ช่วงปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่ช่วยเดาความต้องการของผู้ใช้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย อย่างที่เห็นในคีย์บอร์ดเดาคำล่วงหน้าใน SwiftKey หรือตัวช่วยที่บอกคำตอบโดยอิงจากข้อมูลรอบตัวเราอย่าง Google Now เป็นต้น
เมื่อกระแสมาแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกาะกระแสนี้ และล่าสุดสามยักษ์อย่าง Intel, Samsung และ Telefónica ก็ได้ลงทุนในบริษัท Expect Labs ที่พัฒนาระบบ Anticipatory Computing Engine (ACE) สำหรับประมวลผลความต้องการของผู้ใช้จากภาษาธรรมชาติ โดยใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองอย่าง MindMeld ที่สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประโยคที่พูดออกมา โดยอิงจากข้อมูลส่วนตัวของเราอย่าง ที่อยู่ ความสัมพันธ์ ฯลฯ เพื่อความแม่นยำของข้อมูลได้อีกด้วย
สำหรับเหตุผลที่ทั้งสามยักษ์ใหญ่เข้าไปลงเงินให้กับ Expect Labs นั้นก็เพื่อนำมาเสริมเทคโนโลยีของตัวเอง อย่าง Intel ที่จะนำไปเสริมแนวทาง perceptual computing ทาง Samsung จะนำเทคโนโลยีไปทำงานร่วมกับเซนเซอร์ในสมาร์ทโฟน (หรือจะเป็น Google Now เวอร์ชัน Samsung กันนะ) เป็นต้น
นอกจากสามรายที่เพิ่งเป็นข่าวไป ก่อนหน้านี้ Expect Labs เองก็ได้รับเงินทุนจากบริษัทลงทุนหลายแห่ง หนึ่งในนั้นมี Google รวมอยู่ด้วย
ที่มา - The Next Web
ดูท่าโนเกียคงจะทุ่มสุดตัวกับการพัฒนาจุดเด่นเรื่องกล้องบนสมาร์ทโฟนต่อไป หลังจากเพิ่งมีข่าวว่าไปลงทุนใน Pelican Imaging บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ที่พัฒนาเทคโนโลยีชื่อว่า Array Cameras บนสมาร์ทโฟน ที่ช่วยให้ถ่ายภาพก่อน แล้วเลือกจุดโฟกัสได้ทีหลังเหมือนกับกล้อง Lytro
วิธีที่ Pelican Imaging เลือกใช้คือการเพิ่มชิ้นเลนส์เข้าไปหลายๆ ชิ้นในมอดูลกล้องตัวเดียว (เหมือนกับที่ Toshiba เอามาโชว์ก่อนหน้า) และใช้ซอฟต์แวร์ช่วยประมวลผลอีกที โดย Bo Ilsoe แห่ง Nokia Growth Partners ที่เป็นผู้ลงเงินให้กับ Pelican Imaging ในครั้งนี้บอกว่าตัวเขาได้เฝ้ามองการทำงานของบริษัทนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อปี 2008 และมั่นใจว่าที่นี่เป็นหนึ่งในบริษัทที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามไม่มีรายละเอียดว่าโนเกียลงทุนไปกับ Pelican Imaging เท่าไหร่ แต่ในอนาคตเราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีถ่ายก่อนโฟกัสทีหลังบนสมาร์ทโฟนในอีกไม่ช้านี้ละครับ
ที่มา - The Verge
