<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>wiennat's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/wiennat"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/64/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/64/atom/feed</id>
  <updated>2007-03-23T14:14:18+07:00</updated>
  <entry>
    <title>เมื่อไมโครซอฟท์ญาติดีกับ jQuery</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9098" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9098</id>
    <published>2008-09-29T14:36:39+07:00</published>
    <updated>2008-09-29T15:24:14+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="ASP.NET" />
    <category term="Development" />
    <category term="Javascript" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Visual Studio" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่น่าจับตามอง เมื่อคุณ Scott Guthrie รองประธานบริษัทฝ่าย Developer ได้ประกาศว่าต่อไปนี้ไมโครซอฟท์จะผนวกเอา <a href="http://jquery.com/">jQuery</a> ที่เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับจาวาสคริปต์โอเพนซอร์สยอดนิยม เข้ามาไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Visual Studio โดยไม่มีการแก้ไขต้นฉบับ สำหรับส่วนขยายเพื่อรองรับ Intellisense สำหรับ jQuery นั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ภายในสองถึงสามสัปดาห์ และจะผนวก jQuery เข้าไปใน ASP.NET MVC ด้วย</p>

<p>ไมโครซอฟท์ยังได้วางแผนใช้งาน jQuery ในผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น ASP.NET Ajax Control Toolkit, Ajax helper ต่างๆใน ASP.NET MVC และความสามารถใหม่ๆ ASP.NET AJAX เป็นต้น และจะส่งแพทช์หรือรายงานข้อผิดพลาดต่างๆกลับไปที่ jQuery เช่นเดียวกับผู้ใช้อื่นๆ</p>

<p>สาเหตุหลักที่ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเลือกใช้ jQuery เนื่องจากจะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาความสามารถใหม่ๆของไมโครซอฟท์ โดยต่อจากนี้ jQuery จะถูกใช้งานในการเรียกใช้งาน DOM และ Microsoft AJAX Library จะเน้นไปในด้านการสร้างคอมโพเนนท์ที่ใช้งานร่วมกับ ASP.NET Web Services โดยทั้งคู่จะสามารถใช้งานภายในหนึ่งหน้าเว็บเพจร่วมกันได้ สาเหตุสำคัญอีกอย่างก็คือ jQuery เองนั้นก็ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนา ASP.NET เป็นอย่างมากจนไมโครซอฟท์ต้องพัฒนากลไกสำหรับใช้ระบบ intellisense กับ jQuery ไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว</p>

<p>เป็นที่น่าสังเกตว่าไมโครซอฟท์เองไม่เคยนำโปรแกรมที่เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์สมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง การร่วมมือเป็นคู่ค้าของ jQuery ในครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าทิศทางในอนาคตระหว่างไมโครซอฟท์กับชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สจะเป็นอย่างไร</p>

<p>ที่มา: <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2008/09/28/jquery-and-microsoft.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a> ผ่านทาง <a href="http://twitter.com/chakrit/statuses/938840948">Chakrit&#8217;s Timeline</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่น่าจับตามอง เมื่อคุณ Scott Guthrie รองประธานบริษัทฝ่าย Developer ได้ประกาศว่าต่อไปนี้ไมโครซอฟท์จะผนวกเอา <a href="http://jquery.com/">jQuery</a> ที่เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับจาวาสคริปต์โอเพนซอร์สยอดนิยม เข้ามาไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Visual Studio โดยไม่มีการแก้ไขต้นฉบับ สำหรับส่วนขยายเพื่อรองรับ Intellisense สำหรับ jQuery นั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ภายในสองถึงสามสัปดาห์ และจะผนวก jQuery เข้าไปใน ASP.NET MVC ด้วย</p>

<p>ไมโครซอฟท์ยังได้วางแผนใช้งาน jQuery ในผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น ASP.NET Ajax Control Toolkit, Ajax helper ต่างๆใน ASP.NET MVC และความสามารถใหม่ๆ ASP.NET AJAX เป็นต้น และจะส่งแพทช์หรือรายงานข้อผิดพลาดต่างๆกลับไปที่ jQuery เช่นเดียวกับผู้ใช้อื่นๆ</p>

<p>สาเหตุหลักที่ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเลือกใช้ jQuery เนื่องจากจะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาความสามารถใหม่ๆของไมโครซอฟท์ โดยต่อจากนี้ jQuery จะถูกใช้งานในการเรียกใช้งาน DOM และ Microsoft AJAX Library จะเน้นไปในด้านการสร้างคอมโพเนนท์ที่ใช้งานร่วมกับ ASP.NET Web Services โดยทั้งคู่จะสามารถใช้งานภายในหนึ่งหน้าเว็บเพจร่วมกันได้ สาเหตุสำคัญอีกอย่างก็คือ jQuery เองนั้นก็ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนา ASP.NET เป็นอย่างมากจนไมโครซอฟท์ต้องพัฒนากลไกสำหรับใช้ระบบ intellisense กับ jQuery ไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว</p>

<p>เป็นที่น่าสังเกตว่าไมโครซอฟท์เองไม่เคยนำโปรแกรมที่เป็นโปรแกรมโอเพนซอร์สมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง การร่วมมือเป็นคู่ค้าของ jQuery ในครั้งนี้ จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าทิศทางในอนาคตระหว่างไมโครซอฟท์กับชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สจะเป็นอย่างไร</p>

<p>ที่มา: <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2008/09/28/jquery-and-microsoft.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a> ผ่านทาง <a href="http://twitter.com/chakrit/statuses/938840948">Chakrit&#8217;s Timeline</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Silverlight 2 เลื่อนสถานะจากเบต้าเป็น Release Candidate</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/9088" />
    <id>http://www.blognone.com/node/9088</id>
    <published>2008-09-28T10:50:45+07:00</published>
    <updated>2008-09-28T14:26:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="RIA" />
    <category term="Silverlight" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลดรันไทม์สำหรับนักพัฒนาและชุดพัฒนา Silverlight 2 ฉบับ RC หรือ Release Candidate แล้วตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน  เพื่อให้นักพัฒนามีเวลาในการปรับปรุงแอปพลิเคชันของตัวเองให้เข้ากับ Silverlight 2 มากขึ้นก่อนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้ในฉบับสมบูรณ์เร็วๆ นี้</p>

