Tags:
Node Thumbnail

คุณ Kent Walker ที่ปรึกษาของกูเกิลแสดงความคิดเห็นผ่านสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า "อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีมีปัญหาใหญ่" อันเนื่องจากการต่อสู้ด้วยสิทธิบัตรและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ เขายังเน้นว่า "สิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นสิ่งหนึ่งที่ขัดขวางการพัฒนานวัตกรรมใหม่"

คุณ Walker ยังเปิดเผยว่ากูเกิลกำลังมองหาสิทธิบัตรที่บริษัทต้องการซื้อมาเสริมการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่เขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าว่ากูเกิลจะลงทุนกับการไล่ซื้ออะไรหรือลงทุนมากน้อยเพียงใด ถึงกระนั่นคุณ Walker ยังยืนยันว่า "การซื้อสิทธิบัตรเพื่อการโจมตีคู่แข่งไม่ใช่รูปแบบการต่อสู้ที่ดีนัก แน่นอนคุณอาจไม่ชอบการพูดฝ่ายเดียวของเรา [กูเกิล] แต่หากมองย้อนกลับไปแล้วเราก็ไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้มาก่อนเลย"

ก่อนหน้านี้คุณ Eric Schmidt ประธานบอร์ดของกูเกิลได้กล่าวว่า สาเหตุของการที่แอปเปิลได้เริ่มเดินหน้าฟ้องบริษัทผู้ผลิตมือถือ Android แนวหน้าอย่างเอชทีซีและซัมซุงก็เพราะว่าความอิจฉาและขาดการพัฒนานวัตกรรมของตัวเอง (ข่าวเก่า)

ที่มา: สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ผ่าน BGR

เว็บไซต์ BGR ก็ได้เหน็บแนมคำพูดของคุณ Walker โดยอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่เขาจะออกมาแสดงความคิดเห็นดังที่ปรากฏไปก่อนหน้านี้ กูเกิลได้ใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้นในการซื้อสิทธิบัตรกว่า 1,030 รายการ ไล่ไปตั้งแต่สถาปัตยกรรมของหน่วยความจำและหน่วยประมวลผล ไปจนถึงสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการโปรแกรมตามหลักการเชิงวัตถุ (object-oriented programming) หรือกระทั่งกระบวนการทางธุรกิจ (business process) ด้วยซ้ำไป

ที่มา: SEO by the Sea ผ่าน BGR

Get latest news from Blognone

Comments

By: zerntrinos
ContributorAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:35 #316180
zerntrinos's picture

" กูเกิลได้ใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้นในการซื้อสิทธิบัตรกว่า 1,030 รายการ "

ผมว่า Google ถือไว้ดีกว่า Apple MS หรือ Oracle

ถือไว้นะครับ


เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"

Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus

By: xenogew
ContributorAndroidWindows
on 29 July 2011 - 23:41 #316216 Reply to:316180
xenogew's picture

+1

By: psemanssc
Blackberry
on 30 July 2011 - 03:58 #316294 Reply to:316180

โลกธุรกิจ ยังไงมันก็ต้องแข่งขัน ไม่ว่าเจ้าไหนถือครอง เค้าก็ถือครองเพื่อหวังผลทางธุรกิจอยู่ดี

By: Thaina
Windows
on 30 July 2011 - 04:06 #316295 Reply to:316294

มันก็มี "วิธีการดำเนินธุรกิจ" แบบที่ "สร้างสรรค์นวัตกรรม" กับ แบบที่ "ทำลายล้างนวัตกรรม" แล้วคนควรจะเชียร์ฝ่ายไหน?

By: clozed2u
ContributoriPhoneIn Love
on 30 July 2011 - 18:29 #316508 Reply to:316294
clozed2u's picture

Google คงพยายามแก้ปัญหาความ Evil ด้วยการ Evil กว่า


me

By: pcgheeramon
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 29 July 2011 - 22:36 #316181

สองสัปดาห์ !! กับการชื้อสิทธิบัตร 1030 ใบ สงสัยชื้อกันง่ายๆ เหมือนโทรสั่งไก่มากินที่บ้านเปล่านิ ?

