หนึ่งปีหลังจากที่เอชทีซีทำสมาร์ทโฟนตระกูล One ออกสู่ตลาด ในปีนี้เอชทีซีขอแก้มือใหม่ทั้งหมด ด้วยการรีแบรนด์ One ใหม่ ด้วย HTC One (หรือรหัสในการพัฒนา "M7") สมาร์ทโฟนเรือธงเพียงตัวเดียว (?) ของเอชทีซีในปีนี้ และนี่ยังเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Peter Chou ที่เอาตำแหน่ง CEO ของบริษัทมาเป็นตัวประกัน ถ้ามันไม่ประสบความสำเร็จตาม HTC One โมเดลปี 2012 ไป ตัว Chou ก็จะลงจากตำแหน่ง CEO ทันทีครับ
และเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เอชทีซีประเทศไทย จะเริ่มทำตลาด HTC One อย่างเป็นทางการ หลังจากปล่อยให้กรี๊ดกร๊าดกันมาสักพัก นี่จึงเป็นโอกาสเหมาะที่เอชทีซีประเทศไทยทำการส่งเครื่อง HTC One มาให้ลองเล่นครับ สเปคของมันผมคงไม่พูดมากแล้ว เพราะหน้าเว็บหลักของเอชทีซี และข่าวเก่าบอกไว้ครบแล้วนั่นเอง
เวลากว่า 5 เดือนที่เอชทีซีเปิดตัว HTC J Butterfly/Droid DNA และ HTC Butterfly ออกมาสู่ตลาดโลก กระแสตอบรับของประเทศที่วางจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด แต่กระนั้นดูเหมือนว่าอายุขัยของมันนั้นจะสั้นพอสมควรนะครับ
เพราะล่าสุด Ben Ho ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเอชทีซีได้เปิดเผยว่า ขณะนี้เอชทีซีมีแผนที่กำลังจะเปิดตัว HTC Butterfly รุ่นที่สอง (ต้นข่าวใช้คำว่า second generation of "butterfly") โดยจะเน้นความสนใจกับกลุ่มตลาดโทรศัพท์มือถือจอใหญ่ หรือตลาด Phablet เป็นหลักนั่นเองครับ ทั้งนี้ Ho ยังเสริมอีกว่าโปรเจค Butterfly ในขั้นต้นถูกออกแบบมาสำหรับตลาดประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เมื่อมีเสียงตอบรับถึงความต้องการจากภายนอก เอชทีซีจึงเริ่มเอาออกมาทำตลาดในสหรัฐอเมริกา และไต้หวัน รวมถึงประเทศที่มีความต้องการโทรศัพท์มือถือจอใหญ่เป็นหลักอีกด้วย
สุดท้าย Ho ยังบอกใบ้อีกว่า พวกเขายังไม่มีแผนตระกูลใหม่โดยเฉพาะ ดังนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่ามือถือปริศนาตัวนี้ อาจจะใช้ชื่อ Butterfly เหมือนเดิม แต่ห้อยรุ่นท้ายเหมือนตระกูล Desire/One นั่นเองครับ
ที่มา - Focus Taiwan
ขณะนี้มีรายงานว่าเอชทีซีกำลังเตรียมที่จะปล่อยอัพเดตตัวแรกให้ HTC One หลังจากวางขายได้ไม่นาน โดยจะแก้ไขในเรื่องของตัวกล้อง Ultrapixel เป็นหลัก เพราะเนื่องจากมีรีวิวในด้านลบเข้ามาพอสมควร ทั้งภาพที่ได้มีความชัดเจนในแบบที่ไม่ควรจะเป็น ถ่ายภาพกลางคืนหรือตอนแสงน้อยแล้วมี noise เยอะมาก และอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้ทาง HardwareZone ได้ลองเล่น HTC One ที่อัพเดตเฟิร์มแวร์ตัวดังกล่าวแล้ว พบว่าภาพมีมิติมากขึ้น มีการเก็บรายละเอียดที่ดีมากขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อปรับโหมดไปใช้ ISO 800 ตัวกล้องของ HTC One ยังคงเก็บภาพได้ไม่ค่อยดีเช่นเดิม รายละเอียดภาพบางส่วนก็หายไปด้วยนั่นเองครับ
เอาเป็นว่าลองดูภาพเปรียบเทียบจาก HardwareZone เองก็แล้วกันครับ
ที่มา - HardwareZone ผ่าน Android and Me
