ช็อกวงการเกมไม่ใช่น้อย เมื่อค่ายเกมยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น Square Enix ประกาศว่าประธานและซีอีโอคนปัจจุบัน Yoichi Wada จะลงจากตำแหน่ง และเป็น Yousuke Matsuda ขึ้นมาทำงานแทนไปก่อน
การลาออกของ Wada ซึ่งรับตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2000 คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับผลประกอบการประจำปีที่คาดการณ์มาแล้วว่าจะขาดทุนอย่างมาก นับเป็นตัวเงินอยู่ที่ราว 13,000 ล้านเยน (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) ขณะที่รายรับเองก็ลดลงเล็กน้อยเหลือ 145,000 ล้านเยน
นอกจากผลประกอบการที่ไม่สวยนักแล้ว สถานการณ์ของ Square Enix ก็ย่ำแย่จากการที่ไม่สามารถเจาะตลาดอเมริกาเหนือ และยุโรปได้ รวมถึงเกมความหวังอย่าง Final Fantasy XIV ที่เป็น MMORPG ก็ล้มไม่เป็นท่า จนถึงกับเอาไปทำใหม่ออกมาเป็น Final Fantasy XIV: A Realm Reborn และเกมความหวังอย่าง Lightning Returns: Final Fantasy XIII ที่ปรับเกมเพลย์ไปมาก จนต้องลุ้นว่าจะไปรอดหรือไม่
ที่แย่กว่านั้นคือ Square Enix ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อปรับโมเดลธุรกิจ และรอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เงินไปไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านเยนในระหว่างนี้ครับ
ที่มา - The Next Web
Flipboard ประกาศผู้ใช้งานทะลุ 50 ล้านรายพร้อมๆ กับเปิดตัวแอพรุ่นใหม่เวอร์ชัน 2.0 ที่เพิ่มฟีเจอร์สำคัญอย่างการเปิดให้ผู้ใช้สามารถสร้างแมกกาซีนของตัวเองได้แล้ว
การสร้างแมกกาซีนผ่านแอพ Flipboard นั้นทำได้โดยกดปุ่ม + ในบทความ และสามารถตั้งชื่อได้ทันที โดยสามารถนำคอนเทนต์ทุกอย่างที่แสดงอยู่ใน Flipboard ทั้งข่าว บทความ ภาพ เสียง และวิดีโอ มารวมไว้เป็นเล่มได้โดยไม่มีการจำกัดจำนวนแต่อย่างใด พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง bookmarklet ที่สามารถเพิ่มบทความเข้าไปในแมกกาซีนได้ผ่านเบราว์เซอร์อีกด้วย (ต้องล็อกอินด้วยนะ)
นอกจากฟีเจอร์แมกกาซีนแล้ว ยังมีฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาดังนี้ครับ
- ระบบแนะนำผู้ใช้แบบใหม่ ดูได้จากการกดปุ่มริบบิ้นสีแดงที่มุมแอพ
- ระบบแสดงความเห็น สามารถเมนชันหาผู้ใช้ Flipboard ด้วยกันผ่าน @username ได้แล้ว
- เพิ่มส่วนแนะนำบทความน่าอ่าน อิงจากบทความที่เราสนใจ
- เพิ่มเมนูส่วนย่อยในแมกกาซีนรายหลักของ Flipboard
- ควบระบบเข้ากับ Open Graph ของ Facebook แล้ว
ตอนนี้เวอร์ชัน 2.0 ดูเหมือนจะยังปล่อยให้อัพเดตเฉพาะ iOS เท่านั้น สามารถอัพเดตได้ผ่าน iTunes Store เลยครับ
ที่มา - Flipboard
แม้ว่าจะวางขายมาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่จนถึงปัจจุบัน เครื่องเกมคอนโซลล่าสุดของนินเทนโดอย่าง Wii U ยังคงไม่สามารถดึงกระแสความนิยมจากผู้เล่นมาได้ จนเริ่มมีร้านค้าหลายแห่งในอังกฤษ รวมถึงอเมซอนลดราคา Wii U ลงอย่างไม่เป็นทางการไปประมาณ 50 ปอนด์ เนื่องจากไม่สามารถทำราคาแข่งขันกับคู่แข่งได้
