<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>elixer's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/elixer"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/98/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/98/atom/feed</id>
  <updated>2007-11-14T00:32:53+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Amazon S3 ประกาศลดค่าบริการสำหรับการจัดเก็บไฟล์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9205" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9205</id>
    <published>2008-10-09T23:08:43+07:00</published>
    <updated>2008-10-09T23:16:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Amazon" />
    <category term="Storage" />
    <category term="Web Services" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Amazon S3 บริการจัดเก็บไฟล์จากอเมซอน ได้ประกาศลดค่าบริการในส่วนของพื้นที่เก็บไฟล์ เนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาได้มีการใช้บริการจัดเก็บไฟล์เพิ่มขึ้นจาก 22,000 ล้านไฟล์ เป็น 29,000 ล้าน (เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 31 ) ทำใ้ห้ทางอเมซอนเกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะฮาร์ดแวร์ต่างๆ ใช้งานได้คุ้มค่าขึ้น</p>

<p>จากค่าบริการเดิมที่คิด 0.15 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา และ 0.18 เหรียญสหรัฐต่อต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์สำหรับผู้ใช้ในยุโรป</p>

<p>ได้เปลี่ยนเป็นการคิดค่าบริการแบบขั้นบันไดตามนี้<br />
50 เทราไบต์แรกคิดในค่าบริการเดิมคือ 0.15/0.18 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
50 เทราไบต์ต่อมาคิดค่าบริการ 0.14/0.17 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
400 เทราไบต์ต่อมาคิดค่าบริการ 0.13/0.16 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
ส่วนที่ใช้เกิน 500 เทราไบต์คิดค่าบริการ 0.12/0.15 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์</p>

<p>ส่วนค่าบริการในการรับส่ง และเรียกใช้ข้อมูลยังคงคิดในอัตราเดิม 
ดูจากค่าบริการที่ปรับลงแล้ว สงสัยว่าจะต้องทำเว็บเซอร์วิสที่มีผู้ใช้เยอะมาก ถึงจะได้ประโยชน์จากการลดค่าบริการลงครั้งนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://aws.typepad.com/aws/2008/10/amazon-s3---now.html">Amazon Web Services Blog</a>, <a href="http://www.readwriteweb.com/archives/says_amazon_s3_is_so_popular_w.php">ReadWriteWeb</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Amazon S3 บริการจัดเก็บไฟล์จากอเมซอน ได้ประกาศลดค่าบริการในส่วนของพื้นที่เก็บไฟล์ เนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาได้มีการใช้บริการจัดเก็บไฟล์เพิ่มขึ้นจาก 22,000 ล้านไฟล์ เป็น 29,000 ล้าน (เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 31 ) ทำใ้ห้ทางอเมซอนเกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะฮาร์ดแวร์ต่างๆ ใช้งานได้คุ้มค่าขึ้น</p>

<p>จากค่าบริการเดิมที่คิด 0.15 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา และ 0.18 เหรียญสหรัฐต่อต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์สำหรับผู้ใช้ในยุโรป</p>

<p>ได้เปลี่ยนเป็นการคิดค่าบริการแบบขั้นบันไดตามนี้<br />
50 เทราไบต์แรกคิดในค่าบริการเดิมคือ 0.15/0.18 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
50 เทราไบต์ต่อมาคิดค่าบริการ 0.14/0.17 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
400 เทราไบต์ต่อมาคิดค่าบริการ 0.13/0.16 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์<br />
ส่วนที่ใช้เกิน 500 เทราไบต์คิดค่าบริการ 0.12/0.15 เหรียญสหรัฐต่อพื้นที่เก็บข้อมูล 1 กิกะไบต์</p>

<p>ส่วนค่าบริการในการรับส่ง และเรียกใช้ข้อมูลยังคงคิดในอัตราเดิม 
ดูจากค่าบริการที่ปรับลงแล้ว สงสัยว่าจะต้องทำเว็บเซอร์วิสที่มีผู้ใช้เยอะมาก ถึงจะได้ประโยชน์จากการลดค่าบริการลงครั้งนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://aws.typepad.com/aws/2008/10/amazon-s3---now.html">Amazon Web Services Blog</a>, <a href="http://www.readwriteweb.com/archives/says_amazon_s3_is_so_popular_w.php">ReadWriteWeb</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แนะนำการใช้งาน Google Health</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7848" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7848</id>
    <published>2008-05-21T01:03:57+07:00</published>
    <updated>2008-05-25T03:45:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Special Report" />
    <category term="Google" />
    <category term="Health" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากกูเกิลได้<a href="http://www.blognone.com/node/7834" target="_blank">เปิดตัวบริการใหม่ Google Health</a> บริการช่วยเก็บบันทึกข้อมูลสุขภาพของตัวคุณ ไปเมื่อวานนี้ ผมได้ลองใช้แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่คิดจะเก็บข้อมูลสุขภาพไว้กับตัวเอง ผมเลยลองเขียนแนะนำการใช้งานเบื้องต้นพร้อมภาพประกอบ ให้ดูว่าการใช้งานเบื้องต้น และข้อมูลที่ต้องกรอกเบื้องต้นมีอะไรบ้างครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากกูเกิลได้<a href="http://www.blognone.com/node/7834" target="_blank">เปิดตัวบริการใหม่ Google Health</a> บริการช่วยเก็บบันทึกข้อมูลสุขภาพของตัวคุณ ไปเมื่อวานนี้ ผมได้ลองใช้แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่คิดจะเก็บข้อมูลสุขภาพไว้กับตัวเอง ผมเลยลองเขียนแนะนำการใช้งานเบื้องต้นพร้อมภาพประกอบ ให้ดูว่าการใช้งานเบื้องต้น และข้อมูลที่ต้องกรอกเบื้องต้นมีอะไรบ้างครับ</p>

<!--break-->

<p>การใช้งานเริ่มจากเข้าไปที่ <a href="https://www.google.com/health/p/" target="_blank">Google Health</a> โดยผู้ที่มีบัญชีผู้ใช้ของกูเกิลอยู่แล้ว สามารถล็อกอินเพื่อเข้าใช้ได้เลย โดยหน้าแรกที่เข้าไปจะเป็นแบบนี้</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202500347542154658"><img src="http://lh3.ggpht.com/lastelixer/SDL-gIcYraI/AAAAAAAABvk/L-uQcjZsjfE/s400/GH_20.jpg"></a></p>

<p>ด้านซ้ายมือคือเมนูเพื่อเข้าถึงส่วนต่างๆ ในโปรไฟล์ </p>

<p>ตรงกลางคือคำสั่งหลักประกอบด้วย </p>

<ul>
<li>Add to this Google Health profile ที่เป็นการใส่ชื่อโรคที่เป็นอยู่ หรือเคยเป็น ประวัติการใช้ยา การแพ้ยา การทำหัตถการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการได้รับวัคซีน 
<li>Import medical records เป็นการนำเข้าข้อมูลประวัติการรักษาจากเว็บที่ให้บริการด้านนี้ (<a href="https://www.google.com/health/directory?cat=importrecords">รายชื่อ</a>) ซึ่งตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะเว็บของสหรัฐอเมริกา 
<li>Explore online health services เป็นการเข้าไปนำบริการด้านสุขภาพจากเว็บอื่น มาเชื่อมกับ Google Health โดยบริการที่มีให้เลือกใช้ได้แก่ การทำตารางรับประทานยา การคำนวณความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจสอบการได้รับวัคซีนว่าครบหรือไม่ เป็นต้น 
<li>Find a doctor ค้นหาหมอและสถานพยาบาลในบริเวณใกล้เคียงผ่าน Google Maps ซึ่งตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น</li></ul>

