ระหว่างที่รอ Opera Mini ให้ผ่านเข้า App Store วันนี้ทาง Opera ก็เปิดตัว Opera Space Edition มาให้เราลองใช้กันแล้วครับ
Opera Space Edition นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดสอบการใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างดวงดาว ภายใต้โครงการ Future Opera Operations in Lunar Surroundings ซึ่งมีฟีเจอร์หลักๆ 3 อย่างดังนี้
- INTP Support การเชื่อมต่อผ่าน Interplanetary Network Transport Protocol
- ARB browsing สำหรับแสดงหน้าเว็บขึ้นมาบนอุปกรณ์จำพวก Visual Retinal Displays (VRDs) หรือ Heads-up Displays (HUDs)
- Finger Friendly UI ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ปรับแต่งพิเศษสำหรับการใช้งานจอทัชสกรีน โดยผู้ใช้สวมถุงมืออยู่
ผู้สนใจทดสอบ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่นี่
ที่มา - Choose Opera
เมื่อสักครู่นี้ Opera เพิ่งจะส่ง Opera Mini ไปให้ Apple พิจารณาเข้าสู่ App Store ไปหมาดๆ พร้อมเปิดหน้าจับเวลาให้ได้ดูกัน ว่าตั้งแต่ที่ส่งโปรแกรมเข้าไป (ณ เวลา 13:00 CET หรือ 14:27 GMT) จะใช้เวลานานเท่าไหร่ กว่า Opera Mini จะได้รับการอนุมัติเข้าสู่ App Store
พร้อมกันนี้ Opera ยังเปิดให้สมาชิก My Opera เดาว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ที่ Opera Mini จะได้รับการอนุมัติผ่านเข้าสู่ App Store ของ Apple โดยมีรางวัลคือ iPhone 3GS ให้กับผู้ที่ตอบถูก หรือตอบเข้าใกล้กับเวลาจริงมากที่สุด (เล่นกันระดับวินาทีเลยทีเดียว)
ที่มา - Choose Opera
หลังจากที่ Desktop Team บ้าระห่ำปล่อย RC ออกมาถึง 5 RC ภายใน 2 วัน วันนี้ก็ได้ออก Opera 10.50 ตัวเต็มเวอร์ชั่นสำหรับ Windows มาแล้วครับ (ส่วนระบบปฏิบัติการอื่นๆ รอกันไปก่อนครับ)
โดยรวมแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปต่างๆ ก็คือตามที่ได้เสนอไว้แล้วในข่าวเก่า (1, 2, 3) สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้
- ปรับปรุงความเข้ากันกับ Windows 7 (และดูย่ำแย่ลงบน Windows XP)
- อัพเกรด Presto เป็น 2.5 เปลี่ยน JavaScript Engine เป็น Carakan แทน Futhark และเปลี่ยน Graphic Library เป็น Vega
- ย้ายเมนูหลักไปไว้ใน O Menu
- เพิ่มการ Preview Tab เข้ามา (Visual Tab)
- ปรับปรุงสกินและไอคอนในเบราว์เซอร์หลายๆ จุด
- Opera Widgets for Desktop คือสามารถรันวิดเจ็ตเป็น process แยกกับตัว Opera ได้
- รองรับการทำงานร่วมกับ Download Manager ภายนอก (แต่จริงๆแล้ว Download Manager ภายนอกหลายๆ ตัวทำงานกับ Opera มาได้นานแล้ว)
- Non-modal Notification Dialog สำหรับพวก JS Alert หรือ HTTP Authentication
- เพิ่ม Private Browsing
- รองรับ Web Storage และ Web SQL Database
ที่มา : Opera Press Releases
หลังจากที่ Opera ได้ปล่อย Opera 10.50 Beta for Mac มาให้ได้ทดสอบกัน ซึ่งมีจุดเด่นๆ ดังนี้
- ใช้ Cocoa
- Unified tool bar
- รองรับ Growl notifications
- รองรับ Multi-touch gestures
