ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ แต่ก่อนที่จะมาเป็น Windows Phone อย่างที่เห็นทุกวันนี้เราเคยมี Windows Mobile ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนรุ่นพี่ที่สุดท้ายไมโครซอฟท์ตัดสินใจโละทิ้งและพัฒนา Windows Phone ขึ้นมาใหม่ซึ่งแทบไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Metro UI ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำค่ายไปแล้ว คำถามคือถ้าไมโครซอฟท์ต่อยอดจาก Windows Mobile เดิมล่ะหน้าตามันจะออกมาเป็นยังไง
คำตอบนี้คงจะพอดูได้จากวิดีโอคอนเซปต์ซึ่งโพสต์โดย Dave Brinda นักออกแบบ UI ที่ชัดเจนว่าเคยทำงานกับไมโครซอฟท์ในโปรเจ็กต์ Windows Mobile 7 โดยตัววิดีโอแสดงให้เห็นถึงหน้าตาอินเตอร์เฟซที่เต็มไปด้วย chrome ห่างไกลจากความเรียบง่ายของ Windows Phone ปัจจุบันมาก (ปัจจุบัน Dave ทำงานกับ HTC และมีผลงานอย่าง HTC Sense บน Android และ HTC TouchFlo 3D บน Windows Mobile)
ไม่ว่าการตัดสินใจโละ Windows Mobile 7 ทิ้งจะเป็นการดีหรือไม่ แต่ก็คงจะพอพูดได้ว่าอินเตอร์เฟซวิ้งๆ อย่างที่เห็นในวิดีโอคอนเซปต์ไม่ได้เสนออะไรที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนจาก Android, BlackBerry หรือ iOS ต่างจากอินเตอร์เฟซที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างบน Windows Phone ปัจจุบัน ชมวิดีโอได้ที่ท้ายข่าวครับ
อัพเดต: วิดีโอถูกบล็อคไปแล้วชมภาพแทนได้ที่ istartedsomething
ที่มา - istartedsomething via WMPoweruser (มีวิดีโอเพิ่มเติม), Windows Phone Central
เป็นอีกครั้งกับความพยายามของไมโครซอฟท์ในการโปรโมท Internet Explorer ต่อจากแคมเปญ The Browser You Loved To Hate แต่ต่างจากครั้งก่อนๆ ตรงที่ครั้งนี้ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยโฆษณาเพื่อส่งสารสู่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ทั่วโลกหรือ "นักพัฒนาเว็บ" นั่นเอง
ตัวโฆษณามีชื่อว่า "For everything you've done..." เป็นการกล่าวปาฐกถาในงาน Developer Conference (DevCon1) โดย Ted Knealey นักพัฒนาเว็บได้ขึ้นเวทีเพื่ออธิบายว่างานของเขาได้เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปอย่างไร ส่วนจะกินใจแค่ไหนนั้นเชิญชมโฆษณาเพื่อหาคำตอบกันได้ที่หลังเบรคครับ
ที่มา - Neowin
หลังจากไมโครซอฟท์ได้ปล่อยแอพ Facebook Beta และ YouTube ตัวใหม่สำหรับ Windows Phone ที่เป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของแอพทั้งสองซึ่งตอนนี้มีให้ใช้บน Windows Phone 8 เท่านั้น ล่าสุดเริ่มมีข่าวดีให้ผู้ใช้ Windows Phone 7 ได้ใจชื้นกันบ้างแล้ว
โดย Joe Belfiore หัวหน้าทีม Windows Phone ได้ทวีตยืนยันว่าแอพ Facebook Beta, YouTube ตัวใหม่และแอพอื่นๆ (คาดว่าเป็น Foursquare และ Hulu) จะมาลง Windows Phone 7 ภายในเวลา "อีกไม่นานนี้" ครับ
ที่มา - Windows Phone Central
