ผมไม่ได้คิดคำโปรยบนหัวเองนะครับ แต่คำว่า Adamo นั้นแปลว่า "ตกหลุมรัก" จริงๆ น่าเสียดายว่ากว่าจะได้ Adamo มาทดสอบนั้นก็ค่อนข้างยาวนานถึงหกเดือนหลังการเปิดตัว เล่นเอาประกาศลดราคากันไปแล้วหนึ่งรอบ แถมยังมีรุ่นใหม่จ่อๆ ว่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้?
ด้วยความเป็น geek ที่บ้าของใหม่เสมอ ตอนผมได้โน้ตบุ๊กตัวนี้มาทดสอบเลยตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะมีใครสนมั๊ยนี่ แต่พอกลับบ้านแล้วยกไปให้น้องสาวผมดู ประโยคแรกที่ได้มาคือ
ถ้าซื้อให้นะ จะถือไปเรียนแบบไม่ใส่ซอง...
ผมคิดใหม่กับการรีวิวครั้งนี้ทันที สิ่งที่ Adamo ให้กับผู้ใช้ได้ไม่ใช่ซีพียูรุ่นใหม่, RAM DDR3 หรือ WiFi 802.11n แต่มันเป็นเสียงถามจากระยะไกลของสาวๆ ที่กระซิบกันว่า "อุ๊ยเธอ นั่นมันโน้ตบุ๊กรุ่นอะไรน่ะ?"
Adamo
ตอนที่ Adamo เปิดตัวแม้จะเป็นหลังจากที่ MacBook Air เปิดตัวไปแล้วถึงหนึ่งปี แต่หลายๆ คนก็พอรู้อยู่ในใจว่ามันเกิดมาเพื่อให้เป็น I'm a PC ของโน้ตบุ๊กรุ่นบางเบา ในเรื่องเบานั้นน้ำหนัก 4 ปอนด์หรือ 1.8 กิโลไม่ใช่อะไรที่ชนะ MabBook Air สักเท่าใหร่ แต่เรื่องความบางนั้น Adamo มีความได้เปรียบที่มันบางเท่ากันตลอดเครื่อง ทำให้จัดช่องใส่ของได้ง่ายมาก ถ้าจะเอาใส่กระเป๋าอื่นที่อาจจะไม่ใช่กระเป๋าโน้ตบุ๊ก
ความบางเทียบกับไขควงนาฬิกา
เทียบกับ... โน้ตบุ๊กยี่ห้อหนึ่งที่ผมใช้ทุกวัน (ฝุ่นเขรอะ น่าอนาถมาก)
เนื่องจากผมไม่ใช่คนเชี่ยวชาญเรื่องความงามนัก เท่าที่ผมรีวิวได้คงเป็นเรื่องของคีย์บอร์ด คีย์บอร์ดที่ให้มาไม่ใช่แบบ chiclet ตามโน้ตบุ๊กบางๆ ทั่วไป แต่เป็นคีย์บอร์ดสปริงปรกติที่สัมผัสค่อนข้างดีมาก มันมาพร้อมกับความสามารถในการเรืองแสง ซึ่งดูจะเป็นเรื่องปรกติของโน้ตบุ๊กที่พยายามทำให้สวยไปแล้ว
ข้อเสียอย่างหนึ่งในการใช้งานที่หลายคนที่ผมลองยกเครื่องนี้ให้ใช้คือ บริเวณที่วางมือก่อน spacebar นั้น ตัวถังไม่ได้ลาดลงตามแบบโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้เวลาสัมผัสแล้วจะแปลกๆ ว่ามือวางถูกตำแหน่งหรือไม่ ตรงนี้เข้าใจว่าเป็นข้อจำกัดของตัวถังเองที่บีบให้บางกว่านี้ไม่ได้แล้ว
คีย์บอร์ด
สำหรับเรื่องพอร์ตนั้น ดูเหมือนจะเป็นความสามารถที่ทั้ง Adamo และ ThinkPad X300 พยายามโชว์กันเสมอๆ คือมันมีพอร์ต 3 x USB, 1 x eSATA (แชร์กับ USB), 1 x 3.5mm และ 1 x mini-DVI พอร์ตไม่ได้มากมายเช่นโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่กับผู้ใช้ทั่วไปแล้วพอร์ตจำนวนเท่านี้ก็น่าจะพอให้ไม่ต้องพก USB hub