ดูเหมือนข่าวลือที่ว่ายาฮูกำลังเจรจาซื้อหุ้น Dailymotion จะมีมูลเสียแล้ว และก็ไม่ใช่ข่าวดีนักสำหรับยาฮู เพราะว่าหนังสือพิมพ์สัญชาติฝรั่งเศส Le Monde ออกมาให้ข่าวว่ารัฐบาลฝรั่งเศสเข้ามาขวางดีลนี้เรียบร้อยแล้ว
ภาพรวมของดีลนี้ใกล้เคียงกับข่าวลือที่ออกมาแต่ต้นว่ายาฮูวางแผนว่าจะใช้เงินซื้อหุ้นของ Dailymotion สูงถึง 200 ล้านเหรียญหรือมากกว่า และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Dailymotion อย่าง France Telecom (Orange) ก็ดูจะสนใจกับดีลนี้ แต่ทว่าทางฝั่งรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม นาย Arnaud Montebourg กลับไม่ต้องการให้บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสต้องถูกขายให้กับบริษัทของสหรัฐ แม้ว่าทาง Dailymotion จะต้องการเงินลงทุนเพิ่มเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งก็ตาม
แม้ว่าจะไม่รับข้อเสนอจากยาฮู แต่นาย Montebourg ก็ยังบอกว่า Dailymotion จะหาพาร์ทเนอร์ในสหรัฐฯ ต่อไป หรืออาจจะเป็นแหล่งทุนภายในประเทศฝรั่งเศสแทน
ที่มา - TechCrunch
ท่าทีช่วงหลังของไมโครซอฟท์ค่อนข้างชัดว่าต้องการทำให้ Skype และ Outlook นั้นสามารถใช้งานร่วมกันได้ หลังจากก่อนหน้านี้อัพเดตให้ตัวแอพบน Windows สามารถทำงานกับ Outlook ได้ ตอนนี้ไมโครซอฟท์ได้อัพเดตให้ Outlook.com สามารถใช้งานฟีเจอร์ของ Skype ได้บ้างแล้ว
จากการมาของ Skype ทำให้ผู้ใช้ Outlook.com สามารถวิดีโอคอลไปยังผู้ใช้ในบัญชีรายชื่อได้โดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ (ซึ่งต้องลงปลั๊กอินเพิ่ม ใช้ได้กับ IE, Chrome และ Firefox) โดยปุ่มโทรจะเพิ่มเข้าไปทั้งในแถบแชทด้านขวา และในหน้าโปรไฟล์ของเพื่อนเรา
อย่างไรก็ตาม Skype บน Outlook.com ยังไม่ได้เปิดให้ทุกประเทศใช้ได้หมด ตอนนี้มีเพียงอังกฤษที่ได้ใช้ก่อนใคร ส่วนประเทศต่อไปจะเป็นสหรัฐ และเยอรมันที่น่าจะได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าครับ
ที่มา - Skype
เราพูดถึงเทคโนโลยีหน้าจอบิดงอได้บนสมาร์ทโฟนกันมาเนิ่นนาน แต่ในเมื่อยังไม่มีเจ้าไหนทำของจริงๆ ออกมา จึงยังไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงแล้ว หน้าจอที่บิดงอได้นี้เมื่อนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนแล้วจะทำอะไรได้บ้าง
ผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Queens อาจตอบคำถามนี้ได้บ้างเมื่อทีมวิจัยที่ว่าได้โชว์ MorePhone สมาร์ทโฟนต้นแบบที่ใช้หน้าจออีเปเปอร์บิดงอได้ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะตกแล้วไม่แตก MorePhone ยังบิดเปลี่ยนทรงเพื่อแจ้งเตือนเมื่อยามมีสายเข้า หรือพับขอบจอเมื่อยามมีข้อความเข้ามา เป็นต้น
