<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.blognone.com"  xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Mr.JoH&#039;s blog</title>
 <link>http://www.blognone.com/blog/mr.joh</link>
 <description>Blognone is Thai, Slashdot-liked, tech news site.</description>
 <language>en</language>
<item>
 <title>เครื่องเร่งอนุภาค LHC กุญแจไขความลับของจักรวาล (2)</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/8936/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-lhc-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5-2</link>
 <description>&lt;p&gt;บทความนี้เป็นตอนจบของซีรีย์ เครื่องเร่งอนุภาค LHC กุญแจไขความลับของจักรวาล โดยจะเป็นการสรุป, ข้อคิดเห็น และผลที่ได้รับ จากการเดินเครื่องเมื่อวันที่ 10 กันยายน &lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.blognone.com/special">Special Report</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/jusci">JuSci</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/lhc">LHC</category>
 <pubDate>Sat, 13 Sep 2008 04:55:29 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">8936 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เครื่องเร่งอนุภาค LHC กุญแจไขความลับของจักรวาล</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/8894/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-lhc-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5</link>
 <description>&lt;p&gt;บทความนี้เป็นตอนแรกของซีรีย์ “เครื่องเร่งอนุภาค LHC กุญแจไขความลับของจักรวาล” ความยาว 2 ตอน เป้าหมายหลัก ก็คือ ทำความเข้าใจให้กับคนทั่วไป ว่าเครื่องเร่งอนุภาค LHC ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนหวาดวิตกกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับตอนแรก จะปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเร่งอนุภาคและรายละเอียดของ LHC ก่อน ส่วนตอนที่ 2 จะเป็นสรุป, ข้อคิดเห็น และผลที่ได้รับจากการเดินเครื่อง LHC ในวันที่ 10 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยข้อมูลในบทความนี้ ผมจะยึดแนวทางจาก LHC the guide เป็นหลัก ใครสนใจก็สามารถไปหาฉบับเต็มมาอ่านกันได้&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/jusci">JuSci</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/science">Science</category>
 <pubDate>Tue, 09 Sep 2008 15:20:08 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">8894 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ลวดนาโนช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยเก็บข้อมูล</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/8234/%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5</link>
 <description>&lt;p&gt;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pensylvania) ได้สร้างอุปกรณ์เก็บข้อมูล ที่อยู่บนพื้นฐานของลวดนาโน (Nanowire) ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลเป็นจำนวนบิตได้มากกว่าหน่วยความจำแบบทั่วไป แทนที่จะเก็บข้อมูลอยู่ในรูปของ &quot;0&quot;, &quot;1&quot; ก็จะสามารถเก็บได้เป็น &quot;0&quot;, &quot;1&quot; และ &quot;2&quot; ความสามารถดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์เก็บข้อมูลรุ่นถัดไป ซึ่งมีความจุของข้อมูลสูงกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลวดนาโนที่ทางทีมวิจัยนำมาใช้ มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาย โคแอ็กเชียล (Coaxial) โดยส่วนของแกนทำด้วยสารประกอบระหว่าง เจอร์เมเนียม, เงิน, เทลลูเรียม หรือ Ge2Sb2Te5 ในขณะที่ส่วนนอกสร้างมาจาก เจอร์มันเนียม เทลลูไรด์ หรือ GeTe&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความร้อนให้กับลวดนาโน ส่วนของแกนและเปลือกจะเปลี่ยนจากผลึก กลายเป็นรูปร่างที่ไม่แน่นอน ซึ่งสองสถานะนี้จะมีความต้านทานไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ความต้านทานไฟฟ้าต่ำเมื่อแก่นและเปลือกอยู่ในสภาวะเป็นผลึก และจะมีความต้านทานสูงเมื่อทั้งแก่นและเปลือกอยู่ในสภาวะไร้รูปร่าง (Amorphous) ซึ่งจะนำมาใช้แทนค่าบิต 0 และ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บิตที่สามจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ แกนมีสถานะเป็นผลึกและเปลือกมีสภาวะไร้รูปร่าง (หรือกลับกัน) ซึ่งให้ค่าความต้านทานที่ต่างออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากความจุที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว การใช้ลวดนาโนสามารถช่วยลดขนาดของอุปกรณ์ลงได้ และการผลิตหน่วยความจำสามารถทำได้มากขึ้น เนื่องมาจากขนาดที่เล็กลงนั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news134214217.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://jusci.net/node/675/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/8234/%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/nanotechnology">Nanotechnology</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/nanowire">Nanowire</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/physics">Physics</category>
