Tags:
Node Thumbnail

หลังจากข่าวที่ Google จับมือกับ Verizon ออกข้อตกลงร่วมเรื่อง net neutrality (ข่าวเก่า) และมีปฏิกริยาจากฝ่ายต่างๆออกมามากมายวันนี้ผมจะนำมุมมองของคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่อง net neutrality จาก Harvard Business Review มาให้อ่านกันเพื่อจะได้ทำให้เราได้มองในมุมกลับว่าข้อเสียของ net neutrality ก็มีเหมือนกันครับ ข่าวนี้ผมนำมาเพื่อสอบถามความเห็นของทุกท่านว่าท่านคิดว่าอย่างไรกับประเด็นที่ผู้เขียนบทความต้นฉบับเขียนมาขอเชิญทุกท่านแสดงความเห็นได้เต็มที่ครับทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

ประเด็นที่ผู้เขียนคิดว่าทำไมองค์กรธุรกิจจึงควรคัดค้าน net neutrality

  • โดยเนื้อหาแล้วไม่ได้ต่างอะไรกับการบังคับควบคุมราคาของผลิตภัณฑ์: เพราะห้ามไม่ให้ ISPs คิดเงินเพิ่มสำหรับการให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อใดเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่นถ้า Sony ต้องการจ่ายเงินเพื่อทำให้ผู้เล่น PlayStation 3 สามารถเล่นเกมออนไลน์ได้ดีขึ้นโดยการจ่ายเงินเพื่อให้ ISPs ให้ความสำคัญกับ traffic นั้นมากกว่าก็ไม่สามารถทำได้โดยการซื้อบริการเพิ่มเติมกับ ISPs

  • ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องผลกระทบต่อ ISPs จากข้อตกลง net neutrality: เพราะการที่ห้าม ISPs เก็บเงินเพิ่มจากการจัดความสำคัญของ traffic ทำให้ ISPs ขาดรายได้ซึ่งส่งผลต่อการลงทุนพัฒนาโครงข่ายให้ครอบคลุมและดีขึ้น

  • เป็นการปิดกั้นการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด: เพราะสำหรับธุรกิจแล้วการจัดความสำคัญหรือการให้บริการพิเศษที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มมันเป็นช่องทางที่บริษัทต่างๆ ใช้ในการหารายได้และมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการที่เราจัดส่งสินค้าแบบด่วนพิเศษ หรือการที่เราได้สิทธิในการใช้ห้องรับรองพิเศษของสายการบินในสนามบิน เนื่องจากสุดท้ายแล้วลูกค้าจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะจ่ายหรือไม่ดังนั้นข้อตกลง net neutrality จึงเป็นการเลือกริดรอนสิทธิลูกค้าด้วยซ้ำไป

แล้วเราควรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

เพราะมันมีสองฝ่ายในเรื่องนี้คือ ฝั่ง ISPs ที่ต้องการแน่ใจว่าการลงทุนโครงข่ายนั้นจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ในขณะที่ผู้ทำเนื้อหา (content provider) ก็ต้องการแน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบจากเรื่องการให้ความสำคัญของ traffic จนทำให้ทุกคนต้องมาแข่งกันในเรื่องนี้

ซึ่งสิ่งที่เขาคิดคือการตัดสินโดยดูเป็นเรื่องๆไป เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ทาง FCC เองก็มีการดำเนินการในลักษณะคล้ายๆกันในกรณีของผู้ให้บริการเคเบิลทีวีอยู่แล้ว เขามองว่าการที่ต้องมีการขอกันแบบเป็นกรณีไปจะทำให้เกิดการแข่งขันซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อทุกๆฝ่ายมากกว่า และฝ่าย content provider เองถ้าโดนเอาเปรียบจากการให้ความสำคัญของ traffic จากความสัมพันธ์ของบริษัทคู่แข่งกับ ISPs ก็สามารถฟ้องได้เพราะไม่ได้แข่งขันอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

แน่นอนเขาเองก็มองว่าข้อดีของข้อตกลง Google กับ Verizon คือการที่กัน FCC ออกจากการออกกฏเพิ่มเติมที่ทำให้ธุรกิจทำงานยากขึ้นเนื่องจาก net neutrality บนระบบไร้สาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีข้อกำหนดที่กีดกันการจัดความสำคัญของ traffic ในระบบอื่นๆซึ่งทำให้ทุกครั้งที่ ISPs จะทำผลิตภัณฑ์ใดๆซึ่งมีการละเมิดข้อตกลงเรื่อง net neutrality ก็ต้อง "คลานเข่า" เข้าไปหา FCC เพื่อขออณุญาตทุกครั้งอย่างนั้นหรือ

