นับเวลาเกือบ 3 ปีหลังจากที่ได้ออกรุ่น SUSE Linux Enterprise 11 มา วันนี้ทาง SUSE ประกาศออกรุ่น Service Pack 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสมบัติใหม่ๆ เช่น ปรับปรุงมาใช้ Linux kernel 3.0, สนับสนุน Btrfs filesystem และอื่นๆ
สามารถอ่านฟีเจอร์ทั้งหมดที่ Release Notes for SUSE Linux Enterprise Server 11 Service Pack 2 และ Release Notes for SUSE Linux Enterprise Desktop 11 Service Pack 2 หรือดาวน์โหลด SUSE Linux Enterprise 11 Service Pack 2 (ฟรีทดลองใช้ 60 วัน)
หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตารอ openSUSE 12.1 มาถึง 8 เดือน วันนี้พร้อมดาวน์โหลดรุ่น openSUSE 12.1 แล้ว โดยมีคุณสมบัติใหม่ๆ มากมาย แต่คุณสมบัติเด่นชัดประจำรุ่นนี้เลยนั้นก็คือ คุณสมบัติ Snapshot & Rollback ซึ่งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการแก้ไขไฟล์ และย้อนกลับ มาดูว่ารายละเอียดการปรับปรุงอื่นๆ ว่ามีอะไรบ้างกันครับ
มีอะไรใหม่ใน openSUSE 12.1
Base System
- Linux kernel 3.1
- สนันสนุน Btrfs filesystem (แต่ default filesystem ยังคงเป็น Ext4)
- ใช้ systemd ทำหน้าที่จัดการระบบบนลีนุกซ์ แทน InitV system
GNOME Desktop
- GNOME 3.2
- GLib 2.30
- GTK+ 3.2
- Clutter 1.8
- ปรับปรุง GNOME Shell และ GNOME 3.2 (รายละเอียดเพิ่มเติม GNOME 3.2)
- มีการจัดการและตั้งค่าหน้าจอดีขึ้น
- มีการจัดการเอกสาร และแสดงตัวอย่างใน Nautiluse file manager ที่เร็วขึ้น
- มีการจัดการสีสำหรับอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสที่ดีขึ้น
KDE Desktop
- KDE 4.7
- Qt 4.7
- ปรับปรุง Oxygen GTK theme และไอคอนใหม่ พร้อมทั้งรองรับทำงานบนพื้นที่พลาสม่า (Plasma Workspaces) ได้ภาพที่ดียิ่งขึ้น
- ใช้เป็น default desktop ตอนติดตั้ง
- ใช้เครื่องมือในการจัดการสีใหม่ชื่อ KolorManager และ Oyranos
เพิ่มเติมเกี่ยวกับ KDE และโปรแกรมประยุกต์ใน openSUSE 12.1
Xfce และ LXDE Desktop
- Xfec เวอร์ชั่น 4.8
- LXDE เวอร์ชั่น 0.5
- สำหรับเดสก์ทอปทั้ง 2 นี้ ไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากรุ่นก่อนหน้านี้มีการปรับปรุงบ้างส่วนแล้ว
Web browsers, Virtualizaiton and Cloud
- สนับสนุน Horde 4 Groupware framework และปรับปรุงเทคโนโลยี cloud และ virtualization
- เว็บเบราเซอร์ใช้ Mozilla Firefox 7 และ Chromium 16
- เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ WebYaST เครื่องมือบริหารจัดการจากระยะไกลผ่าน web interface พร้อมรองรับโมดูลใหม่ๆ
- สนับสนุนเทคโนโลยี cloud โดยสามารถสร้างโซลูชันกลุ่มเฆมบน SUSE Studio และพร้อมที่จะส่งขึ้นไปรันบน Amazon EC2 cloud ได้เลย
- รองรับเทคโนโลยี virtualization ได้แก่ Xen 4.1, KVM และ VirtualBox และเครื่องมือบริหารจัดการ virtual machine ด้วย virt-manager และ open-vm-toos
- สนับสนุน cloud repository อย่างเช่น Eucalyptus, OpenNebula และ OpenStack
- สนับสนุน OwnCloud พร้อมใช้งาน (จับเอาโซลูชั่นของ Google Docs, Dropbox หรือ Ubuntu One มาร่วมกัน)
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือบริหารจัดการกลุ่มเฆม
Technology improvements
- Snapper rolls back changes เป็นดิสโทรแรกที่มีฟงก์ชัน snapshot บน filesystem btrfs พร้อมสนับสนุนการใช้งานครั้งแบบ command line และ GUI โหมด (แนะนำ Btrfs snapshot)