 <pubDate>Thu, 03 Jul 2008 08:52:01 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">8234 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>แก้ข้อผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ทำให้เข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการได้ดีขึ้น</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/8112/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8F%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99</link>
 <description>&lt;p&gt;อะไรทำให้มนุษย์เรามีความแตกต่างจากลิงชิมแปนซี ? นักวิจัยจาก European Molecular Biology Laboratory&#039;s European Bioinformatics Institute (EMBL-EBI) ได้เข้าใกล้คำตอบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการค้นพบข้อผิดพลาด ของเครื่องมือที่ใช้ในการเปรียบเทียบลำดับของรหัสพันธุกรรม เพื่อหาความสัมพันธุ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน และได้พัฒนาเครื่องมือตัวใหม่ ซึ่งแก้ไขข้อผิดพลาด และเพิ่มความเข้าใจในทฤษฏีวิวัฒนาการมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนื่องจากการวิวัฒนาการเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถศึกษาโดยการสังเกตได้โดยตรง และก็เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ต้องเรียนรู้กลไกการวิวัฒนาการ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยอาศัยการการเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนของรหัสพันธุกรรมเพียงไม่กี่ตัว ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ไปจนถึงรุ่นลูกหลานได้ รหัสพันธุกรรมสามารถถูกแทนที่, สูญหาย, หรือถูกเพิ่มลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้โครงสร้างและการทำงาน ของยีนและโปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ๆ ขึ้นมาบนโลก การเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการเปิดเผยความเข้าใจในวิวัฒนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปรียบเทียบหลายลำดับ เริ่มต้นโดยการเรียงตำแหน่งของลำดับพันธุกรรม ลำดับของรหัสพันธุกรรมที่มีบรรพบุรุษร่วมกัน จะมีตัวอักษรเหมือนกัน ในขณะที่ลำดับที่มีการเพิ่มหรือสูญหาย จะถูกทำเครื่องหมายเป็นช่องว่าง กระบวนการเปรียบเทียบจะใช้พลังในการคำนวนสูงมาก การเปรียบเทียบจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เมื่อมีลำดับพันธุกรรมที่ใช้เปรียบเทียบเกิดมีการเพิ่ม ในขณะที่ลำดับพันธุกรรมอีกอันเกิดมีการสูญหาย วิธีการแบบเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และำนำไปสู่ข้อบกพร่องในการเข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว นักวิจัยได้ใช้วิธีการ นำรหัสพันธุกรรมที่มีปัญหา ไปเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตที่มีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกัน เช่น ถ้ากำลังเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรมระหว่างมนุษย์กับลิงชิมแปนซีอยู่ แล้วเจอลำดับที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่ามีการเพิ่มหรือสูญหาย เครื่องมือที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ ก็จะไปเรียกข้อมูลที่เหมือนกันของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น กอริลลาหรือค่าง ถ้าเกิดมีช่องว่างเหมือนกับลิงชิมแพนซี ก็แสดงว่ารหัสพันธุกรรมของมนุษย์มีการเพิ่มขึ้นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลจากวิธีการใหม่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า การเพิมของรหัสพันธุกรรมมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าที่เคยคิดไว้ ในขณะที่การสูญหายของรหัสพันธุกรรมก็มีค่ามากเกินไปจากวิธีแบบเก่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.eurekalert.org/pub_releases/2008-06/embl-sfb061808.php&quot;&gt;EurekAlert&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://jusci.net/node/660&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/8112/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8F%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/bioinformatics">Bioinformatics</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/biology">Biology</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/software">Software</category>
 <pubDate>Thu, 19 Jun 2008 21:19:37 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">8112 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>สารตั้งต้นของสิ่งมีชีวิตอาจมาจากอวกาศ</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/8073/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8</link>
