มีรายงานถึงช่องโหว่ของการทำงานของปลั๊กอิน WP Super Cache และ W3 Total Cache ที่ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถแทรกโค้ดแปลกปลอมขึ้นไปทำงานบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต (Remote code execution exploit) โดยเกิดจากช่องโหว่ในระบบที่อนุญาตให้บางส่วนของหน้าเว็บสามารถรัน PHP code ได้แม้ว่าปลั๊กอินดังกล่าวทำงานอยู่ก็ตาม
ทั้งนี้ผู้สร้างปลั๊กอินทั้งสองแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วครับ สามารถอัพเดตผ่านส่วนจัดการปลั๊กอินใน WordPress ได้เลยครับ
ที่มา: WordPress support ผ่าน reddit/netsec
เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้เห็นกันบ้างแล้วนะครับกับแผนที่ปรับปรุงใหม่ของกูเกิล งานนี้จัดเต็มให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยกับอินโดนีเซียเลยทีเดียว
โดยการปรับปรุงครั้งนี้กูเกิลได้เพิ่มความละเอียด และรายละเอียดต่างๆ ที่เคยขาดหาย และยังไม่ครบลงไปในแผนที่เป็นจำนวนมาก เช่นเส้นทางเดินเรือ ชื่อท่าเรือ รายละเอียดวิธีการเดินทางข้ามเส้นทางต่างๆ เช่นการนั่งเฟอร์รี่ข้ามฝั่งเจ้าพระยา รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นผังตึก รายละเอียดคลอง แหล่งน้ำต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีการทำไฮไลท์สถานที่สำคัญๆ เช่นมหาวิทยาลัยหรือโรงพยาบาล ที่มีการแยกสีชัดเจนขึ้นทำให้เห็นขอบเขตได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับปรุงป้ายชื่อสำหรับสถานที่ต่างๆ ในภาษาท้องถิ่นแต่ละที่เพิ่มเติมด้วย และยังได้เพิ่มแผนที่สถานที่ โดยเฉพาะเกาะต่างๆ ของประเทศอินโดนีเซียที่เคยขาดหายไปเช่นเกาะโคโมโด ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในการปรับปรุงครั้งนี้เช่นกันครับ
และหากเราดูแผนที่ในเขตประเทศไทยและอินโดนีเซียบนคอมพิวเตอร์แล้วพบข้อผิดพลาด ก็สามารถคลิกลิงก์รายงานปัญหา ที่อยู่ที่มุมล่างขวาของแผนที่ได้เลยครับ
ที่มา: Google Maps Blog
เมื่อประมาณวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา Spamhaus ซึ่งเป็นผู้ให้บริการฐานข้อมูลบัญชีดำหมายเลขไอพี (IP blacklist) สำหรับใช้ในการกรองอีเมลขยะที่มีผู้ใช้บริการสูงมากของโลกรายหนึ่งได้ถูกกระหน่ำโจมตีอย่างหนักมาเรื่อยๆ จนต้องย้ายไปใช้บริการ CloudFlare ในวันที่ 19 มีนาคมเพื่อช่วยลดภาระของเครือข่ายที่ตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์หลักของระบบ Spamhaus ลง
หลังจากย้ายระบบไปได้หนึ่งวัน ทาง CloudFlare ก็ได้ออกรายงานฉบับแรกถึงการโจมตีที่เข้าไปหา Spamhaus ว่าเป็นความพยายามในการทำให้ระบบฐานข้อมูลบัญชีดำหมายเลขไอพีที่ส่งอีเมลขยะใช้การไม่ได้ เพื่อลดความเข้มงวดของระบบกรองอีเมลขยะทั่วโลกลง ซึ่งในการโจมตีครั้งนั้นมีปริมาณการโจมตีเบื้องต้นประมาณ 10Gbps และไปแตะระดับถึง 75Gbps ภายในวันเดียวกัน โดยต้นทางของการโจมตีส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เทคนิคที่เรียกว่า DNS Amplification Attack ไปยังเครื่องที่ให้บริการ DNS แบบเปิดจำนวนมาก ซึ่งด้วยโครงสร้างการทำงานของ CloudFlare ทำให้การโจมตีครั้งแรกนี้ล้มเหลวไป (เพื่อให้เห็นภาพ: ความเร็ว 75Gbps ทำให้คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์บลูเรย์ขนาด 50GB ได้ภายในเวลา 5 วินาทีนิดๆ หรือสามารถดาวน์โหลดไฟล์ดีวีดีปกติได้ภายในเวลา 0.5 วินาที)
