Tags:

ตามติดจากข่าวเดิม มาคราวนี้เกิดการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ให้งงเล่นกันอีกแล้ว (แต่ก็น่าจะทำให้มันชัดเจนกว่าชื่อเดิมที่คนนอกวงการอ่านแล้วงงว่ามันทำอะไรของมัน)

Groove เป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่ไมโครซอฟท์ได้จากการซื้อบริษัท Groove Networks เมื่อเดือนมีนาคมปีคริสตศักราช 2005 และได้ถูกรวมเข้ากับชุดผลิตภัณฑ์ยอดนิยมตลอดกาล Microsoft Office 2007 ซึ่งหน้าที่หลักของมันคือการสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน ให้แชร์เอกสาร และมีการเชิญสมาชิกเข้ามาสู่พื้นที่ทำงานร่วมกัน โดยทุกอย่างนี้มีระบบเซิร์ฟเวอร์เป็นตัวจัดการทั้งหมด

เนื่องจากสภาพการทำงานที่คล้าย SharePoint มาก ดังนั้นเมื่อถูกรวมเข้าไปอยู่ในชุด Microsoft Office จึงทำให้ตัวโปรแกรม Microsoft Office Groove 2007 มีฟีเจอร์ในการดึงเอกสารจาก Document Library ของ SharePoint ลงมาเก็บในเครื่องในโหมดออฟไลน์ได้ (ผมไม่เคยลองนะ เพราะไม่เคยใช้ Groove มาก่อน รับทราบแค่ว่ามันคล้ายๆ SharePoint)

เวลาผ่านไป 4 ปี บัดนี้ทางไมโครซอฟท์ได้ประกาศแล้วว่าจะเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ Microsoft Office Groove นี้ให้เป็น Microsoft SharePoint Workspace แทน เพื่อลดความสับสนโดยคำแถลงที่ยกมาคือ

Groove กับ SharePoint มันก็เหมือนใช้ Outlook กับ Exchange นั่นแหละ

นอกจากนี้นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการเพิ่มคุณสมบัติให้ยึดติดกับ SharePoint ให้มากขึ้นอีกด้วย ข่าวดีคือ Microsoft SharePoint Workspace นี้จะถูกรวมอยู่ในชุดผลิตภัณฑ์ Microsoft Office ตั้งแต่รุ่น Professional Plus ขึ้นไป (จากแต่ก่อนที่อยู่ในชุด Ultimate และ Enterprise)

รู้สึกว่าไมโครซอฟท์จะเอาจริงเอาจังกับ SharePoint มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ก็หวังว่ามันจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตในการพัฒนามากขึ้นนะ

ที่มา: ars

Tags:

ถือว่าเป็นการประกาศครั้งแรกของทีมงานผลิตภัณฑ์ SharePoint ที่ผมคิดว่าน่าจะสร้างผลกระทบต่อผู้ที่จะนำผลิตภัณฑ์ SharePoint ไปใช้ในงาน (ไม่ว่าจะเป็นรับโครงการ หรือทำใช้กันเองภายในองค์กร)

ใน Microsoft SharePoint Server 2010 (คำว่า Office หายไปแล้ว) นี้ ความต้องการขั้นต่ำที่ระบบเรียกหาคือ ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2008 รุ่น 64 บิตขึ้นไป รวมถึงระบบฐานข้อมูลที่ใช้ (คือ Microsoft SQL Server 2005 ขึ้นไป) ต้องเป็นรุ่น 64 บิตด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ SharePoint จะเริ่มละทิ้งการสนับสนุน Internet Explorer 6 ไปด้วยเนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะหมดอายุการสนับสนุนในเดือนกรกฎาคมปีคริสตศักราช 2010 โดยจะหันไปสนับสนุนการแสดงผลบน Internet Explorer 7 และ 8 รวมถึง Firefox 3 (น่าจะช่วยให้ระบบปฏิบัติการตัวอื่นสามารถเข้าถึง SharePoint ได้ง่ายขึ้น)

