javaboom's blog
VirtualBox 3.1 สนับสนุน live migration แล้ว
Submitted by javaboom on 1 December 2009 - 15:31ซัน ไมโครซิสเต็มส์ได้ปล่อย VirtualBox เวอร์ชัน 3.1 ให้ดาวน์โหลดกันแล้ว โดยเวอร์ชันนี้มาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพหลายส่วนด้วยกัน เช่น การจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็น การเร่งความเร็วในการประมวลผล การเร่งความเร็วสำหรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบสองมิติ และการปรับปรุงประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย เป็นต้น และความสามารถใหม่ที่โดดเด่นของเวอร์ชันนี้ก็คือ live migration โดยทางซันเรียกความสามารถนี้ว่า teleportation
ความสามารถ teleportation ใน VirtualBox คือ ความสามารถที่ virtual machine ที่กำลังทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสามารถย้ายที่ไปทำงานบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของ virtual machine และคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ virtual machine กำลังย้ายที่ไปนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ระบบปฎิบัติการและสถาปัตยกรรมของโปรเซสเซอร์ชนิดเดียวกันกับคอมพิวเตอร์ต้นทางที่ virtual machine กำลังทำงานอยู่
ที่มา - eWEEK
ตลาด cloud computing ในไต้หวันจะทะลุ 6 พันล้านในปี 2010
Submitted by javaboom on 25 November 2009 - 09:50ตลาดบริการ cloud computing ในไต้หวันกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก โดยทาง Market Intelligence & Consulting Institute หรือ MIC ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยตลาดที่มีชื่อเสียงได้วิเคราะห์ว่า ปีนี้ตลาด cloud computing ในไต้หวันจะโตขึ้น 12.8 เปอร์เซ็นหรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 5.56 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยแบ่งเป็นรายได้จากบริการประเภท Infrastructure-as-a-Service (IaaS) จำนวน 5.07 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน และรายได้จากบริการประเภท Software-as-a-Service (SaaS) จำนวน 487 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
Jaguar แชมป์โลกใหม่ผู้พิชิต Roadrunner
Submitted by javaboom on 17 November 2009 - 10:05TOP500 ได้ประกาศผลการจัดอันดับระบบคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก 500 อันดับแรกครั้งที่ 34 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้เป็นแชมป์โลกในปีนี้คือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากบริษัทเครย์ในนามว่า Jaguar ส่งผลให้ Roadrunner จากไอบีเอ็มที่เคยเป็นแชมป์ติดต่อกันถึง 3 สมัยต้องตกไปเป็นที่สอง
Roadrunner จัดว่าเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอประบบแรกของโลก [ข่าวเก่าโดยคุณ somsak_sr] และเป็นแชมป์ตั้งแต่ TOP500 ครั้งที่ 31 แล้วหลังจากนั้น Jaguar ก็ไล่ตามหลัง Roadrunner มาอย่างใกล้ชิด [ข่าวเก่า] จนกระทั่ง TOP500 ครั้งล่าสุดนี้ Jaguar ก็โค่นแชมป์ได้สำเร็จ โดยขุมพลังที่ซ่อนอยู่ใน Jaguar ได้มาจากการเพิ่มจำนวนโปรเซสเซอร์มากกว่าเจ็ดหมื่นคอร์ หรืออัพเกรดจาก 150,152 คอร์เป็น 224,162 คอร์ ทำให้ Jaguar มีสมรรถนะการประมวลผลถึง 1.76 เพตาฟลอป และถ้าวัดสมรรถนะตามทฤษฎีแล้ว Jaguar สามารถประมวลผลได้ถึง 2.24 เพตาฟลอปเลยทีเดียว ทั้งนี้ โปรเซสเซอร์ที่ Jaguar เลือกใช้คือ AMD Opteron รุ่น 6 คอร์ มีความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.6 กิกะเฮิรตซ์
อเมซอนเตรียมขยายฐานบริการ AWS ไปยังภูมิภาคเอเชีย
