ชีค อับดุล ลาติฟ อับดุล อาซิส อัลชีค หัวหน้าตำรวจศาสนาของประเทศซาอุดีอาระเบียได้ออกมาบอกว่าใครก็ตาม ที่ใช้เว็บโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทวิตเตอร์ ได้หลุดออกไปจากโลกนี้แล้ว และจะสูญเสียชีวิตหลังความตาย (afterlife) ไปอีกด้วย ในขณะที่ซาอุฯ ตอนนี้เป็นประเทศที่มียอดการเติบโตจำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
ประกาศเตือนจากตำรวจศาสนาครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้อิหม่ามแห่ง Grand Mosque ในกรุงเมกกะได้ออกมาบอกว่าทวิตเตอร์ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชน
แหล่งข่าวบอกว่าชนชั้นปกครองของประเทศซาอุฯ มีความกังวลว่าประชาชนจะนำทวิตเตอร์ไปใช้ในการเสวนาปัญหาของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเมือง โดยรัฐบาลของประเทศได้ใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการแท็ก username ของผู้ใช้ทวิตเตอร์เข้ากับหมายเลขประชาชน
ที่มา - BBC
จากรายงานเก่าเกี่ยวกับ Facebook อยู่ในช่วงขาลงสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่มีอายุน้อย ข้อมูลล่าสุดของ Pew Research พบว่าวัยรุ่นไม่ชอบ Facebook เพราะว่า "เบื่อดราม่า" ที่ตามมาจากการใช้งาน Facebook วัยรุ่นเหล่านี้เห็น Facebook เป็นส่วนต่อขยายของการใช้ชีวิตประจำวันกับกลุ่มเพื่อนที่ต้องเจอหน้าทุกวันอยู่แล้ว ที่จะต้องคอยกด Like, คอยตรวจสอบว่ามีรูปอะไรที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นหรือเปล่า, หรือคอยบริหารความสัมพันธ์กับเพื่อนในรูปแบบต่าง ๆ แทนที่จะได้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งวัยรุ่นสามารถทำได้มากกว่าบน Twitter
Wall Street Journal ได้ออกมารายงานว่ากรรมการบริหาร Yahoo! อนุมัติงบในการเข้าซื้อ Tumblr แล้วที่ราคา 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท แม้ว่าพนักงานภายใน Tumblr หลาย ๆ คนอาจจะไม่เห็นด้วย เนื่องจากราคาที่ Yahoo! เสนอมานี้ต่ำกว่าที่พวกเขาคาดเดาไว้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวของ TechCrunch อ้างว่าความคล่องตัวทางการเงินของ Tumblr ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีมาก อาจทำให้ทีมผู้บริหารตัดสินใจตกลงขายให้กับ Yahoo! ในอีกไม่กี่วันนี้
ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ Tumblr หลายคนได้ออกมาแสดงความเห็น และขู่ว่าจะเลิกใช้ Tumblr หากขายกิจการให้กับ Yahoo! อีกทั้งยอดการเติบโตของผู้ใช้ Tumblr เริ่มไม่สูง (และอาจจะลดลงด้วยซ้ำ) แต่เหตุการณ์ลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ได้เกิดกับ Instagram มาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อ Facebook เข้าซื้อกิจการ โดยหลังจากนั้นแล้วจำนวนผู้ใช้งานก็มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ที่มา - TechCrunch
Bang with Friends แอพเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากคอนเซปที่แตกต่าง ได้ถูกถอดออกจาก App Store แล้ว ในขณะที่นักพัฒนาบอกว่ากำลังประสานงานกับแอปเปิลเพื่อให้แอพสามารถกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