กลับไปที่หัวข้อข่าวอีกครั้งและย่อหน้าแรกอีกครั้ง ทำไมผมถึงคิดว่ามันจะมีผลกระทบในการใช้งาน ผมคิดว่านี่คงเป็นอีกวิธีที่ช่วยผลักดันให้ระบบปฏิบัติการรุ่น 64 บิตเป็นกระแสหลัก (เสียที) หลังจากระยะเวลาผ่านมาหลายปีตั้งแต่มีซีพียูที่สนับสนุนการทำงานของชุดคำสั่ง 64 บิต แต่ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ที่ติดตั้งไปกับเครื่องของผู้ใช้ก็ยังคงเป็น 32 บิต และอีกจุดที่น่าสนใจคือนักพัฒนา ต่อไปเราจะถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีการพัฒนาระบบนี้ เพราะว่าแต่ก่อนเราอาจจะคุ้นเคยการสร้างเครื่องเสมือนที่ติดตั้งตัว SharePoint รวมถึง Visual Studio หรืออาจจะเป็นการติดตั้ง Windows Server รวมทั้ง SharePoint และ Visual Studio ลงในเครื่องของนักพัฒนาเลย ซึ่งต่อไปเมื่อถูกบังคับให้ใช้ 64 บิต วิธีที่กล่าวมาอาจจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ยังไม่ทราบว่าไมโครซอฟท์หาทางหนีทีไล่ไว้สำหรับนักพัฒนาหรือไม่ เพราะปัญหาที่ (ผม) พบในการพัฒนาสำหรับ SharePoint จริงๆ คือ ตัวชุดพัฒนาไม่มีไลบารี่ที่จำเป็นสำหรับการแปลงโปรแกรม ทำให้ต้องติดตั้ง SharePoint ลงเครื่องที่พัฒนาซึ่งดูไม่ค่อยจะเข้าท่า

ที่มา: Microsoft SharePoint Team Blog

Tags:

มีผู้ไปพบเห็นในหน้าสั่งซื้อ Lenovo ThinkPad X301 ว่ามีตัวเลขน่าสนใจเกี่ยวกับการอัพเกรด CPU และ TouchPad

สำหรับราคาการอัพเกรด CPU จาก SU9400 (1.4 GHz) เป็น SU9600 (1.6 GHz) ต้องจ่ายเพิ่มถึง $8,402.00

เท่านี้ไม่พอ หากคุณต้องการอัพเกรด TouchPad เป็นตัวที่มีความสามารถของ Multi Touch คุณจะได้มันในราคา $9,969.00

งานนี้เห็นแล้วร้อนๆ หนาวๆ แต่ก็อย่างที่น่าจะทราบได้ว่า นี่คงไม่ใช่ตัวเลขราคาจริงแน่ คงแค่ลงผิด คงไม่ใช่ Lenovo Tax แบบที่มีผู้มีแสดงความคิดเห็นในข่าว

ที่มา: Engadget

Tags:

Peter S Kolmisoppi ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ BitTorrent ชื่อดัง The Pirate Bay เชื่อว่าพวกเขาแพ้คดีฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว

เรื่องนี้เกิดถูกค้นพบจากข้อความใน twitter ของผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ดังกล่าวโดยมีการระบุข้อความว่า (แปลแล้ว)

จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ของเราในศาล เราแพ้คดีนี้แล้ว

อัยการของประเทศสวีเดนได้ดำเนินการฟ้องร้องคดีนี้กับผู้จัดการเว็บไซต์โดยโทษที่จะได้รับมีตั้งแต่ปรับหรือจำคุกสูงสุดถึง 2 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้เรียกร้องให้เกิดการฟ้องร้องครั้งนี้ก็คือขาประจำเดิมๆ ได้แก่ MPAA และ IFPI

สมาชิกของเว็บจะไม่ได้รับผลกระทบใด ผลการตัดสินคดีจะออกในวันนี้

ผมเป็นแค่ผู้เยี่ยมชม ไม่ได้เป็นสมาชิกเว็บ ยังไงก็ไม่เดือดร้อน

ที่มา: Neowin

ปรับปรุงล่าสุด: ล่าสุดมีคำตัดสินให้คณะผู้จัดการ The Pirate Bay แพ้คดี โดยต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 30 ล้าน SEK (Swedish krona) และถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี

Tags:

ถ้ายังจำกันได้บริษัท แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ก่อตั้งโดยสองสตีฟ (Steve Jobs, Steve Wozniak) และอีกหนึ่งเวน (Ronale Wayne) ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 ก็เป็นเวลาที่ Wozniak ลาออกจากการเป็นพนักงานแบบเต็มเวลา (แต่ก็ยังถือหุ้นอยู่) เพื่อไปทำตามความฝันของเขา (อย่างกับโฆษณา “เดินต่อไป” แน่ะ)

