Tags:
TOP500

ค่ายรถยนต์ออดี้ ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จำลองการชนของรถ (crash simulation) เพื่อการออกแบบรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูง และด้วยจำนวนโปรเซสเซอร์อินเทลถึง 608 หน่วยจากเซิร์ฟเวอร์เอชพี 320 เครื่อง ทำให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีพลังในการคำนวณถึง 29 เทราฟลอป และถูกจัดให้เป็นคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ อีกทั้งยังได้ตำแหน่งคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงอันดับที่ 81 ของโลกอีกด้วย

ออดี้เปิดเผยว่า ก่อนจะผลิตรถยนต์ต้นแบบหนึ่งรุ่นออกมานั้น นักพัฒนาต้องทำการทดสอบรถยนต์ด้วยโปรแกรมจำลองสถานการณ์การชนที่มีประมาณ 1,000 งานต่อสัปดาห์ เพื่อวินิจฉัยและหาจุดบกพร่องของรถยนต์ โดยระยะเวลาในการคำนวณของแต่ละงานช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอุบัติเหตุที่จำลองขึ้นมา ซึ่งระยะเวลาคำนวณมีตั้งแต่ 30 นาที จนถึงหนึ่งสัปดาห์เลยก็มี ทั้งนี้ ก่อนที่รถต้นแบบหนึ่งคันจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบจริง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ต้องคำนวณงานมากกว่าหนึ่งแสนงานเลยทีเดียว

ที่มา - The Auto Channel

Tags:

บริษัท Enomaly เปิดตัวซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สภายใต้ชื่อ Elastic Computing Platform (ECP) สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรคอมพิวเตอร์บนระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ทำให้องค์กรทั่วไปสามารถสร้างกลุ่มเมฆส่วนตัว (Private Cloud) เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานขององค์กรเองได้ หรือแม้กระทั่งขายบริการแบบกลุ่มเมฆให้กับลูกค้า

แหล่งข่าวได้บรรยายความสามารถเด่นๆของ ECP ไว้ว่าสามารถจัดการเซิร์ฟเวอร์หลายๆเครื่องผ่านจุดเดียว และสามารถแบ่งสรรปันส่วนทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ให้มีขนาดพอเหมาะกับความต้องการของแต่ละหน่วยงานในองค์กรได้ หรือเอาไปแบ่งขายเหมือนกับบริการ Amazon EC2 ก็ได้ โดยทรัพยากรที่จัดสรรไปแล้วสามารถลดหรือเพิ่มขนาดได้ตามความต้องการของการใช้งาน ทั้งนี้ ECP เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะคล้ายกับซอฟต์แวร์สำหรับบริหารเซิร์ฟเวอร์เสมือนในศูนย์ข้อมูล อย่างเช่น VMM ของไมโครซอฟท์, C3 ของ Citrix, และ VDC-OS ของ VMware ส่วนจุดเด่นของ ECP คือ เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส อีกทั้งรองรับ virtualization หลายตระกูล เช่น Xen, KVM และ VMware เป็นต้น และจะสนับสนุน Hyper-V ในปีหน้า

ในช่วงเวอร์ชันเบต้าของ ECP มีกลุ่มผู้ใช้กว่าพันราย ซึ่งรวมบริษัทและองค์กรใหญ่ๆอย่างเช่น ไมโครซอฟท์, ออราเคิล, จีอี, VeriSign, และกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา และถูกนำไปใช้ในโครงการสร้างเครือข่าย CDN ของอินเทลอีกด้วย

ที่มา - NETWORK WORLD และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ ECP ได้ที่ Enomaly