แอพ Bang with Friends เป็นแอพเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่ผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อกับ Facebook หลังจากนั้น ผู้ใช้สามารถเลือกเพื่อน Facebook ที่อยากมีอะไรด้วยได้ หากผู้ที่ถูกเลือกมีแอพนี้และสนใจมีอะไรกับผู้ใช้คนนั้นเช่นกัน ก็จะได้รับข้อความว่านี่ไม่ใช่รักข้างเดียว (หลังจากนั้นจะทำอะไรต่อก็เรื่องของทั้งสองฝ่าย)
ที่มา - Mashable
จากผลการประเมินกำไรของฮาร์ดแวร์ Android ทั้งหมดในไตรมาสแรกของปีนี้ (ตามเวลาปฏิทินปรกติ) โดย Strategy Analytics พบว่าซัมซุง มีส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 94.7% เป็นมูลค่า 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบริษัทที่มีส่วนแบ่งกำไรอันดับสองอยู่ที่ LG มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 2.5% เป็นมูลค่า 119 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในส่วนของ HTC, Sony, ZTE และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ทำกำไรได้น้อยมาก เลยถูกรวมอยู่ในกลุ่ม "ผู้ผลิตอื่น ๆ" ที่มีส่วนแบ่งรวมกันทั้งหมดต่ำกว่า 2.7%
หากใครต้องการข้อมูลเปรียบเทียบ แอปเปิลทำกำไรได้ 7.1 พันล้านดอลลาร์ นับเป็น 57% ของกำไรอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั้งหมด ส่วนซัมซุงอยู่ที่ 40.8%
ที่มา - TechCrunch, Engadget
ข่าวใหม่อ้างว่า iPhone 5S จะมีปุ่ม Home ที่รองรับการสัมผัสแบบ capacitive แล้ว โดยปุ่ม Home ใหม่นี้จะสามารถอ่านลายนิ้วมือผู้ใช้ได้ และถูกเคลือบด้วยพลอยสีน้ำเงิน (sapphire) วัสดุเดียวกับที่กับกล้องด้านหลังของตัวเครื่อง เพื่อความทนทานต่อแรงขีดข่วน
การเปลี่ยนปุ่มโฮมมาเป็นปุ่มสัมผัสแบบ capacitive นี้หมายความว่าชิ้นส่วนที่เคยเป็นปุ่ม Home เดิมที่สามารถกดลงไปได้ จะถูกถอดออกไป โดยชิ้นส่วนนี้ถือเป็นชิ้นส่วนที่ถือว่าเป็นจุดอ่อนของตัวเครื่อง เพราะปุ่ม physical แบบเดิมมีจำนวนการใช้งานจำกัดครั้ง อีกทั้งยังจะเสียบ่อยอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ Ming-Chui Kuo นักวิจัยตลาดที่เชี่ยวชาญเรื่องแอปเปิลเป็นพิเศษได้ออกมารายงานว่า แอปเปิลจะใช้วิธีซ่อนเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือไว้ด้านหลังปุ่ม Home แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดมากไปกว่านั้น ในขณะเดียวกันแหล่งที่มาของข่าวนี้ (TechNews) ไม่เคยรายงานข่าวเกี่ยวกับแอปเปิลมาก่อน จึงไม่สามารถประเมินความแม่นยำของข้อมูลนี้ได้
ที่มา - MacRumors, Cult of Mac
สำนักข่าว Yonhap จากประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า ซัมซุงกำลังทดสอบการใช้งานเครือข่ายมือถือ 5G อยู่ และตอนนี้บริษัทสามารถทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถดึงข้อมูลได้ที่ความเร็ว 1Gbps แล้ว โดยตัวเครื่องลูกข่าย จะต้องมีเสาอากาศ (antenna element) มากถึง 64 เสาด้วยกัน ถึงจะทำความเร็วนี้ได้
ซัมซุงบอกว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะพร้อมที่จะนำมาใช้ทำตลาดได้จริง ภายในปี 2020 ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่คณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรป (European Commission) ตั้งเป้าไว้พอดี