ก่อนอื่นโลโก้นี้ไม่ใช่ธงชาติไทยนะครับ แต่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท SoftLayer Technologies ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และเครือข่ายกิจการระบบเว็บโฮสติ้งรายใหญ่ของโลก ที่กำลังถูกสนใจที่จะซื้อโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการไอทีสองรายคือ ไอบีเอ็มที่หลายๆ คนคงรู้จักกันดี และ EMC ที่เป็นเจ้าของ VMware อีกทีครับ
ข่าวลือนี้มีที่มาจากการที่บริษัท SoftLayer จ้างบริษัท Morgan Stanley และ Credit Suisse ในการดำเนินกิจการขายบริษัทครับ ในเบื้องต้นบริษัท AT&T ซึ่งเป็นลูกค้าของ SoftLayer ก็สนใจซื้อกิจการ แต่ได้ถอนตัวออกไปในภายหลัง
มูลค่ากิจการที่คาดว่าจะซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณสองพันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่าหกหมื่นล้านบาท
ท่านกำลังพบปัญหาแท็บลึกลับส่งเสียงรบกวนการใช้งาน จะหาก็หาไม่เจอว่ามาจากแท็บไหนใช่หรือไม่ เมื่อสองวันก่อนนาย François Beaufort ตาดีเหลือบเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ ตรงจุดที่เป็น favicon ที่แท็บบน Chromium รวมถึง Google Chrome รุ่น dev ขึ้นมาครับ
โดยเจ้าสัญลักษณ์ที่ว่านี้เป็นลักษณะของบาร์เสียง จะขึ้นมาทับตัวไอคอนของแท็บที่กำลังเรียกใช้งานอุปกรณ์เสียงอยู่ไม่ว่าจะเล่นเสียงหรืออัดเสียงก็ตามครับ และแม้ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดจากปลั๊กอินภายนอก อย่างเช่น Flash ก็ยังสามารถแสดงขึ้นมาได้ด้วย (ภาพประกอบท้ายข่าวครับ)
งานนี้ไม่ต้องเสียเวลาหากันอีกแล้วว่าเสียงประหลาดแอบดังขึ้นมาจากแท็บไหน
ที่มา: Chromium Issue#12328027 ผ่าน The Next Web
ต่อเนื่องจากข่าวเก่าครับ ในที่สุดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz และ 2600 MHz ก็ได้สิ้นสุดลงแล้วที่มูลค่าคลื่นรวม 2.34 พันล้านปอนด์ หรือประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ต่ำกว่ามูลค่าประมาณการที่ 3.5 พันล้านปอนด์อยู่พอสมควร
โดยการประมูลครั้งนี้มีผู้ชนะการประมูลทั้งสิ้น 5 บริษัทด้วยกันครับ คือ Everything Everywhere, Hutchison 3G UK, Niche Spectrum Ventures (บริษัทลูกของ BT Group), Telefonica, และ Vodafone รวมความกว้างคลื่นที่ถูกจัดสรรในครั้งนี้ถึง 250 MHz (เกือบเท่าคลื่นทั้งหมดที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทยใช้กันอยู่ในปัจจุบัน: ผู้แปล)