แน่นอนว่าด้วยสภาพของ MorePhone ตอนนี้ยังห่างไกลกับคำว่าใช้งานจริงได้มากนัก แต่แนวคิดบิดตัวเพื่อแจ้งเตือนนับว่าน่าสนใจสำหรับการนำหน้าจอบิดงอได้ไปใช้กับสมาร์ทโฟนครับ
ที่มา - DVICE
เพิ่งถึงมือนักพัฒนาไปได้ไม่นาน Google Glass ก็ไม่แคล้วถูกเข้าถึง root จนได้ด้วยฝีมือของนักพัฒนาหลายรายเสียด้วย
โดยหนึ่งในนักพัฒนาที่ออกมาบอกว่า root Google Glass ได้แล้วมี Jay Freeman หรือที่ชาวเจลเบรครู้จักกันดีในชื่อ Saurik แห่ง Cydia ที่ออกมาบอกว่าเขา root Google Glass ด้วยการหลอกให้ตัวฮาร์ดแวร์นั้นคิดว่าตัวมันเป็นอีมูเลเตอร์ ซึ่งสามารถเข้าถึง root ได้อยู่แล้ว
นอกจาก Freeman แล้วยังมีนักพัฒนาอีกหลายรายที่ออกมาประกาศว่า root Google Glass ได้ แต่ไม่ระบุว่าใช้วิธีใด
อย่างไรก็ตามการ root เจ้า Google Glass ได้นั้นไม่ได้หมายความว่าโลกของ Google Glass จะเปิดกว้างเหมือน Android หลังจากก่อนหน้านี้กูเกิลเคยออกมาบอกว่าสามารถระงับการใช้งาน Google Glass รวมถึงจากปากคำของ Eric Schmidt ที่บอกว่ารุ่น Explorer Edition จะถูกมอนิเตอร์การใช้งานตลอดเวลา และยังไม่รวมถึงว่าช่องโหว่ที่ใช้ตอนนี้อาจถูกปิดในรุ่นขายจริงอีกด้วย
หลังข่าวนี้ออกไปได้ซักระยะ Stephan Lau วิศวกรใน Project X ได้มาโพสต์ลงใน Google+ ของตัวเองว่ากูเกิลตั้งใจปล่อย Google Glass รุ่น Explorer Edition ให้ปลดล็อกได้อยู่แล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาโชว์ของแล้วล่ะครับ
ที่มา - The Verge
หลังจากผู้บริหารซัมซุงเพิ่งพูดถึง Galaxy S4 รุ่นกันน้ำกันฝุ่นไปได้ไม่นาน ก็มีข้อมูลของเจ้ารุ่นที่ว่ามาแล้ว โดยเป็น Wall Street Journal ที่อ้างว่ารู้ข้อมูลของรุ่นที่ว่านี้แล้ว และยังมีแท็บเล็ตอีกรุ่นออกมาพร้อมๆ กันด้วย
โดยจากข้อมูลที่ Wall Street Journal อ้างมานั้นมือถือรุ่นนี้จะใช้ชื่อว่า Galaxy S4 Active ซึ่งแม้ว่าจะใช้หน้าตาเดียวกันกับ Galaxy S4 แต่จะใช้หน้าจอขนาดเล็กลงเหลือ 4.3" โดยจะเริ่มวางขายประมาณเดือนกรกฎาคม
ส่วนแท็บเล็ตอีกรุ่นที่จะมาก่อนหน้าในเดือนมิถุนายนจะเป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 8" ในซีรีส์ Galaxy Tab ซึ่งเดาเอาก็น่าจะเป็นการลดสเปคจาก Galaxy Note 8.0 นั่นเอง
ที่มา - Wall Street Journal
ช่วงหลังมานี้ไมโครซอฟท์ได้ปรับภาพลักษณ์ของบริษัทใหม่ด้วยการปรับแบรนด์ และออกแบบใหม่หลายบริการในเครือของตัวเองไปในทางเดียวกัน ที่เห็นได้ชัดเจนสุดคงหนีไม่พ้น Office และ Windows และภายในงาน Design Day ที่จัดขึ้นในประเทศนอร์เวย์ Albert Shum และ Todd Simmons สองหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Windows Phone ได้ออกมาเผยถึงแผนการต่อไปของไมโครซอฟท์แล้ว
