Mark Wilcox อดีตพนักงานของโนเกียและผู้แต่งหนังสือด้าน Symbian ได้เขียนบล็อกเล่า "เบื้องหลัง" ความพยายามของโนเกียในการปรับปรุง UI ของ Symbian ให้กลับมาทันสมัยแข่งกับคู่แข่งได้ แต่ความพยายามของโนเกียกลับล้มเหลวเพราะการเมืองภายในระหว่างทีมพัฒนาแต่ละทีม จนสุดท้าย Stephen Elop ต้องหันไปพึ่งระบบปฏิบัติการภายนอกอย่าง WP7 แทน
Wilcox เริ่มเล่าถึงภัยคุกคามจาก iPhone ในปี 2007 ซึ่งโนเกียตอบโต้โดยปรับ S60 ให้รองรับการสัมผัส แต่กลับยิ่งยุ่งเพราะ S60 ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับนิ้วมือ ทางออกของโนเกียจึงเป็นการซื้อบริษัท Trolltech เพื่อเอา Qt มาเป็นตัวเชื่อมแพลตฟอร์มต่างๆ ของโนเกีย แต่ก็มีปัญหาอีกเช่นกันเพราะ Qt ยังขาด UI Toolkit (ภายหลังทีมงาน Trolltech จึงพัฒนาภาษา QML ขึ้นมาใช้งาน)
ภายในโนเกียเองก็ไม่ได้มีคนเห็นด้วยกับการซื้อ Qt ทั้งหมด และมี UI แบบอื่นของตัวเอง ได้แก่
- ทีม Symbian สร้างเฟรมเวิร์คสำหรับ UI ของตัวเองชื่อ Hitchcock/Alf ซึ่งได้รับการวิจารณ์ว่า API แย่และรากฐานไม่ดี
- ทีม Maemo สร้าง UI ของตัวเองด้วย GTK+
เมื่อผู้บริหารระดับสูงสั่งการว่า Qt คืออนาคตของบริษัท แต่ละทีมเลยทิ้ง UI เดิมของตัวเอง และหันมาสร้าง UI ใหม่โดยมี Qt เป็นฐาน
- ทีม Symbian สร้าง UI ที่เรียกว่า Orbit (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น UIEMO) ตัว UI ทำงานได้ดีแต่มีปัญหาในการสร้าง API สำหรับนักพัฒนาภายนอก และการดีไซน์หน้าตาที่ออกมาย่ำแย่
- ทีม Maemo/MeeGo สร้าง UI ที่เรียกว่า Direct UI ซึ่งยังพัฒนาไม่สมบูรณ์นัก เมื่อเทียบกับ Orbit แล้วยังด้อยกว่า
หมายเหตุ: อ่านข่าวเก่า เผยแผน Symbian^4 และแนวทางของ Symbian Foundation เมื่อเดือนสิงหาคม 2009 ประกอบ
สรุปว่าปัญหาของโนเกียในการสร้าง UI ใหม่เพื่อต่อสู้กับคู่แข่ง เกิดจากการที่มี 2 ทีมนำ Qt (ซึ่งทำงานได้ข้ามแพลตฟอร์ม) ไปสร้าง UI เฉพาะแพลตฟอร์มของตัวเอง แถมทำงานร่วมกันไม่ได้ และสุดท้ายก็ใช้งานจริงไม่ได้ทั้งคู่ Wilcox ประเมินว่าโนเกียสูญทรัพยากรไปกับโครงการทั้งหมดนี้ นับเป็นชั่วโมงทำงานของนักพัฒนาได้ "หลายพันปี" ความผิดพลาดรอบนี้ทำให้ Symbian^4 ต้องล่าช้า และกระทบกับยอดขายมือถือของโนเกียตลอดปี 2010