Submitted by javaboom on 13 November 2009 - 12:32Amazon Web Services (AWS) หรือกลุ่มบริการ cloud computing จากอเมซอนกำลังขยายฐานของศูนย์ข้อมูลไปยังทวีปเอเชียภายในปีหน้า โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า อเมซอนจะเปิด Availability Zone* ของบริการ AWS หลายแห่งในประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศแรก และหลังจากนั้น อเมซอนจะเพิ่ม Availability Zone ไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย
การตั้งศูนย์ข้อมูลของ AWS ในเอเชียจะทำให้ผู้ใช้ในเอเชียสามารถเข้าถึงบริการ อย่างเช่น Amazon EC2, Amazon S3, Amazon RDS และบริการอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันนี้ ศูนย์ข้อมูลของบริการ AWS ตั้งอยู่ใน 2 ทวีปเท่านั้น คือ ทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป เป็นผลให้ผู้ใช้ในฝั่งเอเชียต้องใช้ AWS ที่อยู่ไกลออกไปคนละืทวีป และความล่าช้าของระบบเครือข่ายระหว่างทวีปจึงเป็นปัญหาที่ตามมา
* Availability Zone เปรียบเสมือนศูนย์ข้อมูลที่ให้บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ถ้าหากว่า Availability Zone แห่งหนึ่งมีปัญหา (เช่น โดนอุกกาบาตถล่ม) จะไม่ส่งผลให้ Availability Zone อื่นๆมีปัญหาตามไปด้วย ทั้งนี้ ในแต่ละทวีป (หรือ Region) ประกอบไปด้วย Availability Zone หลายแห่ง โดยราคาของบริการ AWS ในทวีปอเมริกาถูกกว่าทวีปยุโรปเพียงเล็กน้อย แต่ว่าอเมซอนยังไม่เปิดเผยราคาของบริการ AWS ในทวีปเอเชีย
ที่มา - Amazon
ไมโครซอฟท์เตรียมเปิดศูนย์ cloud computing ในไต้หวัน
Submitted by javaboom on 6 November 2009 - 12:18บริษัทไมโครซอฟท์ในไต้หวันฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยการเซ็นสัญญากับรัฐบาลไต้หวัน เพื่อก่อตั้งศูนย์ cloud computing ในปีหน้าภายใต้ชื่อ "ศูนย์ความเป็นเลิศด้านซอฟต์แวร์และบริการ" ซึ่งจะเป็นศูนย์ cloud computing แห่งแรกในเอเชียของไมโครซอฟท์ โดยศูนย์ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายให้บริษัทผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์ของไต้หวัน สามารถทดสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตนกับผลิตภัณฑ์และบริการ cloud computing ของไมโครซอฟท์ได้ ทั้งนี้ คุณสตีฟ บัลเมอร์ซีอีโอของไมโครซอฟท์ยังได้กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้จะสานความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างบริษัทในไต้หวันกับไมโครซอฟท์ที่มีมายาวนานกว่า 20 ปี
ในแหล่งข่าวกล่าวว่า โรงงานผลิตฮาร์ดแวร์ในไต้หวันอย่างเช่น Hon Hai และ Quanta น่าจะได้รับประโยชน์จากศูนย์ดังกล่าว โดยในขณะนี้ บริษัทบางแห่งในไต้หวันได้เริ่มพัฒนาฮาร์ดแวร์ใหม่ๆสำหรับ cloud computing ไปแล้ว อาทิเช่น Quanta กำลังพัฒนาฮาร์ดแวร์อย่าง thin client สำหรับ cloud computing อีกทั้ง Quanta ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง MIT ในการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่และ cloud computing ภายใต้โครงการชื่อ T-Party อีกด้วย
Milky Way ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอปจากจีน
Submitted by javaboom on 30 October 2009 - 09:55ในการจัดอันดับ TOP500 ครั้งก่อน [ข่าวเก่า] มีเพียง Roadrunner Jaguar และ JUGENE เท่านั้นที่เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอป โดยสองระบบแรกนี้มาจากฝั่งอเมริกา ส่วน JUGENE มาจากฝั่งยุโรป แต่ทว่าในการจัดอันดับ TOP500 ครั้งถัดไป เราจะได้เห็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอประบบแรกของเอเชียบ้างแล้ว โดยระบบนี้มีชื่อว่า Tianhe ซึ่งเป็นชื่อภาษาจีน และชื่อภาษาอังกฤษคือ Milky Way หรือ "ทางช้างเผือก" ทั้งนี้ Milky Way เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอปสายเลือดจีนที่สร้างขึ้นสำเร็จก่อนเวลาที่จีนเคยตั้งเป้าเอาไว้ [ข่าวเก่า]