ขณะนี้มีรายงานว่า Windows Blue รหัส 9364 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้หลุดออกมาแล้ว และมีผู้เริ่มนำไปติดตั้งเพื่อทดลองใช้งานดูแล้ว โดยกลุ่มผู้ทดลองดังกล่าวได้รายงานว่า Windows Blue ยังคงใช้ชื่อ Windows 8 อยู่ แต่เปลี่ยนเลขเวอร์ชันจาก 6.2 (RTM/Retail) เป็น 6.3 และยังพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของ Windows Blue ออกมาแล้วด้วยดังนี้ครับ
- หน้า Start เพิ่ม Tile ขนาดเล็ก (แบบ Windows Phone 8) เข้ามา ทำให้ใส่ไอคอนได้มากขึ้น โดย Tile ขนาดเล็ก 4 อัน จะเท่ากับ Tiles ขนาดปัจจุบัน 1 อัน และยังเพิ่ม Tile ขนาดใหญ่พิเศษ (Tile ขนาดใหญ่ปัจจุบัน 2 อันซ้อนกัน) เข้ามาเพิ่มเติมครับ
- หน้า Start สามารถปรับสี Tiles และสีพื้นหลังได้ละเอียดมากขึ้น และเพิ่มลวดลายพื้นหลังใหม่
- หน้า Start สามารถเลื่อนขึ้น เพื่อเปลี่ยนหน้าไปยังหน้ารายการแอพพลิเคชันและโปรแกรมทั้งหมดได้
- เพิ่มเอฟเฟคในการเลือกรายการเข้ามา โดยเมื่อทำการตวัดนิ้ว หรือดึงนิ้วลงบนแอพพลิเคชันที่ต้องการเลือก แอพพลิเคชันจะถูกดึงตามนิ้วของเราเพื่อให้เห็นว่ากำลังเลือกแอพพลิเคชันนี้อยู่
- Snap สามารถทำงานบนหน้าจอที่มีความยาวต่ำกว่า 1366 พิกเซลได้แล้ว และสามารถแบ่งครึ่งหน้าจอแบบ 50:50 เพื่อให้แอพพลิเคชันทำงานพร้อมกัน 2 ตัวได้
- เปลี่ยน Internet Explorer เป็นเวอร์ชัน 11
คนที่สนใจตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากที่มาครับ
เราได้ยินแผน Marketing 2.0 มาตั้งแต่เดือนมกราคม แต่จนปัจจุบันนอกจากเหตุการณ์แซะ Samsung Galaxy S4 กลางงานเปิดตัว เรายังไม่ได้เห็นเอชทีซีทำอะไรกับ HTC One เลย
แต่ล่าสุดเอชทีซีได้ส่ง HTC One เข้าเป็นตัวประกอบใน MV เพลง I Don't Want It To End ของ Hollaphonic แล้ว (MV เพลงนี้อัพโหลดโดย HTC) และดูเหมือนว่าเสียงตอบรับใน YouTube จะมาในทางที่ดีขึ้นพอสมควรครับ
ในช่วงเวลาที่ Samsung Galaxy S4 เริ่มไม่ได้รับความสนใจในตลาดกลุ่ม Premium แล้ว (สังเกตได้จากโพลเปรียบเทียบระหว่างสองรุ่น HTC One กินขาดทุกโพล - Android Police/Android Central/Android and Me) จังหวะนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ที่เอชทีซีต้องรีบทำการตลาด HTC One ให้ติดตลาดโดยเร็วพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามเอชทีซียังคงมีปัญหาเรื่องชิ้นส่วนที่ผลิตไม่ทันอยู่ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเอชทีซีที่ต้องตามแก้ปัญหานี้ด้วยครับ
ที่มา - HTC Source
หลังจากที่มีข่าวไม่ค่อยสู้ดีกับ HTC One มาอยู่ตลอด จน Peter Chou ต้องเอาตำแหน่งของตัวเองไปเดิมพัน ล่าสุดมีการวิเคราะห์ออกมาจาก Brian S Hall นักเขียนอิสระของทาง Unwired View ว่าเอชทีซีอาจจะตัดสินใจหันไปหา Firefox OS แทนในสถานการณ์เช่นนี้
ทั้งนี้การวิเคราะห์ของ Brian ส่วนใหญ่ จะสื่อให้เห็นได้ชัดว่าตัวเอชทีซีค่อนข้างไม่ถูกกับซัมซุงพอสมควร และมีความเห็นหลักๆ อันหนึ่งที่ Brian ยกขึ้นมาอ้างว่า "ซัมซุงไม่ได้ทำลายไอโฟนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกัน ซัมซุงเป็นฝ่ายที่ทำลายแอนดรอยด์ด้วยน้ำมือของตัวเอง" และนี่อาจจะเป็นประเด็นหลักที่ทำให้เอชทีซีต้องเบนเข็มหนีจากแอนดรอยด์ หลังจากที่กูเกิลเริ่มไม่สนใจความอยู่รอดของสมาชิกในกลุ่ม Android Open Source Project และหันไปทำโครงการ X Phone กับโมโตโรล่า เพื่อต่อสู้กับแอปเปิลและซัมซุงแทน