<p>ด้านล่างของคำสั่งหลักจะเป็น บริการจากเว็บอื่น ที่เชื่อมอยู่กับโพรไฟล์ของเรา</p>

<p>และด้านขวาสุดจะเป็นสรุปข้อมูลต่างๆ ที่เรากรอกเข้าไป (จะเห็นว่าเว็บคำนวณอายุ และ BMI มาให้เลย) ซึ่งเราสามารถพิมพ์สรุปข้อมูลของเราออกมาตามรูปข้างล่าง เพื่อพกติดตัวกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน แพทย์ที่ทำการรักษาจะได้ทราบประวัติของเราได้ทันที </p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202500360427056562"><img src="http://lh6.ggpht.com/lastelixer/SDL-g4cYrbI/AAAAAAAABvs/xAG58w-27YQ/s400/GH_21.jpg"></a></p>

<p>แต่ก่อนที่จะได้ข้อมูลแบบด้านบน เราจะต้องกรอกข้อมูลที่จำเป็นลงไปก่อน โดยเข้าไปที่ Profile details </p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202499896570588370"><img src="http://lh6.ggpht.com/lastelixer/SDL-F4cYrNI/AAAAAAAABt8/h6BJKg0zgcI/s400/GH_06.jpg"></a></p>

<p>ข้อมูลที่ต้องกรอกลงไป ประกอบด้วย </p>

<ul>
<li>วันเกิด 
<li>เพศ 
<li>การตั้งครรภ์ และให้นมบุตรสำหรับผู้หญิง 
<li>เชื้อชาติ 
<li>หมู่เลือดแบบ ABO ผสม กับ Rh group จากตัวอย่าง B+ หมายถึงมีหมู่เลือดหมู่ และ Rh+ 
<li>น้ำหนักเป็นปอนด์ 
<li>ส่วนสูงเป็น ฟุตและนิ้ว</li></ul>

<p>หลังจากกรอกข้อมูลส่วนตัวเสร็จ ต่อไปจะเป็นการใส่ประวัติการรักษาของเรา Add to this profile</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202499565858106514"><img src="http://lh5.ggpht.com/lastelixer/SDL9yocYrJI/AAAAAAAABtc/nkDyY3ZPSog/s400/GH_02.jpg"></a></p>

<p>จากหน้าจอนี้เราสามารถใส่ชื่อโรคที่เป็นอยู่ หรือเคยเป็น ประวัติการใช้ยา การแพ้ยา การทำหัตถการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการได้รับวัคซีน โดยการเลือกแท็บที่ต้องการ</p>

<p>เราสามารถค้นหาชื่อโรค หรือยา จากกล่องข้อความ หรือเลือกจากรายชื่อด้านล่างก็ได้ ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานด้านการแพทย์ ในการที่จะใส่ข้อมูลลงไป ในขั้นต้นผมแนะนำหน้ารวม<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84" target="_blank">รายชื่อโรค</a> และ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%A2%E0%B8%B2" target="_blank">ยา</a> ของวิกิพีเดียที่อาจช่วยคุณได้ ถ้ายังไม่ได้คงต้องพึ่งกูเกิล หรือปรึกษากับแพทย์ที่ให้การรักษาคุณ</p>

<p>โดยการใส่ข้อมูลตรงนี้เข้าไป จะเป็นแค่การใส่ชื่อเข้าไป ยังไม่ได้มีการใส่รายละเอียด เราจะต้องเลือกที่ Condition ทางด้านซ้ายมือ เพื่อเข้าไปใส่รายละเอียดเพิ่มเติม</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202499930930326754"><img src="http://lh6.ggpht.com/lastelixer/SDL-H4cYrOI/AAAAAAAABuE/PIzmleviJII/s400/GH_07.jpg"></a></p>

<p>ข้อมูลที่ต้องใส่ประกอบด้วย วันที่เริ่ม และสิ้นสุดการเป็นโรค สถานะของโรคว่าหายแล้ว หรือยังเป็นอยู่ และบันทึกเพิ่มเติม</p>

<p>ส่วนประวัติการใช้ยา และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เราจะต้องเข้าไปที่ Medications และ Test results ทางด้านซ้ายมือ เพื่อเข้าไปใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202499999649803506"><img src="http://lh6.ggpht.com/lastelixer/SDL-L4cYrPI/AAAAAAAABuM/6GsZJPrUXEg/s400/GH_08.jpg"></a></p>

<p>ประวัติการใช้ยาที่เราต้องใส่ประกอบด้วย จำนวนเม็ดที่กินต่อมื้อ ขนาดยาต่อเม็ด จำนวนมื้อที่กินใน 1 วัน วันที่เริ่ม และสิ้นสุดการใช้ยา สถานะของยาว่ากำลังใช้อยู่ หรือไม่ได้ใช้แล้ว</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202500115613920546"><img src="http://lh5.ggpht.com/lastelixer/SDL-SocYrSI/AAAAAAAABuk/F10RfTWZcow/s400/GH_12.jpg"></a></p>

<p>ผลทางห้องปฏิบัติการ เราก็ใส่ชื่อการทดสอบ ค่าที่ได้ และวันที่ทำการทดสอบหรือตรวจวัด</p>

<p>ส่วนข้อมูลที่เหลือเช่น การแพ้ยา การได้รับวัคซีน ก็ใส่แค่วันที่เกิดเหตุการณ์ และบันทึกรายละเอียดเพิ่มเท่านั้น </p>

<p>หลังจากที่ใส่ข้อมูลครบแล้ว ก็ลองมาใช้บริการของเว็บพันธมิตรเหล่านี้ดู</p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202500265937775970"><img src="http://lh4.ggpht.com/lastelixer/SDL-bYcYrWI/AAAAAAAABvE/WYvXLjtGx_M/s400/GH_16.jpg"></a></p>

<p>โดยผมลองได้ลองใช้บริการของ ePillBox.info เพื่อสร้างตารางการใช้ยา ได้ออกมาหน้าตาแบบนี้ </p>

<p><a href="http://picasaweb.google.co.th/lastelixer/GoogleHealthScreenshot/photo#5202500308887448962"><img src="http://lh6.ggpht.com/lastelixer/SDL-d4cYrYI/AAAAAAAABvU/gVkV9-MH8Sk/s400/GH_18.jpg"></a></p>

<p>บริการอื่นๆ ที่มีให้ใช้อย่าง การคำนวณความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจสอบการได้รับวัคซีนว่าครบหรือไม่ ก็มี ถ้าสนใจก็ไปลองใช้งานดูได้ครับ</p>

<p>จบแล้ว สำหรับแนะนำการใช้งานเบื้องต้น ใครที่อ่านแล้วคิดว่าใช้งานยาก ลองใช้ดูเอง แล้วจะเข้าใจได้ดีขึ้นครับ</p>