ตอนนี้ทาง Computerworld ได้ทำการทดสอบ quick JavaScript benchmarks พบว่า Opera 10.50 Beta for Mac สามารถประมวลผลได้เร็วกว่า Safari 4 ที่ราวๆ 10% (ส่วน Nightly Build ช้ากว่าเป็นเท่าตัว) และยังเร็วกว่า Chrome อีกด้วย (ดูภาพประกอบการทดสอบได้จากที่มา)
อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างความเร็วนี้อาจจะเห็นได้ไม่ชัดเจนมากนัก
ที่มา : Computerworld ผ่าน MacRumors.com
เมื่อไม่นานมานี้ Opera เพิ่งจะปล่อย Opera 10.50 Beta มาให้ลองใช้กัน วันนี้ Opera ยังคงฟิตไม่เลิก ได้ปล่อย Opera 10.50 Beta 2 มาให้ทดสอบกันแล้วครับ
ใน Beta 2 สิ่งที่เปลี่ยนไปเด่นๆ มีดังนี้
- ปรับปรุงสกินเล็กน้อย เปลี่ยนไอคอนในหลายๆ จุด ปรับ O Menu ไปเป็นแบบเรียบๆเหมือนอย่างตอน Pre-Alpha ปรับปรุงหน้าภายในใหม่ (พวก Error pages และ opera:* ต่างๆ)
- ปรับปรุง opera:config ใหม่
- ปรับปรุงส่วน HTTP Authentication ใหม่
- ปรับปรุงคอนเท็กซ์เมนูต่างๆ
- มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบพื้นฐานสำหรับ Web Storage
- แก้บั๊กที่ทำให้เบราว์เซอร์แครชหลายๆ จุด
- ปรับปรุงระบบ Widgets
ไปดาวน์โหลดมาทดสอบกันได้ ที่นี่
ที่มา : Opera Desktop Team
เบราว์เซอร์หลักแต่ละตัวในตลาดตอนนี้ ต่างก็มี Developer Tools เป็นของตัวเอง ซึ่ง Opera ก็มี Developer Tools ของตัวเองเช่นกัน ในชื่อว่า Dragonfly
ไม่กี่วันก่อน Opera ได้ออกมาประกาศโอเพนซอร์สให้กับ Dragonfly เป็นที่เรียบร้อย โดยใช้สัญญาอนุญาตแบบ BSD ผู้ที่สนใจสามารถใช้ Mercurial เชื่อมต่อเข้าไปยัง Opera Dragonfly STP-1 repository ได้ทันที ส่วนเอกสารประกอบสามารถหาอ่านได้ใน Wiki
ที่มา : Opera Dragonfly
เมื่อวานนี้ Microsoft ได้ปล่อยอัพเดทเงียบๆ ตัวหนึ่งของ Windows Marketplace for Mobile ออกมา
อัพเดทนี้ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากความสามารถสองอย่างที่ผู้ใช้หลายคนเรียกร้อง คือการติดตั้งโปรแกรมลงบน Storage Card และการเลือกประเทศสำหรับซื้อซอฟต์แวร์
การอัพเดทสามารถทำได้ผ่านระบบอัพเดทอัตโนมัติของโปรแกรมเอง หากไม่สามารถอัพเดทได้ ให้ทำการถอนการติดตั้งโปรแกรม แล้วติดตั้งลงไปใหม่อีกรอบ
ที่มา : XDA-Developers
ข่าวจาก Neowin รายงานว่า Microsoft วางแผนไว้ว่าจะทำการเปิดตัว Windows Mobile Starter Edition ที่งาน MWC วันจันทร์นี้
Windows Mobile Starter Edition มีพื้นฐานบน Windows Mobile 6 ซึ่งจะแตกออกเป็นอีกสองรุ่นย่อย คือรุ่นหนึ่งจะมี Office for Mobile ส่วนอีกรุ่นหนึ่งไม่มี โดย Windows Mobile Starter Edition จะรองรับเทคโนโลยี 2G (GSM), 2.5G (EDGE, GPRS) และ CDMA (Rev A, EV-DO Revision A) หรือ TD-SCDMA ส่วน 3G นั้นยังไม่แน่ชัดว่าจะรองรับหรือไม่
Windows Mobile Start Edition วางเป้าหมายไว้สำหรับขาย OEM และตลาดเกิดใหม่
ที่มา: Neowin.net
วันนี้ Opera ได้ปล่อย Developer Build เวอร์ชั่นล่าสุดออกมาให้ใช้กันแล้ว นั่นคือ Opera 10.50 Pre-Alpha นั่นเอง ในเวอร์ชั่นนี้มาพร้อมกับอะไรใหม่ๆ อีกเพียบ (แน่นอน รวมถึง Carakan ด้วย!) คร่าวๆ ก็มีดังนี้ครับ