- systemd boots your system ใช้ systemd ทำหน้าที่จัดการระบบบนลีนุกซ์ แทน InitV system ซึ่งทำให้กระบวนการบูตเร็วขึ้น ร่วมถึงเรื่องความปลอดภัย และระบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- รองรับการคอมไพล์ด้วยภาษา Go ภาษาใหม่จาก Goolge (Go programming language) ซึ่งคอมไพล์ได้เร็ว และซึ่งรองรับมัลติคอร์
- มาพร้อมกับเครื่องมือคอมไพล์ LLVM3 และ clang
- GCC เวอร์ชั่น 4.6.2
- SAX3 ปรับโครงสร้าง Xorg ใหม่ จากไฟล์ xorg.conf ไปเป็นไดเรกทอรี xorg.conf.d
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงเทคโนโลยี
YaST
- สนับสนุน Snapper
- เปลียนแปลง YaST รูปแบบใหม่ (CSS based themes)
- สนับสนุน WebYaST เครื่องมือในการจัดการระบบจากระยะไกลผ่าน web-based
Applications
Web browsers
- Firefox 7
- Chromium 17
- Opera 11.52
- Rekonq 0.8
Office
- Libreoffice 3.4.3
- Scribus 1.4
- Calligra 2.4 beta 3
Communication and groupware
- KDE PIM
- Evolution 3.2.1
- Thunderbird 7.0.1
Photo managers
- DigiKam 2.2
- Inkscape 4.8.2
- Blender
- Shotwell 0.11.5
- F-spot 0.8.2-14
- GIMP 2.6.11
- Krita
- Karbon 2.4 Beta3
Video editors และ 3D modelling
- Kdenlive 0.8.2 Kdenlive
- OpenShot 1.4
- Audacity 1.3.13
- PiTiVi 0.15
- Blender 2.59
Security and administration tools
- AppArmor 2.7 rc1
- Shorewall 4.4.24
- Performance Co-Pilot (PCP) 3.5.8
- WebYaST
Virtualizaiton and Cloud
- ownCloud 2
- Xen 4.1
- KVM
- VirtualBox 4.1
Network tools and web applications
- Samba
- Horde 4.0.8
Development tools
- IDEs and toolchain
- KDevelop
- Kate
ดาวน์โหลด openSUSE 12.1
ที่มา - opensuse.org
สำหรับใครที่ใช้งาน LibreOffice อยู่ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเราต้องการติดตั้ง template หรือ extension เรายังคงต้องลิงก์ไปบ้านของคนอื่นอยู่ (openoffice.org) วันนี้ทาง Document Foundation ประกาศมีพื้นที่สำหรับเก็บ template และ extension ออนไลน์แล้วที่ http://extensions.libreoffice.org และ http://templates.libreoffice.org (ขับเคลื่อนด้วย Plone)
เว็บไซต์ใหม่นี้เป็นหนึ่งในความพยายามของชุมชนในโครงการ LibreOffice นำโดย Andreas Mantke ซึ่งอยู่ในทีมอาสาสมัครของชุมชนระหว่างประเทศ
extension และ template ที่นักพัฒนาอัพโหลดขึ้นไปยัง repository ต้องอยู่ภายใต้ใบอนุญาต free software license นักพัฒนาสามารถอัพโหลด template และ extension ได้ที่ Submit your Extension & Template
ที่มา - Document Foundation Blog, H-online
เป็นอะไรที่ดีมากๆ ที่ซอฟต์แวร์เปิดอย่าง OpenStack จะได้รับเลือกจาก Attachmate เพื่อนำมาทำเป็นโซลูชั่นบน Enterprise Linux distribution อย่าง SUSE โดยการพัฒนาจะอยู่ภายใต้แพลตฟอร์ม OpenStack เวอร์ชันล่าสุด (2011.3) ชื่อรหัส "Diablo" ซึ่งรันบน SUSE Linux Enterprise Server 11 SP1
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ SUSE press release รวมถึงวิดีโอสาธิตสำหรับรุ่นอัลฟา และโซลูชั่นต่างๆ เช่น SUSE Snapshot & Rollback (ดูวิดีโอสาธิต Part 1, 2) โดยโซลูชั่นเน้นให้ลูกค้าและพันธมิตรสามารถที่จะปรับใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว
การนำไปใช้งานง่ายมากเนื่องจากข้ามขั้นตอนการติดตั้งไปได้เลย เพราะมี image ให้ดาวน์โหลดฟรีที่ SUSE Gallery หรือจะว่า clone แล้ว build ใหม่ก็ได้เช่นกันครับ