จากปากคำของทั้งสอง บริการที่อยู่ในแผนว่าจะถูกปรับแบรนด์เท่าที่พูดชื่อออกมาได้แก่ Bing, Skype, Yammer และ Xbox โดยในงานดังกล่าวได้โชว์คอนเซปของโลโก้ใหม่ Bing ที่ทำมาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน (ซึ่งยังไม่รู้จะใช้อันนี้รึเปล่า)
Panasonic เปิดตัวกล้องคอมแพคซีรีส์ใหม่ LF1 ที่มาลุยตลาดคอมแพคไฮเอนด์ด้วยสเปคที่ใกล้เคียงกับรุ่นท็อปในไลน์คอมแพคตัวปัจจุบันอย่าง LX7 แต่มีการตัด และเพิ่มบางฟังก์ชันเข้ามา โดยเน้นไปที่ฟีเจอร์ใหม่ๆ และการใช้งานโดยรวมมากกว่าซีรีส์ LX ที่เน้นคุณภาพของภาพมากกว่า
ในแง่ของสเปค LF1 ใช้เซนเซอร์ความละเอียดสูงกว่า LX7 เล็กน้อย ขยับไปอยู่ที่ 12 เมกะพิกเซล แต่คงขนาดเซนเซอร์ไว้ที่ 1/1.7" เท่าเดิม ตัวเลนส์เพิ่มช่วงให้ยาวขึ้น แคบลงที่ 28-200 รูรับแสงแคบลงพอสมควรเหลือ f/2.0-f/5.9
ทางด้านฮาร์ดแวร์ใหม่ LF1 เพิ่ม NFC และ Wi-Fi เพื่อใช้ในการโอนภาพไปยังอุปกรณ์อื่นๆ หรือใช้เป็นชัตเตอร์ไร้สาย โดยเชื่อมต่อเครื่องด้วยการแตะทีเดียวตามสมัยนิยม และช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ในตัว ที่ยัดเข้ามาไว้มุมซ้ายของตัวเครื่อง นับเป็นคอมแพครุ่นแรกของ Panasonic อีกด้วย ส่วนที่ลดลงไปคือวงแหวนสำหรับปรับตั้งค่าที่เหลือเพียงด้านบนหนึ่งอัน และรอบเลนส์เท่านั้น
ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศจีน ยังไงมือถือก็ต้องสองซิมไว้ก่อน แม้แต่ HTC One ที่เครื่องขายทั่วโลกแทบจะแงะส่วนไหนออกไม่ได้ก็ต้องยอมให้กับจีนจนได้
โดย HTC One รุ่นที่จะวางขายกับสามเครือข่ายหลักของประเทศจีนจะเพิ่มฟีเจอร์เข้ามาจากรุ่นหลักอย่างรองรับสองซิม ใส่ microSD เพิ่มได้ โดยทั้งหมดทั้งมวลนี่ทำได้เพราะว่า HTC แต่งให้รุ่นขายในประเทศจีนนั้น "แกะฝาหลัง" ออกมาได้นั่นเอง
หลายคนคงสงสัยว่าทำถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ทำให้มันเปลี่ยนแบตได้เลยน้า
ที่มา - Engadget China
แม้ยังไม่ได้ขายในไทยเสียที แต่ HTC One ก็มีอัพเดตใหญ่รอบแรกมารอแล้ว หลังจากมีผู้ใช้ที่ถือเครื่องในแถบยุโรปได้รับอัพเดตผ่าน OTA ในเลขรหัส 1.29.401.12 ที่ปรับปรุงฟีเจอร์หลักๆ ไปหลายอย่าง
เด่นๆ ของอัพเดตนี้ก็คือปรับปรุงคุณภาพของกล้อง และเสียงทั้งใน HTC Zoe และตัวเอนจิน Beats Audio เอง รวมถึงแก้บั๊ก และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบตามธรรมเนียม
คงต้องรอดูว่าอัพเดตนี้จะแก้เรื่องกล้องให้ดีได้เหมือนอย่างที่ Hardwarezone เอามาโชว์ไว้ก่อนหน้าหรือเปล่า