<p>รีวิว: <a href="http://www.techcrunch.com/2008/05/19/google-health-a-quick-peek/" target="_blank">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>นักวิจัยชี้ความอ้วนอาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7813" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7813</id>
    <published>2008-05-16T22:19:16+07:00</published>
    <updated>2008-05-16T23:30:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Food" />
    <category term="Global Warming" />
    <category term="Health" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Phil Edwards และ Ian Roberts นักวิจัยของ London School of Hygiene and Tropical Medicine ได้ชี้ให้เห็นว่าประชากรที่มีภาวะน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน อาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น จากการทำให้ความต้องการอาหาร และพลังงานเพิ่มมากขึ้น</p>

<p>นักวิจัยทั้งสองคนนี้ชี้ให้เห็นว่าคนทั่วไปต้องการพลังงานในการดำรงชีวิตประมาณ 2510 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่คนอ้วนต้องการพลังงานถึง 2960 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 18 % โดยพลังงานที่ต้องการมากกว่า หมายถึงปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการทำการเกษตรมากขึ้น เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น (20 % ของก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคเกษตรกรรม) ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้น้ำหนักที่มากของคนอ้วนยังส่งผลโดยตรงต่อภาคการขนส่ง เพราะยานพาหนะต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นเช่นเดียวกัน</p>

<p>องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปัจจุบันมีคนอย่างน้อย 400 กว่าล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะอ้วน (BMI > 30) และในปี 2015 ประชากร 2,300 ล้านคนจะอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) โดย 700 ล้านคนในนั้นจะอยู่ในภาวะอ้วน</p>

<p>ว่าแล้วก็ไปออกกำลังกาย และลดการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่์กันดีกว่า</p>

<p>ที่มา -  <a href="http://news.yahoo.com/s/nm/20080515/hl_nm/food_climate_obesity_dc_1">YAHOO! NEWS</a>, <a href="http://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140673608607163/fulltext">The Lancet</a> (ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าอ่าน)</p>

<p><b>หมายเหตุ</b> BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือค่าที่คำนวณโดยการเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อเมตรยกกำลังสอง (คำนวณออนไลน์ได้ที่ <a href="http://www.nhlbisupport.com/bmi/">NHBI</a>) ค่าปกติคือ 18 - 25 สำหรับคนตะวันตก และ 18 - 23 สำหรับคนเอเชีย</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Phil Edwards และ Ian Roberts นักวิจัยของ London School of Hygiene and Tropical Medicine ได้ชี้ให้เห็นว่าประชากรที่มีภาวะน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน อาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น จากการทำให้ความต้องการอาหาร และพลังงานเพิ่มมากขึ้น</p>

<p>นักวิจัยทั้งสองคนนี้ชี้ให้เห็นว่าคนทั่วไปต้องการพลังงานในการดำรงชีวิตประมาณ 2510 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่คนอ้วนต้องการพลังงานถึง 2960 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 18 % โดยพลังงานที่ต้องการมากกว่า หมายถึงปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการทำการเกษตรมากขึ้น เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น (20 % ของก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคเกษตรกรรม) ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้น้ำหนักที่มากของคนอ้วนยังส่งผลโดยตรงต่อภาคการขนส่ง เพราะยานพาหนะต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นเช่นเดียวกัน</p>

<p>องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปัจจุบันมีคนอย่างน้อย 400 กว่าล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะอ้วน (BMI > 30) และในปี 2015 ประชากร 2,300 ล้านคนจะอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) โดย 700 ล้านคนในนั้นจะอยู่ในภาวะอ้วน</p>

<p>ว่าแล้วก็ไปออกกำลังกาย และลดการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่์กันดีกว่า</p>

<p>ที่มา -  <a href="http://news.yahoo.com/s/nm/20080515/hl_nm/food_climate_obesity_dc_1">YAHOO! NEWS</a>, <a href="http://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140673608607163/fulltext">The Lancet</a> (ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าอ่าน)</p>

<p><b>หมายเหตุ</b> BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือค่าที่คำนวณโดยการเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อเมตรยกกำลังสอง (คำนวณออนไลน์ได้ที่ <a href="http://www.nhlbisupport.com/bmi/">NHBI</a>) ค่าปกติคือ 18 - 25 สำหรับคนตะวันตก และ 18 - 23 สำหรับคนเอเชีย</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์เลื่อนออก Windows XP SP3</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7670" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7670</id>
    <published>2008-04-30T17:59:38+07:00</published>
    <updated>2008-04-30T17:59:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Windows" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/7660">Windows XP SP3 เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Update</a> ปรากฎว่าไมโครซอฟท์ได้ยกเลิกการอัพเดตตามกำหนดการเดิม เนื่องจากพบความบกพร่องเล็กน้อยในตัว Service Pack</p>

<p>ความบกพร่องที่เกิดขึ้นนี้คือความไม่เข้ากันของระบบบริหารจัดการร้านขายปลีกของไมโครซอฟท์ <a href="http://www.microsoft.com/dynamics/rms/default.mspx">(Microsoft Dynamics Retail Management System; Dynamics RMS)</a> กับ Windows XP SP3 และ Windows Vista SP1 ซึ่งไมโครซอฟท์ได้เตือนลูกค้าที่ใช้ Dynamics RMS ให้ระงับการอัพเดตนี้ไว้ก่อน โดยทางทีมงานจะแก้ไข และทดสอบให้เรียบร้อย ก่อนที่จะปล่อยออกมาให้อัพเดตกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.news.com/8301-13860_3-9931343-56.html">C|Net</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/7660">Windows XP SP3 เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Update</a> ปรากฎว่าไมโครซอฟท์ได้ยกเลิกการอัพเดตตามกำหนดการเดิม เนื่องจากพบความบกพร่องเล็กน้อยในตัว Service Pack</p>

<p>ความบกพร่องที่เกิดขึ้นนี้คือความไม่เข้ากันของระบบบริหารจัดการร้านขายปลีกของไมโครซอฟท์ <a href="http://www.microsoft.com/dynamics/rms/default.mspx">(Microsoft Dynamics Retail Management System; Dynamics RMS)</a> กับ Windows XP SP3 และ Windows Vista SP1 ซึ่งไมโครซอฟท์ได้เตือนลูกค้าที่ใช้ Dynamics RMS ให้ระงับการอัพเดตนี้ไว้ก่อน โดยทางทีมงานจะแก้ไข และทดสอบให้เรียบร้อย ก่อนที่จะปล่อยออกมาให้อัพเดตกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.news.com/8301-13860_3-9931343-56.html">C|Net</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Windows XP SP3 เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Update</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7660" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7660</id>
    <published>2008-04-30T00:17:02+07:00</published>
    <updated>2008-04-30T18:02:37+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Windows" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากไมโครซอฟท์<a href="http://www.blognone.com/node/7577">ได้ออกรุ่น Release to Manufacturer (RTM)</a> ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว</p>