Zend ได้ประกาศเปิดให้บริการสร้างแอพพลิเคชันฟรีทาง PHPcloud.com โดยการสร้างโปรแกรมประยุกต์ (PHP web applications) จะขึ้นอยู่กับบริการ Amazon Web Services และเทคโนโลยีของ Zend เนื่องจาก PHPCloud.com ทำงานบน Amazon CloudFormation เมื่อพัฒนาแอพพลิเคชันเสร็จสามารถที่จะ deploy ไปยังแพลตฟอร์มบนกลุ่มเมฆ สำหรับใช้งานได้เลย เช่น Amazon, IBM, SmartCloud, Rackspace ร่วมถึง RedHat (ไม่แน่ใจว่าใช่ OpenShift หรือเปล่า)
นักพัฒนาต้องใช้โปรแกรม Zend Studio IDE หรือ Eclipse PDT (PHP developer tools) ในการพัฒนานะครับ สมัครใช้งานได้ที่ PHPcloud.com
ที่มา - H-online
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานแฮกเกอร์ลักลอบเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท มิตซูบิซิ (ด้านอุตสาหกรรม) ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เบื้องต้น นายยาสุโอะ อิจิกาวา รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นแถลงต่อสื่อมวลชนว่า มีมัลแวร์แพร่กระจายในคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 45 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกับส่วนกลางอีก 38 เครื่อง หลังถูกเจาะระบบเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่แฮกเกอร์ไม่สามารถโจรกรรมข้อมูลที่สำคัญออกไปได้
ที่มา - Cyberwarnews, ASTV ผู้จัดการออนไลน์
ทีมงานโครงการ openSUSE ประกาศออกรุ่นแรกสำหรับ openSUSE 12.1 แล้ว ซึ่งวางแผนการพัฒนาออกเป็นหกขั้น (Milestone 1-6) ซึ่งรุ่นสุดท้ายของ openSUSE 12.1 มีกำหนดออกในวันที่ 11 พฤศจิกายน
openSUSE 12.1 จะพัฒนาบนลินุกซ์เคอร์เนล รุ่น 2.6.39 และปรับปรุงคุณสมบัติไปยัง GNOME รุ่น 3.0 และ KDE รุ่น 4.6.3 และส่วนอื่นๆ จะมีแก้ไขข้อผิดผลาด, ปรับปรุงแพ็คเกจต่างๆ รวมถึงการอัพเกรดเวอร์ชัน GCC, glibc, Perl, Python และ RPM package manager
ดาวน์โหลด openSUSE 12.1 Milestone 1
ที่มา - The-H, openSUSE News
Jos Poortvliet ผู้จัดการชุมชน openSUSE ประกาศเปลื่ยนชื่อบริการ openSUSE Build Service เป็น Open Build Service หรือตัวย่อว่า OBS ซึ่งแนวความคิดในการเปลื่ยนชื่อมาจากสมาชิกในชุมชน
Open Build Service เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างซอฟต์แวร์สำหรับลินุกซ์ และช่วยในการสนับสนุนกระจายข้ามแพลตฟอร์ม ปัจจุบันโครงการ Open Build Service มีผู้ใช้เกือบ 30,000 คน และมีการสร้างซอฟต์แวร์แพคเกจร่วม 140,000 แพคเกจ ซึ่งตอนนี่สนับสนุน 6 สถาปัตยกรรม และ SUSE ผู้สนับสนุนหลักของโครงการได้ประกาศว่าจากรุ่น 2.3 เป็นต้นไป จะมีการสนับสนุน OBS ในระดับองค์กรเชิงพาณิชย์ให้กับลูกค้าและคู่ค้าผู้ผลิตซอฟต์แวร์อิสระ
การใช้งาน (สำหรับผู้ใช้) สามารถค้นหาซอฟต์แวร์แพคเกจใหม่ล่าสุดได้ที่ http://software.opensuse.org/
ที่มา - The H, openSUSE News
ก็น่าจะเป็นไปตามสูตรครับ เกือบจะทุกดิสโทรสำหรับวันแรกที่ปล่อยให้ดาวน์โหลด ต้องขึ้นหน้านี้ "503 ... Currently down for maintenance" แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามาว่าสาเหตุที่แท้จริงเกินจากอะไรครับ (เริ่ม Down ช่วงประมาณ ตี่ 1)
สามารถดาวน์โหลดจากลิงค์ mirror ด้านล่างก่อนได้ครับ (ข่าวเก่า openSUSE 11.4 ออกแล้ว)
มีอะไรใหม่บน openSUSE 11.4 มาดูกันครับ (บางส่วนเท่านั้น)
Base System
- ระบบจัดการแพคเกจสามารถทำงานได้เร็วขึ้น โดยใช้โปรแกรม Zsync (โหลดเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง)