Tags:
IBM

ข่าวร้อนในวงการไอทีตอนนี้ ต้องยกให้เป็นข่าวของ นายมาร์ค เปเปอร์มาสเตอร์ อดีตรองประธานฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีไมโครโปรเซสเซอร์ของยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม จากการที่เขายื่นใบลาออกจากไอบีเอ็มในวันที่ 21 ตุลาคม ปีนี้ เพื่อไปร่วมงานกับ สตีฟ จ็อบส์ ที่แอปเปิลในเดือนพฤศจิกายนนี้ สาเหตุที่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาได้ เพราะไอบีเอ็มได้ฟ้องศาล ในกรณีที่เปเปอร์มาสเตอร์ขัดแย้งต่อสัญญา Non-compete Agreement ว่าด้วยเรื่องการห้ามมิให้เปเปอร์มาสเตอร์ไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งหรือทำธุรกิจแข่งกับบริษัทไอบีเอ็ม แม้ว่าลาออกไปแล้ว ผู้ให้สัญญาจะต้องรักษาสัญญานี้อย่างน้อย 1 ปีนับจากวันที่ลาออก

เปเปอร์มาสเตอร์นับว่าเป็นผู้กุมความลับมากมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์และเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทไอบีเอ็ม และเขาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญขั้นสุดยอดด้านสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ PowerPC ของไอบีเอ็ม การที่เขาย้ายไปทำงานกับแอปเปิลอาจทำให้ความลับของไอบีเอ็มรั่วไหล นอกจากนี้ ไอบีเอ็มกล่าวว่า เปเปอร์มาสเตอร์สามารถช่วยให้แอปเปิลพัฒนาผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์และโปรเซสเซอร์เพื่อมาแข่งกับไอบีเอ็มได้

Tags:

รัฐบาลสิงคโปร์เปิดให้บริการการประมวลผลกริดเชิงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ Alatum นำโดยสำนักงาน iDA จากภาครัฐ และได้ร่วมมือกับบริษัท SCS และ​ HP ในการพัฒนาระบบดังกล่าว รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากบริษัทพาร์ทเนอร์หลายบริษัทในการพัฒนาและส่งบริการดังกล่าวถึงมือลูกค้า ตัวอย่างของพาร์ทเนอร์ ได้แก่ Microsoft, Oracle, Redhat, IBM, Salesforce.com, Citrix, และ SingTel เป็นต้น

บริการ Alatum จัดเตรีียมทรัพยากรคอมพิวเตอร์ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้า โดยมีโปรเซสเซอร์ถึง 300 หน่วยในช่วงเริ่มต้น และบริษัทพาร์ทเนอร์จะจัดเตรียมโปรเซสเซอร์ถึง 2,400 คอร์ พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 16 TB อีกทั้งให้บริการซอฟต์แวร์หลากหลายประเภท เช่น ERP, CRM, และซอฟต์แวร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ทั้งนี้ Alatum จะคิดค่่าบริการตามที่ใช้งานจริง โดยค่าบริการรายเดือนต่อลูกค้าหนึ่งรายมีราคาตั้งแต่ 18 ถึง 1,500 เหรียญสิงคโปร์ รายละเอียดค่าบริการ

Tags:
Microsoft

ไมโครซอฟท์ให้การสนับสนุนทีมรถแข่งเฟอร์รารี่ ในการสร้างระบบการประมวลผลสมรรถนะสูง โดยเฟอร์รารี่จะใช้ระบบดังกล่าวในการออกแบบรถแข่งสูตรหนึ่ง (Formula One) ด้าน Piergiorgio Grossi หัวหน้าฝ่ายไอทีของเฟอร์รารี่ กล่าวว่ารถแข่งมีอายุที่จะต้องปรับปรุงหรือพัฒนาใหม่ทุกๆ 18 เดือน ซึ่งรถแข่งรุ่นใหม่จะถูกออกแบบและสร้างล่วงหน้าก่อนที่รุ่นเก่าจะหมดอายุ ก่อนหน้านี้ เมื่อออกแบบรถแข่งเสร็จ บริษัทต้องทำการประกอบรถขึ้นมาเพื่อทดสอบบนสนามจริง แต่ตอนนี้ เฟอร์รารี่สามารถทำแบบจำลองรถแข่ง แล้วทดสอบบนระบบคลัสเตอร์เป็นครั้งแรกได้แล้ว ทำให้ลดต้นทุนและเวลาในการพัฒนารถแข่งได้เป็นอย่างมาก

