<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>msmart's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/msmart"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/811/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/811/atom/feed</id>
  <updated>2007-09-07T18:54:57+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Firefox 3 สร้างสถิติโลกใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8230" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8230</id>
    <published>2008-07-03T14:02:20+07:00</published>
    <updated>2008-07-03T14:03:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Browser" />
    <category term="Firefox" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Mozilla" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Mozilla ได้เปิดเผยว่า FireFox 3 ได้สร้างสถิติ &#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221; อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยตัวเลขการดาวโหลดสูงถึง 8,002,530 ครั้ง (เฉลี่ย 93 ครั้งต่อวินาที)</p>

<p>ในส่วนของการนับสถิติดังกล่าว ทาง Mozilla ได้นำ log ของการดาวโหลดทั้งหมดออกมา แล้วลบข้อมูลที่มีการดาวโหลดไม่เสร็จและดาวโหลดซ้ำออก จากนั้นจึงส่งต่อให้ทาง Guinness World Record ทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง</p>

<p>โดยในขณะนี้ ทาง Mozilla กำลังพัฒนา <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20080615-mozilla-prepares-for-firefox-3-release-and-plans-for-3-1.html">Firefox 3.1</a> ซึ่งพัฒนาในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ ระบบรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนความสามารถใหม่ๆใน html 5 คาดว่า alpha release ตัวแรกจะออกในเดือนสิงหาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.mozilla.com/en-US/press/mozilla-2008-07-02.html">Mozilla Press</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Mozilla ได้เปิดเผยว่า FireFox 3 ได้สร้างสถิติ &#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221; อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยตัวเลขการดาวโหลดสูงถึง 8,002,530 ครั้ง (เฉลี่ย 93 ครั้งต่อวินาที)</p>

<p>ในส่วนของการนับสถิติดังกล่าว ทาง Mozilla ได้นำ log ของการดาวโหลดทั้งหมดออกมา แล้วลบข้อมูลที่มีการดาวโหลดไม่เสร็จและดาวโหลดซ้ำออก จากนั้นจึงส่งต่อให้ทาง Guinness World Record ทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง</p>

<p>โดยในขณะนี้ ทาง Mozilla กำลังพัฒนา <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20080615-mozilla-prepares-for-firefox-3-release-and-plans-for-3-1.html">Firefox 3.1</a> ซึ่งพัฒนาในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ ระบบรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนความสามารถใหม่ๆใน html 5 คาดว่า alpha release ตัวแรกจะออกในเดือนสิงหาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.mozilla.com/en-US/press/mozilla-2008-07-02.html">Mozilla Press</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Eclipse 3.4 ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8163" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8163</id>
    <published>2008-06-26T12:11:26+07:00</published>
    <updated>2008-06-26T15:22:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Eclipse" />
    <category term="Java" />
    <category term="Open Source" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Eclipse เวอร์ชันล่าสุด 3.4 แล้ว ภายใต้ชื่อ Ganymede (อ่านว่า แกนีมีด) ซึ่งเป็นการรวมโปรเจคย่อยต่างๆที่มีอยู่มากมายใน Eclipse เพื่อความเข้ากันได้ของโปรเจคต่างๆ</p>

<p>โดยฟีเจอร์ใหม่ๆที่สำคัญก็มีดังนี้</p>

<ul>
<li>ปรับปรุงด้าน UI ให้ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก การย่อ ขยาย ซ่อน ทำได้เนียนกว่าเดิม เป็นผลดีสำหรับโปรเจคที่ต้องการใช้งานด้านภาพมากๆ อย่าง modeling หรือ uml</li>
<li>เปลี่ยนไปใช้ JDT compiler ซึ่งทำให้การทำงานโดยรวมเร็วขึ้น ใช้ความสามารถของ multi-core CPU ทั้งหลายได้เต็มที่</li>
<li>Alt+Shift+B หรือที่ใช้ชื่อว่า Breadcrumb เพื่อใช้ในการเลือกไฟล์ แพคเกจหรือโปรเจคที่ต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาเมาส์อีกต่อไป</li>
<li>สามารถ Import/Export ตัว Launch ได้แล้ว(กรี๊ด) เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในหลายโปรเจคและมีตัว Launch ต่างๆกันไป</li>
<li>แสดงความเร็วในการใช้ทำงานของ JUnit ในแต่ละเทสเคส</li>
<li>โปรเจคน้องใหม่ไฟแรง <a href="http://www.eclipse.org/ecf">ECF</a> ซึ่งเป็นการรวม IM, IRC รวมถึง Bittorrent เข้ามาในตัว IDE ด้วย โดยเราสามารถนั่งคุยกับเพื่อนร่วมโปรเจค ส่งหน้าจอ ส่งไฟล์ รวมถึงการคุยผ่านระบบอื่นๆข้างนอกอย่าง MSN, GTalk, Skype หรือแม้แต่ VOIP ได้ด้วย <a href="http://wiki.eclipse.org/images/a/a1/Scap1.png">รูป1</a> <a href="http://wiki.eclipse.org/Skype_Provider">รูป2</a> <a href="http://wiki.eclipse.org/Eclipse_Communication_Framework_Project">wiki</a></li>
</ul>

<p>สำหรับโปรเจค Eclipse นั้น มีกำหนดจะออกเวอร์ชันใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยใช้โคดเนมเป็นชื่อของดวงจันทร์บนดาวพฤหัสบดี คือ แกนีมีด, ยูโรปา, คัลลิสโตและไอโอ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eclipse.org/ganymede/">Eclipse Ganymede Project</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Eclipse เวอร์ชันล่าสุด 3.4 แล้ว ภายใต้ชื่อ Ganymede (อ่านว่า แกนีมีด) ซึ่งเป็นการรวมโปรเจคย่อยต่างๆที่มีอยู่มากมายใน Eclipse เพื่อความเข้ากันได้ของโปรเจคต่างๆ</p>

<p>โดยฟีเจอร์ใหม่ๆที่สำคัญก็มีดังนี้</p>

<ul>
<li>ปรับปรุงด้าน UI ให้ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก การย่อ ขยาย ซ่อน ทำได้เนียนกว่าเดิม เป็นผลดีสำหรับโปรเจคที่ต้องการใช้งานด้านภาพมากๆ อย่าง modeling หรือ uml</li>
<li>เปลี่ยนไปใช้ JDT compiler ซึ่งทำให้การทำงานโดยรวมเร็วขึ้น ใช้ความสามารถของ multi-core CPU ทั้งหลายได้เต็มที่</li>
<li>Alt+Shift+B หรือที่ใช้ชื่อว่า Breadcrumb เพื่อใช้ในการเลือกไฟล์ แพคเกจหรือโปรเจคที่ต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาเมาส์อีกต่อไป</li>
<li>สามารถ Import/Export ตัว Launch ได้แล้ว(กรี๊ด) เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในหลายโปรเจคและมีตัว Launch ต่างๆกันไป</li>
<li>แสดงความเร็วในการใช้ทำงานของ JUnit ในแต่ละเทสเคส</li>
<li>โปรเจคน้องใหม่ไฟแรง <a href="http://www.eclipse.org/ecf">ECF</a> ซึ่งเป็นการรวม IM, IRC รวมถึง Bittorrent เข้ามาในตัว IDE ด้วย โดยเราสามารถนั่งคุยกับเพื่อนร่วมโปรเจค ส่งหน้าจอ ส่งไฟล์ รวมถึงการคุยผ่านระบบอื่นๆข้างนอกอย่าง MSN, GTalk, Skype หรือแม้แต่ VOIP ได้ด้วย <a href="http://wiki.eclipse.org/images/a/a1/Scap1.png">รูป1</a> <a href="http://wiki.eclipse.org/Skype_Provider">รูป2</a> <a href="http://wiki.eclipse.org/Eclipse_Communication_Framework_Project">wiki</a></li>
</ul>