ที่มา - Engadget
เว็บ AppleInsider รายงานว่าแอปเปิลได้จัดการประชุมที่ Town Hall ภายในบริษัท แล้วได้มีการพูดถึงบริการ AppleCare หรือรับประกันสินค้าปัจจุบันว่าต่อไปนี้ แอปเปิลจะเริ่มเปลี่ยนวิธีการให้บริการลูกค้า ด้วยการซ่อมสินค้า iOS ที่มีปัญหา แทนการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้กับลูกค้าโดยสิ้นเชิงแล้ว และคาดว่าแอปเปิลจะสามารถประหยัดเงินได้เกือบสามหมื่นล้านบาทจากการเปลี่ยนนโยบายใหม่ครั้งนี้
โดยทุกวันนี้ ร้าน Apple Store สามารถซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่มีปัญหาภายในไอโฟนได้แล้ว เช่น ลำโพง, ปุ่ม Home, มอเตอร์สำหรับการสั่น และแบตเตอรี่ ภายในเดือนมิถุนายนนี้ แอปเปิลจะสามารถเปลี่ยนจอภาพ และภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเปลี่ยนปุ่ม Sleep/wake และลอจิกบอร์ดของเครื่องได้
ทางเว็บบอกว่า ข้อดีของการซ่อมเฉพาะจุดที่เสีย ทำให้ลูกค้าไอโฟนที่หมดประกันไม่ต้องเสียค่าบริการในการ swap out หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ แต่จ่ายเฉพาะค่าซ่อมจุดที่มีปัญหาแทน
นอกจากนี้ แอปเปิลอาจจะเปลี่ยนวิธีการจำหน่ายประกัน AppleCare เพิ่มเติม จากเดิมที่จะมีการขายประกันที่ติดเฉพาะอุปกรณ์ มาเป็นการสมัครสมาชิกแบบจ่ายรายเดือนแทน
ที่มา - MacRumors
กระแสข่าวที่อ้างว่า iOS 7 จะมีการเปลี่ยนดีไซน์ user interface ครั้งใหญ่โดย Jonathan Ive ทำให้ iOS 7 มี user interface ที่เรียบและแบนกว่าเดิมมาก ทำให้ดีไซน์เนอร์หลายคนได้ทำวีดีโอ mock-up หรือวีดีโอคอนเซ็ปออกมามากมาย
หนึ่งวีดีโอที่น่าสนใจ เป็นวีดีโอคอนเซ็ป iOS 7 จาก Simplyzesty.com ที่แสดงให้เห็นว่าไอโฟนที่มี user interface แบบ "เรียบและแบน" จะเป็นอย่างไร (กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาชม) โดยในวีดีโอได้โชว์หน้าตาแอพ Calendar, Lock Screen ใหม่และแอพ Music ใหม่
วีดีโอเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่วีดีโอจริงจากแอปเปิล แต่ก็ช่วยให้เราพอจินตนาการได้ว่าถ้าแอปเปิลเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์แบบนี้จริง มันจะออกมาเป็นอย่างไร
ที่มา - 9to5Mac
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับช่อง INN News กรณีที่เว็บหน่วยงานของรัฐบาลโดยแฮกอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง ท่านอธิบายว่าโลกของเราใบนี้ มีระบบปฏิบัติการอยู่เพียงสามชนิดเท่านั้น คือ Windows จากบริษัทไมโครซอฟท์ ISO จาก Macintosh และระบบปฏิบัติการประเภทโอเพ่นซอร์สอย่าง Android และการแฮกของแฮกเกอร์ ก็คือการเจาะระบบปฏิบัติการ 3 ตัวนี้
งานนี้คงไม่ต้องอธิบายต่อว่ามันผิดพลาดอย่างไร แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลือเหมือนที่เกิดกับท่านนายกรัฐมนตรีไทยบ่อย ๆ เพราะว่ามีคลิปวีดีโอยืนยันจริง (ชมวีดีโอได้หลังข่าวครับ)
ในวันอังคารหน้านี้ Sharp จะเผยแผนธุรกิจระยะสามปีต่อไปนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เชื่อว่า Sharp จะปลดพนักงาน 5,000 คน โดยหวังว่าบริษัทจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับพนักงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงถูกปลดออก น่าจะเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามจำนวนพนักงานภายในประเทศก็น่าจะลดลงด้วยเช่นกัน