พอร์ต
อีกเรื่องที่ผมไม่ชอบใจเท่าใหร่นัก คือขนาดของอแดปเตอร์ที่ไม่เล็กอย่างที่หวัง แต่ถ้าเรื่อง "บาง" นี่หลายๆ คนคงชอบกัน
สำหรับเรื่องจอนั้น สำหรับผมแล้วจอกระจกก็ยังคงเป็นจอกระจกครับ มันมีข้อดีที่ contrast ratio นั้นจะสูงกว่าจอด้านอย่างชัดเจน ทำให้สีขับออกมาได้เข้มกว่ามาก แต่แสงสะท้อนก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันไป อันนี้ถ้าจะซื้อใช้งานแนะนำว่าให้หาโอกาสลองใช้เครื่องจริงสักครั้งว่ายอมรับได้ไหม
ตัวเครื่องนั้นเป็น screwless เปิดด้วยไขควงไม่ได้ครับ แต่ผมตาซนไปเห็นสลักแบบในรูปข้างล่างอยู่สามรู เข้าใจว่าถ้าปลดล็อกออกทั้งหมดก็จะเปิดเครื่องมาซ่อมบำรุงได้ ถ้าเครื่องไม่แพงผมคงซนงัดไปแล้ว แต่เครื่องนี้ขอผ่าน ไม่มีเงินไปใช้เค้า
รูปสุดท้ายนี่ขอนึดนึง เอาตราอินเทลกับวินโดวส์ออกผมว่าจะดู geek น้อยลงอีกหน่อยนะ
บทสรุป
ผมไล่เป็นข้อๆ นะครับ เริ่มจากข้อดี
- สาวมองครับ ถ้าซื้อให้สาวผมว่า 9/10 อยากได้แบบไร้คำอธิบาย
- คีย์บอร์ดดีกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปแบบพอรู้สึกได้ว่ามันแพง และเรืองแสง!
- 1.8 กิโลเบาพอถึงเครื่องเปล่าๆ อวดไปไหนมาไหน
- ผมลองใช้งานได้ประมาณ 3.5 ชั่วโมง อันนี้คงแล้วแต่คนกันไป
- พอร์ตเยอะ พอใช้งานโดยไม่ต้องมี hub
ข้อเสีย
- แบตเปลี่ยนไม่ได้ ถอดซ่อมไม่ได้ เพิ่มแรมไม่ได้
- จอกระจก ไม่มีให้เลือกแบบอื่น
- แพงพอควร Adamo Admire นั้น 95,000 บาท ส่วน Adamo Desire นั้น 120,000 บาท!!! (ยังไม่รวม VAT 7%) ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะไม่มีการทำตลาดอย่างเป็นทางการในเมืองไทย ราคาเลยแพงขนาดนี้ เพราะในต่างประเทศนั้นราคาแค่ 1,499-1,799 ดอลลาร์เท่านั้น คูณยังไงก็คงไม่ได้ราคานี้
- จะไปพรีเซนต์งานต้องอย่าลืมพกสายแปลงจอภาพไปด้วย
บทสรุปสำหรับโน้ตบุ๊กตัวนี้คงเหมาะกับคนที่สนใจในเรื่องความประทับใจแรกเห็นมากๆ และต้องการใช้งานพีซีเป็นหลัก และอาจจะเพิ่มความแตกต่างจากคนอื่นเข้าไปด้วย เพราะเท่าที่ผมรู้ตอนนี้ ถือ Adamo เดินเข้าร้านกาแฟยังไงซะคงไม่เจอคนซ้ำรุ่นกับคุณแน่ๆ
สุดท้ายแถมภาพจากเดลล์ที่ผมไม่มีทางถ่ายได้สวยเท่า
,





Comments
สวยครับ แอบเห็นที่ twittbkk3
Visit me at @tongkatsu http://www.tongkatsu.com
แพงขนาดนี้ต้องขอผ่าน อย่างว่า design เรียกมูลค่าได้เสมอ
ชอบตั้งแต่มันเพิ่งเปิดตัว แล้วก็ได้แค่ชอบเพราะราคาช่างสูง...