<p>สำหรับโปรเจค Eclipse นั้น มีกำหนดจะออกเวอร์ชันใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยใช้โคดเนมเป็นชื่อของดวงจันทร์บนดาวพฤหัสบดี คือ แกนีมีด, ยูโรปา, คัลลิสโตและไอโอ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eclipse.org/ganymede/">Eclipse Ganymede Project</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Firefox 3 ได้ฤกษ์เปิดตัว 17 มิ.ย. นี้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8045" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8045</id>
    <published>2008-06-12T13:36:46+07:00</published>
    <updated>2008-06-12T20:19:30+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Firefox" />
    <category term="Mozilla" />
    <category term="Open Source" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนานกว่า 34 เดือน ในที่สุด Firefox 3 ตัวเต็มก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 17 มิถุนายนนี้</p>

<p>โดยในวันดังกล่าว ทาง Mozilla ก็ได้ออกแคมเปญ <a href="http://www.spreadfirefox.com/worldrecord">&#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8221;</a> ให้เรามาช่วยกันทำให้<a href="http://www.blognone.com/node/7925">ไฟร์ฟ็อกซ์ถูกบันทึกอยู่ในกินเนสส์บุ๊ก</a> ให้ได้สถิติ &#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221;</p>

<p>ทั้งนี้ก่อนที่จะถึงวันดังกล่าว Mozilla ก็ได้ออกตัว <a href="http://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/06/11/third-firefox-3-release-candidate-available-for-download/">Firefox 3 Release Candidate 3</a> เพื่อแก้บั๊กที่เกิดใน Mac OS X 10.5.3 ไว้ด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/06/11/coming-tuesday-june-17th-firefox-3/">Mozilla Developer Center</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนานกว่า 34 เดือน ในที่สุด Firefox 3 ตัวเต็มก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 17 มิถุนายนนี้</p>

<p>โดยในวันดังกล่าว ทาง Mozilla ก็ได้ออกแคมเปญ <a href="http://www.spreadfirefox.com/worldrecord">&#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8221;</a> ให้เรามาช่วยกันทำให้<a href="http://www.blognone.com/node/7925">ไฟร์ฟ็อกซ์ถูกบันทึกอยู่ในกินเนสส์บุ๊ก</a> ให้ได้สถิติ &#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221;</p>

<p>ทั้งนี้ก่อนที่จะถึงวันดังกล่าว Mozilla ก็ได้ออกตัว <a href="http://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/06/11/third-firefox-3-release-candidate-available-for-download/">Firefox 3 Release Candidate 3</a> เพื่อแก้บั๊กที่เกิดใน Mac OS X 10.5.3 ไว้ด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://developer.mozilla.org/devnews/index.php/2008/06/11/coming-tuesday-june-17th-firefox-3/">Mozilla Developer Center</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>รีวิว: TinEye - Image Search Engine</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7984" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7984</id>
    <published>2008-06-05T11:07:49+07:00</published>
    <updated>2008-06-07T15:47:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Search Engine" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ทุกวันนี้ เทคโนโลยีในการค้นหารูปภาพได้พัฒนาไปมาก แต่หลายต่อหลายครั้งเราก็ยังไม่ได้รูปภาพที่เราต้องการอยู่ดี ด้วยการค้นหาแบบดั้งเดิมคือหาจาก keyword, tag หรือรายละเอียดอื่นๆ</p>
<p><a href="http://tineye.com/">TinEye</a> เป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีค้นหารูปภาพบนอินเตอร์เน็ตของบริษัท <a href="http://ideeinc.com/">Idée</a> ในแคนนาดา โดยการค้นหารูปจะไม่ได้ใช้ keyword แต่จะทำในทางกลับกันคือค้นหารูปภาพจากรูปภาพอีกทีหนึ่ง โดยเราสามารถจะอัพโหลดรูปภาพของเราขึ้นไป หรือใส่เพียง url ของรูปนั้นๆ จากนั้น TinEye จะทำการค้นหาเว็บที่มีรูปเหมือน หรือมีการแก้ไขเช่น ย่อ/ขยาย เปลี่ยนสี ตัดขอบ ทำขาวดำ เพิ่มลดแสง หรือแม้แต่รูปที่นำไป retouch อื่นๆ ได้</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ทุกวันนี้ เทคโนโลยีในการค้นหารูปภาพได้พัฒนาไปมาก แต่หลายต่อหลายครั้งเราก็ยังไม่ได้รูปภาพที่เราต้องการอยู่ดี ด้วยการค้นหาแบบดั้งเดิมคือหาจาก keyword, tag หรือรายละเอียดอื่นๆ</p>
<p><a href="http://tineye.com/">TinEye</a> เป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีค้นหารูปภาพบนอินเตอร์เน็ตของบริษัท <a href="http://ideeinc.com/">Idée</a> ในแคนนาดา โดยการค้นหารูปจะไม่ได้ใช้ keyword แต่จะทำในทางกลับกันคือค้นหารูปภาพจากรูปภาพอีกทีหนึ่ง โดยเราสามารถจะอัพโหลดรูปภาพของเราขึ้นไป หรือใส่เพียง url ของรูปนั้นๆ จากนั้น TinEye จะทำการค้นหาเว็บที่มีรูปเหมือน หรือมีการแก้ไขเช่น ย่อ/ขยาย เปลี่ยนสี ตัดขอบ ทำขาวดำ เพิ่มลดแสง หรือแม้แต่รูปที่นำไป retouch อื่นๆ ได้</p>
<p></p>
<p>อธิบายคงไม่เห็นภาพเท่าดูรูปประกอบ</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3091/2553005742_d862d99ab1_o.jpg"></p>
<p><strong>รูปสตีฟ จ็อบส์ :</strong>  ผมเริ่มทดสอบจากการลองใส่ url รูปของสตีฟ จ็อบส์แล้วกดค้นหาดู ผลที่ได้คือรูปในเว็บต่างๆ ที่มีรูปเหมือนกับที่ผมต้องการหา มีทั้งรูปที่ย่อ ขยาย ตัดขอบ หรือแม้แต่เปลี่ยนสีเป็นขาวดำ !!</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3260/2553005450_8c89075a88_o.jpg"></p>
<p><strong>กล่อง Photoshop :</strong> จาก นั้นลอง ทดสอบด้วยรูปของกล่อง Photoshop ซึ่งผลที่ได้น่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะได้รูปกล่องเหมือนๆ กันแล้ว ยังได้ภาพหน้ากล่องแบบไม่มีขอบ หรือรูปกล่องสินค้าที่คล้ายๆกันออกมาด้วย<br />
- ใช้ตรวจหาของลอกเลียนแบบได้ในระดับนึง</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3061/2553005674_3a24ef5fab_o.jpg"></p>
<p><strong>รูป gif animation :</strong> ชักเริ่มสนุก เลยเริ่มทดสอบอะไรยากขึ้นด้วยภาพ .gif ซึ่งเรารู้กันอยู่แล้วว่า ภาพ .gif สามารถทำเป็น animation โดยนำภาพหลายๆ ภาพมาต่อกันเป็นหลายเฟรม โดยทีแรกคิดว่าผลการค้นหา น่าจะได้แค่รูปแรกให้เฟรม แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ผลออกมาเป็นรูปที่ทุกเฟรมเหมือนกับต้นฉบับเลย แต่อาจจะมีการลดขนาดหรือรายละเอียดของรูปลงมา<br />
- แสดงว่ามีการทำ index ของภาพ .gif ทุกเฟรม</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3165/2552199353_5894381c19_o.gif"><br />
<IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3095/2552184431_d2db348a79_o.jpg"></p>
<p><strong>แบนเนอร์ เว็บประชาไท :</strong> ลองทดสอบกับภาพที่มีการนำไปต่อเพิ่มเติมบ้าง อย่างแบนเนอร์เว็บประชาไทใน Blognone ผลที่ได้คือรูปโลโก้ของเว็บประชาไทในเว็บอื่นๆ<br />
- แสดงว่าเราสามารถนำรูปที่มาการแก้ไข ไปค้นหารูปต้นฉบับก็ได้เหมือนกัน</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3039/2553005656_8daa4cc0c1_o.jpg"></p>
<p><strong>รูปถ่ายจากกล้องมือถือ :</strong> คราว นี้ ผมทดสอบด้วยวิธีที่ยากสุดๆ โดยลองหยิบกล้องมือถือ (ไอโฟน) ขึ้นมาถ่ายปกซีดี ซึ่งถ้าดูรูปจริงๆ แล้ว ทั้งแสงน้อย ความละเอียดต่ำและเบลอมาก ก่อนทดสอบก็คิดในใจแล้วว่า ยังไงก็หาไม่เจอหรอก แต่ผิดคาดคือนอกจากจะหาภาพเจอแล้ว บางภาพยังเป็นหน้าปกที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมอย่างวีซีดีคาราโอเกะ<br />
- ใช้ภาพถ่ายจากกล้องคุณภาพต่ำมาค้นหาได้</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3165/2553005562_f6c85fc829_o.jpg"></p>
<p><strong>ตุ๊กตาแมวการ์ฟิลด์ :</strong> ขั้น สุดท้าย ทดสอบความยากระดับเทพ ลองเอากล้องมือถือถ่ายตุ๊กตาของตัวการ์ตูนดู อยากจะรู้ว่าระบบจะหาได้รึเปล่าว่านี่คือตัวการ์ตูนอะไร ซึ่งผลที่ได้ก็ตามคาดคือหาไม่เจอ (55)</p>
<p><IMG src="http://farm4.static.flickr.com/3100/2552184539_396d4eee1b_o.jpg"></p>
<p><strong>ข้อดี :</strong></p>
<ul>
<li>ค้นหารูปที่เหมือน หรือมีการตัดต่อ ย่อ/ขยาย เพิ่ม/ลด ความสว่าง retouch ได้</li>
<li>สามารถเปรียบเทียบรูปต้นฉบับกับรูปที่โปรแกรมค้นหาว่ามีความเหมือนหรือต่างกันตรงไหน</li>
<li>มี index ของรูปในฐานข้อมูลค่อนข้างเยอะ (ล่าสุดอยู่ที่ 487 ล้านรูป)</li>
<li>มี plugin บน firefox</li>
</ul>
<p><strong>ข้อเสีย :</strong></p>
<ul>
<li>ยังสนับสนุนแค่ไฟล์ jpg, gif, png เท่านั้น</li>
<li>ไม่สามารถเพิ่ม tag หรือ keyword อื่นๆ เข้าไปได้</li>
<li>ไม่สามารถเพิ่มลดระดับความเหมือนของรูปได้ว่ามากน้อยเท่าใด</li>
</ul>
<p><strong>สรุป :</strong> หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะไปค้นหารูปอีกทำไมในเมื่อรูปที่เราต้องการนั้นมีอยู่ในมือเราแล้ว แต่ถ้าดูจากผลทดสอบข้างต้น จะเห็นได้ว่า เราอาจจะค้นหารูปที่มีขนาด หรือคุณภาพดีกว่าที่เรามีอยู่ก็ได้ หรือบางครั้งเราเดินไปพบอะไรในชีวิตประจำวัน ก็สามารถหยิบเอากล้องมือถือมาถ่ายอย่างลวกๆ แล้วกลับบ้านมาค้นหารูปต้นฉบับอีกทีก็ได้ ซึ่งหากอนาคตระบบสามารถใช้ keyword หรือ tag ในการค้นหาเพิ่มได้จะดีขึ้นอีกมาก</p>
<p>อีกมุมนึงที่น่าสนใจคือเรื่องของลิขสิทธิ์รูปที่เราสามารถค้นหาว่ามีใครนำรูป ของเราไปใช้อย่างผิดลิขสิทธิ์หรือไม่ หรือการค้นหาตัวตนของ MSN, Hi5 หรือ Facebook แปลกหน้าที่เข้ามาคุยกับเราได้ว่าจริงๆ แล้วเขาคือคนที่เราต้องการคุยจริง หรือเพียงไปคัดลอกรูปมาจากแหล่งอื่นๆ เพียงเท่านั้น</p>
<p>TinEye ยังอยู่ในช่วง private beta ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะกับสมาชิกเท่านั้น คาดว่าคงจะเปิดให้ใช้บริการจริง พร้อมกวักมือรอกูเกิลเข้ามาซื้อในเร็วๆ นี้</p>
<p>ที่มา<br></p>
<ul>
<li><a href="http://tineye.com/">TinEye</a></li>
<li><a href="http://www.techcrunch.com/2008/05/26/mr-jobs-heres-an-idee-for-you-put-tineye-image-search-into-iphoto-500-invites/">The Seeds Of a Good Idée - TechCrunch</a></li>
</ul>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ซันเปิดงาน JavaOne พร้อมเผย JavaFX road map</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7724" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7724</id>
    <published>2008-05-07T11:19:41+07:00</published>
    <updated>2008-05-07T11:19:41+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Java" />
    <category term="Java FX" />
    <category term="RIA" />
    <category term="Sun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ซันเปิดงานใหญ่ประจำปี &#8220;JavaOne&#8221; ด้วยสโลแกนในปีนี้คือ &#8220;Java + You&#8221; เริ่มงานด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยี JavaFX ซึ่งซันกำลังเร่งพัฒนาเพื่อแข่งขันกับ Silveright และ Adobe AIR</p>