ทาง Ofcom คาดว่าการประมูลคลื่นเพิ่มเติมครั้งนี้จะทำให้การแข่งขันในตลาดเครือข่ายโทรคมนาคมมีมากขึ้น และจะทำให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการที่ความเร็วสูงขึ้น ราคาถูกลง และเพิ่มความครอบคลุมพื้นที่ขึ้นได้อีกมาก โดยคาดว่าจะครอบคลุมประชากรเกือบทั้งสหราชอาณาจักรได้ภายในสิ้นปี 2017 นี้เป็นอย่างช้า
นอกจากนี้ทาง Ofcom ยังมีแผนการที่จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลการติดตั้งเครือข่ายของทุกผู้ให้บริการภายในสิ้นปีนี้เพื่อแสดงว่าใครกำลังขยายเครือข่ายในพื้นที่ไหน และได้ความเร็วเท่าไหร่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคและหน่วยงานธุรกิจในการตัดสินใจเลือกใช้เครือข่ายอีกด้วย
บังเอิญได้มีโอกาสจับเจ้าแท็บเล็ต Acer Iconia W510 อยู่พักนึงครับ ด้วยความที่เป็นแท็บเล็ตที่เป็น Windows 8 จริงๆ ตัวแรกที่ผมได้มีโอกาสเล่นจริงจังพอสมควรก็เลยถือโอกาสรีวิวคร่าวๆ ในส่วนของอุปกรณ์และข้อสังเกตจากการใช้งานทั่วๆ ไปครับ ส่วนฝั่งซอฟต์แวร์นั้น ด้วยความที่เป็น Windows 8 จึงสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก รีวิว Windows 8 ฉบับแท็บเล็ต ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ได้เลยครับ
สเปคคร่าวๆ ของเจ้า W510 มีดังนี้ครับ
หลังจากที่มีการตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศจากประเทศอียิปต์ และประเทศซีเรีย เมื่อไม่นานมานี้ก็ก่อให้เกิดความกังวลในสถานการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละประเทศพอสมควร ทาง Renesys ที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายหนึ่งก็ได้ทำแผนที่มาให้ดูกันแบบสะดวกๆ ครับว่าประเทศไหนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกตัดอินเทอร์เน็ตได้ (แผนที่อยู่หลังเบรกนะครับ)
หลักเกณฑ์ที่ใช้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ วัดตามจำนวนของผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออกต่างประเทศว่ามีทั้งหมดกี่ราย นับจากแผนที่เส้นทางการส่งข้อมูล (Routing table) ของอินเทอร์เน็ตที่ทางบริษัทตรวจจับได้ โดยแบ่งเกณฑ์ดังนี้
- ความเสี่ยงสูงมาก โดยมีผู้ให้บริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ 1-2 ราย ทั้งหมด 61 ประเทศ ในนี้มีประเทศซีเรียอยู่ และยังรวมถึงเพื่อนบ้านเราอย่างเมียนมาร์ด้วย
- ความเสี่ยงสูง หรือมีผู้ให้บริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศไม่เกิน 10 ราย ถึงแม้ว่าจำนวนอาจจะเยอะ แต่ยังไม่เยอะพอที่จะแยกการเชื่อมต่อกันระดับกายภาพ ซึ่งอาจมีการใช้สายเคเบิลร่วมกันที่ทำให้สามารถตัดการเชื่อมต่อได้ค่อนข้างง่าย มีทั้งหมด 72 ประเทศ อียิปต์อยู่ในกลุ่มนี้ รวมถึงลาวด้วยเช่นกัน
- ความเสี่ยงต่ำ มีผู้ให้บริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศไม่เกิน 40 ราย ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากปริมาณการเชื่อมต่อเยอะพอที่จะมีการแยกสายเคเบิลเป็นหลายๆ เส้น ซึ่งการตัดการเชื่อมต่อออกหลายๆ วัน หรือตัดให้ได้อย่างทันทีทันใดเป็นไปได้ยากมาก กลุ่มนี้มีทั้งหมด 58 ประเทศ ประเทศไทย จีน และเวียดนามก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน
- ทนทานต่อการตัดการเชื่อมต่อ กลุ่มนี้เป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นฮับของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีปริมาณการใช้งานข้อมูลสูงมาก รวมถึงมีผู้ให้บริการที่มีการเชื่อมต่อออกนอกประเทศเป็นปริมาณมากเกินกว่าที่จะสามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จ (มากกว่า 40 ราย) กลุ่มนี้มีทั้งหมดประมาณ 32 ประเทศไล่ตั้งแต่สหรัฐอเมริกาลงมา ซึ่งมาเลเซีย สิงคโปร์ และแม้แต่อินโดนีเซียก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน
จากมาตรฐานการออกแบบ IPv6 ที่ให้ความยาวของเลขที่อยู่ถึง 128 bit ที่หลายๆ คนบอกว่าสามารถจัดสรรให้กับ "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้น" บนโลกนี้ได้นั้น ยุคที่ว่าคงเริ่มใกล้ความเป็นจริงกันเข้ามาเรื่อยๆ แล้วครับ
ข่าวนี้ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาจากบริษัทกรีนเวฟ ที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยอดีตผู้บริหารบริษัทซิสโก้สำหรับผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือนที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ
หลอดไฟเป็นหลอด LED พลังงานต่ำ (บริษัทอ้างว่าสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 80%) ตัวหลอดสามารถปรับความสว่างได้ เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายผ่านเทคโนโลยี 6LoWPAN ซึ่งเป็นมาตรฐานเครือข่ายไร้สายระยะสั้นผ่าน IPv6 แบบตาข่าย (Mesh networking) เพื่อเชื่อมต่อหลอดไฟที่อาจอยู่ห่างจากตัวเกทเวย์ผ่านหลอดไฟระหว่างทาง
นอกจากนี้ที่ตัวเกทเวย์ยังมีระบบต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้อย่างเช่นการตั้งค่ารูปแบบอัตโนมัติ ตั้งเวลา ระบบเปิดไฟตามการเคลื่อนไหว เชื่อมเข้ากับระบบคีย์การ์ด หรือแม้แต่หรี่หรือปรับแสงตามสภาพแสงแวดล้อมก็ได้ ตัวหลอดสามารถติดตั้งเข้ากับโคมไฟหัวเกลียวมาตรฐาน แล้วตัวเกทเวย์จะติดต่อกับหลอดไฟได้เองทันทีโดยไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟหรือสายสัญญาณใดๆ เพิ่ม นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้อีกด้วย
หลอดที่ว่านี้ถ้าซื้อเดี่ยวๆ จะมีราคาอยู่ที่ประมาณหกร้อยถึงเก้าร้อยบาท (20 - 30 ดอลลาร์สหรัฐ) และการจำหน่ายครบเซตทั้งอุปกรณ์เกทเวย์ รีโมทควบคุม และหลอดไฟอีกสี่หลอดจะมีราคาประมาณหกพันบาท (200 ดอลลาร์สหรัฐ) เริ่มจัดจำหน่ายในยุโรปบางประเทศ และได้รับใบรับรองการจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแล้วครับ
ถ้านึกภาพไม่ออก คลิปขายของอยู่หลังเบรกครับ
ที่มา: Engadget, Green Tech Media ผ่าน IPv6Thailand
ครบรอบปีกันอีกครั้งกับการรับบริจาคเงินสนับสนุนเว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เชื่อว่าทุกคนในเว็บนี้ไม่น่าที่จะมีใครที่ไม่รู้จักเว็บนี้แน่นอน