 <description>&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันเป็นครั้งแรก ว่าสารพันธุกรรมตั้งต้นของสิ่งมีชีวิต ซึ่งพบอยู่ในชิ้นส่วนของอุกกาบาต มาจากนอกโลก การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าโมเลกุลของดีเอ็นเอและอาเอ็นเอ เริ่มต้นมาจากดาวดวงอื่น การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Earth and Planetary Science Letters&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยทั้งจากยุโรปและสหรัฐ ต่างมีหลักฐานในการสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้ โดยเฉพาะโมเลกุลของ ยูเรซิล (Uracil) และแซนทิน (Xanthine) ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นโมเลกุลตั้งต้น ในการสร้างดีเอ็นเอและอาเอ็นเอ หรือที่รู้จักกันในชื่อ นิวคลีโอเบส (Nucleobases) โดยที่ทั้ืงสองโมเลกุล ถูกค้นพบในขิ้นส่วนของอุกกาบาตที่ชื่อ Murchison ซึ่งตกที่ออสเตรเลียเมื่อปี 1969&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการทดสอบ นักวิทยาศาสตร์พบโมเลกุลของคาร์บอนหนัก ซึ่งจะพบได้เฉพาะในอวกาศเท่านั้น ซึ่งต่างจากบนโลกที่จะมีเพียงคาร์บอนขนาดเบาเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (Imperial College) ได้รายงานว่า ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถอธิบายการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ในระยะเริ่มต้นได้ โดยในช่วง 3.8 ถึง 4.5 พันล้านปีที่แล้ว เป็นช่วงที่มีอุกกาบาตตกลงมาบนโลกมาก ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับสิ่งมีชีวิตเริ่มต้นขึ้นบนโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตในระยะแรก สามารถรับนิวคลีโอเบสจากอุกาบาต มาใช้เป็นรหัสพันธุกรรม และส่งผ่านความสามารถต่างๆ ไปยังรุ่นถัดไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ ในการนำไปสู่ความเข้าใจการเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Uracil&quot;&gt;ยูเรซิน&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Xanthene&quot;&gt;แซนทิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news132577096.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://jusci.net/node/657&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/8073/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/astronomy">Astronomy</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/biology">Biology</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/science">Science</category>
 <pubDate>Sun, 15 Jun 2008 16:04:33 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">8073 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>BarCampSongkhla</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7947/barcampsongkhla</link>
 <description>&lt;p&gt;สำหรับชาว Blognone คงไม่ต้องเกริ่นนำกันมาก ว่า BarCamp คืออะไร หลังจากรอหน่วยกล้าตาย จัดงาน  &lt;a href=&quot;http://www.barcampbangkok.org/event/1&quot;&gt;BarCampBangkok&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.barcampchiangmai.org/&quot;&gt;BarCampChiangMai&lt;/a&gt; อีกไม่กี่วัน ก็ถึงคราวของ &lt;a href=&quot;http://www.barcamp.org/BarCampSongkhla&quot;&gt;BarCampSongkhla&lt;/a&gt; แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.barcamp.org/BarCampSongkhla&quot;&gt;BarCampSongkhla&lt;/a&gt; จะจัดขึ้นในวันที่  28 มิถุนายน 2008 ตั้งแต่เวลาประมาณ 10:00 - 17:00 ที่&lt;a href=&quot;http://www.psu.ac.th&quot;&gt;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;/a&gt; กลุ่มเป้าหมายของงานนี้คือทุกคนในจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง (โฟกัสไปที่นักเรียนนักศึกษา) นั่นคือเป้าหมายหลัก ส่วนใครที่ไม่ได้อยู่ใกล้เคียงจังหวัดสงขลา แต่สนใจจะมาร่วมงาน ก็สามารถมาได้นะครับ เราไม่ได้ห้าม !!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจควรจะรีบ&lt;a href=&quot;http://www.barcamp.org/BarCampSongkhla&quot;&gt;ลงทะเบียน&lt;/a&gt;ตั้งแต่เนิ่นๆ  เพราะว่าเรามีที่จำกัด ตอนนี้ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรมาก เน้นปากต่อปาก และมีนิดหน่อยตามเว็บบอร์ดของคณะในมหาวิทยาลัย ใครช้าอดหมดแล้วจะเีสียดาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานนี้ยังต้องการผู้สนับสนุนอยู่ครับ ใครมีจิตศรัทธาจะช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ผม หรือผู้ประสานงานได้เลยครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.barcamp.org/BarCampSongkhla&quot;&gt;BarCampSongkhla&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ป.ล. ใครที่มีแฟนคลับเยอะๆ ต้องการเช็คเรตติ้งตัวเอง ก็ลงมาร่วมงานได้นะครับ ค่ารถเบิกได้ที่ mk กับ lew&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7947/barcampsongkhla#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/barcamp">BarCamp</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/barcampsongkhla">BarCampSongkhla</category>