ในขณะที่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนพัฒนาหน่วยประมวลผลไปมากและยังทวีความใหญ่ของหน้าจอขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาแบตเตอรี่กลับดูเหมือนจะไม่ทันต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของสมาร์ทโฟน ขณะที่เรากำลังรอสิ่งที่พอช่วยได้อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ (สิทธิบัตรของแอปเปิล, ข่าวลือจากทางโนเกีย) งานวิจัยจากโนเกียก็เสนอนวัตกรรมอีกอย่างที่ดูน่าตื่นเต้นพอดู
โนเกียได้พัฒนาตัวต้นแบบของระบบชาร์จไฟที่เก็บเกี่ยวพลังงานจากคลื่นวิทยุในสภาพแวดล้อม (สัญญาณโทรทัศน์, สัญญาณวิทยุ และสัญญาณโทรศัพท์ที่มีอยู่รอบตัวเรา) ที่แม้ว่าพลังงานที่เก็บเกี่ยวได้อาจจะไม่มากนักแต่ก็เกือบเพียงพอที่จะทำให้มือถืออยู่ในโหมดสแตนบายได้ตลอดกาลโดยไม่ต้องเสียบชาร์จ อ้างจากคำพูดของ Markku Rouvala นักวิจัยในศูนย์วิจัยของโนเกียในเมืองเคมบริดจ์ (เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นสิ่งพบเห็นได้ใน RFID tag แต่ก็เก็บเกี่ยวพลังงานได้น้อยกว่ามากและใช้การส่งคลื่นไปตรงๆ)
การที่ซัมซุงไม่จริงจังกับ Windows Phone นัก เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด แต่มองถึงศักยภาพของซัมซุงเทียบกับความพยายามล่าสุดอย่าง ATIV S สมาร์ทโฟน Windows Phone 8 ที่พอใช้ได้แต่มาช้าและขาดการโปรโมทจนล่าสุดต้องหั่นราคา ทำให้นักวิเคราะห์บางคนอดคิดไม่ได้ว่า "หรือซัมซุงจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้?"
ล่าสุด All Things D ได้นำประเด็นนี้มาเล่นโดยอ้างคำนักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยตลาด Detwiler Fenton ซึ่งได้กล่าวหาซัมซุงไว้แรงเลยทีเดียว
วันนี้ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยอัพเดตสองตัวสำหรับ Windows Phone 7.8 โดยมี build ล่าสุดที่ 7.10.8862.144
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากอัพเดตตามที่ได้ระบุไว้ใน change log หลักๆ คือการแก้บั๊ก Live Tile ไม่ยอมอัพเดตตัวเองและทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างอาการกินปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตและแบตเตอรี่มากผิดปกติที่เป็นกับ WP 7.8 build แรกๆ
ในตอนนี้ผู้ใช้งานเครื่องไม่ติดสัญญาหลายคนๆ เริ่มได้อัพเดตแล้ว (ผมเองก็ได้แล้ว) ยังไงลองเช็คผ่าน Zune ดูนะครับ
โนเกียได้ปล่อยแอพถ่ายภาพ Cinemagraph ให้กับ Lumia รุ่นเก่าที่รัน Windows Phone 7.x ตามสัญญาว่าจะมาเป็นฟีเจอร์ของ WP7.8
ตัวแอพ Cinemagraph นั้นทำงานไม่ต่างกับ Lens ชื่อเดียวกันที่มีบน Lumia WP8 กล่าวคือแอพจะถ่ายวิดีโอเป็นเวลาสั้นๆ แล้วให้ผู้ใช้งานเลือกบริเวณของภาพที่ต้องการให้เคลื่อนไหว โดยบริเวณอื่นที่ผู้ใช้ไม่ได้เลือกมาก็จะยังคงเป็นภาพนิ่ง ผลที่ได้ก็คือภาพนิ่งที่สามารถโชว์การเคลื่อนไหวได้เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ภาพดูมีชีวิตขึ้นมา และแน่นอนว่าต้องแชร์ภาพผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ด้วย