- Freetype (Font engine) สนับสนุนการแสดงผล Sub-pixel (พิกเซลย่อย)
- ลีนุกซ์เคอร์เนลเวอร์ชั่น 2.6.37 และเพิ่มฟรีไดรเวอร์ Broadcom WLAN สำหรับชิปรุ่น 4313, 43224, และ 43225
- ปรับปรุง Updater applets ให้มีการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการปรับปรุ่งแพ็กเกจ (กำหนดเป็น default แล้ว) เวอร์ชั่นก่อนหน้าจะแจ้งแค่แพทช์ (patch updates available)
LibreOffice คือ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่มีการนำเอาซอร์สโค้ดของ OpenOffice เดิมมาพัฒนาต่อยอด
ตอนนี้โนเวลล์ประกาศว่ามี LibreOffice รุ่นที่ใช้งานในระดับองค์กรแล้ว (Enterprise-class) และมีประเภทของการสนับสนุนแล้ว ซึ่งการสนับสนุนจะประกอบได้ด้วย 6 โปรแกรม (Word processing, Spreadsheet, Presentation, Database, Mathematical และ Drawing) ราคาเริ่มต้นของการสนับสนุนจะอยู่ที่ $120 ต่อ ปี / เครื่อง
ถ้าพูดถึงก่อนหน้านี้โนเวลล์จะมีผลิตภัณฑ์ OpenOffice Novell Edition เป็นตัว commercial ซึ่งสนับสนุนทั้ง Windows และ Linux โครงการพี่น้องก็คือ Go-oo ครับ ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น?
ที่มา - h-online
การประกวดนวัตกรรมในครั้งนี้ได้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น Jos Poortvliet (Community Manager), Jim Zemlin (Linux Foundation's) เป็นผู้ตัดสิน
รางวัลชนะในกลุ่มผู้ใช้พาณิยชย์ (Commercial Use) คือ นวัตกรรม Illumination Software Creation Station ซึ่งจะได้รับรางวัลเป็นมูลค่า $10,000 ส่วนในกลุ่มผู้ใช้ชุมชน (Community Use) นวัตกรรมที่ได้รับรางวัล คือ นวัตกรรม Hypergrid to Go
- Dister หรือตัวนำโชดสำหรับ SUSE Studio Contest ในการจัดประกวดครั้งนี้ทาง Novell จะใช้เป็นเครื่องหมายเปิดตัว SUSE Gallery สำหรับผู้ใช้กลุ่มชุมชน และผู้ใช้พาณิชย์ ครับ
ที่มา - h-online
Packman คือ Utility สำหรับสร้างโปรแกรมสำเร็จรูปบนลีนุกซ์ โดยการบีบอัดไฟล์ให้เป็นรูปแบบแพคเกจ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ง่าย วันนี้ประกาศได้ทำ Repository ที่รวมแพคเกจสำหรับโปรแกรมมัลติมีเดียให้ SUSE Linux Enterprise 11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรวมถึงแพคเกจต่างๆ เช่น Windows Media codec, GStreamer และปลั๊กอินสำหรับโปรแกรม Totem, Banshee และ Rhythmbox ซึ่งก่อนหน้านี้มีแพคเกจเฉพาะดิสโทร openSUSE
ที่มา - h-online
Novell ประกาศความพร้อมของ SUSE Gallery ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ของ SUSE Studio เครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถสร้าง appliance เพื่อเผยแพร่ได้ทันที ซึ่งเราสามารถดูอัตราการดาวน์โหลดได้เมื่อ appliance ที่เราสร้างขึ้นถูกนำไปใช้งาน
สำหรับใครที่ต้องการส่งประกวด appliance สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Disters," our first SUSE Studio contest ลุ้นรางวัลใหญ่ $10,000 ครับ
หลังจากที่ทีม openSUSE ประกาศปล่อย openSUSE 11.3 ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฏาคม ที่ผ่านมา วันนี้ทางทีม SUSE Studio ประกาศพร้อม สนับสนุนเครื่องมือสร้าง openSUSE 11.3 แล้ว ดังนั้นตอนนี้เราสามารถทำการสร้างดิสโทร openSUSE 11.3 ในเวอร์ชั่นของเราเองได้แล้วครับ
เริ่มสร้างดิสโทรได้ที่นี่ http://susestudio.com/
ที่มา - SUSE Studio