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:40 #316183
netfirms's picture

Google ก้ใช่ย่อย ล่าสุดไปซื้อสิทธิบัตรจาก IBM มาอีกหนึงพันกว่ารายการเชียวนะ http://www.seobythesea.com/2011/07/google-acquires-ibm-patents-in-july/

By: nostalgias
ContributoriPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 22:43 #316186 Reply to:316183
nostalgias's picture

รีบซื้อใว้กันโดนฟ้องมั้งครับ

By: zotix
ContributoriPhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:55 #316197 Reply to:316183

จะว่าไปยังไม่เคยเห็น IBM ฟ้องใคร

By: narasak
iPhoneAndroidUbuntu
on 30 July 2011 - 00:19 #316226 Reply to:316197

IBM เป็นอีก 1 บริษัทที่มีน้ำใจงาม

ถ้า IBM มีนโยบายไล่ฟ้องเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ในตอนนี้แล้วก็แทบไม่อยากนึกว่าโลกธุรกิจจะวุ่นวายซักแค่ไหน

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 30 July 2011 - 00:46 #316233 Reply to:316226
netfirms's picture

แค่ลองคิดว่า Oracle มีสิทธิบัตรของ IBM ครึ่งหนึ่งก็เสียวแล้ว

By: por311
iPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 22:43 #316185

"สิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นตัวขัดขวางนวัตกรรมใหม่"

อ่านแล้วงงๆ อ่ะ ไม่ใช่ว่าเพราะมีสิทธิบัตร แล้วเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆเหรอ ?

คือ สมมุติใครอยากทำอะไร เกิดติดสิทธิบัตร มีคนคิดค้นขึ้นมาแล้ว ก็ไปคิดอะไรใหม่ๆเสีย อย่าให้เหมือน ซ้ำ ของเดิมๆ

ถ้าไม่มีดิ อันไหนใครทำแล้วขายดี ก็ก็อป ทำกันซ้ำๆ สุดท้ายออกมาตัดราคากัน เจ๊งบ้งหมด .....รอวันที่ใครคิดอะไรใหม่ๆขึ้นมา ..... วงจรอุบาทว์

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:51 #316192 Reply to:316185
netfirms's picture

2 มันมาจาก 1 + 1 ถ้าคุณคิดจะเป็นเจ้าของเลข 2 คุณก็ต้องไปซื้อเลข 1 มาด้วย 0..0

By: por311
iPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 23:00 #316201 Reply to:316192

แล้วทำไมไม่เริ่มด้วยตัวเองด้วย 1 ล่ะครับ ???

คิดทำ 1 ไปเรื่อยๆ หลายๆอย่าง มันจะมากกว่า 2 อีกนะครับ น่าภูมิใจด้วย

การไปไล่หา 1 เพื่อมาป้องกันตัวเอง เพื่อไล่ฟ้อง ผมว่ามันออกแนวขี้แพ้ชวนตีซะมากกว่า แทนที่จะเอาเวลาไปคิดทำอะไรใหม่ๆ จริงๆ จังๆ

ผมเข้าใจประเด็นถูกใหมเนี่ย ชักงง

By: pcgheeramon
iPhoneWindows PhoneAndroid
on 29 July 2011 - 23:25 #316207 Reply to:316201

สมมุติ ผมต้องการผลลัพธ์เป็น 5 ผมต้องเริ่มที่ 1 ไปถึง 5 ทั้งๆ ที่ 5 ยังไม่สามารถมีใครพิชิตได้

แต่การที่จะเริ่มต้นใหม่ คงจะมีปัจจัยต่างๆที่หน้าปวดตับและปวดใจ เพื่อที่จะเลี่ยงปัญหาข้างต้นจึงมองหาของฟรี
และ สิ่งนั้นคงเหมาะแก่การนำมาสร้างที่สุดแล้ว ซึ่งกูเกิลคงมีความคิดที่จะนำ แนวคิดในสิทธิบัตรต่างๆ เข้ารวมเป็นสิ่งใหม่อย่างที่เห็นล่ะคับ