<p>โดยรันไทม์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดในครั้งนี้ มีผู้เรียกเล่นๆ ว่าเป็นรุ่น RC0 มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักพัฒนาแก้ไขแอปพลิเคชันที่พัฒนาไว้สำหรับ Silverlight 2 Beta 2 ให้รองรับ Silverlight 2 RC เนื่องจากมี Breaking Changes ใน Silverlight API เป็นจำนวนมาก รวมทั้งเพิ่มความสามารถใหม่ๆให้กับตัวรันไทม์เองและส่วนเสริมของชุดพัฒนา เช่น</p>

<ul>
<li>Pixel Snapping หรือ Layout Rounding เพื่อช่วยให้แปลงพิกัดในระดับซับพิกเซลให้อยู่ในรูปพิกเซล ซึ่งช่วยให้แสดงผลสวยงามขึ้น</li>
<li>Controls Skin เหมือนที่มีใน ASP.NET</li>
<li>เพิ่มคอนโทรลต่างๆ ที่เคยมีใน WPF ให้บางส่วน โดยในรุ่น RC0 นี้จะมี password field, progress bar และ dropdown ก่อน สำหรับคอนโทรลอื่นๆจะตามมาในภายหลัง</li>
</ul>

<p>สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ติดตั้ง Silverlight 2 Beta 2 ไว้แล้วยังไม่ต้องรีบร้อนอัพเดต เพราะตัวรันไทม์ของ Silverlight 2 Beta 2 จะทำการอัพเดตเป็นฉบับสมบูรณ์เองเมื่อ Silverlight 2 เปิดให้ใช้งาน</p>

<p>ว่าแต่เมื่อไหร่ลินุกซ์จะใช้ได้แบบ Out-of-the-box</p>

<p>ที่มา : <a href="http://blogs.msdn.com/webdevtools/archive/2008/09/26/silverlight-version-2-rc0-has-been-released.aspx">Visual Web Developer Team Blog</a>, <a href="http://silverlight.net/blogs/msnow/archive/2008/09/25/silverlight-version-2-rc0-release.aspx">Silverlight Tips of the Day</a></p>

<p>ปล. ชื่อบล็อกในที่มายาวชะมัด สมกับเป็นบล็อกจากไมโครซอฟท์จริงๆ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลดรันไทม์สำหรับนักพัฒนาและชุดพัฒนา Silverlight 2 ฉบับ RC หรือ Release Candidate แล้วตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน  เพื่อให้นักพัฒนามีเวลาในการปรับปรุงแอปพลิเคชันของตัวเองให้เข้ากับ Silverlight 2 มากขึ้นก่อนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้ในฉบับสมบูรณ์เร็วๆ นี้</p>

<p>โดยรันไทม์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดในครั้งนี้ มีผู้เรียกเล่นๆ ว่าเป็นรุ่น RC0 มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักพัฒนาแก้ไขแอปพลิเคชันที่พัฒนาไว้สำหรับ Silverlight 2 Beta 2 ให้รองรับ Silverlight 2 RC เนื่องจากมี Breaking Changes ใน Silverlight API เป็นจำนวนมาก รวมทั้งเพิ่มความสามารถใหม่ๆให้กับตัวรันไทม์เองและส่วนเสริมของชุดพัฒนา เช่น</p>

<ul>
<li>Pixel Snapping หรือ Layout Rounding เพื่อช่วยให้แปลงพิกัดในระดับซับพิกเซลให้อยู่ในรูปพิกเซล ซึ่งช่วยให้แสดงผลสวยงามขึ้น</li>
<li>Controls Skin เหมือนที่มีใน ASP.NET</li>
<li>เพิ่มคอนโทรลต่างๆ ที่เคยมีใน WPF ให้บางส่วน โดยในรุ่น RC0 นี้จะมี password field, progress bar และ dropdown ก่อน สำหรับคอนโทรลอื่นๆจะตามมาในภายหลัง</li>
</ul>

<p>สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ติดตั้ง Silverlight 2 Beta 2 ไว้แล้วยังไม่ต้องรีบร้อนอัพเดต เพราะตัวรันไทม์ของ Silverlight 2 Beta 2 จะทำการอัพเดตเป็นฉบับสมบูรณ์เองเมื่อ Silverlight 2 เปิดให้ใช้งาน</p>

<p>ว่าแต่เมื่อไหร่ลินุกซ์จะใช้ได้แบบ Out-of-the-box</p>

<p>ที่มา : <a href="http://blogs.msdn.com/webdevtools/archive/2008/09/26/silverlight-version-2-rc0-has-been-released.aspx">Visual Web Developer Team Blog</a>, <a href="http://silverlight.net/blogs/msnow/archive/2008/09/25/silverlight-version-2-rc0-release.aspx">Silverlight Tips of the Day</a></p>

<p>ปล. ชื่อบล็อกในที่มายาวชะมัด สมกับเป็นบล็อกจากไมโครซอฟท์จริงๆ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์ออก Velocity หวังแข่ง Memcache</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8012" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8012</id>
    <published>2008-06-08T10:00:04+07:00</published>
    <updated>2008-06-08T15:52:46+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในงาน TechEd 2008 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศโครงการ Velocity ซึ่งเป็นโปรแกรมให้บริการแคชแบบกระจายในลักษณะเดียวกับ Memcache ที่ถูกใช้ในเว็บไซท์ระดับโลกมากมายรวมไปถึงวิกิพีเดียและ Twitter</p>

<p>ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าว่า Velocity นี้จะช่วยทำให้นักพัฒนา .NET สามารถใช้งาน Distributed Cache ได้ง่ายดายขึ้นกว่าในอดีต โดยอาจจะนำมาใช้งานร่วมกับ LINQ เพื่อช่วยให้การติดต่อฐานข้อมูลและระบบแคชทำได้ในขั้นตอนเดียว</p>