เฟอร์รารี่นับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆที่ได้ทดสอบซอฟต์แวร์ Windows HPC 2008 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้ว โดยปัจจุบัน ทีมไอทีของเฟอร์รารี่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวในการสร้างระบบคลัสเตอร์ตระกูลวินโดว์ จากนั้นจึงพัฒนาซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์สำหรับทดสอบรถแข่ง อาทิเช่น จำลองแรงลมที่ปะทะกับรถขณะวิ่ง, การปรับสมดุลอากาศพลศาสตร์ของรถ, และทดสอบจุดศูนย์ถ่วง เป็นต้น นอกจากนี้ ทางทีมพัฒนายังทำการติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์ให้กับรถแข่ง เพื่อเก็บข้อมูลจากการทดสอบรถแข่งบนสนามจริง โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์บนระบบดังกล่าว

ที่มา - siliconrepublic.com

Tags:

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) โชว์ผลงานการสร้างเครือข่ายกริดภายใต้ชื่อ TCG@NUS หรือชื่อเต็มว่า Tera-scale Campus Grid สำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย NUS โดยวัตถุประสงค์ของเครือข่าย TCG@NUS คือ การรวมพลังคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ใน NUS มาใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

TCG@NUS มีลักษณะคล้ายกับโครงการ SETI@home และโครงการอื่นๆที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม BOINC ที่เป็นการสร้างเครือข่ายของคอมพิวเตอร์เพื่ออุทิศพลังประมวลผล แต่ TCG@NUS เลือกใช้แพลตฟอร์ม Grid MP ของบริษัท Univa UD ในการพัฒนา ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถส่งงาน (หรือโปรแกรม) ไปให้คอมพิวเตอร์ที่ว่างงานหรือมีภาระน้อยที่กระจายตัวตามหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัยได้ อันทำให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูง อีกทั้งใช้พลังงานไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย จากแหล่งข่าวที่ iSGTW ระบุว่า TCG@NUS สามารถรวมพลังของโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 2,600 คอร์ จากคอมพิวเตอร์พีซี 1,400 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์ 222 เครื่อง

ขณะนี้และที่ผ่านมา TCG@NUS ประมวลผลงานหลากหลายชนิด ตั้งแต่งานด้านวิศวกรรมการเงินไปจนถึงการทำเหมืองข้อมูล ซึ่ง TCG@NUS สามารถลดเวลาในการประมวลผลของงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างมาก อาทิเช่น งานที่อิงบนแบบจำลองมอนติคาร์โลงานหนึ่งที่เดิมทีคาดว่าจะใช้เวลาถึง 50 วันในการประมวลผลจนเสร็จ พอมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ลดเวลาประมวลผลเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น และบริษัท Patsnap ได้นำงานชนิดหนึ่งมาประมวลผลบน TCG@NUS ทำให้ประมวลผลจนเสร็จสิ้นได้ภายใน 10 วัน ซึ่งจากเดิมคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2 ปี ถ้านำงานดังกล่าวไปประมวลผลบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว

ที่มา - INTERNATIONAL SCIENCE GRID THIS WEEK (iSGTW) และ NUS

Tags:

เว็บไซต์ CIO ทำแบบสอบถามส่งถึงผู้บริหารในสายธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อถามความเห็นของผู้บริหารที่มีต่อการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) ผลการสำรวจที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้

  • 58% ลงความเห็นเหมือนกันว่า Cloud Computinig จะทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน อันเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในอนาคต

  • 47% เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทของพวกเขากำลังใช้หรือกำลังศึกษา Cloud Computing อยู่

  • 54% ตอบว่า กำลังใช้งาน ศึกษา หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภท ERP บน Cloud Computing

  • 59% มองว่าผู้ให้บริการ Cloud Computing ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยน้อยไป

  • 54% เชื่อว่าต้องใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียวที่ Cloud Computing จะเติบโตเต็มที่

  • มีเพียง 18% เท่านั้นที่เชื่อว่า Cloud Computing เป็นเพียงกระแสแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากในเวลาอันสั้น

ที่มา - CIO อ่านรายละเอียดของคำถามและผลของการสำรวจได้ในที่มาครับ

Tags:

บริษัท IDC คาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) บริการแบบกลุ่มเมฆ * จะมีการเติบโตอย่างมาก ซึ่งบริษัทและหน่วยงานต่างๆจะมีการลงทุนกับบริการแบบกลุ่มเมฆมากถึง 42 พันล้านเหรียญ

บริษัท IDC เผยว่าจะมีช่องทางของโอกาสอยู่ 2 ช่องทางที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากบริการแบบกลุ่มเมฆ โดยช่องทางแรกคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น บริการแบบ SaaS (เช่น Google Apps และ Photoshop Express), บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (เช่น Amazon S3), และบริการโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ (เช่น Amazon EC2) เป็นต้น และอีกช่องทางหนึ่ง เป็นการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าที่ต้องการผันตัวเองไปเป็นผู้ให้บริการแบบกลุ่มเมฆ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าสามารถพัฒนาและติดตั้งบริการแบบกลุ่มเมฆได้

* บริการแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Services) เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ติดตั้งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) สำหรับติดตั้ง พัฒนา และเปิดให้บริการแบบกลุ่มเมฆต่อผู้บริโภค [อ้างอิงจาก IDC]

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE

Tags:
DoD

สำนักงานการประมวลข่าวทหาร (Defense Information Systems Agency หรือ DISA) ของกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา (Department of Defense หรือ DoD) ได้เปิดตัวบริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) ภายใต้ชื่อ Rapid Access Computing Environment หรือเรียกสั้นๆว่า RACE เพื่อให้บริการแก่กองทัพทหารระหว่างปฏิบัติภารกิจและใช้ในหน่วยงานของ DoD เอง

ซีไอโอของ DISA กล่าวว่า RACE จะช่วยลดเวลาในการจัดซื้อและพัฒนาระบบสารสนเทศ รวมถึงประหยัดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆได้อีกด้วย อีกทั้ง RACE ยังสามารถปรับตัวเพื่อรองรับปริมาณภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้ และหน่วยงานหรือผู้ใช้สามารถชำระค่าบริการได้ตามที่ใช้งานจริง อย่างไรก็ดี ขณะนี้ RACE ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน โดยมีบริษัท HP, Sun Microsystems, ViON, และ Apptis เป็นคู่สัญญาที่จัดสรรผลิตภัณฑ์ให้กับระบบ RACE

RACE มีกลุ่มเซิร์ฟเวอร์เป็นโฮสต์ของคอมพิวเตอร์เสมือน สามารถเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Red Hat หรือ Microsoft Windows และ RACE มีศูนย์บริการที่คอยดูแลระบบและให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ค่าบริการรายเดือนของ RACE ตกอยู่ที่ $500 ต่อคอมพิวเตอร์เสมือน 1 เครื่อง

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE และสามารถเข้าไปชมหน้าเว็บบริการของ RACE ได้ที่ DISA

Tags:

DZero เป็นโครงการทดลองด้านฟิสิกส์พลังงานสูง (High-energy physics) ต้องพึ่งพาการประมวลผลสมรรถนะสูงเพื่อคำนวณงานประเภท Simulation ที่มีจำนวนมากถึง 60,000 -100,000 งานต่อสัปดาห์ และงานทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปประมวลผลยังเครือข่ายกริด * ที่มีคอมพิวเตอร์กระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆถึง 23 แห่ง โดยในอดีตนั้น DZero ประสบปัญหาจากการที่เครือข่ายกริดดังกล่าวไม่มี storage สำหรับจัดเก็บข้อมูลขาเข้า (input data) ของงานที่จะนำไปประมวลผล ที่แล้วมา DZero จะแก้ปัญหาโดยส่งข้อมูลขาเข้าจากหน่วยงานของผู้ใช้ไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางที่อยู่ในเครือข่ายกริด ซึ่งจะมีการขนส่งข้อมูลขาเข้าเช่นนี้ทุกครั้งที่งานต้องการข้อมูล แต่มีปัญหาที่ตามมา คือ ความล้มเหลวในการประมวลผลของงานมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก เพราะเครือข่ายระหว่างหน่วยงานของผู้ใช้ที่ DZero กับเครือข่ายกริดเป็นเครือข่ายแวนที่มีความเร็วและความน่าเชื่อถือต่ำ ทำให้เกิดโอกาสที่ข้อมูลขาเข้าส่งไปที่งานไม่ทันตามกำหนดเวลา (ช่วงเวลา time-out) แล้วเป็นผลให้การประมวลผลของงานนั้นล้มเหลวไปด้วย