! ไม่รู้ผมอธิบายถูกหรือเปล่า สงสัยได้พาไปเที่ยวทะเลแน่เลยฮ่าๆ

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 23:28 #316208 Reply to:316207
netfirms's picture

ครับ มันมองได้หลายมุมมองมากๆ และมันก็สะท้อนมุมมองของคนมองด้วย
ป.ล. เอ้าถอนสมอ

By: wathan
AndroidWindows
on 29 July 2011 - 23:28 #316210 Reply to:316201

ปัญหาคือทำ 1 ไปเรื่อยๆมันจะไม่ถึง 2 นะสิครับ แล้วถ้าไอ้คนที่ถือ 1 อันเดิมอยู่ ที่เอาไปทำ 2 ได้ เกิดไม่อยากทำ 2 ขึ้นมาล่ะ

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 29 July 2011 - 23:38 #316213 Reply to:316201
PaPaSEK's picture

ปัญหาคือมันเป็นเกม

มันคือเกมห้ามนับซ้ำคนอื่น แล้วก็ดันมีคนนับ 1 ไปแล้วในหลายๆ เกม แม้จะอยากนับก็ได้แต่แค่อยาก เพราะกฏมันบังคับ

ถ้าไปนับซ้ำคนอื่นในเกมนั้นๆ ก็โดนฟ้อง

ง่ายที่สุดก็ซื้อสิทธิในการนับ 1 จากคนที่นับแล้วมาเป็นของตัวเอง

ปล.เปรียบเทียบกับการนับ 1 มันเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะใครๆ ก็คิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะนับ 1 แต่หลายๆ ครั้งในหลายๆ เกมมันก็ดันมีคนบ้าจี้ไปรับรองสิทธิ "ฉันมีสิทธินับ 1 คนเดียว"

สิทธิที่มันครอบจักรวาลแบบนี้เฮียปล่อยมาได้ไงครับ

By: PowerBerry
Android
on 29 July 2011 - 23:36 #316214 Reply to:316201

เพราะ 1 มันเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง

By: nostalgias
ContributoriPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 23:42 #316217 Reply to:316214
nostalgias's picture

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ 0 ครับ

By: tstcnr1u
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 30 July 2011 - 02:53 #316271 Reply to:316201

มันไม่ใช่เด็กเลือกทำรายงานส่งอาจารย์ครับจะได้ง่ายขนาดนั้น ธุรกิจโหดร้ายกว่านั้นเยอะ

เพราะเวลาเขาจดสิทธิบัตรจะไม่ได้จดง่ายๆแค่ของที่ตัวเองทำ บางทีจะจดไว้กว้างมาก เช่น ทำจักรยานขึ้นมาแต่กำหนดว่าเป็นรถ 2 ล้อ ถ้าวันนึงคนทำรถมอเตอร์ไซขึ้นมาก็โดนครับ(ของจริงจะมีรายละเอียดกว่านี้นะครับอันนี้ตัวอย่าง) ถ้าเจตนาดีแค่คุ้มครองสิ่งที่ตัวเองสร้างพอใครทำอะไรที่ไม่เหมือนของตัวเองจนเกินไปแล้วไม่ฟ้องอันนี้ก็โอเค แต่ประเด็นตอนนี้คือมันบางกลุ่มฟ้องกันแหลกครับอันเกี่ยวเอาหมด จริงๆผลว่าจะพัฒนาไม่พัฒนามันก็ต้องดูที่เจตนาแหละ