<p>วันนี้ Windows XP SP3 ได้เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Update และ <a href="http://download.windowsupdate.com/msdownload/update/software/svpk/2008/04/windowsxp-kb936929-sp3-x86-enu_c81472f7eeea2eca421e116cd4c03e2300ebfde4.exe">ดาวน์โหลดโดยตรง</a> ตามกำหนดการที่ได้บอกไว้ในข่าวเก่า และจะกลายเป็น Automatic Update ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้</p>

<p><a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2288724,00.asp">PC Magazine</a> มีรายละเอียด และข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้</p>

<p><strong>Update:</strong> <a href="http://www.blognone.com/node/7670">ไมโครซอฟท์เลื่อนออก Windows XP SP3 แล้ว</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://osnews.com/story/19694/Windows-XP-SP3-Now-Available-via-Windows-Update">OSNews</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากไมโครซอฟท์<a href="http://www.blognone.com/node/7577">ได้ออกรุ่น Release to Manufacturer (RTM)</a> ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว</p>

<p>วันนี้ Windows XP SP3 ได้เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Update และ <a href="http://download.windowsupdate.com/msdownload/update/software/svpk/2008/04/windowsxp-kb936929-sp3-x86-enu_c81472f7eeea2eca421e116cd4c03e2300ebfde4.exe">ดาวน์โหลดโดยตรง</a> ตามกำหนดการที่ได้บอกไว้ในข่าวเก่า และจะกลายเป็น Automatic Update ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้</p>

<p><a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2288724,00.asp">PC Magazine</a> มีรายละเอียด และข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้</p>

<p><strong>Update:</strong> <a href="http://www.blognone.com/node/7670">ไมโครซอฟท์เลื่อนออก Windows XP SP3 แล้ว</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://osnews.com/story/19694/Windows-XP-SP3-Now-Available-via-Windows-Update">OSNews</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ชาร์ปเปิดตัว Ultra-mobile PC เครื่องแรกที่ใช้ Atom</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7515" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7515</id>
    <published>2008-04-14T23:06:43+07:00</published>
    <updated>2008-04-15T03:25:26+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="intel" />
    <category term="Sharp" />
    <category term="UMPC" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากอินเทลเปิดตัวโน้ตบุ๊กต้นแบบที่ใช้แพลตฟอร์ม Atom ไปได้ไม่กี่วัน (<a href="http://www.blognone.com/node/7443">ข่าวเก่า</a>) ชาร์ปก็ได้เปิดตัว Ultra-mobile PC ที่ใช้แพลตฟอร์ม Atom เครื่องแรกที่ญี่ปุ่น โดยชาร์ปได้ผลิตเครื่องนี้ออกมา สำหรับใช้กับเครือข่ายของ <a href="http://www.willcom-inc.com/en/index.html">Willcom</a> (ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออันดับที่ 4 ของญี่ปุ่น) โดยเฉพาะ</p>

<p>Ultra-mobile PC ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Willcom D4 หรือ Sharp WS016H สเปคก็ตามนี้</p>

<ul>
<li>ซีพียู Atom Z520 (1.33GHz）</li>
<li>หน่วยความจำ 1 กิกะไบต์</li>
<li>ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 กิกะไบต์</li>
<li>หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล </li>
<li>ทำงานต่อเนื่องได้ 5 - 6 ชั่วโมง</li>
<li>มี Wireless LAN + Bluetooth Ver2.0＋EDR</li>
<li>กล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล</li>
<li>ขนาดตัวเครื่อง 192.3 × 84 × 25.9 มม. (มีภาพใน Engadget)</li>
<li>น้ำหนัก 470 กรัม</li>
<li>ระบบปฏิบัติการ Windows Vista Home Premium</li>
<li>ใช้งานโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย PHS ของ Willcom</li>
</ul>

<p>จากข่าวบอกว่าเครื่องนี้จะวางขายภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยขายพ่วงกับสัญญาของ Willcom รวมแล้วราคาประมาณ 90,200 เยน (ประมาณ 28,000 บาท) ในขณะที่เว็บ <a href="http://dfj-store.com/product_info.php?products_id=923">DFJ</a> ที่เปิดให้สั่งจองเครื่องรุ่นนี้แล้วตั้งราคาไว้ที่ 1539 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 48,000 บาท)</p>

<p>มีใครสนใจสั่งซื้อมารีวิวบ้างมั้ยครับ</p>

<p>เพิ่มเติม <a href="http://www.sizeasy.com/page/size_comparison/12073-Eee-PC-701-vs-Willcom-D4-vs-Apple-iPhone">เปรียบเทียบขนาดกับ iPhone และ Eee PC</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.infoworld.com/article/08/04/14/First-Centrino-Atom-computer-coming-in-June_1.html">InfoWorld</a>, <a href="http://www.engadget.com/2008/04/14/willcoms-d4-mid-pumps-vista-on-intel-atom-into-our-hearts/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากอินเทลเปิดตัวโน้ตบุ๊กต้นแบบที่ใช้แพลตฟอร์ม Atom ไปได้ไม่กี่วัน (<a href="http://www.blognone.com/node/7443">ข่าวเก่า</a>) ชาร์ปก็ได้เปิดตัว Ultra-mobile PC ที่ใช้แพลตฟอร์ม Atom เครื่องแรกที่ญี่ปุ่น โดยชาร์ปได้ผลิตเครื่องนี้ออกมา สำหรับใช้กับเครือข่ายของ <a href="http://www.willcom-inc.com/en/index.html">Willcom</a> (ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออันดับที่ 4 ของญี่ปุ่น) โดยเฉพาะ</p>

<p>Ultra-mobile PC ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Willcom D4 หรือ Sharp WS016H สเปคก็ตามนี้</p>

<ul>
<li>ซีพียู Atom Z520 (1.33GHz）</li>
<li>หน่วยความจำ 1 กิกะไบต์</li>
<li>ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 กิกะไบต์</li>
<li>หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 1024x600 พิกเซล </li>
<li>ทำงานต่อเนื่องได้ 5 - 6 ชั่วโมง</li>
<li>มี Wireless LAN + Bluetooth Ver2.0＋EDR</li>
<li>กล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล</li>
<li>ขนาดตัวเครื่อง 192.3 × 84 × 25.9 มม. (มีภาพใน Engadget)</li>
<li>น้ำหนัก 470 กรัม</li>
<li>ระบบปฏิบัติการ Windows Vista Home Premium</li>
<li>ใช้งานโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย PHS ของ Willcom</li>
</ul>

<p>จากข่าวบอกว่าเครื่องนี้จะวางขายภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยขายพ่วงกับสัญญาของ Willcom รวมแล้วราคาประมาณ 90,200 เยน (ประมาณ 28,000 บาท) ในขณะที่เว็บ <a href="http://dfj-store.com/product_info.php?products_id=923">DFJ</a> ที่เปิดให้สั่งจองเครื่องรุ่นนี้แล้วตั้งราคาไว้ที่ 1539 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 48,000 บาท)</p>