ดังนั้นทางเลือกที่เหลือ ถ้าตัด Tizen (ที่เป็นของซัมซุง) กับ Ubuntu ออกไป ก็น่าจะเป็นไปได้ว่าอาจจะเลือกใช้ Firefox OS แทนแอนดรอยด์ค่อนข้างสูง เนื่องจากตัวระบบปฏิบัติการเป็น HTML5 ทั้งระบบ ไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของลิขสิทธิ์ และมันสามารถดัดแปลงได้อย่างเต็มที่ตามนโยบายของ Mozilla ซึ่งมันน่าจะช่วยให้เอชทีซีสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ R&D ได้ลงพอสมควรนั่นเองครับ
ที่มา - Unwired View
วันนี้ NVIDIA ได้เผยแผนการพัฒนา NVIDIA Tegra ออกมาใหม่ครับ โดยรุ่นถัดไปที่จะเปิดตัวหลัง Wayne (Tegra 4) และ Grey (Tegra 4i) คือ Logan (น่าจะหมายถึง Wolverine ถ้าเข้าใจไม่ผิด) ที่คาดว่าน่าจะเป็น Tegra รุ่นที่ 5 ในปีหน้า และ Parker (Peter Parker) ครับ
โดย Logan นั้นระบุความสามารถมาว่า จะรองรับ CUDA และ OpenGL 4.3 แล้ว ซึ่ง CUDA จะช่วยในเรื่องของการประมวลผลวิดีโอ และภาพยนตร์ ส่วน OpenGL ก็คือความสามารถที่จะให้หน่วยประมวลผลกราฟิกเข้าไปช่วยประมวลผลงานเพื่อลดภาระของหน่วยประมวลผลหลัก และถ้า NVIDIA เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ก่อนใครจริง Logan จะเป็นหน่วยประมวลผลที่จะนำมาตรฐาน OpenGL ไปสู่แอนดรอยด์เป็นครั้งแรกครับ ส่วนหน่วยประมวลผลกราฟิก ก็จะใช้สถาปัตยกรรม Kelper ตามที่เคยใบ้ไว้ และ Logan มีแผนจะเปิดตัวในปีหน้าครับ
ส่วน Parker จะเป็นหน่วยประมวลผลในตระกูล Tegra รุ่นที่ 6 ความสามารถยังไม่มีการระบุโดยชัดเจนครับว่าจะมีอะไรมาใหม่บ้าง แต่ที่แน่ๆ Parker จะเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมตามโครงการ Project Denver ที่เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว ซึ่งรวมเอาซีพียู ARM แบบ 64 บิตเข้ากับสถาปัตยกรรม Maxwell โดยจะเปิดตัวในปี 2015 ครับ
ที่มา - Engadget, Android Community
ก่อนหน้านี้เรามีข่าวลือว่าเอชทีซีจะเลื่อนวางขาย HTC One เพราะ Ultrapixel มีอัตราการผลิตสำเร็จต่ำ แต่ดูเหมือนว่าจะจริงแท้แน่นอนแล้ว เพราะล่าสุดผู้บริหารที่ไม่ระบุนามของเอชทีซีได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้เอชทีซีกำลังมีปัญหาอย่างหนักกับซัพพลายเออร์ เนื่องจากทางซัพพลายเออร์ไม่พอใจที่ในปีที่แล้วเอชทีซีมีคำขอลดการผลิตชิ้นส่วนลงอยู่หลายครั้ง จนทำให้ซัพพลายเออร์ตัดสินใจหันไปรับงานอื่นแทน และมีผลทำให้ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนของ HTC One ที่มีความยากลำบากในการทำชิ้นส่วนทั้งบอดี้ และโมดูลกล้อง Ultrapixel ได้ทันตามความต้องการครับ
ทางหนีทีไล่ของเอชทีซีในตอนนี้ จึงเป็นการยืดอายุโปรโมรชัน Pre-order ของ HTC One ในหลายๆ ประเทศออกไป ส่วนในประเทศไทย เท่าที่สังเกตดู เอชทีซีประเทศไทย ยังคงยืนยันกำหนดการเดิมคือในช่วงกลางเดือนเมษายนครับ