<p>โดยซันได้เปิดเผย road map ของ JavaFX ไว้ดังนี้</p>

<ul>
<li>กรกฎาคม ปีนี้เปิดตัว JavaFX SDK</li>
<li>สิ้นปีนี้ เปิดตัว JavaFX Desktop</li>
<li>ฤดูใบไม้ผลิปี 2009 เปิดตัว JavaFX Mobile และ TV</li>
</ul>

<p>ซันหวังที่จะเข้าแข่งขันในตลาดมือถือ ซึ่งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในขณะนี้ โดยซันได้เปิดเผยว่า์ JavaFX นั้นสามารถทำงานบน Android ของกูเกิลได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง 85% ของมือถือ, 91% ของพีซี และ 100% ของเครื่องเล่น Blu-ray สามารถใช้งาน JavaFX ได้</p>

<p>ภายในงาน JavaOne ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซันยังมีไม้เด็ดที่จะโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น จาวาบนไอโฟน, Open SSO, NetBeans รวมทั้งไขข้อข้องใจทั้งหมดเกี่ยวกับ MySQL</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.news.com/8301-13953_3-9937054-80.html?tag=nefd.lede">CNET News</a>, <a href="http://java.sun.com/javaone">JavaOne 2008</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ซันเปิดงานใหญ่ประจำปี &#8220;JavaOne&#8221; ด้วยสโลแกนในปีนี้คือ &#8220;Java + You&#8221; เริ่มงานด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยี JavaFX ซึ่งซันกำลังเร่งพัฒนาเพื่อแข่งขันกับ Silveright และ Adobe AIR</p>

<p>โดยซันได้เปิดเผย road map ของ JavaFX ไว้ดังนี้</p>

<ul>
<li>กรกฎาคม ปีนี้เปิดตัว JavaFX SDK</li>
<li>สิ้นปีนี้ เปิดตัว JavaFX Desktop</li>
<li>ฤดูใบไม้ผลิปี 2009 เปิดตัว JavaFX Mobile และ TV</li>
</ul>

<p>ซันหวังที่จะเข้าแข่งขันในตลาดมือถือ ซึ่งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในขณะนี้ โดยซันได้เปิดเผยว่า์ JavaFX นั้นสามารถทำงานบน Android ของกูเกิลได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง 85% ของมือถือ, 91% ของพีซี และ 100% ของเครื่องเล่น Blu-ray สามารถใช้งาน JavaFX ได้</p>