รายงานข่าวจากบริษัท Axiotron ผู้ผลิต ModBook ผลิตภัณฑ์ที่เป็นการดัดแปลงเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา MacBook ของแอปเปิลให้ใช้เป็นระบบหน้าจอสัมผัส และผู้รับดัดแปลง MacBook ให้เป็นระบบดังกล่าว แจ้งว่าขณะนี้ทางบริษัทได้แต่งตั้ง Wozniak เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาของบริษัท ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ชำนาญในด้านการขายและอุตสาหกรรมจากบริษัทมีชื่อหลายแห่ง (ไม่อยากใช้คำว่าชั้นนำเพราะผมไม่รู้จักชื่อบริษัทในข่าว)

คาดการณ์ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ Wozniak จะเข้ามาดูแลการกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคตรวมถึงให้คำแนะนำในกระบวนการการผลิต ซึ่งอาจจะทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกลงในอนาคต

ผู้อ่านแถวนี้ (ที่เห็นใช้ Mac กันหลายคน) รู้จัก ModBook หรือเคยเล่นมันบ้างไหม?

ที่มา: Ars

Tags:

หลังจากที่มีข่าวว่าโทรศัพท์ T-Mobile G1 ซึ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลถูกมือดีปลดล็อกได้ รวมถึงมีการทำ Jailbreak เพื่อจุดประสงค์บางประการ (คล้ายๆ ไอโฟนของแอปเปิล)

บัดนี้กูเกิลได้ออกตัวปรับปรุงระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่น RC30 ซึ่งมีการระบุไว้ว่าออกมาเพื่อแก้ปัญหา Jailbreak โดยเฉพาะและกำลังทำงานร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อผลักดันการแก้ไขนี้เข้าไปสู่ซอสโค้ดหลักของแอนดรอยด์

ทางกูเกิลเชื่อว่าจะผลักดันตัวปรับปรุงนี้เข้าสู่เครื่องของผู้ใช้งานได้ภายใน 3 ถึง 4 วันนี้

ว้า ไหนว่ามันเปิดเผยไง? ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ พี่น้อง!

ที่มา: Engadget

Tags:

แหล่งข่าวที่ไม่ต้องการถูกเปิดเผยชื่อได้ให้ข้อมูลแก่ John Gruber ว่าจริงๆ ทาง Opera ได้ทำการพัฒนา Opera Mini สำหรับ iPhone เพียงแต่ยังไม่ได้ทำส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจรับของทางแอปเปิล ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า Opera Mini ถูกปฏิเสธให้นำเข้าสู่ App Store

Gruber เคยเชื่อว่าปัญหาที่แท้จริงเกิดจากตัวแปลภาษาจาวาสคริปต์ซึ่งขัดกับข้อตกลงการใช้งานของชุดพัฒนาซอฟท์แวร์ แต่แท้ที่จริงแล้วจากการพูดคุยกับแหล่งข่าวทำให้ทราบว่าทาง Opera ไม่ได้ใช้ตัวแปลภาษาใดๆ เลยในซอฟท์แวร์ชุดนี้

หลักการทำงานที่แท้จริงที่ Gruber ได้ข้อมูลมาคือ Opera Mini เป็นเพียงหน้ากากซึ่งรับการร้องขอ URL จากผู้ใช้ ค่าของ URL นี้จะถูกส่งไปยังเซอเวอร์ตัวแทนของ Opera ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยัง URL เป้าหมายอีกทอด หลังจากนั้นจะมีการสร้างภาพของหน้าเว็บที่ประมวลผลได้และส่งกลับมายังตัว Opera Mini โดยใช้รูปแบบที่เป็นกรรมสิทธิ์ของทาง Opera เองที่ชื่อว่า OBML (Opera Binary Markup Language)

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องเขียน Opera Mini ขึ้นมาใหม่อยู่ดี เนื่องจากภาษาที่ใช้พัฒนา Opera Mini ในระบบอื่นๆ นั้นคือ Java ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้บน iPhone

สรุปคือ ไม่มีตัวแปลภาษาจาวาสคริปต์ และ ยังไม่มีการส่งตัวโปรแกรมสมบูรณ์เข้าสู่ระบบ ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นมาก็น่าจะตีความได้ว่ามีคนอยากดังครับพี่น้อง!

ที่มา: Mac Rumors