เนื่องจากวิกิพีเดียเป็นเว็บไม่แสวงหาผลกำไร (จริงๆ) เพื่อยังคงความเสรีของเว็บไซต์ และช่วยให้เว็บไซต์ดีๆ ยังสามารถให้บริการต่อไปได้ เว็บไซต์นี้จึงใช้โมเดลการหาเงินด้วยการรับบริจาคเป็นหลักเท่านั้นครับ ผมจึงขออนุญาตใช้พื้นที่ของเว็บไซต์ Blognone เชิญชวนทุกท่านร่วมกันบริจาคคนละนิดคนละหน่อย เพื่อให้เรายังมีเว็บไซต์ดีๆ ไว้ค้นคว้าหาข้อมูลกันได้ครับ
การบริจาคสามารถทำได้ผ่านหน้า บริจาค โดยสามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตโดยตรง หรือผ่านบัญชี Paypal ก็ได้ครับ สำหรับท่านที่ไม่มีบัตรเครดิตก็ยังสามารถใช้บัตรเดบิตของธนาคารกสิกรไทย (ต้องเปิดบริการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตก่อน) หรือธนาคารกรุงเทพ (บัตร Be1st) แทนบัตรเครดิตได้เลยครับ
ปีที่แล้วได้ผู้บริจาครายใหญ่อย่าง Sergey Brin บริจาคไปกว่าห้าแสนดอลลาร์สหรัฐ แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รวยขนาดนั้นก็ร่วมกันบริจาคได้ครับ บริจาคขั้นต่ำที่ 30 บาท สามารถกรอกจำนวนเงินตามที่สะดวกไปได้เลยครับ :)
หลังจากที่ทาง Ofcom แจ้งว่าจะเลื่อนกำหนดการประมูลคลื่นสำหรับให้บริการ 4G เร็วขึ้นมาเป็นช่วงต้นปีหน้า วันนี้ทาง Ofcom หรือหน่วยงานจัดสรรคลื่นความถี่ของสหราชอาณาจักรก็ได้ประกาศกำหนดการคร่าวๆ สำหรับการประมูลคลื่นดังกล่าวแล้วครับ
กำหนดการคร่าวๆ ก็คือผู้ให้บริการจะยื่นขอเข้าประมูลได้ในวันที่ 11 ธันวาคม แล้วจะประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้าประมูลได้ภายในเดือนเดียวกัน เดือนมกราคมเริ่มประมูล จากนั้นจะชำระค่าใบอนุญาตและแจกใบอนุญาตภายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และทาง Ofcom คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการ 4G ได้ในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนครับ
สำหรับราคาตั้งต้นค่าใบอนุญาตรวมทั้งหมดนั้นเป็นเงินประมาณ 1.3 พันล้านปอนด์ หรือราวๆ 63 พันล้านบาทครับ
จากข่าวเก่าเรื่องค่าบริการ 4G LTE ในอังกฤษวันนี้เครือข่าย EE ได้เปิดให้บริการ 4G LTE เป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักรแล้วครับ เบื้องต้นจะเปิดให้บริการทั้งหมด 11 เมืองคือ ลอนดอน แมนเชสเตอร์ บริสตอล เบอร์มิงแฮม คาร์ดิฟ เอดินเบิร์ก ลีดส์ ลิเวอร์พูล เชฟฟิลด์ กลาสโกว และเซาท์แธมป์ตัน
ค่าบริการดูได้ตามข่าวเก่า (แพงใช่เล่น) ทาง EE สัญญาว่าจะให้ความเร็วประมาณ 8 - 18 Mbps และจะขยายพื้นที่การให้บริการอีก 6 เมืองก่อนคริสต์มาสนี้ และยังวางแผนว่าจะขยายให้ครอบคลุมประชากร 98% ในปี 2014
EE จะเป็นเครือข่าย 4G LTE แต่เพียงผู้เดียวในอังกฤษไปจนสิ้นปีเพราะ Ofcom ยังไม่เปิดประมูลคลื่นเพิ่มเติม
ที่มา: Mashable
ต่อเนื่องจากการเปิดตัว Nexus 4 และ Nexus 10 ทางกูเกิลก็ได้เพิ่มเติมข้อมูลส่วนของการขยายการขายสื่อภาพยนตร์และเพลงใน Google Play กันด้วยครับ
