<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.blognone.com"  xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>chayaninw&#039;s blog</title>
 <link>http://www.blognone.com/blog/chayaninw</link>
 <description>Blognone is Thai, Slashdot-liked, tech news site.</description>
 <language>en</language>
<item>
 <title>ไมโครซอฟท์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และคลื่น white space ต่ออินเทอร์เน็ตให้พื้นที่ห่างไกล</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/42506</link>
 <description>&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เราได้ยินข่าวมาบ้างว่า บางประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณานำคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว (เช่น คลื่นของทีวีแอนะล็อก) มาเปิดให้ใช้งานในด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่ยังไม่ได้เห็นรูปแบบการใช้งานออกมามากนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวอย่างโครงการของไมโครซอฟท์ในเคนยา ก็ช่วยแสดงให้เห็นว่าความถี่ลักษณะนี้สามารถเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างไรได้บ้าง เพราะในโครงการนี้ ได้ใช้โซลาร์เซลล์ ร่วมกับคลื่นความถี่ย่านประมาณ 600 MHz ของโทรทัศน์ที่ไม่มีการใช้งาน มาช่วยให้โรงเรียนหรือสถานพยาบาลในพื้นที่ที่ยังแทบไม่มีไฟฟ้าใช้ สามารถต่อเข้าอินเทอร์เน็ตได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และรัฐบาลเคนยา โดยได้วางระบบให้กับคลินิกในเมือง Burguret โรงเรียนในเมือง Male (มาเล) และ Gakawa และห้องสมุดในเมือง Laikipia ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้ ส่วนใหญ่ยังไม่มีการต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ บางส่วนมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตมือถือ แต่ก็ราคาแพงมาก หลังจากนี้โครงการก็จะขยายเครือข่ายไปยังสถานที่ 20 แห่งในช่วงปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โซลาร์เซลล์สามารถเข้ามาแก้ปัญหาการไม่มีไฟฟ้า โดยโซลาร์เซลล์ขนาด 7 ตารางเมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้วันละ 4.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งในช่วงกลางวันนั้นก็เพียงพอสำหรับการเปิดเครือข่ายและชาร์จอุปกรณ์ และกลางคืนก็มีแบตเตอรีที่จะช่วยให้ใช้เครือข่ายและชาร์จอุปกรณ์ได้เช่นกัน โดย Paul Gartner ผู้อำนวยการนโยบายเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ได้กล่าวว่า &quot;ลองนึกถึงภาพโรงเรียน ที่มีห้องคอมพิวเตอร์ที่เด็กนักเรียนสามารถใช้ในช่วงกลางวัน และสามารถใช้งานแบตเตอรี่แท็บเล็ตได้ช่วงกลางวัน จากนั้นช่วงเย็นคุณก็มีสถานีชาร์จไฟที่จะเสียบแท็บเล็ตชาร์จไฟช่วงกลางคืนได้&quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไปนั้นไม่ได้มีความสามารถที่จะใช้งานคลื่น 600 MHz นี้ได้ ดังนั้น สถานีฐาน จะส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์ที่ตั้งในคลินิก โรงเรียน หรือห้องสมุดนี้ ซึ่งทำหน้าที่ทั้งรับสัญญาณย่านความถี่นี้ และเป็น hotspot ที่ใช้ความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz ที่ใช้ใน Wi-Fi ทั่วไปได้ สถานีฐานหนึ่งแห่งสามารถครอบคลุมรัศมีได้ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยใช้ช่องสัญญาณทีวีหนึ่งช่อง ส่งข้อมูลได้ 16 Mbps และมี latency ใกล้เคียงกับระบบบรอดแบนด์ทั่วไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Gartner ยังกล่าวด้วยว่า คลื่นความถี่ย่านนี้ของเคนยานั้นยังโล่งมาก มีความถี่กว้างหลายร้อยเมกะเฮิร์ตที่ไม่มีการใช้งานอยู่ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการเชื่อมต่อลักษณะนี้ได้อีกมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/information-technology/2013/03/solar-power-and-white-spaces-bring-internet-to-towns-without-electricity/&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh4.googleusercontent.com/-6NXqfbKd4Ys/UVHK7dnpqtI/AAAAAAAAI8E/fg7b0eZy9jw/s800/184306-000004.jpg&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://lh4.googleusercontent.com/-yuBHYfk-xpM/UVHK6UrBzyI/AAAAAAAAI8E/uXGv3hVX_Fk/s800/184306-000015.jpg&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก&lt;a href=&quot;http://research.microsoft.com/apps/fig.aspx?id=184306&quot;&gt;ไมโครซอฟท์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div class=&quot;field field-type-text field-field-maintag&quot;&gt;
    &lt;div class=&quot;field-items&quot;&gt;
            &lt;div class=&quot;field-item odd&quot;&gt;
                    Internet, Kenya, Microsoft        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/42506#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/internet">Internet</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/kenya">Kenya</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/microsoft">Microsoft</category>
