370107
PaPaSEK's picture

ผมไม่รู้นะ ว่าอันไหนมันกว่า หรือไม่กว่า

แต่ถ้าอยู่ๆ ผู้บริสุทธิ์เป็นร้อยก็ถูกปรักปรำและตัดสินโทษประหาร สมมติว่า 1 ในนั้นเป็นผม ผมเองก็คงคิดว่าประเทศนี้เมืองนี้กฏหมายนี้มันเสื่อมจริงๆ ผมไม่สนหรอกว่าอันไหนกว่าหรือไม่กว่า ผมรู้แต่ว่าแบบนี้มันผิดแน่ๆ

ผิดก็คือผิด จะมาเลี่ยงบาลี กว่า ไม่กว่า ทำไม?

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 3 January 2012 - 23:21 #370445 Reply to:369605

เรื่องข้อกฏหมายผิดถูกยังไงผมไม่เถียง แต่คุณ Thaina รู้หรือปล่าวครับที่คนที่เขาดูหมิ่นขู่อาฆาตใน sms นั่นนะใคร
เจตนาของคนส่งคืออะไร แล้วเจตนาของคุณจริงๆคืออะไรครับ

By: Thaina
Windows
on 4 January 2012 - 00:52 #370466 Reply to:370445

คุณคิดว่าการถูกดูหมิ่นคนที่เราเคารพ ก็มีเหตุผลพอที่จะฆ่าล้างโคตรอีกฝ่ายก็ได้รึไงล่ะครับ?

พูดเป็นเล่น คนที่มีความเจริญทางจิตใจ ไม่เอาความใครกับแค่การถูกดูหมิ่นหรอก

ส่วนการข่มขู่ ขู่ฆ่า ในทางสากลเขาก็ยอมรับว่าต้องให้การคุ้มครอง

แต่ ม.112 บ้านเรา จะขู่ฆ่าหรือดูหมิ่นก็โดนโทษเท่ากัน แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าข้อความที่เป็นปัญหานั้น แค่ดูหมิ่น หรือขู่ฆ่า


My Blog

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 4 January 2012 - 01:19 #370472 Reply to:370466

ใครฆ่าล้างโคตรใครละครับ
คนที่มีปัญหากับ ม.112 มักจะวิจารณ์ไปในทางทำร้ายสถาบันมากกว่าทางสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าผ่านตาคุณมาเยอะ
สำหรับคดีนี้ โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงว่ามีการใช้ถ้อยคำหยาบคายแสดงความอาฆาตมาดร้าย จาบจ้วงล่วงเกินพระมหากษัตริย์และพระราชินีด้วยถ้อยคำภาษาที่ป่าเถื่อน และต่ำทรามอย่างยิ่ง เกินกว่าวิญญูชนคนทั่วไปจะพึงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกัน คงเข้าใจนะครับว่าไม่ใช่แค่หมิ่น

By: Thaina
Windows
on 4 January 2012 - 04:02 #370493 Reply to:370472

แล้วเราก้ต้องเชื่อศาล? ศาลตัดสินในทางลับยังไงก็ต้องเชื่อ? โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้อความเหล่านั้นคืออะไร?

แล้วทุกคนในประเทศนี้ไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจสถาบัน?

แล้วมาตรฐานอะไรที่จะมาตัดสินว่า "วิญญูชนคนทั่วไปจะพึงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกัน" ?

แล้วคนเป็นวิญญูชน จะไม่สามารถทนรับถ้อยคำที่เลวร้ายกว่า "ระดับที่วิญญูชนคนทั่วไปจะพึงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกัน" ได้ ? ต้องสั่งติดคุกสิบปียี่สิบให้สาสม?

การที่สากลเขามีกฏหมายห้ามการข่มขู่อาฆาต เพื่อป้องกันการก่อการร้ายครับ ไม่ใช่เพื่อเอาสะใจ


My Blog

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 5 January 2012 - 23:26 #371090 Reply to:370493

ถ้าทำจริงก็ควรติดคุกครับ มีอะไรไม่ถูกต้อง
มาตรา 112 ห้ามการกระทำเพียง 3 อย่าง คือ ห้ามหมิ่นประมาท ห้ามดูหมิ่น และห้ามอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ การกระทำทั้ง 3 อย่างนั้น อย่าว่าแต่จะทำกับประมุขของประเทศเลย ทำกับคนธรรมดาก็ยังไม่ได้ เสรีภาพของบุคคลนั้นย่อมมีขอบเขตอันจำกัดที่จะต้องไม่ไปละเมิดคนอื่น ถ้าคำนึงถึงแต่เสรีภาพของบุคคลโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของคนอื่น สังคมก็คงกลียุค

ติดคุก 20 ปี ก็เพราะ ผู้กระทำไม่ได้กระทำความผิดแค่ครั้งเดียว แต่มีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ด้วยถ้อยคำดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายถึง 4 ครั้ง มีถ้อยคำที่แตกต่างกันทุกครั้ง แสดงถึงเจตนาที่จงใจกระทำผิดกฎหมายอย่างท้าทายไม่ยำเกรงอาญาแผ่นดิน ไม่มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธมาตลอดจนถึงในชั้นศาลจึงไม่มีเหตุลดโทษ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดแต่ละครั้งจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 20 ปี ไม่ใช่มาตัดตอนพูดว่า ส่ง SMS แล้วติดคุก 20 ปี

ถามอีกครั้งจริงๆเถอะมีประเทศไหนบ้างที่ปล่อยให้คนไปใส่ร้าย ด่าทอ ประมุขประเทศเขาบ้างครับ

By: Thaina
Windows
on 6 January 2012 - 01:40 #371141 Reply to:371090

มาตรา 112 นี่แหละครับที่มันไม่ถูกต้องในหลายๆแง่ คนเขาก็ต่อตานกันอย่างมีเหคุผลกันมานานเป็นปีๆแล้วครับเคยคิดจะลองเข้าใจดูบ้างมั้ยล่ะ?

ประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ขังคุกคนเป็นสิบๆปี กับแค่เพราะคำพูดดูหมิ่นไม่กี่คำหรอกครับ ประเทศที่เจริญแล้ว เขาให้กษัตริย์ ใช้กฏหมายหมิ่นประมาทหรือขู่ฆ่าเท่ากับคนธรรมดา และเขาก็มีเหตุผลว่าเขาก็เคยทำแบบเราแล้วมันเจ๊ง เขาถึงเลิกทำ

คุณรู้หรือเปล่าว่ายุโรปประเทศนึง ไปชี้หน้าด่าราชวงศ์ต่อหน้ากลางถนน ก็แค่จับขังคืนเดียวข้อหาก่อความไม่สงบ การที่คุณถามว่ามีประเทศไหนบ้าง นี่แปลว่าคุณไม่เคยสนใจความจริงของโลกนี้เลยแต่เพ้อเจ้อไปเองว่ามันต้องไม่มี

หรือบางทีคุณอาจถูกปิดหูปิดตาอย่างแนบเนียน

ประเทศที่เขาไปไล่จับคนด่าประมุขหรือผู้นำ ก็เห็นจะมีพวก พม่า เกาหลีเหนือ น่ะครับ ประเทศเราเป็นแบบนั้นคงพอใจคุณ?


My Blog

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 6 January 2012 - 08:50 #371164 Reply to:371141

อ่านให้เข้าใจอีกครั้งครับ โทษแค่ 5 ปีครับแต่ทำผิด 4 กรรม 4 วาระ และไม่ใช่ดูหมิ่นธรรมดาแต่เป็นการแสดงความอาฆาตมาตร้ายต่อกษัตริย์ ถ้าดูหมิ่นธรรมดาแล้วติดคุกอย่างไม่มีเหตุผล พวกแกนนำเสื้อแดงทั้งหลายคงไม่ออกมาเพ่นพ่านอย่างนี้หรอกครับ
ประเทศที่เจริญอย่างอเมริกาไงครับ เขียนกลอนด่าโอบาม่าติดคุก 3 ปี อีกคนด่าโอบาม่า มันห้ามเข้าประเทศอเมริกาด้วยซ้ำ
***คำว่า ไพร่ อำมาตย์ กับเรื่อง ม.112 ถูกยกเป็นประเด็นมาจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่มีเจตนาให้ร้ายต่อสถาบัน ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ***
ยิ่งอ่านข้อความคุณ Thaina ก็ยังสงสัยเลยว่าคุณเห็นดีเห็นงามไปกับคนที่ส่ง Sms ไปหมิ่นด้วยเหลือเกิน

By: Thaina
Windows
on 6 January 2012 - 14:13 #371271 Reply to:371164

แค่คิดว่าต้องเอา 4 กรรมมาคูณนี่ก็ผิดปกติในตัวแล้วครับ สุดท้ายผลคือเหมือนๆกัน คือคนฟ้องอยากอัดโทษให้หนักถึงได้สั่งฟ้องสี่กระทง และศาลก็ไม่สำเหนียกอะไรก็ยังยอมให้แยก 4 กระทง ตั้งธงไว้แล้วว่าจะเอาสิบๆปี เพราะกฏหมายเขียนแค่ 5 ปี มันไม่สะใจ

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

แกนนำเสื้อแดงดูหมิ่นกษัตริย์? ตอนไหน? ถ้าจับได้ว่ามัดตัวก็โดนไปแล้วครับจะไปเหลืออะไร เสื้อแดงไม่ได้ด่าสถาบันด้วยซ้ำด่าแต่อำมาตย์ ก็สะเออะไปเอาคำว่าอำมาตย์มาแปลเป็นเจ้ากันเอง พจนานุกรมมีไม่รู้จักเปิด

เขียนกลอนด่าโอบาม่าติดคุก เพราะเหยียดผิวครับ ไม่ใช่เพราะด่าโอบาม่า อันนี้คุณมั่วนิ่ม ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

***คำว่า ไพร่ อำมาตย์ กับเรื่อง ม.112 ถูกยกเป็นประเด็นมาจากกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่มีเจตนาให้ร้ายต่อสถาบัน ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ **

เป็นความคิดอันคับแคบและเพ้อเจ้อที่คุณจินตนาการเอง ในโลกแห่งความจริงตอนนี้ คนที่จะให้เลิก 112 ก็มีคนที่รักสถาบัน เพราะเขารักเขาถึงสั่งให้รัฐบาลเลิก แต่ปัญญาอย่างคุณที่คิดได้ชั้นเดียวก็คงไม่เข้าใจ

ถึงผมไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่พูด(เพราะผมไม่รู้ว่าพูดอะไรบ้าง) แต่ผมก็ต้องปกป้องสิทธิของคนที่พูด ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม และที่สำคัญคือตามหลักการแล้ว ยังมัดตัวอากงไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าอากงคือคนที่พูดจริงๆ


My Blog

By: Not Available a...
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 6 January 2012 - 14:52 #371276 Reply to:371271
Not Available at this Moment's picture

กระทำผิด 4 กรรมโดนลงโทษ 4 กระทงมันผิดยังไงช่วยชี้แจงด้วยครับ?

มาตรา 91 เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลาย กรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมี การเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษ ทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้

(1) สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงไม่เกินสามปี

(2) ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี

(3) ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

คือคุณจะบอกว่าการส่ง SMS 4 ครั้ง 4 วัน 4 ข้อความแยกจากกันนี่เป็นการกระทำเพียงกรรมเดียว? ตลกแล้วครับถ้าคิดจะอ้างลอยๆแบบนี้ผมว่าคุณอย่ายกให้มันเป็นประเด็นกฏหมายดีกว่าเพราะจะสร้างความเข้าใจผิดเสียเปล่าๆ

มันไม่ใช่การยอมหรือไม่ยอมให้แยกเลย อย่าเอาอคติมาเป็นทีตั้งดีกว่าครับ


ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 6 January 2012 - 16:17 #371317 Reply to:371276
zerocool's picture

+1 ครับ

บางยังไม่เข้าใจภาษากฎหมายที่ว่า "ต่างกรรมต่างวาระ" เลยด้วยซ้ำ

ปล้นบ้านหลังหนึ่ง 4 ครั้งภายใน 1 เดือนกวาดทรัพย์ไป 200 ล้านกับปล้นบ้านหลังนี้ครั้งเดียวกวาดทรัพย์ไป 200 ล้าน โทษที่ได้รับตามกฎหมายแล้วต้องต่างกัน

ปล. ผมว่าเขาไม่มาตอบหรอกครับ ดูมวยแล้วหลายทีที่โดนยันก็แค่หาย ๆ เงียบ ๆ ไปแล้วเปลี่ยนไป reply คนอื่นแทนในประเด็นที่ต่างออกไปหรือไม่ก็ประเด็นเดิมแต่เปลี่ยนวลี มันเป็นสูตรมวยของเขาครับ ;)


That is the way things are.

By: superballsj2
iPhoneWindowsIn Love
on 7 January 2012 - 09:12 #371506 Reply to:371317
superballsj2's picture

รอชม

ข้อความด้านบน เรื่องโทษของกฎหมายคน = ประหารชีวิต เค้าก็ยังไม่ตอบเลยครับ เงียบหายไปเลย ผมเดาว่าคงกลัวติดโควต้า 8 rep (คิดในแง่ดี ฮ่าๆ)


WoW

By: Thaina
Windows
on 8 January 2012 - 04:56 #371579 Reply to:371506

ผมก็ว่ผมชี้ชัดไปแต่แรกแล้วว่ากฏหมายมันไม่ได้ใช้ ฆ่าคนไม่ได้ต้องติดคุกซักปี กฏหมายจริงเขียนไว้แบบไหน แต่ก็ทำแค่นี้

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่เข้าใจ

และบางเรื่องผมก็เห็นคนอื่นก็มาช่วยตอบช่วยอธิบายไปแล้ว ผมก็เลยคิดว่าคงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว

ผมก็เลยขี้เกียจอธิบายแล้ว เพราะผมไม่ได้ติด 8 เหมือนคุณแต่ติดแค่ 2 แป๊บๆก็หมด

มานั่งอธิบาย ผมเอาไปใช้เล่นมุขลัลล้าจะมีประโยชน์กว่า


My Blog

By: superballsj2
iPhoneWindowsIn Love
on 9 January 2012 - 17:19 #372161 Reply to:371579
superballsj2's picture

"ฆ่าคนเนี่ยนะครับประหารชีวิต???
คุณมาจากซีกโลกไหนเนี่ย? ประเทศนี้ หมอฆ่าเมีย ไม่ติดคุกซักปี บำเพ็ญประโยชน์ พอแล้ว
ตอนนี้โทษประหารชีวิตเหลือแค่ประเภทสังหารหมู่หรือกบฏแผ่นดินมั้ง"

ที่คุณพูดมาตรงด้านบน ก็เลยมีคนเอาโทษของการฆ่าคนมาแย้งคุณ ในประเด็นที่ว่า "โทษของมัน" ไม่ใช่ "การบังคับใช้" ผม(และคาดว่าอีกหลายคน)จึงเข้าใจว่าคุณเข้าใจผิดหรือไม่รู้ชัดข้อนี้หรือป่าวจึงได้พูดมาแบบนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการบังคับใช้เลยครับ

ผมถึงได้บอกคุณหลายครั้งแล้วว่าการอธิบายด้วยการประชดประชันน่ะ มันไม่ทำให้คนอื่นเข้าใจหรอกครับ มีแต่จะทำให้เข้าใจผิด

ไม่ต้องตอบผมก็ได้นะ เชิญเอาโควต้าไปเล่นมุขลั้ลลาตามสะดวกเถอะ

ปล. ถ้าพูดถึงการบังคับใช้กฎหมาย คดีอากง เค้าบังคับใช้กฎหมาย มันก็ถูกอยู่แล้วอ่ะดิ (อันนี้ผมแซวเล่นนะ อิอิ ผมเข้าใจอยู่แล้วว่าเรียกร้องกันเรื่องหลักฐานไม่แน่น)


WoW

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 6 January 2012 - 16:20 #371320 Reply to:371271

ถ้าติดคุกเพราะเรื่องเหยียดผิวจริงก็น่าโดนไปตั้งแต่ปี 2550 ปีที่โพสต์ข้อความแล้วครับ ข้อความเดียวถูกกันโพส์ลงอีกครั้งหลังจากโอบาม่าเป็นประธานาธิปดี ตอนปี 2552 ถึงได้เป็นเรื่องขึ้นมา
ถึงผมไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่พูด(เพราะผมไม่รู้ว่าพูดอะไรบ้าง) แต่ผมก็ต้องปกป้องสิทธิของคนที่พูด ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม เจริญละครับ ไมรู้ว่าพูดอะไรไปยังกล้ามาปกป้องสืทธิของคนพูดอีก

ไอ้คนที่อยากยกเลิก 112 ไม่ได้รักกันจริงหรอกครับ จริงๆมันยังมีมาตรา ม.130-ม.135 ที่คุ้มครองประมุขของต่างประเทศด้วย

ตลกไหมละครับ ให้ยกเลิก ม.112 แต่ไม่พูดถึง ม.130-ม.135 หมายความว่าในประเทศไทยประมุขเราโดนดูถูกเหยียดหยามใส่ร้ายยังไงก็ได้ แต่ด่าประมุขต่างประเทศในประเทศไทยมีโทษ พวกที่อยากจะยกเลิกนี่คนไทยหรือปล่าวครับ

By: Kurtumm
ContributoriPhoneUbuntu
on 6 January 2012 - 17:31 #371344 Reply to:371271
Kurtumm's picture

โพสท์เหมือนจะรู้เยอะ แต่ยิ่งอ่านยิ่งเหมือนไม่รู้ไม่เข้าใจอะไรเลย


kurtumm

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 6 January 2012 - 15:12 #371283 Reply to:371164
bahamutkung's picture

กรณีเขียนกลอนของ Johnny Logan Spencer ตามเนื้อหากลอนที่พูดถึงการลอบสังหารและการเหยียดผิวอย่างชัดเจน และเขาเป็นสมาชิกของพวก White Power (KKK) เลยถูกเพิ่มโทษตามข้อหาอาชญากรรมจากความเกลียดชังครับ

แล้วถ้าเทียบกับกฎหมายไทยจะโดนในมาตรา 111 แทน คือยุยงให้ลอบสังหารประมุข ซึ่งโทษคือประหารชีวิตครับ

หาข้อมูลก่อนก็ดีนะครับ ไม่ใช่เห็นใครพูดแล้วถูกใจตัวเองก็เชื่อเลย

"THE SNIPER"

"As the tyrant enters his cross hairs the breath he takes is deep

His focus is square on the target as he begins to release

A patriot for his people he knows this shot will cost his life

But for his race and their existence it is a small sacrifice

The bullet that he has chambered is one of the purest pride

And the inspiration on the casing reads DIE negro DIE

He breathes out as he pulls the trigger releasing all his hate

And a smile appears upon his face as he seals that monkey's fate.