ทางด้านนินเทนโดสาขายุโรปออกมาตอบรับกับประเด็นนี้ว่าได้ติดต่อไปคุยโดยตรงกับบรรดาร้านค้าในอังกฤษแล้ว โดยรวมเป็นการขอให้มั่นใจในนินเทนโด และบอกว่าในปีนี้จะยังมีเกมออกใหม่ และอัพเดตซอฟต์แวร์มาแก้ปัญหานี้ได้
ทางฝั่ง Wii Mini เองก็ประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะทำราคามาต่ำกว่าคู่แข่งมาก (ขายในอังกฤษเพียง 80 ปอนด์) แต่ก็ไม่ดีพอที่จะทำให้ผู้เล่นกลับมาสนใจเครื่องเกมคอนโซลที่ตกรุ่นไปแล้วอยู่ดี แม้ว่าไม่ได้เปิดตัวเลขยอดขายในอังกฤษออกมา แต่ก็คาดว่าน่าจะแย่พอๆ กับยอดขายในแคนาดาที่ทำได้เพียง 375,000 ในเวลาสองเดือนหลังจากเปิดขายครับ
ที่มา - Joystiq
ช่วงหลังมานี้กระแสคอมพิวเตอร์จิ๋วมาแรงมาก ผู้เล่นที่เข้ามาช่วงหลังจึงต้องไม่เพียงแค่ทำเครื่องให้เล็ก ให้ถูก แต่ต้องมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ดึงดูดให้ใช้งานด้วย อย่าง MiiPC คอมพิวเตอร์จิ๋วจากบริษัทใหม่เอี่ยม ZeroDesktop ได้ทำไป
MiiPC ดูเผินๆ แล้วไม่ต่างจากคู่แข่งนักทั้งเรื่องการออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาดย่อมเยา ซีพียู ARM ดูอัลคอร์ ความถี่ 1.2GHz พร้อมแรม 1GB รัน Android รุ่นล่าสุด 4.2 Jelly Bean รองรับพอร์ตครบครันทั้ง USB 2 ช่อง, HDMI ส่งภาพไปจอได้สูงสุด 1080p และพอร์ต LAN แน่นอนว่ารองรับ Wi-Fi และ Bluetooth เช่นกัน
ความต่างของ MiiPC คือมันมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับจับตลาดผู้ปกครองที่มองหาคอมฯ ราคาถูกให้ลูกได้ใช้ และสามารถสอดส่องการใช้งานได้ ด้วยแอพบนมือถือที่สามารถตรวจสอบเวลาใช้งานของ MiiPC, ดูแอพล่าสุดที่ใช้, บล็อกแอพ หรือจำกัดการใช้งานแอพ และยังแสดงผลการใช้งานแต่ละวันเป็นกราฟแท่งได้อีกด้วย
ราคาขายจริงของ MiiPC ตั้งไว้ที่ 99 เหรียญ ส่วนราคาถูกสุดที่จะได้เครื่องตอนนี้อยู่ที่ 89 เหรียญ (ยังพอเหลืออีกหลักสิบเครื่อง) คาดว่าจะเริ่มส่งของได้ช่วงเดือนกรกฎาคมครับ
ที่มา - Kickstarter
Twitter ประกาศวันจัดงานสำหรับนักพัฒนาในวันที่ 2 เมษายนนี้ งานในครั้งนี้จะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ โดยเน้นไปที่การทำให้นักพัฒนาควบรวมประสบการณ์บนมือถือเข้ากับ Twitter ได้อย่างไร
เดาจากข้อมูลที่ออกมาคาดว่าฟีเจอร์ใหม่ของ Twitter นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ Twitter Card ที่อาจเปิดสามารถลงแอพบนมือถือได้โดยตรงผ่าน Twitter Card ได้
งานครั้งนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ Twitter ในซานฟรานซิสโก ใครที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้จากหน้านี้ครับ
ที่มา - The Next Web
ใครที่ตามข่าวของ Chrome และ Chrome OS น่าจะพอคุ้นชื่อของ François Beaufort ผู้ปล่อยข่าวฟีเจอร์ใหม่ๆ ก่อนเปิดตัว จากผลงานอย่าง Google Now for Chrome, Chromebook Pixel และระบบแจ้งเตือนแบบใหม่ของ Chrome OS นั้นเด่นพอที่จะทำให้กูเกิลดึงตัว Beaufort เข้าไปร่วมงานด้วยแล้ว
ตำแหน่งที่เขาจะไปทำงานคือ Chromium Evangelist สาขาฝรั่งเศส โดยตัวเขาเองยังยืนยันว่าจะเผยข้อมูลฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เหมือนเดิม แต่จะเป็นทางการมากขึ้น และข้อมูลเชิงลึกจากการทำงานร่วมกับทีม Chromium อีกด้วย