 <pubDate>Tue, 26 Mar 2013 16:15:49 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">42506 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Falcon Pro อัพเดตใหม่ ยกเลิก token เดิมทั้งหมด, เพิ่มการตรวจไลเซนส์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/41490</link>
 <description>&lt;p&gt;หลังจากประสบ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/41363&quot;&gt;ปัญหาจากการจำกัดจำนวนผู้ใช้&lt;/a&gt;ของทวิตเตอร์ จนต้อง&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/41442&quot;&gt;ขึ้นราคาเป็น 132 ดอลลาร์&lt;/a&gt;เพื่อป้องกันผู้ใช้ใหม่ซื้อไปแล้ว ล่าสุดไคลเอนต์สำหรับทวิตเตอร์บนแอนดรอยด์ Falcon Pro ก็ได้ออกอัพเดตใหม่ ซึ่งจะยกเลิก token เดิมทั้งหมด พร้อมกับเพิ่มการตรวจสอบไลเซนส์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่ผู้ใช้อัพเดตแอพเวอร์ชันใหม่แล้ว ผู้ใช้จะต้องล็อกอินใหม่อีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนการล็อกอินนี้ ก็จะมีการตรวจไลเซนส์ Google Play หรือ Android Pit ด้วย การตั้งค่าทั้งหมดจะยังคงอยู่ตามเดิม ยกเว้นตำแหน่งข้อความที่อ่านล่าสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Joaquim Vergès ผู้พัฒนา Falcon Pro ยังระบุด้วยว่า สำหรับคนที่ลงแอพแบบไม่มีไลเซนส์ ตัวแอพจะหยุดทำงานภายใน 24-48 ชั่วโมง และผู้ใช้ใหม่สามารถซื้อแอพนี้ได้แล้ว โดยขึ้นราคาเป็น 1.49 ยูโร หรือ 1.99 ดอลลาร์ (จากตอนแรก 0.99 ดอลลาร์)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://plus.google.com/107942105369460253496/posts/KfdeE5sv22w&quot;&gt;+Joaquim Verges&lt;/a&gt; (via &lt;a href=&quot;http://www.droid-life.com/2013/02/27/falcon-pro-update-resets-twitter-id-tokens-hopes-to-free-up-a-few-more-spots/&quot;&gt;Droid Life&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;div class=&quot;field field-type-text field-field-maintag&quot;&gt;
    &lt;div class=&quot;field-items&quot;&gt;
            &lt;div class=&quot;field-item odd&quot;&gt;
                    Falcon Pro, Twitter, Android        &lt;/div&gt;
        &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/41490#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/android">Android</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/falcon-pro">Falcon Pro</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/twitter">Twitter</category>
 <pubDate>Thu, 28 Feb 2013 10:38:05 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">41490 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>คนหาอะไรกันในวิกิพีเดีย? ลองเปิดดูบันทึกการค้นหาแบบนิรนาม</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/36249</link>
 <description>&lt;p&gt;มูลนิธิวิกิมีเดีย ได้ประกาศว่าจะเผยแพร่ไฟล์บันทึกการค้นหาแบบนิรนาม (anonymous search log files) ของบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ ในเครือ ทั้งวิกิพีเดียและโครงการอื่นๆ ให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีอย่างไม่มีข้อจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลชุดดังกล่าวประกอบด้วยบันทึกการเสิร์ชทั้งหมดในแต่ละโครงการ (ไม่ผ่านการสุ่ม และยกเว้นการใช้งาน autocomplete) โดยที่ไม่มีข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ค้นหาแต่ละรายการได้ ข้อมูลนี้สามารถดาวน์โหลดได้จาก &lt;a href=&quot;http://dumps.wikimedia.org/other/search&quot;&gt;dumps.wikimedia.org/other/search/&lt;/a&gt; โดยวางแผนว่า จะมีข้อมูลย้อนหลังให้ดาวน์โหลดได้อย่างน้อยสามเดือนเสมอ (วิกิมีเดียประกาศว่าเริ่มนำขึ้นทันทีวันต่อวัน แต่ล่าสุดได้มีการนำข้อมูลออกก่อนชั่วคราว)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางวิกิมีเดียคาดหวังว่า การเผยแพร่ข้อมูลชุดนี้ จะเป็นประโยชน์กับชุมชนผู้แก้ไขโครงการวิกิต่างๆ ที่จะรับรู้ว่ามีหัวข้อใดที่อยู่ในความสนใจแต่ยังไม่มีเนื้อหาเพียงพอ และจะช่วยในการปรับปรุงดัชนีการค้นหา (ที่วิกิมีเดียยอมรับว่า ยังทำงานได้แย่กว่าเครื่องมือค้นหาภายนอก) นอกจากนี้ วิกิมีเดียยังคาดหวังว่า จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยจากภายนอกได้ค้นพบสิ่งที่น่าสนใจจากบันทึกการค้นหานี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิกิมีเดียเลือกเผยแพร่ข้อมูลแบบ &lt;a href=&quot;http://creativecommons.org/publicdomain/zero/1.0/&quot;&gt;CC0&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นการอนุญาตให้งานกลายเป็นสาธารณสมบัติ นำไปใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขทางลิขสิทธิ์ใดๆ แม้ว่าวิกิมีเดียยังคงสนับสนุนให้มีการอ้างอิงที่มาของข้อมูลก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://thenextweb.com/insider/2012/09/20/wikimedia-releases-anonymous-search-log-files-wikipedia/&quot;&gt;The Next Web&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://blog.wikimedia.org/2012/09/19/what-are-readers-looking-for-wikipedia-search-data-now-available/&quot;&gt;Wikimedia Foundation&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/36249#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/wikimedia-foundation">Wikimedia Foundation</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/wikipedia">Wikipedia</category>