The bullet screams toward its mark bringing with it death

And where there was once a face there is nothing left

Two blood covered agents stare in horror and dismay

Looking down toward the ground where their president now lay

Now the screams of one old negro broad pierces thru the air

Setting off panic from every eyewitness that was there

And among all the confusion the hero calmly slips away

Laughing for he knows there will be another negro holiday

By Johnny Spencer


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 6 January 2012 - 16:03 #371302 Reply to:371283

ข้อความถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่ปี 2550 แล้วนี่ครับ ถูกโพสต์อีกทีตอน ปี 2552 ถ้ามีปัญหาจริงๆทำไมมาเพิ่งจับเอาตอนโอบาม่าเป็นประธานธิปดีละครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 6 January 2012 - 16:34 #371328 Reply to:371302
bahamutkung's picture

ยิ่งชัดเลยครับว่าไม่ได้หาข้อมูลมาเลย เหตุที่มีการจับกุมเพราะเขา post อีกครั้งในปี 2552 ครับ

อ้างอิง : http://www.huffingtonpost.com/2010/12/06/johnny-logan-spencer-obama-threat_n_792894.html

Search Google ขึ้นอันแรกน่ะครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 6 January 2012 - 23:26 #371433 Reply to:371328

ขอโทษครับอาจจะคลาดเคลื่อนไปหน่อย
ศาลในเมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตักกีได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2553 ให้จำคุกนายจอห์นนี่ โลแกน
สเปนเซอร์ ชาวเมืองหลุยส์วิลล์ วัย 28 ปี เป็นเวลา 33 เดือน ด้วยข้อหาข่มขู่นายบารัก โอบามา
ซึ่งเขาถูกตั้งข้อหาจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่า กระทำการข่มขู่ประธานาธิบดีและข่มขู่เอาชีวิตหรือทำร้ายร่างกายผู้เข้าชิง
ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อันนี้ถูกไหมครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 7 January 2012 - 02:04 #371477 Reply to:371433
bahamutkung's picture

ที่เขียนอันนี้มาก็ตรงตามข้อมูลที่ผมลงไว้แหละครับ แต่อันแรกๆ ที่คุณว่ามาน่ะบิดเบือน

เพราะ การแช่ง != การข่มขู่ คลาดเคลื่อนไม่หน่อยล่ะครับ ถ้าเทียบกฎหมายไทยก็คนละมาตราอย่างที่ผมบอกนั่นแหละ

แล้วปัจจัยที่ทำให้ตัดสินโทษหนัก อย่างที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมาจากปัจจัยของอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (ปกติคดีอาญาไหนที่ลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายนี้ ศาลจะลงโทษเป็นข้อหาเสริมที่บวกโทษเข้าไปอีก เป็น topping) ซึ่งอเมริกาซีเรียสตรงนี้มาก เพราะกลัวกระแส KKK จะกลับมาเหมือนหลายสิบปีก่อนที่ปลุกระดมกันจนคนดำโดนเผาทั้งเป็นกันไปเยอะนั่นแหละ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 8 January 2012 - 11:23 #371693 Reply to:371477

ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้บิดเบือนหรอกครับ เพราะข้อหาหลักคือการข่มขู่นายบารัก โอบามา ซึ่งต่อมาเขาระบุชัดเจนว่าเป็นประธานาธิบดี ไม่ใช่ข้อหาเหยียดผิว เทียบกับคดีที่พูดถึงกันในบ้านเราก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นี่ครับ จริงๆยังมีวัยรุ่นชาวอังกฤษ ส่ง email ไปด่าโอบาม่าถึงทำเนียบขาวเลยโดนโทษห้ามเข้า อเมริกาตลอดชีวิต

เพียงอยากจะสื่อว่ากฎหมายลักษณะนี้มีบังคับใช้ในหลายประเทศที่เขาว่ากันว่าเจริญแล้ว แต่กับประเทศไทยข้อกฎหมายลักษณะเดียวกันกลับมีคนดัดจริต กล่าวหาจากกลุ่มคนบางพวกว่าล้าหลังเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 8 January 2012 - 12:55 #371703 Reply to:371693
bahamutkung's picture

อย่างที่เขียนไปข้างต้นว่าข้อหาอาชญากรรมจากความเกลียดชังเป็น topping งั้นจะเทียบง่ายๆ ว่าเหมือนคดีขับรถโดยประมาท ถ้าเมาสุราด้วยก็เพิ่มโทษเข้าไปอีก แต่ไม่มีเขียนเป็นข้อหาแยก (ถ้ายังงงอยู่ไปหา Law & Order มาดูครับ คัมภีร์กระบวนการยุติธรรมของอเมริกา)

แล้วที่คุณยังบอกอีกว่ากรณีนี้ประเทศอื่นก็ลงโทษในเรื่องเดียวกัน ย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ การด่ามันคนละเรื่องกับการข่มขู่เลย ถ้าเทียบกฎหมายไทยก็ประมาณว่าที่อเมริกาไม่มี ม.112 แต่กรณีที่คุณอ้างๆ มามันคือ ม.111 นั่นแหละ ซึ่งทุกประเทศมันมีอยู่แล้วครับ แต่กฎหมายลักษณะเดียวกับม.112 มีไม่กี่ประเทศที่มี

แต่ประเด็นจากการที่คุณเอา 2 เรื่องนี้มาเทียบกันคือ ประเทศที่เจริญแล้วก็ยังลงโทษการขู่ฆ่าไม่แรงเท่าเราลงโทษคนด่าครับ ยิ่งถ้าเทียบข้อหาเดียวกัน อเมริกาโดนติดคุก 33 เดือน แต่ถ้ากลอนนี้เอามาขู่ฆ่าประมุขเรา โทษตามมาตราคือประหารนะครับ จบมั้ยครับประเด็นนี้ ผมว่าด้วยข้อมูลล้วนๆ นะครับ

ส่วนเรื่องวัยรุ่นชาวอังกฤษ ขอข้อมูลอ้างอิงด้วยครับ ไม่ใช่พูดลอยๆ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 8 January 2012 - 13:48 #371718 Reply to:371703

สรุปให้หน่อยซิครับคำว่าขู่ฆ่าอยู่ในความหมายของอาฆาตมาดร้ายอันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ ม.112 หรือปล่าว
ซึ่งประเทศอื่นก็มีกฎหมายอย่างนี้ เช่น อเมริกา "ห้ามข่มขู่ประธานาธิบดี หรือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ " มีโทษหนักเช่นเดียวกัน อีกทั้งคดีก็เกิดขึ้นและถูกจับกุมดำเนินคดีลงโทษมากมาย

1.นายสตีเฟ่น โจเซฟ คริสโตเฟอร์ ขู่ลอบสังหาร ว่าที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา “การใช้ห้องคุยในอินเทอร์เน็ตเพื่อกล่าวคำขู่ดังกล่าว ถือเป็นอาชญากรรมเทียบเท่ากับการพูดโดยปากเปล่า การข่มขู่เช่นนี้จะต้องถูกดำเนินการอย่างเอาจริงและอย่างรวดเร็ว” โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับ 250,000 เหรียญสหรัฐ (8.75 ล้านบาท) http://www.siamintelligence.com/man-arrested-for-obama-assassination-threat/

2.นายจีเซลแต่กล่าวว่าหากเขาต้องการฆ่านายโอบาม่า เขาจะใช้ปืนไรเฟิ้ลสำหรับพลซุ่มยิง ก่อนจะแก้ตัวว่าเขาพูดเล่น ปัจจุบันเขาถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักกันในย่านดาวทาวน์นครไมอามี่โดยห้ามประกันตัว และจะถูกดำเนินคดีภายใต้กฏหมายสหรัฐฯ ที่ห้ามข่มขู่ประธานาธิบดี หรือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=297998

3.ศาลแห่งหนึ่งของรัฐบาลกลางสหรัฐตัดสินเมื่อวานนี้ให้จำคุกนายนาธาน ไวน์ ชาวรัฐฟลอริดา วัย 21 ปี เป็นเวลา 3 ปี ในข้อหาส่งอีเมลล์ขู่ฆ่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ http://www.siamwing.com/show/562126

4.นายเรเน คูเร็ท วัย 30 ปี เผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หลังรับสารภาพผิดในข้อหาขู่ฆ่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ และครอบครัว http://news.lorling.com/?show-132667

5.สื่อมวลชนของอังกฤษได้รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2553 ว่า นายลุก แองเจล อายุ 17 ปี ชาวเมืองซิลโซ ในเบดฟอร์ดเชียร์ ได้ส่งอีเมล์ไปยังทำเนียบขาว หลังจากที่เขาได้ดูรายการทีวีเกี่ยวกับเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 พร้อมกับเรียกนายโอบามาในอีเมล์นั้นว่า “a prick” ซึ่งเป็นศัพท์สแลงมีความหมายถึงอวัยวะเพศชาย

   อีเมล์ดังกล่าวถูกสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ดักตรวจได้ จึงส่งข้อมูลให้ตำรวจอังกฤษทำการสืบสวนสอบสวนต่อและสามารถระบุตัวคนส่งอีเมล์ได้ แม้ว่าจะไม่มีการดำเนินคดีกับเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษคนนี้ แต่เขาก็ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ http://www.theweek.co.uk/people-news/11611/british-boy-gets-us-ban-calling-obama-%E2%80%98prick%E2%80%99#ixzz1gVZWRYdt

คำถามแรก อย่างนี้แล้วอเมริกาไม่เป็นประชาธิปไตยและต้องยกเลิกกฎหมายห้ามข่มขู่ประธานาธิบดี หรือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ ?

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 8 January 2012 - 14:44 #371730 Reply to:371718
bahamutkung's picture

อีกครั้งนะครับ

การด่า != การขู่ฆ่า

การขู่ฆ่าเป็นความผิดต่อเสรีภาพของตัวบุคคลอยู่แล้วโดยไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง เพราะเป็นการสร้างความหวาดกลัวต่อเป้าหมายจนไม่อาจดำเนินชีวิตตามปกติได้ ประเทศประชาธิปไตยก็มีสิทธิ์จะคงกฎหมายข้อนี้ได้ เพราะการขู่ฆ่าประมุขคือความพยายามล้มรัฐในเชิงสัญลักษณ์

แต่การด่าไม่ได้ทำให้เป้าหมายหวาดกลัวแต่อย่างใดนะครับ คนทั่วโลกก็ด่าโอบามากันเยอะแยะไม่เห็นเขาต้องมาตามจับยัดคุกเลย

แล้วที่ถามมาว่าการขู่ฆ่าอยู่ในองค์ประกอบของการอาฆาตมาดร้ายหรือเปล่า ความหมายของคำว่าอาฆาตมาดร้ายตามพจนานุกรมคือพยาบาทมุ่งจะทำร้ายให้ได้ แต่การขู่ฆ่ามันเกินกว่าการทำร้าย ซึ่งสามารถตีความเป็น ม.111 สนับสนุนการปลงพระชนม์ก็ได้ (ไม่เคยมีการศึกษากันหรอกว่าศาลไทยตัดสินยังไงสำหรับกรณีนี้ เพราะการดำเนินคดีเป็นความลับ เราเลยไม่รู้ว่าที่โดนจับๆ ไปเนี่ย ขู่ฆ่าหรือแค่ด่า)

ในไทยการด่าประมุขผิด ม. 112 (3 - 15 ปี) สนับสนุนการปลงพระชนม์ผิดม. 111 (โทษประหาร)

4 กรณีข้างต้น (เว้นกรณีสุดท้าย) ที่คุณว่ามาน่ะ ถ้าทำต่อประมุขไทย อาจจะถึงขั้นประหารครับ

ดังนั้นปัญหาไม่ใช่ว่าทำไมอเมริกาถึงยังมีกฎหมายนี้แล้วมาว่าไทย ปัญหาอยู่ที่คุณเอา 2 เรื่องที่ดูคล้ายกันแต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกันมาผสมปนเปกันเพื่อให้ผลสรุปเป็นไปตามที่คุณต้องการมากกว่า


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xpress
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 8 January 2012 - 17:14 #371749 Reply to:371730

ok เข้าใจครับ เจตนาผมจริงๆไม่ได้อยากมาเถียงข้อกฎหมายหรอกครับแค่อยากจะเปรียบเทียบว่า ต่างประเทศเขาก็มีกฎหมายที่คุ้มครองประมุขประเทศกันทั้งนั้น แต่ที่บ้านเรากลับพยายามที่จะยกเลิกข้อกฎหมายนี้ไปเสียทำไมครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 9 January 2012 - 21:08 #371757 Reply to:371749
bahamutkung's picture

อีกครั้งนะครับ

การด่า(ม.112) != การขู่ฆ่า(ม.111)

เรามีกฎหมาย ม.112 ไว้จับกุมคนด่าประมุขเข้าคุกได้ 3-15 ปี ซึ่งไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนมีครับ

แต่ที่โลกมีคือม. 111 ครับ ขู่ฆ่ากันยังไงก็ผิดหลักกฎหมาย

อย่ามาเล่นประเด็นด้วยการเอามาปนกันเลยครับ ย้ำอยู่นั่นแหละว่าประเทศอื่นก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุข แสดงว่าไม่เข้าใจประเด็นว่าเค้าคุ้มครองการขู่ฆ่า ไม่ได้คุ้มครองจากการถูกด่า(ใช้กม.หมิ่นประมาททั่วไป) อีกครั้งนะครับ

การด่า(ม.112) != การขู่ฆ่า(ม.111)

การด่าในไทยติดคุก เมืองนอกไม่ติดคุก

ขู่ฆ่าเมืองไทยประหาร เมืองนอกติดคุก

พอจะเห็นภาพรึยังครับ

ถ้ายังไม่เข้าใจอีกจะให้ไปคัดพันจบแล้วนะครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: Thaina
Windows
on 8 January 2012 - 17:51 #371766 Reply to:371749

ประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่ได้คุ้มครองประมุขจากการถูกด่าครับ

ถึงมีก็ไม่ค่อยได้ใช้ และถึงใช้ ก็จะเป็นแค่กฏหมายเก่าๆที่ไม่ได้แก้ แล้วก็จะยกเลิกบทลงโทษเก่า มาใช้บทลงโทษที่เท่ากับกฏหมายของประชาชน

ประเทศที่มีกฏหมายที่บอกว่าห้ามประชาชนด่าประมุขแบบที่เรามี เห็นจะมีแต่เกาหลีเหนือ และประเทศเผด็จการอื่นๆ


My Blog

By: Kurtumm
ContributoriPhoneUbuntu
on 8 January 2012 - 22:13 #371869 Reply to:371766
Kurtumm's picture

ยกเลิกแล้วประเทศมันจะเจริญ?

รากเหง้าของแต่ละประเทศมันมาไม่เหมือนกัน กฎหมายบางส่วนก็มาจากรากเหง้าและวัฒนะธรรมของแต่ละที่

ม.112 ไม่ได้มีผลกับคนที่ใช้ชีวิตปกติสักคน มีแต่พวกแส่หาเรื่องทั้งนั้น อยากให้ประเทศเจริญเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะ

คนที่ไม่เข้าใจเรื่องความผิดทางกฎหมายคิดเป็นกรรม คงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอกมั้ง


kurtumm

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 8 January 2012 - 18:28 #371791 Reply to:371730
zerocool's picture

ไม่เห็นด้วยที่จัดให้ "การขู่ฆ่า" ไปอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันกับ "การสนับสนุนการลอบปลงพระชนม์" เพราะผมว่า "การขู่ฆ่า" ยังไม่เท่ากับ "การพยายามฆ่า" อย่างแน่นอน อยากให้คุณใช้มาตรฐานในการเปิดคำแปลจากพจนานุกรมเฉกเช่นเดียวกันกับเวลาที่คุณต้องการหาความหมายของคำว่า "อาฆาตมาดร้าย" ด้วยครับ การเปรียบเทียบคำแปลจัดหมวดหมู่จะได้ดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

สำหรับผมแล้วการขู่ฆ่าน่าจะอยู่ในหมวดหมู่ "อาฆาตมาดร้าย" มากกว่าเพราะ "การคิดคำนึงมุ่งที่จะทำร้าย" นั้นก็บอกอยู่ในตัวมันอยู่แล้วว่ายังมิได้ดำเนินการกระทำเตรียมการใด ๆ เพื่อที่จะทำร้าย หากแต่เพียงคิดและแสดงความคิดออกมาว่าต้องการทำร้ายเท่านั้น ถ้าคุณได้อ่านกฎหมายมาตรา 107-111 อย่างละเอียดแล้วจะพบวลีที่ว่า "ตระเตรียม" อยู่ในตัวบทแทบจะทุกมาตรา ซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายต่อว่าคำว่า "ตระเตรียม" นั้นมีความหมายอย่างไรและแสดงออกถึงการกระทำแบบใด

ตีความจากย่อหน้าแรกของคุณผมเข้าใจว่าคุณเห็นด้วยกับการลงโทษจำคุกอย่างรุนแรงสำหรับความผิดในข้อหาพยายามล้มรัฐในเชิงสัญลักษณ์ แต่ในทางกลับกันคุณไม่เห็นด้วยกับการจำคุกอย่างรุนแรงในข้อหาดูหมิ่นสร้างความเสื่อมเสียให้กับรัฐเชิงสัญลักษณ์ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่รู้หรอกครับว่าต้องใช้มาตรฐานไหนในการตัดสินว่าล้มรัฐเชิงสัญลักษณ์แล้วต้องลงโทษแรงแต่ถ้าแค่สร้างความเสื่อมเสียให้กับรัฐเชิงสัญลักษณ์ให้ลงโทษสถานเบาก็เพียงพอ ผมยังไม่เคยได้ยินเหตุผลสำหรับกรณีนี้อย่างจริงจัง จะเคยได้ยินก็มีแต่การเปรียบเทียบอย่างที่คุณว่า "คนอื่นก็ทำกันเขาไม่เห็นจะทำอะไร" ซึ่งผมว่ามันเป็นตรรกะที่ยังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ และถ้าจะให้ผมพูดเปรียบเทียบผมก็พูดได้ครับว่า "อีกหลายคนบนโลกก็หมิ่น ฯ กันมากแต่ก็ยังไม่เห็นถูกจับเลยเหมือนกัน" หรือถ้าจะให้พูดตรง ๆ ผมว่าตรรกะนี้ใช้ไม่ได้เลย

นี่ยังไม่นับว่าคุณไม่รู้จริง ๆ ด้วยซ้ำว่าหากคุณด่าโอบาม่าแล้วจะไม่ติดคุกจริง ๆ ขนาดในข่าวเด็กอังกฤษคนหนึ่งเรียกโอบาม่าว่า a prick ยังถูกห้ามเข้าประเทศแล้วถ้าคุณไปด่าโอบาม่าจริง ๆ ในขณะที่อยู่ที่ USA คุณคิดว่าคุณจะไม่ติดคุกจริง ๆ หรือครับ ? ผมเองยอมรับว่าไม่แม่นเรื่องกฎหมายของ USA ผมเลยไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้มากนัก แต่แล้วคณล่ะแม่นกฎหมาย USA หรือเปล่าถึงได้พูดอย่างมั่นใจขนาดนั้น ? ถ้าจะให้ดี quote หรือ link มาด้วยจะทำให้คำพูดมีน้ำหนักมากขึ้นครับ

สุดท้ายผมจะขอออกตัวไว้ ณ ที่นี้เลยว่าผมจะไม่บอกว่าผมสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนมาตรา 112 ใน comment นี้แต่ผมเคยบอกไปแล้วใน comment อื่น ๆ ถ้าใครเคยอ่านเจอก็จะเห็นแบบชัด ๆ แต่ที่ผมอยากจะบอกคือการที่คนใดคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นออกมา มันไม่เกี่ยวหรอกครับว่าเขาจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนกฎหมายมาตรานี้ สิ่งที่สำคัญมันอยู่ที่เหตุผลที่เขานำมาใช้ถกเถียงมากกว่า ก็เหมือนอย่างที่หลาย ๆ คนเคยบอกว่าความเชื่อทางการเมืองไม่เกี่ยวกับตรรกะของเหตุผลที่นำเสนอ ซึ่งผมก็เห็นด้วยอย่างมากแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพอเป็นเรื่องนี้คนกลับไม่ยอมนำแนวคิดบรรทัดฐานแบบเดียวกันมาใช้ จะเห็นมีแต่การตราหน้าไว้ก่อนทำนองที่ว่า "ถ้าเอ็งสนับสนุนมาตรา 112 ข้าจะไม่ฟังเอ็ง ..." ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลาคิดหรอกครับว่าผมสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนมาตรา 112 เอาเวลาไปคิดดูว่าเหตุผลของผมถูกหรือผิดอย่างไรน่าจะเหมาะสมกว่า

อนึ่ง

การขู่ฆ่า != การสนับสนุนการลอบปลงพระชนม์

ตัวอย่างการขู่ฆ่าประธานาธิบดีติดคุก 20 ปีถ้ารวมข้อหามีอาวุธในครอบครองด้วยรวมติดคุก 50 ปี


That is the way things are.

By: Thaina
Windows
on 8 January 2012 - 19:26 #371818 Reply to:371791

แต่คนอเมริกันด้วยการ ด่าโอบาม่า ก็ไม่มีใครไปจับครับ

พาดหัวหนังสือพิมพ์ยังไม่เป็นไร ถ้าจำไม่ผิด (แค่มีการขอโทษ)

เว็บด่าโอบาม่า เซิร์ชหาได้ครับ คิดว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ไหนครับ มีใครไปปิดมั้ย?

