กลับมาต่อกันที่รีวิว Samsung Galaxy S ตอนสุดท้ายนะครับ ถ้ายังไม่ได้อ่านสองตอนแรกก็ย้อนกลับไปได้ที่
- รีวิว Samsung Galaxy S ตอนที่ 1 เรื่องฮาร์ดแวร์
- รีวิว Samsung Galaxy S ตอนที่ 2 เรื่องซอฟต์แวร์
สำหรับตอนนี้จะพูดถึงกล้อง ซึ่งถือเป็นอีกจุดขายหนึ่งของ Galaxy S
สเปก
Galaxy S มีกล้อง 2 ตัว คือ
- กล้องหลัง 5MP ออโต้โฟกัส ไม่มีแฟลช ถ่ายวิดีโอ 720p
- กล้องหน้า สำหรับถ่ายตัวเองและ video call ความละเอียด VGA
กล้องหน้าจะอยู่บริเวณมุมขวาบนของเครื่องครับ
กล้องหลัง
ผมคิดว่าการใช้งานกล้องในโทรศัพท์มือถือ ต้องแยกเป็น 2 ประเด็นคือตัวฮาร์ดแวร์ของกล้อง และซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมกล้อง
สำหรับซอฟต์แวร์ควบคุมกล้อง คนที่เคยใช้ Android มาบ้างคงรู้ดีว่ามัน ... มาก แต่พอมาเป็น Galaxy S ซัมซุงนำไปปรับปรุงใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เนื่องจาก Galaxy S ไม่มีปุ่มชัตเตอร์ ดังนั้นการถ่ายภาพจะต้องเข้าผ่านโปรแกรม Camera เท่านั้น (ควรวางไว้บน homescreen เพื่อความสะดวก)
หน้าตาของโปรแกรม Camera จะเห็นว่าต่างจาก Android รุ่นปกติมาก โปรแกรมถ่ายภาพต้องใช้ในโหมดแนวนอนเท่านั้น ปุ่มควบคุมจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง
ฝั่งซ้าย จากบนลงล่าง
- เลือกโหมดถ่ายภาพ
- Scene โหมดถ่ายเฉพาะทางต่างๆ
- ปรับ exposure
- ตัวเลือกอื่นๆ
ฝั่งขวา จากบนลงล่าง
- สลับโหมดถ่ายภาพ-วิดีโอ
- ปุ่มชัตเตอร์
- เข้าไปยังหน้า Gallery
การถ่ายโหมดปกติ
การถ่ายภาพสามารถแตะสัมผัสบนหน้าจอ เพื่อเลือกจุดที่ต้องการโฟกัสได้ด้วย
ผลงานต้องบอกว่าเยี่ยมครับ ผมยังไม่เคยใช้กล้องบนมือถือดีขนาดนี้มาก่อน แถมการที่ Galaxy S มีจอภาพ Super AMOLED ขนาดใหญ่ ยิ่งทำให้การพรีวิวภาพทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่ายทำได้ดีมาก (บางทีจนคิดว่าภาพบนจอสวยกว่าภาพจริงที่ได้ด้วยซ้ำ)
จุดอ่อนอาจมีเรื่องสภาพแสงค่อนข้างฟุ้งในบางคราว (อย่างเช่นภาพแรกสุดและภาพท้ายสุด) แต่นี่ถือว่าทำได้ดีมากแล้วสำหรับกล้องมือถือ จากการใช้ Galaxy S ประมาณสองสัปดาห์ ผมว่าไม่จำเป็นต้องพกกล้องดิจิทัลอีกต่อไป ยกเว้นกรณีที่ต้องการถ่ายภาพแบบเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ เท่านั้น
ข้อจำกัดของกล้อง Galaxy S คงเป็นเรื่องที่มันไม่มีแฟลชมาให้ ซึ่งตรงนี้เราคงเดากันได้ไม่ยากว่า Galaxy รุ่นถัดไปน่าจะเพิ่มมาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกประการคือการขาดปุ่มชัตเตอร์แยก อาจทำให้การถ่ายภาพไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับมือถือที่มีปุ่มชัตเตอร์โดยตรง