ที่มา - Android Central
ห่างหายไปนานจนคนแทบลืมชื่อกันกับ webOS ระบบปฏิบัติการที่ถูกลืมซึ่งวันนี้กลับมาเป็นข่าวได้เพราะว่าเว็บไซต์ webOS Nation ไปได้เครื่องที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนในโค้ดเนม "WindsorNot" มาให้ดูเป็นวิทยาทานกัน
ทางด้านสเปคนั้น WindsorNot เรียกได้ว่าเท่ากับ Pre 3 แทบทุกระเบียดนิ้ว แต่มาในทรงแคนดี้บาร์ ไร้คีย์บอร์ดแยกอันเป็นจุดขายของ webOS แถมมาในหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดของไลน์มือถือคือ 4" เลยทีเดียว
ปุ่มบนตัวเครื่องของ WindsorNot นั้นใช้แบบเดียวกับที่เห็นในแท็บเล็ตอย่าง TouchPad แทนที่จะเป็นแผงสัมผัสเหมือนกับ Pre 3 ระบบปฏิบัติการที่ใช้ก็ดูเหมือนจะเป็นเวอร์ชัน 3.x ที่ปรับแต่งให้ใช้กับจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว จุดที่สังเกตได้ชัดเจนนอกจากอินเทอร์เฟซก็คือการมีซอฟต์แวร์คีย์บอร์ดมาด้วย (ใครไม่เคยเห็นคีย์บอร์ด webOS ดูกันได้ท้ายข่าว)
Zynga ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2013 มีรายได้รวมอยู่ที่ 263.6 ล้านเหรียญ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ถึง 18% แต่ก็กลับมาทำกำไรได้ แม้จะเพียงน้อยนิดที่ 4.1 ล้านเหรียญเท่านั้น
สัดส่วนรายได้ของ Zynga เองก็เปลี่ยนไปจากเมื่อปีก่อนอย่างมาก จากเดิมที่เคยทำกำไรจากเกมตระกูล Ville ก็กลายเป็นทำเงินจากเกมออนไลน์อื่นๆ มากขึ้น ส่วนเดิมที่ยังคงตัวอยู่มีเพียงเกมในตระกูล Poker เท่านั้น และที่แย่คือจำนวนผู้เล่นต่อเดือนยังคงลดลงต่อเนื่องไปอยู่ที่ 292 ล้านคน ส่วนต่อวันลดเหลือ 52 ล้านคน
พร้อมกับการประกาศผลประกอบการ Zynga ยังประกาศปิดตัวเกมลงอีกสามเกมรวดได้แก่ The Ville, Dream Zoo และ Empire & Allies รวมถึงอีกสองเกมที่ยกเลิกแผนเปิดตัวจากที่จะปล่อยในปีนี้
ข่าวดีคือภาคต่อเกมดังอย่าง Draw Someting 2 จะปล่อยให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในวันนี้ครับ
ที่มา - Zynga
หลังจากมีข่าวลือมายาวนาน วันนี้ไมโครซอฟท์ได้ส่งบัตรเชิญผู้สื่อข่าวเข้าร่วมงานเปิดตัว Xbox รุ่นใหม่ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้แล้ว
รายละเอียดในบัตรเชิญระบุว่า Xbox ตัวใหม่นี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการเกม ทีวี และความบันเทิง ซึ่งน่าจะตรงกับที่ไมโครซอฟท์เคยออกมาบอกเองว่า Xbox จะกลายเป็นคอนโซลเพื่อความบันเทิง รวมถึงอาจจะต่อเคเบิลทีวีได้ด้วย
ในงานเปิดตัวครั้งนี้ไมโครซอฟท์ระบุว่าจะเป็นการเผยอนาคตของ Xbox ให้โลกได้รับรู้ก่อน (แปลว่าอาจยังไม่มีตัวเครื่อง ?) ส่วนรายชื่อเกมดังที่จะเปิดตัวพร้อมเครื่องจะมาทีหลังในงาน E3 ครับ