Beaufort ทิ้งท้ายไว้ว่าใครที่สนใจเกี่ยวกับฟีเจอร์ของทั้ง Chromium และ Chromium OS ตัวไหนก็ลองไปโพสต์ได้ที่ +François Beaufort
ที่มา - The Verge
ใกล้ถึงวันส่งของให้ผู้สนับสนุนชุดแรกใน Kickstarter วันที่ 28 มีนาคม Ed Krassentein แห่ง OUYA Forum ก็ออกมาเผยข้อมูลเพิ่มเติมของเครื่องเกมราคาถูกที่น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับเกมเมอร์ผู้นิยมเกมเก่าๆ
ข้อมูลที่ Krassentein เอามาบอกก็คือ มีแอพอีมูเลเตอร์เกมคอนโซลหลายแอพส่งมาในสโตร์ของ OUYA แล้ว นับเฉพาะที่เอ่ยชื่อมาได้แก่ EMUya สำหรับเล่น NES, SuperGNES สำหรับเล่น SNES, Mugen64Plus สำหรับเล่น N64 และยังมีอีมูเลเตอร์สำหรับเล่นเกม N-Gage ที่กำลังพัฒนาอยู่อีกด้วย โดยคาดว่าแอพทั้งหมดนี้น่าจะเสร็จทันเครื่องชุดแรกในวันที่ 28 มีนาคมนี้
ที่มา - OUYA Forum
หลังจากใช้สโลแกน "Quietly Brilliant" มาตั้งแต่ปี 2009 มาวันนี้ดูเหมือนสโลแกนดังกล่าวจะไม่เข้ากับแนวทางในปีนี้ของ HTC ที่เน้นแบรนด์เหลือเกินจากที่เห็นใน HTC One ที่มีทั้ง กล้อง "UltraPixel" ลำโพง "BoomSound"
รายละเอียดที่ว่าได้รับการยืนยันแล้วจากหัวหน้าฝ่ายการตลาด Benjamin Ho ที่เผยเรื่องนี้พร้อมๆ กับการประกาศทุ่มการตลาดมากขึ้นจากปีก่อนหน้าเป็นเท่าตัว โดยแบ่งเป็นสื่อเก่า 100% และสื่อดิจิทัล 250%
นอกจากนี้ Ho ยังโต้ข่าวลือที่ว่า HTC One นั้นผลิตไม่ทันเพราะซัพพลายเออร์ไม่พอใจ แท้จริงแล้วเป็นเพราะว่าเซนเซอร์ UltraPixel นั้นต้องปรับแต่งสเปคมากกว่าปกติต่างหาก
ส่วนสโลแกนใหม่ของ HTC คงต้องรอดูกันต่อไปครับ
ที่มา - Android Central
Steve Kondik หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cyanogen ได้เข้าทำงานกับซัมซุง เมื่อราวสองปีก่อน (เอาแบบแม่นๆ คือ 19 เดือน) และตอนนี้เขาได้บอกว่าตัวเองลาออกจากซัมซุงเรียบร้อยแล้ว ผ่านโพสต์เกี่ยวกับ Galaxy S4 ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน
ในโพสต์ดังกล่าวชื่นชม Galaxy S4 ในส่วนฮาร์ดแวร์ว่าทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ทั้งสเปค จีพีเอส กล้อง และฟังก์ชันใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาอย่าง Air View ที่ทำได้ดี
Kondik บอกว่า TouchWiz UI นั้นดูล้าสมัยยังกับอยู่ในยุค Froyo และไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้เท่าอินเทอร์เฟซสมัยใหม่เท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจะซื้อมาไว้ใช้ซักเครื่อง เพราะว่าไม่ได้ล็อกบูทโหลดเดอร์ และใช้ชิป Snapdragon ที่ควรจะใช้งานได้ดีกับ CM นั่นเอง
ส่วนจะไปทำอะไรต่อนั้นคงยังไม่รู้เร็วๆ นี้ เพราะ Kondik บอกเพียงแค่จะไปเริ่มทำอะไรใหม่ๆ คำตอบยอดฮิตของเหล่าคนดังนั่นเอง
ที่มา - Android Police
เพิ่งโดนแบนล่วงหน้าจากร้านอาหารในซีแอทเทิลไปไม่นาน กลุ่มนักกฎหมายในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียก็เตรียมหาทางแบน Google Glass ไม่ให้ใช้งานในระหว่างขับรถแล้ว