เมื่อช่วงกลางปี 2010 ผู้บริหารของโนเกียคือ Anssi Vanjoki ได้เข้ามาคุมโครงการ UI และโละโครงการเดิมๆ ทิ้งไป ลดความซับซ้อนของแผนงานลง หันมาโฟกัสที่ Qt และ QML แทน แต่ Vanjoki มีเวลาน้อยเกินไป เพราะหลังจากโครงการเริ่มเข้ารูปเข้ารอยได้ไม่นาน Stephen Elop ก็มาเป็นซีอีโอให้โนเกีย
ทางเลือกของ Elop มีเพียง 3 ทาง
- เดินหน้าตามแผนการเดิม คืออยู่กับ Symbian/MeeGo และปรับมาใช้ Qt
- Android
- Windows Phone
เรื่องราวที่เหลือก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า Elop เลือกทางที่สาม ซึ่งกรณีของ Mark Wilcox นั้นไม่เห็นด้วยกับ Elop โดยเขาบอกว่าโนเกียเปรียบเสมือนนักเล่นไพ่โป๊กเกอร์ ที่รอไพ่อีกใบเดียว (ในทีนี้คือ UI) ก็จะชนะ แต่โนเกียกลับหมอบไพ่ และหันไปจับมือกับผู้เล่นคนอื่นแทน
ที่มา - What Happened to Nokia?, The Register




Comments
S^4 ผมเลิก หวังแล้ว ใช้ S^3 แล้ว ไม่ให้ความรู้สึกต่างเลย อืดๆ ชอบกล อัพ Firmware ใหม่ ดีขึ้นหน่อย จัดการแรม ดีขึ้น
สรุปมันเป็นปัญหาที่ฝีมือของทีมพัฒนาใช่ไหมเนี่ย หรือเป็นเพราะเร่งงานจนทีมพัฒนาทำไม่ทันกันนะ
ผมไม่ค่อยเชื่อนะว่าไพ่ที่โนเกียถืออยู่จะดีกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ในเมื่อโนเกียเองไม่เคยเผยไพ่เด็ดๆ อะไรออกมาให้เห็นเลย มีแค่ UI และ OS ที่ทำมาเพียงไม่นานแล้วก็จบชีวิต นอกนั้นก็อิงตาม Symbian เดิมหมด
ส่วนตัวเชื่อว่าโนเกียไม่มีทางเลือกครับ
@2lonc
+1 ผมว่าเลือกทางนี้ก็ถูกแล้วนะ อย่างน้อยก็ยังมีอะไรแตกต่างจากเจ้าอื่น
The Phantom Thief
+1 ครับ นักเล่นระดับโลก ได้เต็มบ้านในมือแล้วแท้ๆ ยังกล้าหมอบเลย เพราะอ่านขาดว่าคู่ต่อสู้ถือไพ่เหนือกว่า
คู่เดียวผมก็จะสู้ ฮี่ๆๆๆ
ฉันไม่รู้ เธออธิบายที เธอไม่รู้ ฉันไล่เธอไปGoogle หึหึ
นับเป็นชั่วโมงทำงานของนักพัฒนาได้ "หลายพันปี" เห็นภาพเลย = =''
My Website - http://ibluetus.com
Follow me @FollowBluetus
"Brand Apple is "Tool for creative minds" not "Tool for rich guy"
ถ้าลองดูแล้ว
จะเสียก็เพราะ
รับบริจาคฉลากโภชนาการดู รายละเอียดที่นี่ ครับ
พลาดไปแล้วก็คงยากที่จะกลับมาสู้ได้นะครับ อารมณ์คล้าย ๆ Walkman ของ Sony ที่จับผิดด้านจนตัวเองตายไปเลย
เป็นเหมือนกันทั่วโลกจริงๆ ^^
ไม่ใช่แค่ ui อย่างเดียวหรอก อย่างอื่นเพียบเลย จริงๆนะ
"นำ Qt ไปสร้าง UI เฉพาะแพลตฟอร์มของตัวเอง"
+1000000
I'M... , NOT A CLONE.