<p>ภายในงาน JavaOne ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้ ซันยังมีไม้เด็ดที่จะโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น จาวาบนไอโฟน, Open SSO, NetBeans รวมทั้งไขข้อข้องใจทั้งหมดเกี่ยวกับ MySQL</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.news.com/8301-13953_3-9937054-80.html?tag=nefd.lede">CNET News</a>, <a href="http://java.sun.com/javaone">JavaOne 2008</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>iTunes Store เริ่มขายหนังวันเดียวกับที่ DVD ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7683" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7683</id>
    <published>2008-05-02T11:45:34+07:00</published>
    <updated>2008-05-02T13:37:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="DVD" />
    <category term="iTunes Store" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แอปเปิลประกาศจะเริ่มขายหนังผ่านทาง iTunes Store ในวันเดียวกับที่ DVD เริ่มออกขายพร้อมๆกัน โดยหนังเรื่องแรกที่จะออกขายคือ &#8220;Juno,&#8221; &#8220;American Gangster&#8221; และ &#8220;I Am Legend&#8221;</p>

<p>ในอดีต หนังที่จะเริ่มออกขายผ่าน iTunes Store จะต้องรอให้ DVD ออกขายก่อนหลายสัปดาห์ นักวิจารณ์หลายคนให้ความเห็นว่าหมากก้าวนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้แอปเปิลเป็นผู้ให้บริการ Digital Entertainment อันดับหนึ่ง จากบริการขายเพลง ขายภาพยนต์รวมทั้งบริการให้เช่า</p>

<p>จากข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นแอปเปิลขึ้นไปทันที 2% ส่วนหุ้น Netflix ก็ร่วงทันทีเหมือนกันที่ 2.2%</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.reuters.com/article/technologyNews/idUSN0155686320080501?feedType=nl&amp;feedName=ustechnology&amp;pageNumber=2&amp;virtualBrandChannel=0">Thomson Reuters</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แอปเปิลประกาศจะเริ่มขายหนังผ่านทาง iTunes Store ในวันเดียวกับที่ DVD เริ่มออกขายพร้อมๆกัน โดยหนังเรื่องแรกที่จะออกขายคือ &#8220;Juno,&#8221; &#8220;American Gangster&#8221; และ &#8220;I Am Legend&#8221;</p>

<p>ในอดีต หนังที่จะเริ่มออกขายผ่าน iTunes Store จะต้องรอให้ DVD ออกขายก่อนหลายสัปดาห์ นักวิจารณ์หลายคนให้ความเห็นว่าหมากก้าวนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้แอปเปิลเป็นผู้ให้บริการ Digital Entertainment อันดับหนึ่ง จากบริการขายเพลง ขายภาพยนต์รวมทั้งบริการให้เช่า</p>

<p>จากข่าวดังกล่าวทำให้หุ้นแอปเปิลขึ้นไปทันที 2% ส่วนหุ้น Netflix ก็ร่วงทันทีเหมือนกันที่ 2.2%</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.reuters.com/article/technologyNews/idUSN0155686320080501?feedType=nl&amp;feedName=ustechnology&amp;pageNumber=2&amp;virtualBrandChannel=0">Thomson Reuters</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ImageShack เปิดบริการใหม่ &quot;เราโหลดบิทให้คุณ&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7539" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7539</id>
    <published>2008-04-18T11:33:12+07:00</published>
    <updated>2008-04-18T12:03:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="BitTorrent" />
    <category term="Digital Media" />
    <category term="Internet" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หยุดไม่อยู่เสียแล้วสำหรับ BitTorrent ที่นับวันยิ่งโตวันโตคืน โดยล่าสุด เว็บ ImageShack ผู้ให้บริการรับฝากรูปชื่อดัง ได้เริ่มให้บริการใหม่ <a href="http://tor.imageshack.us/tor/">&#8220;รับฝากโหลดบิท&#8221;</a> ออกมาแล้ว</p>

<p>โดยขั้นตอนก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เริ่มจากสมัครสมาชิก หลังจากนั้นก็เอาไฟล์ .torrent ที่เราได้มา กดอัพโหลดไปไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอจนเซิร์ฟเวอร์โหลดไฟล์ที่ต้องการมาจนครบ เราก็จะสามารถดาวโหลดกลับลงมาสู่เครื่องเราได้ด้วยวิธีปกติ ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม</p>

<p>จากที่ทดสอบดู พบว่าไม่สามารถนำไฟล์ที่ต้องมี key ในการโหลดได้ คือเว็บที่ต้องสมัครสมาชิกทั้งหลายหมดสิทธิ์ ในส่วนของความเร็วก็เรียกได้ว่าดีพอสมควร ประมาณ 50kB/s</p>

<p>ส่วนตัวไม่สนับสนุนการโหลดไฟล์ผิดกฏหมายนะครับ เพราะต้องน้ำตาตกจากการจากไปของ <a href="http://www.blognone.com/node/6554">EMI</a> และ <a href="http://content.mthai.com/view.php?pid=13&amp;cate_id=31&amp;content_id=19466&amp;hash_id=1">CVD</a> ที่ต้องแพ้สงครามนี้ไปก่อนแล้ว มาซื้อแผ่นถูกกฏหมายกันเถอะนะ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uneasysilence.com/archive/2008/04/13129/">UnEasySilence</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หยุดไม่อยู่เสียแล้วสำหรับ BitTorrent ที่นับวันยิ่งโตวันโตคืน โดยล่าสุด เว็บ ImageShack ผู้ให้บริการรับฝากรูปชื่อดัง ได้เริ่มให้บริการใหม่ <a href="http://tor.imageshack.us/tor/">&#8220;รับฝากโหลดบิท&#8221;</a> ออกมาแล้ว</p>

<p>โดยขั้นตอนก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เริ่มจากสมัครสมาชิก หลังจากนั้นก็เอาไฟล์ .torrent ที่เราได้มา กดอัพโหลดไปไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอจนเซิร์ฟเวอร์โหลดไฟล์ที่ต้องการมาจนครบ เราก็จะสามารถดาวโหลดกลับลงมาสู่เครื่องเราได้ด้วยวิธีปกติ ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม</p>

<p>จากที่ทดสอบดู พบว่าไม่สามารถนำไฟล์ที่ต้องมี key ในการโหลดได้ คือเว็บที่ต้องสมัครสมาชิกทั้งหลายหมดสิทธิ์ ในส่วนของความเร็วก็เรียกได้ว่าดีพอสมควร ประมาณ 50kB/s</p>

<p>ส่วนตัวไม่สนับสนุนการโหลดไฟล์ผิดกฏหมายนะครับ เพราะต้องน้ำตาตกจากการจากไปของ <a href="http://www.blognone.com/node/6554">EMI</a> และ <a href="http://content.mthai.com/view.php?pid=13&amp;cate_id=31&amp;content_id=19466&amp;hash_id=1">CVD</a> ที่ต้องแพ้สงครามนี้ไปก่อนแล้ว มาซื้อแผ่นถูกกฏหมายกันเถอะนะ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uneasysilence.com/archive/2008/04/13129/">UnEasySilence</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>รวมมิตรโจ๊กวันแห่งการโกหกในวงการไอที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7395" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7395</id>
    <published>2008-04-02T15:32:39+07:00</published>
    <updated>2008-04-02T18:09:41+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="April Fool" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผ่านไปแล้วสำหรับวันแห่งการอำของฝรั่ง หรือที่เรียกกันว่า Aprils&#8217; Fool Day ซึ่งนอกจากเว็บ Blognone ที่อำกันอย่างสนุกสนานแล้ว เว็บเมืองนอกก็อำกันทุกค่ายทุกสังกัดกันเลยจริงๆ เลยขอรวบรวมมุขที่เด็ดๆมาให้ดูกัน</p>