Google

สืบเนื่องจากข่าวที่ซีอีโอของไมโครซอฟท์ สตีฟ บัลเมอร์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อนักวิเคราะห์จากบริษัทการ์ตเนอร์ในงาน Gartner Symposium/ITxpo โดยบัลเมอร์ได้โน้มน้าวให้คนเปลี่ยนไปใช้ Vista ก่อนที่ Windows 7 จะวางขาย นอกจากนี้ บัลเมอร์ยังอ้างว่า ตอนที่ Vista เปิดตัวมานั้น มีบุคคลและบริษัทเปลี่ยนไปใช้ Vista เร็วกว่าตอนที่ Windows XP เปิดตัววางขายซะอีก แต่ทางนักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์กลับเปิดเผยสถิติว่ามีจำนวนบริษัทเพียง 10% เท่านั้นที่เปลี่ยนไปใช้ Vista

นอกจากหัวข้อเรื่อง Vista แล้ว นักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์ยังสัมภาษณ์ถึงศึกช่วงชิงตลาด Cloud Computing ระหว่างไมโครซอฟท์กับกูเกิลด้วย โดยการ์ตเนอร์ได้ใช้คำพูดกวนใจบัลเมอร์ว่า "ผู้คนหันไปใช้ Google Apps ซึ่งเป็นบริการฟรี" แต่บัลเมอร์ตอกกลับไปว่า "ไม่มีใครใช้ Google Apps แล้ว และจำนวนการใช้งานของ Google Apps ก็ไม่ได้เติบโตขึ้น 7 เดือนมาแล้วด้วย" และได้กล่าวเสียดสีปิดท้ายด้วยประโยคว่า "คุณไม่สามารถแม้แต่ใส่ footnote ลงไปในเอกสารได้ด้วยซ้ำ"

ท่าทางสงครามครั้งนี้จะเป็นสงครามน้ำลายมากขึ้นแล้วครับ ยังมีข่าวเก่าที่เกี่ยวกับสงครามน้ำลายระหว่าง 2 บริษัทนี้คือ เปิดหน้าต่างมองดูกลุ่มเมฆผ่าน Windows Cloud

ทีี่มา - eWEEK

Gartner

บริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner) จัดอันดับเทคโนโลยีทั้งหมด 10 อันดับที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนกลยุทธ์เทคโนโลยีสำหรับปีหน้า (พ.ศ. 2552 หรือ ค.ศ. 2009) โดยนักวิเคราะห์จากการ์ตเนอร์เชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า และการ์ตเนอร์แนะนำบริษัทต่างๆว่าควรให้ความสนใจกับเทคโนโลยีเหล่านี้ว่าจะนำมาเพิ่มศักยภาพสำหรับการดำเนินธุรกิจในส่วนไหนของบริษัทได้บ้าง มาดูกันครับว่า เทคโนโลยีทั้ง 10 อันดับนี้มีอะไรบ้าง

  1. Virtualization เป็นเทคโนโลยีสำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การสร้างเซิร์ฟเวอร์เสมือน (virtual server) เป็นต้น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของเทคโนโลยี virtualization ได้แก่ Xen, VMware, VirtualBox และ Hyper-V เป็นต้น
  2. Cloud Computing หรือการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เป็นรูปแบบการประมวลผลที่มีความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า ทำให้รองรับปริมาณภาระงานที่มีจำนวนมากและข้อมูลขนาดมหึมาได้ ตัวอย่างของผู้ให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ได้แก่ Amazon EC2, Google App Engine, IBM Blue Cloud และ GoGrid เป็นต้น
Tags:
Google

กูเกิล (Google) ประกาศความเป็นผู้นำด้านศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ธรรมชาติ จากการที่กูเกิลใส่ใจกับการประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้โดยศูนย์ข้อมูล และการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ ตลอดจนการนำเซิร์ฟเวอร์เก่ากลับมาใช้งานใหม่และนำชิ้นส่วนของเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นไปรีไซเคิล