ชอบมากกกกกกกกกกกก
แต่ก็ได้แค่ชอบ เหมือนท่าน ploysics
A:เธอๆ ตานั่นแบกโน้ตบุคอะไรน่ะ B:จะโน้ตบุคอะไรก็ช่าง หน้าตาเนิร์ดจริง ไม่ไหวจะเคลียร์ A:ชั้นหมายถึงโน้ตบุคย่ะ สนใจที่ชั้นพูดหน่อย B:หืม อ๋อ โน้ตบุคขาวๆนั่นน่ะเหรอ A:ใช่สิยะ B:หน้าตาแบบนี้นะยะ ต้องแมคแน่ๆ เนิร์ดๆแบบนี้ต้องใช้แมคล้างภาพลักษณ์แน่ๆเธอ A:จริงๆเหรอ ชั้นว่ามันไม่ค่อยเหมือนแมคที่บ้านฉันนะ B:รุ่นใหม่ไง A:อืม รุ่นโปรแน่เลย
แล้วก็โดนเข้าใจว่าเป็น Mac ไปโดยปริยาย
แน่ ๆ
http://tomazzu.exteen.com
http://tomazzu.exteen.com
C: แต่มันไม่มีตราแอปเปิ้ลอ่ะเธอ A: มันถึงได้เป็นรุ่นใหม่ไง
เข้ามาฮาครับ
เข้าท่ากับบ้าบอ
ไม่ใช่ user ไม่รู้หรอกว่าสินค้าแอปเปิลต้องมีตราแอปเปิล
+100 ฮามาก
จะว่าไปก็นึกถึงมือถือโมโตฯ คล้ายๆนะ....
เอาเป็นว่า ซื้อมาเพื่อเป็นเครื่องประดับสำหรับเข้าร้านกาเฟนั่นเอง...... -_-"
แน่นอน ไม่ได้ที่นั่งริมกระจกนี่ ไม่กินเลยแหละ หาร้านอื่น ที่มีที่นั่งริมกระจก ติดทางเดิน
ใช้ OS หรือ mac เพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด
อืมมมม สวยๆ.....อ่ะ!บางด้วย เบาด้วย.....อืมมม อยากได้แหะ
เลื่อนลงมาเห็นราคา แทบจะเป็นลม
มาย ทวิตต์เตอร์
มาย ทวิตต์เตอร์
มันสวย!
แต่ถามผมว่าอยากได้มั้ย?
ผมตอบว่า ไม่ แหะ
เคยเล่นของเพื่อนที่ได้มาเทส เหมือนกัน เค้าบอกว่า ตอนเปิดตัวในงาน commart ครั้งที่แล้วมียอดจองตั้ง 10 เครื่องแนะ ไม่รู้ว่าโม้เป่า
แต่ที่แน่ๆ มันก็ดูสวยนะครับ แต่ให้ซื้อ คงไม่เอา ^ ^'''
พอมีตัวตนกันอยู่บ้าง!!! 555+
มันมีไว้โชว์ ในร้านกาแฟ / สนามบิน
knot less นี่ควรเป็น screw-less มั้ยครับ
เท่าที่จำได้ พวกอุปกรณ์ในการขันยึดในภาษาอังกฤษมี screw, nut, lug, และ bolt ครับ
knot น่าจะแปลว่า "ปม" ส่วน "น็อต" ที่ต้องการสื่อ สงสัยจะมาจาก "nut"
Oakyman.com
Oakyman.com
แก้แล้วนะครับ
LewCPE
LewCPE's Google+
เอือมไม่ถึงครับ เหอๆ
ที่ชาร์จนั่นมัน...
ยาดีขมปากแต่โรคหาย คำซื่อไม่เพราะแต่มีคุณ
เล็งไว้ก่อนจะซื้อตัวใหม่ แต่ราคาออกมาก็ได้แค่มอง
kurtumm
ตอนถ่ายรูปน่าจะมีรูปที่เห็นภาพกว้าง ๆ หลาย ๆ มุมด้วย (มากกว่าที่เจาะไปแต่ละจุดอย่างเดียว):)
ผมถ่ายรูปก่อนแล้วมานั่งเขียน ก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่มีรูปกว้างๆ เลย - -"
LewCPE
LewCPE's Google+
ถึงจะบางแค่ไหน แต่เกิน 1.2 โลก็แบกไม่ไหวแล้ว
Oakyman.com
Oakyman.com
ผมว่ายังไม่ค่อยงามเท่าต้นฉบับนะครับ ยากที่จะหาใครเทียม Air
เอ้อ แปลกดี ผมมองว่าสวยกว่านะ
นานาจิตตังครับ แต่ยังไงผมก็ว่า ADAMO สวยกว่า เพราะ Air พับลงมาแล้วเหมือนแผ่นอลูมิเนียมมองไม่เหมือน N/B
ผมใช้ Air ยังว่าตัวนี้สวยกว่าเลยน๊า
ผมว่า Adamo สวยกว่านะ
[ JIRAYU.INFO ]
[ JIRAYU.IN.TH ]
wall charger กว้างมาก ถ้าเสียบด้วยตัวนั้น คาดว่าต้องไปกินที่ช่องอื่นแน่ *
*
มี mini-DVI ด้วย?!?! นึกว่านอกจากแอปเปิล จะไม่มีใครใช่พอร์ตนี้แล้วเสียอีก -*-
บู๊ลิ้ม
เอ แปลก ในรูปถ่ายมันเป็น DisplayPort แฮะ ไม่ใช่ mini DVI _________________________pawinpawin | clinicalepi.com
pawinpawin | clinicalepi.com
ราคาเฉียดแสน โดนไวรัสแล้วมีหนาวแน่ ....อิอิ
จับลง OSX86 ซะเลย
เขาว่ามันไม่มีไวรัส...