ถ้าบริษัทใหญ่ๆโดนก็สู้กันไปแต่ถ้าบริษัทเล็กโดนฟ้องแล้วบริษัทเหมือนโดน freeze ไว้ทั้งบริษัทอันนี้ลองคิดดูว่าบริษัทที่เพิ่ง startup หรือยังโตไม่พอโดนไปแป๊ปเดี๋ยวก็ล้มแล้วครับ ส่วนบริษัทใหญ่ๆแทนที่เขาจะจ้างแค่โปรแกรมเมอร์ต้องมาจ้างทีมกฏหมายอีกเท่าไหร่ ลองคิดเป็น cost ในการพัฒนาดูครับคิดง่ายๆก็เงินเดือนทีมกฏหมายปีนึงเท่าไหร่ไปแล้ว ไหนจะบางอันที่มันเสี่ยงจะโดนหรือไม่โดนที่เขาเลือกจะไม่มาจับอีก

อีกประเด็นก็คงเป็นเรื่องว่าถ้าเขาจะเริ่มจาก 1 ใหม่ลองคิดดูว่าถ้า product มันพร้อมขายที่ 10 กว่าบริษัทจะได้กำไรจากการลงทุนครั้งนี้มันยาวขนาดไหน สมมุติถ้าคุณจะพัฒนาซอฟต์แวร์ที่รันบน Java แล้วภาษานี้มีสิทธิบัตรคุณจะคิดง่ายๆว่างั้นทำภาษาใหม่สิงั้นหรอ ถ้า ณ วันนี้ภาษา C ยังเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของที่ไหนซักที่ไม่ให้ที่อื่นเอาไปใช้แล้วยังไม่มีใครมีเงินมาลงทุนพัฒนาภาษาอื่นแทนคงนั่งเขียนเว็บด้วย assembly กันงั้นสิครับ ถ้ามันขำๆแบบเขียนโปรแกรมแข่งกับเพื่อนคงคิดง่ายๆแค่ว่ามันน่าภูมิใจได้ครับ

การปกป้องนักพัฒนามันก็ต้องมีแต่ว่าถ้ามีใครใช้ช่องแบบนี้ก็จะเป็นอย่างที่เขาว่าในข่าวนั่นแหละครับ

By: agent5 on 29 July 2011 - 23:03 #316203 Reply to:316185

โจฮานน่า บล๊ากเล่ย์: บทเรียนจากวัฒนธรรมแฟชั่นเสรี
http://www.ted.com/talks/lang/tha/johanna_blakley_lessons_from_fashion_s_free_culture.html

By: por311
iPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 23:36 #316206 Reply to:316203

ผมว่าเอามาเทียบกันลำบากอยู่น้ออ นั่งฟังตั้งนาน สุดท้ายก็แค่เพราะมันควบคุมลำบาก เรื่องการตัดเย็บ การเลือกใช้เนื้อผ้า แต่สุดท้ายก็ยังติดลิขสิทธิ์ที่โลโก้อยู่ดี

ถ้าออกแบรนด์ตัวเอง LV เหมือนหลุยส์ ขายกระเป๋า แต่ของผมย่อมาจาก Level up ได้ใหม ตัดเย็บให้ดีกว่า จุได้มากกว่า ถือว่าเป็นการหยิบไปพัฒนาหรือ 1+1 ได้ใหมครับ
ขายไม่ดีก็คงเหมือนกระเป๋าก็อปทั่วไปแบบในคลิปกล่าวถึง

แต่สมมุติว่า ขายดีจริง ตีตลาดโลกได้จริงๆ ขายดีจนหลุยส์จริงไม่มีคนซื้อ เค้าจะมาฟ้องผมใหมครับ

ขนาดทุกวันนี้มีลิขสิทธิ์ ยังมี ipod iphone ปลอม(ทำเหมือน)มาให้ได้เลือกใช้เลย คาดว่ามาจากการต่อยอด เสิรมสร้างจินตนาการจากแบนด์ดังๆเช่นกัน ซึ่งผมว่ามันก็กรณีเดียวกับ Neki DKYN Frada coocci นั่นแหละ

By: ipeama on 30 July 2011 - 02:49 #316270 Reply to:316185

ถามกลับว่า ถ้าในของ 1 ชิ้นอาจจะประกอบด้วยน 108 1009 นวัตกรรม
และ 1 ในนั้นเป็นนวัตกรรม "ใหม่" ที่คุณคิดขึ้น 107 1008 ที่ไปเอาของเขามา ทำไง?

