นิตยสาร PC World ได้เผยแพร่ผลทดสอบความเร็วของ 3G และ 4G ของ 4 เครือข่ายหลัก สำหรับการใช้งานใน 13 เมืองหลักในสหรัฐอเมริกา ทั้งภายในและภายนอกอาคารแล้วนำมาเฉลี่ยความเร็วครับ วิธีการทดสอบคร่าวๆ ในแต่ละเมืองจะมีจุดทดสอบ 5 จุดภายในอาคาร (ส่วนใหญ่ในร้านสตาร์บัคส์!) และอีก 5 จุดภายนอกอาคาร โดยใช้โปรแกรม Speed Test ยอดนิยมของ Ookla (แอพฯ นี้ได้รับการยอมรับจาก FCC ในการใช้ทดสอบความเร็วของอินเทอร์เน็ตแล้ว) สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบของแต่ละเครือข่ายดูได้ที่ท้ายข่าวครับ
ผลการทดสอบคร่าวๆ AT&T ชนะในการทดสอบ 4G (LTE) ที่ 9.12/4.91 Mbps ตามมาด้วย Verizon (LTE) ที่ 7.35/5.86 Mbps, T-Mobile (HSPA+ 42Mbps) ทำได้ที่ 5.53/1.32 Mbps และ Sprint (WiMax) รั้งท้ายที่ 2.81/0.97 Mbps
ส่วน 3G T-Mobile (HSPA 21Mbps) เร็วสุดที่ 3.84/1.44 Mbps ตามมาด้วย AT&T (HSPA 7.2Mbps) ที่ 2.62/0.85 Mbps, Verizon (CDMA EV-DO Rev.A 3.1mbps) ได้ 1.05/0.75 Mbps และ Sprint (CDMA EV-DO Rev.A 3.1Mbps) รั้งท้ายที่ 0.59/0.56 Mbps
ที่มา: PC World ผ่าน iClarified
15 เดือนผ่านไป กับการพิจารณาคดีที่ กสท. ยื่นฟ้อง กทช. เพื่อให้ระงับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz สำหรับใช้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ของ กทช จนมีคำสั่งศาลปกครองออกมาเพื่อระงับการประมูลชั่วคราวจนกว่าจะพิจารณาคดีเสร็จ (ข่าวเก่า 1, 2, 3, 4) ในวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น "ไม่รับคำฟ้อง" คดีระงับประมูล 3G ดังกล่าวแล้ว
ขออนุญาตยกเหตุผลที่ศาลปกครองสูงสุดให้ไว้มาใส่ประกอบครับ
ผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าว ส่วนที่อ้างว่าผู้ฟ้องคดีจะไม่มีโอกาสใช้บริการ 2G ได้อย่างต่อเนื่องอีกต่อไป เพราะการดำเนินการให้บริการ 3G ต้องมีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมเสียดาย และต้องถูกบีบบังคับให้เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่เป็นระบบ 3G นั้น เมื่อพิจารณาเนื้อหาประกาศแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดใดที่เป็นการยกเลิกให้บริการระบบ 2G
ที่มา: ข่าวไทยรัฐออนไลน์
Internet Society อาศัยวันครบรอบ 1 ปีวัน(ทดสอบ) IPv6 โลก ประกาศให้วันที่ 8 มิถุนายนนี้ เป็นวันเปิดใช้งาน IPv6 เต็มรูปแบบสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ซึ่งเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ๆ เช่น AT&T, Comcast (ที่ได้ให้บริการ IPv6 อยู่ระยะหนึ่งแล้ว), KDDI และรายอื่นๆ อีกพอสมควร
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าพ่อวงการเครือข่ายอย่าง Cisco และรายย่อยลงไปอย่าง D-Link ที่จะเปิด IPv6 มาให้เป็นค่าปกติสำหรับอุปกรณ์เราท์เตอร์ตามบ้านที่วางจำหน่ายตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป และเจ้าเก่าอย่าง เฟซบุค กูเกิล ไมโครซอฟท์ (เฉพาะ Bing) และยาฮู รวมถึงผู้ให้บริการ CDN ระดับโลกอย่าง Akamai และ Limelight ยืนยันที่จะร่วมเปิดใช้งานในหน้าเว็บไซต์หลักของตน "เป็นการถาวร" หลังจากที่ให้บริการในช่องทางเฉพาะมาระยะหนึ่งแล้วด้วย