เดี๋ยวพออ้างแบบนี้ปั๊บ ก็คงเฉไฉไปว่า ก็โอบาม่าไม่ใช่กษัตริย์

อนึ่ง ในเมื่อแยกออกเป็นว่า การขู่ฆ่า != การสนับสนุนการลอบปลงพระชนม์

ทำไมแยกไม่ออกว่า การด่า != การขู่ฆ่า อาฆาตมาดร้าย เช่นเดียวกัน


My Blog

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 8 January 2012 - 22:38 #371880 Reply to:371791
bahamutkung's picture

พูดตรงๆ นะครับ ทั้งคุณและผมก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าการขู่ฆ่าในไทยจะถูกจัดเป็นการสนับสนุนหรือการอาฆาตมาดร้าย เพราะคดีแบบนี้ในไทยจะถูกพิจารณาโดยลับ ไม่มีใครได้เห็นเนื้อหาที่ผู้ต้องหาเขียน เราจึงไม่รู้เลยว่าคนที่เขียนเนื้อหาแบบไหนจะถูกตัดสินเป็นพวกไหน ผมก็พยายามตีความเท่าที่ทำได้นั่นแหละ

ผมแปลความการขู่ฆ่าปธน.อเมริกาและผู้ลงสมัครว่าเป็นการล้มรัฐเชิงสัญลักษณ์ เพราะมันขัดขวางกระบวนการการเลือกตั้งโดยตรง ถ้าคุณถูกขู่ฆ่า คุณจะกล้าออกไปหาเสียงหรือเปล่า คุณจะกล้าประกาศนโยบายที่กระทบกับพวกที่ขู่คุณหรือเปล่า การที่เขาพ่วงทั้งปธน.และผู้ลงสมัครเป็นข้อหาเดียวกัน เพราะสุดท้ายการปกป้องของประเทศเขาคือการปกป้องระบบการเลือกตั้งนั่นแหละ ซึ่งสำหรับผมการขู่ฆ่าใครก็ควรมีบทลงโทษครับ เพราะมันเป็นการคุกคามเสรีภาพของเป้าหมาย แต่การด่ามันไม่เหมือนกัน ด่าจนสิ้นโลกถ้าคนถูกด่าเป็นคนดีก็ไม่มีผลอะไรอยู่ดี

ส่วนที่คุณบอกว่าตรรกะผมใช้ไม่ได้ ก็ผมหากรณีที่ด่าโอบามาแล้วถูกจับมันไม่มี ผมก็ต้องเทียบแบบนี้ ผมไม่ได้ใช้นิรนัยอยู่แล้วเพราะกรณีบนโลกมันมีเป็นล้านๆ ผมถือว่าอุปนัยเท่าที่เห็นมันไม่มีผมก็เชื่อแบบนี้ไปก่อน คุณเองเคลมว่ามันอาจจะมี คุณสามารถหาข้อมูลมาแย้งผมได้เลยครับ (Falsifiability)

แล้วเรื่องเด็กอังกฤษที่ถูกห้ามเข้าประเทศ ในข่าวที่คุณ xpress เอา link มาลงก็บอกนะครับว่ามีภาษาที่แสดงความคุกคามต่อโอบามา จดหมายอาจจะมีลักษณะแบบไหนก็ได้ทั้งทางข่มขู่คุกคามหรือเป็นแค่จดหมายด่า แต่เท่าที่ทราบไม่มีการเปิดเผย การที่คุณจะสรุปว่าอาจจะถูกจับก็ได้ถือเป็นการด่วนสรุปครับ

ถ้าคุณคิดว่ามีกรณีที่ด่าแล้วติดคุกหรือมีกฎหมายห้ามด่าปธน.อเมริกาก็อ้างอิงมาครับ อย่ามาผลักภาระการพิสูจน์เพราะผมบอกว่ามันไม่มี ผมจะไป quote อะไรมาให้คุณดูครับ

ผมเองไม่อยู่ทั้งฝ่ายสนับสนุนหรือต่อต้าน ม.112 เพียงแต่มองกรณีนี้ในทางกลยุทธ์ว่า ถ้าเราจะเทิดพระเกียรติให้สูงขึ้นเราควรจะทำอย่างไรกับกรณีนี้ ซึ่งสภาพอย่างที่เป็นตอนนี้มันไม่ใช่ครับ ราชวงศ์ก็ถูกองค์กรต่างประเทศมองแปลกๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนดำเนินคดีเองด้วยซ้ำ แล้วเท่าที่ทราบคดีแบบนี้พอขออภัยโทษท่านก็ให้หมด แต่ชื่อท่านเสียไปแล้วไง ซึ่งผมก็อยากถามว่าตกลงพวกที่สนับสนุนการใช้กฎหมายนี้จะทำให้ท่านดูแย่ลงไปถึงไหนกัน

คนเรามันไม่ได้เลวลงเพราะน้ำลายคนอื่นหรอกครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 8 January 2012 - 23:19 #371892 Reply to:371880
zerocool's picture

ขอให้คิดอีกครั้งครับว่าใครกำลังผลักภาระการอ้างอิงกฎหมายไปให้ใคร ผมไม่เคยพูดและไม่เคยยืนยันแบบคุณเลยว่าการด่าประธานาธิบดีของอเมริกาติดคุกหรือไม่ ทุกครั้งที่พูดจะมีคำว่าอาจจะหรือไม่ก็พูดต่อท้ายอีกฝ่ายให้ได้คิดเสมอ คุณต่างหากครับที่ใช้วลีนี้ในการถกเถียงแสดงความคิดเห็น ดังนั้นมันควรจะเป็นหน้าที่คุณในการอ้างอิงไม่ใช่หรือครับ ?


That is the way things are.

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 8 January 2012 - 23:26 #371893 Reply to:371892
bahamutkung's picture

คุณแทงกั๊กไงครับ ผมชี้ว่ามันไม่มี แล้วผมต้อง quote อะไรให้คุณดู?


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 8 January 2012 - 23:41 #371902 Reply to:371893
zerocool's picture

ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรใช้มายืนยันหรือเปล่าครับ ?


That is the way things are.

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 9 January 2012 - 00:10 #371918 Reply to:371902
bahamutkung's picture

ผมแน่ใจตามหลักอุปนัยไงครับ มนุษย์มีความสามารถจำกัดในการรับรู้ประสบการณ์ ความแน่ใจของคุณคืออะไร ประสบการณ์เชิงประจักษ์เท่านั้น?

เพราะถ้าต้องไปเดินดูมะพร้าวทั้งโลกก่อนจะบอกว่ามะพร้าวมีลูกอยู่ด้านบน มนุษย์คงไม่ต้องพูดอะไรกันแล้วครับ

ถ้าคุณเชื่อว่ามันมีคุณต้องหาข้อมูลแย้งครับ Falsifiability ให้ได้ครับ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 10 January 2012 - 14:00 #372442 Reply to:371918
zerocool's picture

ถ้าอย่างนั้นคงต้องบอกว่ามาตรฐานความหนักแน่นในการใช้คำพูดมาโต้เถียงคนอื่นของผมกับคุณคงต่างกันครับ เพราะคำพูดของคุณเน้นย้ำว่าวลีนั้นเป็นเรื่องจริงทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้รู้เรื่องกฎหมายของ USA เลย ไม่รู้ว่าเคยอยู่ USA ด้วยซ้ำหรือเปล่า คุณแค่เดาไปเองว่าทำแล้วจะไม่ถูกจับ และที่สำคัญการอุปนัยของคุณมันไม่ได้มีหลักการมากพอที่จะนำไปสู่ทฤษฎีใหญ่ได้เลยครับ นี่ยังไม่นับว่าเราคุยกันเรื่องตัวบทกฎหมายที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนลายลักษณ์อักษร อีกทั้งการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้หลักการอุปนัยเพื่อชี้นำในสิ่งที่พิสูจน์ได้ไม่ยากครับ มันมักง่ายเกินไป

การอุปนัยของคุณไม่น่าเชื่อถือเพราะ

  1. คุณเคยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ USA หรือไม่ ? ถ้าเคยนานแค่ไหน ?
  2. คุณมีเพื่อนจริง ๆ เป็นคน USA มากน้อยแค่ไหน ? เคยสอบถามเรื่องนี้หรือไม่ ?
  3. ประสบการณ์ความเชื่อที่คุณได้รับเป็นประสบการณ์โดยตรงหรือประสบการณ์ทางอ้อม ? เป็นประสบการณ์ในชีวิตจริงหรือประสบการณ์จาก webboard ใน internet ?

จากประสบการณ์ของคุณ คุณบอกว่าเวลาหมาเห่ามันจะไม่กัด ดังนั้นคุณเลยสรุปว่าหมาเห่ามันไม่กัด ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่เคยเลี้ยงหมาและแถวบ้านก็มีหมาแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น คุณว่าวิธีการอุปนัยแบบนี้มันใช้ได้หรือครับ ?

บางคนในที่นี่ (ชื่อขึ้นต้นด้วยตัว T หลายคนคงรู้ดีกว่าใคร) ก็ชอบใช้หลักการอุปนัยโดยอ้างอิงจากประสบการณ์และความเคยชินแบบคุณนี่แหละครับ ใช้กับกระทั่งกฎหมายไทย ตอนแรกก็อธิบายเอาวลีมาใช้ยืนยันว่าฝ่ายตรงข้ามเข้าใจผิดเสียเต็มประดา พอมีคน quote เอาตัวบทกฎหมายมาอธิบายจริง ๆ ซึ่งขัดกับสิ่งที่ตัวเองได้พูดเสียดสีฝ่ายตรงข้ามไปก่อนหน้า ก็ทำเนียนอ่าน ๆ แล้วก็เงียบหายไป

คนเราต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองครับ ยิ่งหากจะนำคำพูดนั้นมาถกเถียงหักล้างความเชื่อกับคนอื่นด้วยแล้วยิ่งต้องมั่นใจในคำพูดของตัวเองครับ ไม่ใช่พูดเองไปก่อนแล้วบอกว่าถ้าคิดว่าไม่ถูกก็ไปหาหลักฐานมาแย้ง

"หลายคนบนโลกก็ด่าสถาบันของประเทศไทย ไม่เห็นสถาบันเราจะตามไปจับ"

ถ้าผมจะสรุปด้วยหลักการเดียวกันกับคุณ ผมก็คงสรุปได้ว่าประเทศไทยการดูหมิ่นสถาบันไม่ผิดกฎหมายได้เหมือนกันหรือเปล่าครับ ?

สุดท้ายผมต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าผมเองก็ไม่รู้อย่างชัดแจ้งเหมือนกันว่าการด่าประธานาธิบดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาผิดกฎหมายหรือไม่ (ผมคิดว่าผิดด้วยหลักการบางอย่าง) แต่เนื่องจากความไม่รู้อันนี้ผมจึงไม่เคยเลือกที่จะยืนยันเลยสักครั้งว่า "ผิด" หรือ "ไม่ผิด" เวลาถกเถียงกับคนอื่น

นี่คือมาตรฐานการถกเถียงเรื่องกฎหมายของผม


That is the way things are.

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 10 January 2012 - 15:29 #372500 Reply to:372442
bahamutkung's picture
  1. สุดท้ายคุณก็ Falsifiability ไม่ได้อยู่ดี แล้ววิธีแบบคุณเรียกว่าแทงกั๊กครับ ไม่ได้เป็นการเปิดทางอะไรเลย

  2. ในเมื่อคุณบอกว่าคุณไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่มี แต่ผมแน่ใจในมาตรฐานทางอุปนัยของผมว่ามันไม่มี คุณจะเคลมว่ามันมีก็หาหลักฐานมาครับ ไม่ใช่มาตั้งข้อสงสัยว่าผมไม่มีประสบการณ์พอ เพราะการที่ผมบอกให้คุณ Falsifiability มันให้ได้ ส่วนตัวผมถือว่าเป็นการเปิดทางที่จริงใจกว่าคุณเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าคุณหากรณีตัวอย่างได้จริง ผมก็ยินดีจะเปลี่ยนความเชื่อของผมและขอโทษในความผิดพลาด เนื่องจาก Falsifiability มันคือความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีตัวอย่างแย้งที่ตรงกรณีจริงๆ แต่เรื่องกฎหมายคุณบอกว่าไม่พูดชัดๆ แต่ทีเรื่องที่โจมตีว่าผมไม่รู้เรื่องกฎหมายอเมริกากลับพูดได้เต็มปากเต็มคำ เท่าที่จำได้ผมไม่เคยเขียนชีวประวัติตัวเองไว้ที่ไหนนะครับ คุณอนุมานเอาได้ยังไง ตกลงชีวิตคุณมีกี่มาตรฐานกัน ปรับใช้ตามที่ตัวเองพอใจ?

  3. ประเด็นตั้งต้นที่ผมถกเถียงมาคือเรื่องว่ากรณีของ Johnny Logan Spencer นั้นตรงกับเรื่อง ม. 112 หรือไม่ ซึ่งผมชี้ว่ามันไม่ตรง เพราะกฎหมายนั้นเขียนแค่การขู่ฆ่า ผมเองใช้ข้อยืนยันว่ามันไม่มีเพราะมันไม่มีกฎหมายหรือกรณีตามจับคนด่าปธน.อเมริกาโผล่มาเลย ผมจะหาหลักฐานอะไรจากความไม่มี (ถ้ามีป่านนี้สื่อเสื้อเหลืองเอามาเล่นกันครึกโครมแล้ว ไม่ใช้ 5 กรณีที่คุณ xpress นำมา ที่มันไม่ตรงกรณีมาเล่นแบบนี้หรอก) ในเมื่อคุณบอกเองว่าข้อกฎหมายมันหาได้ไม่ยาก ผมก็อ่านและหากม.อเมริการวมถึงกรณีต่างๆ แล้วมันไม่มี ผมต้องโชว์อะไรให้คุณดู? คุณเคลมว่ามันไม่ยากแต่คุณเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันมีรึเปล่าเลย

  4. "หลายคนบนโลกก็ด่าสถาบันของประเทศไทย ไม่เห็นสถาบันเราจะตามไปจับ" อันนี้แน่นอนว่าสถาบันของเราคงไม่ตามจับเอง จะขอความร่วมมือให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ลำบากที่ถ้าอีกฝั่งไม่มีกฎหมายที่คล้ายกัน ข้อเท็จจริงมันปิดทางคำพูดของคุณไปแล้วนี่ (แต่ข้อเท็จจริง เช่นจากคดีของ Harry Nicolaides คือตำรวจรอดักจับเมื่อไหร่ก็ตามที่คนหมิ่นจากที่อื่นของโลกเหยียบแผ่นดินไทยครับ)

  5. ผมเองไม่คิดเลยว่าจะต้องมาตอบยืดยาวกับประเด็นที่ไม่มีประเด็นอย่าง "ไม่แน่ใจก็ไม่ควรพูด" มาตรฐานความแน่ใจของคุณมันสูงขนาดไหนกัน? ของผมสูงเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีความสามารถในการตรวจสอบและศึกษาข้อมูลแล้วครับ ถ้าคุณจะเรียกร้องให้ผมมีมาตรฐานความแน่ใจแบบอุดมคติคุณเองก็ควรจะทำให้ได้ด้วย ไม่ใช่มาเล่นแทงกั๊กแล้วบอกว่าเปิดทาง


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: Thaina
Windows
on 9 January 2012 - 04:06 #371978 Reply to:371892

คนที่บอกว่ามี ก็ต้องหาหลักฐานมาบอกว่ามีครับ

ก็คนเขาบอกว่าไม่มีจะให้ไปหาหลักฐานว่าไม่มีเนี่ยนะ ก็มันไม่มีมันจะมีอะไรได้ยังไง


My Blog

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 23:38 #370767 Reply to:370472

พ่อ ใน ความคิดเห็นนี้ หมายถึง พ่อที่เลี้ยงดูเรา หรือ พ่อบังเกิดเกล้า

ถ้ามีใครมาด่าพ่อ ของผม อย่างมาก ผมก็ลงไปต่อยปากมัน หรือ อาจจะให้มันติดคุก ซัก เดือน 2 เดือน แต่คงไม่ใช่ 20ปี

ถ้ามีใครมาขู่ฆ่าพ่อ ของผม อย่างมาก พาพวกไปดักตีมัน และ คงจะให้มันติดคุก ซัก ปี 2-3 ปี แต่คงไม่ใช่ 20ปี

ถ้ามีใครมาพยายามฆ่าพ่อ ของผม ผมหวังว่าอาจจะได้ กระทืบมัน ยิงมันให้ปางตาย และส่งมันไปติดคุก ซัก 20 ปี

ถ้ามีใครมาฆ่าพ่อ ของผม ผมหวังว่าอาจจะได้ กระทืบมัน ยิงมันให้ปางตาย และส่งมันไปติดคุก ตลอดชีวิต หรือ โดนโทษประหาร

ผมเชื่อว่่า คนทั่วๆไป ถ้ามีใครมาทำกับพ่อ โดยการดูหมิ่น หรือ ขู่ฆ่า ก็คงไม่หวังให้มัน ติดคุก 5-20 ปี

หรือ มีใครสำคัญกับคุณ มากกว่า พอ่่แม่ผู้ให้กำเนิด ผู้ทำงานเหนื่อยยาก ผู้ส่งเสียเลี้ยงดู ผู้อบรมสั่งสอน ผู้เป็นครูคนแรก ผู้ที่ทำให้คุณมีชีวิตแบบทุกวันนี้ อย่างแท้จริงอีกหรือครับ จึงทำให้คุณโกธร โมโห อยากฆ่า กับบุคคลที่มาทำอะไรไม่ดีก็ตามกับคนผู้นั้น ทำไม บางสิ่งจึงทำให้เรารู้สึกยอมตาย เพื่อปกป้องสิ่งนั้นมากกว่า พ่อแม่ บังเกิดเกล้า ในทุกครั้งที่พูดถึง ลองคิดดูเถอะครับ


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: Thaina
Windows
on 5 January 2012 - 01:25 #370811 Reply to:370767

ต่อให้มีคนด่าพ่อแท้ๆของผม

ผมก็ไม่เคยคิดว่าพ่อผมจะดีใจ ที่ไปใช้กำลังทำร้ายคนอื่น แค่เพราะมีคนมาด่าพ่อ

ที่บ้านผมมีแต่จะเสียชื่อเสียง เสียความรู้สึกที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเวลา กะอีแค่การที่โดนด่าพ่อแล้วไม่อดทน

ผมไม่เห็นประโยชน์ที่จะเอาความกับแค่คำพูดด่าลอยๆที่ไม่รู้จะใส่ใจไปทำไม

รวมไปถึงการฆ่าพ่อ เราก็มีกระบวนการทางกฏหมาย เราจะเอาอารมณ์ไปตาต่อตา ฟันต่อฟัน แล้วศาสนาจะสอนว่าจงให้อภัย ไปทำไม

ล้างแค้นผู้ฆ่าพ่อนี่ดูหนังจีนมากไปมั้ยครับ

โอเค ที่พูดไปนี่ดูเป็นคนดีเหลือเกิน พอถึงเวลาจริงๆ ผมก็อาจจะบันดาลโทสะ และอาจจะทำที่ว่าไม่ได้

แต่ถึงกระนั้นผมก็จะคอยสำนึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ไม่คิดไปเองว่าเราทำถูกแล้ว

ผมว่าทุกศาสนาไม่เคยสอนให้เราไปล้างแค้นใครหรอกนะ

การยอมตายเพื่อบางสิ่งบางอย่าง ก็เพื่อปกป้องสิ่งนั้นจากอันตราย อย่างถ้ามีคนจะฆ่าคนที่ผมรัก ผมก็เอาตัวไปรับแทนได้ ผมอาจจะเผลอพลั้งมือฆ่าคนนั้นเพื่อปกป้องคนที่ผมรักก็ได้

แต่ถ้าเกิดว่าทำไม่ได้ มันก็ทำได้แค่นั้น คนตายไปแล้วเราจะล้างแค้นให้เป็นบาปกรรมต่อกัน มีแต่จะสร้างกรรมให้พอกพูนทุกชาติไป


My Blog

By: criminals
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 10:55 #369646 Reply to:369590

ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจผิดหรือเปล่านะครับ หากเข้าใจผิดขออภัยไว้ ณ ที่นี้เลย :)

ผมเข้าใจว่า เว็บนี้เป็นเว็บให้ข้อมูลเรื่องไอที
เป้าหมายในการมองในกรณีนี้คือ จุดอ่อนด้านการ prove หลักฐานทางด้านไอที

ไม่ผิด หากว่ามีการนำข้อมูลหลักฐานอื่นๆเชื่อมโยงกันแล้วสามารถจับผู้กระทำผิดได้ถูกคน

แต่ว่าจุดที่มองคือ การระบุตัวตนในเรื่อง IMEI ยังคงมีปัญหา
หากเกิดกรณีอื่นๆอีก ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงหาผู้ผิดได้
แล้วคนนั้นก็โดนเข้าคุก

ก็คงน่ากลัวไม่น้อย

.......