อย่างไรก็ตาม Peter Chou ได้ออกมาบอกกับผู้บริหารขั้นสูงหลายๆ คนก่อนหน้านี้แล้วว่าตัวเขาจะลาออกจากตำแหน่ง CEO ของเอชทีซีทันที ถ้า HTC One ไม่สามารถเป็นสมาร์ทโฟนที่ประสบความสำเร็จได้ในหลายๆ ประเทศครับ
ที่มา - Unwired View
หลังจากที่มีประกาศหมดระยะการสนับสนุนของ Windows 7 ออกมาเมื่อกลางเดือนก่อน เพื่อเตือนให้เครื่องที่ยังไม่ได้ทำการอัพเดต SP1 รีบทำการอัพเดตโดยเร็ว แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ปรับแผนใหม่ทั้งหมด โดยในวันพรุ่งนี้ (19/3/2556) ไมโครซอฟท์จะส่งสัญญาณเพื่อบังคับให้ Windows Update ทำการติดตั้ง Windows 7 SP1 เองบนเครื่องที่ยังคงใช้งาน Windows 7 RTM แบบอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าผู้ใช้จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตามการบังคับติดตั้ง Windows 7 SP1 นี้ จะไม่มีผลกับเครื่องที่มีการใช้งานผ่าน SCCM หรือ WSUS Server เพราะเรื่องนี้ไมโครซอฟท์มองว่าควรเป็นหน้าที่ขององค์กรมากกว่าไมโครซอฟท์ครับ
ใครที่ยังไม่ได้ติดตั้ง ก็เตรียมสภาวะของเครื่องให้พร้อมได้เลยครับ
ที่มา - Blogging Windows
มีข่าวลือจากหนังสือพิมพ์ The Nikkei ของประเทศญี่ปุ่นออกมาว่า พานาโซนิคจะยกเลิกแผนการพัฒนาเทคโนโลยีหนึ่งในปี 2014 ที่จะถึงนี้ ซึ่งบังเอิญไปตรงกับข่าวลือก่อนหน้านี้ว่าพลาสมาทีวีใกล้ตายแล้วนั่นเอง โดยข่าวลือนี้ยังมีมูลเพิ่มเติมอีกว่า พานาโซนิคจะยกเลิกสายการผลิตหลักที่โรงงานอะมากะซากิ ลดงานการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับทีวีลงภายในสามปี แต่ทั้งนี้ทางรอยเตอร์ได้สอบถามกับคนในของพานาโซนิคเพิ่มเติม และยังได้บอกว่าพานาโซนิคเองยังไม่มีแผนการในอนาคตของส่วนธุรกิจทีวีที่ชัดเจนมากนักครับ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีข่าวการร่วมกันพัฒนาจอ OLED สำหรับทีวีความละเอียดสูงระหว่างพานาโซนิคและโซนี่ ซึ่งอาจจะทำให้คาดคะเนได้ว่าพานาโซนิคเองกำลังจะสับเปลี่ยนเทคโนโลยีเก่ามาใช้เจ้าจอ OLED ที่ว่านี้ก็เป็นได้ครับ
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า LG กำลังทำ Nexus รุ่นต่อไปวางตลาดอยู่ ล่าสุดมีข้อมูลและภาพหลุดของ LG Megalodon (Megalodon เป็นชื่อพันธุ์ของปลาฉลามพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาว่ากันว่าตัวมันใหญ่มาก! แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว - ผู้เขียน) ออกมาแล้วครับ โดยข้อมูลที่หลุดออกมาระบุชัดว่ามันจะเป็น Nexus 5 ที่กูเกิลจะเปิดตัวในปลายปีนี้ โดยสเปคของมันจะเป็นดังนี้ครับ
- หน้าจอ OLED ขนาด 5.2 นิ้วความละเอียด 1920*1080 พิกเซล
- ซีพียู Qualcomm Snapdragon 800 ความเร็ว 2.3 GHz
- แรม LPDDR3 3GB ความจุตัวเครื่อง 16/32/64 GB
- กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซลจาก OmniVision (เคลมว่าถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4k ที่ความเร็ว 30 fps และความละเอียด 1080p ที่ความเร็ว 60 fps ได้ และถ่ายวีดีโอแบบ HDR ได้, มี Real Time HDR, OIS และ BSI 2.0)