บทสรุป

สุดท้ายผมเองมองว่ามันก็ต้องหาจุดที่ทุกคนยืนได้อาจจะต้องเบียดๆ กันบ้างแต่ก็ต้องอยู่ได้ทุกคนไม่ใช่ว่าองค์กรอิสระจะทำอะไรก็ได้ตามใจ หรือธุรกิจจะมองแต่กำไรสูงสุดคนธุรกิจคนอื่นหรือผู้ใช้บริการจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ต้องพึ่งพากันเองทั้งคู่เพราะ ISPs ก็สร้าง content เองไม่ได้ซึ่งถ้าไม่มี content แล้ว ISPs จะขายบริการของตัวเองได้อย่างไร และองค์กรอิสระถ้าควบคุมมากเกินไปจนธุรกิจมองไม่เห็นว่าการลงทุนนี้จะทำให้เกิดกำไรได้อย่างไร เขาก็ไม่ลงทุนทำให้ประเทศเสียโอกาส จึงควรมาคุยกันและหาคำตอบร่วมกันมากกว่าจะคิดเอาเองทำเอาเองโดยไม่ปรึกษาใครครับ

ที่มา : Harvard Business Review

Get latest news from Blognone

Comments

By: nuntawat
WriterAndroidWindowsIn Love
on 14 August 2010 - 14:49 #201410
nuntawat's picture
  • ตรงที่มา เปลี่ยนชื่อจาก hbr.com เป็น Harvard Business Review ครับ
  • "Net Neutrality", "content provider" ในเนื้อข่าวตัวพิมพ์เล็กหมดครับ ถ้าหัวข่าวหรือหัวข้อตัวใหญ่ก็ได้ครับ
  • หลัวไม้ยมก (ๆ) เว้น 1 เคาะ

ผมก็คิดเหมือนกันนะ สุดท้ายเราจะได้ประโยชน์จริงหรือ

By: s4535065
ContributorSymbian
on 14 August 2010 - 15:15 #201417 Reply to:201410

แก้ไขเรียบร้อยครับ

ผมเองเห็นหลังๆบ้านเราเริ่มมีการตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้นเลยอยากให้มองอย่างรอบด้านไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่งครับ เลยพยายามเอาความเห็นที่หลากหลายมาให้อ่านกันครับ

By: toandthen
WriterMEconomics
on 15 August 2010 - 08:29 #201535
toandthen's picture

ตอนแรกผมก็คิดคัดค้านการต่อต้าน Net Neutrality เหมือนกัน แต่ตอนนี้เริ่เมห็นด้วยแล้ว ผมว่ามันไม่แฟร์ที่เราต้องมาอยู่บนถนนเส้นเดียวกันกับคนที่โหลด Bittorrent จนทำให้รถติดกันจนคนที่ต้องการแค่เช็คอีเมลปกติทำได้ยากขึ้น (ผมเลยเล่นเกม PlayStation 3 แทบไม่ได้)

เพราะฉะนั้นควรมีทางเลือกพิเศษ ให้คนเล่น PlayStation 3 สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนไปใช้ "ทางด่วน" ได้ หรือไม่ก็กลับกัน คือหาวิธีบีบบังคับให้ตัวการก่อปัญหารถติดอย่าง Bittorrent จ่ายเพิ่มมาใช้ทางด่วนแทน

แต่ผมว่าทางที่แฟร์ที่สุดควรจะเป็นการจำกัด Data ต่างประเทศมากกว่า (ในเมื่อเรามีปัญหาคอขวดอย่างแรง) เช่น รายเดือนจ่าย 1000 บาท ความเร็วเท่านี้ โหลดในประเทศได้ไม่จำกัด โหลดต่างประเทศถ้าเกิน 10GB ต่อเดือนคิดเงินเพิ่ม GB ละ 10 บาท (Pay-as-you-go)

การให้ทำ Pay-as-you-go เป็นการให้บริการที่ "เป็นไปได้จริง"​ มากกว่าการให้คำสัญญาที่ "ไม่แน่นอน" ว่าเน็ต 16Mbps ความเร็วจะ "ต่างกันไปตามความหนาแน่นของการใช้งาน"


ton.is.my.name | @TonsTweetings

By: adamy
iPhoneAndroidBlackberryUbuntu
on 15 August 2010 - 19:12 #201615 Reply to:201535