กูเกิลเปิดเผยตัวเลขอัตราการให้ประสิทธิผลของการใช้พลังงานไฟฟ้า (Power Usage Effectiveness หรือ PUE) * ของศูนย์ข้อมูล 6 แห่งของกูเกิล มีอัตรา PUE เฉลี่ยอยู่ที่ 1.21 และหนึ่งในนั้นให้อัตรา PUE ต่ำที่สุดในโลก นั่นคือ 1.13 ซึ่งศูนย์ข้อมูลโดยส่วนใหญ่นั้นจะให้อัตราของ PUE ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป นอกจากนี้ กูเกิลยังออกแบบและพัฒนาศูนย์ข้อมูลเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยกูเกิลอ้างว่า ในช่วงเวลาที่เราใช้บริการค้นหาข้อมูลของกูเกิล คอมพิวเตอร์ของเราใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าพลังงานที่กูเกิลใช้เพื่อประมวลผลให้ได้ผลลัพธ์ของการค้นหานั้นซะอีก นอกจากนี้ การลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ทำให้ในแต่ละปี กูเกิลประหยัดทรัพยากรน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก ** และกูเกิลยังมีกระบวนการรีไซเคิลน้ำที่ใช้แล้ว ไปใช้กับระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

Tags:
Amazon

ข่าวจากบล็อกอย่างเป็นทางการของ Amazon ได้เปิดเผยว่า ก่อนสิ้นปีนี้ บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆภายใต้ชื่อ Amazon EC2 จะสามารถรองรับคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual machine) ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Server ทั้งแบบ 32 บิตและ 64 บิต

แต่เดิม Amazon EC2 สนับสนุนคอมพิวเตอร์เสมือนที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการตระกูล Linux และ Solaris เท่านั้น การสนับสนุน Windows บน Amazon EC2 ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสทองของ Amazon ให้สามารถดึงดูดลูกค้าในกลุ่มผู้ใช้ Windows ซึ่งมีจำนวนมากได้ และลูกค้ายังสามารถเข้าไปใช้งานคอมพิวเตอร์เสมือนที่ฝากบน Amazon EC2 ผ่านโปรแกรมอย่าง Remote Desktop Connection หรือ rdesktop ได้อีกด้วย

ขณะนี้ Amazon EC2 ให้การสนับสนุน Windows ในช่วงเบต้าอยู่ และทีมงาน Amazon จะเข้าร่วมงาน PDC2008 เพื่อโปรโมทข่าวนี้ด้วย โดย PDC2008 เป็นงานเดียวกันกับที่ไมโครซอฟท์จะเปิดตัว Windows Cloud อย่างเป็นทางการ

ที่มา - Amazon Web Services Blog

Tags:
Microsoft

Steve Ballmer ซีอีโอของไมโครซอฟท์ เปิดเผยถึงระบบปฏิบัติการ Windows ตัวใหม่ภายใต้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "Windows Cloud" โดยกลุ่มเป้าหมายของ Windows Cloud คือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) และ Windows Cloud จะเปิดตัวและประกาศชื่ออย่างเป็นทางการในงาน Professional Developers Conference (PDC2008) ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 - 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551 นี้ ที่ลอสแอนเจลิส

จากบทสัมภาษณ์ของ Ballmer เขาได้พาดพิงถึงคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด Cloud Computing ซึ่งได้ล้อเลียนผลิตภัณฑ์ Cloud Computing ของไมโครซอฟท์ที่อิงบนระบบปฎิบัติการ Windows โดยคู่แข่งรายนี้ได้กล่าวว่า "ระบบปฎิบัติการ ... จริงๆแล้วพวกเราก็กำลังทำอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ได้เรียกว่าระบบปฏิบัติการ เราเรียกว่า เบราว์เซอร์ เราพัฒนาให้เป็น thick client ชนิดใหม่ แล้วเราก็ใส่ความสามารถที่จำเป็นของระบบปฏิบัติการเข้าไปในเบราว์เซอร์"

