HPC Portal
อินเทลและจ็อบส์โดนฟ้อง 5 พันล้าน!
Submitted by javaboom on 7 January, 2009 - 16:04. tags:ข่าวสดๆร้อนๆ และ(น่า)จะร้อนไปถึงอินเทลและลุงสตีฟ จ็อบส์ด้วย เรื่องก็มีอยู่ว่า นายแมทธิว โรเบิร์ต ยัง ได้ยื่นฟ้องศาลสหรัฐฯ โดยนายยังอ้างว่า นายจ็อบส์ได้ขโมยผลงานของนายยังไปให้บริษัทอินเทลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตน ซึ่งนายยังอ้างว่า ผลงานชิ้นนั้นก็คือต้นแบบของ Intel Core-2 Duo และเทคโนโลยี virtualization ที่อินเทลกำลังขายในท้องตลาด และนายยังได้เรียกร้องค่าเสียหายจากอินเทลและจ็อบส์เป็นเงินถึง 5 พันล้านเหรียญ
รายละเอียดของการฟ้องร้องด้วยจำนวนเงินมหาศาลครั้งนี้แสดงไว้ในไฟล์ PDF ที่ลิงค์ในแหล่งข่าว ซึ่งมีรายละเอียดยาวพอสมควร แต่สรุปคร่าวๆ ได้ว่า นายยังเคยได้แสดงผลงานของเขาต่อนายจ็อบส์ที่บริษัทแอปเปิลในปี 2003 ซึ่งนายยังเรียกผลงานของเขาว่า คอมพิวเตอร์ที่ทนต่อแฮกเกอร์และไวรัสโดยใช้โปรเซสเซอร์แบบมัลติเฟส ซึ่งมีชื่อเรียกสั้นๆว่า LANCELOT อย่างไรก็ตาม นายจ็อบส์ไม่เคยตอบตกลงยอมรับเอางานของเขาไปผลิตแต่อย่างใด จนกระทั่งในปี 2006 บริษัทอินเทลได้ประกาศทุ่มงบ 218 ล้านเหรียญให้กับเทคโนโลยี virtualization ร่วมกับ VMware และในข่าวมีรูปภาพที่ท่านรองประธานอาวุโสของอินเทล นาย Pat Gelsinger กำลังถือเมนบอร์ดตัวหนึ่งด้วยมือข้างซ้าย ซึ่งนายยังอ้างว่า เมนบอร์ดตัวนั้นสร้างจากทรัพย์สินทางปัญญาที่เขาคิดค้นขึ้นมาในนามว่า LANCELOT นั่นเอง
ผมได้เรียบเรียงข้อกล่าวหาที่นายยังได้ยื่นต่อศาล ด้วยลำดับเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้
ห้าเทคโนโลยีแห่งปี 2009 ที่ SME ควรจับตามอง
Submitted by javaboom on 6 January, 2009 - 14:38. tags:ในปีที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่งต้องเจอวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปได้สูงมากที่ในปีนี้ ผู้บริหารบริษัทต้องควบคุมงบประมาณสำหรับไอทีให้รอบคอบยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะสาหัสเพียงใดก็ตาม บริษัทน้อยใหญ่ก็ยังต้องพึ่งพาไอที ดังนั้น ทาง eWEEK จึงได้แนะนำ 5 เทคโนโลยีที่บริิษัทขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME ควรจับตามอง อันได้แก่
- Cloud Computing
- Virtualization
- Notebook/Netbook
- Open Source Software
- Social Network
Freescale ส่ง i.MX ร่วมวงตลาด Netbook
Submitted by lew on 6 January, 2009 - 01:05. tags:ปีหน้าประมาณการกันว่าตลาด Netbook จะอยู่ที่ 30 ถึง 40 ล้านชุด และจนถึงตอนนี้อินเทลยังเป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่ แน่นอนว่าค่าย ARM นั้นไม่อยู่นิ่ง ล่าสุด Freescale (เคยเป็นแผนกหนึ่งของโมโตโรล่า) เตรียมออกชิปเซ็ตใหม่สำหรับ Netbook ราคาถูกกว่า 200 ดอลลาร์หรือประมาณ 7000 บาท
ข้อดีของสถาปัตยกรรม ARM นั้นคือการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า x86 อยู่หลายขุม ทาง Freescale เองก็ออกมาระบุว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่นี้จะทำงานต่อเนื่องได้ถึงแปดชั่วโมง
ARM Cortex A8 นั้นสามารถเลือกรุ่นตามความเร็วได้ตั้งแต่ 600 เมกกะเฮิร์ตไปจนถึง 1.1 กิกะเฮิร์ต และกินไฟตั้งแต่ 300 มิลลิวัตต์ขึ้นไปตามความเร็ว
ที่มา - Reuters
ไมโครซอฟท์รักษ์โลกสีเขียว
Submitted by javaboom on 2 January, 2009 - 16:57. tags:กูเกิลได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันดับต้นในวงการไอที [ข่าวเก่า] หรือเรียกกันว่าเป็นผู้นำด้าน “กรีนไอที” ข่าวล่าสุดจากคู่กัดของกูเกิลอย่างไมโครซอฟท์ ได้ออกมาเปิดเผยให้ชาวโลกทราบว่า ไมโครซอฟท์ก็ไม่ยิ่งหย่อนในเรื่องกรีนไอทีเช่นกัน