<p>ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด Velocity CTP มาทดลองใช้ก่อนได้จาก<a href="http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyId=B24C3708-EEFF-4055-A867-19B5851E7CD2&amp;displaylang=en">ที่นี่</a></p>

<p>แบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งหาไลบรารีสำหรับใช้กับ Memcache แล้วสิ ถ้าทำให้ใช้งานร่วมกับ Memcache ได้เลยคงเจ๋งน่าดู</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.microsoft.com/presspass/press/2008/jun08/06-03TechEdDevPR.mspx">Microsoft PressPass</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในงาน TechEd 2008 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศโครงการ Velocity ซึ่งเป็นโปรแกรมให้บริการแคชแบบกระจายในลักษณะเดียวกับ Memcache ที่ถูกใช้ในเว็บไซท์ระดับโลกมากมายรวมไปถึงวิกิพีเดียและ Twitter</p>

<p>ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าว่า Velocity นี้จะช่วยทำให้นักพัฒนา .NET สามารถใช้งาน Distributed Cache ได้ง่ายดายขึ้นกว่าในอดีต โดยอาจจะนำมาใช้งานร่วมกับ LINQ เพื่อช่วยให้การติดต่อฐานข้อมูลและระบบแคชทำได้ในขั้นตอนเดียว</p>

<p>ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด Velocity CTP มาทดลองใช้ก่อนได้จาก<a href="http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyId=B24C3708-EEFF-4055-A867-19B5851E7CD2&amp;displaylang=en">ที่นี่</a></p>

<p>แบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งหาไลบรารีสำหรับใช้กับ Memcache แล้วสิ ถ้าทำให้ใช้งานร่วมกับ Memcache ได้เลยคงเจ๋งน่าดู</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.microsoft.com/presspass/press/2008/jun08/06-03TechEdDevPR.mspx">Microsoft PressPass</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Sandcastle ถูกถอนออกจาก Codeplex</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/8011" />
    <id>http://www.blognone.com/node/8011</id>
    <published>2008-06-08T09:28:46+07:00</published>
    <updated>2008-06-08T17:06:13+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Open Source" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>โครงการ Sandcastle ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาชุดเครื่องมือสำหรับสร้างเอกสารประกอบโค้ดและเป็นโครงการที่ได้รับการพัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ถูกถอดโครงการออกจากเว็บไซท์ <a href="http://codeplex.com">Codeplex</a> รวมทั้งการถอนการใช้งานสัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL แล้วเมื่อวานนี้</p>

<p>สาเหตุของการถอดถอนโครงการในครั้งนี้คือ Sandcastle นั้นเลือกใช้สัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL และสร้างหน้าโครงการใน Codeplex เป็นเวลานานแล้ว รวมทั้งเรียกตัวเองว่าเป็น &#8220;โอเพนซอร์ส&#8221; และมีการเผยแพร่ตัวโปรแกรมแล้วแต่กลับยังไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดของตัวโปรแกรมเลยแม้แต่บรรทัดเดียว จึงถือว่าเป็นการละเมิดนโยบายและสัญญาอนุญาตของไมโครซอฟท์เอง</p>

<p>ทาง <a href="http://port25.technet.com/members/Sam-Ramji.aspx">Sam Ramji</a> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Platform Strategy ของไมโครซอฟท์ซึ่งรับผิดชอบเว็บไซท์ Codeplex กล่าวว่าหากโครงการ Sandcastle นั้นอาจจะกลับมาเผยแพร่ผลงานผ่านทาง Codeplex ได้อีกหากทบทวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาอนุญาตและนโยบายของไมโครซอฟท์แล้ว</p>

<p>อนึ่ง Codeplex เป็นเว็บไซท์รับฝากโครงการโอเพนซอร์สซึ่งพัฒนาขึ้นโดยไมโครซอฟท์ โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับ <a href="http://sf.net">SourceForge</a> จะรับเฉพาะซอฟท์แวร์ที่ใช้สัญญาอนุญาตที่ OSI รองรับว่าเป็นสัญญาอนุญาตแบบเปิดเผยซอร์สโค้ดเท่านั้น</p>

<p>ที่มา: <a href="http://port25.technet.com/archive/2008/06/06/sandcastle-removed-from-codeplex.aspx">Port25</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>โครงการ Sandcastle ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาชุดเครื่องมือสำหรับสร้างเอกสารประกอบโค้ดและเป็นโครงการที่ได้รับการพัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ถูกถอดโครงการออกจากเว็บไซท์ <a href="http://codeplex.com">Codeplex</a> รวมทั้งการถอนการใช้งานสัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL แล้วเมื่อวานนี้</p>

<p>สาเหตุของการถอดถอนโครงการในครั้งนี้คือ Sandcastle นั้นเลือกใช้สัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL และสร้างหน้าโครงการใน Codeplex เป็นเวลานานแล้ว รวมทั้งเรียกตัวเองว่าเป็น &#8220;โอเพนซอร์ส&#8221; และมีการเผยแพร่ตัวโปรแกรมแล้วแต่กลับยังไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดของตัวโปรแกรมเลยแม้แต่บรรทัดเดียว จึงถือว่าเป็นการละเมิดนโยบายและสัญญาอนุญาตของไมโครซอฟท์เอง</p>

<p>ทาง <a href="http://port25.technet.com/members/Sam-Ramji.aspx">Sam Ramji</a> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Platform Strategy ของไมโครซอฟท์ซึ่งรับผิดชอบเว็บไซท์ Codeplex กล่าวว่าหากโครงการ Sandcastle นั้นอาจจะกลับมาเผยแพร่ผลงานผ่านทาง Codeplex ได้อีกหากทบทวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาอนุญาตและนโยบายของไมโครซอฟท์แล้ว</p>

<p>อนึ่ง Codeplex เป็นเว็บไซท์รับฝากโครงการโอเพนซอร์สซึ่งพัฒนาขึ้นโดยไมโครซอฟท์ โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับ <a href="http://sf.net">SourceForge</a> จะรับเฉพาะซอฟท์แวร์ที่ใช้สัญญาอนุญาตที่ OSI รองรับว่าเป็นสัญญาอนุญาตแบบเปิดเผยซอร์สโค้ดเท่านั้น</p>