 <pubDate>Sat, 31 May 2008 19:04:00 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7947 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เด็กไทยเจ๋ง คว้ารางวัลจากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7943/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%87-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81</link>
 <description>&lt;p&gt;โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การศึกษาการหมุนของหญ้าหนวดฤาษี สามารถชนะใจกรรมการ คว้ารางวัลระดับโลก ในการแข่งขันงาน Intel ISEF 2008 ที่เมืองแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงงงานดังกล่าว เป็นการศึกษากลไกการหมุนของหญ้าหนวดฤาษี โดยการนำไปแช่น้ำแล้วสังเกตุด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ส่วนกลางของเมล็ดจากเดิมที่มีลักษณะเป็นเกลียวจะเปลี่ยนเป็นรูปเส้นตรงเมื่อโดนน้ำ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการหมุน อุณหภูมิที่ต่างกันก็ทำให้ทิศทางการหมุนที่ต่างกัน โดยถ้าอุณหภูมิต่ำเมล็ดจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่ถ้าอุณหภูมิสูงเมล็ดก็จะหมุนตามเข็มนาฬิกา ซึ่งจากคุณสมบัติดังกล่าว อาจสามารถนำไปประยุกต์เป็นเครื่องมือใช้วัดความชื้นของผลิตผลทางการเกษตรได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับชื่อของเด็กไทยที่สร้างชื่อระดับโลก ได้แก่ น.ส.ปราถนา ชุนหคาม ปัจจุบันเป็นน้องใหม่ของคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, น.ส.อลิสรา ศรีนิลทา และนายจักพงษ์ บุญตันจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นน้องใหม่ของคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีโครงงานที่ได้รับรางวัลพิเศษ จากซิกมาไซ (Sigma Xi) ซึ่งเป็นสมาคมการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลก นั่นก็คือ โครงงานไม้อัดยุคใหม่จากวัชพืช จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย โดยมีสมาชิกในทีมได้แก่ ด.ช.ภีมเดช ประสิทธิ์วรเวทย์, ด.ช.มนภาศ ประสิทธิ์วรเวทย์ และ ด.ช.ธณวรกฤต บางเขียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมเคยมีโอกาสพูดคุย กับกลุ่มนักเรียนที่ทำโครงงานไม้อัดยุคใหม่จากวัชพืชในงาน YSC  พบว่าการนำเสนอและการตอบคำถามทำได้ดีมากเลยครับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา – &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000062784&quot;&gt;ผู้จัดการออนไลน์&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://sciserv.org/isef/results/sao2008.pdf&quot;&gt;Intel ISEF&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;http://fic.nectec.or.th/&quot;&gt;NECTEC&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/639&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7943/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%87-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/intel-isef">Intel ISEF</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/science">Science</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/thailand">Thailand</category>
 <pubDate>Fri, 30 May 2008 15:45:01 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7943 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ครีมกันแดดเป็นภัยคุกคามต่อปะการัง</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7877/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87</link>
 <description>&lt;p&gt;ครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้กันทั่วไปตามชายหาด อาจเป็นสาหตุสำคัญในปรากฏการณ์ ปะการังฟอกสี ผลจากการศึกษาของคณะกรรมการสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยที่นำโดย Roberto Danovaro จากมหาวิทยาลัยปิซ่า (University of Pisa) ได้ทำการทดลองโดยใช้ครีมกันแดดต่างกันสามยี่ห้อ ควบคุมปริมาณให้เหมาะสม แล้วนำไปทดสอบกับน้ำทะเลรอบๆ แนวปะการัง ซึ่งสถานที่ทดสอบได้แก่ เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, ไทย และอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการทดลอง พบว่าครีมกันแดดแม้มีปริมาณน้อย แต่ก็ทำให้ปะการังผลิตเมือกเหนียวออกมาภายในเวลา 18 ถึง 96 ชั่วโมง และภายในเวลา 96 ชั่วโมง ปะการังที่ทดสอบก็ฟอกสีทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการประมาณ ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวประมาณ 78 ล้านคน ที่ท่องเที่ยวแนวปะการัง และมีปริมาณครีัมกันแดดที่ถูกปล่อยออกมาบริเวณแนวปะการังประมาณ 4,000 ถึง 6,000 ตัน และสารเคมีในครีมกันแดดประมาณ 25% จะถูกละลายออกมาภายใน 20 นาที หลังจากสัมผัสน้ำทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสำคัญของแนวปะการัง นอกจากความสวยงามที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ยังเป็นแหล่งรวมผลิตผลและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งหากแนวปะการังเสื่อมโทรม ก็ย่อมหมายถึงความเสื่อมโทรมของท้องทะเลบริเวณนั้นๆ ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Coral_bleaching&quot;&gt;ปะการังฟอกสี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news130762664.