<ul>
<li>กูเกิล - ปีนี้มาหลายมุข และลงทุนมากเป็นพิเศษ ด้วย <a href="http://www.google.com/virgle">Virgle</a> และ <a href="http://www.google.com.au/intl/en/gday/index.html">gDay</a> </li>
<li>ไมโครซอฟท์ - เปิดตัว<a href="http://www.xbox.com/en-US/community/promotions/2008/spring/">หมวกสำหรับเล่นเกมส์</a>บนเอ็กซ์บ็อกซ์</li>
<li>Blizard - ยูนิตใหม่ใน <a href="http://www.starcraft2.com/features/terran/taurenmarine.xml">Cow Level</a> บน Star Craft II</li>
<li>PPC Thoughts - แอปเปิลประกาศเปิดตัว <a href="http://www.pocketpcthoughts.com/news/show/88385/april-fools-apple-announces-boot-camp-for-iphone.html">Bootcamp บนไอโฟน !!</a> (คิดได้ยังไง)</li>
<li>ThinkGeek - เตรียมสั่งจอง <a href="http://www.thinkgeek.com/?loof08=1#loof081">Wii Sport บนไอโฟน</a>กันได้เลย</li>
<li>Virgin - อเมริกาประกาศ<a href="http://www.virginmedia.com/money/features/us-to-scrap-dollar-and-join-euro.php?vmsrc=vmhpld">เลิกใช้เงินดอลลาร์</a> เปลี่ยนไปใช้ยูโรแทน (ฮา)</li>
<li>DVD Critiques - สงครามยังไม่จบ โตชิบางัด <a href="http://www.dvdcritiques.com/news/news_visu.aspx?dvd=1877">HD-DVD+ </a>สู้</li>
<li>The Sun - พบวิธีช่วยสาวๆ<a href="http://www.thesun.co.uk/sol/homepage/news/article983718.ece">เพิ่มขนาด G-Spots</a>
<li>T3 - ของเล่นใหม่สำหรับ<a href="http://www.t3.com/news/ipod-mind-control?=35485">ควบคุม iPod ด้วยพลังจิต</a></li>
</ul>

<p>รวมของปีที่แล้ว (2007)</p>

<ul>
<li>กูเกิล - <a href="http://mail.google.com/mail/help/paper/more.html">Gmail Paper</a></li>
<li>Geeks - ฮอนดาให้ทดลอง<a href="http://www.geeks.com/asimo.html?cm_mmc=geekmail-_-daily_html-_-01APR07_ASIMO-_-ASIMO-_-Viewasweb">ยืม Asimo ไปใช้ที่บ้าน</a></li>
<li>Engadget - <a href="http://www.engadget.com/2007/04/01/art-lebedevs-vilcus-dactyloadapter/">ปลั๊กไฟแบบใหม่</a> ใช้ร่างกายเป็นส่วนประกอบ</li>
<li>Piratebay - ประกาศ<a href="http://thepiratebay.org/blog/61">ย้ายเซิร์ฟเวอร์์</a>ไปอยู่ในสถานทูตเกาหลีเหนือ</li>
</ul>

<p>ยังมีอีกเยอะ ใครมีอันไหนเด็ดๆก็ร่วมแชร์กันได้ครับ ส่วนตัวผมชอบข่าว<a href="http://www.blognone.com/node/7387">ไอโฟนเปิดตัวในไทย</a>มากที่สุดแล้ว (ตอนแรกเชื่อจริงๆนะ)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/04/01/april-fools-day-makes-the-internet-cry/">Engadget - April Fool&#8217;s day roundup</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผ่านไปแล้วสำหรับวันแห่งการอำของฝรั่ง หรือที่เรียกกันว่า Aprils&#8217; Fool Day ซึ่งนอกจากเว็บ Blognone ที่อำกันอย่างสนุกสนานแล้ว เว็บเมืองนอกก็อำกันทุกค่ายทุกสังกัดกันเลยจริงๆ เลยขอรวบรวมมุขที่เด็ดๆมาให้ดูกัน</p>

<ul>
<li>กูเกิล - ปีนี้มาหลายมุข และลงทุนมากเป็นพิเศษ ด้วย <a href="http://www.google.com/virgle">Virgle</a> และ <a href="http://www.google.com.au/intl/en/gday/index.html">gDay</a> </li>
<li>ไมโครซอฟท์ - เปิดตัว<a href="http://www.xbox.com/en-US/community/promotions/2008/spring/">หมวกสำหรับเล่นเกมส์</a>บนเอ็กซ์บ็อกซ์</li>
<li>Blizard - ยูนิตใหม่ใน <a href="http://www.starcraft2.com/features/terran/taurenmarine.xml">Cow Level</a> บน Star Craft II</li>
<li>PPC Thoughts - แอปเปิลประกาศเปิดตัว <a href="http://www.pocketpcthoughts.com/news/show/88385/april-fools-apple-announces-boot-camp-for-iphone.html">Bootcamp บนไอโฟน !!</a> (คิดได้ยังไง)</li>
<li>ThinkGeek - เตรียมสั่งจอง <a href="http://www.thinkgeek.com/?loof08=1#loof081">Wii Sport บนไอโฟน</a>กันได้เลย</li>
<li>Virgin - อเมริกาประกาศ<a href="http://www.virginmedia.com/money/features/us-to-scrap-dollar-and-join-euro.php?vmsrc=vmhpld">เลิกใช้เงินดอลลาร์</a> เปลี่ยนไปใช้ยูโรแทน (ฮา)</li>
<li>DVD Critiques - สงครามยังไม่จบ โตชิบางัด <a href="http://www.dvdcritiques.com/news/news_visu.aspx?dvd=1877">HD-DVD+ </a>สู้</li>
<li>The Sun - พบวิธีช่วยสาวๆ<a href="http://www.thesun.co.uk/sol/homepage/news/article983718.ece">เพิ่มขนาด G-Spots</a>
<li>T3 - ของเล่นใหม่สำหรับ<a href="http://www.t3.com/news/ipod-mind-control?=35485">ควบคุม iPod ด้วยพลังจิต</a></li>
</ul>

<p>รวมของปีที่แล้ว (2007)</p>

<ul>
<li>กูเกิล - <a href="http://mail.google.com/mail/help/paper/more.html">Gmail Paper</a></li>
<li>Geeks - ฮอนดาให้ทดลอง<a href="http://www.geeks.com/asimo.html?cm_mmc=geekmail-_-daily_html-_-01APR07_ASIMO-_-ASIMO-_-Viewasweb">ยืม Asimo ไปใช้ที่บ้าน</a></li>
<li>Engadget - <a href="http://www.engadget.com/2007/04/01/art-lebedevs-vilcus-dactyloadapter/">ปลั๊กไฟแบบใหม่</a> ใช้ร่างกายเป็นส่วนประกอบ</li>
<li>Piratebay - ประกาศ<a href="http://thepiratebay.org/blog/61">ย้ายเซิร์ฟเวอร์์</a>ไปอยู่ในสถานทูตเกาหลีเหนือ</li>
</ul>

<p>ยังมีอีกเยอะ ใครมีอันไหนเด็ดๆก็ร่วมแชร์กันได้ครับ ส่วนตัวผมชอบข่าว<a href="http://www.blognone.com/node/7387">ไอโฟนเปิดตัวในไทย</a>มากที่สุดแล้ว (ตอนแรกเชื่อจริงๆนะ)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/04/01/april-fools-day-makes-the-internet-cry/">Engadget - April Fool&#8217;s day roundup</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>[April Fools]Virgle - กูเกิลชวนคุณไปอยู่ดาวอังคารด้วยกัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7390" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7390</id>
    <published>2008-04-01T16:23:57+07:00</published>
    <updated>2008-04-07T23:50:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="April Fool" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>โลกร้อน อากาศเป็นพิษ สิ่งแวดล้อมแย่ ในที่สุดกูเกิลร่วมกับเวอร์จินตั้งโปรเจ็คใหม่ Virgle (Virgin + Google) เพื่อนำผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือก ไปทดสอบสภาพความเป็นอยู่บนดาวอังคารด้วยกัน</p>

<p>เฉลยเลยละกัน : อย่างที่ทราบๆกันว่านอกจากชาว Blognone ที่กำลังสนุกสนานกับชาวโลกในวันแห่งการโกหกวันนี้แล้ว กูเกิลเองก็ไม่น้อยหน้า โดยปีนี้หนักข้อขึ้นไปกว่าเดิม ด้วยโปรเจ็คอลังการ มีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดหลายหน้า แถมยังลงทุนไปเชิญ Richard Branson เจ้าของบริษัท Virgin มาให้สัมภาษณ์ลง YouTube เชิญชวนให้ชาวโลกมาสมัครในโครงการกันเยอะๆอีกตะหาก</p>