<p>ที่มา: <a href="http://port25.technet.com/archive/2008/06/06/sandcastle-removed-from-codeplex.aspx">Port25</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์ออก ASP.NET MVC หวังตีตื้นส่วนแบ่งตลาดเว็บแอพพลิเคชัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6494" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6494</id>
    <published>2007-12-11T12:34:34+07:00</published>
    <updated>2007-12-11T13:58:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term=".NET" />
    <category term="Development" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในช่วงหลังนี้มีการอพยพย้ายค่ายของนักพัฒนาเว็บแอพลิเคชันไปใช้ Ruby on Rails เป็นจำนวนมาก ทำให้ความนิยมในการใช้งานเฟรมเวิร์ก Model-View-Controller สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีนักพัฒนาจำนวนมากได้สร้างเฟรมเวิร์ก MVC สำหรับ ASP.NET มากมาย จนล่าสุด ไมโครซอฟท์เองก็ได้ทำการเร่งพัฒนาเฟรมเวิร์กขึ้นมาสำหรับ MVC ด้วยเช่นกันโดยใช้ชื่อวา ASP.NET MVC</p>

<p>ในระยะแรก ตัว ASP.NET MVC จะอยู่รวมกันกับส่วนต่อขยายอื่นๆในชื่อ ASP.NET 3.5 Extension ผู้ที่สนใจอยากใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่ <a href="http://asp.net/downloads/3.5-extensions/">เว็บไซท์ของ ASP.NET 3.5 Extension Preview</a></p>

<p>สำหรับ ASP.NET MVC นั้น เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเน้นการทดสอบได้เป็นหลักและใช้ Web Form เป็น View Engine ที่ใช้ใน ASP.NET ในปัจจุบัน แต่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็นเฟรมเวิร์กอื่นที่ต้องการได้เช่น NVelocity เป็นต้น</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/12/09/asp-net-3-5-extensions-ctp-preview-released.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในช่วงหลังนี้มีการอพยพย้ายค่ายของนักพัฒนาเว็บแอพลิเคชันไปใช้ Ruby on Rails เป็นจำนวนมาก ทำให้ความนิยมในการใช้งานเฟรมเวิร์ก Model-View-Controller สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีนักพัฒนาจำนวนมากได้สร้างเฟรมเวิร์ก MVC สำหรับ ASP.NET มากมาย จนล่าสุด ไมโครซอฟท์เองก็ได้ทำการเร่งพัฒนาเฟรมเวิร์กขึ้นมาสำหรับ MVC ด้วยเช่นกันโดยใช้ชื่อวา ASP.NET MVC</p>

<p>ในระยะแรก ตัว ASP.NET MVC จะอยู่รวมกันกับส่วนต่อขยายอื่นๆในชื่อ ASP.NET 3.5 Extension ผู้ที่สนใจอยากใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่ <a href="http://asp.net/downloads/3.5-extensions/">เว็บไซท์ของ ASP.NET 3.5 Extension Preview</a></p>

<p>สำหรับ ASP.NET MVC นั้น เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเน้นการทดสอบได้เป็นหลักและใช้ Web Form เป็น View Engine ที่ใช้ใน ASP.NET ในปัจจุบัน แต่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็นเฟรมเวิร์กอื่นที่ต้องการได้เช่น NVelocity เป็นต้น</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/12/09/asp-net-3-5-extensions-ctp-preview-released.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Visual Studio 2008 ร้อนๆจ้า</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6351" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6351</id>
    <published>2007-11-20T13:10:54+07:00</published>
    <updated>2007-11-20T13:18:03+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Visual Studio" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/6243">ข่าวเก่า</a>ที่บอกไว้ว่าจะได้เห็น Visual Studio 2008 จริงๆในปลายเดือนพฤศจิกายน แต่วันนี้ถ้าใครได้เข้าไปยังเว็บไซต์ Microsoft Developer Network หรือ MSDN ก็จะได้พบกับข่าวใหม่ใจความว่า &#8220;ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN เริ่มดาวน์โหลด Visual Studio 2008 RTM ได้แล้ว&#8221;  นั่นก็หมายความว่า .NET Framework 3.5 และ Visual Studio 2008 ออกแล้วอย่างไม่เป็นทางการนั่นเอง</p>

<p>สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก MSDN ก็สามารถดาวน์โหลด Visual Studio 2008 Express Edition มาใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ของ <a href="http://www.microsoft.com/express/download/default.aspx">Visual Studio 2008 Express Edition</a> ได้เช่นกัน</p>

<p>อนึ่ง คำว่า &#8220;RTM&#8221; ที่เป็นตัวย่อต่อท้ายย่อมาจากคำว่า &#8220;Release To Manufacturer&#8221; หมายถึงว่าเป็นโปรแกรมรุ่นสมบูรณ์ที่จะส่งมอบให้กับผู้ผลิตเพื่อนำไปผลิตเป็นกล่อง หรือบรรจุภัณฑ์เพื่อจัดจำหน่าย ดังนั้นโปรแกรมที่ระบุว่าเป็น RTM นี้จึงเหมือนกับที่จะวางขายทุกประการ</p>

<p>ได้เวลาเคลียร์พื้นที่กันอีกแล้ว</p>

<p>ที่มา : <a href="http://msdn2.microsoft.com/en-us/subscriptions/bb608344.aspx">MSDN Home Page</a> และ <a href="http://blogs.msdn.com/somasegar/archive/2007/11/19/visual-studio-2008-and-net-framework-3-5-shipped.aspx">Somasegar&#8217;s WebLog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จาก<a href="http://www.blognone.com/node/6243">ข่าวเก่า</a>ที่บอกไว้ว่าจะได้เห็น Visual Studio 2008 จริงๆในปลายเดือนพฤศจิกายน แต่วันนี้ถ้าใครได้เข้าไปยังเว็บไซต์ Microsoft Developer Network หรือ MSDN ก็จะได้พบกับข่าวใหม่ใจความว่า &#8220;ผู้ที่เป็นสมาชิก MSDN เริ่มดาวน์โหลด Visual Studio 2008 RTM ได้แล้ว&#8221;  นั่นก็หมายความว่า .NET Framework 3.5 และ Visual Studio 2008 ออกแล้วอย่างไม่เป็นทางการนั่นเอง</p>