 <pubDate>Thu, 20 Sep 2012 17:30:27 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">36249 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>แอมะซอนเตรียมขยาย Appstore ออกนอกสหรัฐ เริ่มจากยุโรป</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/33486</link>
 <description>&lt;p&gt;นับตั้งแต่แอมะซอนเปิดตัว Appstore สำหรับแอนดรอยด์&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/22590/amazon-appstore-เปิดตัวแล้ว-วันแรกแจก-angry-birds-rio-ฟรี&quot;&gt;เมื่อปีที่แล้ว&lt;/a&gt; ก็จำกัดการให้บริการเฉพาะลูกค้าในสหรัฐอเมริกามาตลอด จนล่าสุด แอมะซอนก็ได้ประกาศออกมาว่า บริการ Appstore นี้กำลังจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายชื่อประเทศที่เปิดเผยออกมาแล้วตอนนี้ประกอบไปด้วยสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน โดยระบุเวลาไว้ว่าฤดูร้อนนี้ (นับตามเขตอบอุ่นเหนือก็จะตกในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอพของนักพัฒนาที่อยู่ในระบบอยู่แล้วจะสามารถดาวน์โหลดได้จากประเทศอื่นๆ โดยอัตโนมัติ และนักพัฒนาสามารถเข้าไปเลือกได้ว่าจะให้เผยแพร่ในประเทศใดบ้างหรือตั้งราคาที่แตกต่างกันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แอมะซอนยังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขส่วนแบ่งรายได้ให้กับนักพัฒนา โดยเงื่อนไขใหม่จะให้ส่วนแบ่งนักพัฒนา 70 เปอร์เซ็นต์ของราคาตั้ง (list price) จากเงื่อนไขเดิมที่ให้ส่วนแบ่งเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาตั้ง ขึ้นอยู่กับว่าอันไหนมากกว่า เงื่อนไขใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.readwriteweb.com/mobile/2012/06/amazon-to-expand-its-android-appstore-internationally.php&quot;&gt;ReadWriteWeb&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://phx.corporate-ir.net/phoenix.zhtml?c=176060&amp;amp;p=irol-newsArticle&amp;amp;ID=1706943&amp;amp;highlight=&quot;&gt;Press Release&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/33486#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/amazon">Amazon</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/amazon-appstore">Amazon Appstore</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/android">Android</category>
 <pubDate>Wed, 20 Jun 2012 17:50:39 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">33486 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลฟินแลนด์ตัดสินว่า เจ้าของเครือข่าย Wi-Fi ไม่ผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32541</link>
 <description>&lt;p&gt;ศาลประเทศฟินแลนด์ได้ตัดสินว่า เจ้าของเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่มีการตั้งรหัสผ่าน ไม่ต้องรับผิดจากการละเมิดลิขสิทธิ์โดยบุคคลอื่นที่เข้ามาใช้เครือข่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคดีนี้ กลุ่มเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 6,000 ยูโร (ประมาณ 240,000 บาท) จากสตรีนางหนึ่งในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเกิดขึ้นระหว่างที่มีคนจำนวนนับร้อยมาชมการแสดงในเคหะสถานที่จำเลยเป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรณีนี้ ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าของเครือข่ายนั้นเป็นผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ และท้ายที่สุด ศาลได้ตัดสินว่า เจ้าของเครือข่าย Wi-Fi นั้นไม่ต้องรับผิดจากการกระทำของบุคคลที่สามแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ฟินแลนด์เคยออกกฎห้ามเข้าใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่ได้ตั้งรหัสผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตในปี 2005 ก่อนจะถูกยกเลิกไปในปี 2010 และในคดีลักษณะใกล้เคียงกันในเยอรมนี ศาลได้&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/16304&quot;&gt;ตัดสินว่าเจ้าของเครือข่าย Wi-Fi ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ แต่จะต้องตั้งรหัสผ่านให้กับเครือข่ายของตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/2012/05/finnish-court-rules-open-wifi-network-owner-not-liable-for-infringement/&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32541#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright-infringement">Copyright Infringement</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/finland">Finland</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/network">Network</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/security">Security</category>