ผู้ใช้ Lumia รุ่นแพเบอร์ 7.x เก่าสามารถโหลด Cinemagraph ได้แล้วที่ Nokia Collection ครับ
ที่มา - wpcentral
ขณะที่ผู้ใช้งาน Windows Phone ยังคงต้องเฝ้ารอการมาถึงของแอพถ่ายภาพแล้วแชร์อย่าง Instagram ซึ่งเคยมีข่าวปรากฏเป็น Live Tiles ปริศนาให้ผู้ใช้ได้ลุ้นและผิดหวังกันไป ในตอนนี้ MOLOME แอพสัญชาติไทยที่มีความสามารถเท่าเทียมกัน แต่เติบโตมาจากแพลตฟอร์มเก่าอย่าง Symbian และมีลูกเล่นอย่างแบดจ์และสติกเกอร์ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวแซงหน้า Instagram ไปแล้ว
โดยล่าสุดทางผู้ก่อตั้ง MOLOME ได้โพสต์รูปภาพที่เผยให้เห็นแอพเวอร์ชัน Windows Phone (สังเกตได้จากแอพรูปแบบพาโนรามาอันเป็นเอกลักษณ์) หลังจากที่เขาได้เข้าประชุมกับ Stephen Elop ซีอีโอของโนเกีย (ชมภาพแอพพร้อมนามบัตร Elop ได้ในที่มา) ทำให้น่าเชื่อว่า MOLOME เวอร์ชัน Windows Phone น่าจะใกล้เสร็จสมบูรณ์และอาจจะมีแผนเปิดตัวในเร็วนี้ๆ
ก็หวังว่าคงจะไม่ปล่อยให้ชาว Windows Phone ต้องคอยนานนะครับ
วันนี้โนเกียได้ปล่อยแอพนำทาง Nokia Drive+ ที่เคยมีให้ใช้เฉพาะบน Lumia ให้กับ Windows Phone 8 ยี่ห้ออื่นๆ ตามสัญญา โดยตัวแอพยังคงความสามารถเดิมที่มีให้อย่างระบบนำทางแบบ turn-by-turn พร้อมเสียงบนแผนที่แบบสองมิติ/สามมิติ รวมถึงฟีเจอร์เด่นอย่างแผนที่นำทางออฟไลน์ด้วย
ในตอนนี้สามารถโหลดแอพ Nokia Drive+ Beta ได้แล้วบน Windows Phone Store ในอเมริกา, แคนาดาและอังกฤษ (สำหรับประเทศอื่นคาดว่าน่าจะตามมาในภายหลัง)
การที่โนเกียให้ Windows Phone จากผู้ผลิตรายอื่นเข้าถึงความสามารถของระบบแผนที่ของบริษัทตัวเอง นับเป็นหนึ่งในผลจากข้อตกลงแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างโนเกียและไมโครซอฟท์ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2011 ครับ
ที่มา - Windows Phone Blog via wpcentral
ไมโครซอฟท์ได้จดสิทธิบัตรโหมดการแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาใหม่ ที่คงจะช่วยแก้ (หรืออย่างน้อยก็ลด) ปัญหาแสงหน้าจอมือถือแยงตาขณะดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้ไม่มากก็น้อย
ด้วยการเปิดใช้การแสดงผลที่ไมโครซอฟท์เรียกว่าโหมดไม่สะดุดสายตา (inconspicuous mode) ที่ไม่ใช่แค่ลดความสว่างหน้าจอและปิดเสียงมือถือเพียงเท่านั้น แต่ยังตัดเอาภาพพื้นหลังสว่างจ้าออกและจำกัดจำนวนการแจ้งเตือนที่แสดง โดยตัวโหมดไม่สะดุดสายตายังสามารถเปิดใช้งานเองโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจจับพบสภาพแวดล้อมที่ตรงกับเงื่อนไข เช่นภายในห้องนอนที่มืดมากๆ ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับสิทธิบัตรใหม่อื่นๆ เรายังคงต้องรอให้ไมโครซอฟท์นำมาใช้กับผลิตภัณฑ์จริงกันก่อน แต่คาดว่าถ้านำมาใช้จริงเมื่อไหร่ก็คงจะไม่มีผี Windows Phone ให้เห็นในโรงหนังครับ