งานนี้ไม่ได้จำกัดประเทศที่เข้าร่วมแน่นอนครับ ท่านใดพร้อมก็เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เลย จะได้ไม่ฉุกละหุกในวันเปิดใช้งานจริง ทั้งนี้หากท่านใดสนใจหาข้อมูลผลการทดสอบเมื่อปีที่แล้วก็สามารถเข้าไปดูกันได้ที่เว็บไซต์ของ World IPv6 Day เลยครับ
หลังจากปล่อยให้รอกันมาสามเดือน (ข่าวเก่า) ล่าสุดกูเกิลก็ได้ปล่อยความสามารถ Google+ Pages หรือหน้าโพรไฟล์สำหรับธุรกิจ (แบบเดียวกับเฟซบุ๊คเพจ) เพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งานนี้กูเกิลไม่ได้ปล่อยแบบธรรมดาเสียด้วยครับ แต่ยังเอา Google+ Pages นี้ไปผูกกับผลการค้นหาอีกด้วย ในชื่อ Google+ Direct Connect โดยหากผู้ใช้ต้องการค้นหาเพจใดๆ ก็ให้ใส่เครื่องหมาย + นำหน้าคำค้น กูเกิลบอกว่าช่วงแรกจะยังจำกัดไม่กี่เพจเท่านั้นที่ใช้ได้ เช่น +Google , +Pepsi (แต่ที่ทดลองมายังไม่เห็น อาจต้องรอซักระยะ) ระหว่างนี้ก็ให้อ่านรายละเอียดไปก่อน
ที่มา: Official Google Blog
ต่อจากข่าวเก่า ครบสองสัปดาห์ปุ๊ป วันนี้โปรแกรม Google+ สำหรับอุปกรณ์ iOS ก็ได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
แต่อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการดาวน์โหลดก็ยังคงเฉพาะสำหรับผู้ใช้ประเทศอเมริกาเท่านั้น
ที่มา: Apple Store via @TonHor
ต่อเนื่องจากการเปิดตัวบริการอย่าง Google+ พร้อมกับความสามารถ Instant Upload ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือแอนดรอยสามารถกดแชร์รูปทันทีที่ถ่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาอัพโหลด (เนื่องจากมันแอบอัพล่วงหน้าให้แล้ว) ได้มีหลายคนเป็นห่วงว่าระบบดังกล่าวจะไปกินพื้นที่บริการ Picasa ของกูเกิล แต่วันนี้ได้มีการปรับปรุงหน้ารายละเอียดการคิดพื้นที่ของบริการ Picasa แล้วครับ
โดยสำหรับผู้ที่ใช้บริการ Google+ จะสามารถอัพโหลดรูปภาพที่มีขนาดต่ำกว่า 2048x2048 พิกเซล และวีดีโอความยาวไม่เกิน 15 นาที เข้ามาเก็บได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนโดยไม่นับพื้นที่ใช้งาน และรูปทั้งหมดที่อัพโหลดผ่าน Google+ จะถูกย่อให้ขนาดด้านที่กว้างที่สุดไม่เกิน 2048 พิกเซล และไม่นับพื้นที่ใช้งานอีกเช่นกัน
ส่วนรูปที่อัพโหลดผ่าน Picasa Web Album โดยตรง หากยังคงมีพื้นที่เหลืออยู่จะสามารถอัพโหลดรูปที่ใหญ่กว่า 2048 พิกเซลได้ตามปกติ แต่หากใช้พื้นที่เกิน รูปทั้งหมดที่ถูกอัพโหลดขึ้นมาจะถูกย่อให้เหลือไม่เกิน 2048 พิกเซลเช่นกัน
แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Google+ ยังคงจำกัดที่ 800x800 พิกเซลเท่าเดิมครับ (ซึ่งผมว่า สมัครไปเถอะครับ จะไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร)
ที่มา: Picasa FAQ ผ่าน ReadWriteWeb
