ก่อนหน้านี้มีข่าว Barnes & Noble เตรียมออกเครื่องอ่าน e-Book แข่งกับ Kindle ล่าสุดเว็บไซต์ Gizmodo ได้ภาพหลุดของเครื่องอ่านตัวนี้มาแล้ว
ความน่าสนใจของเครื่องอ่าน e-Book ตัวนี้อยู่ที่จอครับ จอถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนบนเป็นจอ e-ink แบบขาวดำเหมือนกับ Kindle เอาไว้แสดงตัวหนังสือ แต่จอครึ่งล่างเป็นจอสีแบบมัลติทัช! ออกแบบมาเพื่อแสดงปกหนังสือได้เหมือนของจริง
จุดขายอีกข้อคือหนังสือที่ขายจะถูกกว่าฉบับกระดาษ และนอกจากหนังสือที่ Barnes & Noble ขายแล้ว ยังเข้าถึงหนังสือทั้งหมดจาก Google Books ได้ด้วย ระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android และคาดว่าเปิดตัวอย่างเป็นทางการสัปดาห์หน้า ภาพประกอบด้านใน
ที่มา - Gizmodo







Comments
สวยใช้ได้เลยครับ น่ามีไว้ครอบครอง
ถ้ามี thai e-book เยอะ คงขายดีในไทยน่าดูนะครับ ^^
Blog ส่วนตัว เล่าเรื่องในชีวิตครับ.
คงไม่ได้เห็นใน 5 ปีนี้ซะล่ะมั๊งครับ ^^'a
~ จุดยืนของทุกคนคือส้นเท้า : HudchewMan's Diary | TH LG Optimus Black ~
ขอราคาถูกๆ หน่อยครับ
โอ้มันสวยมาก!
เขาสูงอาจวัดวา กำหนด จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง
Barnes & Noble เท่าที่เคยดูในร้านไม่เคยเห็นหนังสือไทยนะครับ ไม่แน่ว่าร้านแบบ Online จะมีหรือเปล่า
เมื่อไหร่ไทยจะเริ่มบุก e-Book ให้มันดีพอสักทีอ่ะ อยากใช้เหมือนกัน
The Phantom Thief
สุดยอดเลย อยากได้ ขอให้ราคาถูกๆนะครับ
มาปูเสื่อรอขอแค่เครื่องโหลด pdf เข้าไปอ่านได้ก็พอ
+---------------------------+ Work hard, Drink hard +---------------------------+
ผมว่าประเทศไทยไม่มี E-Book ก็ดีแล้วครับ ทุกวันนี้คนไทยซื้อหนังสืออ่านเองน้อยอยู่แล้ว ถ้าทำเป็น E-Book ออกมาด้วยบรรทัดฐานของคนไทยส่วนใหญ่คงจะ Copy กันอย่างแน่นอน (ในกรณีที่ยังไม่มีวิธีป้องกัน) ขนาดหนังสือเรียนยังใช้ถ่ายเอกสาร Text Book กันเลย เ่ล่มหนาแค่ไหนก็ไม่หวั่น สามารถดูตัวอย่างได้ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั่วไป
ขนาดหนังสือการ์ตูน ทุกวันนี้คนยังอ่านจาก Web (แบบละเมิดลิขสิทธิ์) และเช่าจากร้านเช่าการ์ตูน (ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เหมือนกัน) แต่สำนักพิมพ์ยังเห็นว่ามีประโยชน์เลยยังปล่อยไว้ก่อน
ผมว่าประเทศไทยต้องพัฒนาอย่างอื่นก่อนเรื่องพวกนี้
That is the way things are.