<p>มีใครสนใจสั่งซื้อมารีวิวบ้างมั้ยครับ</p>

<p>เพิ่มเติม <a href="http://www.sizeasy.com/page/size_comparison/12073-Eee-PC-701-vs-Willcom-D4-vs-Apple-iPhone">เปรียบเทียบขนาดกับ iPhone และ Eee PC</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.infoworld.com/article/08/04/14/First-Centrino-Atom-computer-coming-in-June_1.html">InfoWorld</a>, <a href="http://www.engadget.com/2008/04/14/willcoms-d4-mid-pumps-vista-on-intel-atom-into-our-hearts/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Netflix เลือก Blu-ray</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6992" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6992</id>
    <published>2008-02-12T23:52:54+07:00</published>
    <updated>2008-02-12T23:52:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Blu-ray" />
    <category term="HD DVD" />
    <category term="IT Industry" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.netflix.com/">Netflix</a> ผู้ให้บริการเช่าภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray เป็นฟอร์แมตหลักแล้ว หลังจากคู่แข่งอย่าง Blockbuster ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray ไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา (<a href="http://www.blognone.com/node/4961">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>Netflix ได้มีการสต็อกแผ่นทั้งสองฟอร์แมตมาตั้งแต่ต้นปี 2006 แต่หลังจากนี้ไป Netflix จะทยอยเอา HD DVD ออกไปจากร้านจนหมดภายในสิ้นปีนี้</p>

<p>Netflix เผยสาเหตุของการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากได้รับสัญญาณที่ชัดเจนจากทางค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ที่ 4 จาก 6 ค่ายได้ตัดสินใจผลิตแต่แผ่น Blu-ray แล้ว (<a href="http://www.blognone.com/node/6714">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.zdnet.com/2110-9588_22-6229995.html">ZDNet</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.netflix.com/">Netflix</a> ผู้ให้บริการเช่าภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray เป็นฟอร์แมตหลักแล้ว หลังจากคู่แข่งอย่าง Blockbuster ได้ตัดสินใจเลือก Blu-ray ไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา (<a href="http://www.blognone.com/node/4961">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>Netflix ได้มีการสต็อกแผ่นทั้งสองฟอร์แมตมาตั้งแต่ต้นปี 2006 แต่หลังจากนี้ไป Netflix จะทยอยเอา HD DVD ออกไปจากร้านจนหมดภายในสิ้นปีนี้</p>

<p>Netflix เผยสาเหตุของการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากได้รับสัญญาณที่ชัดเจนจากทางค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ที่ 4 จาก 6 ค่ายได้ตัดสินใจผลิตแต่แผ่น Blu-ray แล้ว (<a href="http://www.blognone.com/node/6714">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.zdnet.com/2110-9588_22-6229995.html">ZDNet</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ใช้โทรศัพท์มือถือมาก อาจมีลูกได้ยากขึ้น</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6968" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6968</id>
    <published>2008-02-10T00:11:46+07:00</published>
    <updated>2008-02-10T12:30:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Health" />
    <category term="Mobile" />
    <category term="Research" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ถึงแม้งานการศึกษาล่าสุดจะชี้ให้เห็นว่า โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็ง (<a href="http://www.blognone.com/node/6940">ข่าวเดิม</a>) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป</p>

<p>เพราะล่าสุด ได้มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การใช้โทรศัพท์มือถือ กับจำนวนอสุจิ พบว่าผู้ชายที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานๆ มีจำนวนอสุจิที่ิลดลง และสัดส่วนของอสุจิที่ไม่สมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายที่ใช้โทรศัพท์มือถือนานกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน</p>

<p>อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นเพียงแค่การศึกษาเริ่มต้น และเป็นการศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง ที่อาจมีตัวแปรอื่นที่ยังไม่รู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่อาจสรุปได้เลยว่าการใช้โทรศัพท์มือถือนานๆ มีผลทำให้จำนวนอสุจิลดลงจริง จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป แต่ตอนนี้จะปลอดภัยไว้ก่อน โดยใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยลง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.reuters.com/article/healthNews/idUSCOL66282020080206">Reuters</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ถึงแม้งานการศึกษาล่าสุดจะชี้ให้เห็นว่า โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็ง (<a href="http://www.blognone.com/node/6940">ข่าวเดิม</a>) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป</p>

<p>เพราะล่าสุด ได้มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การใช้โทรศัพท์มือถือ กับจำนวนอสุจิ พบว่าผู้ชายที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานๆ มีจำนวนอสุจิที่ิลดลง และสัดส่วนของอสุจิที่ไม่สมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายที่ใช้โทรศัพท์มือถือนานกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน</p>

<p>อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นเพียงแค่การศึกษาเริ่มต้น และเป็นการศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง ที่อาจมีตัวแปรอื่นที่ยังไม่รู้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่อาจสรุปได้เลยว่าการใช้โทรศัพท์มือถือนานๆ มีผลทำให้จำนวนอสุจิลดลงจริง จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป แต่ตอนนี้จะปลอดภัยไว้ก่อน โดยใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยลง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนะครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.reuters.com/article/healthNews/idUSCOL66282020080206">Reuters</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Divshare ยกเลิกการให้บริการฟรีกับผู้ใช้ในภูมิภาคอาเซียน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6941" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6941</id>
    <published>2008-02-07T01:15:13+07:00</published>
    <updated>2008-02-07T17:48:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Storage" />
    <category term="Thailand" />
    <category term="Web Services" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Divshare ผู้ให้บริการรับฝากไฟล์ฟรี ที่มีฟีเจอร์ดีๆ หลายอย่าง เช่นการดาวน์โหลดไฟล์ ที่ดาวน์โหลดได้ทันที ไม่มีดีเลย์ มีโฆษณาให้ดูแต่ไม่รบกวนการดาวน์โหลดมากนัก</p>

<p>วันนี้เจ้าของเว็บได้ออกมาประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ผู้ใช้ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน ซึ่งประกอบด้วยประเทศ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และมองโกเลีย จะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากผู้ใช้ free account ได้อีกต่อไป ส่วนไฟล์ที่อัพโหลดโดยผู้ใช้ premium account จะยังคงดาวน์โหลดได้อยู่</p>

<p>โดยทางเว็บได้แนะนำให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไฟล์สมัคร premium account เพื่อความสามารถในการเข้าถึงไฟล์จากผู้ใช้ free account ดังเดิม ส่วนผู้อัพโหลดก็ต้องสมัคร premium account เพื่อให้ผู้ใช้ free account เข้าถึงไฟล์ได้ สรุปแล้วทางเจ้าของเว็บต้องการให้ผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ เสียเงินให้กับเขานั่นเอง</p>

<p>โดยสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางเจ้าของเว็บบอกว่ารายได้จากการโฆษณาในภูมิภาคนี้น้อยไป ไม่คุ้มค่าที่จะให้บริการฟรี จึงจำเป็นต้องยกเลิกการให้บริการฟรีไป</p>

<p>ถ้าเกิดผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ อย่างกูเกิลมีแนวคิดแบบนี้บ้าง พวกเราจะทำอย่างไรกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.divshare.com/2008/02/05/important-news-for-our-asian-members/">The DivShare Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Divshare ผู้ให้บริการรับฝากไฟล์ฟรี ที่มีฟีเจอร์ดีๆ หลายอย่าง เช่นการดาวน์โหลดไฟล์ ที่ดาวน์โหลดได้ทันที ไม่มีดีเลย์ มีโฆษณาให้ดูแต่ไม่รบกวนการดาวน์โหลดมากนัก</p>