By: por311
iPhoneAndroid
on 30 July 2011 - 04:43 #316308 Reply to:316270

ผมเชื่อว่าทุกวันนี้มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่นะครับ โดนจับไม่ได้ก็แล้วไป โดนจับได้ก็โดนฟ้อง เรียกค่าเสียหายกันไป วินโดวส์ ยังมี ไลเซนส์เลย จะไม่ให้ค่านวัตกรรมทางความคิดเลย ฤ

แล้วสมมุติว่า ไปเอาของคนอื่นมา 107 1008 จริงๆ ก็อย่าทำมันเลยครับ ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยซะขนาดนั้น ไปขายเต้าฮวยดีกว่า

เต้าฮวยมีลิขสิทธิ์ป่าวหว่า ???

By: ipeama on 30 July 2011 - 05:52 #316321 Reply to:316308

license วินโดว์สำหรับผู้ใช้งานต้องจ่ายครับ ส่วนสิทธิบัตรสำหรับผู้ผลิต ผมว่าคนละอย่างกัน
แล้วนวัตกรรมใหม่ 1 อย่างที่คุณคิดขึ้นมาได้ ที่ผมถามไป มันหายไปได้ยังไงหว่า....

"สิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นตัวขัดขวางนวัตกรรมใหม่"

อ่านแล้วงงๆ อ่ะ ไม่ใช่ว่าเพราะมีสิทธิบัตร แล้วเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆเหรอ ?

คือ สมมุติใครอยากทำอะไร เกิดติดสิทธิบัตร มีคนคิดค้นขึ้นมาแล้ว ก็ไปคิดอะไรใหม่ๆเสีย อย่าให้เหมือน ซ้ำ ของเดิมๆ

ถ้าไม่มีดิ อันไหนใครทำแล้วขายดี ก็ก็อป ทำกันซ้ำๆ สุดท้ายออกมาตัดราคากัน เจ๊งบ้งหมด .....รอวันที่ใครคิดอะไรใหม่ๆขึ้นมา ..... วงจรอุบาทว์

ผมเห็นคุณงงๆ เลยตั้งคำถามให้ลองตอบเผื่อจะหายงง

By: mk
FounderAndroid
on 30 July 2011 - 09:11 #316352 Reply to:316185
mk's picture

สิทธิบัตร != สิทธิบัตรซอฟต์แวร์

By: platalay
iPhoneWindows PhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:43 #316187

ดี จะได้เอาไว้เป็นเกราะป้องกันตัวมั่ง

ปล.อย่าไปไล่ฟ้องคนอื่นโดยที่ยังไม่ได้ผลิตซะละ

By: errin on 29 July 2011 - 22:46 #316189

ทำให้เปิดอ่านเมล์คนอื่นยากขึ้นรึเปล่า :P

By: liewlomb
iPhoneWindows PhoneAndroidBlackberry
on 29 July 2011 - 22:47 #316190

ก้เพราะถ้าไม่มีสิทธิบัตรใครก้เอาความีิดของเราไปใช้ได้โดยไม่ต้องขอ แล้วถ้าเอาไปทำในเรื่องไม่ดีเราก้โดนนะสิ

By: boykeng on 29 July 2011 - 22:53 #316194
boykeng's picture

การจดสิทธิบัตร ของ IT รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ต่อไป รายย่อยๆ คงไม่มีทางเกิดใหม่ได้แล้ว
แค่จดชื่อตั้งบริษัท ก็โดนฟ้องแล้ว

By: netfirms
iPhoneAndroidWindows
on 29 July 2011 - 22:55 #316196 Reply to:316194
netfirms's picture

นั่นแหละครับที่บทความพยายามสื่อ

By: mugaa
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 30 July 2011 - 01:38 #316253 Reply to:316194
mugaa's picture