<p>สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก MSDN ก็สามารถดาวน์โหลด Visual Studio 2008 Express Edition มาใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ของ <a href="http://www.microsoft.com/express/download/default.aspx">Visual Studio 2008 Express Edition</a> ได้เช่นกัน</p>

<p>อนึ่ง คำว่า &#8220;RTM&#8221; ที่เป็นตัวย่อต่อท้ายย่อมาจากคำว่า &#8220;Release To Manufacturer&#8221; หมายถึงว่าเป็นโปรแกรมรุ่นสมบูรณ์ที่จะส่งมอบให้กับผู้ผลิตเพื่อนำไปผลิตเป็นกล่อง หรือบรรจุภัณฑ์เพื่อจัดจำหน่าย ดังนั้นโปรแกรมที่ระบุว่าเป็น RTM นี้จึงเหมือนกับที่จะวางขายทุกประการ</p>

<p>ได้เวลาเคลียร์พื้นที่กันอีกแล้ว</p>

<p>ที่มา : <a href="http://msdn2.microsoft.com/en-us/subscriptions/bb608344.aspx">MSDN Home Page</a> และ <a href="http://blogs.msdn.com/somasegar/archive/2007/11/19/visual-studio-2008-and-net-framework-3-5-shipped.aspx">Somasegar&#8217;s WebLog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แปะ Windows Live Messenger ไว้บนบล็อก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6258" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6258</id>
    <published>2007-11-08T12:39:47+07:00</published>
    <updated>2007-11-08T13:53:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>คุณ Angus Logan, Technical Product Manager ของ Windows Live Platform ประกาศผ่านหน้าบล็อกของตัวเองเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ของ Windows Live Messenger สองฟีเจอร์ คือ</p>

<ul>
<li>Windows Live Messenger IM Control ซึ่งเป็นคอนโทรลที่ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บสามารถติดต่อกับเราได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Windows Live Messenger ไว้บนเครื่อง </li>
<li>Windows Live Messenger Presence API สำหรับตรวจสอบสถานะและชื่อผู้ใช้ใน Windows Live Messenger ผ่านทาง JSON</li>
</ul>

<p>สำหรับ Windows Live Messenger IM Control นั้นจะรองรับการทำงานบน IE 6, IE7 และไฟร์ฟ็อกซ์ 2.0 บนวินโดวส์ และ ไฟร์ฟ็อกซ์ 2.0 บน Mac OS X โดยผู้ใช้จะต้องเปิดใช้งานด้วยตัวเองเสียก่อนโดยเข้าไปที่ี่เว็บไซท์ของ Windows Live Messenger แล้วจึงจะสามารถนำโค้ด HTML ไปติดตั้งในเว็บบล็อกได้ และในส่วนของ Presence API จะตรวจสอบได้เฉพาะคนที่อนุญาตให้ตรวจสอบผ่านทางเว็บได้เท่านั้น</p>

<p>ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าจะโดนสแปมรึเปล่าเท่านั้นเอง</p>

<p>ที่มา - 
<a href="
http://blogs.msdn.com/angus_logan/archive/2007/11/07/announcment-windows-live-messenger-im-control-presence-api-conversations-from-web-to-client-querying-presence.aspx">Angus Logan&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>คุณ Angus Logan, Technical Product Manager ของ Windows Live Platform ประกาศผ่านหน้าบล็อกของตัวเองเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ของ Windows Live Messenger สองฟีเจอร์ คือ</p>

<ul>
<li>Windows Live Messenger IM Control ซึ่งเป็นคอนโทรลที่ช่วยให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บสามารถติดต่อกับเราได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Windows Live Messenger ไว้บนเครื่อง </li>
<li>Windows Live Messenger Presence API สำหรับตรวจสอบสถานะและชื่อผู้ใช้ใน Windows Live Messenger ผ่านทาง JSON</li>
</ul>

<p>สำหรับ Windows Live Messenger IM Control นั้นจะรองรับการทำงานบน IE 6, IE7 และไฟร์ฟ็อกซ์ 2.0 บนวินโดวส์ และ ไฟร์ฟ็อกซ์ 2.0 บน Mac OS X โดยผู้ใช้จะต้องเปิดใช้งานด้วยตัวเองเสียก่อนโดยเข้าไปที่ี่เว็บไซท์ของ Windows Live Messenger แล้วจึงจะสามารถนำโค้ด HTML ไปติดตั้งในเว็บบล็อกได้ และในส่วนของ Presence API จะตรวจสอบได้เฉพาะคนที่อนุญาตให้ตรวจสอบผ่านทางเว็บได้เท่านั้น</p>

<p>ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าจะโดนสแปมรึเปล่าเท่านั้นเอง</p>

<p>ที่มา - 
<a href="
http://blogs.msdn.com/angus_logan/archive/2007/11/07/announcment-windows-live-messenger-im-control-presence-api-conversations-from-web-to-client-querying-presence.aspx">Angus Logan&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เปิดซอร์สโค้ด .NET Framework 3.5</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/5948" />
    <id>http://www.blognone.com/node/5948</id>
    <published>2007-10-04T09:05:28+07:00</published>
    <updated>2007-10-04T09:15:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term=".NET" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์ใจป้ำ เปิดซอร์สโค้ดของ .NET Framework 3.5 ให้นักพัฒนาเอาไปใช้ศึกษาและอ้างอิงภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Microsoft Reference License โดยจะเปิดเผยซอร์สโค้ดในหลายๆส่วนดังต่อไปนี้</p>