<p>วันนี้เจ้าของเว็บได้ออกมาประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ผู้ใช้ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน ซึ่งประกอบด้วยประเทศ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย บรูไน สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และมองโกเลีย จะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากผู้ใช้ free account ได้อีกต่อไป ส่วนไฟล์ที่อัพโหลดโดยผู้ใช้ premium account จะยังคงดาวน์โหลดได้อยู่</p>

<p>โดยทางเว็บได้แนะนำให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไฟล์สมัคร premium account เพื่อความสามารถในการเข้าถึงไฟล์จากผู้ใช้ free account ดังเดิม ส่วนผู้อัพโหลดก็ต้องสมัคร premium account เพื่อให้ผู้ใช้ free account เข้าถึงไฟล์ได้ สรุปแล้วทางเจ้าของเว็บต้องการให้ผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ เสียเงินให้กับเขานั่นเอง</p>

<p>โดยสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางเจ้าของเว็บบอกว่ารายได้จากการโฆษณาในภูมิภาคนี้น้อยไป ไม่คุ้มค่าที่จะให้บริการฟรี จึงจำเป็นต้องยกเลิกการให้บริการฟรีไป</p>

<p>ถ้าเกิดผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ อย่างกูเกิลมีแนวคิดแบบนี้บ้าง พวกเราจะทำอย่างไรกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.divshare.com/2008/02/05/important-news-for-our-asian-members/">The DivShare Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไอโฟนถูกซื้อไปปลดล็อกกว่าหนึ่งล้านเครื่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6882" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6882</id>
    <published>2008-01-31T00:28:40+07:00</published>
    <updated>2008-01-31T08:19:28+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Toni Sacconaghi นักวิเคราะห์ของ Wall Street Journal ได้ออกมาเปิดเผยว่าจากจำนวนไอโฟนที่ขายไปกว่า 3.75 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ได้มีการนำไปลงทะเบียนกับ AT&amp;T เพื่อเปิดใช้งานเพียง 2 ล้านเครื่อง ส่วนที่เหลืออีก 1.75 ล้านเครื่อง คาดว่าค้างอยู่ในร้านของ AT&amp;T ประมาณ 8 แสนเครื่อง และอีกกว่า 1 ล้านเครื่องที่เหลือคาดว่าถูกนำไปปลดล็อกเพื่อใช้กับผู้ให้บริการรายอื่น</p>

<p>สรุปได้ว่ากว่า 27 % ของเครื่องที่ขายออกไปถูกนำไปปลดล็อก จะเห็นได้ว่าตัวเลขสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วกว่า 10 % (<a href="http://www.blognone.com/node/6138">ข่าวเดิม</a>) ซึ่งน่าจะเกิดจากความต้องการที่มากขึ้น ในประเทศที่ยังไม่มีการวางขายไอโฟนเป็นทางการอย่างประเทศในแถบเอเชีย</p>

<p>ถ้าสัดส่วนของเครื่องที่นำไปปลดล็อกยังสูงอยู่แบบนี้ แล้วแอปเปิลสามารถขายไอโฟนได้ถึง 10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ดังที่คาดการไว้ แอปเปิลอาจจะต้องสูญเสียส่วนแบ่งที่ได้จาก AT&amp;T ไปอีกกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 360 เหรียญสหรัฐต่อเครื่องที่ทำการลงทะเบียน)</p>

<p>ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียรายได้มากขนาดนี้ คาดว่าแอปเปิลคงจะรีบดำเนินการทำสัญญากับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย และลาตินอเมริกาเพื่อทำการวางขายไอโฟนอย่างเป็นทางการ และในอนาคตอาจจะมีการบังคับให้ลงทะเบียนเครื่องก่อนที่จะออกจากร้านเลย และแน่นอน ไอโฟนรุ่นถัดไปต้องถูกล็อกให้แน่นหนากว่าเดิมแน่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://bits.blogs.nytimes.com/2008/01/28/good-news-in-the-one-million-missing-iphones/index.html?ex=1359349200&amp;en=2ade5b0c59321241&amp;ei=5088&amp;partner=rssnyt&amp;emc=rss">NYT</a>, <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/business/7214873.stm">BBC NEWS</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Toni Sacconaghi นักวิเคราะห์ของ Wall Street Journal ได้ออกมาเปิดเผยว่าจากจำนวนไอโฟนที่ขายไปกว่า 3.75 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ได้มีการนำไปลงทะเบียนกับ AT&amp;T เพื่อเปิดใช้งานเพียง 2 ล้านเครื่อง ส่วนที่เหลืออีก 1.75 ล้านเครื่อง คาดว่าค้างอยู่ในร้านของ AT&amp;T ประมาณ 8 แสนเครื่อง และอีกกว่า 1 ล้านเครื่องที่เหลือคาดว่าถูกนำไปปลดล็อกเพื่อใช้กับผู้ให้บริการรายอื่น</p>

<p>สรุปได้ว่ากว่า 27 % ของเครื่องที่ขายออกไปถูกนำไปปลดล็อก จะเห็นได้ว่าตัวเลขสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วกว่า 10 % (<a href="http://www.blognone.com/node/6138">ข่าวเดิม</a>) ซึ่งน่าจะเกิดจากความต้องการที่มากขึ้น ในประเทศที่ยังไม่มีการวางขายไอโฟนเป็นทางการอย่างประเทศในแถบเอเชีย</p>

<p>ถ้าสัดส่วนของเครื่องที่นำไปปลดล็อกยังสูงอยู่แบบนี้ แล้วแอปเปิลสามารถขายไอโฟนได้ถึง 10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ดังที่คาดการไว้ แอปเปิลอาจจะต้องสูญเสียส่วนแบ่งที่ได้จาก AT&amp;T ไปอีกกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 360 เหรียญสหรัฐต่อเครื่องที่ทำการลงทะเบียน)</p>

<p>ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียรายได้มากขนาดนี้ คาดว่าแอปเปิลคงจะรีบดำเนินการทำสัญญากับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย และลาตินอเมริกาเพื่อทำการวางขายไอโฟนอย่างเป็นทางการ และในอนาคตอาจจะมีการบังคับให้ลงทะเบียนเครื่องก่อนที่จะออกจากร้านเลย และแน่นอน ไอโฟนรุ่นถัดไปต้องถูกล็อกให้แน่นหนากว่าเดิมแน่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://bits.blogs.nytimes.com/2008/01/28/good-news-in-the-one-million-missing-iphones/index.html?ex=1359349200&amp;en=2ade5b0c59321241&amp;ei=5088&amp;partner=rssnyt&amp;emc=rss">NYT</a>, <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/business/7214873.stm">BBC NEWS</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>WordPress.com เพิ่มพื้นที่เก็บไฟล์เป็น 3 GB</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6795" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6795</id>
    <published>2008-01-21T23:47:12+07:00</published>
    <updated>2008-01-21T23:47:12+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Blogger" />
    <category term="Blogging" />
    <category term="Wordpress" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ข่าวดีสำหรับผู้ที่เขียนบล็อกที่ WordPress.com เมื่อทาง <a href="http://automattic.com/">Automattic</a> ผู้ให้บริการเว็บบล็อก Wordpress.com ได้เพิ่มเนื้อที่สำหรับเก็บไฟล์ของผู้ใช้ทุกคนจาก 50 MB เป็น 3 GB ทำให้เนื้อที่รวมตอนนี้มากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Blogger ของกูเกิลถึง 3 เท่า แถมอัพโหลดได้ทั้งรูปภาพ ไฟล์เอกสาร ไฟล์เสียง และวิดีโอ ในขณะที่ Blogger อัพโหลดได้แต่รูปภาพผ่าน Picasa Web Albums</p>