ตามข้อเสนอที่กลุ่มดังกล่าวเรียกร้องมา ไม่ได้พูดถึง Google Glass เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ไอทีแบบสวมครอบหัวทุกชนิด โดยให้เหตุผลว่าเขาทำงานเพื่อสนับสนุนกฎหมายห้ามไม่ให้ส่งข้อความระหว่างขับรถมานาน เน้นไปที่ผู้ใช้ที่ยังอายุน้อย และยังขับรถไม่แข็งว่าหากใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแล้วจะยิ่งทวีความเสี่ยงมากขึ้น
แม้ว่า Google Glass จะมีฟังก์ชันสำหรับนำทาง แต่เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะขับรถ ซึ่งอาจจะดูวิดีโอ หรือส่งข้อความอยู่ก็ได้ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้มือก็ตาม แต่ก็ควรจดจ่ออยู่กับถนนอยู่ดี
ที่มา - C|NET
ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์พกพาที่มีอันต้องเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ เมื่อสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ออกมาประกาศว่าจะมีการลดหย่อนข้อห้ามใช้อุปกรณ์ดังกล่าวระหว่างเครื่องขึ้น และลงจอดแล้ว
โดย New York Times รายงานว่าเขาได้ข้อมูลจากผู้ที่ทำงานร่วมกับ FAA ที่คาดว่าภายในปีนี้จะมีการยกเลิกข้อบังคับที่ห้ามใช้อุปกรณ์พกพาบนเครื่องบิน โดยอุปกรณ์ที่ใช้ได้ที่ระบุมานั้นจะอยู่ในกลุ่ม "reading devices" ซึ่งอาจครอบคลุมแค่แท็บเล็ต และเครื่องอ่านอีบุ๊ก แต่ยังไม่รวมถึงสมาร์ทโฟนแต่อย่างใด
คาดกันว่า FAA จะประกาศข้อบังคับใหม่ที่ว่านี้ในช่วงกลางปี หลังจากได้รับผลการศึกษาที่ทำร่วมกับบริษัท และองค์กรที่เกี่ยวข้องช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
ที่มา - Bits Blog
Square Enix ประกาศในงานเปิดตัว PS4 ว่า Final Fantasy X|
X-2 HD ภาครีมาสเตอร์จากเวอร์ชัน PS2 ใกล้เสร็จเต็มที (หลังจากทั้งลือทั้งรอกันมาพักใหญ่) ตอนนี้ตัวเกมก็เปิดให้จองกันได้ผ่าน Amazon แล้ว
พร้อมกับการเปิดให้จอง Square Enix ได้ปล่อยเทรลเลอร์ของเวอร์ชันรีมาสเตอร์ออกมาด้วย (ดูกันได้ท้ายข่าว) โดยรุ่นที่ลง PS3 จะมาแผ่นเดียวได้ทั้งภาค X และ X-2 ในราคา 39.99 เหรียญ ส่วน PS Vita จะแยกเป็นสองแผ่น แต่ยังไม่มีราคาออกมา
สำหรับรายละเอียดของการรีมาสเตอร์ภาค X นอกจากจะปรับกราฟิกแล้วยังเพิ่มสกิล และบอสใหม่เข้ามาด้วย (Dark Aeons และ Penance) ส่วนภาคต่ออย่าง X-2 นั้นยังไม่มีรายละเอียดออกมา
วันวางขายจริงๆ ตอนนี้ยังไม่มีประกาศออกมา แต่แหล่งข่าวรายนึงบอกไว้ว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนมิถุนายนนี้ครับ
ที่มา - Polygon
Square Enix เคยประกาศเอาไว้เมื่อปลายปีก่อนว่ากำลังทำ Final Fantasy V ลงบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS
ล่าสุด Famitsu นิยตสารเกมชื่อดังของญี่ปุ่นรายงานว่า Square Enix มีแผนจะปล่อย Final Fantasy V ให้ซื้อกันแล้ว โดยจะเปิดให้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น
Final Fantasy V ที่ถูกจับมาลงสมาร์ทโฟนรอบนี้ใช้ฐานจากรุ่นที่ลง Gameboy Advance เมื่อปี 1992 โดยมีการปรับภาพให้เนียนขึ้นเล็กน้อย เตรียมลง iOS ภายในเดือนนี้ และจะปล่อยให้ Android ภายในช่วงหน้าร้อน (ราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม) ตั้งราคาไว้ที่ 1,800 เยน หรือประมาณ 550 บาท แต่ข่าวร้ายคือยังไม่มีประกาศว่าจะวางขายนอกญี่ปุ่นเมื่อไหร่