ที่มา - Engadget
จากข่าวก่อนหน้านี้ที่มีผู้พบว่าโนเกียได้อัพโหลดเฟิร์มแวร์ที่มากับ Windows Phone 7.8 ขึ้นเซิร์ฟเวอร์แล้ว ทำเอาผู้ใช้งาน Lumia รุ่นเก่ารอคอยเฟิร์มแวร์ตัวสมบูรณ์กันอย่างใจจดใจจ่อ และแล้วในที่สุดก็เริ่มมีผู้ได้รับอัพเดต WP7.8 จากไมโครซอฟท์แล้ว
ทางเว็บไซต์ WP7.nl รายงานว่า Lumia 800 ของพวกเขาได้รับอัพเดต OS เวอร์ชันใหม่พร้อมกับอัพเดตจากทางโนเกียรวมทั้งหมดแล้ว 4 อัพเดต เมื่ออัพเดตเสร็จสมบูรณ์จะได้เลข build สุดท้ายที่ 7.10.8858.136 โดยความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันทีคือหน้า splash screen และตัวเลือกสำหรับเปลี่ยนขนาด Live Tile สำหรับ Homescreen แบบใหม่ (ยังไม่มี change log หรือรายงานการเปลี่ยนแปลงออกมาแต่คิดว่าน่าจะพออ้างอิงได้จากข่าวเก่า)
อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ยังไม่ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ อัพเดตตัวนี้อาจจะยังจำกัดอยู่เพียงผู้ใช้งานบางกลุ่ม ยังไงก็ลองเช็คอัพเดตผ่าน Zune ดูกันได้ สำหรับผม (Lumia 900) ลองแล้วพบว่าเวลานั้นยังมาไม่ถึงครับ
ที่มา - WP7.nl via wpcentral, WMPoweruser
ที่ผ่านมาเราได้เห็นโครงการระดมทุนเพื่อผลิตนาฬิกาสำหรับสมาร์ทโฟนมาหลายโครงการ (เช่น Pebble และ STRATA ที่ระดมทุนผ่าน Kickstarter) แต่นาฬิกาเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์กับ Android และ iOS เท่านั้น ทิ้งให้ผู้ใช้งาน Windows Phone ต้องตกเทรนด์กันไป อย่างไรก็ตามในตอนนี้มีผู้ริเริ่มโครงการนาฬิกาสำหรับสมาร์ทโฟนในชื่อ Gnomio ซึ่งรองรับ Windows Phone 8 โดยเฉพาะแล้วผ่านการระดมทุนทาง Indiegogo
สำหรับฟีเจอร์ของ Gnomio นั้นก็ไม่ได้ต่างจากนาฬิกาสำหรับสมาร์ทโฟนอื่นๆ คือซิงค์เพื่อดูการแจ้งเตือน ควบคุมแอพเล่นมีเดีย ดูข้อความ สภาพอากาศ ฯลฯ แบตชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ในโหมดนาฬิกาได้ 7 วันและอยู่ได้หนึ่งวันสำหรับการใช้งานจริง เท่าที่ดูตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่ากันน้ำได้หรือไม่ และมีจุดเด่นที่การใช้หน้าจอสีและสั่งงานด้วยการสัมผัสได้
ระบบปฏิบัติการของ Gnomio นั้นเป็น Windows Embedded Compact 7 ซึ่งจะมาพร้อมกับ SDK สำหรับนักพัฒนา ที่น่าสนใจก็คือทางโครงการเคลมว่าสามารถโหลดแอพสำหรับ Gnomio ผ่านทาง Windows Phone Store ได้เลยโดยตัวแอพจะถูกส่งขึ้นไปยังตัวนาฬิกาอีกทอดนึง
ราคาของ Gnomio Fresh (เคสพลาสติก มีสีเหลือง/เขียว/ฟ้า/แดง) สำหรับผู้ร่วมระดมทุนอยู่ที่ 81 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนราคาขายจริงอยู่ที่ 89 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Gnomio Strong (เคสอลูมิเนียม มีสีดำ/ขาว) ตั้งไว้ราคาเดียวที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มผลิตเดือนมีนาคม ส่งของเมษายนปีหน้าครับชมภาพได้ท้ายข่าว