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นเทศกาลแฮกกระหน่ำรับหน้าฝนของไทยหรือยังไง หลังจากที่โซนี่โดนเจาะระบบไปชุดใหญ่แล้ว คราวนี้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบควบคุมเว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Hosting Control Panel) รายใหญ่อย่าง DirectAdmin ก็โดนเจาะกับเค้าบ้าง
รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมช่วงบ่ายตามเวลาในสหรัฐอเมริกา (ช่วงหลังเที่ยงคืนของไทยในวันที่ 26) ได้มีอีเมลส่งไปหาลูกค้าของ DirectAdmin แจ้งว่าระบบของ DirectAdmin มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งลิงก์ไปยังหน้าเว็บที่ฝังมัลแวร์ไว้ (รูปตัวอย่างอีเมลอยู่ท้ายข่าว)
ทาง DirectAdmin ได้ออกมาชี้แจงว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของ www.directadmin.com (เฉพาะเครื่องเว็บ) ถูกเจาะเข้าไปได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมีข้อมูลลูกค้าบางส่วนรั่วออกไปเช่น ชื่อ, อีเมล, เลขที่ License แต่ข้อมูลทางการเงินทั้งหมดยังปลอดภัย เนื่องจากทาง DirectAdmin ไม่ได้เก็บข้อมูลดังกล่าวไว้
สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับอีเมลฉบับดังกล่าว ทีมงานได้ออกมาบอกว่า ให้ลบทิ้งได้เลย อย่าคลิกลิงก์ดังกล่าว และในขณะนี้ ตัวซอฟต์แวร์ DirectAdmin เองยังไม่พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใดๆ และขอให้ผู้ใช้งานสบายใจได้
ที่มา: Announce ใน DirectAdmin Forum ผ่าน ThaiHostTalk
ในที่สุดมันก็มาแล้วครับ สำหรับ Tablet ที่ใช้ได้ทั้งสองระบบปฏิบัติการในเครื่องเดียวจากบริษัท Witsteck รุ่น A81-E
สำหรับ Spec คร่าวๆ ก็ประมาณนี้
- จอ LED 7" ความละเอียด 800x480 Resistive Touchscreen (ดูจากที่แถม stylus มาให้)
- CPU ARM Cortex-A8 ความเร็ว 600 MHz
- ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 และ Windows CE 6.0 แบบ Dual Boot ครับ (เลือกว่าจะเข้า OS ไหนตอนเปิดเครื่อง)
- ROM 2GB RAM 256MB เพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้อีก 16GB
- บน Android มี Google Experience มาให้ครบครัน
- รองรับทั้ง Wireless b/g และ Bluetooth เป็นมาตรฐาน
- สั่งเพิ่ม GPS module ได้ด้วย (เพิ่มอีก 15$ ราวๆ 500 กว่าบาท)
- แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh คาดว่าจะใช้งานได้ราวๆ 4-5 ชั่วโมงสบาย
อันที่จริงก็แว่วมานานแล้วเหมือนกันครับ แต่ครั้งนี้ทางกูเกิลได้ยืนยันไปยัง Forbes แล้วว่า กูเกิลบอท หรือโปรแกรมดูดข้อมูลเว็บไซต์ของกูเกิลนั้นสามารถประมวลผล JavaScript บางส่วนได้ด้วย
นอกจากนี้ กูเกิลบอทยังสามารถอ่านเข้าไปถึงไฟล์มีเดียประเภทต่างๆ ได้ค่อนข้างมาก ประกอบกับการเปิดใช้งานระบบดัชนีเว็บตัวใหม่ จะยิ่งทำให้กูเกิลบอทสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น เร็วขึ้น และทันสมัยขึ้นอีกด้วย
เผลอๆ ไม่แน่อีกหน่อยอาจเห็นกูเกิลบอทเก็บผักได้ด้วย !