<p>แล้ววันนี้คุณอำใครได้แล้วรึยัง</p>

<p>ที่มา <br>
- <a href="http://www.google.com/virgle">Virgle : The Adventure of Many Lifetimes</a><br>
- <a href="http://uk.youtube.com/user/projectvirgle">Youtube : Video Project Virgle</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>โลกร้อน อากาศเป็นพิษ สิ่งแวดล้อมแย่ ในที่สุดกูเกิลร่วมกับเวอร์จินตั้งโปรเจ็คใหม่ Virgle (Virgin + Google) เพื่อนำผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือก ไปทดสอบสภาพความเป็นอยู่บนดาวอังคารด้วยกัน</p>

<p>เฉลยเลยละกัน : อย่างที่ทราบๆกันว่านอกจากชาว Blognone ที่กำลังสนุกสนานกับชาวโลกในวันแห่งการโกหกวันนี้แล้ว กูเกิลเองก็ไม่น้อยหน้า โดยปีนี้หนักข้อขึ้นไปกว่าเดิม ด้วยโปรเจ็คอลังการ มีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดหลายหน้า แถมยังลงทุนไปเชิญ Richard Branson เจ้าของบริษัท Virgin มาให้สัมภาษณ์ลง YouTube เชิญชวนให้ชาวโลกมาสมัครในโครงการกันเยอะๆอีกตะหาก</p>

<p>แล้ววันนี้คุณอำใครได้แล้วรึยัง</p>

<p>ที่มา <br>
- <a href="http://www.google.com/virgle">Virgle : The Adventure of Many Lifetimes</a><br>
- <a href="http://uk.youtube.com/user/projectvirgle">Youtube : Video Project Virgle</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิล บริษัทที่น่าพึงพอใจที่สุดในอเมริกาปี 2008 - Fortune</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7187" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7187</id>
    <published>2008-03-07T16:48:24+07:00</published>
    <updated>2008-03-07T18:19:37+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Company" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Ranking" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผลสำรวจจากนิตยสาร Fortune เกี่ยวกับบริษัทที่น่าพึงพอใจที่สุด (Most Admired) ในอเมริกาปีนี้ แอปเปิลสามารถล้มแชมป์เก่าสองสมัยอย่าง GE ไปได้ โดยผลสำรวจนี้วัดจากความน่าพึงพอใจ ชื่อเสียงของบริษัทและการทำงาน</p>

<p>ที่น่าสนใจกว่าผลสำรวจคือ<a href="http://money.cnn.com/galleries/2008/fortune/0803/gallery.jobsqna.fortune/index.html">บทสัมภาษณ์เจาะลึก</a>กับ สตีฟ จ็อบส์ เกี่ยวกับความเป็นไปในแอปเปิลปัจจุบัน การทำงาน การจ้างคนเข้ามาทำงาน ที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะไอโฟน (หน้าปก Fortune เล่มนี้เท่ห์มาก)</p>

<p>ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าแชมป์<a href="http://www.blognone.com/node/6548">บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากสุด</a>อย่างกูเกิลน่าจะเบียดขึ้นมาได้ แต่หากวัดจากชื่อเสียงและความพอใจในการใช้งานสินค้าแล้ว แอปเปิลยังครองใจผู้คนได้เป็นอย่างดี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/mostadmired/2008/">America&#8217;s Most Admired Companies 2008 : Fortune</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผลสำรวจจากนิตยสาร Fortune เกี่ยวกับบริษัทที่น่าพึงพอใจที่สุด (Most Admired) ในอเมริกาปีนี้ แอปเปิลสามารถล้มแชมป์เก่าสองสมัยอย่าง GE ไปได้ โดยผลสำรวจนี้วัดจากความน่าพึงพอใจ ชื่อเสียงของบริษัทและการทำงาน</p>

<p>ที่น่าสนใจกว่าผลสำรวจคือ<a href="http://money.cnn.com/galleries/2008/fortune/0803/gallery.jobsqna.fortune/index.html">บทสัมภาษณ์เจาะลึก</a>กับ สตีฟ จ็อบส์ เกี่ยวกับความเป็นไปในแอปเปิลปัจจุบัน การทำงาน การจ้างคนเข้ามาทำงาน ที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะไอโฟน (หน้าปก Fortune เล่มนี้เท่ห์มาก)</p>

<p>ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าแชมป์<a href="http://www.blognone.com/node/6548">บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากสุด</a>อย่างกูเกิลน่าจะเบียดขึ้นมาได้ แต่หากวัดจากชื่อเสียงและความพอใจในการใช้งานสินค้าแล้ว แอปเปิลยังครองใจผู้คนได้เป็นอย่างดี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/mostadmired/2008/">America&#8217;s Most Admired Companies 2008 : Fortune</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>&quot;There&#039;s something in the Air&quot; อยู่หน้าแรกเว็บแอปเปิลแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6731" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6731</id>
    <published>2008-01-15T09:56:41+07:00</published>
    <updated>2008-01-15T14:44:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="MacBook" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แอปเปิลอัพเดต<a href="http://www.apple.com">หน้าแรกของตัวเอง</a>โดยวางโลโก้และสโลแกน &#8220;There’s Something in the Air&#8221; ซึ่งสโลแกนนี้สร้างกระแสคาดเดาต่างๆนาๆบนอินเตอร์เน็ต แต่จากแหล่งข่าวส่วนใหญ่ ทั้งจาก <a href="http://www.reuters.com/article/technologyNews/idUSN0960512820080111?feedType=nl&amp;feedName=ustechnology">Reuters</a>, <a href="http://blogs.pcworld.com/gameon/archives/006284.html">PC World</a> หรือ <a href="http://gizmodo.com/344813/is-this-the-macbook-air-verdict-most-plausible-yet">Gizmodo</a> เองก็ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นตัว MacBook ตัวใหม่ที่มีขนาดบางเฉียบ</p>

<p>โดยล่าสุดชื่อโดเมน MacBookAir.net, MacBookAir.org, MacBookAir.us, MacBookAir.info, MacBookAir.biz ได้ถูกจดไปเมื่อวันที่ 11 มกราที่ผ่านมา ถึงแม้ข้อมูลของผู้จดส่วนใหญ่จะถูกปกปิดเป็นความลับ แต่จากข้อมูลใบเสร็จพบว่าผู้จดคือนาย John Donald ซึ่งใช้อีเมลแอปเปิล และเลขไอดีของใบเสร็จก็เป็นเลขเดียวกับที่แอปเปิลจดในโดเมนอื่นๆ (MKN-14211616)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/01/14/macbook-air-domain-names/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แอปเปิลอัพเดต<a href="http://www.apple.com">หน้าแรกของตัวเอง</a>โดยวางโลโก้และสโลแกน &#8220;There’s Something in the Air&#8221; ซึ่งสโลแกนนี้สร้างกระแสคาดเดาต่างๆนาๆบนอินเตอร์เน็ต แต่จากแหล่งข่าวส่วนใหญ่ ทั้งจาก <a href="http://www.reuters.com/article/technologyNews/idUSN0960512820080111?feedType=nl&amp;feedName=ustechnology">Reuters</a>, <a href="http://blogs.pcworld.com/gameon/archives/006284.html">PC World</a> หรือ <a href="http://gizmodo.com/344813/is-this-the-macbook-air-verdict-most-plausible-yet">Gizmodo</a> เองก็ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นตัว MacBook ตัวใหม่ที่มีขนาดบางเฉียบ</p>