<ul>
<li>.NET Base Class Library </li>
<li>ASP.NET</li>
<li>Windows Forms</li>
<li>ADO.NET</li>
<li>XML</li>
<li>WPF</li>
</ul>

<p>และจะทยอยเปิดซอร์สในส่วนอื่นๆเช่น WCF และ LINQ ตามมาในภายหลัง โดยทั้งหมดจะต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งในรูปแบบของ Stand-alone Installer แยกต่างหากจาก .NET Framework และ Visual Studio นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังแถม Debugger Symbol เพื่อใช้งานร่วมกับ Visual Studio 2008 ด้วย</p>

<p>อย่างไรก็ดี การเปิดซอร์สครั้งนี้ก็ยังให้ใช้งานสำหรับอ้างอิงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในการรีคอมไพล์ตัว .NET Framework แต่อย่างใด</p>

<p>เดี๋ยวนี้ดูเหมือนไมโครซอฟท์จะใจดีขึ้นเยอะเลยแฮะ Mono ก็คงได้รับอานิสงส์ไปด้วย</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/10/03/releasing-the-source-code-for-the-net-framework-libraries.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไมโครซอฟท์ใจป้ำ เปิดซอร์สโค้ดของ .NET Framework 3.5 ให้นักพัฒนาเอาไปใช้ศึกษาและอ้างอิงภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Microsoft Reference License โดยจะเปิดเผยซอร์สโค้ดในหลายๆส่วนดังต่อไปนี้</p>

<ul>
<li>.NET Base Class Library </li>
<li>ASP.NET</li>
<li>Windows Forms</li>
<li>ADO.NET</li>
<li>XML</li>
<li>WPF</li>
</ul>

<p>และจะทยอยเปิดซอร์สในส่วนอื่นๆเช่น WCF และ LINQ ตามมาในภายหลัง โดยทั้งหมดจะต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งในรูปแบบของ Stand-alone Installer แยกต่างหากจาก .NET Framework และ Visual Studio นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังแถม Debugger Symbol เพื่อใช้งานร่วมกับ Visual Studio 2008 ด้วย</p>

<p>อย่างไรก็ดี การเปิดซอร์สครั้งนี้ก็ยังให้ใช้งานสำหรับอ้างอิงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในการรีคอมไพล์ตัว .NET Framework แต่อย่างใด</p>

<p>เดี๋ยวนี้ดูเหมือนไมโครซอฟท์จะใจดีขึ้นเยอะเลยแฮะ Mono ก็คงได้รับอานิสงส์ไปด้วย</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/10/03/releasing-the-source-code-for-the-net-framework-libraries.aspx">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Silverlight 1.0 ตัวจริงมาแล้วจ้า</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/5718" />
    <id>http://www.blognone.com/node/5718</id>
    <published>2007-09-05T15:56:43+07:00</published>
    <updated>2007-09-05T17:40:17+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Moonlight" />
    <category term="Novell" />
    <category term="Silverlight" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากออกตัวเบต้าให้เล่นมานาน ไมโครซอฟท์ก็ปล่อย Silverlight 1.0 ตัวเต็มออกมาให้ใช้แล้ว พร้อมกับโปรแกรมที่เกิดมาไล่เลี่ยกันอย่าง Expression Media Encoder 1.0</p>

<p>แล้วก็เป็นไปตามคาด นอกจากจะประกาศ Silverlight 1.0 แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ประกาศรองรับ Silverlight สำหรับลินุกซ์แล้ว โดยเป็นการร่วมมือกันอย่างเป็นทางการระหว่างไมโครซอฟท์และโนเวลล์ ซึ่งก่อนหน้านี้การพัฒนา Moonlight ซึ่งเป็น Silverlight ฉบับลินุกซ์ที่พัฒนาโดย <a href="http://tirania.org/blog/index.html" title="Miguel de Icaza's Blog">Miguel de Icaza</a> นั้น เป็นการพัฒนาแบบไม่เป็นทางการ แต่หลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ Moonlight ใช้งาน Silverlight Media Encoder เพื่อให้ Moonlight สามารถทำงานกับแอพลิเคชันที่พัฒนาสำหรับ Silverlight เวอร์ชันวินโดวส์และแมคได้ดีขึ้น</p>

<p>ว่าแล้วว่าต้องมีวันนี้ แล้วก็รอ Silverlight 1.1 ต่อไป</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/09/04/silverlight-1-0-released-and-silverlight-for-linux-announced.aspx" title="ScottGu's Blog">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากออกตัวเบต้าให้เล่นมานาน ไมโครซอฟท์ก็ปล่อย Silverlight 1.0 ตัวเต็มออกมาให้ใช้แล้ว พร้อมกับโปรแกรมที่เกิดมาไล่เลี่ยกันอย่าง Expression Media Encoder 1.0</p>

<p>แล้วก็เป็นไปตามคาด นอกจากจะประกาศ Silverlight 1.0 แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ประกาศรองรับ Silverlight สำหรับลินุกซ์แล้ว โดยเป็นการร่วมมือกันอย่างเป็นทางการระหว่างไมโครซอฟท์และโนเวลล์ ซึ่งก่อนหน้านี้การพัฒนา Moonlight ซึ่งเป็น Silverlight ฉบับลินุกซ์ที่พัฒนาโดย <a href="http://tirania.org/blog/index.html" title="Miguel de Icaza's Blog">Miguel de Icaza</a> นั้น เป็นการพัฒนาแบบไม่เป็นทางการ แต่หลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ Moonlight ใช้งาน Silverlight Media Encoder เพื่อให้ Moonlight สามารถทำงานกับแอพลิเคชันที่พัฒนาสำหรับ Silverlight เวอร์ชันวินโดวส์และแมคได้ดีขึ้น</p>