Milky Way พัฒนาโดย National University of Defense Technology (NUDT) ในทางทฤษฎีแล้ว Milky Way มีสมรรถนะการประมวลผลถึง 1.206 เพตาฟลอป อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามวิธีการวัดประสิทธิภาพโดยการประมวลผลจริงผ่านโปรแกรมชื่อ LINPACK แล้ว สมรรถนะการประมวลผลของ Milky Way กลับอยู่ที่ 563.1 เทราฟลอป ซึ่ง Milky Way น่าจะได้อันดับที่ 4 ใน TOP500 ครั้งถัดไปที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ Milky Way น่าจะคว้าอันดับที่ 5 ในการจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประหยัดพลังงานที่สุด 500 อันดับแรกของโลกที่จัดโดย Green500
Milky Way จะถูกใช้ในการประมวลผลสำหรับแอพพลิเคชันในด้านต่างๆ เช่น การค้นหาน้ำมัน การผลิตยา และการออกแบบยานอวกาศ เป็นต้น สำหรับพลังประมวลผลของ Milky Way นั้นมาจากการรวมพลังระหว่างซีพียูของอินเทล 6,144 หน่วย และจีพียูของเอเอ็มดี 5,120 หน่วย และในอนาคต Milky Way จะผนวกโปรเซสเซอร์สายเลือดจีนเข้าไปในระบบ (ตามข่าวเก่าน่าจะหมายถึง Godson 3) ซึ่งคาดว่าจะได้สมรรถนะในการประมวลผลจริงผ่านโปรแกรม LINKPACK สูงถึง 800 เทราฟลอป
ที่มา - Xinhua News
อเมซอนเปิดตัวบริการ Amazon RDS พร้อมกับลดราคา EC2
Submitted by javaboom on 28 October 2009 - 09:52อเมซอนเปิดตัวบริการ cloud computing บริการใหม่ชื่อ Amazon Relational Database Service หรือ Amazon RDS ทั้งนี้ อเมซอนกล่าวว่า Amazon RDS จะเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าในการติดตั้งและดูแลระบบฐานข้อมูล MySQL อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเข้าไปจัดการฐานข้อมูลได้โดยตรงเสมือนว่าลูกค้ามีเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล MySQL เป็นของตนเอง และเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการรองรับภาระการประมวลผลและขนาดข้อมูลที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ อีกทั้งรองรับการสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติอีกด้วย โดยค่าเช่าเวลาประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลของ Amazon RDS มีราคาเริ่มต้นที่ 0.11 เหรียญต่อชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ Amazon RDS ยังเป็นเวอร์ชันเบต้าอยู่
พร้อมกันนี้ อเมซอนประกาศลดราคาค่าเช่าเวลาประมวลผลสำหรับบริการ Amazon EC2 ของคอมพิวเตอร์เสมือนประเภท on-demand instances โดยค่าเช่าเวลาประมวลผลราคาใหม่สำหรับโซนสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นที่ 0.085 เหรียญต่อชั่วโมงซีพียู (ราคาเดิมอยู่ที่ 0.10 เหรียญต่อชั่วโมงซีพียู) ส่วนโซนยุโรปเริ่มต้นที่ 0.095 เหรียญต่อชั่วโมงซีพียู (ราคาเดิมอยู่ที่ 0.11 เหรียญต่อชั่วโมงซีพียู) ทั้งนี้ ราคาใหม่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป
ที่มา - Amazon Web Services Blog สำหรับข่าวของบริการ Amazon RDS และ Amazon Web Services Blog สำหรับข่าวการลดราคา Amazon EC2
DOE ทุ่ม 32 ล้านเหรียญให้โครงการ cloud computing
Submitted by javaboom on 20 October 2009 - 14:24กระทรวงพลังงานสหรัฐฯหรือ DOE มีแผนจะทุ่มงบประมาณถึง 32 ล้านเหรียญสำหรับสร้างศูนย์ทดสอบและสาธิตระบบ cloud computing (หรือ cloud testbed) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความคุ้มค่าของการใช้ cloud computing ในการประมวลผลซอฟต์แวร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยโครงการนี้มีชื่อเรียกว่า Magellan และจะติดตั้งโปรเซสเซอร์ Intel Nehalem เข้าไปในระบบมากกว่าพันหน่วย
