<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>thegrape's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/5219"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/5219/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/5219/atom/feed</id>
  <updated>2007-12-19T11:02:52+07:00</updated>
  <entry>
    <title>นักบินอวกาศคนแรกของเกาหลีใต้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7221" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7221</id>
    <published>2008-03-12T00:56:51+07:00</published>
    <updated>2008-03-12T07:11:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>thegrape</name>
    </author>
    <category term="South Korea" />
    <category term="Space" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.cbc.ca/cp/science/080310/g031002A.html">Yi So-yeon (รูป)</a> นักศึกษาสาวด้านชีววิศวกรรม วัย 29 ปี กำลังจะได้เป็นนักบินอวกาศคนแรกของประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของเกาหลีใต้ ได้ออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา</p>

<p>โดย Yi ได้เข้ามาแทนที่นาย Ko San วิศวกรคอมพิวเตอร์วัย 30 ปี ซึ่งเดิมถูกวางตัวไว้เป็นอันดับหนึ่ง แต่ทว่าเขาได้ทำเรื่องผิดพลาดร้ายแรงในช่วงของการฝึกซ้อม ทางองค์การอวกาศแห่งชาติของรัสเซีย (ซึ่งเป็นผู้ให้การฝึกซ้อม) จึงต้องการให้  Yi  ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับสองมารับภารกิจสำคัญแทน</p>

<p>รัฐบาลแดนโสมขาวลงทุนกับภารกิจเดินทางไปนอกโลกครั้งนี้ไปแล้วไม่น้อยกว่า $27 ล้าน ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นชาติที่ 35 ที่ส่งนักบินอวกาศออกไปนอกโลกได้สำเร็จ นับตั้งแต่รัสเซียส่ง Yuri Gagarin ออกไปเป็นคนแรกเมื่อ ปี 1961 โดย 34 ประเทศก่อนหน้านี้ซึ่งมีทั้ง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pham_Tu%C3%A2n">เวียดนาม</a>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Zhugderdemidiyn_Gurragcha">มองโกเลีย</a> และ<a href="http://www.afghan-network.net/Culture/afghanastronaut.htm">อัฟกานิสถาน</a> ได้ส่งนักบินอวกาศออกไปนอกโลกแล้วมากกว่า 470 ราย แต่ในจำนวนนั้นมีไม่เกิน 50 รายที่เป็นผู้หญิง</p>

<p>Yi  จะออกไปปฏิบัติภารกิจนอกโลกด้วยยานอวกาศ Soyuz ในวันที่ 8 เมษายน ศกนี้ และจะกลับสู่พื้นโลกในวันที่ 19 เดือนเดียวกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/2008/03/11/world/asia/11korea.html?ref=asia">The New York Times</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.cbc.ca/cp/science/080310/g031002A.html">Yi So-yeon (รูป)</a> นักศึกษาสาวด้านชีววิศวกรรม วัย 29 ปี กำลังจะได้เป็นนักบินอวกาศคนแรกของประเทศเกาหลีใต้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของเกาหลีใต้ ได้ออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา</p>

<p>โดย Yi ได้เข้ามาแทนที่นาย Ko San วิศวกรคอมพิวเตอร์วัย 30 ปี ซึ่งเดิมถูกวางตัวไว้เป็นอันดับหนึ่ง แต่ทว่าเขาได้ทำเรื่องผิดพลาดร้ายแรงในช่วงของการฝึกซ้อม ทางองค์การอวกาศแห่งชาติของรัสเซีย (ซึ่งเป็นผู้ให้การฝึกซ้อม) จึงต้องการให้  Yi  ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับสองมารับภารกิจสำคัญแทน</p>