 <pubDate>Wed, 16 May 2012 09:58:31 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32541 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>อิหร่านสั่งธนาคาร-ประกัน ห้ามติดต่อกับอีเมลต่างชาติ</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32482</link>
 <description>&lt;p&gt;ความพยายามของรัฐบาลอิหร่านในการตัดขาดจากระบบอินเทอร์เน็ตของโลกภายนอกยังคงดำเนินต่อไป โดยล่าสุดรัฐบาลอิหร่านได้สั่งห้ามธนาคาร บริษัทประกัน และบริษัทโทรคมนาคม ใช้งานหรือติดต่อกับลูกค้าที่ใช้ระบบอีเมลของต่างชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำสั่งนี้หมายความว่า นอกจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะไม่สามารถใช้งานบริการอีเมลของต่างประเทศแล้ว ลูกค้าที่ติดต่อกับธุรกิจเหล่านี้ ก็จะไม่สามารถใช้บริการอีเมลอย่าง GMail หรือ Hotmail ได้ โดยจะต้องติดต่อด้วยอีเมลภายในประเทศ (.ir) เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา อิหร่านได้พยายามปิดกั้นระบบอินเทอร์เน็ตหลายครั้ง รวมถึงการปิดกั้นการเชื่อมต่อ HTTPS ด้วย และพยายามที่จะสร้างระบบภายในประเทศขึ้นมาทดแทนระบบอินเทอร์เน็ตจากโลกภายนอก (ดู&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/topics/iran&quot;&gt;ข่าวเก่าในหมวดอิหร่าน&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/topics/iran&quot;&gt;AFP&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://thenextweb.com/me/2012/05/13/iran-forbids-banks-and-other-firms-from-corresponding-with-users-of-gmail-and-other-foreign-email-services&quot;&gt;The Next Web&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32482#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/e-mail">E-mail</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/internet">Internet</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/iran">Iran</category>
 <pubDate>Mon, 14 May 2012 16:51:10 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32482 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ISP รายใหม่ของนิวซีแลนด์ เน้นบริการ &quot;ไม่โดนบล็อก&quot;</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32403</link>
 <description>&lt;p&gt;หลายคนคงคุ้นเคยกับเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ที่มีการตรวจสอบตำแหน่งภูมิศาสตร์ของผู้ใช้ และอนุญาตให้ใช้งานได้จากเฉพาะประเทศเท่านั้น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหม่ของนิวซีแลนด์ที่ใช้ชื่อว่า &lt;a href=&quot;http://www.fyx.co.nz/what-is-fyx.html&quot;&gt;FYX&lt;/a&gt; จึงนำเสนอจุดขายเป็น &quot;global mode&quot;  ที่จะพยายามหลบเลี่ยงการปิดกั้นดังกล่าวไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวซีแลนด์นั้นเป็นประเทศที่มีประชากรน้อย ทำให้ธุรกิจออนไลน์หลายแห่งไม่ได้สนใจที่จะเข้าไปทำตลาด ถึงแม้ว่าทาง FYX เองจะกล่าวเพียงกว้างๆ โดยไม่ได้เจาะจงหรือยืนยันว่าใช้ได้กับบริการใดเป็นพิเศษ แต่ก็เชื่อว่าเป้าหมายที่น่าจะดึงดูดลูกค้าคือบริการอย่าง Netflix และ Hulu ที่ยังไม่เปิดให้บริการในนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การหลบเลี่ยงการปิดกั้นลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความสามารถใหม่ โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถใช้เครื่องมืออย่าง VPN ได้อยู่แล้ว แต่ที่ใหม่คือการนำบริการลักษณะนี้มารวมกับ ISP&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การหลบเลี่ยงการบล็อกพื้นที่ภูมิศาสตร์ ยังคงเป็นประเด็นพื้นที่สีเทาในทางกฎหมาย และในข้อตกลงการให้บริการของ Hulu และ Netflix ก็มีข้อห้ามการกระทำดังกล่าวอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/2012/05/new-isp-offers-kiwis-a-global-mode-to-bypass-geo-blocking/&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32403#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/geo-blocking">Geo-blocking</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/isp">ISP</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/new-zealand">New Zealand</category>
 <pubDate>Thu, 10 May 2012 20:25:43 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32403 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลอียูตัดสิน ฟังก์ชันของโปรแกรมและภาษาโปรแกรมไม่มีลิขสิทธิ์</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/32205</link>