ผมคิดถึงกรณีผม ที่ปกติก็ไม่ได้ใช้ sms ส่งข้อความหาใครนอกจากแฟน
แล้วจู่ๆผมโดนเข้าคุก เพราะบอกว่าผมส่งข้อความบางอย่างที่ผิดต่อกฏหมายทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำ

ผมคงรู้สึกแย่มากๆล่ะครับ

ขอบคุณที่รับฟังครับ

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 11:23 #369662 Reply to:369590

"ปล่อยคนผิดสิบคน ดีกว่าจับผู้บริสุทธิ์คนเดียว"

มีการศึกษา วิจัย และ บทเรียนทางประวัติศาสตร์ มากมาย ที่พิสูจน์แล้วว่า คุณต้องยึดหลักการนี้ สังคมจึงจะดำเนินต่อไปได้

การที่คุณจะเข้าใจเรื่องนี้ คุณต้องมองสังคมในระดับ มหภาค

เหมือนเรื่องที่ คนส่วนใหญ่ มักจะคิดไปเองว่า กฏหมายข้อไหนที่ไม่อยากให้คนละเมิด ก็เพิ่มโทษไป แรงๆ คนจะได้กลัว ไม่กล้าทำ

ในประวัติศาสตร์ของอังกฏษ ครั้งนึง เคยเพิ่มโทษ ให้โขมย มีโทษถูกแขวนคอ

ผลคือ โขมยไม่ลดลงเลย แถมในระหว่างประหารนักโทษ ก็ยังมีคนถูกล้วงกระเป๋า

ลองเปลี่ยนเป็นจับผู้บริสุทธ์ 10 คน ดีกว่าปล่อยคนร้ายคนเดียว

มันไม่เลวร้ายกว่าหรอครับ สังคมคงจะพังทลาย เลยถ้าใช้หลักการนี้


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: Tg on 8 January 2012 - 05:38 #371674 Reply to:369662

มีการศึกษา วิจัย และ บทเรียนทางประวัติศาสตร์ มากมาย ที่พิสูจน์แล้วว่า คุณต้องยึดหลักการนี้ สังคมจึงจะดำเนินต่อไปได้ [Citation needed]

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 9 January 2012 - 23:13 #371709 Reply to:371674
bahamutkung's picture

รู้มั้ยครับข้อดีของ wikipedia ที่ถึงแม้จะเอามาใช้เป็นเอกสารวิชาการไม่ได้คืออะไร

มันมีอ้างอิงให้คุณไปอ่านต่อครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Presumption_of_innocence#Notes


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: yymnoy
Android
on 31 December 2011 - 12:40 #369685 Reply to:369590

ผมไม่คิดว่าคุณ lew จะบอกว่า หลักฐานอ่อนห้ามใช้ ต้องใช้หลักฐานที่หนาแน่นเท่านั้น รวมถึงการเอาหลักฐานอ่อนๆหลายๆอันมารวมกันให้หนาแน่นก็ใช้ไม่ได้ด้วยนะครับ

ผมคิดว่าคุณ lew เพียงบอกว่า การจะยืนยันตัวบุคคลในการพิจารณาคดีควรมีหลักฐานประกอบที่หนาแน่นมากกว่านี้

ข้อหนึ่ง คือ ในคำพิพากษา (ณ วันที่อ่านคำพิพากษา) ก็บอกด้วยตัวมันเองแล้วว่า หลักฐานที่มีอยู่ มันระบุตัวอากงไม่ได้จึงต้องมาดูเจตนาภายใน

ข้อสอง คือ อันนี้ผมอธิบายด้วยหลักสถิติว่า ข้อค้นพบใดๆ มันมีการกระจายอยู่ ซึ่งมันเป็นความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่ไม่มากก็น้อย เราไม่อาจยืนยันได้ว่าข้อค้นพบของเราอยู่ที่ความเป็นจริงโดยตรงแป๊ะ และการที่เอาข้อค้นพบหลายๆข้อมารวมกัน ก็จะสะสมการกระจายเหล่านั้น ทำให้ยิ่งคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้มาก พูดง่ายๆ คือ การนำเอาหลายๆสิ่งที่คลุมเครือมารวมกัน มันไม่ได้ทำให้เกิดความกระจ่างขึ้นกลับยิ่งทำให้คลุมเครือมากขึ้นกว่าเดิมมากกว่า

ผมคิดว่าการจะตัดสินคดี มันก็ควรจะต้องอาศัยหลักฐานที่มัน "สิ้นสงสัย" และมัดตัวได้จริงๆ มากกว่าเป็นการเชื่อมโยงหลักฐานที่คลุมเครือครับ

ข้อสาม คือ ผมคิดว่า คุณ lew พยายามสื่อว่า การที่พิจารณาคดีใดๆ ถ้าใช้หลักฐานที่คลุมเครือเช่นนี้ได้มาเป็นมาตรฐาน ทุกคนจะตกอยู่ในความเสี่ยง ระบบยุติธรรมก็จะไม่น่าเชื่อถือ ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คือ ในคดีอากง อากงผิดเพราะยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวไม่ได้ นั่นก็หมายความว่า ต่อไปนี้เราต้องอยู่ในสังคมที่ต้องพยายามหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัว เป็นสังคมที่ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอด ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะน่าอยู่สักเท่าไหร่หรอกครับ

ผมไม่เห็นคุณ lew จะปฏิเสธหลักฐานอันไหนนะครับ เพียงแต่ชี้ว่ามันอ่อนไปมีความคลุมเครืออยู่ น่าจะหาอะไรที่มันหนักแน่นกว่านี้ ซึ่งผมก้คิดว่ามันก็พอมีอยู่ เช่น จากที่บอกว่ามีการส่งข้อความจาก sim ปริศนาไปจำนวนมาก มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก และมันก็ต้องมีการเติมเงินลงใน sim นั้น ก็สามารถตามสืบจากตรงนี้ได้ ถ้ามันมัดตัวที่อากง ผมก็คิดว่าคงไม่มีใครโต้แย้งได้แล้วครับ

แต่พอดีเท่าที่รับทราบมา คดีนี้อาศัยเพียง imei เป็นหลักฐานเท่านั้น มันก็เลยยังมีข้อโต้แย้งถกเถียงกันได้ครับ

By: Jonix
iPhoneAndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 02:11 #369596
Jonix's picture

ลำพังหลักฐานทางเทคนิคอย่างเดียวคงไม่ถึงกับเอาแกเข้าคุกได้หรอกครับ
พยานบุคคล และการให้การที่สับสนของแกเอง ประกอบกับหลักฐานทางเทคนิคที่ลงล๊อคพอดีนี่แหละครับ
แกเลยจนมุม


http://www.embes.com

By: chatck
Symbian
on 31 December 2011 - 05:55 #369624 Reply to:369596

ประกอบกับหลักฐานทางเทคนิคที่ลงล๊อคพอดี

หมายถึง?

By: saknarak
Android
on 31 December 2011 - 11:06 #369652
saknarak's picture

คดีอาญาแบบ ถ้าหลักฐานไม่หนักแน่นพอ แล้วให้ผิดแบบนี้ ต่อไปถ้าอาชญากรมีเครื่องมือที่ดีขึ้น คงฉลาดพอที่จะจำลองสถานการณ์นี้อีกครั้ง

โดยปลอมแปลงข้อความ SMS และ EMIE ของศัตรูทางการเมือง แล้วให้เกิด Log บนเครือข่ายมือถือในลักษณะเดียวกัน จากนั้นดำเนินการจับกุม น่าคิดว่า ถ้าเป็นคนใหญ่คนโต จะโดนปฏิบัติแบบเดียวกับคนทั่วไปหรือไม่

แต่ส่วนตัวคิดว่าคดีนี้จับไม่ผิดคนหรอก แต่ควรจับให้ได้คาหนังคาเขามากกว่า ทำมา 4 ครั้งแล้ว น่าจะรอให้เหยื่อทำอีกซักครั้งแล้วส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปเลย

By: jane
AndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 11:19 #369658
jane's picture

+1

แถมเสนอ ยกเลิก พรบ.คอม 50 ไปเลยครับ

ทำให้วงการ Internet พัฒนาได้ช้าลง เพราะจะทำอะไร ก็ต้องมาคิดเรื่องเก็บ log

เสียทั้งเงิน ทั้ง performance ระบบ เสียทั้งเวลา

คนเราต้องมีเสรีภาพในการใช้งาน Internet ซิ จะมาตามจ้องหน้าจอเราทำไม


ความรู้ และความฉลาด ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉลาดแต่อยู่ในกะลา

By: yymnoy
Android
on 31 December 2011 - 12:19 #369677

ผมมีข้อสงสัยในเชิงเทคนิคเกี่ยวกับเลข imei อยู่ข้อหนึ่งครับ พอดีว่าพยายามหาคำตอบเองแล้วก็ไม่เจอเสียที อยากรบกวนให้ผู้รู้คลายข้อสงสัยให้หน่อยครับ

คือว่า เท่าที่ผมทราบเลข imei ทำหน้าที่คล้ายเลขทะเบียนของเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในเครือข่าย ทีนี้ผมสงสัยว่าเลข imei มันจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของโทรศัพท์ขนาดไหน ผมทราบว่าเลขหลักสุดท้ายของรหัส imei เป็นเลขตรวจสอบว่าตัวเลขหลักที่อยู่ด้านหน้านั้นถูกต้องหรือไม่

ทีนี้ ที่ผมสงสัยก็คือ ถ้าหากว่าตัวเลขหลักสุดท้ายเกิดไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้องที่ควรจะเป็นหากทำการคำนวณตามสูตร เครื่องโทรศัพท์มันจะใช้ได้หรือเปล่าครับ?

เช่น ถ้าตามการคำนวณด้วยสูตรแล้ว เลข imei หลักสุดท้ายควรเป็นเลข 1 แต่เกิดผมไปเล่นซนแก้ตัวเลข imei หลักสุดท้ายให้เป็นเลข 2 อย่างนี้แล้ว ผมยังจะสามารถใช้โทรศัพท์ได้อยู่หรือเปล่าครับ?

By: kentaonline
iPhoneWindows PhoneBlackberry
on 31 December 2011 - 12:41 #369686 Reply to:369677

Luhn algorithm เหมือนกันครับ
หากแก้แล้วก็ใช้ไม่ได้จิ

http://www.gsmworld.com/documents/DG06_v5.pdf

By: yymnoy
Android
on 1 January 2012 - 11:27 #369924 Reply to:369686

ใช้ไม่ได้หมายถึง เครื่องโทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้เลยหรือเปล่าครับ แบบโทรเข้าออก ส่ง sms ใช้ฟังค์ชั่นอะไรก็ไม่ได้เลยแบบนั้น

By: kentaonline
iPhoneWindows PhoneBlackberry
on 31 December 2011 - 12:36 #369682

เอ่อ แต่ละคน ไม่รู้กฎหมายก็มานั่งพูด ไม่รู้คนเขาเหนื่อยกันแค่ไหนก็มานั่งพูด ไม่รู้ว่าเขาสืบคดียังไงก็มานั่งพูด ไม่รู้ว่าหลักฐานมัดตัวซะขนาดไหนก็มานั่งพูด

บ้านผมเขาเรียกแถครับ

ส่วนเรื่องกฎหมาย

ผมมีส่วนในการร่างกฎหมายหลายๆฉบับ
ตรูเหนื่อยแทบตาย
ประกาศก็แล้ว ทำประชาวิจารณ์ก็แล้ว ขอความเห็นประชาชน มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็แล้ว
ยกร่างมาได้ 3 ปี เข้า ครม เลื่อนแล้วก็เลื่อนอีก
พอผ่านกรรมาธิการ และ ครม ตอนกรูบอกจะประกาศใช้อยู่ทนโท่

แม่งมีแต่คนบอกว่า "ไม่รู้" "ไม่เคยเห็น" "ขอแก้"

ไอ่ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมาพวกมรึงไปอยู่ไหนกัล + +

By: yymnoy
Android
on 31 December 2011 - 12:54 #369691 Reply to:369682

ผมคิดว่าโดยธรรมชาติแล้ว คนเรามีนิสัยที่ชอบป้องกันตัวเองครับ

ในส่วนคดีของอากงนี่ ที่มันมีความสั่นสะเทือนมากเพราะมันมีหลายประเด็นที่สามารถถกเถียงกันได้ ทั้งในเชิงปรัชญา ระบบการปกครอง กฎหมาย วิธีการพิจารณาคดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ผมคิดว่าที่มันสร้างความตระหนกได้มากก็เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆ

ไม่ได้หมายความว่าคุณ lew หรือสมาชิกท่านอื่นที่ออกความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาคดีคิด (หรือมีเจตนาภายใน) จะส่ง sms ผิดกฎหมายนะครับ

แต่ว่าที่ว่าใกล้ตัวก็คือ มันอยู่ที่มือถือที่เราท่านพกพากันอยู่นี่แหละ พูดแบบง่ายๆก็คือ ตอนนี้การส่ง sms ก็พาคนเข้าคุกได้แล้ว ดังนั้น เมื่อเราท่านต่างรู้ว่าระบบคอมพิวเตอร์มันปลอมแปลงได้อย่างไร เราก็เลยอยากจะหาวิธีการที่มันเป็นมาตรฐานที่จะป้องกันตัวเราได้ มันเลยมีข้อถกเถียงกันอย่างนี้ครับ

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 13:41 #369707 Reply to:369682
lew's picture

ก็ถ้ารู้อะไรว่าเขาสืบคดียังไง ก็เอามาเล่าสู่กันฟังได้ครับ

หลักฐานเท่าที่ออกมาให้รับรู้ เท่าที่ผมพยายามไปหามารู้ได้ก็มีเท่านี้ครับ ผมไม่ทราบว่าผมพลาดอะไรไปหรือไม่ เพิ่มเติมมาได้เลยครับ

ส่วนเรื่องกฏหมาย เอามาประกาศใน Press Release เอาร่างกฏหมายมาเขียนเป็นข่าวได้ครับ Blognone ยินดีให้พื้นที่เสมอถ้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

กรณีกสทช. ความเคลื่อนไหวต่างๆ ถูกบังคับให้เอาขึ้นเว็บโดยอัตโนมัติ เราก็เสนอข่าวตลอดนะครับ ตั้งแต่ร่างกฏหมายจนถึงแผนแม่บทในตอนนี้


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: kentaonline
iPhoneWindows PhoneBlackberry
on 31 December 2011 - 18:53 #369777 Reply to:369707

เอ่อ ที่บอกไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้หมายถึง จขกท นะ แต่หมายถึง คห บนๆนั่น (ผมได้ Post Reply ไปแล้ว)

แต่คดีนี้บอกตามตรงว่ามันมีปัญหาเรื่อง "พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ" ที่หากหาทนายหรือคนที่เก่งๆในเรื่องนี้มาค้านไม่ได้ ก็จบครับ

และสังคมไทยมันเป็นเช่นนั้น จริงๆ

แต่ในคดีนี้หลักฐานบางอันแม้ยังจะ ไม่มีน้ำหนัก มากเท่าไหร่ แต่ศาลก็ไม่ได้เชื่อพยานหลักฐานหรือพยานทางนิติวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียวครับ หลายๆคดีศาลก็รับฟังพยานบุคคลมากกว่าก็ได้ครับ

และผู้ถูกกล่าวหา ศาลก็ถือว่าเป็นพยานได้เช่นกันครับ
ในคดีอากง ได้ข่าวว่ามีปัญหาในการให้การในชั้นศาลครับ ที่วกวนและสับสน ในคำให้การของตนเองครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 December 2011 - 14:39 #369722 Reply to:369682
bahamutkung's picture

นั่นแสดงว่ากระบวนการของคุณเข้าไม่ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเองครับ ผู้ทำงานข้าราชการต้องทำให้ประชาชนไม่ลำบากในการหาข้อมูลอยู่แล้ว ไม่งั้นต่างประเทศเขาจะส่งเสริมให้ open government ทำไม

แล้วเรื่องคดีถ้าคุณรู้เรื่องขนาดนั้นก็เล่ามาสิครับ ทำให้พวกผมเข้าใจสิครับ เพราะกรณีนี้ขนาดศาลยังไม่เห็นอย่างชัดแจ้งเลย ต้องมานั่งใช้รัศมีเฮ้ากวงตรวจสอบเจตนาภายในกันแทน


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: pitisave
AndroidUbuntu
on 31 December 2011 - 17:48 #369757

กฎข้อห้ามยิ่งมาก โจรผู้ร้ายยิ่งชุกชุม

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 31 December 2011 - 23:48 #369832

อยากทราบประเด็น
"หมายเลข -3615 และ -4627 ใช้งานในเวลาใกล้เคียงกัน และไม่เคยใช้งานในเวลาเดียวกัน"

ว่า log ของผู้ให้บริการ คือ log การ register เข้า HLR หรือไม่ หรือเป็นแค่ log การรับส่ง ข้อความ/ใช้สาย เท่านั้น?

ส่วนประเด็นอื่นๆ ผมเห็นว่าบางท่าน กำลังพยายามบอกว่า "คนไทย" ไม่ใช่ "มนุษย์โลก" เลยห้ามคนไทยเรียกร้องหา"มาตรฐาน"ความเป็นมนุษย์(โลก)?

หรือว่า"คนไทย" เป็นมนุษย์ต่างดาว เลยห้ามเหมือนมนุษย์คนอื่นในโลก?

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 31 December 2011 - 23:50 #369834 Reply to:369832
lew's picture

"เท่าที่ผมเห็น" นะครับ เป็น log การใช้งานครับ วารับ/ส่ง หรือโทรเข้าโทรออกเวลาใดนานเท่าใหร่


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 January 2012 - 00:02 #369836 Reply to:369834

ถ้ามี log แค่การใช้สาย แค่นั้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่า ไม่มีการใช้งาน(เปิดเครื่อง)ตรงกัน เพราะกระทู้ก่อนเหมือนมีคนบอกว่า เป็น log การ register เข้า HLR ซึ่งจะบ่งบอกว่าเครื่องนี้มีสถานะ online/roaming กับระบบอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ พอปิดเครื่องมันจะเปลี่ยนเป็น offline ซึ่งพอจะหนักแน่นกว่า(ไม่รู้คนพูดโม้หรือเห็นมาจริงๆ)

แต่อย่างไรก็ดี อย่างที่ข้างบนว่ามา คือแค่ใช้ jammer ที่ขายในเวบจีนราคาไม่กี่พัน ก็สามารถทำให้เครื่องเป้าหมาย disconnect ได้ง่ายๆแล้วเช่นกัน

ยังรอฟังหลักฐานจากคนที่กล้าฟันธงว่าอากงผิดจริง เลยต้องลงโทษหนักๆ ทั้งๆที่ไม่ได้แสดงหลักฐานไปมากกว่าที่เราเห็นๆกันจากข่าวในเนทเลย

By: amdintel
iPhoneWindows PhoneAndroidSUSE
on 1 January 2012 - 01:29 #369857

สวัสดีปีใหม่ ขอให้คนไทยทุกคนจงมีความสุข แคล้วคลาดรอดพ้นจากมาตรฐานของคุณlewเสนอ

มาตรฐานที่ทำให้คนบริสุทธิ์โดนคนชั่วฆ่าตาย แล้วไม่สามารถเอาผิดกับคนชั่วได้ เพราะหลักฐานอ่อนห้ามใช้

มาตรฐานที่เน้นปกป้องคนชั่วมากกว่าปกป้องคนดี (กลัวคนดีโดนจับผิดตัวจนขี้สั่น เลยไม่จับคนชั่วที่มันเข่นฆ่ารังแกคนดีด้วยซะเลย)

คำถามต้นปี

คุณอยากอยู่กับความเสี่ยงเพียงน้อยนิดที่จะโดนจับผิดตัว แต่ยังสามารถต่อสู้คดีในชั้นศาลได้(ตามมาตรฐานการสืบสวนพิจารณาคดีในปัจจุบันที่ใช้กันทั่วโลก)

หรืออยู่กับความเสี่ยงที่จะโดนคนชั่วรังแกเข่นฆ่าได้ทุกเมื่อโดยไม่สามารถเอาผิดกับคนชั่วได้เลย(ตามมาตรฐานคุณlewและลิ่วล้อที่ไม่มีใครที่ไหนในโลกเค้าใช้กัน) แลกกับการที่ตัวเองก็ไม่โดนจับผิดตัวด้วย

คำถามง่ายๆ ตอบง่ายๆ คนไทยทุกคนตอบได้ แต่คนบางพวกไม่กล้าตอบ ต้องรีบออกมาแถแน่นอน

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 January 2012 - 02:02 #369865 Reply to:369857

คุณรู้ได้อย่างไร ว่าผู้ต้องหาสักคนนั้นผิดจริงๆ คุณเห็นหลักฐานมากกว่า ที่เผยแพร่ใน internet หรือไม่? ถ้าคุณคิดว่าคุณมั่นใจ ก็ช่วยแสดงคำอธิบายเชิงตรรกะ หรือแสดงหลักฐานให้เห็นจนปราศจากข้อสงสัยสิครับ อย่ามาบลัฟว่าคำตัดสินออกมาแล้ว แสดงว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามนั้นจริงๆ ไม่งั้นเราไม่มีสามศาล และให้วิจารณ์ในเชิงวิชาการกันหรอกครับ

แล้วถ้าจะอ้างมาตรฐานทั่วโลกที่คุณเขียนว่า(ตามมาตรฐานการสืบสวนพิจารณาคดีในปัจจุบันที่ใช้กันทั่วโลก) ก็ตองลองหาอ่านคำประนาม จากก.ตปท.สหรัฐ UNHCR EU องค์การนิรโทษกรรมสากลและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ทำไมเวทีสากลโลกเขาไม่คิดว่าเรามี"มาตรฐาน" เหมือนเขา(หรือตามที่คุณกล่าวอ้าง)บ้างล่ะครับ?