ที่มา - WMPoweruser, Indiegogo
Internet Explorer เป็นเบราว์เซอร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีชื่อเสียงแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาเบราว์เซอร์อื่นในท้องตลาดมาช้านาน และจากแคมเปญโปรโมท Internet Explorer ล่าสุดดูเหมือนว่าไมโครซอฟท์ได้ยอมรับเรื่องนี้อย่างเป็นทางการแล้ว
โดยไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวเว็บไซต์ The Browser You Loved To Hate (เบราว์เซอร์ที่คุณรักที่จะเกลียด) ที่ไม่ได้มีเนื้อหาเชียร์ผลิตภัณฑ์อย่างแคมเปญโฆษณาทั่วๆ ไปเพียงอย่างเดียว แต่มันประกอบไปด้วยอินโฟกราฟฟิก (ที่เน้นความฮา) เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านจุดตกต่ำถึงขีดสุดมาแล้วสามารถกลับมาได้รับความนิยมได้ (คงจะอยากบอกว่า IE ก็กำลังกลับมาเช่นกัน) รวมไปถึงภาพจิกกัด IE รุ่นเก่าอย่างไม่เกรงใจผลิตภัณฑ์ของตัวเองและที่เด็ดที่สุดคือวิดีโอล้อ IE hater ผู้มีวลีเด็ดอย่าง "IE มีไว้ใช้ดาวน์โหลดเบราว์เซอร์อื่นเท่านั้นแหละ" ที่สุดท้ายเขาก็ได้พบกับสัจธรรมอันน่าตกตะลึง ชมวิดีโอได้ที่หลังเบรคครับ
คงยังจำกันได้กับธรรมเนียมปฏิบัติของทีม Internet Explorer กับการส่งเค้กร่วมแสดงยินดีกับ Mozilla เมื่อมีการออก Firefox รุ่นใหม่ ซึ่งได้ทำติดต่อกันมาตั้งแต่ Firefox 2 จนมาถึง Firefox 7 (ชมพัฒนาการของเค้ก) โดยในช่วงหลัง Mozilla เริ่มใช้นโยบายการปล่อยอัพเดตรุ่นใหม่ทุกๆ 16 สัปดาห์ หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเราคงจะไม่ได้เห็นธรรมเนียมนี้อีกแล้ว (ทีม IE คงอบเค้กไม่ทันเลยล้มเลิกไป)
แต่ในตอนนี้เรื่องผิดคาดก็เกิดขึ้น เมื่อ Mozilla ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการส่งเค้กแสดงความยินดีกลับไปหา Microsoft เนื่องในโอกาสที่ Internet Explorer ได้ออกรุ่นที่ 10 โดยไม่ลืมที่จะแต่งหน้าเป็นโลโก้ Firefox ที่เราคุ้นเคยกัน ชมภาพได้ที่ท้ายข่าวและเข้าไปอ่านทวิตเตอร์ขอบคุณจากทีม IE ได้
ก็ไม่รู้ว่าต่อไปการส่งเค้กจะกลายเป็นธรรมเนียมของ Mozilla แทนรึเปล่านะครับ
Panos Panay ผู้จัดการทั่วไปจากทีมพัฒนา Surface ได้ตั้งกระทู้ "ถามอะไรก็ได้เราจะตอบให้เกือบหมด" (Ask me or my team almost anything) บนเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ reddit และจากกระทู้ถามตอบดังกล่าวเราจึงได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้า Surface with Windows RT ดังนี้ครับ
- รองรับจอยแพด Xbox 360 ผ่านพอร์ต USB สำหรับการเล่นเกม
- พอร์ต USB จะรู้จักอุปกรณ์เกือบทั้งหมด รวมไปถึงกล้องถ่ายรูปและใช้ชาร์จโทรศัพท์ได้ด้วย
- เนื่องจากตัวเคสทำด้วย VaporMg จึงทำให้ใส่ NFC ไม่ได้
- รุ่นความจุ 32 GB จะมีพื้นที่เหลือสำหรับแอพและเกม 20 GB ส่วน SD card มีไว้สำหรับใส่หนัง, ภาพ และเพลงเท่านั้น
- รองรับ SDXC ถอดเสียบตัวการ์ดได้แบบ on the fly