Panorama
มาดูโหมดถ่ายกันทีละโหมดครับ โหมด Single shot และ Continuous คงไม่ต้องแนะนำอะไรกันมาก แต่โหมดที่น่าสนใจคือ Panorama ซึ่งจะมีกรอบสีเขียวๆ ทำเป็นไกด์ไว้ให้เราเห็นว่าตอนขยับกล้อง ต้องเล็งไปทางไหนบ้าง เมื่อเราขยับกล้องให้ตรงกับกรอบบนหน้าจอ มันจะจับภาพให้เลยโดยไม่ต้องกดปุ่มชัตเตอร์อีก
นี่ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของผมในการถ่ายโหมด Panorama อันนี้ถือว่าทำได้ดีกว่าฟีเจอร์แบบเดียวกันของกล้องดิจิทัลเสียอีก (ไม่แน่ใจว่ากล้องของซัมซุงมีฟีเจอร์นี้หรือเปล่านะครับ) ส่วนผลงานก็ดูกันเอาเองตามภาพ
กล้องหน้ากับโหมด Self portrait
ประโยชน์ที่ชัดเจนของกล้องหน้าคือเอามาใช้ถ่ายหน้าตัวเอง เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง
ผมค้นพบว่า Galaxy S มีความสามารถด้าน video call ได้ด้วย (จะมีปุ่มให้เลือกตอนสนทนา) แต่จำเป็นต้องใช้เครือข่าย 3G ทั้งสองฝั่งครับ เลยไม่ได้ลองความสามารถนี้
Cartoon
อันนี้เป็นโหมดถ่ายสนุกๆ ครับ เพราะมันจะใส่เอฟเฟคต์การตัดเส้นแบบการ์ตูนมาให้ รูปข้างบนคือพี่ฮง จากเว็บ PDAmobiz
ลองดูภาพเปรียบเทียบระหว่างโหมดปกติกับโหมด Cartoon ครับ
Beauty Shot
อันนี้เป็นฟีเจอร์สุดยอดของ Galaxy S เลยครับ ผมเรียกมันว่า "โหมดหน้าเนียน" (หรือใครจะเรียก "โหมดหน้าเด้ง" ก็ได้นะ การทำงานก็ตามชื่อคือถ่ายหน้าคนแล้วมันจะแต่งภาพให้เราทันที โดยขัดหน้าให้เนียนขึ้น ริ้วรอยหายไป
แต่ต้องขอโทษจริงๆ เพราะผมทำไฟล์ที่ถ่ายจากโหมดหน้าเนียนหายไปซะอย่างนั้น (อุตส่าห์ถ่ายเตรียมมาโชว์) ตอนนี้คืนเครื่องเขาไปแล้วคงไปเอามาถ่ายซ่อมลำบาก เอาเป็นว่าใครมี Galaxy S รบกวนขอไฟล์หน่อยนะครับ เดี่ยวผมเอามาแปะ+ให้เครดิตครับ
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าฟีเจอร์นี้เทพจริงๆ ถือเป็นหนึ่งใน killer feature ของ Galaxy S เลย ใครมีแฟนมีน้องอย่าให้รู้เด็ดขาด ไม่งั้นโดนยึดไปใช้แน่ๆ
ส่วนโหมดอื่นๆ ได้แก่ โหมดถ่ายภาพคู่ คือ ถ่ายทีละคนแล้วเอามาต่อกันให้เป็นภาพคู่กันโดยอัตโนมัติ, โหมด vintage ใส่เอฟเฟคต์ให้ขอบภาพดูมืดๆ ตรงกลางภาพจะได้เด่นขึ้น และโหมด Action สำหรับภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ
Scene