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/634&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7877/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/ecology">Ecology</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/environment">Environment</category>
 <pubDate>Fri, 23 May 2008 19:36:34 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7877 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เมื่อ Steve Ballmer โดนปาไข่</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7853/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-steve-ballmer-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88</link>
 <description>&lt;p&gt;CEO ของไมโครซอฟต์ Steve Ballmer โดนผู้ต่อต้านซึ่งเป็นนักศึกษาชาวฮังการี ปาไข่ใส่หน้า ในระหว่างการพูดบรรยายให้กลุ่มนักศึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ในหัวข้อ &quot;You can change the world&quot; ที่มหาวิทยาลัย Budapest&#039;s Corvinus&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างการบรรยาย มีชายหนุ่มใส่แว่นยืนขึ้น แล้วชี้ไปที่ Ballmer พร้อมกับตะโกนด้วยเสียงอันดัง เรียกร้องให้ไมโครซอฟต์ คืนเงินที่ขโมยไปจากประชาชนชาวฮังการี หลังจากนั้น ก็ปาไข่ 3 ฟอง ไปยัง Ballmer (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นไข่เน่าหรือไม่)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากวีดีโอในหอประชุม ได้แสดงให้เห็นว่า Ballmer หมอบลงทันก่อนที่ไข่จะโดนหน้า โดยไข่ทั้งสามได้ไปตกกระทบที่กระดานข้างหลังแทน โดยทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งหัวเราะกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายคนดังกล่าวได้รับการร้องขอจากคณบดีของมหาวิทยาลัย ให้ออกไปนอกห้องประชุม ซึ่งชายคนนั้นก็ยอมออกไปแต่โดยดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้าใครยังจำกันได้ Bill Gates ก็เคยโดนปาเหมือนกัน แต่เป็นเค้ก ไม่ใช่ไข่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลิงค์ &lt;a href=&quot;http://www.youtube.com/watch?v=mtBQ4UCXQeo&quot;&gt;วีดีโอ&lt;/a&gt; ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news130567290.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7853/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-steve-ballmer-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/microsoft">Microsoft</category>
 <pubDate>Wed, 21 May 2008 10:23:26 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7853 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>คอมพิวเตอร์ที่สร้างจากสิ่งมีชีวิต</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7846/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95</link>
 <description>&lt;p&gt;นักวิจัยจากสหรัฐ ได้ทำการสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยการปรับเปลี่ยนกลไกพันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง งานวิจัยชิ้นนี้ ยังเป็นการเปิดประตู ไปสู่การประยุกต์ใช้งานต่างๆ มากมาย เช่น การเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือที่ใช้ในการปรับแต่งยีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมนักวิจัย โดยความร่วมมือของ ภาควิชาชีววิทยาและภาควิชาคณิตศาสตร์ ของ Davidson College, North Carolina และ Missouri Western State ได้ทำการเพิ่มยีนให้กับแบคทีเรีย Escherichia ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ได้จากแบคทีเรียชนิดนี้ สามารถแก้ปริศนาคลาสสิกของคณิตศาสตร์ ที่มีชื่อว่า burnt pancake ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหา burnt pancake จะเป็นกลุ่มของแพนเค้กขนาดต่างๆ วางซ้อนกันอยู่ โดยจะมีด้านที่สุกและด้านที่ไหม้อยู่ เป้าหมายของปัญหาดังกล่าว คือ จัดเรียงให้แพนเค้กชิ้นที่ใหญ่สุดอยู่ด้านล่าง โดยด้านที่ไหม้ต้องคว่ำอยู่ โดยพลิกแพนเค้กให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อดีของคอมพิวเตอร์ที่สร้างจากแบคทีเรีย ที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ ก็คือ ในหลอดการทดลอง 1 หลอด สามารถบรรจุแบคทีเรียที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมได้หลายล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวสามารถทำงานร่วมกันแบบขนานได้ นอกจากนี้ยังประหยัดเนื้อที่และมีราคาที่ต่ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news130482583.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/627&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7846/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/biology">Biology</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/science">Science</category>
