ขณะที่ข่าวลือเกี่ยวกับแนวคิดของไมโครซอฟท์ที่ต้องการครองทุกตลาดรวมถือตลาดสินค้าละเมิดลิขสิทธินั้นมีมานานแล้ว แต่ข่าวคราวทั้งหมดมักเป็นการพูดถึงบันทึกภายในที่ไม่มีใครเคยได้เห็นจริงๆ แต่ในงานสัมมนา Morgan Stanley Technology ปรากฏว่านาย Jeff Raikes ประธานฝ่ายธุรกิจของทางไมโครซอฟท์ ได้ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องการให้คนใช้ซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ แม้จะเป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตามที
แม้จะเป็นการออกมาให้ความเห็นของผู้บริหาร แต่เราก็คงไปอ้างอิงไม่ได้ว่านี่เป็นความเห็นของไมโครซอฟท์จริงๆ (ถ้าเป็นข่าวใหญ่โต เดี๋ยวคงมีการแก้ข่าวว่าเป็นความเห็นส่วนตัวอยู่ดี) แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นแล้วว่ามีผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์มีมุมมองเช่นนี้จริง
มีเงินก็ซื้อ ไม่มีเงินก็อย่าไปใช้ง่ายๆ อย่างนั้นดีกว่าครับ
ที่มา - ArsTechnica




Comments
BSA ฟังไว้นะ :P
#Utthawit ไม่ตายไม่เลิก
คนที่ควรอ่านข่าวนี้ไม่ใช่ BSA ครับ แต่เป็นผู้ใช้ที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ
คนไทยกลุ่มใหญ่รู้สึกสะใจที่เราไปเอาของต่างประเทศมาได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหมากที่บริษัทข้ามชาติมองเห็นมาตั้งนานแล้วครับ
ไมโครซอฟท์พัฒนาระบบภาษาไทยมายาวนานทั้งที่รู้ว่าไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่ในวันนี้เมื่อกฏหมายลิขสิทธิแข็งขึ้นเรื่อยๆ ไมโครซอฟท์ก็เริ่มได้ผลประโยชน์จากการลงทุนอันยาวนาน
ข่าวนี้ควรสร้างกระแสให้ผู้ใช้ของละเมิดตระหนกถึงสถานะการณ์ของตัวเองในอนาคตมากกว่าที่จะเพิ่มข้ออ้างในการละเมิดครับ ------ LewCPE
LewCPE's Google+
เป็นสงครามแย่งชิงความคุ้นเคย..เพื่อให้MSเป็นตัวเลือกอันดับ1..เมื่อลุกค้ามีกำลังซื้อ ....................................... การตลาดชัดๆ
เหมือนพ่อค้ายาเสพติดเลย แจกฟรีให้เสพจนติด แล้วค่อยบังคับขายแพงๆทีหลัง
เขาก็ใช้ปิดตาข้างนึงในประเทศกำลังพัฒนาแบบเรานี่แหละครับ ไม่งั้นก็ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่หัดใช้โปรแกรมของเขาเลย ---- http://kohsija.exteen.com
@kohsija
แค่บังคับใช้กฎหมายกับภาคธุรกิจก็กำไรโขแล้ว ปล่อยให้ผู้ใช้ตามบ้านเสพติดของตัวเองดีกว่า อัตราผู้ใช้มือใหม่ก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ผมว่ามูลค่าสิ่งนี้มีมากกว่าการขายอีก
software ลงทุนหลักๆแค่ขั้นตอนการพัฒนา ไม่ต้องสร้างโรงงานใหญ่โตมากกมาย จะปั้มกี่รอบก็ได้~
OpenSource และ อินเตอร์เนตทำให้ราคาซอพท์แวร์ลดลงเรื่อย ๆ ต่อไปบริษัทซอพท์แวร์ จะทำกำไรจากการขายบริการมากกว่าการขายซอพท์แวร์ (Google, Yahoo, Red Hat เป็นตัวอย่างที่ดี) ดังนั้น สิ่งสำคัญสำหรับบริษัทซอพท์แวร์ในอนาคต ไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ขายได้ แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน (คนใช้ของเถื่อนไม่ทำให้บริษัทเดือดร้อน) ผมว่าไม่แน่นะครับ อีกสิบปี เราอาจได้ใช้วินโดวส์ฟรี แต่มีโฆษณาทุกครึ่งชั่วโมง หรือสิบห้านาที คล้าย ๆ กับที่เราดูโทรทัศน์ฟรี
แต่สิ่งสำคัญคือ Free speech not free beer ครับ BioLawCom.De
XimpleSoft
งั้นก็ไม่ต้องซื้อวิสต้า รอแจกฟรี! เย้!