<p>ว่าแล้วว่าต้องมีวันนี้ แล้วก็รอ Silverlight 1.1 ต่อไป</p>

<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/09/04/silverlight-1-0-released-and-silverlight-for-linux-announced.aspx" title="ScottGu's Blog">ScottGu&#8217;s Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>มาลองเล่น Visual Studio 2008 เบต้า 2 กันเถอะ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/5394" />
    <id>http://www.blognone.com/node/5394</id>
    <published>2007-07-27T22:45:04+07:00</published>
    <updated>2007-07-28T10:43:22+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term=".NET" />
    <category term="Development" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เพิ่งจะปล่อย <a href="http://www.blognone.com/node/5328">IronRuby ไปได้ไม่กี่วัน</a> มาวันนี้คุณ Scott Guthrie ก็ออกมาบอกว่า Visual Studio 2008 เบต้า 2 ออกแล้ว สำหรับผู้ีที่อยากลองสามารถ<a href="http://msdn2.microsoft.com/en-us/vstudio/aa700831.aspx">ดาวน์โหลดได้ที่นี่ </a> ถ้าดูจากสถิติในรุ่นก่อนๆแล้ว คาดว่าตัวนี้น่าจะเป็นเบต้าตัวสุดท้ายก่อนจะออกตัวจริงในช่วงต้นปีหน้า</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เพิ่งจะปล่อย <a href="http://www.blognone.com/node/5328">IronRuby ไปได้ไม่กี่วัน</a> มาวันนี้คุณ Scott Guthrie ก็ออกมาบอกว่า Visual Studio 2008 เบต้า 2 ออกแล้ว สำหรับผู้ีที่อยากลองสามารถ<a href="http://msdn2.microsoft.com/en-us/vstudio/aa700831.aspx">ดาวน์โหลดได้ที่นี่ </a> ถ้าดูจากสถิติในรุ่นก่อนๆแล้ว คาดว่าตัวนี้น่าจะเป็นเบต้าตัวสุดท้ายก่อนจะออกตัวจริงในช่วงต้นปีหน้า<br />
<br />
Visual Studio 2008 เบต้า 2 มาพร้อมกับ .NET Framework 3.5 เบต้า 2 ซึ่งมีความสามารถเด่นๆที่ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก Visual Studio 2005 มากมายเช่น</p>
<ul>
<li>สำหรับคนที่ต้องดูแลแอพลิเคชันที่ต้องใช้ .NET Framework หลายๆรุ่นอาจจะชอบใจ เพราะสามารถพัฒนาซอฟท์แวร์ให้ใช้งานกับ .NET Framework ได้ตั้งแต่ .NET Framework 2.0, 3.0 หรือ 3.5 ด้วย Visual Studio 2008 เพียงตัวเดียว</li>
<li>ปรับปรุงส่วนของการออกแบบเว็บ และรองรับการใช้งาน CSS ที่ดีขึ้นโดยใช้เอนจิ้นของการออกแบบเดียวกับ Expression Web Designer ทำให้ใช้งาน CSS สะดวกขึ้นและรองรับ Nested Master Page</li>
<li>รองรับ ASP.NET AJAX และการเขียนจาวาสคริปต์มากขึ้น โดยมีระบบ Intellisense สำหรับจาวาสคริปต์ที่ฉลาดขึ้น และสามารถดีบ๊ักจาวาสคริปต์ในเว็บแอพพลิเคชันได้ง่ายขึ้น</li>
<li>รองรับความสามารถใหม่ๆของภาษาที่เพิ่มเข้ามาใน .NET Framework 3.5 เช่น LINQ, Extension Method, Lambda Expression, Anonymous Type และ Automatic Properies Initialization</li>
<li>รองรับสิ่งใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ .NET Framework 3.0 ซึ่งใน Visual Studio 2005 ต้องลงเพิ่ม เช่น WPF, WF และ WCF รวมทั้งรองรับการพัฒนาแอพลิเคชันบน Office 2007 ภายในตัว</li>
</ul>
<p>เท่าที่ดู ก็ดูดีทุกอย่างเลยนะ ส่วนข่าวร้ายก็คือมันยังไม่รองรับ Silverlight นี่สิ ผิดหวังเล็กน้อย แต่คุณ Scott Guthrie ก็ออกมาบอกแล้วว่าจะตามมาติดๆ ภายในวันสองวันนี้</p>
<p>ต้องบอกอีกครั้งว่าตัวนี้ยังเบต้าอยู่ อาจจะมีบั๊กหรือเจออะไรประหลาดๆ หลุดออกมาบ้าง ก็ช่วยกันรายงานไปด้วยนะครับ</p>
<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/07/26/vs-2008-and-net-3-5-beta-2-released.aspx">ScottGu's Blog</a></p>
<p><strong>Update 28/7/2550 : </strong> ตอนนี้มี <a href="http://blogs.msdn.com/webdevtools/archive/2007/07/27/visual-studio-2008-beta-2-silverlight.aspx">Silverlight Tools สำหรับ Visual Studio 2008</a> มาให้ดาวน์โหลดแล้วครับ</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>IronRuby มาแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/5328" />
    <id>http://www.blognone.com/node/5328</id>
    <published>2007-07-24T09:41:10+07:00</published>
    <updated>2007-07-24T15:22:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Ruby" />
    <category term="Silverlight" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เมื่องาน Mix'07 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่าจะเพิ่ม Dynamic Language Runtime เข้าไปใน Common Language Runtime ของตนเพื่อทำให้นักพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไดนามิคเช่น Python และ Ruby บน .NET ได้โดยระยะแรกจะรองรับทั้งสิ้น 4 ภาษาได้แก่ IronPython, Managed JavaScript, Dynamic VB และ IronRuby ที่เป็นภาษา Ruby ในแบบฉบับของไมโครซอฟท์ พร้อมทั้งสาธิตการใช้งาน IronPython, Managed JavaScript และ IronRuby ร่วมกับ Silverlight แต่ใน Silverlight 1.1 alpha ที่เปิดตัวในงาน Mix'07 นั้นกลับไม่สามารถใช้งาน IronRuby ได้</p>
<p>ในวันนี้ คุณ <a href="http://www.iunknown.com/2007/07/a-first-look-at.html">John Lam</a> จากทีมพัฒนา IronRuby ได้ปล่อย IronRuby รุ่นก่อนอัลฟ่ามาให้ลองเล่น โดยตัวซอร์สโค้ดมีสัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL ซึ่งเป็นสัญญาอนุญาตในรูปแบบคล้ายกับสัญญาอนุญาต BSD และจะนำโครงการนี้ไปไว้ใน RubyForge เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาคนอื่นๆสามารถนำโค้ดของตนเพิ่มเข้าไปใน IronRuby</p>
<p>อยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ IronRuby ถึงจะรัน Ruby on Rails ได้</p>