แม้ว่า DOE มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Roadruner อยู่แล้ว แต่เหตุใด DOE ก็ยังทุ่มทุนกับ cloud computing? ทั้งนี้ DOE ให้เหตุผลว่า การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อดึงความสามารถของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงนั้นเป็นงานที่ยากมาก แต่การพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ทำงานบนระบบที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สามารถกำหนดได้เองนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ง่ายกว่ากันเยอะ เช่น สามารถกำหนดระบบปฎิบัติการและซอฟต์แวร์สำหรับพัฒนาโปรแกรมเองได้ เป็นต้น โดย cloud computing เป็นคำตอบที่สามารถให้ความอิสระแก่ผู้ใช้ด้วยการสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual machine) ที่ผู้ใช้สามารถกำหนดซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์(เสมือน)ที่ผู้ใช้ต้องการได้ และ DOE เล็งเห็นว่า cloud computing เป็นเทคโนโลยีที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและช่วยประหยัดพลังงานได้
Magellan ยังเป็นเพียงโครงการสาธิตที่ DOE ยังต้องค้นคว้าว่าจะทำอย่างไรให้ cloud computing ทำงานกับซอฟต์แวร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ได้สมรรถนะสูง ทั้งนี้ DOE วางแผนว่าจะใช้เครือข่ายความเร็ว 100 Gbps ชื่อ ESnet สำหรับพัฒนาโครงการ Magellan ด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งข้อมูลและรองรับผู้ใช้จำนวนมากถึงหลักแสนได้
ที่มา - NETWORKWORLD และผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้จาก HPCwire
Cloud computing สินค้าแฟชั่นในมุมมองของ Larry Ellison
Submitted by javaboom on 25 September 2009 - 00:21เมื่อปีก่อน Larry Ellison ซีอีโอของของออราเคิลเคยกล่าวไว้ว่า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์มีแรงขับดันทางแฟชั่นมากกว่าแฟชั่นสตรี และ Ellison จัดให้ cloud computing เป็นแฟชั่นชิ้นล่าสุด แต่คำว่า "แฟชั่น" ของ Ellison ในที่นี้กลับมีความหมายไปในเชิงลบว่า การที่ผู้คนพากันตามกระแส cloud computing นับว่าเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี และเมื่อเร็วๆนี้ Ellison ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ cloud computing อีกครั้งในงานของ Churchill Club งานหนึ่งว่า cloud computing ไม่ใช่การประมวลผลแห่งยุคอนาคต หากแต่เป็นการประมวลผลของยุคปัจจุบัน รวมถึงในอดีตที่ผ่านมาก็มีการประมวลผลแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
บางครั้งการแปลตรงๆอาจจะทำให้ไม่เห็นภาพได้เท่ากับอ่านเองครับ ผมขอยกคำพูดส่วนหนึ่งของ Ellison มาให้อ่าน ดังนี้
"Cloud? Clouds are water vapor. My objection to cloud computing is the fact that cloud computing is not only the future of computing, it is the present and the entire past. Google's now cloud computing. Everybody's cloud computing. All it is, is a computer attached to a network. What are you talking about? What do you think Google runs on? It's databases and operating systems and memory and processors! What are you talking about?"
และผมได้แนบคลิปวิดีโอของบทสนทนาระหว่าง Ellison กับ Ed Zander ในงานครั้งนี้มาให้ชมกันด้วย
Apps.Gov แหล่งรวม cloud computing ของรัฐบาลกลางสหรัฐ
Submitted by javaboom on 19 September 2009 - 01:35เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมงาน TIGR ซึ่งเป็นทีมงานพัฒนาประเทศของรัฐบาลกลางสหรัฐเคยนำเสนอว่า TIGR จะใช้ cloud computing ในการปฎิรูปภาครัฐ [ข่าวเก่า] จนเมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลกลางก็ได้ประกาศเปิดเว็บไซต์ Apps.Gov ที่รวบรวมบริการแอพพลิชันออนไลน์ไว้มากมาย โดยบริการเหล่านี้อาศัย cloud computing ในการให้บริการ ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐสามารถค้นหาและซื้อบริการแอพพลิเคชันออนไลน์ที่ต้องการผ่านทาง Apps.Gov ได้เลย