Sharp ต้องการลดความเชื่องช้าของบริษัทลง ด้วยการหันมาทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองถนัด น่ันก็คือการผลิตจอภาพความละเอียดสูงมาก (4K) และโทรทัศน์ที่มีขนาดหน้าจอ 70 นิ้วขึ้นไปสำหรับตลาดในสหรัฐฯ อีกส่วนของธุรกิจที่น่าจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเป็นธุรกิจผลิตจอภาพให้กับอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย
Camera+ เจ้าของแอพถ่ายภาพที่ใช้ชื่อเดียวกัน ได้โพสต์รูปเปรียบเทียบคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก (ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า iPhone classic) มาจนถึงรุ่นล่าสุด iPhone 5
จากในภาพ จะสังเกตได้ว่าคุณภาพกล้องดีขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด ก็คือช่วงจาก iPhone 3G มา iPhone 3GS ซึ่งตอนนั้นแอปเปิลเริ่มเอากล้องถ่ายรูปบนมือถือมาเป็นจุดขายอย่างจริงจัง และได้ใส่คุณสมบัติในการโฟกัสรูปเข้ามา และทั้งหมดนี้อาจจะต้องชมการแข่งขันในตลาด
กดอ่านต่อเพื่อเข้ามาดูภาพครับ
รายงานล่าสุดจาก iSuppli บอกว่าต้นทุนชิ้นส่วน Galaxy S4 ของซัมซุงอยู่ที่เครื่องละ 237 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,970 บาทต่อเครื่อง โดยข้อมูลนี้มาจากการวิเคราะห์ชิ้นส่วนทีละชิ้น และไม่รวมต้นทุนเรื่องการวิจัยและพัฒนา
ราคาต้นทุนนี้ เป็นราคาของเครื่อง Galaxy S4 รุ่นที่ 32GB ที่วางขายในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่รุ่นที่วางขายนอกสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงกว่าเล็กน้อยที่เครื่องละ 245 ดอลลาร์เพราะชิปที่ซัมซุงทำเองมีต้นทุนสูงกว่าชิปจาก Qualcomm
เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ ต้นทุน iPhone 5 รุ่น 32GB อยู่ที่ 209 ดอลลาร์สหรัฐ (อ่านข่าวเก่า) แม้ว่าตัวเครื่องจะไม่ได้ทำจากพลาสติกก็ตาม
ที่มา - AllThingsD, Business Insider
ระบบอินเทอร์เน็ตและระบบโทรศัพท์ของประเทศซีเรีย ถูกตัดขาดจากเครือข่ายนอกประเทศแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา โดยผู้ให้บริการเครือข่ายภายในประเทศบอกว่าปัญหาเกิดจากระบบเคเบิลมีปัญหา โดยผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรอบโลกก็เริ่มออกมายืนยันว่าประเทศซีเรียหลุดจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปแล้วจริง
ขณะเดียวกัน ตัวแทนจากกูเกิลบอกว่าพวกเขาเคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วสองครั้ง คืออียิปต์ช่วง Arab Spring กับซีเรียเมื่อปลายปีที่แล้ว
ส่วนเรื่องเคเบิลที่เชื่อมต่อซีเรียกับโลกภายนอกมีปัญหาจริงหรือไม่ ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ แต่เป็นไปได้สูงว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาจากระบบเคเบิล เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านซีเรียไม่พบปัญหาแต่อย่างใด และเคเบิลที่เชื่อมต่อซีเรียเข้ากับเครือข่ายนอกประเทศก็มีมากกว่าหนึ่งเส้น