 <description>&lt;p&gt;ศาลยุติธรรมยุโรป ได้ตัดสินคดีที่ SAS Institute ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทางสถิติ SAS ได้ฟ้องร้องบริษัท World Programming โทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยระบุว่าฟังก์ชันของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และภาษาโปรแกรม ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดจากว่า บริษัท World Programming (WPL) ได้ออกผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ในชื่อ World Programming System เพื่อใช้ทำงานร่วมกับสคริปต์ของ SAS โดยผู้ใช้งานสามารถสร้าง แก้ไข และรันสคริปต์รูปแบบที่ใช้ใน SAS ได้ WPL ได้ซื้อไลเซนส์ Learning Edition ของ SAS มาเพื่อทำการศึกษาการใช้งาน และไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่า WPL ได้เข้าถึงหรือคัดลอกซอร์สโค้ดของ SAS&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;SAS Institute ได้ฟ้องร้องว่า WPL ได้ละเมิดลิขสิทธิ์คู่มือการใช้งาน SAS ละเมิดลิขสิทธิ์คอมโพเนนต์ของ SAS และละเมิดข้อตกลงการใช้งานของซอฟต์แวร์ที่ซื้อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลยุติธรรมยุโรปได้อ้างอิงหลักการว่า ลิขสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะรูปแบบการแสดงออก แต่ไม่มีการคุ้มครองแนวความคิด ในกรณีนี้ ซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์นั้นได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์แน่นอน แต่ความสามารถในการทำงาน ภาษาโปรแกรม หรือรูปแบบของไฟล์ ไม่เข้าข่ายการได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ศาลได้ระบุว่า การคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้กับความสามารถในการทำงานย่อมหมายถึงการอนุญาตให้ผูกขาดตัวแนวคิดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า ผู้ซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์มีสิทธิที่จะสังเกต ศึกษา หรือทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์เพื่อดูแนวคิดและหลักการของซอฟต์แวร์นั้นได้ (โดยไม่ได้เข้าถึงซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์) และเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิใช้ข้อตกลงการใช้งานมาห้ามการกระทำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/news/2012/05/eus-top-court-apis-cant-be-copyrighted-would-monopolise-ideas.ars&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.groklaw.net/article.php?story=20120502083035371&quot;&gt;Groklaw&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/32205#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/copyright">Copyright</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/eu">EU</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/eula">EULA</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/sas">SAS</category>
 <pubDate>Thu, 03 May 2012 08:56:47 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">32205 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ประสบการณ์จากแอฟริกาใต้: ทวิตเตอร์ช่วยเหยื่อจี้รถ-ลักพาตัว</title>
 <link>http://www.blognone.com/node/31552</link>
 <description>&lt;p&gt;ชายชาวแอฟริกาใต้ซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ ได้รับการช่วยเหลือหลังจากที่ถูกจี้ชิงรถและกักขังไว้ในที่เก็บของท้ายรถ จากการติดต่อกันผ่านทางทวิตเตอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายคนดังกล่าว ถูกชายติดอาวุธสองคนจี้รถโฟล์กสวาเกนเมื่อเวลาประมาณสามทุ่ม บริเวณใกล้กับเมืองโยฮันเนสเบิร์ก คนร้ายได้ขังเขาไว้ในที่เก็บของท้ายรถ โดยที่ยังมีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัว เขาได้ส่งข้อความไปหาแฟนสาว ซึ่งได้ใช้ทวิตเตอร์ในการขอความร่วมมือในวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Lynn Peters แฟนสาวเขา &lt;a href=&quot;https://twitter.com/#!/onebadvillynn/status/188705676149792769&quot;&gt;ทวีต&lt;/a&gt;ว่า &quot;Be on the look for DSS041GP my boyufriend [sic] has just been hijacked and is in the boot please RT.&quot; (ช่วยกันมองหารถ DSS041GP แฟนฉันเพิ่งถูกจี้ไปและถูกขังอยู่ท้ายรถ โปรด RT)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทวีตดังกล่าวถูกรีทวีตไปโดย &lt;a href=&quot;https://twitter.com/#!/PigSpotter&quot;&gt;@pigspotter&lt;/a&gt; ซึ่งเป็นบุคคลดังในทวิตเตอร์ของแอฟริกาใต้ มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรักษาความปลอดภัยเอกชนหลายแห่ง จนสุดท้ายแล้วสามารถช่วยกันระบุตำแหน่งรถและให้ความช่วยเหลือออกมาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/news/2012/04/twitter-helps-free-kidnapped-south-african-from-trunk-of-his-car.ars&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/node/31552#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/crime">Crime</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/south-africa">South Africa</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/twitter">Twitter</category>
 <pubDate>Wed, 11 Apr 2012 09:02:01 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">31552 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Apple ฟ้อง Motorola ละเมิดสัญญาให้ใช้สิทธิบัตร GPRS/UMTS</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29787/apple-%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-motorola-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3-gprsumts</link>