จากแหล่งข่าวระบุไว้ว่า รัฐบาลสหรัฐต้องทุ่มงบกว่า 76 พันล้านเหรียญต่อปีให้กับเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย 19 พันล้านเหรียญจากงบนี้ถูกนำไปใช้ในการบำรุงรักษา ทั้งนี้ ทางทีมงานของ Apps.Gov คาดหวังไว้ว่า cloud computing จะช่วยลดต้นทุนในการจัดซื้อและบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ และยังช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการจัดซื้อและติดตั้งระบบสารสนเทศให้กับหน่วยงานภาครัฐได้อีกด้วย ในแหล่งข่าวได้ทิ้งท้ายในเรื่องความปลอดภัยของ cloud computing ที่หลายคนกังวลกัน โดยทางผู้บริหารซีไอโอของรัฐบาลกลางก็ได้กล่าวไว้ว่า ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของ cloud computing จะถูกแก้ไขได้ในที่สุด
อเมซอนจะใช้ FASP เพิ่มความเร็วในการเข้าถึงบริการกลุ่มเมฆ
Submitted by javaboom on 17 September 2009 - 16:08ความล่าช้าในการขนส่งข้อมูลขนาดใหญ่ถือว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้ผู้ใช้ส่วนหนึ่งไม่อยากฝากระบบไอทีไว้กับ cloud computing ซึ่งสาเหตุหนึ่งของปัญหานี้เกิดจากกระบวนการที่ฟุ่มเฟือยของโปรโตคอล TCP และเพื่อจัดการกับปัญหานี้ บริษัท Aspera จึงได้พัฒนาโปรโตคอลชื่อ Fast and Secure Protocol หรือมีชื่อย่อว่า FASP เพื่อตัดขั้นตอนบางขั้นตอนของ TCP ออกไป ทั้งนี้ ข้อมูลจากแหล่งข่าวได้ยกตัวอย่างการขนส่งข้อมูลข้ามสหรัฐอเมริกาผ่านแบนด์วิธขนาด 100 Mbps ว่า ถ้าหากใช้โปรโตคอล TCP แล้ว ความเร็วที่ได้จริงอาจเหลือเพียง 10 Mbps หรือน้อยกว่านั้น แต่ทาง Aspera อ้างว่าถ้าใช้โปรโตคอล FASP แล้วจะได้ความเร็วถึง 95 Mbps หรือมากกว่านั้น
เมื่อเร็วๆนี้ อเมซอนได้ประกาศว่าจะใช้โปรโตคอล FASP เพื่อเพิ่มความเร็วในการขนส่งข้อมูลระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้ากับบริการกลุ่มเมฆ* ที่อยู่ภายใต้บริการ Amazon Web Services เช่น บริการ Amazon EC2, บริการ Amazon S3, และบริการ Amazon SimpleDB เป็นต้น โดยบริการขนส่งข้อมูลด้วยโปรโตคอล FASP ได้ถูกเพิ่มเข้าไปในบริการเสริมที่ชื่อ Aspera On-demand
* บริการกลุ่มเมฆ (cloud service) หมายถึง บริการออนไลน์ที่อาศัย cloud computing เป็นพื้นฐานในการให้บริการ
ที่มา - Technology Review
โอบามาเตือนเยาวชน "อย่าโพสต์อะไรที่งี่เง่าบน Facebook"
Submitted by javaboom on 10 September 2009 - 16:00เมื่อมีนักเรียนมัธยมคนหนึ่งถามประธานาธิบดีโอบามาว่า จะทำอย่างไรถึงจะได้งานทำดีๆขั้นสุดยอด โอบามาก็ได้ให้คำแนะนำนักเรียนคนนี้ว่า ให้ระวังการโพสต์อะไรก็ตามที่ดูงี่เง่าบนอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ว่าวัยเรียนเราอาจคึกคะนองทำสิ่งที่ดูงี่เง่า แต่จงคิดให้รอบคอบอีกทีก่อนจะโพสต์สิ่งเหล่านั้นบนโลกออนไลน์
ประธานาธิบดีโอบามายังได้ยกตัวอย่างสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่าง Facebook ว่า ถ้าเราโพสต์อะไรที่เป็นภาพลบต่อตัวเราบน Facebook สิ่งเหล่านั้นอาจจะถูกเปิดเผยขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ และอาจส่งผลเสียต่อการสมัครงาน ซึ่งทำให้ไม่ได้งานตามที่คาดหวังได้ เพราะมีบริษัทบางแห่งค้นหาข้อมูลของผู้สมัครงานจากเสิร์ชเอนจิ้นอย่างกูเกิล และบริษัทอาจไปเจอข้อความและรูปภาพของผู้สมัครที่สร้างภาพลบต่อการสมัครงาน อย่างเช่น เป็นภาพที่ผู้สมัครเมาเหล้าหยำเป หรือว่าผู้สมัครเคยโพสต์ข้อความที่สร้างความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของบริษัท เป็นต้น
จากคำแนะนำนี้ ผมมองว่าไม่ใช่แค่การหางานที่จะต้องระวังการโพสต์ แม้กระทั่งหาคู่ใจก็ต้องระมัดระวังนะครับ
ที่มา - COMPUTERWORLD
[HOT CHIPS] เปิดตัว Rainbow Falls จากซัน และ POWER7 จากไอบีเอ็ม