งานครั้งนี้จะจัดเล็กๆ ในสำนักงานใหญ่ไมโครซอฟท์ แต่ก็จะสตรีมให้ดูกันผ่าน Xbox.com, Xbox Live และ Spike TV ของสหรัฐฯ และแคนาดา ด้วย
ที่มา - LazyGamer
Acer ในปีนี้ยังคงจริงจังกับการออกสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว Liquid E2 ภาคต่อของรุ่นกลางอย่าง Liquid E1 แต่อัพสเปคไปเป็นควอดคอร์เลยทีเดียว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเครื่องที่น่าสนใจคือตัดปุ่มบนจอออกไป แล้วเพิ่มปุ่มจริงๆ เข้ามาแทนครับ
สเปคของ Liquid E2 โดยรวมไม่ต่างกับรุ่นก่อนหน้านัก หลักๆ ที่เพิ่มเข้ามาคือซีพียูนั่นเอง โดยรวมแล้วสเปคมีดังนี้
- ซีพียูควอดคอร์ความถี่ 1.2GHz (น่าจะเป็น MediaTek MT6589 ที่เป็น Cortex-A7)
- หน้าจอขนาด 4.5" ความละเอียด 960x540 พิกเซล
- กล้องหลัง 8 เมกะพิกเซล มี zero shutter lag เหมือนรุ่นก่อนหน้า
- หน่วยความจำภายใน 4GB แรม 1GB
- รองรับสองซิม
- แบตเตอรี่ 2000 mAh
Liquid E2 จะเริ่มขายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเน้นไปที่ตลาดยุโรปก่อน เปิดราคามาแล้วที่ 229 ยูโร (เกือบ 9,000 บาท)
ที่มา - Engadget
ใครที่อ่านรีวิว HTC One ไปแล้วคงทราบดีว่าโลโก้ที่อยู่ตรงกลางแผงปุ่มด้านล่างเครื่องนั้นไม่สามารถกดได้ แม้ว่าจะมีแผงรับสัมผัสอยู่ก็ตาม เนื่องจาก HTC ปิดการทำงานเอาไว้
แน่นอนว่าเมื่อมีหวังแล้วย่อมไม่สิ้นหวังแน่นอนเพราะตอนนี้มีนักพัฒนาใน XDA Developers ได้ทำการโมเคอเนลของรอม HTC One ให้สามารถใช้งานโลโก้ได้แล้ว โดยในตอนนี้ยังใช้งานได้เพียงแค่เป็นปุ่มปิดหน้าจอ และปุ่มเมนูเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่โดยพื้นฐานแล้วโลโก้บนเครื่องนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นปุ่มกด พื้นที่ที่สามารถกดได้จึงมีเพียงครึ่งบนของโลโก้เท่านั้น ใครที่หาเครื่องมาได้แล้ว ลองไปแฟลชกันได้จากที่นี่ครับ
ที่มา - Android Central
ช่วงหลังมานี้กระแสสมาร์ทโฟนจากจีนได้รับความสนใจมากพอตัว โดยเฉพาะจากแบรนด์น้องใหม่อย่าง Xiaomi ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นเรือธงอย่าง MI-2S พร้อมสเปคอลังการอย่างซีพียูควอดคอร์ Snapdragon 600, แรม 2GB กล้องหลัง 13 เมกะพิกเซล แต่ราคาถูกจัดเริ่มต้นเพียง 1,999 หยวนเท่านั้น
ด้วยราคาที่ถูก และสเปคที่จัดหนัก MI-2S จึงทำลายสถิติรุ่นพี่อย่าง MI-One ที่เคยขายได้ 150,000 เครื่องภายใน 13 นาทีไปอย่างขาดลอยด้วยสถิติใหม่ที่ 200,000 เครื่องภายในเวลาเพียง 43 วินาทีเท่านั้น โดยขายหมดทันทีหลังจากเปิดขายล็อตแรกเมื่อเที่ยงวานนี้
