เมื่อปลายปีที่แล้วมีข่าว Facebook เตรียมฟ้อง Lamebook.com ข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า มาถึงตอนนี้ Lamebook.com ก็ยังคงเปิดตามปกติ
ล่าสุด Royal Pingdom ไปพบว่าทาง Facebook กำลังไล่จดโดเมนเนมที่มีความหมายโจมตีบริการและผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้เสียหาย เอาไว้เอง อาทิเช่น
- IHateTheFacebookLikeButton.com
- LikeButtonSucks.com
- LikeSucks.com
- FacebookCreditsSuck.org
- FBCreditsSuck.org
- IHateFacebookCredits.com
(ทั้งหมดนี้นอกจาก .com แล้ว ยังรวมไปถึงโดเมนในสกุลอื่นๆ อย่าง .org, .net, .biz อีกด้วย)
ที่มา - Royal Pingdom
เมื่อปลายปีที่แล้วสถิติการอัพโหลดวิดิโอเข้า YouTube ใน 1 นาทีมีความยาวที่ 35 ชั่วโมง ล่าสุด ณ ตอนนี้ทาง YouTube ได้ประกาศสถิติใหม่ขึ้นมา เพิ่มเป็น ทุกๆ 1 นาทีจะมีผู้ใช้งานอัพโหลดวิดีโอความยาวรวมที่ 48 ชั่วโมง พร้อมมีสถิติผู้ชมกว่า 3 พันล้านครั้งต่อวัน ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วถึง 50%
ยังมี Infographic มาให้ชมกันด้วย (หลังเบรคครับ)
ที่มา - YouTube Blog
ดูเหมือนกูเกิลกำลังขยายตลาดในเอชียมากขึ้น และใกล้ตัวของเรามาเรื่อยๆ ล่าสุดได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของเรา หรือในกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียนั่นเอง
โดยการเปิดสำนักงานในกัวลาลัมเปอร์ นับเป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งที่สอง ซึ่งแห่งแรกอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2007
การที่กูเกิลมาเปิดสำนักงานใหญ่ที่มาเลเซียครั้งนี้ เพื่อเป็นการบุกตลาดการค้นหา และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับท้องถิ่นของแต่ละประเทศในแถบนี้ ตอนท้ายโฆษกของกูเกิลยังกล่าวว่า ในปีนี้จะมีการจ้างพนักงานใหม่ในทวีปเอเชียไม่ต่ำกว่า 500 อัตราอีกด้วย
ที่มา - TheNextWeb
fflick เกิดจากอดีตพนักงาน 4 คนของ Digg ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2010 ซึ่งเป็นเว็บที่แนะนำ/รีวิวภาพยนตร์ โดยคะแนนการรีวิวนั้นมาจากความคิดเห็นของกลุ่มคนที่ใช้ทวิตเตอร์ด้วยกัน ล่าสุดตอนนี้ fflick โดนกูเกิลเข้าซื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่าประมาณ 10 ล้านดอลลาร์
จากข้อสังเกตครั้งแรกเมื่อผมได้อ่านข่าวนี้ และบังเอิญนี้ไปตรงกับวามคิดเห็นของผู้อ่านหลายคนใน TechCrunch ที่คิดว่าทำไมมูลค่าของ fflick จึงสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ทั้งๆ ที่เว็บเพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงปี, มีผู้ใช้ต่อวันไม่ถึงสองหมื่นคน ก็อาจเป็นไปได้ว่ากูเกิลต้องการตัวพนักงานมากกว่าหรือเปล่า ?
ที่มา - TechCrunch
ไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีข่าวกูเกิลนำลิงก์ Reader ไปซ่อน เปลี่ยนมาเป็น Picasa จนหลายคนมีการวิเคราะห์ว่าเป็นยุคเสื่อมถอนของ RSS หรือเปล่า ?