ผมถามลอยๆที่ไม่มีใครกล้าตอบสักทีว่า "คนไทย"ไม่ใช่มนุษย์โลก?(ถึงไม่สามารถใช้มาตรฐานสิทธิมนุษยชนตามสากลโลก?)

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 January 2012 - 02:12 #369867 Reply to:369857
McKay's picture

แน่ใจแค่ไหนว่า มาตรฐานการสืบสวนพิจารณาคดีในปัจจุบันที่ใช้กันทั่วโลก เป็นแบบที่คุณคิด?

ผมเคยเห็นแต่มาตรฐานที่ว่า Presumption of innocence/innocent until proven guilty ซึ่งเป็นสิทธิที่มนุษยชนพึงมีครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: Thaina
Windows
on 1 January 2012 - 03:05 #369878 Reply to:369857

เดี๋ยวถึงคิวตัวเองเป็นแพะ ศาลบอก กลัวโจรรอด ขอจับเหวี่ยงๆแหไปละกัน ต่อให้เป็นผู้บริสุทธิ์ก็ยอมเสียสละเข้าคุกไปเถอะ ก็คงออกมาร้องแรกแหกกระเชอ

แต่ตราบใดที่ไม่โดนกับตัวก็คงปากดีอย่างงี้เรื่อยไป


My Blog

By: qute on 1 January 2012 - 10:22 #369910 Reply to:369878

เคยมีครั้งไหนที่ศาลจับแบบเหวี่ยงแห? เท่าที่ผมทราบยังไม่เคยมีเหตุการแบนั้นนะครับ :)

เท่าที่ผมอ่านเหมือนคุณจะบอกว่าอากงเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้ามีหลักฐานจริงๆ ลองเอาหลักฐานมาดูกันครับว่าทำไมคิดแบบนั้น พยานแวดล้อมเป็นอะไรบ้าง ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น แต่ถ้าคุณไม่ได้คิดว่าอากงบริสุทธิ์ก็ต้องขอโทษด้วยที่เข้าใจผิดครับ

ตอนนี้ผมพยายามต้องการจะแยกเรื่องกฏหมายและความเชื่อออกจากกัน ถ้าความเห็นของคุณมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อหรือความคิดของตัวเองผมจะได้ไม่ต้องคุยต่อ ความเชื่อมันเป็นเรื่องที่คุยกันยากครับ

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 January 2012 - 10:29 #369911 Reply to:369910

กระทู้นี้ไม่ได้เจาะจง"ตัวบุคคล" เพราะเราไม่มีทางรู้จริงหรอกว่าใครทำถูกหรือผิด จะมีก็แค่อคติของแต่ละคน

แต่กระทู้นี้ พูดถึงหลักฐานที่ใช้ในคดีในเชิงเทคนิคอล ว่ามันยังมีปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ เพราะมีโอกาสที่จะบิดเบือน ปรุงแต่ง หรือแม้แต่จัดเตรียม หลักฐานให้เป็นไปแบบที่ต้องการได้โดยไม่ยากเย็น ไม่ว่าจะเป็นวิธีแก้ imei วิธีการ jamming ให้เป้าหมายใช้โทรศัพท์ไม่ได้ชั่วคราว หรือแม้แต่เรื่องของ log ที่ว่า มันมีความหมายอะไรกันแน่

สิ่งเหล่านี้เป็นการพูดในเชิงวิชาการ และอาจพูดเลยไปถึงโครงสร้างของระบบกฎหมาย ว่าเราจะใช้หลักฐานทางเทคโนโลยีที่ถูกบิดเบือนได้ง่าย ในการเป็นหลักฐานสำคัญชี้เป็นชี้ตายของพลเมืองในรัฐโดยขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ชำนาญการได้หรือไม่?

ลองแยกอคติว่ามันเป็นเรื่องของ"อากง" หรือเป็นคดี"112" ออกไปซะ แล้วมองทางเทคนิคล้วนๆ ก็จะมองเห็นสิ่งที่เราพยายามถกเถียงกันอยู่ครับ

By: g-man
ContributoriPhone
on 1 January 2012 - 10:44 #369914 Reply to:369911

ปัญหาตอนนี้คือ จำเลยและทนายจำเลยไม่นำเสนอข้อมูลแน่นหนาเช่นในกระทู้นี้ต่อศาล ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่าหากมีข้อมูล ที่ค้านหลักฐานอ้างอิงของฝ่ายโจทย์ที่แน่นหนาเช่นนี้แล้ว"ประเด็นเรื่องการออกหมายจับหรือ อ้างอิงการยินยันตัวบุคคลด้วยหมายเลข IMEI ควรเป็นโมฆะ เพราะสามารถปลอมแปลงได้และไม่น่าเชื่อถือพอ" นั้นศาลจะพิจารณาอย่างไร? ส่วนประเด็น"เจตนาที่อยู่ภายใน"ที่ศาลใช้ตัดสินนั้น ผมก็ว่าควรไปถกที่อื่นเพราะกระทู้นี้พูดถึงเรื่อง"หลักฐานทางเทคนิคที่มีข้อผิดพลาดได้"

By: yymnoy
Android
on 1 January 2012 - 11:30 #369925 Reply to:369914

ผมคิดว่าการที่คำพิพากษาคดีอากง (ณ วันที่อ่านคำพิพากษา) ต้องอาศัย "เจตนาที่อยู่ภายใน" มาตัดสิน มันพอจะยืนยันในตัวมันเองได้แล้วนะครับว่า imei ไม่น่าจะใช้ยืนยันตัวบุคคลได้

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 January 2012 - 16:29 #369963 Reply to:369914

เอ ระบบกฎหมายบ้านเราคือระบบกล่าวหานะครับ คนกล่าวหาต้องพยา่นหลักฐานเพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริงๆ เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องสั่งให้มีผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์ในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ทำ/หรือทำไม่ได้นะครับ

ไม่งั้นคนจนก็ต้องโดนลงโทษกันหมดสิ เพราะคนจนไม่มีปัญญาจ้างทนายเก่งๆ ค่าตัวแพง ได้แต่ร้องขอทนายอาสาที่อาจไม่ชำนาญการ ที่ต้องมาลุ้นว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้แค่ไหน โดยไม่ต้องสนใจว่าอัยการหรือฝ่ายกล่าวหามีหลักฐานแน่นหนาเพียงไร?

น่ากลัวนะครับ ระบบกฎหมายแบบนี้ คนกล่าวหากล่าวหายังไงก็ได้ หลักฐานอ่อนแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าฝ่ายถูกกล่าวหาพิสูจน์ตัวเองลำบาก ก็ต้องถือว่ากระทำผิดต้องโดนลงโทษแน่ๆ แล้วไปโทษทนาย(และความจน)เอา?

ที่สำคัญคดีนี้มีแต่พยานแวดล้อม และพยานแวดล้อมส่วนเทคโนโลยีล้วนแล้วแต่มีจุดอ่อนไม่น่าเชื่อถือ กลับถูกใช้เป็นเครื่องชี้เจตนาภายในได้อย่างไร?

หรือมีพยานแวดล้อมอื่นๆที่ชัดเจนกว่านี้ ผมอ่านพลาดไป ก็ช่วยอธิบายมาทีครับ

By: g-man
ContributoriPhone
on 1 January 2012 - 19:03 #369996 Reply to:369963

หน้าที่ของศาลที่จะต้องสั่งให้มีผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์ในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ทำ/หรือทำไม่ได้นะ ครับ

จำเลยสามารถเบิกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของรัฐมาให้ปากคำได้ครับ แต่กรณีนี้ทางทนายของจำเลยไม่ใช้สิทธิครับ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของจำเลยจะร้องขอครับถ้าไม่ร้องแปลว่าจำเลย ไม่ต้องการต่อสู้ประเด็นนั้นๆ

นอกประเด็นกระทู้สักนิด แต่ขอตอบตามความเข้าใจที่อ่านคำพิพากษาจบแล้วนะครับ ประเด็นที่ทำให้อากงโดนจัดหนัก 20 ปีโดยหลักที่ศาลใช้เป็นตัวชี้เจตนาของอากง คือคำให้การที่วกวนของตัวอากง และพยาน(หลานปของอากงที่ดูปกปิดซ่อนเร้นอำพลาง ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาปกปิดโกหกศาล ซึ่งโดยปกติหากไม่ได้กระทำ ก็จะไม่วกวนไปมาไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นนี้ ศาลจึงมีความเห็นว่าจำเลยผิดอีกทั้งยังมีะฤติกรรมไม่สำนึก ปกปิดความผิดทำให้ศาลมีความโน้มเอียงว่า ที่โจทย์กล่าวหาว่ากระทำหลายหนมีมูล ศาลจึงจัดไป 20 ปีไม่รอลงอาญาครับ

ขอยกตัวอย่าง"แพะ"ที่ดราม่ากว่านี้ให้ดูนะครับ มีตำรวจชั้นผู้น้อยนายหนึ่ง ถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ทั้งที่หลักฐานทางนิติเวตอาทิ เขม่าดินปืน ตำหนิของลูกกระสุนกับกระบอกปืน ไม่มีชิ้นไหนชี้ชัดว่าเป็นของจำเลย แต่แค่มีพยานหนึ่งปากอ้างว่า พบเห็นจำเลยมีปากเสียงกับผู้ตาย ทั้งที่ฝ่ายจำเลยมีภรรยาและลูกเป็นพยานว่าเวลานั้น จำเลยอยู่ที่บ้านชัดๆ แต่แค่พยานหนึ่งปากและ"ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจ" ที่อ้างว่าผู้ตายกับจำเลยมีเรื่องทะเลาเบาะแว้งกันมาก ศาลจึงพิพากษาให้ประหารจำเลยคนนี้ ซึ่งปัจจุบันจำเลยรายนี้กำลังต่อสู้ในชั้นฎีฏา และมีโอกาสได้เขียนเล่าเรื่องของตนในหนังสือจึงได้มีโอกาสบอกเล่า ต่อสังคมบางส่วนให้ทราบเรื่องราว

จะเห็นว่ามันน่ากลัวนัก หากคุณไม่มี"เงิน"จ้างทนายเก่งจัดๆ ยามเป็นแพะขึ้นมาถึงมันจะโหดร้ายบัดซบแค่ไหน คนก็แทบจะหนีไม่พ้นจากการเป็นแพะอยู่ดี ดังนั้นถ้าจะกลัวไม่ต้องไปกลัวคดีอากงหรอกครับ คดีอื่นที่หนักกว่ามีรอคุณอีกเยอะ...

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 2 January 2012 - 14:57 #370099 Reply to:369996

สรุปสั้นว่า ถ้าจน ก็"คุก" แน่นอนใช่ไหมครับ ไม่ได้ประชด เพราะจากที่บอกว่าเป็นหน้าที่ของทนายในการซักค้านเท่านั้น โดยที่ศาลม่จำเป็นต้องสนใจว่าหลักฐานฝ่ายโจทย์แน่นหนาจริงแค่ไหน ถ้าไม่แย้งก็ถือว่ายอมรับโดยไม่จำเป็นต้องสั่งให้มีผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์(ดังที่เห็นว่า่พยานฝ่ายโจทย์ มีแค่ตำรวจ กับนักบัญชีของบ.มือถือ) แสดงว่า ถ้า"จน" เลยไม่มีปัญญาไปจ้างทนายเก่งๆ ก็ต้องรับกรรมไป!!

ส่วนการไปให้น้ำหนักกับเรื่องการซ่อมมือถือ ผมก็แปลกใจมากๆ ว่าหลายคนไม่เคยดูแลผู้สูงอายุ แบบชาวบ้านๆจริงๆเลยสิเนี่ย?

การจำร้านที่เคยไปไม่ได้เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว ผมว่าเป็นเรื่้องปกติมากๆของคนแก่โดยส่วนใหญ่(ย้ำว่าชาวบ้าน เพราะถ้าเป็นพนักงานประจำ เพิ่งเกษียณส่วนใหญ่ความจำจะยังดีกว่า)และการที่จำผิดพลาด หรือแม้แต่จะตั้งใจโกหกก็เถอะ จะเป็นการชี้ให้เห็นเจตนาภายใน โดยไม่สนใจพยา่นแวดล้อมสำคัญแบบพยานทางเทคโนโลยี ว่ามีความหนักแน่นแค่ไหน ตรงนี้ก็น่ากลัวจริงๆครับ

ป.ล. จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังงง ว่าอากง เป็นเสื้อแดง hardcoreจริงๆหรือไม่ ตามที่นายตำรวจชุดจับกุมให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ แต่กลับไม่มีเขียนไว้ในสำนวน ซึ่งจะทำให้ชี้เจตนาได้มากกว่านี้ คุณไม่สงสัยบ้างหรือ?

By: Tg on 2 January 2012 - 16:33 #370109 Reply to:370099

"บังเอิญจำไม่ได้"

งั้นทำไมไม่ "บังเอิญไม่มีใครแฮคอีมี่ของอากง" และ "บังเอิญไม่มีใครรู้ cell site อากง" บ้างล่ะครับ

By: g-man
ContributoriPhone
on 2 January 2012 - 18:02 #370118 Reply to:370099

จนก็โอกาสคุกชัวร์ๆ ไม่ได้ประชดแต่มันเป็นงี้จริงๆ ส่วนประเด็นถ้าไม่แย้งก็ถือว่ายอมรับ โดยไม่จำเป็นต้องสั่งให้มีผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์ คดีแพ่งยังเป็นเลยก็เหมือนคุณไม่สู้เองก็แปลว่ายอมรับ สิทธิการขอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของรัญ ไม่เกี่ยวกับจนไม่จนนะครับ อยู่ที่ว่าทนายจะยื่นขอหรือไม่ขอครับ

ส่วนเรื่องความจำ มันแล้วแต่คนด้วยมามี้ผม 68 ล่ะช่างจดช่างจำเรื่องเล็กน้อยมาบ่นน้อยอกน้อยใจจนผมเซ็ง...

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 2 January 2012 - 20:37 #370133 Reply to:370118

หลักการของคดีแพ่งฯไม่เหมือนอาญาฯครับ มาเทียบกันไม่ได้ หลักการของอาญาฯคือฝ่ายโจทย์ต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยว่าได้กระทำผิดจริง จึุงจะลงโทษจำเลยได้ แต่่ฝ่ายแพ่งเป็นเรื่องของการผิดสัญญาหรือการละเมิด คือถ้าฝ่ายจำเลยไม่แย้ง/ไม่สู้ คือยอมรับว่าได้ผิดสัญญา/ละเมิดจริง

นั่นคือหลักของคดีอาญา แม้ว่าคุณที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ให้การใดๆเลยสักนิด แต่ถ้าหลักฐานมันไม่สมบูรณ์มีแต่คำกล่าวหาที่เลื่อนลอย ตามหลักมาตรฐานสากล ก็ต้องลงโทษไม่ได้ครับ

By: yymnoy
Android
on 1 January 2012 - 11:41 #369927 Reply to:369910

คิดว่าคุณ thaina สมมติสถานการณ์ตามข้อความของคุณ amdintel นะครับ ที่จะหลักฐานอ่อนอะไรอย่างไรมีช่องโหว่แค่ไหนก็ควรเอาผิดได้ (นี่คือคำว่าเหวี่ยงแห)

เหมือนอย่างที่คดีอากงนี้ ใช้ imei กับ cell site มาประกอบกัน แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยืนยันได้แน่ชัดกว่านั้น เช่น หลักฐานว่าใครซื้อ sim ใครซื้อบัตรเติมเงิน ที่ไหน อย่างไร เป็นต้นครับ

ปล. จริงๆศาลก็ไม่ได้จับเหวี่ยงแหนั่นแหละครับ เพราะคนจับคือตำรวจ :P

By: btxxxx
AndroidWindows
on 1 January 2012 - 04:20 #369887 Reply to:369857

ไปไล่ตอบคนที่เขาตอบคุณกันมาด้วยนะ

จริง ๆ อยากพิมพ์มากกว่านี้ แต่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์

เพราะที่เค้าพิมพ์ ๆ กันมาด้านบน นอกจากคุณจะมีแต่ ด่า แถ ยัดเยียด จินตนาการเอาเอง แล้วยังแสดงให้เห็นแต่ความไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเองอีกต่างหาก

By: gudome
ContributoriPhoneWindows
on 1 January 2012 - 04:43 #369891 Reply to:369857

รังแกเข่นฆ่า?
ไปหมดแล้ว สต่งสติ

By: yymnoy
Android
on 1 January 2012 - 11:48 #369929 Reply to:369857

ผมว่าสองย่อหน้าสุดท้ายที่คุณ lew เขียนไว้ในบทความต้นกระทู้ก็ตอบคำถามได้หมดแล้วนะครับ

ถ้าเน้นสักหน่อยก็

"แต่คำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับมาตรฐานการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำความผิดที่คดีนี้ใช้เพียง log ที่ชี้ไปยังโทรศัพท์เครื่องหนึ่งเท่านั้น"

By: perlthai
iPhone
on 1 January 2012 - 13:50 #369940

"....บทความนี้เป็นการชี้ว่าด้วยหลักฐานเท่าที่มี มันมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีกจำนวนมาก และหากยึดมาตรฐานว่าหลักฐานเท่านี้เพียงพอต่อการดำเนินคดีและลงโทษ อาจจะทำให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสีหรือการสวมรอยบุคคลอื่นๆ ทำความผิดตามมาได้อีกมากมาย..."