ที่มา - Aljazeera
Chrome extension ตัวใหม่ Downloadify ทำให้ผู้ใช้งาน Spotify ทั้งแบบจ่ายเงินและไม่จ่ายเงินที่ฟังเพลงผ่านทาง web app สามารถที่จะดาวน์โหลดเพลงใดก็ได้เก็บไว้ในเครื่อง (เป็นไฟล์ MP3 ไร้ DRM) โดยทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ Spotify ไม่ได้ใช้ encryption ใด ๆ ในการให้บริการเพลงผ่านทาง web app ของตัวเอง
Spotify เป็นบริการสตรีมเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง ที่เปิดให้ผู้ใช้เข้าฟังเพลงกว่า 20 ล้านเพลง ผู้ใช้บริการแบบจ่ายเงินรายเดือน สามารถที่จะดาวน์โหลดเพลงมาเก็บไว้ในแอพ Spotify ของตัวเองได้ตราบใดที่ลูกค้ายังคงสมัครใช้บริการอยู่ โดยค่าใช้บริการจะถูกแบ่งให้กับค่ายดนตรีและศิลปินต่อไป
ล่าสุดกูเกิลได้ถอด Downloadify ออกจาก Chrome Web Store แล้ว แต่ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดมันผ่านทาง GitHub ได้อยู่ ในขณะที่ Spotify บอกว่ากำลังหาวิธีแก้ปัญหานี้อยู่
ที่มา - The Verge
Adobe ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ Creative Suite ทั้งหมดแล้ว และจะหันมาพัฒนาชุดซอฟต์แวร์ใหม่ Creative Cloud แทน โดยในตอนนี้ผู้ใช้ Creative Suite 6 ยังจะได้รับอัพเดตต่อไปเรื่อย ๆ แต่จะไม่มี Creative Suite 7 อีกต่อไปแล้ว
Adobe Creative Cloud จะประกอบไปด้วย Photoshop CC, InDesign CC, Illustrator CC, Dreamweaver CC และ Premiere Pro CC โดยแต่ละแอพนั้นจะได้รับการอัพเดตครั้งใหญ่ที่เพิ่มคุณสมบัติใหม่มากมาย
ค่าใช้บริการ Creative Cloud จะอยู่ที่ 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือถ้าจะใช้เพียงแอพเดียวจะอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เจ้าของ Creative Suite เก่าตั้งแต่เวอร์ชัน 3 สามารถใช้บริการ Creative Cloud ได้ในราคา 29.99 ดอลลาร์ต่อเดือนเฉพาะในปีแรก ส่วนราคาชุดเต็มสำหรับนักเรียนจะอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
Creative Cloud ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อ Creative Suite มาใช้งานระยะสั้นอย่างมาก (ข่าวเก่า: ราคาเปิดตัว Creative Suite 6 ในไทย) แต่อาจจะไม่คุ้มสำหรับคนที่ต้องการใช้งานระยะยาว
ที่มา - MacRumors
ก่อนหน้านี้กูเกิล ได้ใช้สิทธิบัตรเทคโนโลยี 3G ของโมโตโรล่าในการฟ้องแบนสินค้าของแอปเปิลจากสหภาพยุโรป ล่าสุดคณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรป (European Commission) ได้ตัดสินแล้วว่าการที่กูเกิลเอาสิทธิบัตร 3G ของโมโตโรล่า ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมไปแล้วมาใช้ฟ้องแบนสินค้าของแอปเปิลเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ภายใต้กฎหมายป้องกันการผูกขาด
ตัวแทนจากสหภาพยุโรปบอกว่า สิทธิบัตรเหล่านี้ถือว่าเป็นสิทธิบัตรที่กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเจ้าของสิทธิบัตรจะต้องขายไลเซ่นส์ให้กับผู้ผลิตรายอื่นด้วยข้อตกลงที่ยุติธรรมและมีเหตุผล สำหรับกรณีนี้แอปเปิลไม่สามารถตกลงหา "ราคาที่เหมาะสม" กับโมโตโรล่าและกูเกิลได้ ทำให้ไม่ได้ตกลงเรื่องการซื้อขายไลเซ่นส์แต่อย่างใด แต่คณะกรรมการ EU เห็นแล้วว่าแอปเปิลได้แสดงความพยายามที่จะซื้อไลเซ่นส์มาใช้จริง