สำหรับภาพยนตร์นั้นทางกูเกิลได้เปิดให้ซื้อและรับชมได้เพิ่มเติมอีก 5 ประเทศ คือ แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, สเปน และออสเตรเลียตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในวันที่ 13 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้กูเกิลจะเปิดให้ใช้งาน Google Play Music รวมถึงการซื้อเพลงจากในสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี และสเปนเพิ่มเติมครับ
นอกจากนี้ทางกูเกิลยังได้เปิดตัว Time เจ้าพ่อนิตยสารชื่อดังในสหรัฐอเมริการายใหญ่เป็นพันธมิตรเพิ่มเติมสำหรับบริการนิตยสาร และ Warner Music Group ร่วมขายเพลงเพิ่มเติมใน Google Play อีกด้วย
ที่มา: Official Android Blog
ข่าวสั้นทันใจครับ ดูท่าว่างานแถลงข่าว Android วันที่ 29 ตุลาคมที่จะถึงนี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อนแล้ว เนื่องจากพายุเฮอร์ริเคน Sandy ที่กำลังพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา ที่ครอบคลุมถึงสถานที่จัดงานในรัฐนิวยอร์ค
ทางกูเกิลยังไม่ได้แถลงการณ์ถึงกำหนดการต่อจากนี้ บอกเพียงแค่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหากมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ สาวกแอนดรอยด์ที่กำลังรอ Nexus รุ่นใหม่อยู่อาจต้องอดใจรออีกนิดครับ
ที่มา: The Verge, Mobile Syrup, Marketing Land
ถึงแม้ว่ากูเกิลจะไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดภายในศูนย์ข้อมูลของตนมากนัก แต่ก่อนหน้านี้กูเกิลได้เคยเปิดเผยข้อมูล พร้อมกับรูปบางส่วนภายในศูนย์ข้อมูลมาเป็นระยะๆ (ดูข่าวเก่า [1], [2], [3], [4]) คราวนี้กูเกิลเอาใหญ่ครับ ด้วยการทำ Street View ภายในศูนย์ข้อมูลของตัวเองเลย!
ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกของโลกที่เราสามารถ "เดินชม" ภายในศูนย์ข้อมูลของเว็บไซต์ที่ใครๆ ก็ใช้งานอย่างเช่นกูเกิล ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่สามารถเดินชมได้ทุกซอกทุกมุมก็ตาม แต่ก็พอจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของศูนย์ข้อมูลของเว็บไซต์ระดับโลกรายนี้ได้ ทั้งนี้ภาพดังกล่าวถูกถ่ายมาจากศูนย์ข้อมูลของกูเกิลที่เมือง Lenoir รัฐ North Carolina ครับ
ไปเที่ยวชมศูนย์ข้อมูลกันได้ตามที่มา และวีดีโอหลังเบรกครับ
ใกล้กันเข้ามาแล้วกับการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz สำหรับการให้บริการโทรศัพท์ไร้สายในระบบ IMT โดย กสทช.ครับ ครั้งนี้ถือเป็นการปฏิวัติและพลิกประวัติศาสตร์วงการโทรคมนาคมประเทศไทยเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว (แนะนำให้อ่าน "ทำไมต้องประมูลคลื่น 2100" ประกอบ)
คลื่น 2100 MHz เอาไปทำอะไรได้บ้าง
คลื่นย่าน 2100 MHz Band1 (Downlink 2110 – 2170 MHz และ Uplink 1920 – 1980 MHz) ที่กำลังจะประมูลกันในประเทศไทยในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตามที่ ITU กำหนดมานั้นมีไว้ให้บริการสำหรับการโทรคมนาคมระบบ WCDMA รวมถึง LTE ด้วยครับ ทั้งนี้มีประเทศที่ใช้คลื่นย่าน 2100 MHz เดียวกันนี้ติดตั้ง 4G LTE คือญี่ปุ่นครับ และที่สำคัญ iPhone 5 รุ่นที่จำหน่ายนอกสหรัฐฯ ก็รองรับคลื่นย่านนี้ในระบบ LTE ด้วยเหมือนกัน