- UI ออกแบบใหม่ คล้าย Google Chrome (แต่ดับเบิลคลิกแท็บบาร์เพื่อเปิดแท็บได้) รองรับ Aero Glass แล้ว
- รองรับ Jumplists และ Aero Peeks ของ Windows 7
- เวอร์ชั่นแมคหันไปใช้ Cocoa และรองรับ Multi-touch Gestures
- เรนเดอร์เอ็นจิ้นเป็น Presto 2.5
- จาวาสคริปท์เอ็นจิ้นเป็น Carakan (เร็วกว่า Futhark ราว 7 เท่า)
- กราฟิกไลบรารี่เป็น Vega (เร็วกว่าใน Opera 10.10 ราว 3 เท่า)
- มี Private Browsing กับเขาแล้ว (ทั้งแบบเป็นแท็บและเป็นหน้าต่างเลย)
หลังจากที่ปล่อย Opera Mini 5 Beta ออกมาให้ลองใช้กันพักใหญ่ๆ วันนี้ก็ถึงคิวของ Opera Mobile 10 Beta บ้างแล้วครับ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลักๆใน Opera Mobile 10 Beta มีดังนี้
- UI ใหม่ มีลักษณะเหมือนกับ Opera Mini 5 Beta ที่ออกมาก่อนหน้านี้
- เพิ่มหน้า Speed Dial เข้ามาเช่นเดียวกับ Opera Mini 5 Beta
- Tabbed Browsing เช่นเดียวกับใน Opera Mini 5 Beta
- ปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานบนอุปกรณ์จอสัมผัสมากขึ้น
- รองรับ Opera Turbo
- ระบบ Password Manager
- ไม่พบปัญหาภาษาไทยแบบที่พบใน Opera Mini 5 Beta
- พัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานจาก Opera Desktop
เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้บริการ My Opera ได้มียอดแตะถึง 3 ล้านคนแล้ว
สัปดาห์ที่แล้ว ทาง My Opera จึงออกมาจัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้มากขึ้น โดยประกาศออกมาว่า เมื่อมีผู้ใช้งานรวมจนถึง 3.5 ล้านคน ทาง My Opera จะทำการเพิ่มพื้นที่ใช้งานให้ผู้ใช้ทั้งหมดขึ้นเป็น 2GB
อนึ่ง My Opera เป็นบริการ Social Network ของทาง Opera ซึ่งภายในจะมี blog, photo album และพื้นที่เก็บไฟล์รวมทั้งหมด 1GB ให้กับสมาชิกทุกคน
ที่มา : My Opera
ป.ล. มีใครใช้บ้างหรือเปล่า ?
เมื่อวานนี้ ทาง Opera Software ได้ปล่อย Opera Mini 5 Beta ออกมาให้ผู้ใช้ทั่วไปทดสอบกันแล้ว
ใน Opera Mini 5 Beta มีการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นมาในหลายๆ จุด ซึ่งมีส่วนที่สำคัญดังนี้
- เป็นระบบ Tabbed Browsing
- Speed Dial หน้าตาแบบเวอร์ชั่น Desktop
- มี Built-in Keyboard มาให้ (ไม่รองรับภาษาไทย และปิดส่วนนี้ได้)
- ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด สำหรับการใช้งานด้วยนิ้วมือ (ภาพประกอบด้านใน)
- มีระบบ Password Manager แล้ว
ทั้งนี้ ใน Beta ยังไม่รองรับการซิงค์ข้อมูลผ่าน Opera Link และยังมีปัญหาไม่แสดงสระลอยในภาษาไทย ซึ่งปัญหานี้ไม่ปรากฎใน Opera Mini 4.2 (ทดสอบบน Dopod 818pro WM6.5 build 23047 Bikertibi ใช้ JVM เป็น Esmertec Jbed build ID 20071119.3.1)
ที่มา : My Opera News
NetworkWorld.com ได้รายงานผลการทดสอบเว็บเบราว์เซอร์หลักทั้ง 5 ตัว คือ Internet Explorer 8, Apple Safari 4, Google Chrome 2, Mozilla Firefox 3 และ Opera 10 Beta