<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/07/23/first-look-at-ironruby.aspx">ScottGu's Blog</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เมื่องาน Mix'07 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่าจะเพิ่ม Dynamic Language Runtime เข้าไปใน Common Language Runtime ของตนเพื่อทำให้นักพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไดนามิคเช่น Python และ Ruby บน .NET ได้โดยระยะแรกจะรองรับทั้งสิ้น 4 ภาษาได้แก่ IronPython, Managed JavaScript, Dynamic VB และ IronRuby ที่เป็นภาษา Ruby ในแบบฉบับของไมโครซอฟท์ พร้อมทั้งสาธิตการใช้งาน IronPython, Managed JavaScript และ IronRuby ร่วมกับ Silverlight แต่ใน Silverlight 1.1 alpha ที่เปิดตัวในงาน Mix'07 นั้นกลับไม่สามารถใช้งาน IronRuby ได้</p>
<p>ในวันนี้ คุณ <a href="http://www.iunknown.com/2007/07/a-first-look-at.html">John Lam</a> จากทีมพัฒนา IronRuby ได้ปล่อย IronRuby รุ่นก่อนอัลฟ่ามาให้ลองเล่น โดยตัวซอร์สโค้ดมีสัญญาอนุญาตแบบ Ms-PL ซึ่งเป็นสัญญาอนุญาตในรูปแบบคล้ายกับสัญญาอนุญาต BSD และจะนำโครงการนี้ไปไว้ใน RubyForge เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาคนอื่นๆสามารถนำโค้ดของตนเพิ่มเข้าไปใน IronRuby</p>
<p>อยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ IronRuby ถึงจะรัน Ruby on Rails ได้</p>
<p>ที่มา : <a href="http://weblogs.asp.net/scottgu/archive/2007/07/23/first-look-at-ironruby.aspx">ScottGu's Blog</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>รักษาสุขภาพฉบับโปรแกรมเมอร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4199" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4199</id>
    <published>2007-03-23T07:11:39+07:00</published>
    <updated>2007-03-23T14:14:18+07:00</updated>
    <author>
      <name>wiennat</name>
    </author>
    <category term="Health" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากที่ <a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/default.aspx">Raymond Lewallen</a>ไปงาน MVP Summit มา เค้าได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ก็เลยมา<a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/archive/2007/03/20/Don_2700_t-just-CodeBetter_2C00_-LiveBetter-too_2100_.aspx">แนะนำ</a>ให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันบ้าง นอกจากจะมานั่งตะบี้ตะบันโค้ดแล้ว ก็ต้องดูแลตัว ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายด้วย โดยวิธีที่ค่อยข้างได้ผลก็คือเลิกกินน้ำอัดลมหรือกินกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ</p>
<p>ในความเห็นของที่เข้ามา ก็มีคนแนะนำว่าให้โปรแกรมเมอร์ทุกคนควรจะอ่านหนังสือชื่อ อ่านหนังสือชื่อ <a href="http://www.fourmilab.ch/hackdiet/">The Hacker's Diet</a>&nbsp;โดย John Walker เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทานอาหาร และการดูแลน้ำหนัก เหมาะกับโปรแกรมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>เท่าที่ผมดูนะครับ คนอเมริกันโดยเฉพาะผู้หญิงนี่ส่วนใหญ่จะอ้วน ที่เราเห็นในโทรทัศน์ว่าผอมๆนี่ แทบหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ สำหรับผู้ชายนี่ก็น่าจะพอๆกับบ้านเรานะครับ</p>
<p>ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักร เสียหายแล้วหาอะไหล่มาเปลี่ยนไม่ได้ ดูแลไว้ให้ใช้ได้นานๆดีกว่า</p>
<p>ที่มา - <a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/archive/2007/03/20/Don_2700_t-just-CodeBetter_2C00_-LiveBetter-too_2100_.aspx">Raymond Lewallen's blog</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากที่ <a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/default.aspx">Raymond Lewallen</a>ไปงาน MVP Summit มา เค้าได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ก็เลยมา<a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/archive/2007/03/20/Don_2700_t-just-CodeBetter_2C00_-LiveBetter-too_2100_.aspx">แนะนำ</a>ให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันบ้าง นอกจากจะมานั่งตะบี้ตะบันโค้ดแล้ว ก็ต้องดูแลตัว ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายด้วย โดยวิธีที่ค่อยข้างได้ผลก็คือเลิกกินน้ำอัดลมหรือกินกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ</p>
<p>ในความเห็นของที่เข้ามา ก็มีคนแนะนำว่าให้โปรแกรมเมอร์ทุกคนควรจะอ่านหนังสือชื่อ อ่านหนังสือชื่อ <a href="http://www.fourmilab.ch/hackdiet/">The Hacker's Diet</a>&nbsp;โดย John Walker เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทานอาหาร และการดูแลน้ำหนัก เหมาะกับโปรแกรมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>เท่าที่ผมดูนะครับ คนอเมริกันโดยเฉพาะผู้หญิงนี่ส่วนใหญ่จะอ้วน ที่เราเห็นในโทรทัศน์ว่าผอมๆนี่ แทบหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ สำหรับผู้ชายนี่ก็น่าจะพอๆกับบ้านเรานะครับ</p>
<p>ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักร เสียหายแล้วหาอะไหล่มาเปลี่ยนไม่ได้ ดูแลไว้ให้ใช้ได้นานๆดีกว่า</p>
<p>ที่มา - <a href="http://codebetter.com/blogs/raymond.lewallen/archive/2007/03/20/Don_2700_t-just-CodeBetter_2C00_-LiveBetter-too_2100_.aspx">Raymond Lewallen's blog</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