ผมยอมจ่าย สองหมื่นบาทต่อเดือนมากกว่าจ่าย Pay-As-You-Go อ่ะครับ ถ่ายจ่าย Pay-As-You-Go ผมเองใช้งานโดยไม่ระวัง ... น่ากลัวจะโดนหนักกว่านั้นครับ : )

ผมเชื่อว่า ISP ต้องจัดสรร Bandwidth หลายช่องเพื่อการใช้งานหลายประเภท และมีการโยกย้ายการใช้งา่นไปตามส่วนที่เหมาะสมครับ การปรับ Rate ราคาควรเป็นไปด้วยความเหมาะสมเช่นกันครับ : )

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

By: put4558350
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 15 August 2010 - 23:36 #201669 Reply to:201535
put4558350's picture

แล้วแฟรหรือ ถ้าวันหนึ่ง คุณจะไม่มีสิทธ์ msn เพราะ isp อยากให้คุณไช้ sms แทน
แล้วแฟรหรือ ถ้าวันหนึ่ง คุณจะไม่มีสิทธ์ เข้า google หรือดู youtube เพราะมีการไช้ bandwidth เยอะกว่าเวปอื่น
แล้วแฟรหรือ ถ้าวันหนึ่ง คุณจะไม่มีสิทธ์ เข้าเวป ที่เจ้าของเวปไม่ใด้จ่ายเงินพิเศษให้ isp

แล้วแฟรหรือ ถ้าคุณจะไม่มีสิทธ์จะใด้รู้ข้อมูลพวกนี้เลย


samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo

By: s4535065
ContributorSymbian
on 16 August 2010 - 01:21 #201695 Reply to:201669

เข้าได้ครับแต่ความเร็วต่ำกว่าคู่แข่งที่ให้เงิน ISPs พวกเว็บธรรมดาไม่เท่าไหร่ครับแต่ Youtube นี่คงโดนเต็มๆถ้ามีใครจะไปแข่งกับเขาอ่ะนะที่่เมืองนอกเขาจะพูดกันถึงพวก Hulu ที่ไว้ใช้ดู Series ออนไลน์กับ Netflix นะครับพวกนี้กิน Bandwidth ครับและแข่งกันดุเหมือนกัน

สำหรับบ้า่นเราผมขอแค่แจ้งข้อมูลมาให้หมดว่าคุณได้ความเร็วเท่าไหร่กันแน่ แล้วเวลาโหลดบิทล่ะเอายังไง ขอแค่นี้ยังทำกันไม่ได้เลยครับ :>

By: put4558350
ContributorAndroidUbuntuWindows
on 16 August 2010 - 18:26 #201850 Reply to:201695
put4558350's picture

"เข้าได้ครับแต่ความเร็วต่ำกว่าคู่แข่งที่ให้เงิน ISPs"

เมื่อความเร็วโดยรวมไม่พอแล้วไปใส่ qos ปลายทางมันจะกลายเป็น "ถ้าไม่จ่ายเงิน ก็จง time out ตลอดชาติ"


samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo

By: lancaster
ContributorUbuntuWindows
on 16 August 2010 - 02:05 #201713

เจอปัญหากับพวกแอบดูดบิทเหมือนกันน่ารำคาญมากๆ

By: winggundamth
ContributorAndroidUbuntuIn Love
on 16 August 2010 - 10:20 #201751
winggundamth's picture

เดี๋ยวจะกลายเป็นการบ่นเน็ตในบ้านเราไปซะมากกว่า


I will change the world, to the better day.

By: iStyle
ContributoriPhoneAndroidSymbian
on 16 August 2010 - 13:56 #201783
iStyle's picture

ทำไมทำเหมือนบิตเป็นอาชญากรรมกันจังเลย
ผมซื้อเน็ต 5 M
ผมโหลดบิตเต็มแบนวิดที่ผมซื้อมา
ผมผิดหรอ?
ด่ากันจังโหลดบิตเนี่ย
ทำไมไม่โทษการไร้ความสามารถของผู้ให้บริการล่ะ?

ปล.จากคนสามชาติโหลดบิตทีแต่เห็นแล้วรำคาญ
ปลย.ผมเห็นด้วยกับแนวทาง จำกัดความเร็วเฉพาะส่วน แต่ก็ต้องแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนเช่นกัน


May the Force Close be with you. || @nuttyi

By: pines
Blackberry
on 16 August 2010 - 13:02 #201791

เห็นด้วยครับ ผมจ่ายเต็มแบนวิดธ์ ก้อยากใช้เต็มๆนะ อะไรที่ไม่ให้ใช้ควรแจ้งโดยชัดเจน