<p>รัฐบาลแดนโสมขาวลงทุนกับภารกิจเดินทางไปนอกโลกครั้งนี้ไปแล้วไม่น้อยกว่า $27 ล้าน ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นชาติที่ 35 ที่ส่งนักบินอวกาศออกไปนอกโลกได้สำเร็จ นับตั้งแต่รัสเซียส่ง Yuri Gagarin ออกไปเป็นคนแรกเมื่อ ปี 1961 โดย 34 ประเทศก่อนหน้านี้ซึ่งมีทั้ง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pham_Tu%C3%A2n">เวียดนาม</a>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Zhugderdemidiyn_Gurragcha">มองโกเลีย</a> และ<a href="http://www.afghan-network.net/Culture/afghanastronaut.htm">อัฟกานิสถาน</a> ได้ส่งนักบินอวกาศออกไปนอกโลกแล้วมากกว่า 470 ราย แต่ในจำนวนนั้นมีไม่เกิน 50 รายที่เป็นผู้หญิง</p>

<p>Yi  จะออกไปปฏิบัติภารกิจนอกโลกด้วยยานอวกาศ Soyuz ในวันที่ 8 เมษายน ศกนี้ และจะกลับสู่พื้นโลกในวันที่ 19 เดือนเดียวกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/2008/03/11/world/asia/11korea.html?ref=asia">The New York Times</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Blu-ray รุ่นใหม่... เก่งขึ้น แต่ไม่ถูกลง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7128" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7128</id>
    <published>2008-03-02T03:50:32+07:00</published>
    <updated>2008-03-03T09:57:43+07:00</updated>
    <author>
      <name>thegrape</name>
    </author>
    <category term="Blu-ray" />
    <category term="Sony" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก HD DVD ยกธงขาวไปเรียบร้อยแล้ว โซนี่ก็เผยสายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ออกมา โดยตัวเด่นๆ ทีหลายคนจับตามองอยู่ก็คือเครื่องเล่น Blu-ray ซึ่งปีนี้จะมีออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือ BDP-S350 กับ BDP-S550 ข่าวดีก็คือทั้งสองรุ่นจะมีความสามารถใหม่อย่าง Picture in Picture (เช่น เปิดดูผู้กำกับพูดถึงตัวหนัง ขณะที่หนังเล่นอยู่ได้) และ BD-Live ซึ่งเป็นความสามารถในการใช้งานโต้ตอบกับเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ส่วนข่าวร้าย สำหรับคนที่คาดหวังว่าต่อไปราคาของเครื่องเล่น Blu-ray จะถูกลงๆ ก็คือ มันไม่ได้ถูกลง โดยทั้งสองรุ่นจะมีราคาที่ $400 และ $500 ตามลำดับ</p>

<p>ผลิตภัณฑ์ใหม่อื่นๆ ของโซนี่ก็ยังมีทั้งโทรทัศน์ LCD, เครื่องเล่นเพลง Bluetooth Walkman ไปจนถึงกล้องดิจิทัล แต่ตัวที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่สุดก็คือ <a href="http://www.tech.co.uk/gadgets/digital-cameras/news/sony-unveils-self-charging-odo-digital-camera?articleid=1721190940">กล้องดิจิทัลที่ไม่พึ่งพาแบตเตอรี่</a> (self-charging ODO digital camera) เพียงแต่ว่าเจ้าตัวนี้ยังเป็นเครื่องต้นแบบเท่านั้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2271636,00.asp">PC Magazine</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก HD DVD ยกธงขาวไปเรียบร้อยแล้ว โซนี่ก็เผยสายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ออกมา โดยตัวเด่นๆ ทีหลายคนจับตามองอยู่ก็คือเครื่องเล่น Blu-ray ซึ่งปีนี้จะมีออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือ BDP-S350 กับ BDP-S550 ข่าวดีก็คือทั้งสองรุ่นจะมีความสามารถใหม่อย่าง Picture in Picture (เช่น เปิดดูผู้กำกับพูดถึงตัวหนัง ขณะที่หนังเล่นอยู่ได้) และ BD-Live ซึ่งเป็นความสามารถในการใช้งานโต้ตอบกับเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ส่วนข่าวร้าย สำหรับคนที่คาดหวังว่าต่อไปราคาของเครื่องเล่น Blu-ray จะถูกลงๆ ก็คือ มันไม่ได้ถูกลง โดยทั้งสองรุ่นจะมีราคาที่ $400 และ $500 ตามลำดับ</p>