<p>โดยล่าสุดชื่อโดเมน MacBookAir.net, MacBookAir.org, MacBookAir.us, MacBookAir.info, MacBookAir.biz ได้ถูกจดไปเมื่อวันที่ 11 มกราที่ผ่านมา ถึงแม้ข้อมูลของผู้จดส่วนใหญ่จะถูกปกปิดเป็นความลับ แต่จากข้อมูลใบเสร็จพบว่าผู้จดคือนาย John Donald ซึ่งใช้อีเมลแอปเปิล และเลขไอดีของใบเสร็จก็เป็นเลขเดียวกับที่แอปเปิลจดในโดเมนอื่นๆ (MKN-14211616)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/01/14/macbook-air-domain-names/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิล บริษัทน่าทำงานที่สุดในปี 2007 - Fortune</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6548" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6548</id>
    <published>2007-12-19T12:05:33+07:00</published>
    <updated>2007-12-19T12:06:48+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Company" />
    <category term="Google" />
    <category term="Internet" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>นิตยสาร Fortune จัดอันดับบริษัทน่าทำงานที่สุดในปีนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามคาดสำหรับกูเกิล บริษัทร้อนแรงแห่งปี ได้รางวัลบริษัทที่น่าทำงานที่สุดแห่งปีไปครอง</p>
<p>เราเคยได้ผ่านตากันไปบ้างสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ในกูเกิล ที่ให้ความสำคัญกับพนักงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างมาก แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่คุณอาจจะยังไม่รู้เช่น</p>
<ul>
<li>ต้องมีขนมหรืออาหารในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากโต๊ะทำงานของทุกคน</li>
<li>อาหารฟรี, ขนมฟรี, ฉีดวัคซีนฟรี, รถรับส่ง, สปา, สระว่ายน้ำและส่งหมอเข้าไปตรวจไข้ถึงบ้านฟรี</li>
<li>ไม่จำกัดวันลาป่วย</li>
<li>สามารถใช้เวลา 20 เปอร์เซ็นต์ของเวลางานทำโปรเจ็คส่วนตัวอะไรก็ได้</li>
<li>กูเกิลมักจะเลือกจ้างพนักงานที่สนใจกิจกรรมอื่นๆนอกเวลางาน มากกว่าตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน (อันนี้น่าสนใจ)</li>
<li>บริษัทได้รับจดหมายสมัครงานกว่า 1,300 ฉบับต่อวัน</li>
</ul>
<p><a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/snapshots/1.html">ปัจจุบัน</a>กูเกิลมีพนักงานในสหรัฐอยู่ 6,500 คนและที่อื่นๆอีก 3,000 คน (ส่วนใหญ่อยู่ในอินเดีย) โดยปีนี้รับเพิ่มจากปีก่อนมากถึง 2,000 คน ส่วน<a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/full_list/index.html">อันดับอื่นๆที่น่าสนใจ</a>ก็มี ซิสโก้, อโดบี, ยาฮู และไมโครซอฟท์ ตามมาห่างๆ (แอปเปิลหายไปไหน)</p>
<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/">100 Best Companies to work for 2007 : Fortune</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>นิตยสาร Fortune จัดอันดับบริษัทน่าทำงานที่สุดในปีนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามคาดสำหรับกูเกิล บริษัทร้อนแรงแห่งปี ได้รางวัลบริษัทที่น่าทำงานที่สุดแห่งปีไปครอง</p>
<p>เราเคยได้ผ่านตากันไปบ้างสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ในกูเกิล ที่ให้ความสำคัญกับพนักงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างมาก แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่คุณอาจจะยังไม่รู้เช่น</p>
<ul>
<li>ต้องมีขนมหรืออาหารในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากโต๊ะทำงานของทุกคน</li>
<li>อาหารฟรี, ขนมฟรี, ฉีดวัคซีนฟรี, รถรับส่ง, สปา, สระว่ายน้ำและส่งหมอเข้าไปตรวจไข้ถึงบ้านฟรี</li>
<li>ไม่จำกัดวันลาป่วย</li>
<li>สามารถใช้เวลา 20 เปอร์เซ็นต์ของเวลางานทำโปรเจ็คส่วนตัวอะไรก็ได้</li>
<li>กูเกิลมักจะเลือกจ้างพนักงานที่สนใจกิจกรรมอื่นๆนอกเวลางาน มากกว่าตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน (อันนี้น่าสนใจ)</li>
<li>บริษัทได้รับจดหมายสมัครงานกว่า 1,300 ฉบับต่อวัน</li>
</ul>
<p><a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/snapshots/1.html">ปัจจุบัน</a>กูเกิลมีพนักงานในสหรัฐอยู่ 6,500 คนและที่อื่นๆอีก 3,000 คน (ส่วนใหญ่อยู่ในอินเดีย) โดยปีนี้รับเพิ่มจากปีก่อนมากถึง 2,000 คน ส่วน<a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/full_list/index.html">อันดับอื่นๆที่น่าสนใจ</a>ก็มี ซิสโก้, อโดบี, ยาฮู และไมโครซอฟท์ ตามมาห่างๆ (แอปเปิลหายไปไหน)</p>
<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/magazines/fortune/bestcompanies/2007/">100 Best Companies to work for 2007 : Fortune</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Certified ซิสโก้ครองแชมป์รายได้สูงสุดปี 2007</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6501" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6501</id>
    <published>2007-12-12T17:53:10+07:00</published>
    <updated>2007-12-12T17:58:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Cisco" />
    <category term="Development" />
    <category term="Java" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Sun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ผลสำรวจรายได้ของชาวไอทีจาก Cert Magazine ประจำปีนี้ แยกตามค่ายแล้ว ซิสโก้ยังคงเป็นแชมป์อีกสมัย ตามมาด้วย ออราเคิล, ซัน, ไอบีเอ็มและไมโครซอฟท์ ตามลำดับ</p>
<p>สถิติที่น่าสนใจมีดังนี้</p>
<ul>
<li>รายได้ของชาวไอทีในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก<a href="http://www.certmag.com/articles/templates/CM_gen_Article_template.asp?articleid=2479&amp;zoneid=224">ปีก่อน</a>ถึง 17.1 เปอร์เซ็นต์ </li>
<li>ถ้าแยกตามสาขาแล้ว Certified ทางด้านออกแบบและดูแลระบบยังคงมีรายได้สูงที่สุด รองลงมาคือ ดูแลฐานข้อมูล, โปรแกรมเมอร์, เขียนเว็บ และฝ่ายบริการลูกค้า</li>
<li>ช่วงอายุที่เงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดอยู่ที่ 24 ถึง 34 ปี</li>
<li>รายได้ของคนที่จบปริญญาตรีกับโทแทบจะไม่แตกต่างกันเลย (อันนี้น่าสนใจ)</li>
<li>คนที่ไม่ได้เข้าอบรมใดๆในปีนี้เลยมีมากถึง 46.6 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>จีนและอินเดียมีรายได้เพิ่มขึ้นเยอะมากๆจากปีก่อน และประเทศที่รายได้ต่ำที่สุดจากผลสำรวจคือจอร์แดน รองลงมาคือ .. ไทยแลนด์</li>
</ul>
<p>ผลสำรวจในปีนี้มีบริษัทเข้าร่วมสนับสนุนถึง 24 บริษัทใหญ่ๆ และมีผู้เข้าร่วมแบบสอบถามกว่า 35,000 คนจาก 195 ประเทศ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nxtbook.com/nxtbooks/mediatec/cm1207/index.php">Cert Magazine 2007 Survey</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ผลสำรวจรายได้ของชาวไอทีจาก Cert Magazine ประจำปีนี้ แยกตามค่ายแล้ว ซิสโก้ยังคงเป็นแชมป์อีกสมัย ตามมาด้วย ออราเคิล, ซัน, ไอบีเอ็มและไมโครซอฟท์ ตามลำดับ</p>
<p>สถิติที่น่าสนใจมีดังนี้</p>
<ul>
<li>รายได้ของชาวไอทีในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก<a href="http://www.certmag.com/articles/templates/CM_gen_Article_template.asp?articleid=2479&amp;zoneid=224">ปีก่อน</a>ถึง 17.1 เปอร์เซ็นต์ </li>
<li>ถ้าแยกตามสาขาแล้ว Certified ทางด้านออกแบบและดูแลระบบยังคงมีรายได้สูงที่สุด รองลงมาคือ ดูแลฐานข้อมูล, โปรแกรมเมอร์, เขียนเว็บ และฝ่ายบริการลูกค้า</li>
<li>ช่วงอายุที่เงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดอยู่ที่ 24 ถึง 34 ปี</li>
<li>รายได้ของคนที่จบปริญญาตรีกับโทแทบจะไม่แตกต่างกันเลย (อันนี้น่าสนใจ)</li>
<li>คนที่ไม่ได้เข้าอบรมใดๆในปีนี้เลยมีมากถึง 46.6 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>จีนและอินเดียมีรายได้เพิ่มขึ้นเยอะมากๆจากปีก่อน และประเทศที่รายได้ต่ำที่สุดจากผลสำรวจคือจอร์แดน รองลงมาคือ .. ไทยแลนด์</li>
</ul>
<p>ผลสำรวจในปีนี้มีบริษัทเข้าร่วมสนับสนุนถึง 24 บริษัทใหญ่ๆ และมีผู้เข้าร่วมแบบสอบถามกว่า 35,000 คนจาก 195 ประเทศ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nxtbook.com/nxtbooks/mediatec/cm1207/index.php">Cert Magazine 2007 Survey</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>&quot;ไม่มีจาวาบนไอโฟนคือความผิดพลาด&quot; - ซัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6446" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6446</id>
    <published>2007-12-03T10:38:57+07:00</published>
    <updated>2007-12-03T10:38:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="iPhone" />
    <category term="Java" />
    <category term="Sun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Bob Brewin รองประธานฝ่ายซอฟต์แวร์ของซันประกาศในงาน AjaxWorld ถึงการที่ไม่มีเทคโนโลยีจาวาบนไอโฟนว่ามันคือความผิดพลาด !!</p>