เรื่องของ UI ผมว่ายากนะที่จะออกแบบมาให้โดนใจตลาด อย่างที่มีคนเคยว่าไว้ "รสนิยม มันสอนกันไม่ได้" :)
ยังไงก็อยากได้เครื่องโนเกียแต่รันAndroidอยู่นะ ><" เฮ้ออออ
ถ้าได้งานที่ไม่ชอบ ก็รีบทำให้เสร็จเร็วๆ จะได้ไปทำงานที่ชอบๆ :P my own blog | my SAP blog
ผมว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่จบนะ กำลังดำเนินมาได้กลางเรื่องเอง เพราะตอนถึงจุดหักเห ดันเลือก platform ผิดซ้ำสอง คือไปเลือก WM7 สุดท้าย ตอนจบของหนังเรื่องนี้ คือ Nokia ต้องหันมาซบ Android อีกครั้ง ก็เลยจบบริบูรณ์
ผมว่า WM7 มันก็ไม่ผิดนะครับ ให้ความรู้สึกว่าดูดีหรูหรากว่า Android เยอะด้วย จับตลาดกลุ่มที่ทำกำไรให้โนเกียได้เยอะกว่าตลาดกลางกับล่าง ไม่ทราบว่าคนอื่นมองเหมือนผมหรือเปล่านะ ผมว่า WM7 เหมือนไอโฟนสมัยออกใหม่เลยเป็นระบบปิดที่เน้นหรูหรา ใช้งานง่าย ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรเยอะ ซึ่งตรงข้ามกับ WM 6.5 เลย
ผมว่าตลาดกลางกับล่างเนี่ยแหละครับตัวทำเงินเลย อีกอย่าง WP7 ที่โนเกียจะทำ ส่วนหนึ่งก็จะจับตลาดกลางถึงล่างไม่ใช่รึครับ ?
Blog
ไปซบ WM7 มีอนาคตกว่า android เยอะ
คือถ้าไป WM7 แล้วยังพัง มา Andriod ผมว่าเละละครับ
กลับกัน เลือกแอนดรอยด์ผมกลับมองว่าคงไม่คิดจะสู้ในเกมนี้อีกแล้ว WP7 เป็นโอเอสที่มีศักยภาพครับ อย่าลืมว่า MS ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะเป็นเจ้าตลาด
ผมก็ว่างั้นครับ หากไปจับกับ android ผมว่า Nokia จะดูดีมากกว่าจับกับ WM7 เพราะอะไรดูได้จากบทความก่าๆเลยครับ
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino G+ : Zerntrino Plus
ทำมันทั้งสองโอเอสแบบซัมซุงก็ได้ แต่ยังไงการสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์มันเป็นตัวดึงดูดผู้ใช้มิใช่หรอกฤๅ?
+1 ครับ ไม่รู้ว่าโนเกียจะผูกมัดตัวเองทำไม
ไปคบ Android ตอนนี้มีแต่ตายกับตายครับ สู้เจ้าอื่นไม่ทันแล้วครับ เขาไปกันไกลแล้ว
หลายๆคนไม่เข้าใจว่า ทำไมการ dev ถึงได้ยาก และซับซ้อน
มาอ่านข่าวโนเกีย dev ui ล่มซะมั่ง จะได้รู้ว่าบางที ไอ้ที่ขอเพิ่ม textbox ช่อง 2 ช่อง ทำไมมันยากเย็นละเกิน
888
การเมืองภายในของโนเกียตอนนี้ก็แค่หาคนรับผิดชอบความล้มเหลวครั้งนี้แค่นั้นเอง
ชอบเงินสด
ประเมินว่าโนเกียสูญทรัพยากรไปกับโครงการทั้งหมดนี้ นับเป็นชั่วโมงทำงานของนักพัฒนาได้ "หลายพันปี"
แบบนี้ถึงเจ๊ง
อ่านแล้วน่ากลัวแฮะ
ก็คอยดูว่า WP7 บน Nokia Device จะเป็นอย่างไร หวังว่ามันจะทำให้ WOW ได้
pex.im | pex.in.th | @pexfresh
เท่าที่จำความจำได้ nokia ชอบกั๊ก
หามือถือ 2-4 ปีก่อน ราคาแพงกว่าชาวบ้านแล้วยังจะกั๊กสเปกอีก
เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไง ไม่ได้สนใจเลย
TAXZe | In(-DY) m{y|ind} L1f3~
อ่านแล้วเมื่อโบ๊ยให้เป็นปัญหาด้าน Software แต่ผมว่าด้าน Hardware ก็ไม่แพ้กันนะ
นอนมานาน พอตื่นเต่าก็แซงไปไกลแล้ว
Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