[ JIRAYU.INFO ]
[ JIRAYU.IN.TH ]
แล้วข่าวนี้ล่ะ? lol
ใส่ซองได้ไหม _________________________pawinpawin | clinicalepi.com
pawinpawin | clinicalepi.com
น่าจะได้นะครับ บางกว่า x300 อีกนี่นา
Acting Reporter & My Elder Brother Blog
Blog
ตกลงมันเป็นฟีเจอร์หลักไปแล้วรึ?
ทำซองจดหมาย T400 มั่งดีกว่า
LewCPE
LewCPE's Google+
+1 อันนี้ฮาจริง 5 5 5 +
สวยดี แต่ไม่ค่อยชอบรูๆหลังเครื่อง 55
สวยมาก และแพงมาก
--- Khajochi Blog : It's not a Bug ... It's a Feature
แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์
ลองมาแล้ว ซื้อมาจากสิงคโปร์ (ของเจ้านาย) สวยมาก แล้วก็แพงมากด้วย
เห็นตอนแรกก็อยากได้เหมือนกันครับ แต่พอรู้ราคา... -_____-
ขอบายดีกว่า 555+
เหมือนสังกะสี เจาะรู
ความบางทำให้สวยได้ขึ้นเยอะ แต่ควรปรับปรุงดีไซค์ใหม่ ถ้าไม่มีรูพรุนจะดีกว่านี้
ปรับปรุงพอทเสียบด้านหลังด่วนเลย แล้วฝาพับควรที่จะเสมอกันกับเครื่องตรงพอทด้านหลังเลยด้วย ถ้าทำได้อย่างแบบที่ว่าจะดีมากเลย
เพราะคุณคิดถูกแล้วที่ทำให้ตัวเครื่องมันเสมอกันทั้งตัว เพราะว่าโน็ตบุ๊ตยี่ห้ออื่นหายากมากจริงๆ มีแต่แมคเท่านั้นที่ทำมานานแล้ว และมันก็สวยซะด้วย
ทำฝาหลังให้พอดีน่ะทำได้ แต่ถ้าทำแล้วมันหนากว่าเท่านั้นเอง...
อ่อออ ขอชมอีกนิด ดีใจกับสิ่งที่คุณทำนะ dell ถึงคุณได้แรงบรรดาลใจมาจาก macbook air แต่คุณก็คิดที่จะแตกต่าง ไม่ได้ก๊อบมาทั้งดุ่นเหมือน envy ซึ่งมันหน้าต้านมากจริงๆ ถึงแม้ว่า adapter ของคุณจะถอดหัวได้เหมือน apple ก็ตาม ดีไซค์ถึงจะจีนแดงนิดๆ ก็ถือว่าเอาจุดดีมาไม่ว่ากัน ถือว่ามันทำให้สะดวกต่อผู้บริโภคอันนี้ไม่ว่ากัน
ขอชื่อชม
รูๆด้านหลังผมว่ามันก็สวยดีนะ
แต่ถ้าใช้นอกสถานที่แล้วฝุ่นเข้าไปตันล่ะก็...
ราคานี้ขอไปใช้ Mac book pro ดีกว่าครับ อิอิ
เรื่องงานออกแบบคงแล้วแต่ความชอบแต่ละคน
สำหรับผมผมคิดว่าออกแบบได้มีแนวทางที่เฉพาะตัวมาก และไม่ได้คิดว่าเขาจะเลียนแบบงานของ Mac นะ (โดนส่วนตัวชอบ Mac เพราะนอกจากสวยแล้ว เวลาใช้มันเหมือนมีราศีเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เคยซื้อหรอก)
ถ้ามีการทำตลาดจริงจังในประเทศ และทำให้ราคาเหลือแค่ 5 - 7 หมื่น น่าจะทำกำไรได้สบาย ๆ
http://fullexp.com