แม้ว่า Ballmer ไม่ได้เฉลยว่ากำลังพูดถึงคู่แข่งรายไหนอยู่ แต่คิดว่าหลายๆ ท่านคงทราบกันดีว่า ผู้ที่เพิ่งออกเบราว์เซอร์ตัวใหม่นั้นเป็นใคร โดยสรุปแล้ว คู่แข่งรายนี้ใช้เบราว์เซอร์เป็นหน้าต่างในการเข้าถึง Cloud Computing และเป็นคู่แข่งสำคัญของหน้าต่าง Windows ของไมโครซอฟท์

ที่มา - TOP TECH NEWS

Tags:
Microsoft

Microsoft Windows 7 ได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลแบบขนาน (parallel processing) โดยไมโครซอฟท์ชี้จุดอ่อนของ Win32 อันเป็นส่วนสำคัญของ Windows ว่าไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโปรแกรมแบบขนาน (parallel application) และในอนาคต ไมโครซอฟท์อาจจะตัด Win32 ออกไป แล้วทดแทนด้วย Managed code ของ .NET ที่จัดเตรียม API สำหรับการพัฒนาโปรแกรมแบบขนาน

ไมโครซอฟท์ยังได้แนะนำ Microsoft Robotics Studio เครื่องมือพัฒนาโปรแกรมสำหรับหุ่นยนต์ ที่น่าทึ่งก็คือ เครื่องมือนี้ยังเหมาะสำหรับพัฒนาโปรแกรมแบบขนานเพื่อทำงานบนโปรเซสเซอร์ multi-core และการประมวลผลแบบกระจาย (distributed computing) ได้อีกด้วย

หากย้อนไปอ่านข่าวเก่าเมื่อปีก่อน ไมโครซอฟท์เคยเปิดตัว Parallel FX สำหรับพัฒนาโปรแกรมแบบขนาน ซึ่งเป็นภาคเสริมเข้าไปใน .NET Framework 3.5 ที่น่าสนใจอีกข่าวคือ Intel ให้การสนับสนุนไมโครซอฟท์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมแบบขนานบนโปรเซสเซอร์แบบ multi-core มากขึ้น การลุยตลาดการประมวลผลแบบขนานของไมโครซอฟท์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นกระแสข่าวที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงนี้ครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง Intel ปล่อย Parallel Studio ชุดพัฒนาโปรแกรมแบบขนาน เครื่องมือนี้สนับสนุน Microsoft Visual Studio

ที่มา - ZDNet

Tags:

สืบเนื่องจากเนื้อหาในข่าว Oracle บุกตลาดฮาร์ดแวร์ด้วย Oracle Database Machine ทำให้ผมสนใจอุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ นั่นคือ Infiniband (IB) อันเป็นเครือข่ายความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และ Infiniband เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของช่องทางการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลหรือ storage มาดูกันครับว่ามีผลิตภัณฑ์ storage ของเจ้าไหนบ้างที่ใช้ Infiniband

  • Oracle Database Machine จาก Oracle และ HP รองรับความจุข้อมูลถึง 12 TB และสามารถขนส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 5 Gbps
  • Galaxy Aurora IB จากบริษัท Rorke Data เน้นไปที่การบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงและภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์นี้รองรับการขนส่งข้อมูลถึง 1,700 MBps (หรือ 1.7 GBps)
  • Fusion-IO เปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลชนิด SSD โดยจัดเตรียมช่องทางการเชื่อมต่อ 2 แบบด้วยกัน คือ 10 Gigabit Ethernet และ 40 Gbps Infiniband สำหรับขนส่งข้อมูลความเร็วสูง
  • Voltaire จับมือ DataDirect ออกผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลที่ใช้ Infiniband ของ Voltaire ที่ความเร็ว 20 Gbps ทำงานร่วมกับ storage จาก DataDirect ที่มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลถึง 6 GBps พร้อมรองรับความจุข้อมูลสูงสุดถึง 1.2 PB

ที่มา - ITBUSINESSEDGE, MarketWatch (ข้อมูลของ Rorke), The Register (ข้อมูลของ Fusion-IO), และ HPCwire (ข้อมูลของ Voltaire และ DataDirect ) UPDATE: Voltaire และ DataDirect Networks ความเร็ว 6 GBps เป็นความเร็วในการทำงานของ storage เท่านั้น