<p>ผลิตภัณฑ์ใหม่อื่นๆ ของโซนี่ก็ยังมีทั้งโทรทัศน์ LCD, เครื่องเล่นเพลง Bluetooth Walkman ไปจนถึงกล้องดิจิทัล แต่ตัวที่ผมเห็นว่าน่าสนใจที่สุดก็คือ <a href="http://www.tech.co.uk/gadgets/digital-cameras/news/sony-unveils-self-charging-odo-digital-camera?articleid=1721190940">กล้องดิจิทัลที่ไม่พึ่งพาแบตเตอรี่</a> (self-charging ODO digital camera) เพียงแต่ว่าเจ้าตัวนี้ยังเป็นเครื่องต้นแบบเท่านั้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2271636,00.asp">PC Magazine</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>บริการดาวน์โหลดรูปลูกในครรภ์ลง iPod</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6559" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6559</id>
    <published>2007-12-20T17:27:17+07:00</published>
    <updated>2007-12-21T17:17:30+07:00</updated>
    <author>
      <name>thegrape</name>
    </author>
    <category term="iPod" />
    <category term="Medical" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.theportlandhospital.com/">The Portland Hospital</a> โรงพยาบาลเอกชนที่เชียวชาญเรื่องแม่และเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีลูกค้าเป็นคนดังหลายราย เช่น วิกตอเรีย เบ๊คแฮม, ซาร่าห์ เฟอร์กูสัน และ เคธี่ โฮล์ม (ภรรยาของ ทอม ครู๊ซ) ได้เปิดบริการอัลต้าซาวด์ด้วยเครื่องสแกน 4 มิติ ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามองเห็นลูกในท้องของตนด้วยภาพที่มีรายละเอียดสูง (กว่าการสแกนแบบ 2 มิติที่มีอยู่ทั่วไป) แต่ที่เก๋ยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดรูปลูกลงใน iPod หรือโทรศัพท์มือถือได้ด้วย ทั้งนี้ในข่าวบอกว่าการสแกนจะได้รูปที่คมชัดที่สุดเมื่อครรภ์มีอายุ 18-20 สัปดาห์ สำหรับราคาค่าบริการที่ใช้เวลาไม่เกิน 40 นาทีนี้อยู่ที่ 120 ปอนด์ หรือราวๆ 8,200 บาท (คิดที่ปอนด์ละ 68 บาท)</p>

<p>ใครสนใจจะใช้บริการ&#8230; ก็รีบหาแฟนเข้านะครับ</p>

<p>ที่มา <a href="http://www.thisislondon.co.uk/standard/article-23428617-details/Unborn+babies+on+your+iPod/article.do">Evening Standard</a> (มีรูปตัวอย่างให้ดูด้วย)</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.theportlandhospital.com/">The Portland Hospital</a> โรงพยาบาลเอกชนที่เชียวชาญเรื่องแม่และเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีลูกค้าเป็นคนดังหลายราย เช่น วิกตอเรีย เบ๊คแฮม, ซาร่าห์ เฟอร์กูสัน และ เคธี่ โฮล์ม (ภรรยาของ ทอม ครู๊ซ) ได้เปิดบริการอัลต้าซาวด์ด้วยเครื่องสแกน 4 มิติ ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามองเห็นลูกในท้องของตนด้วยภาพที่มีรายละเอียดสูง (กว่าการสแกนแบบ 2 มิติที่มีอยู่ทั่วไป) แต่ที่เก๋ยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดรูปลูกลงใน iPod หรือโทรศัพท์มือถือได้ด้วย ทั้งนี้ในข่าวบอกว่าการสแกนจะได้รูปที่คมชัดที่สุดเมื่อครรภ์มีอายุ 18-20 สัปดาห์ สำหรับราคาค่าบริการที่ใช้เวลาไม่เกิน 40 นาทีนี้อยู่ที่ 120 ปอนด์ หรือราวๆ 8,200 บาท (คิดที่ปอนด์ละ 68 บาท)</p>