Submitted by javaboom on 28 August 2009 - 14:14HOT CHIPS เป็นงานประชุมเกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์สมรรถนะสูง จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนสิงหาคมของทุกปีที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ภายในงานประชุมของปีนี้ ซันกับไอบีเอ็มถือโอกาสเปิดตัวโปรเซสเซอร์หน้าใหม่นั่นคือ Rainbow Falls จากซัน และ POWER7 จากไอบีเอ็ม
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังเพตาฟลอปจากฟูจิสึ
Submitted by javaboom on 27 August 2009 - 14:50บริษัทฟูจิสึได้เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีพลังประมวลผลสูงถึง 10 เพตาฟลอป ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในต้นปี พ.ศ. 2554 และจะถูกใช้งานโดยศูนย์วิจัย RIKEN ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระบบนี้ติดตั้งโปรเซสเซอร์ SPARC64 VIIIfx (ใช้โค้ดเนมว่า "วีนัส") ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์แบบ 8 คอร์ มาพร้อมกับความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2 กิกะเฮิร์ต และมีพลังประมวลผล 128 กิกะฟลอป
ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Roadrunner จากไอบีเอ็มยังคงครองแชมป์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกก็ตาม [ข่าวเก่า] แต่ทว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากฟูจิสึระบบนี้จะเร็วกว่า Roadrunner เกือบ 10 เท่า และถึงแม้ไอบีเอ็มจะมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Blue Waters ที่กำลังพัฒนาให้มีสมรรถนะเหนือกว่า Roadrunner ก็ตาม [ข่าวเก่า] แต่มีการวิเคราะห์กันว่า Blue Waters จะวิ่งอยู่ที่ 6.8 เพตาฟลอป ดังนั้น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากฟูจิสึระบบนี้อาจจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกในอีก 2 ปีข้างหน้าก็เป็นไปได้
ที่มา - COMPUTERWORLD
[UPDATE] ผมลืมไปว่าที่ญี่ปุ่นยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์อีกระบบที่น่าจับตามองชื่อว่้า Tsubame 2.0 เป็นระบบที่ต่อยอดจาก Tsubame (อันดับที่ 41 ใน TOP500) โดยการติดตั้งจีพียูของ Nvidia เข้าไปในระบบเดิม ซึ่งคาดกันว่าท้ายที่สุดแล้ว Tsubame 2.0 จะประมวลผลได้หลายเพตาฟลอป
ที่มา - PCWorld
SingTel เริ่มรุกตลาดกลุ่มเมฆ
Submitted by javaboom on 22 July 2009 - 10:44SingTel บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ เริ่มรุกตลาดการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแล้ว นอกจากนี้ SingTel ยังได้ร่วมมือกับภาครัฐและบริษัทชั้นนำในการก่อตั้งศูนย์กลางการประมวลผลแบบกลุ่้มเมฆแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ตอนนี้ SingTel เปิดให้บริการซอฟต์แวร์ออนไลน์ที่ทำงานบนกลุ่มเมฆ (หรือ SaaS) ภายใต้ชื่อ SingTel Marketplace หรือ myBusiness ซึ่งประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์ทางธุรกิจที่ึคิดค่าบริการเป็นรายเดือน อาทิเช่น ซอฟต์แวร์ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล, ซอฟต์แวร์ระบบบัญชี, ซอฟต์แวร์ระบบลูกค้าสัมพันธ์, และซอฟต์แวร์ระบบสินค้าคงคลัง เป็นต้น นอกจากนี้ SingTel ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถพัฒนาและขายซอฟต์แวร์บนกลุ่มเมฆของ SingTel ได้อีกด้วย
สิงคโปร์ตั้งใจปั้นกลุ่มเมฆแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางตลาดบริการบนกลุ่มเมฆของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในแหล่งข่าวกล่าวว่าในปี 2011 ตลาดกลุ่มเมฆจะเติบโตถึง 60% ในภูมิภาคนี้ และในปี 2012 ตลาดจะเติบโตเร็วขึ้น เนื่องด้วยเครือข่ายความเร็วสูงระบบใหม่ของสิงคโปร์ภายใต้โครงการชื่อ Next Generation National Broadband Network