จากการทดสอบกับเว็บ phishing จำนวน 593 เว็บที่ได้รับการยืนยันแล้ว ผลการทดสอบออกมาว่า IE8 สามารถตรวจจับเว็บ phishing ได้ถึง 83% ในขณะที่ Apple Safari 4 สามารถตรวจจับได้เพียง 2% เท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบทั้งหมดเป็นดังนี้
- Internet Explorer 8: 83%
- Mozilla Firefox 3: 80%
- Opera 10 Beta: 54%
- Google Chrome 2: 26%
- Apple Safari 4: 2%
ปล.การทดสอบนี้สนับสนุนโดยไมโครซอฟท์ครับ
ที่มา : NetworkWorld
นิตยสาร Forbes ได้ออกมาแนะนำกับผู้ใช้งานว่าหากผู้ใช้ต้องการความปลอดภัย ก็หันไปใช้ Opera แทน เนื่องจากว่าบรรดาแฮกเกอร์จะมุ่งโจมตี Windows Internet Explorer และ Mozilla Firefox เสียมากกว่า เนื่องจากว่าทั้งสองเบราว์เซอร์นี้มีส่วนแบ่งการตลาดจำนวนมาก (IE อยู่ที่ราวๆ 60% และ Firefox อยู่ที่ราวๆ 30% - Forbes อ้างอิงด้วย Statcounter)
Forbes ยังยกเรื่องการตรวจพบข้อบบกพร่องของเบราว์เซอร์แต่ละตัวขึ้นมาด้วย ซึ่ง IE มี 31 จุด, Safari มี 32 จุด ส่วน Firefox มี 115 จุด ในขณะที่ Opera มีเพียง 30 จุด ในขณะเดียวกัน ก็พบว่าแฮกเกอร์จำนวนมากนิยมใช้ Opera เช่นกัน (อยู่ที่ราวๆ 27% แต่ก็ยังตาม Firefox ที่ 33%)
แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ Opera ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปลอดภัยจากภัยในอินเทอร์เน็ตเสมอไป เพียงแต่ว่า Opera มันอยู่ระดับล่างๆ ของเบราว์เซอร์ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีเท่านั้นเอง
ที่มา : Forbes
จากข่าวเก่า ที่ Youtube ออกข้อความเตือนผู้ใช้ IE6, Digg จะเลิกสนับสนุน IE6 และ Mashable : ต้องเลิกใช้ IE6 เพื่อให้เว็บก้าวหน้าต่อไป มาวันนี้ Twitter ก็ออกข้อความเตือนผู้ใช้ IE6 ทางหน้าเว็บแล้วเช่นกัน
สำหรับใครที่ใช้ IE6 เมื่อล็อกอินเข้าสู่ Twitter ผ่านทางหน้าเว็บ จะมีข้อความเตือนอยู่ใต้ช่องพิมพ์ข้อความว่า
There's a better way to browse the web!
Twitter recommends that you upgrade to the latest version of Internet Explorer.
เมื่อปลายปีที่แล้ว ทาง Opera Software ASA ได้ออก Opera 10 Alpha มาให้ลองเล่นกัน และคราวนี้ ถึงคิวของ Opera 10 Beta แล้วครับ
ในเวอร์ชั่น Beta มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาดังนี้
- ทำงานเร็วขึ้น 40% (จากข้อมูลในเว็บ)
- รวม Opera Turbo เข้ามาในตัวโปรแกรมเลย
- สกินใหม่ ดูแล้วมันแมคมากๆ ยกเว้นสี (ดูภาพภายในข่าว)
- แท็บบาร์แบบใหม่ พร้อมคุณสมบัติ Tab Preview (ปรับความสูงของแท็บบาร์ แล้วจะเห็น Preview - ต้องดูภาพประกอบครับ)
- ปรับแต่ง Speed Dial ได้แล้ว (ปรับเพิ่มลด ได้ตั้งแต่ 4 อัน จนถึง 25 อัน และใส่พื้นหลังได้)
- Web Integration (อันนี้ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ประมาณว่าปกติเวลากดที่ลิงค์อีเมล์ มันจะเปิด Opera M2 หรืออีเมล์ไคลเอ็นท์ในเครื่องขึ้นมา แต่ทีนี้มันจะไปเปิด Web Mail ที่ตั้งเอาไว้แทน)
- ปรับขนาดช่องค้นหาได้
- ดูอัพเดทอื่นๆที่นี่
ปล.สกินใหม่ ได้กลิ่นแมคมากๆ (แต่สีเหมือน Windows 7!)