จากการอ่านคำพิพากษาซึ่งแนบไว้ในบทความด้วยแล้ว จริง ๆ ก็น่าจะตอบปัญหาและคลายกังวลต่อเจ้าของบทความนี้นะครับ 

ประเด็นหลักฐาน เช่น หมายเลข IMEI,ภาพหน้าจอ, log, การใช้งานสลับกัน และการพิสูจน์ตัวตนนั้น ซึ่งเจ้าของบทความได้แสดงความคิดเห็นว่าไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดีนั้น ศาลก็ไม่ได้นำมาใช้เป็นหลักในการตัดสินว่ามีการกระทำความผิด แต่ใช้เพียงเพื่อประกอบกับคำให้การของจำเลย และการนำสืบของฝ่ายโจทย์

ทั้งนี้จำเลยก็เป็นผูัรับว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ได้มีการกระทำความผิด แต่ได้ให้การวกวนเรื่องห้วงเวลาที่ครอบครองโทรศัพท์โดยอ้างว่ามีเครือ่งเสียจึงต้องนำไปส่งซ่อม

ความเห็นส่วนตัว คิดว่าประเด็นที่น่าสงสัยมากที่สุด คือ ทำไมจำเลยไม่สามารถจำร้านที่นำโทรศัพท์มือถือไปซ่อมได้ ทั้งที่ต้องไปส่งเครื่องซ่อมและการรับเครื่องที่ซ่อมเสร็จ หรือการมีพยานหลักฐานอื่นเช่น นามบัตรหรือใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมของร้าน... น่าจะเป็นประเด็นหลักที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการปิดบังการกระทำความผิดจริง จึงไม่สามารถบอกร้านที่นำมือถือไปซ่อมได้

ส่วนหากว่าเกิดมีการใส่ร้ายป้ายสีหรือการสวมรอยกระทำความผิดในคดีอื่น ๆ ที่จะตาม.... ในการดำเนินคดี ก็มีต้องมีการนำสืบของฝ่ายโจทย์ และการต่อสู้ให้การของผู้ที่ถูกใส่ร้าย  จะเอาแค่คดีนี้ไปเทียบเคียงหรือใช้เป็นบรรทัดฐานไม่ได้หรอกครับ  ...คงอีกไกลครับ ยังไม่ต้องเป็นกังวลในประเด็นนี้ 
By: luckyman
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 1 January 2012 - 14:33 #369942 Reply to:369940

ร้านแบบในอิมพีเรียลสำโรง หรือมาบุญครอง ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันนะ ถ้าผ่านมาซักระยะหนึ่ง

ขยำนามบัตรกับใบเสร็จทิ้งทันทีหลังรับของ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหนิครับ หรือผมผิดปกติ

ทำไมจำร้านซ่อม(ตู้มือถือ?) ไม่ได้ ถึงดูมีพิรุธล่ะครับ

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 1 January 2012 - 16:05 #369959 Reply to:369940
PaPaSEK's picture

ดูมีพิรุธเลยตัดสินว่าผิด?

ศาลตัดสินด้วยวิธีตีขลุมแบบนี้พวกผมถึงได้ต่อต้านครับ ผมพูดตรงๆ ว่าผมไม่ได้ต่อสู้เพื่ออากง และไม่ได้คิดว่าอากงบริสุทธิ์

แต่ผมกลัวครับว่ามันจะถึงคราวผม ถึงเวลาที่ให้พิสูจน์ว่าผมบริสุทธิ์ แต่พิสูจน์ตัวเองไม่ได้ก็เลยต้องเข้าคุก

By: BLiNDiNG
AndroidUbuntuWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 22:58 #371082 Reply to:369959
BLiNDiNG's picture

+1


Blah blah blah

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 1 January 2012 - 16:22 #369962 Reply to:369940

คุณสรุปผิดตั้งแต่ประเด็นแรกเลยครับ

เราไม่มีหลักฐานทางเทคโนโลยีที่ชัดเจน ว่ามีการส่ง sms จากเครื่องนั้นจริงๆ มีัแค่เลข IMEI(ที่ปลอมแปลงได้ง่าย) และตัววัตถุพยานเองก็เสียหายจนไม่สามารถตรวจสอบได้(หรือไม่ยอมตรวจสอบ?)ว่ามีการส่ง sms ข้อความดังกล่าวจากวัตถุพยานนั้นจริงๆ(ตามบันทึกหลักฐานที่เปิดเผย)

รวมไปถึงประเด็นที่อ้างว่าเบอร์นี้ไม่เคยใช้พร้อมกัน แต่กลับมีการเปิดเผย log แค่ส่วนการโทรเข้ารับสายส่ง sms ซึ่งมันไม่ใช่ HLR log ที่จะชี้ได้ชัดเจนกว่านั้น(HLR log จะระบุเวลาเปิดปิดเครื่อง(หมายเลข)ได้ ยกเว้นกรณีัสัญญาณหลุดจน disconnect เอง แบบการโดน jamming หรืออยู่ในพื้่นที่อับสัญญาณ)

ส่วนภาพ capture หน้าจอยิ่งแล้วใหญ่ แก้ไขได้ง่ายที่สุดแล้ว ทำไมไม่มีการเก็บตัว sms จริงๆจาก memory ของเครื่องปลายทาง?

ประเด็นจำร้านไม่ได้ ถ้าใครเคยดูแลคนแก่ จะพบว่าอายุราวๆนี้ ก็ขี้หลงขี้ลืมเป็นธรรมดาครับ ยิ่งเป็นชาวบ้าน ที่ไม่ได้ทำงานประจำ ความจำยิ่งแย่ลงง่ายกว่าคนที่่ยังทำงานประจำอยู่ครับ

คำพิพากษานั้นแต่ใช้พยานแวดล้อมในการระบุเจตนา แต่พยานแวดล้อมโดยเฉพาะส่วนพยานทางเทคโนโลยีกลับมีจุดอ่อนอย่างร้ายแรง แล้วสุดท้ายเหลือพยานแวดล้อมอื่นๆอะไรกันแน่ ใครช่ีวยอธิบายที?

นอกเรืองนิด บางคนอ้างว่าเพราะทนายไม่ยอมชี้ประเด็นสำคัญเหล่านี้ เลยต้องโดนลงโทษ มันก็มีส่วนจริง แต่กลับกันทำไมกระบวนการตรวจสอบ กลับต้องพึ่งพิงทนายฝ่ายจำเลยในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์? ทำไมไม่เป็นหน้าที่หลักของอัยการในการพิสูจน์ความจริงของการกล่าวหา? มันทำให้เราสับสนว่าสุดท้ายแล้วบ้านเราใช้ระบบกฎหมายแบบใดกันแน่ ทำไมผู้ถูกกล่าวหาจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ทำผิด แทนที่ฝ่ายกล่าวหาตะหากที่ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าทำผิดจริงๆ?

By: perlthai
iPhone
on 1 January 2012 - 17:56 #369978

@luckyman เรื่องการจำไม่ได้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งในหลายเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าทำผิดจริง บางครั้งการนำมาแยกคิดเป็นเรื่อง ๆ โดยไม่ได้ดูองค์รวม ก็ทำให้ความหมายผิดไป
ถ้าผมต้องส่งโทรศัพท์ซ่อม ก็คงเลือกร้านบ้างละครับ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าโทรศัพท์จะโดนเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรไปบ้าง เลยน่าจะจำได้
สำหรับนามบัตรกับใบเสร็จก็แค่ยกตัวอย่างการที่จะหาพยานมายืนยันความบริสุทธิ์ว่าได้ส่งซ่อมจริงครับ

@PaPaSEK ในความคิดของผม คดีนี้ไม่ได้ใช้วิธีตีขลุมนะ ก็มีเหตุผลพอสมควร ส่วนคำว่าพิรุธ ผมไม่ได้พูดนะ 555
หากติดตามข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีขนาดนี้ การพิสูจน์ตัวเองสำหรับคุณคงไม่ใช่เรื่องยากมั้งครับ

ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมครับ...​ว่าในคดีนี้  พยานหลักฐานไม่มีมีแค่ IEMI, ภาพหน้าจอ, log, การใช้งานสลับกัน และการพิสูจน์ตัวตน... แต่ยังมีคำให้การของจำเลย และการนำสืบคดีของโจทก์ ฯลฯ เพิ่มเติม
By: pookman
Windows PhoneAndroidWindows
on 1 January 2012 - 18:45 #369992 Reply to:369978
pookman's picture

ถึงหลักฐานเยอะแต่ก็เป็นหลักฐานที่กว้าง ๆ

ถ้าเทียบเป็นเซต จะได้ประมาณ 3 กรณี คือ
1. ความเป็นไปได้แคบลง
2. ความเป็นไปได้เท่าเดิม
3. ความเป็นไปได้กว้างขึ้น

ดังนั้นผมจึงคิดว่า หลักฐานน่าจะมี คุณภาพ มากกว่า ปริมาณ ครับ

By: luckyman
ContributoriPhoneAndroidRed Hat
on 1 January 2012 - 19:56 #370004 Reply to:369978

ขนาดเลือกร้านแล้ว ยังได้แค่ น่าจะจำได้

ถ้าจำได้ มีบัญชี หรือเจ้าของร้านหนีไปแล้ว ก็คงดูดีขึ้นนิดนึง
แต่ถ้าดันตอบว่าจำไม่ได้เพราะวันนึงซ่อมเยอะ ไม่รู้จะเป็นยังไงนะครับ

By: tanapon000 on 3 January 2012 - 10:30 #370246 Reply to:370004
tanapon000's picture

ผมว่า หลักฐานนี้ เป็นผมเองก็ส่อถึงพิรุจครับ

ไม่แน่ว่าอากงอาจโดนว่าจ้าง ให้จัดฉาก เพื่อให้มีประเด็นข้อกล่างหา ทางด้านกฎหมายกับมาตรา .... ก็เป็นได้

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 3 January 2012 - 11:36 #370264 Reply to:370246
lew's picture

การกล่าวหาคนอื่นแบบลอยๆ แบบนี้ โทษในเว็บนี้คือโดนแบนนะครับ

ผมเตือนครั้งเดียวนะครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: thailandonlyja on 3 January 2012 - 18:45 #370386

เรื่องง่ายๆ ที่คุณ lew ไม่ได้นำเสนอในบทความนี้ (แต่เลือกที่จะเสนอเพียงด้านเดียวว่า IMEI สามารถปลอมได้)

เรื่องมีอยู่ว่า

สมมุตมีคนร้ายฆ่าคนตาย ซึ่งใช้รถที่มีป้ายทะเบียนปลอมเป็นพาหนะ หลักฐานที่ตำรวจมีคือ ภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งมีหมายเลขทะเบียนอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการสืบเบื้องต้น และก็พบว่านาย T ครอบครองป้ายทะเบียนนั้น จึงได้เรียกตัวนาย T มาสอบสวนเบื้องต้น

ซึ่งผลสรุปจะมี 2 กรณี คือ
  1. นาย T สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ โดยอ้างว่าป้ายทะเบียนนั้น เป็นป้ายปลอมที่ทำขึ้น และ ณ เวลาที่เกิดเหตุ รถของตนได้นำไปซ่อมที่อู่ และมีพยายานมากมาย รวมถึงเจ้าของอู่ ทำให้ศาลต้องตัดชื่อนาย T ออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย
  2. นาย T บอกศาลว่าป้ายนั้นเป็นป้ายปลอม และบอกว่า ณ เวลานั้นตนได้นำรถไปซ่อมที่อู่ พอศาลให้ระบุชื่ออู่ กลับไม่สามารถระบุได้ ทำให้ไม่มีน้ำหนัก + พยายานแวดล้อมต่างๆ มัดตัว

สรุป

คดีนี้ศาลไม่ได้ตัดสินจำคุกเพราะหมายเลข IMEI ตรง (หรือป้ายทะเบียนปลอมตรง) แต่ศาลจำคุกเพราะ พยานแวดล้อมต่างหาก ลองอ่าน reference ที่ผมให้ไว้ดู คืออยากให้คุณ lew หยุดนำเรื่องนี้มาเล่นได้แล้วอะครับ เหมือนกับคุณ lew พยายามจะบอกว่า ตำรวจไม่สามารถนำป้ายทะเบียนปลอม มาใช้เป็นหลักฐานในการออกหมายจับได้ เพราะมันสามารถปลอมแปลงกันได้ ใช่มั้ย? คือความเห็นเชิงเทคนิคที่คุณ lew พยายามนำเสนอนี้ พี่ๆ ตำรวจในคดีนี้เขารู้ดีครับ ไม่ได้เป็นอะไรแปลกใหม่เลย แต่ได้โปรดอย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่า อากงโดนตัดสินจำคุกเพราะหมายเลข IMEI ตรง คือผมคิดว่าถ้าคุณ lew เป็นกลางจริงคงจะมีเน้นย้ำว่า คดีอากง ศาลไม่ได้ตัดสินจำคุกเพราะหมายเลข IMEI ตรง

อ้างอิงจาก ilaw

แม้โจทก์จะไม่สามารถนำสืบพยานให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นผู้ที่ส่งข้อความตามฟ้องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องดังกล่าว ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุาการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ แต่ก็เพราะเป็นการยากที่โจทก์จะสามารถนำสืบได้ด้วยประจักษ์พยาน เนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดดังกล่าวย่อมจะต้องปกปิดการกระทำของตนมิให้บุคคลอื่นได้ล่วงรู้ จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลประจักษ์พยานแวดล้อมที่โจทก์นำสืบเพื่อชี้วัดให้เห็นเจตนาที่อยู่ภายใน

อยากให้คุณ lew หยุดเล่นเรื่องนี้ได้แล้วครับ ส่วนคุณ Thaina ถ้าจะตอบช่วยสงบสติก่อนนะครับ ผมกลัวคำตอบคุณครับ :)

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 3 January 2012 - 21:15 #370423 Reply to:370386
lew's picture

ผมตอบอย่างนี้นะครับ "ไม่ว่าคุณอำพลจะให้การวกวนแค่ไหน ไม่ว่าจะเบลอ หรือตอบไม่รู้เรื่อง หรือสับสนแค่ไหน ผมก็มองไม่เห็นว่ามันเป็นการมัดตัวอย่างไร" ผมเรียกร้องมาตรฐานว่า "ด้วยหลักฐานเท่านี้" ต่อให้คุณอำพลนั่งเง่ียบ ไม่ตอบโต้อะไรเลยแม้แต่คำเดียว ก็ควรได้กลับบ้าน หากมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมของเราในตอนนี้เอาผิดคนด้วยหลักฐานเท่านี้ได้ ผมเรียกร้องให้มีการปรับมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมเสียใหม่

การที่คุณอ้างว่า "ไม่ได้เป็นอะไรแปลกใหม่" ช่วยอ้างอิงคดีที่เคยเกิดขึ้นได้ไหมครับ? ผมเองอยากทราบมาตลอดว่ามีคดีอื่นๆ ที่ใช้หลักฐานเท่านี้หรือไม่แต่พยายามหาแล้วหาข้อมูลไม่พบ

คุณมีเหตุผลอะไรให้ผมต้องหยุดหรือครับ? การนำเสนอ "ข้อเท็จจริง" ข้างต้นผมบกพร่องอย่างไร? ตัวคำพิพากษา ผมมีลิงก์ "ฉบับเต็ม" ไว้ในบทความ ซึ่งแม่นยำกว่าฉบับ iLaw ที่คุณใช้ หากคุณคิดว่าการลิงก์ไม่เพียงพอ ผมยินดีวางฉบับเต็มไว้ในบทความให้นะครับ


lewcpe.com, @public_lewcpe

By: thailandonlyja on 4 January 2012 - 00:23 #370460 Reply to:370423

ตอบคุณ lew ครับ

"ไม่ว่าคุณอำพลจะให้การวกวนแค่ไหน ไม่ว่าจะเบลอ หรือตอบไม่รู้เรื่อง หรือสับสนแค่ไหน ผมก็มองไม่เห็นว่ามันเป็นการมัดตัวอย่างไร"

ผมว่าตรรกะอันนี้แปลกมากครับ เหมือนกับใช้อคติในการตั้งโจทย์เอง ตอบเอง คำให้การของจำเลยมีผลกับคดีไม่ใช่หรือครับ เหมือนผมยกตัวอย่างเรื่องป้ายปลอมมา (ลองอ่านคำพิพากษาฉบับเต็มหน้า 15) ในทางกลับกัน หากอากงสามารถบอกได้ว่า ณ เวลานั้นเอามือถือไปซ่อมที่ร้านจริง คุณ lew คิดว่าอากงจะติดคุกไหม?

ผมเรียกร้องมาตรฐานว่า "ด้วยหลักฐานเท่านี้" ต่อให้คุณอำพลนั่งเง่ียบ ไม่ตอบโต้อะไรเลยแม้แต่คำเดียว ก็ควรได้กลับบ้าน

คำว่า "ด้วยหลักฐานเท่านี้" หมายถึง IMEI ปลอมอย่างเดียวใช่ไหมครับ ถ้าศาลตัดสินด้วย IMEI เพียงอย่างเดียวผมก็คงเห็นด้วยกับคุณ lew แหละครับ แต่นี่ศาลใช้พยานแวดล้อม และ คำให้การในการพิจารณาด้วย

การที่คุณอ้างว่า "ไม่ได้เป็นอะไรแปลกใหม่" ช่วยอ้างอิงคดีที่เคยเกิดขึ้นได้ไหมครับ?

ผมหมายถึงคนที่ทำงานด้านตรวจสอบนั้นรู้ดีว่าสามารถปลอม IMEI ได้

ลองอ่านคำพิพากษา ฉบับเต็มหน้า 15-16 http://www.prachatai3.info/sites/default/files/Ampon.pdf ดูนะครับ เนื้อหาเหมือนกับที่ผมอ้างอิงไว้ทุกประการ (อาจจะไม่เหมือนกันทุกตัวอักษร แต่ความหมายไม่ผิดเพื้ยน)

ประเด็นสำคัญที่ถูกละเลย แต่พยายามไปเล่นเรื่อง IMEI ปลอมอย่างเดียว

  • จำเลยให้การขัดแย้ง เรื่องที่ให้การว่าตัวเองส่ง sms ไม่เป็น แต่พอตรวจ log ปรากฎว่ามีการใช้ส่ง sms อยู่บ่อยครั้ง (หน้า 16 บรรทัดที่ 4)
  • จำเลยให้การว่านำโทรศัพท์ไปซ่อม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าร้านไหน (หน้า 15 บรรทัดที่ 5)
  • ศาลไม่ได้พิจารณาจำคุกเพราะ IMEI ปลอม แต่เพราะศาลพิจารณาจากพยานเหตุแวดล้อมและข้อมูลอื่นๆ (หน้า 16 บรรทัดที่ 16)

สรุปคำถามที่ผมถามคุณ lew

  • ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับคุณ lew ตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยด้วย หมายเลขบนป้ายทะเบียน ใช่หรือไม่? เพราะป้ายทะเบียนสามารถปลอมได้
  • ถ้าอากง สามารถชี้ร้านที่นำโทรศัพท์ไปซ่อมได้, ไม่ได้ให้การขัดแย้งว่าส่ง sms ไม่เป็น คิดว่าอากงจะโดนตัดสินจำคุกรึเปล่าครับ
  • จากลิงค์ที่ผมให้มา อยากให้คุณ lew ช่วยระบุว่ามีตรงไหนที่ศาลบอกว่าตัดสินจำคุกเพราะหมายเลข IMEI ตรงกับอากง
  • คุณ lew อ้างว่า "ไม่ว่าคุณอำพลจะให้การวกวนแค่ไหน ผมก็มองไม่เห็นว่ามันเป็นการมัดตัวอย่างไร" ใช่ครับ มันไม่สามารถมัดตัวได้ แต่มันเป็นตัวการสำคัญในการพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ เหมือนคุณ lew จะไม่เข้าใจนะครับ ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องการคือ การพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์(ในกรณีที่หลักฐานไม่สามารถมัดตัวได้) และที่ศาลตัดสินจำคุกไม่ใช่เพราะเรื่อง IMEI ปลอม. IMEI นั้นก็เปรียบได้เหมือนกับป้ายทะเบียนรถ ใช้ในการสืบหาผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าบริสุทธิ์ได้หรือเปล่า ซึ่งกรณีอากงนี้ ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ เพราะคำให้การและข้อมูลต่างๆ
By: WarHammeR_TH
iPhone
on 4 January 2012 - 00:38 #370463 Reply to:370460
WarHammeR_TH's picture

จำเลยไม่ควรต้องพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ครับ

อัยการต่างหากที่มีหน้าที่พิสูจน์ว่าจำเลยผิด

By: thailandonlyja on 4 January 2012 - 01:08 #370468 Reply to:370463

จำเลยก็คือ ผู้ถูกกล่าวหา (ซึ่งจริงๆ อาจจะเป็นแพะก็ได้ หรือเป็นตัวจริงก็ได้) หากคุณไม่สามารถหาข้อมูลมาหักล้างข้อกล่าวหาของโจทก์ หรือพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ได้ คุณจะรอดจากการติดคุกได้ยังงัยหรอครับ เพราะยังไงศาลก็ตัดสินว่าคุณผิด ยกเว้นคุณมีหลักฐานหักล้างที่น่าเชื่อถือได้ครับ :)

ลองสลับคำพูดของคุณ WarHammeR_TH ดู

  • อัยการมีหน้าที่พิสูจน์ว่าจำเลยผิด
  • จำเลยไม่ควรต้องพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์

จำเลยไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วสามารถยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ลงมือกระทำได้นี่ แปลกดีนะครับ

By: Thaina
Windows
on 4 January 2012 - 04:08 #370494 Reply to:370468

ก็ในเมื่อคุณไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมคุณจะต้องมายืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ล่ะครับ

ทำไมคุณต้องมานั่งเสียเวลาพิสูจน์ให้คนอื่นเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำ ก็เมื่อคุณไม่ได้ทำจริงๆ

อยู่ๆพรุ่งนี้มีคนบอกว่าคุณไปฆ่าคนตาย คุณเลยต้องนั่งหาหลักฐานว่าคุณไปทำอะไร โดยที่ฝ่ายกล่าวหากระดิกเท้าดูคุณวิ่งวุ่นหาหลักฐานมาประเคนให้ศาลเนี่ยนะ?