คงต้องมารอดูกันว่าน้องเล็กอีกรุ่นอย่าง MI-2A ที่สเปคต่อราคาดีไม่แพ้รุ่นพี่จะขายถล่มทลายเหมือนกันหรือไม่
ที่มา - GizChina
แม้จะไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่หลายคนก็คงมีความเชื่อว่าการสั่งงานด้วยเสียงแบบไร้สายขณะขับขี่ยานพาหนะน่าจะเป็นวิธีที่ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ดีวิธีหนึ่ง ทว่าผลการศึกษาจากองค์การขนส่งประจำรัฐเทกซัสกลับได้ผลออกมาตรงกันข้ามเสียงั้น
นาง Christian Yager เจ้าของผลการศึกษาบอกว่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการส่งข้อความแบบเดิมๆ (ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอุบัติเหตุมาตลอด) กับการส่งข้อความด้วยเสียง ผลปรากฏว่าผู้ขับขี่ก็ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าเมื่อไม่ได้ใช้งานมากพอๆ กันคือเท่าตัวจากปกติ
Yager ให้เหตุผลว่าการการส่งข้อความแบบไร้สายยังคงทำให้ผู้ขับขี่ไม่มีสมาธิต่อถนนหนทาง และวิธีนี้ยังใช้เวลามากกว่าปกติ ทั้งการประมวลผลที่ช้าอยู่แล้ว ยังต้องพะวงเรื่องการแก้คำผิดอีกด้วย ในระหว่างนั้นสมองจึงจดจ่ออยู่กับข้อความที่พูดออกไปมากกว่าสนใจถนนนั่นเอง
ที่มา - Reuters
ข่าวสั้นทันโลกครับ
หลังจากต้องใช้กันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อยู่หลายวัน Facebook ก็เห็นใจผู้ใช้แอพ Messenger for Android ให้สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่อย่างสติ๊กเกอร์ได้อย่างเป็นทางการแล้วด้วยการเพิ่มปุ่มสติ๊กเกอร์เข้ามาในอัพเดตล่าสุด ในตำแหน่งเดียวกับที่เคยเป็นปุ่มล่องหนมาก่อน
สำหรับคนที่เบื่อจิ้มขอบจอ และยังอยากส่งสติ๊กเกอร์อยู่ ก็ไปดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ได้จาก Play Store ได้เลยครับ
ที่มา - Android Central
Tapbots อัพเดต Tweetbot รุ่นใหม่ทั้ง iPhone และ iPad เพิ่มตัวเลือกหน้าไทม์ไลน์แบบใหม่ให้แสดงผลคอนเทนต์ได้เต็มตากว่าเดิม
เมื่ออัพเดตแล้วผู้ใช้สามารถปรับไปใช้หน้าไทม์ไลน์แบบใหม่ด้วยปุ่มด้านขวาของแถบค้นหา หน้าตาแบบใหม่จะคล้ายกับแอพ Instagram อย่างมาก โดยจะแสดงเฉพาะทวีตที่มีลิงก์ของภาพ และวิดีโอ พร้อมกับพรีวิวใต้ทวีตขนาดใหญ่ (เต็มจอ เป็นจตุรัส) โดยภาพและวิดีโอที่แสดงผลนั้นมาจากบริการที่ทวิตเตอร์รองรับอยู่แล้ว รวมถึงที่ไม่รองรับอย่าง Instagram ด้วย
ส่วนอัพเดตนี้จะมีบน Tweetbot for Mac หรือไม่ คงต้องรอทาง Tapbots มาตอบคำถามอีกทีครับ ใครที่ยังงงๆ ต้องไปดูภาพตัวอย่างรุ่นใหม่ท้ายข่าวเลยครับ
ที่มา - The Next Web