- กล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอความละเอียด 1080p ได้ที่ความเร็ว 30 fps
- แบตเตอรี่ 3300 mAh
- ด้านหน้ามีลำโพงสเตอริโอคู่
- ใช้ชิป Qualcomm RF360
- มีภาครับสัญญาณ DVB-T และ ATSC
- ใช้การควบคุมแบบ Gesture
งานนี้จะจริงหรือไม่ต้องรอดูช่วงปลายปีนี้ครับ
ที่มา - Android and Me
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลวแล้ว ล้มเหลวอีกอย่าง Google TV นั้น ในงาน CES 2013 ที่ผ่านมาก็ไม่มีวี่แววว่าบริษัทไหนๆ จะเอา Google TV ไปทำเป็นสมาร์ททีวี หรือเซ็ตท็อปบ็อกซ์ของตัวเองเลย แต่ล่าสุด กูเกิลได้โพสต์ข้อความบน +GoogleTVDevelopers ว่า ให้เตรียมตัวให้พร้อม และรอฟังข่าวของ Google TV ได้ที่งาน Google I/O ปีนี้ครับ
ไม่แน่ว่ากูเกิลอาจเลือกปฏิบัติในทางใดทางหนึ่ง คือเริ่มต้นโปรเจคหรือยกเลิกโปรเจค แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง Hardware Program Manager แล้ว จึงคาดเดาไปได้ว่ากูเกิลอาจจะทำฮาร์ดแวร์ Google TV เองก็เป็นได้ครับ
ที่มา - +GoogleTVDevelopers ผ่าน The Verge
ข่าวลือของ Motorola X Phone ยังคงออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดครับ
ล่าสุด Android and Me ได้เผยข่าวลือของ Motorola X Phone ที่น่าจะเป็นไปได้สูงออกมาแล้ว และมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นดังต่อไปนี้ครับ
วันนี้ Ingress มีอัพเดตใหม่ครับ โดยเป็นการอัพเดตเพื่อแก้ไขรายละเอียดปลีกย่อยของตัว Portal และปรับ GPS ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้นครับ
โดยการแก้ไขรายละเอียด Portal ผู้เล่นสามารถเสนอการแก้ไขได้ทั้งรูปภาพ, ตำแหน่ง, รายละเอียด รวมถึงชื่อ Portal ใหม่ได้ทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้ Portal ในเกมมีความแม่นยำในเรื่องของข้อมูลมากขึ้น อย่างไรก็ตามการแก้ไขรายละเอียดยังคงต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบโดยละเอียดจาก Niantic labs เหมือนการตั้ง Portal ใหม่อยู่ดี
นอกจากนี้ยังได้มีการแก้ไขในส่วนของการเรียก GPS ให้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และมียังการแก้ไขบั๊กรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเกมเข้าไปอีกด้วยครับ
ที่มา - Android Central
ในขณะที่ไมโครซอฟท์กำลังเร่งพัฒนาให้ Windows Phone 8 สนับสนุนมาตรฐาน CardDAV และ CalDAV โดยไว แต่ฝ่ายกูเกิลกลับประกาศปิด CalDAV API และแนะนำให้นักพัฒนาย้ายไปใช้ Google Calendar API แทน ล่าสุดมีข้อมูลมาจากกูเกิลแล้วว่าการปิด CalDAV API จะมีผลต่อนักพัฒนากลุ่มใหญ่ ยกเว้นนักพัฒนากลุ่มเล็กๆ ที่กูเกิลใส่ชื่อเอาไว้ใน "ไวท์ลิสต์" เท่านั้น
โดยรายชื่อในไวท์ลิสต์นั้น ยังมีชื่อของไมโครซอฟท์รวมอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าหลังจากวันที่ 16 กันยายนไปแล้วนั้น ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งาน Gmail ใน Windows Phone 8 (หรือ Windows Phone Blue) ก็ยังคงสามารถใช้งาน CalDAV ในการซิงค์ข้อมูลปฏิทินกับ Google Calendar ต่อได้ แต่อย่างไรก็ตามกูเกิลมีเดตไลน์ในการต่ออายุ Exchange ActiveSync อยู่ นั่นหมายความว่าไมโครซอฟท์ต้องปล่อยอัพเดต CalDAV/CardDAV ให้เสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้เท่านั้น จึงจะทำให้ผู้ใช้งานไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก Exchange ActiveSync มากครับ