ที่มา - Joystiq
เดลล์เคยเปิดตัว Lattitude 10 แท็บเล็ต Windows 8 พลัง Atom ไปเมื่อปีก่อน โดยตอนนั้นเปิดตัวเฉพาะรุ่น Standard เน้นตลาดองค์กรโดยเฉพาะด้วยความทนทาน และพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน อ่านสเปคได้จากข่าวเก่าเลยครับ
วันนี้เดลล์ ประเทศไทยนัดบล็อกเกอร์มาให้ลองจับแท็บเล็ตรุ่นนี้อีกรอบ คราวนี้มีรุ่น Essential ที่ราคาถูกกว่ามาด้วย
ว่ากันด้วยสเปครุ่น Standard กับ Essential นั้นแทบไม่ต่างกันยกเว้นรายละเอียดภายนอกเครื่องอย่างพอร์ต micro HDMI, ช่องใส่ซิมการ์ด และแบตถอดได้ซึ่งเป็นฟีเจอร์เฉพาะของรุ่น Standard ขึ้นไปเท่านั้น ราคาทั้งสองรุ่นเปิดมาที่ 24,900 บาท และ 21,900 บาท (ราคายังไม่รวมภาษี)
ภายในงานมี Latitude 10 รุ่น Standard มาให้จับด้วย ลองไปดูรอบๆ เครื่องกันครับ
WeChat แอพแชทหลายแพลตฟอร์มจากจีน รุกเข้าตลาด "Official Account" ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีพาร์ทเนอร์เจ้าแรกเป็นแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ "ช้าง" จากไทยเบฟเวอเรจนั่นเอง
Official Account ของทาง WeChat นั้นฟีเจอร์โดยหลักคือการกระจายข่าวสารจากแบรนด์ ที่สามารถตอบโต้กับผู้ใช้ได้ (อารมณ์ประมาณระบบตอบกลับอัตโนมัติ) โดยพาร์ทเนอร์รายแรกในประเทศไทยอย่างช้างจะใช้ชื่อบัญชีว่า "WeChang" ที่นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานแล้ว ยังมีฟีเจอร์เสริม รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ที่ติดตามอีกด้วยดังนี้
ได้ฤกษ์ขายอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเจ้า "Smart Evolution Kit" กล่องอัจฉริยะสำหรับแปลงร่างทีวีซัมซุงให้กลายเป็น Smart TV ได้เพียงเสียบไปที่ด้านหลังของเครื่อง ที่เพิ่งประกาศราคาและวันขายออกมาแล้ว
โดยซัมซุงเปิดราคาของกล่องที่ว่านี้ไว้ที่ 299 เหรียญ พร้อมรีโมตคู่ตัว ขายในเดือนพฤษภาคมนี้ สเปคภายในใช้ซีพียูควอดคอร์ มีจีพียู และหน่วยความจำเสริมสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพ และสำหรับทำงานแบบ multi-tasking บนแอพของ Smart TV โดยรวมแล้วจะได้ฟีเจอร์เทียบเท่ากับรุ่นที่ออกในปี 2013 นั่นเอง
สำหรับการติดตั้ง กล่องตัวนี้สามารถติดไปที่หลังเครื่องผ่านพอร์ตเฉพาะของซัมซุงเอง ซึ่งรองรับทีวีแอลอีดีซีรีส์ 7500, 8000 และทีวีพลาสมาซีรีส์ 7000,8000 ครับ
ที่มา - The Verge
เคยมีข่าวว่ากูเกิลเตรียมปรับอินเทอร์เฟซของ Play Store มาพักใหญ่ๆ และวันนี้เว็บไซต์ DROID LIFE ก็ได้อัพวิดีโอพรีวิวอินเทอร์เฟซใหม่ที่ว่านี้แล้ว
Play Store ที่พรีวิวนี้เลขรุ่น 4.0.16 (ปัจจุบันเลขรุ่น 3.10.14) ที่มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาใหม่หมดแบบที่ว่าเหลือเพียงพื้นหลัง กับ action bar ด้านบนเท่านั้นที่ยังเหมือนเดิม สรุปแบบคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
- หน้าตาเป็นแบบ Holo มากขึ้น กล่องแสดงคอนเทนต์ใช้อินเทอร์เฟซเดียวกับ Google Now
- ภาพขนาดใหญ่ขึ้น หลายขนาด และเรียงต่างกันตามชนิดคอนเทนต์ รวมถึงเพิ่มการหมวดหมู่มากขึ้นด้วย