หลังๆมาเห็นแต่รายเล็กๆ ขายไอเดีย แล้วรอให้ตัวเองโดนซื้อ

By: iPoohs
ContributoriPhoneUbuntuWindows
on 29 July 2011 - 22:58 #316200
iPoohs's picture

2 สัปดาห์กับ 1030 รายการ เอ่อ.....ทำได้เนอะ


By @iPoohs
Visit My blog

"Stay hungry.Stay foolish" -Steve Jobs

By: lancaster
ContributorUbuntuWindows
on 29 July 2011 - 23:11 #316204

ต้องมีไว้เยอะๆเป็นไม้กันหมา

By: masternikkk
AndroidWindows
on 29 July 2011 - 23:33 #316212
masternikkk's picture

มันจะขัดขวางก็ต่อเมื่อ เจ้าของสิทธิบัตร ไม่ยอมพัฒนานวัตกรรมของตัวเองแต่พอคนอื่นพัฒนาได้ก็ไปฟ้องขัดขวางเขาสะนี่ - -

By: jp
iPhoneAndroidBlackberry
on 29 July 2011 - 23:39 #316215

ติ๊กต็อก Tick-Tock

By: xenogew
ContributorAndroidWindows
on 29 July 2011 - 23:45 #316218
xenogew's picture

เห็นด้วยกับ Google นะ

แต่อีกมุมนึง ก็ต้องปกป้องคนที่เค้าอุตส่าหคิดค้นมันขึ้นมาจริง ๆ ด้วย กฎหมายนี้ คิดว่าตั้งใจร่างขึ้นมาเพื่อปกป้องคนที่คิดค้นนวัตกรรม แต่คนนั่นเอามาใช้หักล้างกัน มันก็เลยเป็นเช่นนี้นี่แหละ

สรุป ผมอยากจะบอกว่ากฎหมายเรื่องสิทธิบัตร ควรจะปรับปรุงได้แล้วนะ เพราะถ้าสถานการณ์ไล่ซื้อสิทธิบัตร ไล่จดสิทธิบัตร แล้วไปฟ้องบริษัทนั่น นี่ไปทั่ว มันคือเครื่องมือขัดขวางการคิดค้นใหม่ ๆ จริง ๆ

By: nostalgias
ContributoriPhoneAndroid
on 29 July 2011 - 23:45 #316219
nostalgias's picture

รอดูบทสรุปของเรื่องนี้

By: Tarlabgab
Android
on 30 July 2011 - 01:15 #316241
Tarlabgab's picture

สิทธิ์บัตรมันจะทำลายเศรษฐกิจป่าวอ่ะ
ซื๊อกันเป็นล้าน แต่ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์อะไรออกมาจริง ได้แต่สิ่งสมมุติขึ้น
เหมือนเกิดเงินเพิ่มเข้ามาในระบบปริมาณมากทั้งที่จริงๆ ก็ไม่ได้มีสินค้าอะไร

By: giogio
Android
on 30 July 2011 - 01:19 #316245
giogio's picture

จุดประสงค์ของกฏหมายข้อนี้คือการปกป้องไอเดียและผลงานที่ได้ค้นค้วาคิดค้นและสร้างขึ้นมาใหม่ แต่พอมาเจอแบบขอจดทะเบียนจากไอเดียที่คิดได้แบบกว้างๆแต่ยังส้รางไม่ได้จริงด้วยซ้ำหรือการจดทะเบียนจากความสามารถพื้นฐานทั่วไปที่ยังไมมีใครไปขอจดทะเบียนก่อนพอมีคนไปจดทีหลังแต่ได้การรับรองมาก็กลายเป็นจุดอ่อนของกฏหมายข้อนี้ทันที ไม่แปลกหรอกครับที่ google จะออกมาวิจารณ์อย่างนี้เพราะกฏหมายข้อนี้เริ่มถูกนำมาใช้อย่างผิดจุดประสงค์หลักที่ตั้งไว้แต่แรก