ที่มา - New York Times
comScore ได้เผยตัวเลขส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนของสหรัฐอเมริกาในไตรมาสแรกของปีนี้ พบว่ามีเพียงแค่แอปเปิลและซัมซุงเท่านั้นที่มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม โดยแอปเปิลยังเป็นอันดับหนึ่ง มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้า 36.3% มาอยู่ที่ 39.0% ส่วนซัมซุงเพิ่มจาก 21.0% มาอยู่ที่ 21.7% โดยสำหรับแอปเปิลแล้วนี่ถือว่าเป็นส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนที่สูงที่สุดในประวัติของบริษัท
ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ อย่าง HTC, Motorola และ LG ต่างก็มีส่วนแบ่งตลาดที่ลดลง โดยเฉพาะ HTC ที่เสียส่วนแบ่งไปมากที่สุดที่ 1.2% จากเดิม 10.2% เหลือ 9.0%
แต่หากเปลี่ยนมาเปรียบเทียบที่ระบบปฏิบัติการ จะพบว่า Android ทั้งหมดยังนำหน้า iOS มีส่วนแบ่งที่ 52% ซึ่งตกลงมาจากเดิมที่มีส่วนแบ่งที่ 53.4% ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาด iOS สูงขึ้น 2.7% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตามวิธีการเก็บข้อมูลของ comScore ต่างกับรายอื่นตรงที่พวกเขาดูยอดจำนวนผู้ใช้งาน แทนการดูยอดจำหน่าย
ที่มา - MacRumors
ข่าวนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับ iOS 7 สองข่าวรวมกันนะครับ เรื่องแรกคือเรื่องของหน้าตา iOS 7 ซึ่งทางเว็บ AllThingsD มีข่าวจากแหล่งภายในแอปเปิลว่า iOS 7 จะมีการเปลี่ยนหน้าตาครั้งใหญ่จริง และก็ได้มีการยืมตัวทีมงาน OS X มาเช่นเดียวกับสมัยปี 2007 ที่มีการดึงตัวทีมงาน Leopard มาช่วยฝั่งไอโฟน
ส่วนสิ่งที่ทีมงานกำลังเร่งทำอย่างหนัก คือการเอา UI แนว skeuomorphic ซึ่งมีความคล้ายกับสิ่งที่มีใช้ในชีวิตจริงออกทั้งหมด โดยขั้นตอนนี้เรียกกันเล่น ๆ ได้ว่าเป็นการ deForstallization หรือการเอาผลงานของ Scott Forstall ออกนั่นเอง
ข่าวที่สองคือเรื่องความล่าช้าของ iOS 7 ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานไปก่อนหน้านี้ ทาง AllThingsD เองและนักข่าวผู้เชี่ยวชาญข่าวแอปเปิล Jim Dalrymple บอกว่า iOS 7 ไม่น่าจะล่าช้า และน่าจะเปิดตัวทันช่วงเดือนกันยายนนี้อย่างแน่นอน
เพียงแค่สี่เดือนหลังจากที่ประกาศไปว่ามีผู้ใช้มากถึง 100 ล้านคน ตอนนี้ LINE ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขามีผู้ใช้เพิ่มอีก 50 ล้านคน รวมเป็น 150 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เว็บ Engadget บอกว่ายอดนี้ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับแอพที่มีอายุไม่ถึงสองปี ส่วนการเติบโตอันรวดเร็วอาจจะมาจากสติกเกอร์น่ารัก ๆ (ที่เราชาวเอเชียรู้จักกันดีอยู่แล้ว)
การเติบโตของ LINE ในตอนนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเอเชีย ประเทศที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดคือไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศไทย โดยอีกสิ่งช่วยทำให้แอพนี้เติบโตอย่างรวดเร็วอาจจะเป็นเพราะแอพเกมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ที่มา - Engadget จากต้นฉบับ LINE Press