ระหว่างรอ ใช้ GNU/Linux ฟรีไปก่อนได้ครับ :P BioLawCom.De
XimpleSoft
คำพูดนี้ผมเคยได้ยินมานานแล้วนะ (มีคนบอกว่า MS มีความคิดเช่นนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)
อย่างที่บอกครับ ว่าลือๆ กันแบบไม่เป็นทางการมานานมากแล้ว นี่คงเป็นครั้งแรกๆ ที่มีการไปพูดกลางงานสาธารณะ ------ LewCPE
LewCPE's Google+
แปลกดีครับมีคนมาบอกว่าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องที่เราทำผิดหรอก แล้วถ้าเราทำผิดต่อไปโดยคิดว่าเค้าไม่ว่าอะไร มันก็เรื่องของเราครับ เพราะปัญหาระยาว มันไม่ได้อยู่ที่ว่า เค้าจะอนุญาติให้เราทำผิดถึงเมื่อไหร่ แต่มันอยู่ที่ว่า เมื่อไหร่เราจะตระหนักแล้วเลิกทำผิดเสียที่ เราจะเลิกในขณะที่ยังพอมีทางเลือกแม้นมันจะลำบาก หรือ จะรอจนไม่มีทางเลือกอื่นให้เหลือนอกจากลักลอบทำผิด หรือไม่ก็ยอมตกเป็นทาส ..ผมมองว่าลูกเล่นธุรกิจพวกนี้มันเกาะกินสังคมเราอยู่ครับ ..
สอดคล้องกับที่ Bill Hilf พูด :)
ถ้า Windows Vista Ultimate ยอมขายชุดละ 2500 ในเมืองไทย คิดดูว่า MS จะกำไรเพิ่มขนาดไหน (แบบต้อง register ในประเทศไทยเท่านั้น)
I'm Garrus Vakarian and this is my favourite site on the Citadel
บอกตามตรงคนไทยไม่มีกำลังซื้อขนาดนั้น(เป็นมาก่อน Vista แล้วหล่ะ) หรอกสุดท้ายก็จะมาตกที่ ประเทศเรานี่แหละกลายเป็นประเทศที่โดนจับตามองพิเศษ คิดว่าน่ะ รัฐควรจะต้องส่งเสริม open soure อย่างจริงจังเสียที ที่เห็นๆคือ หน่วยงานรัฐบางแห่งก็ยังใช้ Windows ก้อปซ่ะงั้น เห้อเซ็ง...
/#right_wrapper{ position:absolute; top:0px; left:0px; visibility:hidden }/ /* *SvZ [Hack CSS] *Remove edit link :) */ .comment_edit { display: none; }
จากที่เคยทำงานส่งเสริม open source มา ผมพบว่าต้องเริ่มต้นที่ตัวและคนรอบข้าง "เท่านั้น" ครับ
my disclaimer
ก็คิดง่ายๆ อเมริกันน่ะละเมิดลิขสิทธิ์ 40-50% ไมโครซอฟท์ยังรวยเละขนาดนี้เลย
ตัวเลขล่าสุดที่ผมได้อยู่ที่ 25% นะครับ ------ LewCPE
LewCPE's Google+
Submitted by ZooRider on 14 March, 2007 - 00:03.
แปลกดีครับมีคนมาบอกว่าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องที่เราทำผิดหรอก แล้วถ้าเราทำผิดต่อไปโดยคิดว่าเค้าไม่ว่าอะไร มันก็เรื่องของเราครับ เพราะปัญหาระยาว มันไม่ได้อยู่ที่ว่า เค้าจะอนุญาติให้เราทำผิดถึงเมื่อไหร่ แต่มันอยู่ที่ว่า เมื่อไหร่เราจะตระหนักแล้วเลิกทำผิดเสียที่ เราจะเลิกในขณะที่ยังพอมีทางเลือกแม้นมันจะลำบาก หรือ จะรอจนไม่มีทางเลือกอื่นให้เหลือนอกจากลักลอบทำผิด หรือไม่ก็ยอมตกเป็นทาส ..ผมมองว่าลูกเล่นธุรกิจพวกนี้มันเกาะกินสังคมเราอยู่ครับ .. -------------------------------------------------------------
ซึ้งครับ
เรื่องของเรื่องก็คือไม่สามารถที่จะจับได้ทั้งหมดหรือว่าไม่มีกำลังความสามารถในการจับมากกว่า เพราะ software มันแค่แผ่นดิสแผ่นเดียวเอาไปไหนก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่าข้างในมันมีอะไร ไม่เหมือนการขโมยของอย่างอื่น การจับก็เลยทำได้ยาก เอาเป็นว่าถ้าเอาชนะมันไม่ได้ก็เป็นพวกมันซะเลย
ที่มหาลัยผมขณะอาจารย์ยังใช้ของก้อบกันกะจายเลย
เอ่อ... จริง
แต่ผมว่ามันก็มีข้อดีของมันอยู่ เช่นเวลาสมัครงาน เค้าถามว่าใช้โปรแกรมนู้นเป็นมั้ย ใช้โปรแกรมนี้เป็นมั้ย ถ้าตอบว่า ไม่เป็นครับ (เพราะไม่มีเงินซื้อของลิขสิทธิ์มาเล่น) ก็คงตกสัมภาษณ์แหง -_-a
-------------------- suksit.com
suksit.com
ผมว่าถ้าพอมีตังค์ก็ซื้อของแท้ไปเลย ยอมจ่ายให้เขาไปเถอะ เขายังมีลูกน้องที่ต้องจ่ายเงินเดือนอีกตั้งเยอะ หรือไม่ก็ใช้ linux ไปซะเลย