By: peakna
Android
on 30 July 2011 - 01:51 #316256
peakna's picture

....ผมมองไอ้พวกที่มีสิทธิบัตรอยู่ในมือแล้วไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาเนี่ยสู้ให้คนที่เค้าเอาไปพัฒนาได้ไม่ดีกว่าเหรอดีกว่ามาห่วงผลประโยชน์ที่ตัวเองคิดไม่ได้ทำก็ไม่ได้แถมจดไว้กว้างๆ เหมือนจะรอดักฟ้องอย่างเดียว

By: put4558350
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 30 July 2011 - 02:12 #316258 Reply to:316256
put4558350's picture

มันวนเป็นงูกินหางอะครับ

ค่ายใหญ่ๆ มีสิทธบัตรเยอะ ไช้เป็นเครื่องมือกีดกันไม่ให้มีคู่แข่ง ลอบบี้ให้สิทธ์บัตรอยู่ใด้นานๆ เพราะเป็นผลประโยชน์

ค่ายเล็กๆ อยากทำ แต่ไม่มีทุนไม่มีตลาด โดนกีดกัน ก็ต้องไช้วิธีจดสิทธบัตรหาเงิน


samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo

By: kamij33
Windows PhoneWindows
on 30 July 2011 - 02:21 #316262

ดูจากจำนวนแล้ว ผมว่าไม่ได้ขัดขวางนวัตกรรมหรอกคับ แต่ขัดขวางการทำกำไรของกูเกิ้ลมากกว่า
มีเงินเยอะพอที่ซื้อสิทธิบัตรขนาดนั้น ถ้ารู้ว่าติดสิทธิบัตรของคนอื่นจริงก็ควรยอมจ่ายนะครับ มันน่าจะเป็นธุรกิจมากกว่า นวัตกรรม

By: Thaina
Windows
on 30 July 2011 - 04:10 #316296 Reply to:316262

คุณไม่เข้าใจเรื่อง "น้ำในทะเลทรายมีค่าเท่าเพชร"

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 04:19 #316299 Reply to:316262
McKay's picture

กูเกิ้ลลงทุนเพื่อปกป้องตัวเองจากการฟ้องฝ่ายเดียว ส่วนบริษัทอื่นๆบางบริษัทอย่าง Oracle ลงทุนเพื่อฟ้องคนอื่นเป็นหลักส่วนปกป้องตัวเองเป็นเรื่องรอง

gain จากการลงทุนด้านสิทธิบัตรของกูเกิ้ลจึงน้อยกว่าของบริษัทอื่นๆมากครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: Kaede on 30 July 2011 - 08:47 #316340 Reply to:316299

เคสออราเคิลเค้าปกป้องตัวเองจากการถูกก็อปโค้ดนี่ครับ บางบริษัทก็รู้ทั้งรู้ยังทำ

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 09:36 #316361 Reply to:316340
McKay's picture

'ปกป้องตัวเอง' หรือ'ตั้งใจซื้อซันมาเพื่อฟ้อง'ครับ? เจตนามันต่างกันนะเยอะครับ


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: Kaede on 30 July 2011 - 12:08 #316413 Reply to:316361

จะพูดไงก็ได้ครับ ก็แค่เปลี่ยนโจทย์จากซันมาเป็นออราเคิล แต่ความจริงที่ว่าบางบริษัทจงใจก็อปมันไม่ได้เปลี่ยน

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 08:50 #316342 Reply to:316299
PaPaSEK's picture

เพราะกูเกิลฉลาด และมีวิธีทำเงินจากสิทธิบัตรเหล่านั้นด้วยวิธีที่แยบยลกว่าครับ

ส่วนบริษัทอย่างออราเคิลก็รอกูเกิลทำเสร็จ

แล้วตรูก็ฟ้อง...

By: pines
Blackberry
on 30 July 2011 - 12:36 #316418 Reply to:316342

GG ช่ำชองในการใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรซอฟท์แวร์ แต่ไม่ต้องการจ่ายค่าสิทธิบัตรซอฟท์แวร์ ?