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทาง Twitter Blog ได้ประกาศสถิติการทวีตสูงสุดต่อวินาที (Tweets-per-second : TPS) ออกมาที่ 3,085 TPS ในนัดชิงชนะเลิศบาสเก็ตบอล NBA ระหว่างทีม LA Lakers กับทีม Boston Celtics
แต่แล้วเมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) สถิติดังกล่าวก็ได้ถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็วในทันทีที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้รับชัยชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลกกับเดนมาร์กไปที่ 3,283 TPS ทันทีที่กรรมการเป่าสัญญาณหมดเวลาการแข่งขัน
นอกจากนี้ทางทวิตเตอร์ยังได้บอกอีกว่า ทุกครั้งที่เกิดการทำประตูขึ้น ปริมาณทวีตก็จะพุ่งพรวดขึ้นมาแตะระดับใกล้เคียงกันเช่นกัน และคาดว่าสถิติดังกล่าวจะถูกทำลายอีกในไม่ช้านี้ครับ
ทั้งนี้... ค่าเฉลี่ยปริมาณทวีตปกติอยู่ที่ประมาณ 750 TPS ครับ
ที่มา: Twitter blog via Mashable
เว็บไซต์ Mashable ได้รายงานว่ามีผู้แจ้งพบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์ Twitter ที่ทำให้เราสามารถเพิ่ม follower ได้เองง่ายๆ ด้วยการทวีตสั้นๆ ง่ายๆ
accept [ชื่อผู้ใช้ Twitter]
แล้วชื่อผู้ใช้ที่เราระบุก็จะเข้ามาในรายการ follower ของเรา และเห็นข้อความทวีตของเราทันที พูดง่ายๆ ก็คือสามารถทำให้ใครก็ตามมา follow เราได้ง่ายๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รับรู้ด้วยซ้ำ
ขณะนี้ทาง Twitter ได้ออกมาประกาศแล้วว่าอยู่ระหว่างการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว โดยผู้ใช้ทุกคนจะแสดงผลจำนวน Followers และ Followings เป็น 0 ชั่วคราว และระหว่างการแก้ไขจะไม่สามารถกด follow หรือ unfollow ใครได้
ในขณะที่บ้านเรายังเพิ่งได้เริ่มใช้ 3G กันแบบพอหอมปากหอมคอไม่กี่พื้นที่ ตอนนี้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือก็พัฒนามาถึงระดับกิกะบิตกันแล้ว
งานนี้ บริษัทอีริคสัน ผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่ายโทรศัพท์มือถือได้นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอันนี้มาแสดงเป็นครั้งแรกในงาน Mobile World Congress 2010 ด้วย โดยการที่จะทำให้ได้ความเร็วสูงขนาดนั้น อีริคสันได้ใช้เทคโนโลยี MIMO 4 เสา คู่กับ Multi Carrier อีก 4 ช่องสัญญาณ ช่องละ 20MHz รวมช่องสัญญาณทั้งสิ้น 80MHz ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะทำความเร็วได้ถึง 1 Gbps
แถมท้าย: บริษัทอีริคสันได้แจ้งว่าขณะนี้ได้เซ็นต์สัญญาติดตั้งโครงข่าย LTE กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ไปแล้วห้าราย ได้แก่ AT&T, Verizon, MetroPCS ในสหรัฐฯ, TeliaSonera ในนอร์เวย์และสวีเดน และ DoCoMo ในประเทศญี่ปุ่น
ที่มา: LTEPortal
ใครที่ยังไม่รู้ว่า Android Developer Challenge คืออะไรสามารถอ่านได้จากข่าวเก่า นะครับ
ครั้งนี้เป็นการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมบน Android ครั้งที่สองแล้วนะครับ โดยมีพื้นฐานบน Android SDK 1.5 และที่พิเศษกว่าครั้งที่แล้วก็คือ ผู้ใช้ที่กำลังใช้งาน Android และสามารถเข้าถึง Android Market อยู่จะสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมพิเศษสำหรับร่วมตัดสินผลการแข่งขันได้ด้วย โดยจะคัดเลือกเอาสุดยอด 20 โปรแกรมจากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ใน Android Market รวมเป็น 200 โปรแกรมเพื่อเข้ารอบสองต่อไป
ทั้งนี้โปรแกรมที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ จะต้องไม่เคยปรากฎใน Android Market ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม และจะต้องส่งผลงานภายในเวลา 14.59.59 น. วันที่ 1 กันยายนนี้ ตามเวลาในประเทศไทย (หรือภายในเวลา 23.59.59 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม ตามเวลาแปซิฟิก)
ท่าทางงานนี้จะเขียนโปรแกรมกันไม่ทันแล้ว ใครที่มี Android ในมือก็ร่วมทดสอบกับเค้าก็แล้วกันนะครับ