- คีย์บอร์ด Touch Cover รับรู้ความแตกต่างระหว่างการวางนิ้วไว้เฉยๆ กับการกดแป้นจริงๆ
- คีย์บอร์ด Touch Cover, Type Cover สามารถตรวจจับลักษณะการวางเทียบกับตัว Surface ได้ ตัวคีย์บอร์ดจะถูกปิดการใช้งานเมื่อพับปิดหน้าจอหรือพับกลับไปด้านหลัง
- Microsoft เลือกที่จะไม่ใส่ 3G/4G จากข้อมูลการสำรวจที่บอกว่าผู้ใช้แท็บเล็ตมักจะไม่เลือกใช้ Mobile Broadband
- Microsoft เลือกปรับปรุงหน้าจอด้วยวิธีอื่นๆ แทนที่จะเพิ่ม resolution เช่นการใช้เทคโนโลยี ClearType เพื่อทำการเกลี่ยพิกเซล, ใช้หน้าจอ 10.6" ที่มีค่าคอนทราสสูงและให้มุมมองที่กว้าง และใช้ชั้นออฟติคอลที่บางที่สุดในท้องตลาดทำให้หน้าจอของ Surface สะท้อนแสงน้อยกว่า iPad มาก เป็นผลให้ได้ค่าคอนทราสที่สูงกว่าเดิมและเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนกว่า
- Microsoft เลือกใช้เพียงแค่ USB 2.0 แทนที่จะเป็น USB 3.0 เนื่องมาจากตัว ARM SoC ในขณะที่ Surface กำลังพัฒนา ยังไม่มีความสามารถในการรองรับ USB 3.0
ข่าวลือเรื่องโนเกียจะผลิตแท็บเล็ตฟังดูใกล้เคียงความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเว็บไซต์ Nokiapoweruser ได้รายงานว่าพบสิทธิบัตรดีไซน์แท็บเล็ตที่จดโดยโนเกียถึง 2 สิทธิบัตร สำหรับหน้าตาของสิทธิบัตรทั้งสองนั้นคงจะพอกล่าวได้ว่าเป็นการหยิบยืมดีไซน์ยูนิบอดี้ของมือถือ N9 มาปรับแต่งอีกนิดหน่อยแล้วขยายร่างเป็นแท็บเล็ต (ดูภาพได้ที่ท้ายข่าว)
สิทธิบัตรทั้งสองถูกจดไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2011 ซึ่งในขณะนั้น Windows 8 ยังคงเป็นเพียงแค่ข่าวลืออยู่เลย ทำให้น่าคิดว่านี่อาจจะเป็นแท็บเล็ต MeeGo ที่สุดท้ายก็ล้มเลิกโครงการไปหรืออาจจะเป็นการเตรียมการเพื่อแท็บเล็ต Windows 8 ก็เป็นได้
หลังจากมีข่าวลือว่าไมโครซอฟท์กำลังทำวินโดวส์โฟนแบรนด์ตนเองออกมา ล่าสุด Stephen Elop ซีอีโอของโนเกียพันธมิตรผู้ร่วมพัฒนาวินโดวส์โฟนได้ให้สัมภาษณ์กับทาง
AllThingsD โดยปฏิเสธความรู้เห็นในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว Elop กล่าวว่า
"ผมไม่พบอะไรที่บ่งบอกว่าไมโครซอฟท์กำลังมีแผนการดังกล่าวและผมก็ไม่คิดว่าไมโครซอฟท์จะแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้นด้วยแผนการเพียงแค่การผลิตวินโดวส์โฟนแบรนด์ตนเอง แต่ไมโครซอฟท์ก็สามารถทำได้ถ้าพวกเขาเลือกที่จะทำ"
นอกจากนี้ Elop ยังได้กล่าวถึงความผิดพลาดของมือถือวินโดวส์โฟนรุ่นแรกๆ อย่าง Lumia 800 ที่ไม่ได้เน้นการขายให้กับผู้ให้บริการเป็นรายๆ ไปต่างจาก Lumia 900 ที่ทำเคมเปญร่วมกับ AT&T และเมื่อถูกถามว่าได้รับความช่วยเหลือจากไมโครซอฟท์อย่างเพียงพอไหม Elop ตอบว่า
"ความร่วมมือนี้มีความสลับซับซ้อนอยู่ แต่ในแง่ของข้อผูกพันพื้นฐานที่มีให้ต่อกัน ข้อผูกพันที่มีต่อวินโดวส์โฟน เราได้ทำงานในส่วนของเราให้ดีที่สุดเพื่อที่ไมโครซอฟท์จะได้ร่วมงานกับเราอย่างใกล้ชิด นั่นเป็นสิ่งที่เราได้"
ที่มา - AllThingsD via WMPoweruser, wpcentral