<p>ใครสนใจจะใช้บริการ&#8230; ก็รีบหาแฟนเข้านะครับ</p>

<p>ที่มา <a href="http://www.thisislondon.co.uk/standard/article-23428617-details/Unborn+babies+on+your+iPod/article.do">Evening Standard</a> (มีรูปตัวอย่างให้ดูด้วย)</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>นักวิทยาศาสตร์อิสราเอลสร้างไบเบิ้ลที่เล็กกว่าปลายเข็ม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6552" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6552</id>
    <published>2007-12-19T23:41:11+07:00</published>
    <updated>2007-12-29T22:07:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>thegrape</name>
    </author>
    <category term="Technology" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน <a href="http://www.google.com/url?sa=t&amp;ct=res&amp;cd=1&amp;url=http%3A%2F%2Fwww.technion.ac.il%2F&amp;ei=n0hpR8jJOJms6wPMza3eAg&amp;usg=AFQjCNF-oCPfqprdytfaXK0-ww2_D6bY9A&amp;sig2=L3Wpf9T-j4iH3p5vFwAI7w">Technion</a> ในประเทศอิสราเอลได้ประกาศว่า พวกเขาสามารถบรรจุคัมภีร์ไบเบิ้ลภาคภาษาฮิบรูว์ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 308,428 คำลงในชิพซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปลายเข็มได้เป็นผลสำเร็จ ผู้อำนวยการโครงการนี้อ้างว่า ไบเบิ้ลที่เล็กที่สุดในโลกของ The Guinness Book of World Records ยังใหญ่กว่าไบเบิ้ลของพวกเขาถึง 50 เท่า</p>

<p>สำหรับวิธีการสร้างนั้น ผมขอยกประโยคต้นฉบับมาเลยละกัน &#8220;By sending a particle beam towards various points on the substrate, we can etch any pattern of points, especially one that represents text,&#8221;</p>

<p>โครงการต่อไปของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ก็คือ ถ่ายภาพไบเบิ้ลของพวกเขาแล้วขยายให้ใหญ่ขึ้นมาเป็นขนาด 7x7 เมตร ซึ่งจะทำให้คนทั่วไปสามารถอ่านไบเบิ้ลทั้งเล่มได้ด้วยตาเปล่า</p>

<p>ที่มา <a href="http://afp.google.com/article/ALeqM5jm1i7FCzCmyObzdm65AAQY_0MKMQ">AFP</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน <a href="http://www.google.com/url?sa=t&amp;ct=res&amp;cd=1&amp;url=http%3A%2F%2Fwww.technion.ac.il%2F&amp;ei=n0hpR8jJOJms6wPMza3eAg&amp;usg=AFQjCNF-oCPfqprdytfaXK0-ww2_D6bY9A&amp;sig2=L3Wpf9T-j4iH3p5vFwAI7w">Technion</a> ในประเทศอิสราเอลได้ประกาศว่า พวกเขาสามารถบรรจุคัมภีร์ไบเบิ้ลภาคภาษาฮิบรูว์ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 308,428 คำลงในชิพซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปลายเข็มได้เป็นผลสำเร็จ ผู้อำนวยการโครงการนี้อ้างว่า ไบเบิ้ลที่เล็กที่สุดในโลกของ The Guinness Book of World Records ยังใหญ่กว่าไบเบิ้ลของพวกเขาถึง 50 เท่า</p>

<p>สำหรับวิธีการสร้างนั้น ผมขอยกประโยคต้นฉบับมาเลยละกัน &#8220;By sending a particle beam towards various points on the substrate, we can etch any pattern of points, especially one that represents text,&#8221;</p>