มาวันนี้ผมเข้าเช็ค Gmail ตามปกติ แล้วก็พบกับลิงก์ของ Reader กลับมาอีกครั้ง หลังจากโดนซ่อนไว้ในเมนูย่อย มา 3 วัน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เป็นการเพิ่มจำนวนลิงก์เข้ามาใหม่ ไม่ได้มีการถอดลิงก์อื่นไปซ่อนแต่อย่างใด ดูภาพหลังเบรคครับ
เพิ่มเติม: ทาง @googlereader ได้ออกมาแถลง ผ่านทางทวิตเตอร์แล้วครับว่าเป็นเพียง "อุบัติเหตุ" เท่านั้น
Nick Pack นักพัฒนาในทีม iDroid (กลุ่มทีมที่พอร์ต Android ไปลงเครื่อง iPhone) ได้บอกว่าขณะนี้เขาสามารถแฮกเอาเครื่อง iPhone 3G มารัน Android 2.3 Gingerbread ได้สำเร็จแล้ว พร้อมกับโชว์รูปภาพ (ดูได้หลังเบรค) และคลิปวิดีโอขณะตอนบูตเครื่อง
และยังบอกอีกว่า Android สำหรับเครื่อง iPhone 4 และ iPad ก็กำลังจะตามมาอีกเช่นกัน
ที่มา - DownloadSquad
เพิ่งเสนอข่าว Google CR-48 ถูกแฮกเอามาลง Windows 7 และ Mac OS X ได้ มาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ล่าสุดมีแฮกเกอร์รายหนึ่งได้ประกาศลงในทวิตเตอร์ของตนเอง พร้อมภาพประกอบว่าสามารถแฮกเครื่อง Google CR-48 เพื่อเอามารัน Android 2.3 Gingerbread ได้แล้ว ดูภาพได้หลังเบรคครับ
ที่มา : DownloadSquad
ข่าวนี้น่าจะเป็นผลจากการที่สหภาพยุโรปทำข้อตกลงกับไมโครซอฟท์ เรื่องการป้องการผูกขาดระบบปฏิบัติการวินโดวส์กับเว็บเบราว์เซอร์ (Internet Explorer) เพราะสถิติจาก StatCounter บอกว่าในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเฉพาะในทวีปยุโรปนั้นมีผู้ใช้ Firefox มากกว่า Internet Explorer แล้ว คิดเป็น 38.11% และ 37.52% ตามลำดับ โดยมี Google Chrome ตามมาเป็นอันดับสามอยู่ที่ 14.58% ดูกราฟทั้งหมดได้ที่นี่
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า Firefox อยู่นิ่งๆ มากกว่าครับ แต่ผู้ใช้ IE ลดลงเนื่องจากหนีไปหา Google Chrome
ที่มา - StatCounter
ใครที่เข้า Wikipedia ในช่วงกลางเดือนพฤษจิกายนของปีที่แล้ว คงเจอป้ายประกาศของนาย Jimmy Wales ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ Wikimedia ถึงการขอรับเงินบริจาคโดยตั้งเป้ายอดบริจาคไว้ที่ 16 ล้านดอลลาร์
ล่าสุดวันนี้ (2 มกราคม 2011) ทาง Wikipedia ได้ออกมาขอบคุณและแจ้งว่ามียอดบริจาคเข้ามาได้ครบตามที่กำหนดไว้แล้ว โดยในการบริจาครอบนี้มีผู้บริจาคมากถึง 5 แสนคน มากกว่ารอบที่แล้ว (ที่ตั้งเป้าไว้ 7.5 ล้านดอลลาร์) เกือบเท่าตัว
ที่มา - ReadWriteWeb
Google CR-48 เป็นชื่อเครื่องแล็ปท็อปสายพันธุ์ Chrome OS ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มาวันนี้มีแฮกเกอร์คนนึงได้อัพโหลดวิดิโอไว้บน Youtube ที่แสดงว่าเขาสามารถแฮกเครื่อง CR-48 ให้รัน Windows 7 และ Mac OS X Snow Leopard ได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าสามารถเอามารัน Ubuntu ได้เช่นกัน
ลิงก์สำหรับวิดีโอบน Youtube (ดูภาพประกอบได้หลังเบรคครับ)
ที่มา - DownloadSquad