จากข่าวเก่าที่ The Verge รายงานถึงความเป็นไปได้ของ Instagram บน Windows Phone จาก Live Tile ที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอสาธิตความสามารถของจอภาพ PureMotion ของ Nokia Lumia ทาง VentureBeat กลับให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันโดยอ้างจากแหล่งข่าวซึ่งบอกว่าทาง Instagram ไม่มีแผนในการทำแอพลง Windows Phone แต่อย่างใด ทำให้เกิดคำถามว่า Live Tile ปริศนานั้นคือแอพอะไรกันแน่
ล่าสุดบนบล็อก Nokia's Conversation ได้ลงเรื่องราวของ MOLOME แอพถ่ายภาพแล้วแชร์สัญชาติไทยซึ่งเป็นที่นิยมในระดับหนึ่งและเพิ่งจะมียอดดาวน์โหลดบน Nokia Store ครบหนึ่งล้านครั้งไปหมาดๆ โดยจากการสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งได้เปิดเผยว่าแอพดังกล่าวกำลังจะลง Windows Phone ด้วย และ MOLOME นี่เองที่เป็นแอพต้องสงสัยรายต่อไปเมื่อดูจากไอคอนรูปหัวใจและไอคอนคอมเมนท์บนเว็บ (ดูตัวอย่าง) ที่มีลักษณะคล้ายกับ Live Tile ในวิดีโอมาก
ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่ MOLOME หรือไม่ เราคงต้องรอแอพเปิดตัวบน Windows Phone หรือรอผู้พัฒนามาเฉลยครับ :)
ที่มา - Nokia's Conversations via WPCentral
แม้ว่าโนเกียจะมีเทคโนโลยีกล้องบนสมาร์ทโฟนที่ล้ำหน้าผู้ผลิตเจ้าอื่นอย่าง PureView แต่ดูเหมือนโนเกียจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้และอาจจะกำลังพัฒนาสิ่งที่อาจยกระดับเทคโนโลยีการถ่ายภาพไปสู่อีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว
โนเกียได้จดสิทธิบัตรการจับโฟตอนด้วยเทคโนโลยีกราฟีนเพื่อนำไปใช้กับเซ็นเซอร์รับภาพ และด้วยคุณสมบัติของกราฟีนนี่เองที่ทำให้การผลิตเซ็นเซอร์รับภาพที่มีขนาดเล็กและถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเซ็นเซอร์ CMOS ในปัจจุบันมีความเป็นไปได้
ปัญหาการไม่รองรับภาษาไทยของ WP7 เป็นสิ่งที่รบกวนผู้ใช้งานในประเทศไทยมาโดยตลอด แม้ว่าภาษาไทยบน WP8 จะมีให้เห็นใน SDK ที่หลุดออกมาบ้างแล้วแต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอัพเดต WP7.8 จะรองรับภาษาไทยด้วยหรือไม่ ยังไงผมอยากชวนให้ผู้ใช้งานในไทยทุกคนมาช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องนี้ให้ทางไมโครซอฟท์ได้รู้ครับ
เมื่อไม่นานมานี้ทางเว็บไซต์ Windows Phone Thailand ได้เชิญชวนผู้ใช้งานในไทยให้ไปร่วมโหวตภาษาไทยบน Windows Phone 7.8 ในส่วนของการเสนอแนะฟีเจอร์บนเว็บไซต์ทางการของ Windows Phone ในตอนนี้ข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็น "planned" หรืออยู่ในแผน ยังไงก็ตามนี่ดูเหมือนเป็นการทำพอเป็นพิธีเท่านั้นครับ เพราะทางแอดมินยังไม่ตอบคำถามว่า WP7.8 จะมีภาษาไทยหรือไม่
ผมจึงอยากชวนให้ช่วยกัน โหวต/แสดงความคิดเห็น ให้กับการเสนอแนะฟีเจอร์นี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีคนรอใช้ภาษาไทยบน Windows Phone กันอยู่นะ