คนที่ถูกกล่าวหาต่างหากที่ต้องมีหลักฐานพอที่จะบอกได้ว่า คุณทำจริง ไม่งั้นคุณก็ควรได้นั่งกระดิกเท้าอยู่กับบ้านเฉยๆอย่างปกติสุข

นี่แสดงว่าคุณไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเลย คิดแต่ว่าจะเอาสะใจ ให้ได้อย่างใจ ใครเป็นแพะก็ช่างมัน

ถ้าไม่โดนกับตัวเองก็คงไม่รู้สึก


My Blog

By: thailandonlyja on 4 January 2012 - 10:36 #370534 Reply to:370494

คนที่ถูกกล่าวหาต่างหากที่ต้องมีหลักฐานพอที่จะบอกได้ว่า คุณทำจริง

อันนี้เขียนผิดใช่รึเปล่าครับ หรือว่าสับสนในตัวเองครับ?

กรณีสมมุติ

  • สมมุติคนหน้าเหมือนคุณ Thaina ขับรถชนคนตาย แล้วผมสามารถจำป้ายทะเบียนรถคันนั้นได้
  • ซึ่งปรากฎว่าตรงกับของคุณ Thaina

คำให้การของคุณ Thaina

  • ถ้าคุณ Thaina บอกศาลว่าป้ายนั้นเป็นป้ายปลอม และวันนั้นเอารถไปซ่อมที่ อู่ A และ มีพยายานช่วยยืนยัน และศาลวิเคราะห์ว่ามีน้ำหนักพอ คุณ Thaina ก็รอดคุก เจ้าหน้าที่ก็ต้องไปสืบหาและจับกุมผู้ต้องสงสัยคนอื่นมาแทน
  • ถ้าคุณ Thaina บอกศาลว่าป้ายนั้นเป็นป้ายปลอม และไม่ทำอะไรเลย ทั้งที่รู้ว่าวันนั้นตัวเองเอารถไปซ่อม คุณ Thaina จะติดคุกไหม
By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 18:23 #370659 Reply to:370468
bahamutkung's picture

แสดงว่าคุณไม่รู้กฎหมายครับ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐/หมวด ๓ มาตรา ๓๙

บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้

ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด

ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: xxxooo
Windows PhoneWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 00:02 #370774 Reply to:370468

อัยการมีหน้าที่พิสูจน์ว่าจำเลยผิด

แต่อัยการ ไม่สามารถหาอะไรมาพิสูจน์ได้เลย ว่าจำเลยผิด

ดังนั้น จำเลยไม่ควรต้องพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์

ถ้าอัยการ สามารถ พิสูจน์ได้ว่า มีคนตายโดยอาวุธปืน ที่ปืนมีทะเบียนเป็นของผมยิง พบศพในบริเวณใกล้เคียงกับที่อยู่อาศัย โดยที่ ปืนไม่มีรอยนิ้วมือผมบนตัวปืน ตัวผมเองก็ไม่คราบเขม่าดินปืน

ผมเป็นคนโง่ๆ ไม่เคยเข้ารับการศึกษา ไม่มีเงิน ปืนนั้นก็เก็บไว้นาน และด้วยอายุที่มาก ก้จำไม่ได้ ว่าเก็บปืนไว้ในบ้าน หรือ ขายใครไปแล้ว หรือเอาไปให้ใครหรือเปล่า

= ผมควรติดคุก ข้อหาฆ่าคนตาย! หรือ ยกฟ้อง เพื่อให้ตำรวจหาหลักฐานเพิ่ม


"My hardware, my rules. I brought back what you took away." by OtherOS++ Project Team

By: lew
FounderJusci&#039;s WriterMEconomicsAndroid
on 4 January 2012 - 00:56 #370467 Reply to:370460
lew's picture

แยกสองเรื่องนะครับ เรื่องแรกคือบทความของผม

  1. ผมไม่ได้เล่นเรื่อง IMEI ปลอมอย่างเดียวครับ "อ่าน" บทความข้างบนครับ ผมชี้ประเด็นมากมาย
  2. การบอกว่าไม่ทราบว่าร้านไหน หรือบอกได้ ผมไม่ทราบว่ามันเปลี่ยนแปลงคดีอย่างไร เพราะการที่โทรศัพท์ถูกซ่อมหรือไม่ ไม่ได้บอกอะไร หมายเลข IMEI ไม่เคยเป็นความลับ (ตามบทความข้างบน) แม้จะมีการซ่อมและช่างได้แอบดูหมายเลข จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าช่างเป็นผู้ปลอม? ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป???
  3. ผมได้ดูเอกสารทางฝั่งจำเลยชุดหนึ่ง อย่างที่แจ้งไว้ในบทความนะครับ และผมไม่พบว่ามีการส่ง SMS ออกจากหมายเลขของคุณอำพลนะครับ ไม่แน่ใจว่าศาลเห็นเอกสารชุดที่ต่างจากผมหรือไม่ อย่างไรก็ดี ผมมองไม่ออกว่าการที่คุณอำพลส่ง SMS เป็นหรือไม่ จะเป็นการ "มัดตัว" อย่างไร

ตอบคำถาม

  1. ใช่ครับ ผมมองว่าไม่ควร "จับ" ได้ ก่อนหน้านี้เคยมีคดีดาราถูกปลอมทะเบียนรถไปฝ่าไฟแดง ก็ "เชิญ" ไปให้ปากคำ ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้ตำรวจใช้หลักฐานที่มัดตัวไม่ได้ แต่เป็นเบาะแสไปหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมนะครับ
  2. ไม่ทราบครับ
  3. ผมบอกว่า "ใช้เป็นหลักฐานมัดตัว" ครับ ถ้า log ของหมายเลข "-3615" แสดงหมายเลข IMEI อื่นๆ ก็จะชี้ไปไม่ถึงคุณอำพลนี่ครับ
  4. ระบบยุติธรรมของไทย ผู้ต้องสงสัยต้องถูกถือว่าไม่ได้กระทำผิด จนกว่าจะหาข้อพิสูจน์สนสิ้นสงสัยตามสมควร ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ต้องสงสัยมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง ผมชี้ประเด็นคือ แม้ log และหลักฐานอื่นๆ จะชี้ไปที่คุณอำพล แต่หลักฐานเหล่านี้มีข้อสงสัยมากมายตามที่ผมชี้ไว้ในตัวบทความ

lewcpe.com, @public_lewcpe

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 4 January 2012 - 10:39 #370531 Reply to:370386

ผมว่าคุณควรจะ อ่านคำพิพากษา และเอกสารหลักฐานอื่นประกอบอย่างละเอียดก่อนนะครับ

-การส่ง sms ที่พบว่าส่งบ่อยครั้ง คือ หมายเลขที่ส่ง sms เจ้าปัญหา ไม่ใช่หมายเลขที่อากงใช้ประจำ(ย้ำว่าให้อ่านข้อมูลดีๆ)

  • พยานแวดล้อมของคดีอากงคืออะไร? ในเมื่อ ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า sms นี้มาจากมือถือของอากงจริงๆ นอกจากแค่ IMEI อ้างอิง(ซึ่งปลอมได้ง่ายมาก) การให้การวกวนในเรื่องร้านซ่อมมือถือ ไม่ใช่พยานแวดล้อมนะครับ

  • การที่ให้การวกวนในบางเรื่อง(โดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นไปได้ที่แกจะจำไม่ได้จริงๆ เพราะเคยเจอคนแก่ราวๆนี้ก็แบบนี้หลายคน) ไม่ใช่สิ่งที่จะมัดตัวว่ากระทำผิดในคนละเรื่องคนละกรณีกันนะครับ(การให้การ เพื่อปกป้องตัวเองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่การให้การเท็จด้วย) คิดความเป็นไปได้มีร้อยแปด ที่เราไม่อยากจะบอกความจริงในเรื่องหนึ่งๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการยอมรับว่าเราไปทำผิดเรื่องอื่นสักหน่อย

  • เรื่องรถยนต์เปรียบเทียบยาก เพราะมันเป็นสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ที่มีพยานบุคคลเห็นได้ทั่วๆไป และมีมูลค่าสูง จึงนำไปอ้างลำบากว่าลืมว่าเคยเอาไปซ่อมไว้ที่ไหน(ซึ่งเทียบกับคนทั่วไป บางคนลืมกุญแจ หาไม่เจอบ่อยๆ แต่คงไม่ลืมไปว่าจอดรถไว้ที่ไหนง่ายๆ แต่ในบางกรณีทีก็อาจลืมได้ด้วยซ้ำ ถ้าไปจอดรถที่จำยากแบบลานจอดรถในห้าง ที่คนหนุ่มๆสาวๆบางคนยังหารถตัวเองไม่เจอ เดินหาหลายรอบ เพราะจำชั้นที่จอดไม่ได้)

-คดีฆ่าคนตายและคดีที่มีโทษสูงอื่นๆ โดยปกติเขาไม่มัดตัวด้วยพยานแวดล้อมเพียง"อย่างเดียว"หรอกครับ ถ้าเป็นเหตุการณ์จริง(กรณีรถยนต์)ย่อมมีพยานบุคคลอีกมาก หรือแม้แต่คดีดังแบบหมอฆ่าเมีย เขาก็มีหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดที่เห็นหน้าด้วยกันในช่วงเวลาก่อนหายไป พยานบุคคลที่เห็นทั้งคู่เข้าห้องพักด้วยกันก่อนจะเจอร่องรอยศพฯลฯ เลยใช้พยานแวดล้อมในการตัดสินว่าหมอฆ่าเมียนะครับ

ป.ล.พี่ตำรวจรู้ดีหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ตร.ชุดจับกุมให้ข่าวต่อสื่อว่า อากงเป็นเสื้อแดงฮาร์ดคอ มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของกอ.รมน. ทว่าในสำนวนส่งศาลกลับไม่มีข้อมูลเหล่านี้เลย(?) และตร.ที่ให้การในศาล ก็ยอมรับว่าไม่รู้เรื่อง IMEI(ในเรื่องหลักสุดท้าย และการปลอมแปลง)

By: thailandonlyja on 4 January 2012 - 12:16 #370564 Reply to:370531

ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ

รบกวนคุณ Fourpoint ลองอ่าน คห. ที่ผมถามคุณ lew ดูนะครับ อันนั้นเป็นแบบละเอียด ซึ่งตอบเรื่องที่คุณ Fourpoint ได้ยกตัวอย่างมาได้เกือบทั้งหมด

ก่อนที่คุณ Fourpoint จะเข้าใจประเด็นผิดไป

  • จำเลยให้การขัดแย้ง เรื่องที่ให้การว่าตัวเองส่ง sms ไม่เป็น แต่พอตรวจ log ปรากฎว่ามีการใช้ส่ง sms อยู่บ่อยครั้ง (หน้า 16 บรรทัดที่ 4)
  • จำเลยให้การว่านำโทรศัพท์ไปซ่อม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าร้านไหน (หน้า 15 บรรทัดที่ 5)
  • ศาลไม่ได้พิจารณาจำคุกเพราะ IMEI ปลอม แต่เพราะศาลพิจารณาจากพยานเหตุแวดล้อมและข้อมูลอื่นๆ (หน้า 16 บรรทัดที่ 16)

ทุกเรื่องที่ผมกล่าวมาไม่ใช่หลักฐานที่สามารถมัดตัวอากงได้ แต่มันสามารถทำให้คำให้การของอากงมีน้ำหนักมากขึ้นหรือน้อยลงครับ (ในกรณีนี้สมมุติว่า อากงไม่ได้ทำจริง อากงสามารถชี้ร้านที่นำไปซ่อม และไม่โกหกเรื่องส่ง sms ไม่เป็น และอื่นๆ ผมว่าอากงมีสิทธิ์รอดคุกมากกว่านี้ครับ)

เรื่องคนแก่ขี้ลืม และ เรื่องรถยนต์เปรียบเทียบยาก เพราะมันเป็นสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ...

คุณ Fourpoint อ้างว่าคนแก่สามารถลืมได้ การนำโทรศัพท์ไปซ่อมคุณต้องไป 2 ครั้งเป็นอย่างน้อยคือตอนเอาไปซ่อม และตอนเอากลับ ถ้าอากงขี้ลืมจริงๆ คงเอาไปซ่อมและคงไม่ได้ไปเอากลับมา เพราะไม่รู้ว่าไปซ่อมร้านไหนจริงมั้ยครับ (หน้า 15 บรรทัด 4)

พยานแวดล้อมของคดีอากงคืออะไร?

ลองอ่านคำตอบผมที่ลิงค์ไว้ และ คำพิพากษาฉบับเต็ม (หน้า 16 บรรทัด 15)

ถ้าคุณ Fourpoint จะตอบช่วยลงหน้าและบรรทัด ที่ศาลกล่าวในคำพิพากษาด้วยครับ เราจะได้เข้าใจตรงกัน ไม่เอาแบบคิดรวมๆ เอาเอง

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 4 January 2012 - 13:03 #370588 Reply to:370564

เรื่องไม่เคยส่ง sms อันนี้ขอโทษด้วยจริงๆ เพราะผมพูดตามหลักฐานที่เปิดเผยมาก่อนหน้า แต่อย่างที่บอกไป ต่อให้อากงให้การ"ไม่จริง"ในเรื่องการซ่อมและส่งsms(ไม่ใช่ให้การเท็จ) แต่มันก็ไม่ใช่พยานหลักฐานที่จะมัดตัว หรือชี้ตัวว่าอากง เป็นคนส่ง sms ปัญหาเลยสักนิด

และเรื่องรถยนต์ คุณเล่นยกตัวอย่างว่ามีพยานบุคคลเห็น"คนหน้าเหมือน" นี่ครับ แต่กรณี sms ไม่มีพยานบุคคลใดๆ มีแค่ IMEI ซึ่งเปรียบเสมือน ทะเบียนรถ"เพียงอย่างเดียว" โดยไม่ใช่แม้แต่เห็น"ตัวรถ"ด้วยซ้ำ

ส่วนการลืม ไปทีั่ร้านสองครั้งจริง แต่ถ้าผ่านการไปครั้งล่าสุดมาแล้วเป็นเดือน ก็ไม่แปลกที่จะไม่จำ หรือจำไม่ได้ เอาง่ายๆเวลาคุณซื้อเสื้อผ้าหรือของตามตลาดนัดสักเดือนที่แล้ว คุณจะจำ"ตำแหน่ง"และ"หน้าตา"ของคนขายได้หรือไม่ ok ถ้าผ่านไปวันเดียว ของมีปัญหามันยังพอจำได้ ไปคืนไปเปลี่ยนทันไปถูกที่ แต่ถ้าผ่านไปเป็นเดือน อันนี้ผมว่าคนส่วนใหญ่ก็จำไม่ได้กันแล้วล่ะ

สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า พยานหลักฐานที่ปรากฎออกมา นั้นสามารถ"มัดตัว"ว่าอากงกระทำผิดจริงหรือไม่ ซึ่้งผมมองว่าการให้การวกวน นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยตรงเลย การที่คำให้การ"รับฟังไม่ได้" ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสนับสนุนว่า"กระทำ"อีกสิ่งหนึ่งสักหน่อย

ประเด็นนี้กลายเป็นว่า เมื่อผู้ถูกกล่าวหา"แก้ตัว"หรือยืนยันความบริสุทธ์ของตัวเองไม่ได้ ก็เลยต้องโดนลงโทษ ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงได้โดยตรง ตรงนี้แหละที่น่ากลัวมากๆ

และอ่านแล้วยิ่งแปลกใจ ที่คำพิำพากษาฉบับเต็ม(หน้า15) เขียนไว้ว่า เรื่องการปลอม IMEI ไม่สามารถรับฟังได้ เพราะพิมพ์เอกสารจาก internet ไม่น่าเชื่อถือ และอ้่างว่าไม่เป็นที่ยอมรับเป็นทั่วไปในเหล่านักวิชาการ(!?!?!?) ตรงประโยคหลังนี่แหละ มีการเบิกความนักวิชาการมือถือคนไหนมาบ้าง? เห็นมีแต่ฝ่ายธุรการของบ.มือถือ ศาลไม่รับฟังการซักค้านอันแรกเพราะไม่มีที่อ้างอิงอันนี้เห็นด้วย แต่การที่ไม่มีการสั่งให้ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่กลับมีการอ้างว่าผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆไม่เห็นตรงกัน ไม่ทราบว่าอ้างอิืงมาจากไหน? นักวิชาการมือถือคนไหน?

ส่วนเรื่องพยานแวดล้อมที่มัดตัว ขอให้ช่วยระบุชัดๆหน่อยครับ เพราะที่อ่านมาก็มีแค่เรื่อง IMEI ตรงกับมือถือของอากง และข้อมูล cellsite ตรงกับโซนที่อากงอยู่เท่านั้นเอง แต่วัตถุพยานสำคัญแบบ sms ตัวจริงจากใน memory เครื่องปลายทางและต้นทางก็ไม่มี ยิ่งประเด็น IMEI ในทางเทคนิคแล้วแก้ไขได้(ง่ายๆ)ก็ทำให้ไม่สอดคล้องกันแล้ว

และจากคำพิำพากษาฉบับเต็มหน้า 13-14 ก็ระบุอ้่างอิงแค่logการใช้่งานเพื่อส่ง sms เท่านั้่นที่ไม่มีเวลาตรงกันระหว่างสองซิม ซึ่งตรงนี้ก็อย่างที่บอกไปว่า ไม่สามารถยืนยันว่าไม่เคยใช้งาน(เปิดเครื่องonline)ตรงกันได้ จะต้องใช้ HLR log ที่มีข้อมูลเวลาการเปิด-ปิดเครื่องบันทึกตะหาก (นั่งไล่หาดูข้อความที่บ่งบอกในคำพิำพากษาไม่เจอ)ฉะนั้นทางเทคนิคแล้ว แค่ log การรับส่ง sms(หรือโทรเข้าออก) ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ไม่เคยเปิดเครื่อง(ซิม)พร้อมกัน

แล้วสรุปแล้วพยานแวดล้อมอันไหนที่"เชื่อถือได้ในทางเทคนิค" และสอดคล้องจนสามารถมัดตัวเพื่อลงโทษได้บ้าง?

By: zerocool
ContributoriPhoneAndroid
on 3 January 2012 - 22:24 #370433
zerocool's picture

อ่านข่าวนี้ได้ความรู้จากแนวคิดและประสบการณ์ของหลายคนดีครับ ;)


That is the way things are.