NITDroid เว็บชุมชนสำหรับนักพัฒนา Android แห่งหนึ่ง เผยว่าตอนนี้สามารถพอร์ต Android 2.3 (Gingerbread) ลงในเครื่อง Nokia N900 ได้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยแฮก N900 เอามาลง Android เวอร์ชั่นเก่าๆ ได้เช่นกัน (ดูภาพได้หลังเบรคครับ)
ใครสนใจก็ลองไปดูเพิ่มเติมได้ที่ NITDroid ครับ
ที่มา - TheNextWeb
TorrentFreak ได้เปิดเผยสถิติ 10 อันดับภาพยนตร์ที่ถูกดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายผ่านทาง BitTorrent มากที่สุดประจำปี 2010 โดยในปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง Avatar ครองแชมป์มียอดดาวน์โหลดสูงสุดถึง 16,580,000 ครั้ง ส่วนเรื่อง The Hurt Locker ที่ได้รับรางวัลออสการ์ อยู่ในอันดับ 9 มียอดดาวน์โหลด 6,850,000 ครั้ง
About.me เป็นบริการสำหรับสร้างหน้าแสดงข้อมูลส่วนตัว คล้ายๆ นามบัตรบนโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้จะได้ URL ของตนเองเป็น About.me/Username ซึ่งได้มีการเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการมาแล้วเมื่อช่วงต้นปี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว About.me อย่างเป็นทางการ และ 4 วันให้หลังก็โดน AOL เข้าซื้อกิจการไปเรียบร้อย ด้วยมูลค่าประมาณ 25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่า AOL จะนำ About.me ไปรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตนเช่น AIM, AOL Mail เป็นต้น
ที่น่าสนใจอีกก็คือทีมงานเดิมของ About.me ใช้เงินลงทุนในการสร้างเพียง 425,000 ดอลลาร์เท่านั้น
ที่มา - Mashable
หลังจากข่าว Gizmodo และเว็บไซต์เครือ Gawker โดนเจาะ และรหัสผ่านของผู้ใช้ทั้งหมดกว่า 188,279 บัญชียังถูกเผยแพร่ออกบนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย
ต่อมาทาง Wall Street Journal ได้รวบรวมสถิติจำนวนรหัสผ่านที่ยอดนิยมที่สุดของบัญชีผู้ใช้ (รหัสที่มักใช้ซ้ำกัน) ออกมา 50 แบบด้วยกันโดยรหัสผ่านที่เป็นยอดนิยมที่สุดได้แก่
- 123456 จำนวน 3,000 บัญชี
- password จำนวน 2,000 บัญชี
- 12345678 จำนวน 1,000 บัญชี
- lifehack จำนวน 1,000 บัญชี
- qwerty จำนวน 500 บัญชี
- abc123 จำนวน 500 บัญชี
ยังมีสถิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก ดูได้ในลิงค์ของที่มาครับ
ที่มา - Wall Street Journal ผ่าน Socialtimes
ข่าวก่อนที่ Groupon ปิดฉากเจรจากับ Google ด้วยการปฏิเสธเงินถึง 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่แพงที่สุดในบรรดาบริษัทต่างๆ ที่ถูก Google ไปเข้าซื้อ
Andrew Mason ซีอีโอของ Groupon ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเดินตามรอยของ Mark Zuckerberg ที่ไม่ยอมขาย Facebook ให้ Microsoft (ตอนนั้น Microsoft ยื่นข้อเสนอมา 3 พันล้านดอลลาร์) โดยเขาคิดว่ามูลค่าของ Groupon จะทะยานไปถึงหลักหมื่นล้านดอลลาร์ได้ด้วยตัวเองเหมือน Facebook
ที่มา - SocialTimes