<p>สงสัยในอนาคตบริการต่างๆ ที่ให้เนื้อที่เก็บไฟล์ คงจะเพิ่มเนื้อที่ขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายคงให้แบบไม่จำกัดกันหมดแน่เลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://wordpress.com/blog/2008/01/21/three-gigabytes/">WordPress.com</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ข่าวดีสำหรับผู้ที่เขียนบล็อกที่ WordPress.com เมื่อทาง <a href="http://automattic.com/">Automattic</a> ผู้ให้บริการเว็บบล็อก Wordpress.com ได้เพิ่มเนื้อที่สำหรับเก็บไฟล์ของผู้ใช้ทุกคนจาก 50 MB เป็น 3 GB ทำให้เนื้อที่รวมตอนนี้มากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Blogger ของกูเกิลถึง 3 เท่า แถมอัพโหลดได้ทั้งรูปภาพ ไฟล์เอกสาร ไฟล์เสียง และวิดีโอ ในขณะที่ Blogger อัพโหลดได้แต่รูปภาพผ่าน Picasa Web Albums</p>

<p>สงสัยในอนาคตบริการต่างๆ ที่ให้เนื้อที่เก็บไฟล์ คงจะเพิ่มเนื้อที่ขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายคงให้แบบไม่จำกัดกันหมดแน่เลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://wordpress.com/blog/2008/01/21/three-gigabytes/">WordPress.com</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลชวนผู้ใช้ส่งวิดีโอบอกเล่าเรื่องราวการใช้ Gmail</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6524" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6524</id>
    <published>2007-12-14T23:09:47+07:00</published>
    <updated>2007-12-14T23:09:47+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="GMail" />
    <category term="Google" />
    <category term="Fun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้รับการตอบรับที่มากพอสมควรในกิจกรรมครั้งที่แล้ว (<a href="http://www.blognone.com/node/5671">ข่าวเดิม</a>) 
ทีมงาน Gmail ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ Gmail ที่มีเรื่องราวการใช้งาน Gmail ที่แตกต่างจากการใช้งานทั่วไป ประทับใจ หรือน่าสนใจ ร่วมกันบอกเล่าผ่านวิดีโอความยาวไม่เกิน 30 วินาที แล้วส่งมาร่วมสนุกทาง <a href="http://youtube.com/video_response_upload%3Fv%3DR1epyJsRnBM">youtube</a></p>

<p>ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และตัวอย่างวิดีโอได้ที่ <a href="http://www.google.com/mail/help/yourstory.html">Your Gmail stories</a> ส่วนผู้ที่เขินกล้องแต่อยากร่วมบอกเล่าเรื่องราว สามารถส่งเรื่องเข้าร่วมสนุกทาง<a href="http://gmail.google.com/support/bin/request.py?contact_type=story">อีเมล</a>ได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://gmailblog.blogspot.com/2007/12/whats-your-story.html">Official Gmail Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากได้รับการตอบรับที่มากพอสมควรในกิจกรรมครั้งที่แล้ว (<a href="http://www.blognone.com/node/5671">ข่าวเดิม</a>) 
ทีมงาน Gmail ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ Gmail ที่มีเรื่องราวการใช้งาน Gmail ที่แตกต่างจากการใช้งานทั่วไป ประทับใจ หรือน่าสนใจ ร่วมกันบอกเล่าผ่านวิดีโอความยาวไม่เกิน 30 วินาที แล้วส่งมาร่วมสนุกทาง <a href="http://youtube.com/video_response_upload%3Fv%3DR1epyJsRnBM">youtube</a></p>

<p>ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และตัวอย่างวิดีโอได้ที่ <a href="http://www.google.com/mail/help/yourstory.html">Your Gmail stories</a> ส่วนผู้ที่เขินกล้องแต่อยากร่วมบอกเล่าเรื่องราว สามารถส่งเรื่องเข้าร่วมสนุกทาง<a href="http://gmail.google.com/support/bin/request.py?contact_type=story">อีเมล</a>ได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://gmailblog.blogspot.com/2007/12/whats-your-story.html">Official Gmail Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Wii ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในอเมริกา</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6523" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6523</id>
    <published>2007-12-14T22:31:39+07:00</published>
    <updated>2007-12-29T22:44:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Games" />
    <category term="USA" />
    <category term="Wii" />
    <category term="Nintendo" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Wii มียอดขายในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 981,000 เครื่อง ทำสถิติยอดขายต่อเดือนสูงสุดหลังจากวางจำหน่ายครั้งแรก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยยอดขายทิ้งห่าง Xbox 360 และ PS3 ที่มียอดขาย 770,000 เครื่อง และ 466,000 เครื่องตามลำดับ</p>

<p>ส่วนยอดขายเกมสูงสุดตกเป็นของ Call of Duty 4 (Xbox 360 และ PS3) ที่ขายได้ 2 ล้านชุด ตามมาด้วย Guitar Hero 3 (Xbox 360, PS3, Wii, และ PS2) ที่ขายได้ 1.9 ล้านชุด โดยเกมทั้งสองตัวนี้เป็นของค่าย Activision ที่พึ่งรวมตัวกับ Blizzard เมื่อต้นเดือนนี้ (<a href="http://www.blognone.com/node/6445">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.zdnet.com/2110-9595_22-6222774.html">ZDNet</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Wii มียอดขายในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 981,000 เครื่อง ทำสถิติยอดขายต่อเดือนสูงสุดหลังจากวางจำหน่ายครั้งแรก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยยอดขายทิ้งห่าง Xbox 360 และ PS3 ที่มียอดขาย 770,000 เครื่อง และ 466,000 เครื่องตามลำดับ</p>