ปล.เจอโดยบังเอิญ น้องกบ ImageShack.us เปลี่ยนหน้ารายงานการอัพโหลดภาพแล้วนะครับ (ดูที่นี่)
ที่มา : Opera, Opera Desktop Blog
ในวันนี้ ทีมงาน OpenOffice.org ออกมาประกาสว่าสามารถ OpenOffice.org 3.0 รุ่นเต็มได้แล้วจากหน้าเว็บไซต์
ใน OpenOffice.org 3.0 นั้นได้เปลี่ยน Graphic ไปมากมายหลายจุด ตั้งแต่หน้า Splash จนถึงไอคอนต่างๆ ซึ่งธีมชุดใหม่นี้มืีชื่อว่า Galaxy และยังได้เพิ่ม Start Screen ขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งในโปรแกรมต่างๆก็มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย ดังนี้
Writer - มี Slider สำหรับซูมเอกสารที่ดีกว่าเดิม (จากจดหมายข่าวบอกมาอย่างนั้น) ผู้ใช้สามารถแสดงเอกสารหลายๆหน้าในระหว่างแก้ไขเอกสารได้ และัมีการรองรับการทำงานแบบหลายภาษาที่ดีขึ้น
Calc - เพิ่มคอลัมน์ ให้รองมากขึ้นถึง 1024 คอลัมน์ มีระบบการแก้สมการที่ดีขึ้น และมีการเพิ่มคุณสมบัติบางประการเกี่ยวกับการใช้งานหลายคน
Draw - สามารถใช้วาดภาพขนาดโปสเตอร์ได้แล้ว (ขนาดสูงสุดคือ 3 ตารางเมตร)
Impress - สามารถแสดง Presentation ในหลายๆจอได้ และปรับปรุง Chart ให้ดูสบายตากว่าเดิม
ฟังก์การส่งออกเอกสารเป็น PDF ก็ได้รับการปรับปรุง โดยจะสนับสนุนเอกสารแบบ PDF/A เพิ่มเข้ามา และผู้ใช้สามารถปรับออพชั่นของเอกสารก่อนที่จะส่งออกได้
นอกจากนี้ OOo3.0 ยังถูกออกแบบให้ดูเป็นชิ้นเดียวกับ OSX แล้ว (สำหรับรุ่น Mac) ทำให้ผู้ใช้แมคไม่รู้สึกว่า OOo เป็นสิ่งแปลกปลอมอีกต่อไป (แต่ผมไม่มี Mac ให้ทดสอบ ใครมีช่วยทดสอบทีครับ)
ในด้านการทำงานกับ Microsoft Office ก็ถูกพัฒนาขึ้นไปด้วยเช่นกัน โดยใน OOo 3.0 ได้เพิ่มการสนับสนุนไฟล์ฟอร์แมต OOXML ของ Microsoft Office และยังสนับสนุนไฟล์ของ MS Access 2007 ที่เป็น accdb อีกด้วย
Download : http://www.openoffice.org
แหล่งที่มา : จดหมายข่าว OpenOffice.org
รอยเตอร์ - Apple Inc พบว่าที่ชาร์จแบบ Ultracompact USB Power Adapter บางอันที่ให้ไปกับ iPhone 3G ที่ขายในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ญี่ปุ่น และบางประเทศในอเมริกาใต้ อาจจะใช้งานไม่ได้ หรือถ้าร้ายแรงกว่าก็อาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้เลยทีเดียว ซึ่งทางแอปเปิลได้แนะนำกับผู้ใช้ว่าควรจะนำที่ชาร์จไปเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหายใดๆในขณะนี้
แอปเปิลจะเริ่มให้ทำการเปลี่ยนที่ชาร์จได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้สองทางคือ
- ทำการสั่งเปลี่ยนที่ชาร์จตัวใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งสายชาร์จจะถึงมือผุ้ใช้ภายใน 3 สัปดาห์นับจากวันที่ผุ้ใช้ทำการสั่งของ (แต่จะเริ่มส่งในวันที่ 10 ตุลาคม)
- เอาที่ชาร์จไปเปลี่ยนเองที่ Apple Retail Store ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป
และทางแอปเปิลยังแนะนำกับผู้ใช้ว่าไม่ควรใช้ที่ชาร์จอันนี้ จนกว่าจะทำการเปลี่ยนเป็นอันใหม่เสียก่อน
ที่มา : PC Magazine