ส่วนของ Scene มาพร้อมกับโหมดถ่ายมากมาย ใกล้เคียงกับกล้องดิจิทัลในปัจจุบัน (ซึ่งตรงนี้ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะซัมซุงก็ทำกล้องดิจิทัลขายเหมือนกัน) เช่น โหมดถ่ายพลุ โหมดถ่ายข้อความ ฯลฯ ผมคงไม่ลงรายละเอียดเพราะเป็นฟีเจอร์มาตรฐานของกล้องดิจิทัลอยู่แล้ว แต่ต้องถือว่าฟีเจอร์นี้ของ Galaxy S ล้ำกว่ากล้องมือถือตัวอื่นๆ ในท้องตลาด
ถ่ายวิดีโอ 720p
จุดขายอีกอันหนึ่งของ Galaxy S คือการถ่ายวิดีโอความละเอียด 720p ครับ นอกจากความละเอียดระดับนี้ยังมีความละเอียดอื่นๆ ให้เลือกเช่นกัน
ผลงานการถ่าย 720p ต้องดูกันเองดีกว่า ขอบคุณนายแบบคุณ @hohoteam
ส่วนวิดีโอแบบไม่ใช่ 720p ลองดูตัวอย่างที่ผมไปถ่ายในงานรับฟังความเห็นของ กทช. เทียบกัน
การถ่ายวิดีโอแบบ 720p แน่นอนว่าทำให้ขนาดไฟล์ใหญ่มาก โปรแกรมถ่ายวิดีโอของ Galaxy S แสดงขนาดไฟล์ให้ดูขณะถ่ายด้วย ซึ่งตรงนี้ทำได้ดี ขนาดไฟล์วิ่งขึ้นเร็วอาจดูน่าตกใจในช่วงแรก แต่หน่วยความจำภายในที่ให้มาถึง 16GB นี่เอาอยู่ครับ (ถ้าไม่พอยังเสียบ Micro SD เพิ่มเองได้อีก)
สรุป
Galaxy S ถือเป็นมือถือที่โดดเด่นมากในช่วงนี้ ต้องถือว่าซัมซุงทำการบ้านมาดีมาก และสามารถออก Android flagship ที่เย้ายวนตัวนี้ได้
จุดแข็งแบบสุดๆ
- จอ Super AMOLED อันนี้ผมยืนยันเหมือนเดิมว่าต้องไปลองดูด้วยสายตาตัวเอง
- กล้องเทพ ถ่ายภาพชัด ใช้ง่าย ลูกเล่นเยอะ ถ่ายวิดีโอ 720p ได้ด้วย
- TouchWiz 3.0 โดดเด่นกว่า Android แบบอื่นๆ ชัดเจน
- Swype ของเค้าดีจริงๆ ใช้แล้วลืมคีย์บอร์ดแบบเก่าไปเลย
- แถมเกมแข่งรถ Asphalt 5 ถือเป็นเกมระดับมืออาชีพที่หาได้ยากยิ่งบน Android ที่เข้าได้เฉพาะ Market แบบฟรี (ต้องขอบคุณซัมซุงที่ยอมควักกระเป๋าซื้อสิทธิ์มาแจก)
จุดแข็งธรรมดา
- พื้นที่เก็บข้อมูลใหญ่จุใจ 8GB+16GB+Micro SD
- โหลดเกม Asphalt 5 ได้ฟรี Android ขาดเกมที่เป็นมืออาชีพแบบนี้อย่างมาก
- ซีพียู Hummingbird 1GHz เล่นเกมได้ไหลลื่น ถึงแม้จะยังไม่ค่อยมีโปรแกรมที่ดึงพลังของซีพียูได้เต็มที่มากนัก
- แบตเตอรี่ค่อนข้างอึด ใช้งานทั่วไปอยู่ได้เกินวัน (แต่ต้องชาร์จทุกวันอยู่ดี)
จุดอ่อน
- กล้องไม่มีแฟลช
- ฝาหลังมันแกะยากมาก ถ้าเปลี่ยนซิมบ่อยๆ ลำบากแน่ อัพเดต เครื่องจริงได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไปแล้ว โดยปรับให้ฝาหลังแกะง่ายขึ้น
- TouchWiz มีอาการหน่วงๆ น่ารำคาญอยู่บ้าง หวังว่าคงแก้ได้ด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์
- ยังเป็น Android 2.1 อยู่ หวังว่าซัมซุงจะรีบอัพเป็น 2.2 โดยเร็ว (ตามประวัติที่ผ่านมาก็ค่อนข้างเร็วมากอยู่แล้ว)
สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะซื้อมือถือ Android อยู่แล้ว ถ้างบถึงก็ซื้อได้แบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ คุ้มแน่นอน (ถ้าซื้อกับ AIS ตอนนี้มีโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 6 เดือน กับแถม GPRS 500MB นาน 12 เดือน ถือว่าประหยัดค่าเน็ตไปได้จำนวนหนึ่ง) ยกเว้นคนที่ชอบคีย์บอร์ด QWERTY อาจรอ Galaxy S Pro ซึ่งคาดว่าน่าจะตามมาในอีกไม่ช้า
สุดท้ายทางซัมซุงฝากประชาสัมพันธ์มาว่าในโปรแกรม Layar ที่แถมมากับเครื่อง ได้เพิ่ม point of interest (POI) ของประเทศไทยมาให้ แถมบางร้านมีโปรโมชันผ่าน Layar เสียด้วย เสียดายว่าในเครื่องทดสอบผมไม่ได้ลองตรงนี้ ต้องฝากคนที่ซื้อเครื่องแล้วช่วยคอมเมนต์ด้วยครับ
Advertorial Content
- 25032 reads

















Comments
กำลังตัดสินใจอยู่ระหว่าง iPhone 4 เจ้าปัญหา กับ SSGS เนี่ยครับ มีเรื่องรบกวนจะถามครับ..
อยากทราบว่า Video Call นั้น สามารถทำผ่าน Wi-Fi ได้รึเปล่าครับ? อีกประการคือ โปรแกรมทางการแพทย์ของ Android มีมากน้อย หรือแตกต่างจาก iOS อย่างไรบ้างครับ
ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ..
วันนี้ผมทดลองทำผ่าน Apps ชื่อ Fring ดาวน์โหลดมาจาก Market ได้เลยครับ มันจะทำ Video Call ผ่าน Wi-Fi ได้ แต่โปรแกรมทางการแพทย์ผมเองก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกันครับ มีใครเคยลองแล้ว มาช่วยแชร์หน่อยได้ไหมครับ?
เป็นความเห็นส่วนตัวเล็กๆ ครับ jakrapong
ผมเขียนเรื่องแนวอื่นๆ ที่อาจไม่เกี่ยวเนื่องกับ Blognone ด้วย ถ้าสนใจก็ติดตามได้ที่ jakrapong.com นะครับ
โปรแกรมทางการแพทย์
พอดีนึกออกน่ะครับ
ผมก็อยากทราบโปรแกรมทางการแพทย์จริงๆครับเพราะสนใจ android อยู่ ไม่งั้นผมก็ไม่มีทางเลือก ต้องติดแหง็กอยู่กับ iOS ต่อไป
The Best Android Apps for Doctors, Nurses and Health Care Professionals
Read more: http://www.softwareadvice.com/articles/medical/the-best-android-apps-for-doctors-nurses-and-health-care-professionals-1062810/
โปแกรมทางการแพทย์ไม่ทราบว่ามีมากกว่า iPhone 4หรือเปล่า เพราะผมไม่เคยใช้ iPhone เลย แต่จะแนะนำตัวโปรแกรมที่หน้าสนใจเพราะผมใช้อยู่คือ Epocates สามารถค้นยาจากรูปลักษณะยาได้ มีโปรแกรมคำนวญขนาดยา ANC BSI BMI GFR ๆลๆ ผมใช้แล้วก้ช้วยบ่างในบางโอกาศ ผมคนเพิ่มในเวปพี่กูก็มี Skyscape PubMed Mobile CPR – Choking เรียกได้ว่าเริ่มทำลงมา android เยอะขึ้นแล้วละครับจากแต่ก่อนซึ่งทำแต่ Winmo ส่วนจะใช้อันใหนก็แล้วแต่ถูกใจคุณแล้วกันละครับลองค้นดูในเวปผู้จัดทำอีกทีแล้วกันว่าตัวใหนโดนใจ