Tags:
Android

หลายท่านรู้จักโปรแกรม SETI@home สำหรับค้นหามนุษย์ต่างดาวกันไปแล้ว เพียงเราติดตั้งโปรแกรม SETI@home ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้น โปรแกรมจะนำงานจากศูนย์ข้อมูลของโครงการ SETI มาประมวลผลที่เครื่องของเรา ยิ่งมีผู้คนนำโปรแกรม SETI@home มาใช้งานมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะค้นพบมนุษย์ต่างดาวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ปัจจุบัน SETI@home สามารถทำงานบนแพลตฟอร์มชื่อ BOINC ผลที่ได้คือ ผู้ใช้แค่ติดตั้งโปรแกรม BOINC เพียงตัวเดียว ผู้ใช้ก็สามารถเลือกได้ว่าจะนำงานจากโครงการไหนมาประมวลผล โดยไม่จำเป็นต้องประมวลผลงานจากโครงการ SETI เสมอไป ขอเพียงแค่โครงการเหล่านั้นสนับสนุนการทำงานบน BOINC *

ข่าวล่าสุด Oded Ben-Dov จากสถาบัน Technion ประเทศอิสราเอล พยายามแปลงโค้ดของโปรแกรม BOINC ที่เป็นภาษา C ให้เป็นโค้ดภาษา Java เพื่อรองรับการทำงานบนแพลตฟอร์ม Android ที่กำลังมาแรงมากในตลาดโทรศัพท์มือถือ โดย Ben-Dov กล่าวว่า เนื่องจากจำนวนโทรศัพท์มือถือมีมากกว่าจำนวนคอมพิวเตอร์พกพา อีกทั้งหน่วยประมวลผลของโทรศัพท์มือถือบางรุ่นเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ในยุคที่ BOINC เปิดตัวในปี พ.ศ. 2546 ซะอีก แล้วทำไมเราจะค้นหามนุษย์ต่างดาวด้วยโทรศัพท์มือถือไม่ได้ล่ะ ?

* ท่านสามารถดูรายชื่อโครงการที่สนับสนุนการทำงานบนแพลตฟอร์ม BOINC ได้ที่ BOINC

ที่มา - INTERNATIONAL SCIENCE GRID THIS WEEK

Tags:
IBM

ยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม (IBM) เปิดตัวศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing Center) พร้อมกันถึง 4 แห่ง คือ เซาเปาโล ประเทศบราซิล, บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย, โซล ประเทศเกาหลี, และฮานอย ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวสามารถให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆให้กับระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน และไอบีเอ็มยังได้จ้างนักวิจัยกว่า 200 ตำแหน่ง พร้อมทั้งประกาศลงทุนด้วยงบถึง 100 ล้านเหรียญสำหรับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไอบีเอ็มทุ่ม 300 ล้านตั้งศูนย์ข้อมูล 13 แห่ง

ที่มา - ON-DEMAND ENTERPRISE

Tags:
Amazon

สองยักษ์ใหญ่ Oracle และ Intel ประกาศร่วมมือกันลุยตลาดการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computinig) ทั้งนี้ Intel ส่งผลิตภัณฑ์ Intel Paralell Studio สำหรับการพัฒนาโปรแกรมเพื่อการประมวลผลแบบขนานและโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel เพื่อการประมวลผลของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล ส่วนทาง Oracle ชูผลิตภัณฑ์ Oracle Database 11g และโซลูชัน Oracle Fusion Middleware กับ Enterprise Manager ร่วมลุยตลาดพร้อมกับ Intel

ข่าวล่าสุด Oracle ยังได้ร่วมมือกับ Amazon ผู้นำตลาด Cloud Computing รายใหญ่ เพื่อเปิดทางให้ลูกค้าสามารถติดตั้งผลิตภัณฑ์ของ Oracle บนบริการ Amazon EC2 และส่งผลิตภัณฑ์สำหรับสำรองข้อมูลบน Amazon S3

ที่มา - internetnews.com