ไมโครซอฟท์ออกวารสาร The Architecture Journal ฉบับที่ 18 ภายใต้หัวข้อชื่อ Green Computing ซึ่งเน้นไปที่การออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น การออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงและประหยัดไฟ, การใช้เทคโนโลยี virtualization เพื่อกรีนไอที และการออกแบบแอพพลิชันที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น ในบทสุดท้ายได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการ SQL Server โดยใช้วิธีการรวมระบบ (server consolidation) ของเทคโนโลยี virtualization อันทำให้ประหยัดต้นทุนในการรันระบบ (รวมค่าไฟด้วย) ได้กว่า 11 ล้านเหรียญต่อปี
จากการที่ผมอ่านวารสารฉบับนี้ในบางบท พบว่าเนื้อหามีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบระบบสารสนเทศที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดวารสารเล่มนี้ได้ฟรีที่ MSDN
ที่มา - InfoWorld
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประหยัดไฟตระกูล Blue Gene/P
Submitted by javaboom on 22 December, 2008 - 16:19. tags:ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ IBM Blue Gene/P ที่ศูนย์วิจัยอาร์กอนน์ติดอันดับ 5 ใน TOP500 ครั้งล่าสุด นอกเหนือพลังประมวลผลที่มากถึง 450.30 เทราฟลอปแล้ว ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระบบนี้ยังช่วยประหยัดค่าไฟต่อปีได้มากกว่าหนึ่งล้านเหรียญ (เมื่อเทียบกับระบบที่มีสมรรถนะการประมวลผลเท่าๆกัน) สำหรับเคล็ดลับของความสำเร็จนี้ เกิดจากการออกแบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และสร้างระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ
MySQL 5.1 ออกแล้ว
Submitted by msmart on 19 December, 2008 - 14:16. tags:ข่าวเก่าไปนิดนึงแต่เห็นยังไม่มีใครเขียน ซันได้ออก MySQL 5.1 แล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นับเป็นเวอร์ชันหลักตัวแรกที่ออกหลังจากที่ซันได้เข้าซื้อ MySQL ด้วยราคา 1 พันล้านดอลลาร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยในเวอร์ชันนี้จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ความเร็ว การจัดการที่ง่ายขึ้น และรองรับการใช้งานระดับใหญ่มากๆ ได้
นอกจากนี้ซันยังเปิดเผยถึง MySQL 6.0 ที่คาดว่าจะออกกลางปีหน้าว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะระบบจัดการข้อมูลแบบใหม่ที่เรียกว่า Falcon แต่ถึงแม้อนาคตของ MySQL จะดูสดใสแต่นักวิเคราะห์หลายรายให้ความเห็นกับธุรกิจโดยรวมของซันที่กำลังย่ำแย่ว่าคงไม่ได้ประโยชน์อะไรจาก MySQL มากนัก
ล่าสุดหุ้นของซันถูกลดระดับความน่าสนใจในการลงทุนลงมาจาก 3 ดาวเหลือแค่ 2 ดาว อีกทั้งราคาหุ้นก็ร่วงลงอย่างน่าใจหาย ถ้านับตั้งแต่ต้นปีที่ 17.42 จุดมาเหลือแค่ประมาณ 4.13 จุดในปัจจุบัน
- msmart's blog
- Login or register to post comments
จับตาดูคลื่นลูกใหม่ในนามว่า Blue Waters จากไอบีเอ็ม
Submitted by javaboom on 11 December, 2008 - 20:05. tags:เราได้รู้จัก Roadrunner กับ Jaguar ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สองระบบที่มีพลังประมวลผลระดับเพตาฟลอป (PetaFLOPS) ไปแล้ว [ข่าวเก่า] สำหรับข่าวนี้ ผมขอนำเสนอโครงการใหญ่ของไอบีเอ็ม ที่กำลังพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์อีกระบบในนามว่า Blue Waters โดยในขณะที่ Roadrunner แชมป์ปัจจุบันมีพลังประมวลผลอยู่ที่ 1.1 เพตาฟลอป ทางไอบีเอ็มตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้ Blue Waters ประมวลผลได้เร็วกว่า Roadrunner อีกหลายเท่า
ขอเล่าข่าวเก่าของปี พ.ศ. 2549 ไอบีเอ็มเคยเซ็นสัญญากับ DARPA หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอป * โดยไอบีเอ็มประกาศว่าจะใช้โปรเซสเซอร์ POWER7 สำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระบบนี้ ซึ่ง POWER7 เป็นโปรเซสเซอร์แบบ 8 คอร์ พร้อมด้วยความเร็วสัญญาณนาฬิกา 4 กิกะเฮิร์ต หลังจากนั้น ไอบีเอ็มเปิดเผยชื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระบบนี้ โดยให้ชื่อว่า Blue Waters และทางทีมงาน The Register เคยคำนวณแล้วว่า Blue Waters จะประมวลผลได้เร็วถึง 10 เพตาฟลอป **
ไมโครซอฟท์กับศูนย์ข้อมูลยุคที่สี่