ที่มา - Neowin
ก่อนอื่น... สิทธิบัตรตัวนี้ เป็นสิทธิบัตรคนละตัวกับที่แอปเปิลได้ไปเป็นของขวัญปีใหม่ให้กูเกิลในปีที่แล้ว
เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา USPTO ได้อนุมัติสิทธิบัตรหมายเลข 8396265 ให้กูเกิลไป ซึ่งสิทธิบัตรตัวนี้คือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับฟีเจอร์ปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้า ที่มีใช้ตั้งแต่ Ice Cream Sandwich แล้ว สำหรับรายละเอียดการทำงานตามสิทธิบัตร จะเหมือนกับของแอปเปิลครับ แต่ต่างกันที่สิทธิบัตรของกูเกิลจะเป็นหนึ่งผู้ใช้งานเท่านั้นเอง
ที่มา - Patent Bolt ผ่าน Android Community
Jason Mackenzie, ผู้จัดการฝ่ายขายของเอชทีซี ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fierce Wireless และได้เปิดเผยเรื่องราวที่สำคัญเรื่องหนึ่ง ถึงเทคโนโลยีกล้องที่ใช้ใน HTC ปี 2012 ทั้งหมด
Jason บอกว่า ตั้งแต่พวกเขาเปิดตัวเทคโนโลยี Burst Shot ใน HTC One 2012 เมื่อตอนเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 หลังจากนั้นไม่นาน ซัมซุงก็เปิดตัวเทคโนโลยีที่เหมือนกันออกมาใน Galaxy S III และไม่ใช่แค่ซัมซุงเท่านั้น โซนี่ และ LG ยังได้ลอกเลียนนวัตกรรม Burst Shot ไปใช้งานกับอุปกรณ์ของตนเอง เฉกเช่นเดียวกับซัมซุงเช่นกัน โดยเฉพาะโซนี่ ที่ลอกเลียนแม้กระทั่ง UI ของกล้อง ที่เอาปุ่มอัดวีดีโอมาวางไว้ข้างๆ ปุ่มชัตเตอร์เลยทีเดียว (ใน Xperia Z)
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นมาอีก เอชทีซีได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรของเทคโนโลยี BlinkFeed, Zoe, Boomsound และ Ultrapixel ใน HTC One ไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งในปีนี้เอชทีซีจะปรับแผนการดำเนินงานใหม่ทั้งหมด โดยเราจะได้เห็นอุปกรณ์ของเอชทีซีเปิดตัวแบบถี่ขึ้น โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 4-8 สัปดาห์ต่อ 1 รุ่นครับ
ที่มา - Phone Arena
ก่อนหน้านี้เราทราบกันว่า Motorola X Phone มีสเปคตัวเครื่องแบบคร่าวๆ อย่างไรบ้าง ล่าสุดมีการเปิดเผยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วครับ โดย X Phone จะถูกกูเกิลจัดอยู่ในกลุ่ม "Nexus ที่ไม่ใช่ Nexus" เพื่อไม่ให้ไปตีกลุ่มลูกค้าเดียวกันกับ Nexus (ถ้าจำได้ Nexus มีสถานะเท่ากับ Developer Phone) และทั้งนี้มีรายละเอียดสเปคเพิ่มเติมออกมาแล้วด้วยครับ
โดยสเปคที่หลุดออกมาล่าสุดจะเป็นดังนี้ครับ
- หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1920*1080 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซลอยู่ที่ 468 ppi (เท่า HTC One)
- ใช้ซีพียู NVIDIA Tegra 4i
- กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล (หรือว่า?..)
- กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล (เท่า Oppo Find Way) มีฟังก์ชัน Eye Scroll ด้วย (เกทับ Samsung Galaxy S IV)
- รัน Android 5.0 Key Lime Pie แบบ Pure Google
ทั้งนี้มีการเปิดเผยรายละเอียดตัวเครื่องออกมาด้วย โดยตัวเครื่องจะมีความกว้าง/ยาว/หนาอยู่ที่ 131.2 x 66.7 x 7.9 มิลลิเมตร ซึ่งบางกว่า Droid Razr Maxx HD ที่มีความจุของแบตเตอรี่เท่ากัน ดังนั้นจึงทำให้สรุปได้ว่ากูเกิลน่าจะเอาจริงกับ X Phone พอสมควร เพราะนอกจากทำออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ซัมซุงมีอำนาจมากไปแล้ว สเปคโดยรวมที่หลุดออกมาในครั้งนี้ถือว่าทำออกมาเพื่อเกทับ Samsung Galaxy S IV โดยเฉพาะอีกด้วย
อย่าลืมว่าทั้งหมดนี้ยังคงเป็นข่าวลือ ก่อนจะถึงงาน Google I/O 2013 ในเดือนพฤษภาคมนี้ครับ
ที่มา - Android Authority ผ่าน BGR
ระหว่างที่เรากำลังรองาน Samsung Unpacked 2013 ในวันที่ 14 มีนาคมที่จะถึงนี้ ล่าสุดมีผู้ใช้งานในประเทศจีนได้เผยภาพของตัวเครื่อง Samsung Galaxy S IV รหัส GT-I9502 ที่หลุดออกมาแล้วครับ สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือตัวเครื่องยังมีเส้นสายที่คล้าย Galaxy S III อยู่พอสมควรครับ
ตามสเปคระบุว่าตัวเครื่องใช้หน้าจอขนาด 4.99 นิ้ว ความละเอียด 1080p แรม 2 GB กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล ซีพียูความเร็ว 1.8 GHz และจากภาพหลุดเรายังทราบอีกว่า มันรัน Android 4.2.1 ที่ปรับแต่งเยอะพอสมควร จากหน้า Lockscreen ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถใส่ Widget ได้เหมือน Stock 4.2 หรือไม่ แต่ที่ทราบกันแล้วก็คือ ซัมซุงถอดฟีเจอร์ Photosphere ออก และเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่นแทน และยังรองรับสองซิมในตัวด้วยครับ
ที่มา - GSM Arena
ช่วงนี้กูเกิลขี้เล่นยังไงก็ไม่รู้นะครับ หลังจากแอบวาง Easter Egg Harlem Shake ใน YouTube ไปแล้ว ล่าสุดในเว็บ Google I/O 2013 ที่กูเกิลเพิ่งปล่อยออกไป ก็มีแอบวาง Easter Egg อีกเช่นกัน โดย Easter Egg นี้ จะให้ผู้ใช้กดรูป I หรือ O เป็นชุดคำสั่งไป และเมื่อคำสั่งถูกต้อง ตัวสัญลักษณ์ I/O ก็จะเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งแบบ บางแบบก็เป็นเกมประลองความจำให้เล่นกันด้วย ใครว่างๆ ก็ลองไปนั่งเล่นดูได้ครับ
ป.ล. I I O I O O I I // อิอิ
ที่มา - The Next Web