<p>โครงการต่อไปของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ก็คือ ถ่ายภาพไบเบิ้ลของพวกเขาแล้วขยายให้ใหญ่ขึ้นมาเป็นขนาด 7x7 เมตร ซึ่งจะทำให้คนทั่วไปสามารถอ่านไบเบิ้ลทั้งเล่มได้ด้วยตาเปล่า</p>

<p>ที่มา <a href="http://afp.google.com/article/ALeqM5jm1i7FCzCmyObzdm65AAQY_0MKMQ">AFP</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โทรศัพท์และอีเมล์ถูกนำมาใช้บอกเลิกคนรัก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6543" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6543</id>
    <published>2007-12-18T20:23:45+07:00</published>
    <updated>2007-12-19T11:02:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>thegrape</name>
    </author>
    <category term="Survey" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวทำนอง &#8216;สื่อรักออนไลน์&#8217; กันมามากแล้ว คราวนี้มาดูข่าวในแง่มุมตรงข้ามดูบ้าง โดยผลการสำรวจชิ้นหนึ่ง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาบอกว่า มีผู้โชคร้ายจำนวนหนึ่งในเจ็ดของกลุ่มตัวอย่าง (2,194 ราย) เคยถูก &#8216;ทิ้ง&#8217; ด้วยข้อความทางโทรศัพท์หรืออีเมล์มาแล้ว และมีจำนวน 1% ที่ตั้งใจว่าจะบอกเลิกกับคู่รักของตนผ่านทางเว็บไซต์ประเภท Social Networking ที่เป็นสมาชิกอยู่ อย่างไรก็ตาม จำนวนหนึ่งในสี่ของกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 -24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการส่งข้อความทางโทรศัพท์ หรืออีเมล์เป็นอย่างดีบอกว่า พวกเขาจะใช้วิธีที่คลาสสิคกว่านั้น นั่นก็คือ เขียนจดหมาย</p>

<p>ข่าวจากรอยเตอร์สชิ้นนี้บอกว่า เหยื่อของการถูกทิ้งด้วยข้อความทางโทรศัพท์ที่โด่งดังที่สุดก็คือ นายเควิน เฟดเดอร์ไลน์ อดีตสามีของ บริทนี่ย์ สเปียร์ นั่นเอง</p>

<p>ที่มา: <a href="http://news.yahoo.com/s/nm/text_dc">Yahoo! News</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวทำนอง &#8216;สื่อรักออนไลน์&#8217; กันมามากแล้ว คราวนี้มาดูข่าวในแง่มุมตรงข้ามดูบ้าง โดยผลการสำรวจชิ้นหนึ่ง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาบอกว่า มีผู้โชคร้ายจำนวนหนึ่งในเจ็ดของกลุ่มตัวอย่าง (2,194 ราย) เคยถูก &#8216;ทิ้ง&#8217; ด้วยข้อความทางโทรศัพท์หรืออีเมล์มาแล้ว และมีจำนวน 1% ที่ตั้งใจว่าจะบอกเลิกกับคู่รักของตนผ่านทางเว็บไซต์ประเภท Social Networking ที่เป็นสมาชิกอยู่ อย่างไรก็ตาม จำนวนหนึ่งในสี่ของกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 -24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการส่งข้อความทางโทรศัพท์ หรืออีเมล์เป็นอย่างดีบอกว่า พวกเขาจะใช้วิธีที่คลาสสิคกว่านั้น นั่นก็คือ เขียนจดหมาย</p>

<p>ข่าวจากรอยเตอร์สชิ้นนี้บอกว่า เหยื่อของการถูกทิ้งด้วยข้อความทางโทรศัพท์ที่โด่งดังที่สุดก็คือ นายเควิน เฟดเดอร์ไลน์ อดีตสามีของ บริทนี่ย์ สเปียร์ นั่นเอง</p>

<p>ที่มา: <a href="http://news.yahoo.com/s/nm/text_dc">Yahoo! News</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
