ข่าวนี้เป็นผลมาจากบทสัมภาษณ์โดย Walter Isaacson บันทึกเทปรายการ 60 Minutes ซึ่งตอนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์นั้นจ็อบส์ได้กล่าวถึงบุคคลสำคัญทางด้านไอทีสามคนไว้อย่างน่าสนใจ ดังรายละเอียดในข่าว
จ็อบส์พูดถึงซัคเกอร์เบิร์กไว้ว่าเขารู้สึกชื่นชมที่ซัคเกอร์เบิร์กไม่ตัดสินใจขายเฟซบุ๊กและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบริษัทเป็นของตัวเอง และแม้คำว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คจะพูดถึงบริการโดยรวม แต่เขาก็ไม่เห็นผู้เล่นรายใดโดดเด่นกว่าเฟซบุ๊ก
ต่อมาเขาได้พูดถึงลาร์รี เพจ ซีอีโอคนปัจจุบันของกูเกิลที่ถึงแม้ว่าเขารู้สึกแย่กับแอนดรอยด์ที่เขาถือว่าเป็น "ของลอกเลียนแบบ" แต่เมื่อเพจได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอ จ็อบส์ก็ได้เข้าให้คำปรึกษา เช่น ควรโฟกัสในผลิตภัณฑ์ ไม่ควรกระจายเหมือนไมโครซอฟท์ (มีเหน็บ) และอย่าพยายาม "น่ารัก" มากนักเมื่อเป็นซีอีโอ
สุดท้ายกับบิล เกตส์ คู่รักคู่แค้นตลอดกาล จ็อบส์เคยกล่าวไว้ว่าโมเดลการขายลิขสิทธิ์ระบบปฏิบัติการให้กับผู้ผลิตนับเป็นแนวคิดที่ใช้ได้ และภายหลัง Isaacson ถามจ็อบส์ว่าคิดอย่างนั้นจริงหรือ เขาจึงได้ตอบว่า “Yeah, it works, but only if you don’t mind making crappy products.”
ที่มา - TechCrunch



Comments
จ็อบส์ก็ได้เข้าให้คำปรึกษา -> จ็อบส์ก็ได้เข้าไปให้คำปรึกษา รึเปล่าครับ
แต่แปลกใจที่จ็อบส์ยังไปเป็นพี่เลี้ยงให้เพจนะเนี่ย
ผมเป็นแฟนบอย Google ครับ ถ้าเอียงมากไปก็เตือนกันได้ :P
ตอนนั้น apple ก็ยังต้องพึ่ง google อยู่ครับในเรื่องบริการออนไลน์ต่าง ๆ
ความแค้นส่วนตัวไปเน้นที่ Schmidt มากกว่าครับ ผุ้บริหาร Google คนอื่นๆเฮียแกคงไม่แค้นส่วนตัวเท่าไร
ต่อเนื่องมาถึงเรื่องธุรกิจ ก็แยกประเด็นกันไป ไม่ได้แค้นถึงขนาดไม่เผาผี ก็ร่วมงานกันได้แหละครับ ฝรั่งส่วนใหญ่เค้าแฟรๆกับเรื่องนี้
Schmidt ช่วงแรกๆไม่รู้เรื่อง Android เลยนี่ครับโดย Page ปิดเงียบไว้ ถ้าจะโกรธ Schmidt นั่นคงเป็นทิฎฐิส่วนตัวมากกว่า ถ้าจะโกรธก็น่าจะโกรธทั้ง Google
"Microsoft is doing a terrific job of pissing off it's existing customer base to chase the sliver that is the tablet market." - William Topping
ผมก็เคยเห็นฝรั่งเถียงแทบตายในเรื่องงาน แต่สุดท้ายก็ยังทำงานร่วมกันได้ ถ้าเป็นบ้านเรา เหอะ...แบ่งแยกฝ่าย ไม่เอากันอยู่แล้ว
ยังดีไม่พูดถึง Eric Schmidt
สงสัยจะโกรธคนนี้ที่สุด
I'm Garrus Vakarian and this is my favourite site on the Citadel
"Yeah, it works, but only if you don’t mind making crappy products.” อันนี้น่าจะแปลไปเลยนะครับ
crappy products นี่ควรแปลว่า ผลิตภัณฑ์ห่วยๆ หรือว่าอะไรครับ (Windows นี่ห่วยแล้วเหรอ)
เหมือนกับเอา MAC OS ไปลงคอม Acer นั้นล่ะครับ
no system is safe.
Product ในที่นี้ น่าจะเจตนาหมายถึง Hardware + OS รวมกันมากกว่าครับ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะ OS
ถ้าหมายความตามนั้นก็เข้าใจล่ะครับ เพราะสตีฟ จ็อปส์แกสนับสนุนการขายระบบที่รวมทั้ง h/w+s/w มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
ต้องเข้าใจว่าเวลาคอมพิวเตอร์ที่ลงวินโดว์เกิดเจ๊งขึ้นมา ผู้ใช้งานจะ "ด่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์" หรือ "ด่าไมโครซอฟท์" หรือทำทั้งสองอย่างครับ ทั้งที่บางกรณีมันไม่ได้มีสาเหตุจากไมโครซอฟท์เลย คนผลิตคอมพิวเตอร์มันห่วยเอง คิดว่าจ๊อบส์คงรับกรณีนี้ไม่ได้น่ะครับ
ผมแปลว่า "มันดี ถ้าคิดแค่จะเอาตังค์ ไม่คิดจะสร้างของที่เปลี่ยนโลก"
ผมว่าคงประโยคต้นทางเอาไว้แบบนี้ดีแล้วครับ
แต่ละคนอาจจะแปลออกมาเป็นคำที่ต่างกันไป แต่ก็ได้ความหมายใกล้เคียงกัน เป็นอันสื่อสารเข้าใจครับ
ชอบประโยคนี้จัง ^^
ชอบเหมือนกัน
แกคงบอกกลายๆว่าให้ห่ามๆแบบแก ด่าคนอื่นแรงๆบ้าง แล้วจะดัง (รึเปล่า?)
สงสัยเฮียเพจชอบทำแบ๊วส์ใส่ลุงจ๊อบ
Acaz
"เหยอ แอนด๋อยของหนูลอกไอโฟนของลุงมาเหยอ หนูไม่ยู้เลยนะเนี่ย"
พิมพ์ไปกระดากมือตัวเองไป
ขอโทษนะลุง จุบุ จุบุ แพล่บ ๆ
I'm Garrus Vakarian and this is my favourite site on the Citadel
กิน Ice cream sandwich?
ฮา 555
ตายแล้วทำไมข่าวนู้นนี้เยอะจัง
จะขายของน่ะ
บอกนักข่าวอย่าแปลมาลงเว็บสิครับ
เขายิ่งใหญ่จริง คนถึงพูดถึง ลิเบียเงียบไปเลย
ไม่มี Jobs แล้ว คนพวกนี้คงเหงากันน่าดูเลยนะครับ
มุมมองของจ็อบส์น่าสนใจทีเดียว