 <description>&lt;p&gt;สงครามกฎหมายระหว่าง Apple และ Motorola ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้ยื่นฟ้อง Motorola Mobility ต่อศาลแขวงแคลิฟอร์เนียใต้ ว่า Motorola ละเมิดสัญญาที่อนุญาตให้ Qualcomm ใช้สิทธิบัตร GPRS/UMTS&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฟ้องร้องครั้งนี้ ต่อเนื่องมาจากการที่ &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/28308/แอปเปิล-อาจ-แพ้คดีสิทธิบัตรโมโตโรลาในเยอรมนี&quot;&gt;Motorola ฟ้องร้องต่อศาลในประเทศเยอรมนี&lt;/a&gt; ว่า Apple ละเมิดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานเทคโนโลยี GPRS/UMTS จากการใช้ชิปของ Qualcomm ในสินค้าของ Apple (และ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/29545/เผย-โมโตโรล่าขอค่าส่วย-225-จากยอดขายแอปเปิลเพื่อเป็นค่าไลเซ่นส์-3gumts&quot;&gt;ต้องการค่าเสียหายจาก Apple 2.25%&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำฟ้องครั้งนี้  Apple ได้อ้างว่า Motorola มีสัญญากับ Qualcomm ที่อนุญาตให้ฝ่ายหลังใช้เทคโนโลยีตามสิทธิบัตรของตน และมีระบุในสัญญาว่าจะไม่ฟ้องร้องลูกค้าของ Qualcomm ว่าละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว ภายหลัง Motorola ได้บอกยกเลิกสัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Apple (ให้ Apple มาจ่ายเงินซื้อเองต่างหาก) Apple ได้อ้างคำกล่าวของ Qualcomm ว่า การบอกยกเลิกสัญญาของ Motorola นี้ ไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นหลักที่ Apple ขอให้ศาลตัดสินประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ให้ตัดสินว่า Motorola ละเมิดสัญญาที่ Apple เป็นบุคคลภายนอกผู้ได้รับประโยชน์ (third-party beneficiary) ตามที่ตั้งใจไว้ในสัญญา และให้ Motorola จ่ายค่าเสียหายแก่ Apple&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ให้ตัดสินแสดงสิทธิ (declaratory judgment) ว่า Apple ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรของ Motorola และสิทธิในสิทธิบัตรของ Motorola ที่มีต่อชิปของ Qualcomm นั้น หมดไป (exhausted) แล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ให้ออกคำสั่งห้าม Motorola ฟ้องร้อง Apple อีกในกรณีละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว และให้ยุติคดีในศาลที่กำลังดำเนินอยู่&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ Apple ยังได้กล่าวถึงด้วยว่า การฟ้องของ Motorola นั้น ขัดต่อคำมั่นสัญญาของ Motorola ที่ประกาศว่าสิทธิบัตรนี้เป็นส่วนจำเป็นในมาตรฐานของสถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมยุโรป (ETSI) และให้คำมั่นว่าจะอนุญาตให้ใช้งานตามเงื่อนไขเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (FRAND) และอ้างว่า Apple ไม่ละเมิดคำมั่น FRAND ในสิทธิบัตรของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Florian Mueller จากเว็บไซต์ &lt;a href=&quot;http://fosspatents.blogspot.com/2012/02/apples-us-antisuit-lawsuit-against.html&quot;&gt;FOSS Patents&lt;/a&gt; ได้ให้เขียนประเด็นนี้ว่า ศาลในฝรั่งเศสและอิตาลีเคยตัดสินในกรณีที่ Samsung เคยบอกเลิกสัญญากับ Qualcomm ในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยตัดสินว่า การยกเลิกสัญญาในลักษณะดังกล่าวนั้นขัดต่อทั้งตัวสัญญาเองและต่อหลัก FRAND ด้วย Mueller ยังได้ให้ความเห็นด้วยว่า คำตัดสินของฝรั่งเศสน่าจะมีความสำคัญ เพราะ ETSI นั้นตั้งอยู่ในฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.scribd.com/doc/81299324/12-02-10-Apple-v-Motorola-Mobility-Antisuit-Lawsuit&quot;&gt;คำฟ้องคดี&lt;/a&gt;มีความยาว 14 หน้า บอกเล่าความเป็นมาของคดี และประเด็นทางฝั่งของ Apple ได้ชัดเจนครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.appleinsider.com/articles/12/02/11/apple_attacks_motorolas_efforts_to_block_iphone_4s_using_standards_patents_asks_for_huge_damages.html&quot;&gt;AppleInsider&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.scribd.com/doc/81299324/12-02-10-Apple-v-Motorola-Mobility-Antisuit-Lawsuit&quot;&gt;คำฟ้อง&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://fosspatents.blogspot.com/2012/02/apples-us-antisuit-lawsuit-against.html&quot;&gt;FOSS Patents&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29787/apple-%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-motorola-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3-gprsumts#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/apple">Apple</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/germany">Germany</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/motorola">Motorola</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/patent">Patent</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/usa">USA</category>