โหมด panorama ที่มีไกด์ให้มีในหลายรุ่นของ samsung ตั้งแต่ Omnia รุ่นแรก (ก่อนหน้านั้นไม่รู้มีหรือเปล่านะ) หรือ Jet ที่ไม่ใช่ Smart Phone ก็เป็นแบบเดียวกัน แต่ spica ไม่มี
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
Jet ก็เป็น Symbian นี่ครับ ฮ่าๆ
น่าสงสาร Symbian จังเลย
Blog ดองเค็ม
Jet ไม่ใช่ Symbian หนิครับ
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
Jet ไม่ช่ Symbian ครับ
Symbian เป็น Omnia HD ครับ หลายคนยกให้เป็น Symbian Phone ที่ดีที่สุด เพราะจอใหญ่เป้งมากกกก ฮ่าๆๆ
ตัวที่เป็น symbian ทีตัวอื่นนอกจาก omnia hd ด้วยครับ มีขายในบ้านเราประมาณ 2-3 รุ่นมั้ง ขออภัยที่จำชื่อรุ่นไม่ได้ครับ เพราะนานมาก
www.trendy2.mobi
ที่จำได้มี Samsung innov8 อีกตัวนึงครับ
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
T-T .. น่าได้เนอะ!
*โหมด panorama นี่เหมือน function Panorama Sweep ของกล้อง Sony เลย เรื่อง Brand, Products Line และคุณภาพสินค้า ตอนนี้ Samsung เป็น Sony ไปแล้ว! >_<
ยังขอเถียงเรื่องคุณภาพสินค้าครับ ยิ่งบริการหลังการขาย ผมว่ายังสู้ SONY ไม่ได้นะ
ผมไม่รู้ว่า Sony มีบริการให้โทรเข้าไปที่ศูนย์เวลามือถือหายเพื่อ คอยจับ IMEI เครื่องที่โดนขโมยไปหรือป่าว แต่ ซัมซุงมีนะ ซึ่ง ถือว่าผิดคาดมากทีเดียว
รับบริจาคฉลากโภชนาการดู รายละเอียดที่นี่ ครับ
ผมกลับมองว่า SONY แย่ เพราะลูกพี่ผมทำ Driver อุปกรณ์สักอย่างหาย น่าจะพวกกล้อง VDO ไปศูนย์ SONY ไม่มีให้ download ขอ copy ไม่ได้ ต้องสั่งซื้อ แผ่นหละ 1,500 บาท ด้านอื่นจะดีเยี่ยมอย่างไร เจอเรื่องนี้ ผมไม่เอาด้วยหล่ะครับ เพราะผมไม่ค่อยพก Driver ติดตัวไปไหนมาไหน ชอบ load เอามากกว่า
Ton-Or
กรอบเขียว ๆ แบบไม่กด Shutter นี่โทรศัพท์ของ SE ก็เหมือนจะเป็นแบบนี้นะครับ
ชักอยากรอดูรุ่น S Pro แฮะ คงพิมพ์มันส์น่าดู อิอิ
ขอเสียที่ผมเจอคือ ไม่มี trackball ทำให้ผมต้องจิ้มอยู่นานเพื่อจะไปยังตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขข้อความได้ เวลาลบข้อความตรงกลางประโยค ตำแหน่งสระก็จะไม่ตรง อันนี้น่าจะเป็นที่ android เอง
ผมเจอสระติด cursor มาด้วยล่ะครับ แบบว่าจิ้มหรือเลื่อนไปตรงไหนสระก็เกาะไปด้วย รำคาญมากๆ = =
ใช้ Spica (2.1) + CN keyboard
ลองอัพเกรด CN ครับ รุ่นล่าสุดผมไม่เป็นแล้วนะ
Sent from my computer
ถ้าใช้ Swype ลองลากจกา icon i ไปยัง SYM (ที่อยู่ติดกัน) แล้วคุณจะเจอความมหัศจรรย์ ซ้าย, ขวา, ขึ้น, ลง, text copy, home, end ครบ..