 <pubDate>Tue, 20 May 2008 17:15:14 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7846 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เกาหลีใต้คุมเข้มการโคลนนิ่งมากขึ้น</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7821/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99</link>
 <description>&lt;p&gt;รัฐสภาเกาหลีใต้ ได้ให้ความเห็นชอบกฏหมายฉบับใหม่ โดยหวังจะควบคุมและจัดระเบียบ การวิจัยในเรื่องโคลนนิ่งให้รัดกุมยิ่งขึ้น หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง ดร.หวาง ได้สร้างความอับอายไปทั่วโลก โดยการปลอมแปลงผลการวิจัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่กฏหมาายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ การทำโคลนนิ่งข้ามสายพันธุ์ เช่น การนำเซลล์ที่มีดีเอ็นเอของมนุษย์ นำไปใส่ในไข่ของสัตว์ จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป หากมีผุ้ใดฝ่าฝืน จะมีบทลงโทษโดยการจำคุกถึง 3 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Park Se-Pill ผุ้เชี่ยวชาญด้านการโคลนนิ่งของเกาหลีใต้ แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฏหมายดังกล่าว เนื่องจากในการโคลนนิ่งมนุษย์ การใช้ไข่ของสัตว์มีความจำเป็น เนื่องจากไข่ของมนุษย์นำมาทดลองได้อย่างยากลำบาก และยังกล่าวอีกว่า กฏหมายที่ออกมา ทำให้การวิจัยดังกล่าวของเกาหลีใต้หยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังจะก้าวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฏหมายใหม่ยังอนุญาต ให้นักวิจัยสามารถใช้สเต็มเซลล์ ที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ในการทำวิจัยเพื่อใช้ในการรักษาโรคทั่วไป จากเดิมที่กฏหมายเก่า อนุญาติให้ทำได้เฉพาะโรคที่ไม่มีทางรักษาเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ของอย่างนี้ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news130146470.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt;via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/622/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7821/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/cloning">Cloning</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/law">Law</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/south-korea">South Korea</category>
 <pubDate>Sat, 17 May 2008 10:01:29 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7821 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title> ซูเปอร์โนวาที่อายุน้อยที่สุดในทางช้างเผือก</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7805/%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81</link>
 <description>&lt;p&gt;นักดาราฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา เสตท (North Carolina State) ได้ค้นพบซูปเปอร์โนวา (Supernova) ที่มีอายุน้อยที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก การค้นพบดังกล่าว ช่วเบิกทางให้นักดาราศาสตร์เข้าใจการระเบิดของดวงดาวได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.สตีเฟน เรย์โนลด์ (Dr.Stephen Reynolds) และลูกทีม ได้ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายของเทหวัตถุ ที่มีชื่อว่า G1.9+0.3 ที่ถูกถ่ายไว้ในปี 2007 โดยดาวเทียมรังสีเอ็กส์จันทรา (Chandra X-Ray Observatory) นำมาเปรียบเทียบกับภาพที่เคยถูกถ่ายไว้ในปี 1985 โดยเครือข่ายกล้องวิทยุขนาดยักษ์ VLA (Very Large Array radio Telescope)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่เพียงภาพถ่ายจากดาวเทียมจันทราเท่านั้น ที่ยืนยันการค้นพบดังกล่าว บรรดานักวิทยาศาสตร์หลายคน ได้พบว่า ซูปเปอร์โนวาดังกล่าว มีขนาดเพิ่มขึ้น 16% ภายในเวลาเพียง 22 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยยืนยันการค้นพบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal Letters&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับหลายคนที่สงสัยว่าซูปเปอรโนวาคืออะไร ? ซูปเปอร์โนวา คือการระเบิดของดวงดาวที่หมดสิ้นอายุขัย โดยจะเกิดการสว่างวาบขึ้นมาเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ จางหายไป ในระหว่างการระเบิด ก็จะมีการปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาล นอกจากพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ดวงดาวที่ระเบิด ยังมีการปลดปล่อยมวลสารของดาวดังกล่าวออกมาอีกด้วย ซึ่งหลังจากการระเบิด ก็จะกลายเป็นแหล่งให้กำเนิดดวงดาวดวงใหม่ต่อไปเป็นวัฏจักร อย่างนี้ไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเต็มๆ อ่านได้ที่ &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Supernova&quot;&gt;วิกิ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news129990194.