ถ้า text ราคาไม่หนักมาก
และเล่มนั้น อ่านแล้ว "มีประโยชน์"
ผม"ซื้อ" นะครับ
หลาย ๆ ครั้งที่ อ.ใช้ text หลาย ๆ เล่ม ประกอบกัน
บางครั้ง ใช้เพียง 60 หน้า จาก 700 หน้าของเล่มนั้น ๆ
(ผมเรียน วิศวะเหมืองแร่)
ดังนั้นเลย รู้สึกว่า ไม่น่าซื้อเท่าไรจริง ๆ แหละ
http://tomazzu.exteen.com
บางทีก็โดนหลอกให้ซื้อ แต่สอนตาม slide ที่เนื้อหาไม่ตรงกับหนังสือด้วยครับ เสียดายเงินเลย
The Phantom Thief
ไฟล์ ebook นี่วิธีป้องกันมันก็มีนะครับ ดูอย่าง Amazon Kindle ก็ได้ที่ใช้ไฟล์ ebook ที่มี DRM อยู่ และคิดว่า ebook ของ B&N นี่ก็ใช้เช่นกัน
ผมยังมองว่าการขายในรูปแบบ ebook นี่จะช่วยป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ดีกว่าการพิมพ์ออกขายอีกนะครับ การพิมพ์ออกมาขายนี่นอกจากจะโดนเอาไปถ่ายเอกสารแล้ว ยังเสี่ยงถูกโรงพิมพ์ทำออกมาเกินจำนวนที่สั่งแล้วเอามาขายเองอีกด้วย
ถ้าบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์กล้าลงทุนในส่วนนี้จริง ก็จะช่วยยกระดับประสบการณ์การอ่านได้อีกขั้นนึงเลยล่ะ เช่น สามารถแบกหนังสือหลายๆเล่มไปอ่านบนรถไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องกลัวเมื่อย หรือถ้ามีระบบ 3G ก็สามารถโหลดหนังสือการ์ตูน weekly มาอ่านทุกสัปดาห์ได้โดยไม่ต้องรอไปซื้อที่ร้านหนังสือ
อย่างไรก็ตาม ถึงบริษัทจะกล้าลงทุน จริงๆเทคโนโลยีนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงแรกของการพัฒนาเท่านั้นเอง ยังต้องพัฒนาไปมากกว่านี้จึงจะสามารถเข้าสู่ mainstream ได้อย่างจริงจัง เช่น ต้องสามารถเปลี่ยนหน้ากระดาษได้เร็วกว่านี้ มีสีด้วยยิ่งดี ฯลฯ
... แต่ผมว่าคนไทยก็อ่านหนังสือเยอะนะครับ ผมไปงานหนังสือทีไร โดนหนอนเบียดจนเป็นหนอนทุกทีเลย
http://www.seasandsong.com/
หนอนหนังสือเยอะก็จริงครับ แต่บางส่วนก็เป็นประเภทไปดูงานเฉยๆ หรือบางทีก็ซื้อมานิดนึง อ่านทั้งปีแทน
The Phantom Thief
DRM ผมว่า Hack กันง่ายกว่า Xerox เล่มรึเปล่าครับ
งานหนังสือเป็นภาพเล็กๆ เท่านั้น ภาพรวมทั้งประเทศยังถือว่าคนไทย "อ่าน" กันน้อยอยู่ดีครับ ลองดูบนรถไฟฟ้าก็ได้ครับ ว่ามีคนอ่านหนังสือกันกี่คน หรืออย่างตอนนั่ง "รอ" อะไรกัน มีคนหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านซักกี่คน
Oakyman.com
Xerox เล่มนี่แค่เดินไปร้านซีร๊อกซ์ก็จบแล้วนี่ครับ (คนถ่ายก็ถ่ายกันไป ...) ไม่น่าจะลำบากอะไรเลย (โดยเฉพาะเด็กมหาลัย) อ้อ มันมีวิธีป้องกันการซีร๊อกซ์ด้วย (ใช้ลายน้ำล่ะมั้ง) แต่ก็ไม่ค่อยเห็นหนังสือทำกันซักเท่าไหร่ครับ
+1 web ที่ให้อ่านการ์ตูนกันฟรีๆ (ละเมิดลิขสิทธิ์) ก็ตั้งอยู่เมืองนอก สนพ. จะดำเนินการทางกฎหมายก็ไม่สะดวก อาจจะต้องขอคำสั่งศาลให้ ISP block ?? (แต่ก็คงหาทางไปอ่านผ่าน proxy ได้อยู่ดี)
Oakyman.com
ต้องให้เจ้าของลิขสิทธิ์ (ไม่ใช่คนที่ซื้อสิทธิมา) เป็นคนดำเนินการครับ ถึงจะปิดเวปไซท์ได้
แต่เท่าที่รู้เจ้าของลิขสิทธิดูเหมือนจะไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรนะ
ถ้าไปเล่นพวกเขานี่ เกรงว่าจะโดนเหมือน สุกุรัน (School rumble) นะครับเห็นว่าขายไม่ออกไปเลยอ่ะ
Chaow
มันน่าจะไฮไลท์้ข้อความได้นะ