<p>ส่วนยอดขายเกมสูงสุดตกเป็นของ Call of Duty 4 (Xbox 360 และ PS3) ที่ขายได้ 2 ล้านชุด ตามมาด้วย Guitar Hero 3 (Xbox 360, PS3, Wii, และ PS2) ที่ขายได้ 1.9 ล้านชุด โดยเกมทั้งสองตัวนี้เป็นของค่าย Activision ที่พึ่งรวมตัวกับ Blizzard เมื่อต้นเดือนนี้ (<a href="http://www.blognone.com/node/6445">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.zdnet.com/2110-9595_22-6222774.html">ZDNet</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>T-Mobile ไม่ต้องจำหน่ายไอโฟนที่ปลดล็อกอีกต่อไปแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6455" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6455</id>
    <published>2007-12-05T01:05:30+07:00</published>
    <updated>2007-12-05T10:32:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="France" />
    <category term="Germany" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่  Vodafone ออกมาเรียกร้องกับศาลเยอรมนีกรณี T-Mobile ผูกขาดจำหน่ายไอโฟนอยู่บริษัทเดียว จนศาลต้องมีคำสั่งห้าม T-Mobile จำหน่ายไอโฟนที่ติดสัญญาเพียงอย่างเดียวชั่วคราว (<a href="http://www.blognone.com/node/6361">ข่าวเดิม</a>) ทำให้ T-Mobile ต้องจำหน่ายไอโฟนแบบปลดล็อกในราคาสูงลิ่วควบคู่ไปกับแบบติดสัญญา (<a href="http://www.blognone.com/node/6367">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ถึงวันนี้ศาลได้สั่งยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว ทำให้ T-Mobile สามารถจำหน่ายไอโฟนที่ติดสัญญา 2 ปีเพียงอย่างเดียวได้แล้ว ไอโฟนแบบปลดล็อกจึงไม่มีวางจำหน่ายในเยอรมนีอีกต่อไป ทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศเดียวที่มีไอโฟนที่ได้รับการปลดล็อกอย่างเป็นทางการวางจำหน่าย (<a href="http://www.blognone.com/node/6421">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2007/12/04/t-mobile-relocks-iphone-in-germany/">MacRumors</a>, <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/business/7127022.stm">BBC NEWS</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่  Vodafone ออกมาเรียกร้องกับศาลเยอรมนีกรณี T-Mobile ผูกขาดจำหน่ายไอโฟนอยู่บริษัทเดียว จนศาลต้องมีคำสั่งห้าม T-Mobile จำหน่ายไอโฟนที่ติดสัญญาเพียงอย่างเดียวชั่วคราว (<a href="http://www.blognone.com/node/6361">ข่าวเดิม</a>) ทำให้ T-Mobile ต้องจำหน่ายไอโฟนแบบปลดล็อกในราคาสูงลิ่วควบคู่ไปกับแบบติดสัญญา (<a href="http://www.blognone.com/node/6367">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ถึงวันนี้ศาลได้สั่งยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว ทำให้ T-Mobile สามารถจำหน่ายไอโฟนที่ติดสัญญา 2 ปีเพียงอย่างเดียวได้แล้ว ไอโฟนแบบปลดล็อกจึงไม่มีวางจำหน่ายในเยอรมนีอีกต่อไป ทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศเดียวที่มีไอโฟนที่ได้รับการปลดล็อกอย่างเป็นทางการวางจำหน่าย (<a href="http://www.blognone.com/node/6421">ข่าวเดิม</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2007/12/04/t-mobile-relocks-iphone-in-germany/">MacRumors</a>, <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/business/7127022.stm">BBC NEWS</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>OLPC เปิดให้สั่งซื้อแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6305" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6305</id>
    <published>2007-11-14T00:30:37+07:00</published>
    <updated>2007-11-14T00:32:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>elixer</name>
    </author>
    <category term="OLPC" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากเกิดปัญหาความล่าช้าในการผลิต (<a href="http://www.blognone.com/node/6140">ข่าวเดิม</a>) ในที่สุด OLPC ก็เปิดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐและแคนาดา สั่งซื้อผ่านโครงการ “ซื้อหนึ่งให้หนึ่ง” (<a href="http://www.blognone.com/node/5891">ข่าวเดิม</a>) แล้ว</p>

<p>โครงการนี้จะเปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 12 ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้ที่สั่งซื้อนอกจากจะได้ช่วยบริจาค OLPC ให้กับประเทศกำลังพัฒนาแล้ว จะยังได้สิทธิ์ในการเข้าใช้ hotspot ของ T-Mobile ทั่วประเทศฟรี 1 ปีด้วย โดยการสั่งซื้อครั้งนี้ไม่จำกัดจำนวนในการซื้อ แต่องค์กรที่ต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ซื้อผ่านโครงการ <a href="http://laptopfoundation.org/participate/givemany.shtml">Give Many</a> เพราะสามารถเลือกได้เลยว่าจะบริจาคให้ประเทศไหน (สั่งซื้อ 100 เครื่องขึ้นไป)</p>

<p>ที่จริงแล้วโครงการนี้ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐและแคนาดาจึงจะสั่งซื้อได้  แต่เนื่องจากข้อติดขัดบางอย่าง ทำให้สามารถส่ง OLPC ให้กับผู้สั่งซื้อได้แค่ในสหรัฐและแคนาดาเท่านั้น</p>

<p>แต่เนื่องจากการจ่ายเงินสามารถทำผ่าน paypal ได้ ทางโครงการจึงแนะนำให้ผู้ที่อยู่นอกสองประเทศนี้ ใช้บริการตู้ฝากไปรษณีย์ในสหรัฐ (<a href="http://www.google.com/search?q=mail+forwarding">mail forwording</a>) เพื่อส่งต่อ OLPC มายังที่อยู่ของตนเองอีกที</p>

<p>แถวนี้มีใครสนใจ<a href="http://www.laptopgiving.org/en/give-one-get-one.php">สั่งซื้อ</a>มารีวิวบ้างมั้ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.linux.com/feature/121368">Linux.com</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากเกิดปัญหาความล่าช้าในการผลิต (<a href="http://www.blognone.com/node/6140">ข่าวเดิม</a>) ในที่สุด OLPC ก็เปิดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐและแคนาดา สั่งซื้อผ่านโครงการ “ซื้อหนึ่งให้หนึ่ง” (<a href="http://www.blognone.com/node/5891">ข่าวเดิม</a>) แล้ว</p>

<p>โครงการนี้จะเปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 12 ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้ที่สั่งซื้อนอกจากจะได้ช่วยบริจาค OLPC ให้กับประเทศกำลังพัฒนาแล้ว จะยังได้สิทธิ์ในการเข้าใช้ hotspot ของ T-Mobile ทั่วประเทศฟรี 1 ปีด้วย โดยการสั่งซื้อครั้งนี้ไม่จำกัดจำนวนในการซื้อ แต่องค์กรที่ต้องการซื้อเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ซื้อผ่านโครงการ <a href="http://laptopfoundation.org/participate/givemany.shtml">Give Many</a> เพราะสามารถเลือกได้เลยว่าจะบริจาคให้ประเทศไหน (สั่งซื้อ 100 เครื่องขึ้นไป)</p>

<p>ที่จริงแล้วโครงการนี้ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในสหรัฐและแคนาดาจึงจะสั่งซื้อได้  แต่เนื่องจากข้อติดขัดบางอย่าง ทำให้สามารถส่ง OLPC ให้กับผู้สั่งซื้อได้แค่ในสหรัฐและแคนาดาเท่านั้น</p>

<p>แต่เนื่องจากการจ่ายเงินสามารถทำผ่าน paypal ได้ ทางโครงการจึงแนะนำให้ผู้ที่อยู่นอกสองประเทศนี้ ใช้บริการตู้ฝากไปรษณีย์ในสหรัฐ (<a href="http://www.google.com/search?q=mail+forwarding">mail forwording</a>) เพื่อส่งต่อ OLPC มายังที่อยู่ของตนเองอีกที</p>

<p>แถวนี้มีใครสนใจ<a href="http://www.laptopgiving.org/en/give-one-get-one.php">สั่งซื้อ</a>มารีวิวบ้างมั้ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.linux.com/feature/121368">Linux.com</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