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/619/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7805/%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/astrophysics">Astrophysics</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/science">Science</category>
 <pubDate>Thu, 15 May 2008 19:15:10 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7805 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เล่นเกมคอมพิวเตอร์เก่งๆ มีสิทธิได้รางวัลโนเบล</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7753/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5</link>
 <description>&lt;p&gt;ข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีลูกหลานเเหลนโหลน ชอบเล่นเกม หากลูกหลานของท่าน เป็นเซียนเกมชั้นอ๋อง รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์อาจจะตกอยู่กับลูกหลานของท่านโดยไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่เล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงจะเคยใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน ในการเล่นเกมที่โปรดปรานให้จบหมดทุกด่าน จบแบบธรรมดาไม่พอ ต้องจบแบบเก็บได้ครบทุกไอเท็ม อีกต่างหาก นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (Washington University) เล็งเห็นประโยชน์ของเหล่าบรรดาเกมเมอร์เหล่านี้ ก็เลยพัฒนาเกมที่มีส่วนช่วยในการวิจัยขึ้นมา เกมส์ดังกล่าวมีชื่อว่า Foldit&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่เล่นเกมนี้แล้วได้รางวัลโนเบล ก็ต้องอธิบายหลักการในเบื้องต้นก่อน เนื่องจากในร่างกายของมนุษย์เรา ประกอบไปด้วยโปรตีน และโปรตีน ก็สามารถมีูรูปแบบต่างๆ ได้มากกว่า 100,000 รูปแบบ รวมถึงมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เหมือนกัน เรารู้รหัสพันธุกรรมบางส่วนของโปรตีน แต่เราไม่รู้ว่ามันจะโค้งงอเปลี่ยนรูปร่างซับซ้อนได้อย่างไร ซึ่งรูปร่างของโปรตีน ถือเป็นส่วนสำคัญมากในทางชีววิทยา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้าหากมีคนนึกออก เคยมีโครงการอย่าง Rosetta@Home ซึ่งอาศัยคอมพิวเตอร์ของอาสาสมัครในการประมวลผล แต่ด้วยยอดสมาชิกในปัจจุบัน ที่มีประมาณ 200,000 คน ก็ยังไม่พอกับความต้องการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกม Foldit กับ โปรแกรม Rosetta ก็อาศัยรากฐานเดียวกัน แต่ในขณะที่ Rosetta@Home อาศัยเวลาว่างจากการประมวลผลมาช่วยในการคำนวณ แต่ Foldit อาศัยพลังสมองจากคนที่ว่างพอจะมาเล่นเกม ซึ่งเกมดังกล่าวไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากความสามารถในการแก้ปัญหารูปร่าง 3 มิติเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้ มีผู้ที่เล่นเกมส์นี้้แล้วกว่า 1,000 คน และในอนาคต อาจมีการจัดแข่งขันระหว่างเกมเมอร์ กับ กลุ่มนักวิจัยที่ทำเรื่องโปรตีน โดยวางแผนไว้ว่า จะมีการจัด 2 ปี ครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ก็จะมีการใส่ชื่อลงไปในผลงานที่ตีพิมพ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสำหรับผู้ที่ชนะในการออกแบบโปรตีน ทางทีมวิจัยก็อาจนำการออกแบบนั้น มาสร้างเป็นโปรตีนที่ใช้งานได้จริง ซึ่งถ้าหากสามารถนำไปแก้ปัญหาโรคระบาดที่ร้ายแรงในปัจจุบัน (เอดส์,มาลาเรีย)  เหล่าเกมเมอร์ก็อาจมีสิทธิคว้ารางวัลโนเบลอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดีจัง จะได้มีข้ออ้างในการเล่นเกม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://fold.it/portal/adobe_main/&quot;&gt;Foldit&lt;/a&gt; เว็บไซท์ของเกม (ขณะที่เขียนข่าวยังไม่สามารถเข้าได้)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://boinc.bakerlab.org/rosetta/&quot;&gt;Rosetta@Home&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.eurekalert.org/pub_releases/2008-05/uow-cgh050808.php&quot;&gt;EurekAlert&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/612/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7753/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A5#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/games">Games</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/medical">Medical</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/proteins">Proteins</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/research">Research</category>