Submitted by javaboom on 9 December, 2008 - 01:00. tags:ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาต้นแบบของศูนย์ข้อมูลยุคที่สี่ ที่เรียกสั้นๆว่า Gen 4 หรือชื่อเต็มคือ Generation 4 Modular Data Centers โดยไมโครซอฟท์วางแผนไว้ว่าจะใช้ต้นแบบดังกล่าวในการสร้างศูนย์ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นอีกหลายแห่งใน 5 ปีข้างหน้านี้ เพื่อรองรับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ และบริการแบบกลุ่มเมฆ* อาทิเช่น Hotmail, Live Search, Virtual Earth และ Azure เป็นต้น มากไปกว่านั้น ไมโครซอฟท์กล่าวว่าจะเปิดเผยข้อมูลของต้นแบบนี้ต่อสาธารณะ และบริษัทอื่นๆสามารถนำต้นแบบดังกล่าวไปพัฒนาศูนย์ข้อมูลยุคที่สี่ของตนเองได้อีกด้วย
ผลวิจัยพบว่าซีพียูมากกว่า 16 คอร์กลับทำให้ระบบช้าลง!
Submitted by mk on 8 December, 2008 - 14:39. tags:งานวิจัยจาก Sandia National Laboratories พบว่าการเพิ่มจำนวนคอร์ของซีพียูอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันกับแบนด์วิธของหน่วยความจำ กลับทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบช้าลง
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่รู้จักกันมาในวงการซีพียูมานานแล้ว มันคือ “memory wall” ซึ่งหลักการง่ายๆ มีอยู่ว่า แบนด์วิธรวมในการประมวลผลของซีพียู (นับทุกคอร์ หรือทุกเธร็ด) จะต้องมีขนาดได้ดุลกับแบนด์วิธการส่งข้อมูลจากหน่วยความจำด้วย ระบบจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาคือแบนด์วิธการคำนวณของซีพียูนั้นเติบโตตามกฎของมัวร์ แต่แบนด์วิธของหน่วยความจำนั้นกลับโตขึ้นปีละประมาณ 10% เท่านั้น ซึ่งในท้ายที่สุดจะทำให้ถึงจุดที่เกิดคอขวดที่หน่วยความจำ
ในโลกยุคมัลติคอร์แบบปัจจุบัน ที่จำนวนคอร์ของซีพียูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การวิจัยของ Sandia National Laboratories พบว่าจุดสมดุลที่ดีที่สุดในขณะนี้อยู่ที่ 8 คอร์เท่านั้น ถ้าเพิ่มจำนวนคอร์เป็น 16 คอร์ (โดยใช้สถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบในปัจจุบัน) ประสิทธิภาพรวมจะลดลงเหลือเท่ากับระบบที่ใช้ 2 คอร์ แต่ถ้าเพิ่มคอร์มากขึ้นไปอีกเป็น 32 หรือ 64 คอร์ ประสิทธิภาพรวมจะลดลงไปอีกมาก (ดูกราฟง่ายกว่า อยู่ด้านใน)
ทางแก้ก็ต้องปรับปรุงวิธีการเชื่อมต่อหน่วยความจำให้ดีกว่านี้ ซึ่งทาง Sandia เสนอให้วางทับไปบนซีพียูเลย เพื่อลดปัญหา interconnect
ที่มา - IEEE Spectrum ผ่าน Ars Technica
20% ของปริมาณทราฟฟิกวิ่งผ่านบริการของ Akamai
Submitted by javaboom on 3 December, 2008 - 21:57. tags:บริษัท Akamai เปิดเผยว่า ตั้งแต่ Akamai ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน นับรวมเวลาได้สิบปี 20% ของปริมาณทราฟฟิกหรือการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตต่างพึ่งพาบริการของบริษัท Akamai
บริษัท Akamai เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประเภท CDN อันทำให้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ทางฝั่งลูกค้าของ Akamai สามารถขนส่งไปถึงกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าด้วยความเร็วสูง ความสำเร็จในการให้บริการของ Akamai มาจากการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ถึง 40,000 เครื่อง ที่กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆถึง 70 ประเทศ โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้มีหน้าที่สำเนาข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของฝั่งลูกค้าด้วยวิธี mirror ทำให้ข้อมูลลูกค้าถูกกระจายไปติดตั้งตามที่ต่างๆและใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ข้อมูลขนส่งถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วไปด้วยนั่นเอง จากแหล่งข่าวอ้างว่า บริการของ Akamai ช่วยเพิ่มความเร็วในการขนส่งเว็บเพจไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 400%