 <pubDate>Tue, 14 Feb 2012 08:09:51 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29787 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Ubuntu 12.04 โละฟีเจอร์ dodge ของ Launcher</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29650/ubuntu-1204-%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-dodge-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-launcher</link>
 <description>&lt;p&gt;ทีมพัฒนา Ubuntu ได้ตัดสินใจตัดฟีเจอร์ dodge ออกจาก Unity Launcher ในเวอร์ชัน 12.04 ทั้งจากการเป็นรูปแบบตั้งต้น และจากการเป็นตัวเลือกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;dodge เป็นพฤติกรรมของ Launcher ที่ซ่อนตัวเองเมื่อมีหน้าต่างอื่นเข้ามาซ้อนทับหรือเปิดเต็มหน้าจอ (คนละอันกับ auto-hide ที่ยังคงมีอยู่)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Mark Shuttleworth อธิบายใน mailing list ว่า ผลการทดสอบจากผู้ใช้แสดงให้เห็นว่า วิธี dodge นั้นสร้างความสับสน แม้ว่าเขาจะชอบไอเดียนี้ในตอนแรกก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พฤติกรรมตั้งต้นของ Launcher จะเปลี่ยนเป็นแบบไม่มีการซ่อน (not hide) แทน และตัวเลือก dodge ก็จะถูกนำออกจาก CompizConfig Settings Manager ด้วย เพื่อรักษาขนาดของโค้ดให้กระช้บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.omgubuntu.co.uk/2012/02/mark-shuttleworth-explains-dodge-ditch-decision-in-precise/&quot;&gt;OMG! Ubuntu&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://lists.launchpad.net/unity-design/msg07665.html&quot;&gt;อีเมลของ Shuttleworth&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29650/ubuntu-1204-%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-dodge-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-launcher#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/ubuntu">Ubuntu</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/unity">Unity</category>
 <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 15:05:25 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29650 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ยุโรปเตรียมสอบสวนซัมซุง กีดกันทางการค้า-ละเมิดเงื่อนไข FRAND</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/29446/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82-frand</link>
 <description>&lt;p&gt;บริษัทซัมซุง กำลังจะโดนคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เข้าสอบสวนในข้อกล่าวหาละเมิดกฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้า จากการ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/26622/คดีนี้คงอีกยาว-ซัมซุงต้องการค่าส่วย-24-จากราคาชิปที่แอปเปิลใช้ต่อสิทธิบัตรที่ถูกละเมิด&quot;&gt;ใช้สิทธิบัตรฟ้องร้องคู่แข่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญในกรณีของซัมซุงคือ สิทธิบัตรที่ซัมซุงใช้ในการฟ้องร้องนั้น เป็นสิทธิบัตรสำคัญในมาตรฐานโทรคมนาคม 3G ที่ซัมซุงเคยให้สัญญาไว้กับสถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมของยุโรปเมื่อปี 1998 ว่า จะอนุญาตให้เข้าถึงเทคโนโลยีในเงื่อนไขที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ (fair, reasonable and non-discriminatory หรือ FRAND) ซึ่งเป็นจุดที่ซัมซุงจะโดนเพ่งเล็งมากที่สุดว่าได้ละเมิดสัญญาดังกล่าวหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดกฎหมายด้านการกีดกันแข่งขัน อาจถูกปรับเป็นเงินมหาศาล (&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/11598/intel-โดนค่าปรับ-145-พันล้านดอลลาร์-ข้อหาผูกขาดสินค้าในยุโรป&quot;&gt;อินเทลเคยโดนไปร่วมพันล้านยูโร&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.ft.com/intl/cms/s/2/060d9e5a-4c06-11e1-b1b5-00144feabdc0.html&quot;&gt;Financial Times&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/29446/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82-frand#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/antitrust">Antitrust</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/eu">EU</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/law">Law</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/samsung">Samsung</category>
 <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 18:42:26 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">29446 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>Google Suggest โดนอีก ศาลฝรั่งเศสตัดสินคดีแนะนำคำด่าบริษัทประกัน</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/28943/google-suggest-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99</link>