<p>มือถือบนโลกกว่าสองล้านล้านเครื่องอาจจะใช้จาวาได้ แต่ไม่ใช่กับไอโฟนแน่นอน และดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่าทางแอปเปิลจะมีนโยบายนำจาวามาลงในไอโฟนแต่อย่างใด</p>

<p>ซันให้เหตุผลว่า มีโปรแกรมอีกมากมายที่พร้อมจะทำงานบนระบบมือถือ และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีบนไอโฟน อย่างเช่นเรื่องเกมส์บนมือถือส่วนใหญ่เป็นจาวาทั้งนั้น รวมทั้งตัว JavaFX ที่ซันโม้ว่าจะช่วยให้ระบบการแสดงผลบนไอโฟนนั้นดีเยี่ยมยิ่งขึ้นอีกด้วย แถมซันยังทิ้งท้ายด้วยคำกล่าวแรงๆ ที่ว่าแอปเปิ้ลคงไม่คิดจะเปิดระบบของตัวเองหรอก</p>

<p>ไม่มีคำตอบใดๆจากแอปเปิล และสตีฟ จ็อบส์เองก็ปฏิเสธนักข่าวที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.javaworld.com/javaworld/jw-09-2007/jw-09-javaiphone.html">Java World</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Bob Brewin รองประธานฝ่ายซอฟต์แวร์ของซันประกาศในงาน AjaxWorld ถึงการที่ไม่มีเทคโนโลยีจาวาบนไอโฟนว่ามันคือความผิดพลาด !!</p>

<p>มือถือบนโลกกว่าสองล้านล้านเครื่องอาจจะใช้จาวาได้ แต่ไม่ใช่กับไอโฟนแน่นอน และดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่าทางแอปเปิลจะมีนโยบายนำจาวามาลงในไอโฟนแต่อย่างใด</p>

<p>ซันให้เหตุผลว่า มีโปรแกรมอีกมากมายที่พร้อมจะทำงานบนระบบมือถือ และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีบนไอโฟน อย่างเช่นเรื่องเกมส์บนมือถือส่วนใหญ่เป็นจาวาทั้งนั้น รวมทั้งตัว JavaFX ที่ซันโม้ว่าจะช่วยให้ระบบการแสดงผลบนไอโฟนนั้นดีเยี่ยมยิ่งขึ้นอีกด้วย แถมซันยังทิ้งท้ายด้วยคำกล่าวแรงๆ ที่ว่าแอปเปิ้ลคงไม่คิดจะเปิดระบบของตัวเองหรอก</p>

<p>ไม่มีคำตอบใดๆจากแอปเปิล และสตีฟ จ็อบส์เองก็ปฏิเสธนักข่าวที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.javaworld.com/javaworld/jw-09-2007/jw-09-javaiphone.html">Java World</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิลจะคืนเงินให้ลูกค้าเก่าไอโฟน $100</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/5736" />
    <id>http://www.blognone.com/node/5736</id>
    <published>2007-09-07T10:32:24+07:00</published>
    <updated>2007-09-07T18:54:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>msmart</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <category term="iPod" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>สตีฟ จ็อบส์ <a href="http://www.apple.com/hotnews/openiphoneletter/">เขียนจดหมายเปิดผนึก</a>ลงในเว็บของแอปเปิล เกี่ยวกับเรื่องของการตัดสินใจลดราคาเครื่องลงถึง $200 ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับคนที่อุตส่าห์ไปต่อคิวเพื่อซื้อไอโฟนก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก</p>
<p>เนื้อหาในจดหมาย จ็อบส์ อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงตัดสินใจลดราคาเครื่องลงถึงเกือบ 30% แต่ก็ยังปากหวานขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจบริษัทด้วยดีมาตลอด สุดท้ายจบลงด้วยการสัญญาว่าจะคืนเงิน $100 ให้ลูกค้าทุกคนที่ซื้อเครื่องไปก่อนหน้านี้ โดยให้เป็นเครดิตในการซื้อสินค้าทุกชนิดของแอปเปิลแทน (ว่าแล้วเชียว)</p>
<p>ผมว่าเนื้อหาในจดหมายเขียนได้ดีทีเดียว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าต้นทุนจริงๆของไอโฟนนี่อยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ เพราะทีแรกทุกคนเข้าใจว่าราคาสูงเพราะมีเทคโนโลยีล้ำหน้าคู่แข่งมาก แต่ตอนนี้ราคากลับเท่ากันหรือถูกกว่ามือถือในท้องตลาดหลายๆยี่ห้อด้วยซ้ำไป</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.apple.com/hotnews/openiphoneletter/">Apple : To all iPhone customers</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>สตีฟ จ็อบส์ <a href="http://www.apple.com/hotnews/openiphoneletter/">เขียนจดหมายเปิดผนึก</a>ลงในเว็บของแอปเปิล เกี่ยวกับเรื่องของการตัดสินใจลดราคาเครื่องลงถึง $200 ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับคนที่อุตส่าห์ไปต่อคิวเพื่อซื้อไอโฟนก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก</p>
<p>เนื้อหาในจดหมาย จ็อบส์ อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงตัดสินใจลดราคาเครื่องลงถึงเกือบ 30% แต่ก็ยังปากหวานขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจบริษัทด้วยดีมาตลอด สุดท้ายจบลงด้วยการสัญญาว่าจะคืนเงิน $100 ให้ลูกค้าทุกคนที่ซื้อเครื่องไปก่อนหน้านี้ โดยให้เป็นเครดิตในการซื้อสินค้าทุกชนิดของแอปเปิลแทน (ว่าแล้วเชียว)</p>
<p>ผมว่าเนื้อหาในจดหมายเขียนได้ดีทีเดียว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าต้นทุนจริงๆของไอโฟนนี่อยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ เพราะทีแรกทุกคนเข้าใจว่าราคาสูงเพราะมีเทคโนโลยีล้ำหน้าคู่แข่งมาก แต่ตอนนี้ราคากลับเท่ากันหรือถูกกว่ามือถือในท้องตลาดหลายๆยี่ห้อด้วยซ้ำไป</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.apple.com/hotnews/openiphoneletter/">Apple : To all iPhone customers</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