Credit: dahoba @Droidsans
:: DigiKin8 ::
สนใจโหมด panorama แฮะ
Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature
น่าสนใจเนอะเครื่องนี้
"โหมดหน้าเด้ง" สาวๆท่าจะชอบ เหมือนจะดูดีละแต่กล้องไม่มีแฟลชเนี่ยสิ จะให้มันเนียบสักหน่อยก็ไม่ทำ
เข้าท่ากับบ้าบอ
เพิ่มตอนนี้ เพื่อตัดตอนบทความที่สนุกหรือเปล่าครับ อิอิ ก็แค่คิดไป
อยากได้มาก แต่ไม่มีปัญญาครับ แหะ ๆ
ตั้งใจเขียน 3 ตอนอยู่แล้วครับ เผอิญตอนนี้ล่าช้านิดหน่อย
เหมือนเครื่องจีนกันเลยทีเดียว
http://twitter.com/esc_sequencer
ช่วยขยายความหน่อยครับ เพราะผมชื่อชอบ สินค้าจากจีนพอสมควร เลยหล่ะ
Ton-Or
เสียงจากหลังกล้องที่เค้าคุยกันในวีดีโอตัวแรกน่ะครับ เค้าบอกว่าเหมือนเครื่องจีน เอิ้กๆ
~@Junior Programmer@~
แง่ะ ไม่มีไฟแฟลช -*-
ลาก่อนครับ "คุณ"
เข้ามายืนยันว่า Beauty mode + SMOLED เป็น Killer feature จริงๆครับ ถ่ายรูปสาวคนไหนเค้าก็ชอบใจทั้งนั้น
ปล.เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าว่างจะหานางแบบถ่ายรูปส่งมาให้นะครับ
ถ่ายมาแล้ว๒รูป (พอดีแสงหมด) http://picasaweb.google.co.th/bahamutkung
GPS เป็นไงมั้งจับสัญญานได้เร็วช้าขนาดใหนครับ แล้วมีปัญหาสัญญาน อย่าง iphone4 หรือเปล่าครับเห็นแว็บๆว่ามีใครสักคนเอาวีดีโอมาโชว์ว่ามันหดคล้าย iphone4 เลยอะ
GPS Network Mode (A-GPS แบบที่มีใน iPhone) เร็วและแม่นใช้ได้เลยครับ
ส่วน GPS ของจริง ลองไปเปิดเมื่อกี๊กลางแจ้ง ดูผ่านโปรแกรม GPS Status (ฟรีจาก Market) ใช้ประมาณ 7 วินาที ล็อคดาวเทียม 5 ดวง
เดี๋ยวให้แฟนผมลองถ่ายดู อิอิ
Beauty shot เคยเห็น App ใน App store ของ Apple ชื่อโปรแกรม More Beauty เก๋ดีน่าจะความสามารถใกล้เคียงกัน ไม่นึกว่าจะเอามาใส่โหมดกล้องเลย Samsung ทำการบ้านมาดีแฮะ กับ อีกโหมดคือ Self shot ที่ Galaxy S มีแต่ Wave ไม่มีแปลกดี Samsung ฮ่าๆ ^^ (หรือมีหว่า)
ได้ไปลองเล่น Samsung Galaxy S มาแล้ว กิเลสขึ้นหัวทันที
แต่จอสีรู้สึกเจ็บไปหน่อย
samsung vibrant ไม่มีกล้องด้านหน้ากับ fm radio แย่ชมัดเลย
"ไม่มี ไม่เป็น อะไร กับอะไร"
ส่วนตัวแล้วไม่ชอบจอ Super AMOLED ของซัมซุง Galaxy S เลย มันแสบตามาก แล้วรู้สึกมันไม่ละเอียด ถ้าเทียบกับจอของ legend หรือ iPod Touch ที่ภาพดูละเอียด เนียนตามากกว่า แล้วกล้องคิดว่ายังไม่เด่น เทียบกับของ Samsung Wave แล้วยังไม่ชัดเท่า ติดฟุ้งมากกว่าครับ สรุป ถ้าไม่ติดแอป ผมว่า Wave เจ๋งกว่าในเรื่องโครงสร้าง และกล้อง