 <description>&lt;p&gt;ระบบ autocomplete ในบริการค้นหาของ Google กลายเป็นประเด็นทางกฎหมายอีกครั้ง โดยคราวนี้ศาลประเทศฝรั่งเศสได้ตัดสินให้ Google จ่ายค่าเสียหาย* 50,000 ยูโรให้กับบริษัทประกัน Lyonnaise de Garantie เนื่องจากระบบ autocomplete ได้แนะนำคำว่า &quot;escroc&quot; (คนโกง) ต่อท้ายชื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แน่นอนว่า Google ยังคงใช้เหตุผลเดิมในการปกป้องตนเองว่า คำที่แนะนำขึ้นมาโดย Google Suggest นั้นเกิดจากอัลกอริทึมอัตโนมัติตามความนิยมในการค้นหา แต่ศาลก็ระบุว่า บริษัทได้ติดต่อไปที่ Google และ Google France เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากจะจ่ายเงินค่าเสียหายแล้ว ศาลยังสั่งให้ Google นำคำแนะนำดังกล่าวออก และเผยแพร่คำตัดสินบนหน้าแรกของ Google.fr เป็นเวลาเจ็ดวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินนี้ก็ไปในแนวทางเดียวกับคำตัดสินก่อนหน้าทั้งใน&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/22856/กูเกิลโดนที่อิตาลีอีก-คราวนี้คดีหมิ่นประมาทด้วย-autocomplete&quot;&gt;ฝรั่งเศส&lt;/a&gt;และ&lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/news/18871/กูเกิลถูกสั่งจ่ายค่าเสียหาย-5000-ยูโรฐานแนะนำคำหยาบต่อท้ายชื่อ&quot;&gt;อิตาลี&lt;/a&gt; ที่ตัดสินให้ Google ต้องรับผิดชอบกับคำที่ขึ้นมาผ่านระบบ autocomplete เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา – &lt;a href=&quot;http://arstechnica.com/tech-policy/news/2012/01/french-court-frowns-on-google-autocomplete-issues-65000-fine.ars&quot;&gt;Ars Technica&lt;/a&gt; ผ่าน &lt;a href=&quot;http://www.forbes.com/sites/kashmirhill/2012/01/05/french-court-forces-google-to-change-crook-companys-autocomplete-suggestion/&quot;&gt;Forbes&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://www.pcinpact.com/news/67939-google-suggest-condamne-appel-escroc.htm&quot;&gt;PC INpact&lt;/a&gt; ผ่าน &lt;a href=&quot;http://fr.news.yahoo.com/google-suggest-condamn%C3%A9-appel-lajout-mot-escroc-180013512.html&quot;&gt;Yahoo! Actualités&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;*ทั้ง Ars และ Forbes ใช้ข่าวต้นทางเดียวกันซึ่งใช้ภาษาอังกฤษว่า fine (ค่าปรับ) แต่เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็นค่าเสียหายมากกว่า จากข่าวของฝรั่งเศสก็ใช้คำว่า dommages et intérêts (ค่าเสียหาย)&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/28943/google-suggest-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/france">France</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/google">Google</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lawsuit">Lawsuit</category>
 <pubDate>Mon, 09 Jan 2012 04:45:20 +0000</pubDate>
 <dc:creator>chayaninw</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">28943 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>[Updated] หมดยุค Ubuntu บนแผ่น CD-R และ Rhythmbox กลับมาแทน Banshee</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/27468/updated-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84-ubuntu-%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99-cd-r-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-rhythmbox-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99-banshee</link>
 <description>&lt;p&gt;ช่วงนี้ก็เป็นช่วงของ Ubuntu Developer Summit กำหนดแนวทางสำหรับ Ubuntu เวอร์ชั่นถัดไป 12.04 Precise Pangolin ก็เริ่มมีรายงานเกี่ยวกับข้อสรุปหรือประเด็นอภิปรายสำคัญๆ ออกมา และ OMG Ubuntu ก็มีรายงานไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลักๆ อย่างแรกคือ ขนาดของ Ubuntu 12.04 LTS จะเพิ่มจาก 700MB เป็น 750MB ซึ่งเท่ากับว่า Ubuntu จะยอมทิ้งข้อจำกัดสำคัญอันเดิมคือขนาดของแผ่น CD-R ไป และผู้ใช้ก็จะต้องใช้ DVD หรือ USB Drive ขนาดมากกว่า 1GB แทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุผลหลักๆ ของการตัดสินใจนี้ก็คือ ทำให้มันมีเนื้อที่มากขึ้น ไม่ต้องมากังวลกับการพยายามยัดลงไปใน 700MB มากเกินไป แต่ก็ไม่กำหนดไว้สูงเกินไปจนทำให้นักพัฒนาใส่ไปมากเกินจำเป็น (&lt;a href=&quot;http://www.omgubuntu.co.uk/2011/11/ubuntu-12-04-disc-size-to-be-750mb&quot;&gt;ที่มา&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นประเด็นเรียกการโต้เถียงกันได้อยู่เรื่อยๆ คือ มีความเป็นไปได้ที่ Ubuntu อาจจะกลับมาใช้ Rhythmbox เป็นโปรแกรมหลักแทน Banshee อีกครั้ง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้&lt;a href=&quot;www.blognone.com/news/19563/ubuntu-1104-เปลี่ยนมาใช้-banshee-แทน-rhythmbox&quot;&gt;เปลี่ยนมาใช้ Banshee ในรุ่น 11.04&lt;/a&gt; โดยคราวนี้มีเหตุผลสำคัญคือ การอัปเกรดจากรุ่น LTS ก่อนหน้า (10.04) ที่ใช้ Rhythmbox และการที่โปรแกรมนี้พร้อมสำหรับ GTK3 (&lt;a href=&quot;http://www.omgubuntu.co.uk/2011/11/rhythmbox-to-return-as-ubuntu-12-04-default-music-app/&quot;&gt;ที่มา&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แนวทางสำ