 <pubDate>Fri, 09 May 2008 11:54:04 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7753 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>เพิ่มความฉลาด โดยการดูดนมจากเต้า</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7743/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2</link>
 <description>&lt;p&gt;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย McGill ได้ทำการศึกษาว่าการให้นมแม่แก่เด็กทารก มีผลต่อการพัฒนาการของตัวเด็กอย่างไร ซึ่งผลกจากกลุ่มตัวอย่างเป็นจำนวนมาก ก็พบความสัมพันธ์ ระหว่างการพัฒนาการทางด้านสติปัญญา กับระยะเวลาที่ลูกมีโอกาสได้ดูดนมจากแม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากผลการศึกษาดังจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 14,000 คน เป็นเวลากว่า 6 ปี ทำให้ ดร. Michael Kramer ได้้ข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน ว่า ยิ่งแม่ให้ลูกดูดนมเป็นเวลานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เด็กฉลาดขึ้นเท่าั้นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการประเมินผล ที่ทีมวิจัยกลุ่มนี้ใช้ ก็ได้แก่ การทำข้อสอบวัดไอคิว และการให้คะแนนความสามารถด้านการเขียน, อ่าน, คณิตศาสตร์ จากบรรดาอาจารย์ที่ทำการสอน ซึ่งจากผลลัพธ์ได้ แสดงให้เห็นว่า เด็กที่ดูดนมแม่เป็นระยะเวลานานกว่า ก็จะมีสติปัญญาที่สูงกว่าเด็กทั่วไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.eurekalert.org/pub_releases/2008-05/mu-msl050108.php&quot;&gt;EurekAlert&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://jusci.net/node/605/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7743/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/health">Health</category>
 <pubDate>Thu, 08 May 2008 17:25:34 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7743 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
<item>
 <title>ซอฟต์แวร์สำหรับเร่งความเร็ว P2P</title>
 <link>http://www.blognone.com/news/7696/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7-p2p</link>
 <description>&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ปริมาณแบนวิดธ์กว่า 70% ของระบบอินเตอร์เน็ต ได้ถูกใช้ไปโดยเครือข่าย P2P ซึ่งนำมาสู่ปัญหาขัดแย้ง ระหว่างผู้ใช้งาน กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ซึ่งแต่ฝ่ายก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Fabian E. Bustamante และ David Choffnes สองนักวิจัย แห่งมหาวิทยาลัย Northwestern University&#039;s McCormick School of Engineering and  Applied Science ได้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Ono ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการค้นหา เครื่องลูกข่ายในเครือข่าย P2P ที่อยู่ใกล้กันมากที่สุด ซึ่งปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ถูกดาวน์โหลด โดยผู้ใช้งานกว่า 150,000 คน และถูกนำไปประยุกต์ใช้ ในโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Azureus  ซึ่งทางผู้พัฒนาอ้างว่า การใช้ Ono สามารถทำให้การดาวน์โหลดทำได้เร็วขึ้นจากเดิม ประมาณ 200%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ทำให้ Ono แตกต่างจากซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกัน อย่างเช่น &lt;a href=&quot;http://www.blognone.com/node/7255&quot;&gt;P4P&lt;/a&gt; ของ Verizon ก็คือ Ono เป็นซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส และสามารถติดตั้งได้บนเครื่องลูกข่ายของผู้ใช้งาน โดยที่ทาง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ หรือติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.aqualab.cs.northwestern.edu/&quot;&gt;AquaLab&lt;/a&gt;  ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Proactive_network_Provider_Participation_for_P2P&quot;&gt;P4P&lt;/a&gt; รายละเอียดของ P4P&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.physorg.com/news128959638.html&quot;&gt;Physorg&lt;/a&gt; via &lt;a href=&quot;http://www.jusci.net/node/599/&quot;&gt;Jusci.net&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
 <comments>http://www.blognone.com/news/7696/%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7-p2p#comments</comments>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/internet">Internet</category>
 <category domain="http://www.blognone.com/topics/p2p">P2P</category>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 17:59:32 +0000</pubDate>
 <dc:creator>Mr.JoH</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">7696 at http://www.blognone.com</guid>
</item>
</channel>
</rss>