By: PaPaSEK
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 18:15 #316506 Reply to:316418
PaPaSEK's picture

ผมว่ากูเกิลคงหมายถึงพวกสิทธิบัตรที่มันครอบจักรวาลอย่าง In-App น่ะครับ คงไม่ใช่ทุกตัว

By: azx
iPhoneWindows
on 30 July 2011 - 02:27 #316263
azx's picture

ถ้าผมคิดอะไรใหม่ๆได้แต่ผมไม่มีเงินทุนทำ บริษัทใหญ่ๆมีเงินทุน ถ้าไม่มีการคุ้มครองสิทธิบัตร ผมก็อาจโดนขโมยไอเดียไปฟรีๆสิ

By: pines
Blackberry
on 30 July 2011 - 03:45 #316287 Reply to:316263

+1 บ.ทุนน้อย น่าจะได้ประโยชน์ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 04:11 #316297 Reply to:316263
McKay's picture

ถามว่า คุณยังคิดอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ทับซ้อนหรือเป็นการต่อยอดสิทธิบัตรเดิม(ที่จดไว้แสนกว้าง)ได้หรือครับ?


In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: por311
iPhoneAndroid
on 30 July 2011 - 04:21 #316300 Reply to:316297

ผมเชื่อว่ายังมีอีกเยอะนะ ทุกวันนี้ก็ยังเห็นโชว์ เห็นจดใหม่กันอยู่เรื่อยๆนี่ครับ ถ้ามันไม่มี หรือไม่หาอะไรใหม่ๆไม่ได้จริง มันคงหยุดจดกันไปนานแล้ว

ว่ามั้ยครับ ?

By: McKay
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 30 July 2011 - 04:38 #316302 Reply to:316300
McKay's picture
  1. การจดในปัจจุบันเป็นการต่อยอดจากของเดิมของตนเองทั้งนั้นนี่ครับ?
  2. การจดของบริษัทหน้าใหม่เพื่อ produce ผลิตภัณในระยะยาวนั้น ปัจจุบันแทบจะไม่มีเลยนะครับ(จริงๆพูดได้ว่าไม่มีเลยด้วยซ้ำ) เกือบทั้งหมดเป็น patent trolls หรือล้มแล้วรอให้คนอื่นมาซื้อต่อ
  3. ถ้าถามว่าบริษัทเล็กๆทำไมถึงล้ม ก็เพราะระบบสิทธิบัตรนี่แหละครับ ทำนี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้
  4. สุดท้ายบริษัทเล็กๆก็จะตายหรือโดนซื้อไปหมด เรา(ผู้บริโภค)เข้าใกล้คำว่า monopoly เข้าไปทุกวัน

In Soviet Warcraft, Argus comes to you.

By: boykeng on 30 July 2011 - 02:24 #316264
boykeng's picture

ต่อไปคงมีคณะวิศวกรรมสิทธิบัตร วันๆไม่ต้องทำอะไรนั่งคิด วาดๆ เขียนๆ
แล้วไปจดสิทธิบัตร ได้รายได้จากการส่งสิทธิบัตรตัวเองประมูล

By: jp
iPhoneAndroidBlackberry
on 30 July 2011 - 04:37 #316304 Reply to:316264

หวังว่าคงไม่ถึงขั้นนั้นละครับ

แค่ตอนนี้กับที่ผ่านมา บริษัทใหญ่ๆ ไล่ซื้อบริษัทที่มีสิทธิบัตรเยอะ เพื่อหารายได้จากการฟ้องกัน

แนวคิดเดิมที่เป็นการปกป้องสิทธิ์ก็กลายเป็นธุรกิจบนตัวสิทธิบัตรไม่ใช่จากสิ่งที่จะพัฒนาจากสิทธิบัตรนั้น ก็แย่พอดูแล้วครับ

By: pines
Blackberry
on 30 July 2011 - 06:59 #316325

ต้องแยกระหว่างแนวคิดการจด กับลักษณะการจด ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนั้นถูกแล้ว แต่ลักษณะ/วิธีการพิจารณาอาจต้องปรับปรุง