By: Kazu
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 4 January 2012 - 02:30 #370485

อ่านๆไปผมเริ่มมีคำถามขึ้นมา สำหรับคนไอที และการกระทำผิดทาง it ควรจะมีหลักฐานขนาดไหนถึงจะเรียกว่าเหมาะสม ในกรณีที่ไม่คำนึงถึงคำให้การจากทั้งฝ่ายจำเลยและโจทแบบในบทความนี้(ในความเป็นจริงการให้การของทั้งสองฝ่าย ถือเป็นหลักฐานเหมือนกัน)เพราะปัจจุบันนี้ ip รวมไปถึง acc user ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หลักฐานทางข้อมูลสามารถปลอมแปลงได้ อย่างเช่นข้อมูลใน HDD จึงนำมาใช้ไม่ได้ ภาพถ่าย ภาพแคปหน้าจอก็สามารถปลอมแปลงได้ การกระทำผิดทาง it มักเป้นการกระทำผิดทีมีการวางแผนไว้ร่วงหน้า และเป็นการกระทำที่สามารถทำในสถานที่ส่วนตัวได้ เพราะงั้นพยานบุคคลย่อมหายากมากในคดีพวกนี้

สรุปคดีทาง it ถ้าเราอิงตามหลักการที่ไม่นับคำให้การจากฝั่งจำเลยและโจทย์ ไม่ถือว่าเป้นหลักฐานชนิดหนึ่งที่สามารถแสดงเจตนาได้แล้ว เราก็จะไม่เหลืออะไรไว้ใช้ในคดีความแบบนี้อีก หรืออยากได้แบบที่คุณlew เคยพิมพ์มา คือให้อำนาจตำหรวจบุกบ้านโดยไม่ต้องมีหมายศาลเพื่อจับผู้กระทำความผิดในคณะกำลังกระทำความผิด SOPA ฉบับของไทย

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 4 January 2012 - 10:38 #370536 Reply to:370485

ก็คงต้องพูดถึงกระบวนการเก็บข้อมูลที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยการใช้ hardware/software version ใหม่ที่ปลอมแปลงได้ยากขึ้น อย่าง blog ล่างๆที่พูดถึงว่า GSM 2G มีการดัก key ได้แล้ว(จูนเครื่องได้) ก็ต้องผลักดันให้ไปใช้ 3G ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าแทน ไม่ใช่ดันทุรังใช้ของเก่าไปเรื่อยๆ

จริงอยู่ว่ามันทำให้ใช้เป็นหลักฐานเอาผิดได้ยากขึ้น แต่ถ้าเรายอมรับสิ่งที่มันคลุมเครือยอมให้เหมารวมได้ง่ายๆ เราก็อาจมีการใช้เป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน เราไม่มีทางรู้หรอกว่าผู้ถูกกล่าวหา นั้นกระทำผิดดังที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ แต่เราก็ต้องป้องกันผู้บริสุทธิ์ด้วยการใช้หลักฐานทางเทคโนโลยีที่เข้มแข็งพอเท่านั้นครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 18:25 #370660 Reply to:370485
bahamutkung's picture

ต้องซุ่มดักฟังและติดตามครับ ถ้าสงสัยใครให้ขออำนาจศาลเพื่อตรวจสอบโดยลับ ตำรวจต่างประเทศก็ใช้วิธีนี้กันตลอดในคดีที่ปลอมแปลงตัวตนง่าย


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: เดวิลแมน on 4 January 2012 - 12:28 #370559

จะว่าไปควรจะเป็นฝ่ายจำเลยต่างหากที่จะหาข้อมูลเพื่อมาขัดแย้งฝ่ายโจทก์ ในเมื่อหาข้อมุลแย้งไม่ได้ก็สมควรที่จะโดนลงโทษถึงแม้โจทก์จะมีข้อมูลที่อาจจะไม่ถูกต้องแต่ก็พอจะเชื่อถือได้จากผู้ให้บริการ ทั้งนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเครื่องมือปลอมแปลงเหล่านั้นได้แพร่หลายเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป จากข้อมูลมี log การใช้งานที่เชื่อมโยงกันหลายอย่างจึงพอเชื่อถือได้ว่าเป็นของอากงจริง

ปรบมือให้ฝ่ายโจทก์ g-man, thailandonlyja, dq-pb, amdintel และอีกหลายคน

ฝ่ายจำเลย lew

นายเก่งมาก

หลังจากจดหมายเปิดผนึกฉบับที่แล้วกับความเห็นครั้งนี้ ผู้ก่อการร้ายน่าจะไหวตัวและรอบคอบมากขึ้น คอยดูครั้งต่อไปการต่อสู้กันระหว่างธรรมะกับอธรรมจะเนียนขึ้นและหาตัวจับยากกว่าเดิมมาก

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 4 January 2012 - 13:48 #370601 Reply to:370559

เข้าใจหลักวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ผิดไปหรือเปล่าครับ :P

โจทย์ตะหากต้องหาหลักฐาน แสดงจนปราศจากข้อสงสัย ถึงจะลงโทษจำเลยได้ ไม่ใช่จำเลยไม่แก้ตัวหรือยืนยันตัวเองไม่ได้แสดงว่าทำผิดจริงสักหน่อย ไม่ใช่กฎหมายล่าแม่มดนะครับ

ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นเพราะหลักฐานทางเทคโนโลยีนั้นมีจุดอ่อนสำคัญ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้โต้แย้งในตอนพิจารณาคดีครั้งนั้น(ไม่ว่าจะเป็นเพราะฝ่ายจำเลยซักค้านไม่ถูกประเด็น หรือผู้พิจารณาไม่มีความรู้ความเข้าใจก็ตาม) แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ต้องมาถกเถียงกันว่า แล้วเราจะยอมรับหลักฐานที่"เชื่อถือไม่ได้"ในทางเทคนิคนี้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตได้หรือไม่?

ว่าแต่ธรรมะและอธรรม นี่ใครเป็นคนแบ่งฝ่ายหรือครับ? อย่าลืมว่าที่มาของกฎหมายนี้ เพิ่มโทษในสมัยคณะรัฐประหารทั้งสองครั้ง(รปห.ปี2500 สมัยสฤษดิ์ และสมัย 2519 หลังไล่ฆ่าน.ศ.กลางเมืองหลวง)จะบูชาความศักดิ์สิทธิ์ก็ดูที่มาสักนิดว่ามันมาอย่างสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักการจริงๆหรือไม่?

By: g-man
ContributoriPhone
on 4 January 2012 - 22:04 #370718 Reply to:370601

กรณีแพะคดีอาญา โดยมากมักดราม่าจนได้เรื่องเนื่องจากตำรวจไทยบางกรณีสามารถครับ หลักฐานขนมาจากไหนไม่รุ้เยอะเลย~~

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 21:43 #370707 Reply to:370559
PaPaSEK's picture

คือผมว่าตรรกะทั้ง 2 แบบมันก็ไม่ผิด

  • จำเลยกล่าว: ถ้าคุณคิดว่าผมผิด อยากจับกุมผม อยากล่าวโทษผม รบกวนไปหาหลักฐานมาด้วยครับ เอาแบบว่าผมดิ้นไม่หลุดเลยนะ

  • โจทก์กล่าว: ถ้าคุณคิดอยากให้ผมเชื่อว่าคุณบริสุทธิ์ คุณไปหาหลักฐานมา เอาแบบว่าผมสิ้นสงสัยเลยนะ

กรณีหลังเนี่ย ... ถ้าคุณเบลอๆ งงๆ นั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ แล้วมีคนมาตั้งข้อหาให้ คุณต้องเสียเวลาไปขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเงิน เสียนู่นเสียนี่ ความผิดบางกระทงคุณก็ต้องเข้าคุกก่อน หรือไม่ก็ต้องหาเงินมาประกันตัว เสียนู่น เสียนี่เสียนั่น

ผมไม่รู้ว่ากฏหมายมันควรจะเป็นแบบไหนกันแน่ แนวคิดมันถูกทั้งสองแบบ แต่ถ้าชอบแบบที่ 2 ... ต้องโดนเองแล้วจะรู้สึกครับ

ผมไม่ได้พูดถึงกรณีคุณอำพลนะครับ พูดถึงกรณีทั่วๆ ไปครับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 22:14 #370722 Reply to:370707
bahamutkung's picture

ยังไงความคิดแบบที่สองก็ผิดครับ

นักคิดทางกฎหมายเค้าไม่ได้เลือกทางแรกโดยไม่มีเหตุผลนะครับ ถ้าเทียบง่ายๆ ก็กรณีผู้หญิงอินเดียถูกกล่าวหาว่าคบชู้แล้วต้องลุยไฟพิสูจน์นั่นแหละ ที่ระบบแบบนั้นยังอยู่ได้เพราะผู้สนับสนุนไม่ใช่คนที่โดนเองนั่นแหละ


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 4 January 2012 - 22:53 #370745 Reply to:370722
PaPaSEK's picture

จริงๆ แล้วจะว่าผมประชดก็ไม่เชิง

ผมมองว่าบางคนก็ยังคิดแบบที่ 2 อยู่ ไม่งั้นกฏหมายอินเดียที่ว่ามันคงหายไปแล้ว บางคนเค้าคิดแบบนี้จริงๆ ครับ ไม่งั้นเราไม่ต้องมานั่งเถียงกันเป็นวรรคเป็นเวรอยู่แบบนี้หรอก

ผมก็ไม่คิดว่าผิดในเชิงความคิดส่วนตัว แต่ถ้าจะเอาแนวคิดแบบนี้มาใช้กับส่วนรวมแล้วร่างเป็นกฏหมาย

นี่มันคืออาวุธเพื่อล้มศัตรูโดยแท้เลยนะ อยากให้ใครลำบากก็โยนคดีให้ แม้จะพิสูจน์ตัวเองว่าบริสุทธิ์ได้ แต่คุณก็ต้องเสียเวลา เสียโอกาส บลาๆๆๆ บริษัทบางแห่งแค่รู้ว่าคุณต้องคดีความ คุณก็ปิ๋วแล้ว ถ้าเป็นนักการเมืองก็อดลงเล่นการเมืองไป

ผมถึงบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่โดนไม่รู้ครับ

By: Thaina
Windows
on 5 January 2012 - 01:29 #370815 Reply to:370745

ตามนั้นอะครับ หลายคนที่ชอบนักหนาผมว่าก็แค่เอาสะใจ ถ้าลองฉุกใจคิดซักนิดว่าถ้าเกิด Scenario ที่ต้องโดนเองจะเป็นไง ก็คงหายปากดีได้


My Blog

By: Architec
ContributorWindows PhoneAndroidWindows
on 5 January 2012 - 03:39 #370822 Reply to:370745
Architec's picture

+1 @PaPaSEK ถ้าบ้านเมืองเป็นแบบที่ 2 ป่านนี้คดีคงล้นศาลไปแล้วล่ะครับ -*-

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 5 January 2012 - 10:12 #370870 Reply to:370745

แบบที่สอง คือระบบกฎหมายอาญาแบบโบราณ เช่นกฎหมายล่าแม่มดในยุคกลาง ที่ภายหลังยอมรับกันว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไร้ซึ่งความยุติธรรม เพราะมันเป็นการยากที่จะพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำ(ในเคสนั้นคือพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่แม่มด จะพิสูจน์ยังไง?) ในขณะที่การกล่าวหามันง่ายและไม่ต้องรับผิดชอบ

ป.ล. อย่าไปสับสนกับคดีทางแพ่งฯ หรือคดีฟอกเงินนะครับ หลักคิดมันคนละแบบกับคดีอาญาฯ

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 10:55 #370881 Reply to:370870
PaPaSEK's picture

จริงๆ แล้วมันก็มีกรณีคล้ายๆ กันที่ผู้เสียหายต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวเองไม่ได้ผิด

รถคันหน้าขับรถตัดหน้าผม ผมชนท้ายเขา แต่เขาเข้ามาในช่องทางของผมและตั้งลำตรงแล้ว แน่นอนว่าเขาแซงมาแบบรวดเร็ว

แต่กฏหมายบอกว่า ถ้าผู้ที่เปลี่ยนช่องทางมาตั้งลำตรงแล้ว คนที่เสยท้ายน่ะผิด

ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะไป defend กับศาลยังไง (ในกรณีขึ้นศาล) ยกเว้นว่าผมจะมีกล้องจับภาพว่าคู่กรณีของผมเปลี่ยนช่องทางมาเร็วขนาดไหน

ตำรวจไม่เชื่อว่าภายในไม่ถึง 3 วิฯ เค้าจะตั้งลำตรงได้ ตำรวจมองว่าคู่กรณีของผมเปลี่ยนช่องทางมาด้วยความสุภาพอ่อนน้อมด้วยความเร็วราวๆ 5 กิโลเมตร/สามวัน

กรณีนี้ผมผิดแน่นอน ดีว่ามีประกันจ่าย

By: Fourpoint
Windows PhoneAndroidSymbian
on 5 January 2012 - 16:53 #370968 Reply to:370881

อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นคดีแพ่งฯ ยกเว้นว่าจะเกิดความเสียหายต่อชีวิตถึงจะเป็นอาญาฯครับ(ไม่ใช่ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ด้วย เพราะอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากเจตนา ยกเว้นว่าจะพิสูจน์หรือมีหลักฐานได้ว่าอีกฝ่ายวางแผนหรือมีเจตนาให้เกิด)

แต่อันที่จริง ถ้าลองไล่ตามเหตุการณ์ ข้่อเท็จจริงที่เห็นกันทั่วไป คือคุณขับรถชนท้ายรถคันหน้า ถ้าเทียบกับคดีอาญาฯฆ่าคนตาย ก็คือมีคนเห็นคุณเอามีดแทงคนตาย พยานบุคคล พยานแวดล้อมเพียบ หลักฐานชัดเจนว่า"ความผิด"เกิดขึ้นแล้วโดยคุึณเป็นผู้"กระทำ"ครับ

แต่คุณจะสู้คดีเพื่อให้พ้นผิด หรือยกเว้นโทษ ก็ต้องสู้คดีว่า เหตุในการเกิดนั้นไม่ได้มาจากคุณโดยตรง เช่นเคสรถก็รถมาตัดหน้าระยะกระชั้นชิด จนพ้นวิสัญที่วิญญูชนพึงจะเบรคหรือหลบได้ทัน(ส่วนเคสฆ่าคนตายกันจะๆ ก็สมมติเช่น คุณแย่งมีดจากอีกฝ่ายเพื่อป้องกันตัวจนพลาดพลั้ง ฯลฯ แต่ก็จะเป็นในแง่การลด หรือยกเว้นโทษ ไม่ใช่ไม่มีความผิด เพราะความผิดมันเกิดขึ้นไปแล้ว)

ส่วนจะเทียบกับกับการส่งsms ที่ไม่มีหลักฐานหรือประจักษ์พยา่นว่า อากง เป็น"คนส่ง"sms จริงๆ จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเคสที่ประจักษ์พยานชัดเจน เลยต้องพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์เพื่อให้พ้นผิดครับ

By: ZiiT
AndroidWindows
on 5 January 2012 - 09:02 #370851 Reply to:370707

ผมว่าบ้านเรากึ่งคล้ายๆสองแบบรึเปล่าครับ .. โดยมีอัยการมาคั่นกลาง

ถ้าอัยการสั่งฟ้อง เราก็ต้องต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ถ้าไม่สั่งฟ้อง แปลว่าหลักฐานของตำรวจไม่มากพอ แบบนี้รึเปล่าครับ ..

ปล.ความรู้ด้านกฏหมายผมอ่อนด้อย ยังไงก็แนะนำด้วยคับ

By: bahamutkung
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 14:42 #370931 Reply to:370851
bahamutkung's picture

ผิดครับ ถ้าแบบนั้นให้อัยการตัดสินคดีก็ได้ครับ ไม่ต้องมีศาลหรอก

หลักการพิจารณาคดีอาญาแบบสากล ซึ่งทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติต้องทำตามการตีความปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน คือ

  1. จำเลยคือผู้บริสุทธิ์ ใครจะทำอะไรจำเลยก่อนตัดสินต้องขออำนาจศาลเป็นกรณีไป การดำเนินคดีต้องหาหลักฐานให้เพียงพอจะทำการจับกุมได้

  2. โจทก์คือรัฐ ตัวแทนโจทก์คืออัยการ อัยการมีหน้าที่นำเสนอหลักฐานที่มากพอจะทำให้สิ้นสงสัย (ประเทศที่เจริญแล้วจะใช้ระบบลูกขุน เพราะการล๊อบบี้คน 12 คนที่เลือกแบบสุ่ม ยากกว่าล๊อบบี้ศาลแค่ไม่กี่คนและเป็นที่รู้จักดี)

  3. จำเลยหากมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง หรือเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์เตรียมมาไม่เพียงพอ (ข้อมูลพยานหลักฐานจะเป็นที่เปิดเผยก่อนการพิจารณาคดี ถ้ามีเพิ่มหลังจากนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ใช้มั้ย) จะขอให้ศาลยกฟ้องเลยก็ทำได้ และคดีนั้นถือว่าไม่อาจนำมาฟ้องซ้ำได้อีก จำเลยไม่ถือว่าสูญเสียความเป็นผู้บริสุทธิ์

ยาวไปใช่มั้ย ไปหา Law & Order มาดูครับ

ส่วนของสารขัณฑ์แลนด์...วิจารณ์ไม่ได้ครับ ถือว่าหมิ่นศาล


"With the first link, the chain is forged. The first speech censured, the first thought forbidden, the first freedom denied, chains us all irrevocably."

By: phaa
Windows Phone
on 4 January 2012 - 17:26 #370649
phaa's picture

แล้วเรา(หมายถึงพวกท่านที่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี เพราะผมไม่มีความรู้มากขนาดน้าน) พอมีวิธีแนะนำเจ้าหน้าที่รัฐไม้ครับว่าควรจัดเก็บข้อมูลแบบไหน มีเครื่องมืออะไรบ้างที่จะใช้ในการจัดเก็บข้อมูลพวกนี้หรือ ?????? เพื่อจะได้ทำให้หลักฐานมีน้ำหนักมากเพียงพอต่อการรับฟังของศาล หรือใช้เป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีประเภทนี้ต่อไปในอนาคตหละครับ หรือเราจะจัดตั้งสมาคมช่วยเหลือจำเลยในคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อศาลดี

By: kameGD on 5 January 2012 - 09:34 #370855
kameGD's picture

คุณ lew เสื้อแดงปะครับ

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 10:51 #370879 Reply to:370855
PaPaSEK's picture

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ผมกำลังตั้งสมมติฐานในใจว่าคนที่คัดค้านบทความนี้เพราะคิดว่า @lew เป็นเสื้อแดง

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 11:28 #370899 Reply to:370879
McKay's picture

ฮาๆ ผมตั้งมานานแล้วหล่ะครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 11:50 #370906 Reply to:370899
PaPaSEK's picture

ยกเว้นให้ผมคนนึงนะ ผมสนับสนุนบทความนี้ แต่ผมไม่ได้เป็นเสื้อแดง (แต่แม่เป็น กร๊ากกกก แม่ลูกทะเลาะกันบ่อย)

ปล.ผมเป็นสลิ่ม

By: kameGD on 5 January 2012 - 11:50 #370907 Reply to:370879
kameGD's picture

คิดว่าหลายคนอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม อาจกลัวโดนแบน -..-
เลยเสี่ยงตายถามให้ ไม่ตอบไม่เป็นไรฮะ แค่สงสัย

และสมมติฐานนั้นผมว่าถูกต้อง 100% เลยล่ะ

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 12:47 #370911 Reply to:370907
McKay's picture

ไม่ใช่หรอกครับ เพราะ Geek ส่วนมากไม่ชอบและไม่ยึดติดกับการเมือง Geek ไม่มีสีในหัว Geek มีแต่คำว่าดีที่สุด(ในสิ่งที่เขาเหล่านั้นเชื่อ)เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้มันออกจะเป็นเรื่องการเมือง และไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรม(ในสายตา Geek) เท่าไหร่

เป็นความคิดของผมนะครับ

ปล. และการเชื่อว่าสมมติฐานของตัวเองนั้นถูกต้อง 100% เป็นการตั้งสมมติฐานที่ผิดตั้งแต่ต้นนะครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: kameGD on 5 January 2012 - 13:58 #370918 Reply to:370911
kameGD's picture

ผมหมายถึง สมมติฐานของคุณ Papesak ครับ
ไม่ใช่ของผมเอง -..-

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 14:00 #370919 Reply to:370918
PaPaSEK's picture

PaPaSEK ย่ะ เขียนชื่อผิดเดี๋ยวปั๊ดสาปเป็นจัสตินบีเบอร์

By: kameGD on 5 January 2012 - 14:07 #370921 Reply to:370919
kameGD's picture

ขออภัยครับ >..<
ยังดีไม่สาปเป็นพี่เสก โลโซ

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 5 January 2012 - 14:12 #370922 Reply to:370919
McKay's picture

lol


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: qute on 5 January 2012 - 16:07 #370959 Reply to:370911

Geek เกี่ยวอะไรกับคุณ lew ครับ? คนแปลข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยเรียกว่า Geek?

Pages