- ฟอนต์ขนาดใหญ่ขึ้น และแสดงรายละเอียดซ้อนทับภาพในหน้าแรกมากขึ้น
- หน้าค้นหาแสดงผลคอนเทนต์ได้หลายประเภทพร้อมๆ กัน เช่นค้นชื่อหนังสือ จะเจอหนังที่ชื่อเดียวกันด้วย
- action bar ด้านบนเปลี่ยนสีไปตามชนิดคอนเทนต์
DROID LIFE บอกว่าแอพรุ่นที่หยิบมาพรีวิวนี้ยังมีหลายๆ หน้ายังไม่เสร็จดี และคาดว่าตัวแอพน่าจะปล่อยให้อัพเดตในช่วงงาน Google I/O ครับ (ไม่มี APK หลุดมานะ)
ที่มา - DROID LIFE
Xiaomi แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหน้าใหม่ของจีนที่กำลังถูกจับตามอง เตรียมออกของใหม่อย่างรองเท้าอัจฉริยะ (smartshoes) หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัว smart tv ไปก่อนแล้ว
โดยแผนการณ์ smartshoes ของ Xiaomi ออกมาจากปากของ Li Moqiang รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีที่บอกว่าเจ้ารองเท้าคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อวัดค่าต่างๆ เช่นจำนวนก้าวเดิน อัตราการเต้นหัวใจ เป็นต้น ซึ่งจะมาพร้อมกับแอพเพื่อสุขภาพเมื่อเปิดตัวอีกมากมาย และแน่นอนว่าจะทำราคาได้คุ้มค่าตามสไตล์ของ Xiaomi แน่นอน
คาดกันว่าเจ้ารองเท้านี้ถ้าหากเปิดตัวแล้วคงอยู่ในกลุ่มสินค้า "Coolplay" ที่ตอนนี้มีขายเสื้อ และรองเท้าธรรมดาอยู่ก่อนแล้ว (รองเท้าธรรมดาที่ว่าขายอยู่ 99 หยวน หรือประมาณ 465 บาทครับ)
ที่มา - Tech In Asia
Adobe ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2013 สิ้นสุดวันที่ 1 มีนาคมตามปีงบประมาณ ทำรายได้รวมอยู่ที่ 1,008 ล้านเหรียญ กำไรสุทธิ 65 ล้านเหรียญ (0.13 เหรียญต่อหุ้น) เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินเอาไว้เล็กน้อย
เทียบกับรายได้ปีก่อนหน้าแล้วแม้ว่าทั้งรายได้ และกำไรจะตกลง แต่ภาพรวมของ Adobe ยังคงไปได้สวยจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Creative Cloud ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีผู้ใช้ Creative Cloud แบบฟรีทะลุสองล้านราย และแบบเสียเงินมากกว่าห้าแสนรายแล้ว ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Marketing Cloud ก็โตขึ้นจากปีก่อนถึง 20%
ทิศทางของ Adobe ตอนนี้คือการเปลี่ยนผ่านการขายซอฟต์แวร์แบบกล่องไปสู่การขายแบบสมัครสมาชิก (subscribe) ส่วนฝั่งเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาก็จะเน้นไปที่ HTML5 ในซีรีส์ Edge นั่นเอง
ที่มา - Business Wire
ก่อนหน้านี้ภายใน Canonical เคยมีการพูดกันถึงการปรับแผนการออกซอฟต์แวร์ว่าในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และในการประชุมบอร์ดทีมเทคนิคเมื่อวานนี้ก็มีมติตรงกันให้ลดเวลาซัพพอร์ตของ Ubuntu รุ่นที่ไม่ใช่ LTS แล้ว
จากเดิมที่เคยมีระยะเวลาซัพพอร์ตทั้งสิ้น 18 เดือน นโยบายใหม่จะปรับเหลือ 9 เดือน โดยในที่ประชุมให้ความเห็นว่าการลดเวลาตรงจุดนี้จะทำให้วิศวกรสามารถไปทำงานในโปรเจคอื่นได้มากขึ้น ทางฝั่งทีมงานเองก็พอใจกับเวลา 9 เดือนนั้นสามารถแก้บั๊กส่วนใหญ่ได้แล้ว
นโยบายที่ว่านี้จะเริ่มใช้กับรุ่น 13.04 "Raring Ringtail" เลยครับ
ที่มา - Phoronix