ต่อเนื่องจากข่าวเก่าเรื่องการตั้งคณะทำงานขึ้นมาร่างมาตรฐาน HTTP/2.0 ตอนนี้คณะทำงานที่ว่านี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วครับ เมื่อทาง IESG ที่เป็นหน่วยงานย่อยใน IETF หรือ Internet Engineering Task Force ที่เป็นหน่วยงานออกแบบร่างและรับรองมาตรฐานทางอินเทอร์เน็ตได้ให้อนุญาตให้มีคณะทำงานร่างมาตรฐาน HTTP/2.0 อย่างเป็นทางการแล้วครับ
มาตรฐาน HTTP ที่เราใช้กันอยู่แพร่หลายทุกวันนี้ ที่มีชื่อจริงๆ ว่า HTTP/1.1 ตาม RFC 2616 นั้นถูกร่างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 หรือกว่า 13 ปีมาแล้ว และด้วยความนิยมในการใช้งานของมาตรฐานนี้ที่เรียกได้ว่า บริการส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตต่างก็ทำงานกันบนมาตรฐานนี้ทั้งสิ้น ก็ได้ทำให้มันผ่านการตัดต่อเติมแต่งกันจนหลายๆ อย่างมีความซับซ้อน และตัวมาตรฐานเดิมเองก็มีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ซึ่งการร่างมาตรฐานใหม่นี้คาดหวังกันไว้ว่า
- ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ปลายทางเมื่อเทียบกับการใช้ HTTP/1.1 บน TCP
- แก้ปัญหา head-of-line blocking ในกรณีของการใช้ HTTP pipelining
- ลดปริมาณการเชื่อมต่อจากเบราว์เซอร์ไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ลง
- ยังคงความหมายของนิยามในโปรโตคอล HTTP/1.1 ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ระบุวิธีการทำงานข้ามระหว่างมาตรฐาน HTTP/2.0 และ HTTP/1.x อย่างชัดเจน
จากข่าวเก่าที่ทาง ASUS Thailand มาโปรโมททิ้งไว้ ตอนนี้รายละเอียดการจำหน่าย Nexus 7 อย่างเป็นทางการออกมาแล้วครับ
เริ่มจำหน่ายในงาน Thailand Mobile Expo 2012 โดยรุ่นที่นำเข้ามาจะมีเพียงรุ่นความจุ 16GB เท่านั้น ราคา 9,900 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว คนที่สนใจเตรียมเงินเตรียมตัวกันไปจับจองได้ที่บูธ ASUS Thailand
(CM12/2) ครับ
ที่มา: ASUS THAILAND
ถ้าข่าวลือก่อนหน้านี้ยังมีภาพหลุดกันยังไม่ครบทุกชิ้นส่วนเท่าที่เราอยากเห็นแล้ว ภาพนี้คงเป็นภาพท้ายๆ แล้วครับ เพราะมันหลุดมาแล้วกับภาพ 'กล่อง' ของเจ้าไอโฟนตัวใหม่ที่กำลังจะออกมา
วันนี้เว็บบล็อกเยอรมันตามที่มาได้เปิดเผยรูปที่อ้างว่าถ่ายมาจากโรงงานที่ผลิตกล่องของไอโฟนรุ่นใหม่ออกมาครับ จากภาพที่หลุดออกมา ข้างกล่องเขียนชื่อว่า The new iPhone ซะด้วย ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ถ้าดูจากแนวทางการตั้งชื่อ iPad รุ่นที่สาม (หรือ The new iPad)
ที่สำคัญคือ หน้าตาเครื่องที่อยู่บนกล่องนั้นต่างออกไปจากข่าวลือก่อนหน้านี้พอควร ซึ่งถ้าหากมั่นใจว่าข่าวลือรูปหลุดของตัวเครื่องไอโฟนรุ่นใหม่ก่อนหน้านี้ถูกต้อง ก็จะทำให้น่าคิดว่าภาพนี้ถูกตัดต่อขึ้นมาจากภาพโรงงานผลิตกล่องไอโฟนเก่าๆ มากกว่า (แต่ไอคอนบน Home Screen มีห้าแถวนะครับ)
ที่มา: iphoneiews blog






