<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>mahajone's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/5099"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/5099/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/5099/atom/feed</id>
  <updated>2007-12-06T10:38:16+07:00</updated>
  <entry>
    <title>JavaRebel เสนอทางเลือกใหม่ในการทำ hot-deploy</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6477" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6477</id>
    <published>2007-12-07T14:18:47+07:00</published>
    <updated>2007-12-08T17:27:22+07:00</updated>
    <author>
      <name>mahajone</name>
    </author>
    <category term="Java" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ความคับข้องใจของชาวจาวาโปรแกรมเมอร์ต่อปริมาณเวลาที่ต้องใช้ในการติดตั้งโปรแกรมให้พร้อมใช้งาน  (deployment) เป็นหนึ่งในเหตุผลที่จาวาโปรแกรมเมอร์หันมาให้ความสนใจในการศึกษารูบี้ ความรวดเร็วของรูบี้ในการใช้เวลาไปกลับระหว่าง develop-deploy-test (เรียกว่า turnaround time) ช่างน่าสนใจจริงๆ ภายในชุมชนจาวาเองก็ได้มาความพยายามนำเสนอวิธีต่างๆในการแก้ปัญหาในส่วนนี้ <a href="http://java.sun.com/j2se/1.4.2/docs/guide/jpda/enhancements.html">HotSwap</a> นั้นมีมาตั้งแต่ J2SE 1.4 แล้ว แต่จนวันนี้เรามี Java SE 6 แล้ว HotSwap ก็ยังไม่ได้มีความสามารถอะไรมากพอที่จะทำให้เกิดการนำไปใช้แพร่หลายจริงจัง ทั้งๆที่มี<a href="http://forum.java.sun.com/thread.jspa?messageID=3949087">นักพัฒนาจำนวนไม่น้อย</a>ที่ให้ความสนใจต่อความสามารถนี้</p>

<p>หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจในเรื่องการทำ hot-deployment ของจาวาก็คงจะเคยได้ยินชื่อบริษัท <a href="http://www.zeroturnaround.com">zeroturnaround</a> ผู้นำเสนอ JavaRebel มาบ้างแล้ว JavaRebel เป็นโปรดักท์ที่ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนจาวาคลาสในโปรแกรมของคุณได้โดยไม่ต้อง redeploy หรือ restart คุณสามารถดูตัวอย่างการใช้งานจริงได้จาก <a href="http://www.zeroturnaround.com/javarebel-demonstration-screencast/">screencast </a>นี้ JavaRebel อาจจะช่วยให้<a href="http://www.zeroturnaround.com/a-javarebel-story/">อาการเช่นนี้</a>ของจาวาโปรแกรมเมอร์บรรเทาลงบ้างก็เป็นได้</p>

<p>อ้างอิง : <a href="http://www.zeroturnaround.com/blog/javarebel-10-final-release-available/">JavaRebel 1.0 final release available</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ความคับข้องใจของชาวจาวาโปรแกรมเมอร์ต่อปริมาณเวลาที่ต้องใช้ในการติดตั้งโปรแกรมให้พร้อมใช้งาน  (deployment) เป็นหนึ่งในเหตุผลที่จาวาโปรแกรมเมอร์หันมาให้ความสนใจในการศึกษารูบี้ ความรวดเร็วของรูบี้ในการใช้เวลาไปกลับระหว่าง develop-deploy-test (เรียกว่า turnaround time) ช่างน่าสนใจจริงๆ ภายในชุมชนจาวาเองก็ได้มาความพยายามนำเสนอวิธีต่างๆในการแก้ปัญหาในส่วนนี้ <a href="http://java.sun.com/j2se/1.4.2/docs/guide/jpda/enhancements.html">HotSwap</a> นั้นมีมาตั้งแต่ J2SE 1.4 แล้ว แต่จนวันนี้เรามี Java SE 6 แล้ว HotSwap ก็ยังไม่ได้มีความสามารถอะไรมากพอที่จะทำให้เกิดการนำไปใช้แพร่หลายจริงจัง ทั้งๆที่มี<a href="http://forum.java.sun.com/thread.jspa?messageID=3949087">นักพัฒนาจำนวนไม่น้อย</a>ที่ให้ความสนใจต่อความสามารถนี้</p>

<p>หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจในเรื่องการทำ hot-deployment ของจาวาก็คงจะเคยได้ยินชื่อบริษัท <a href="http://www.zeroturnaround.com">zeroturnaround</a> ผู้นำเสนอ JavaRebel มาบ้างแล้ว JavaRebel เป็นโปรดักท์ที่ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนจาวาคลาสในโปรแกรมของคุณได้โดยไม่ต้อง redeploy หรือ restart คุณสามารถดูตัวอย่างการใช้งานจริงได้จาก <a href="http://www.zeroturnaround.com/javarebel-demonstration-screencast/">screencast </a>นี้ JavaRebel อาจจะช่วยให้<a href="http://www.zeroturnaround.com/a-javarebel-story/">อาการเช่นนี้</a>ของจาวาโปรแกรมเมอร์บรรเทาลงบ้างก็เป็นได้</p>

<p>อ้างอิง : <a href="http://www.zeroturnaround.com/blog/javarebel-10-final-release-available/">JavaRebel 1.0 final release available</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>NetBeans 6 กับทิศทางการศึกษาของโปรแกรมเมอร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6462" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6462</id>
    <published>2007-12-05T18:44:16+07:00</published>
    <updated>2007-12-06T10:38:16+07:00</updated>
    <author>
      <name>mahajone</name>
    </author>
    <category term="Java" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>NetBeans เวอร์ชัน 6 ตัวความสามารถเต็มออกมาให้ได้ใช้กันแล้ว หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจในความสามารถใหม่ๆของเวอร์ชันนี้คือการรองรับการเขียน รูบี้, JRuby และ Ruby on Rails ที่น่าสนใจก็คือการที่ชุมชนจาวาเปิดรับเอาภาษาที่เป็นสคริปต์อย่างจาวาสคริปต์และภาษาที่เป็น dynamic typing อย่างรูบี้มากขึ้นเหมือนกับจะทำให้แนวคิดที่มองจาวาในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มเด่นชัดขึ้น การที่ NetBeans ใส่ความสามารถในการรองรับการเขียนรูบี้เข้ามานี้อาจจะส่งสัญญาณไปยังเหล่าสาวกแฟนพันธุ์แท้จาวา ว่าความสามารถในการเขียนโปรแกรมได้มากกว่าหนึ่งภาษาเป็นสิ่งที่จำเป็น แม้แต่ในนิตยสาร NetBeans ฉบับล่าสุดก็ยังได้เขียนไว้ว่า</p>

<p>&#8220;NetBeans ได้ให้การสนับสนุนต่อมาตรฐานจาวาใหม่ล่าสุดอยู่เสมอมา และชุมชนนักพัฒนาที่รายล้อม NetBeans และแพลตฟอร์มนี้ประกอบขึ้นด้วยนักพัฒนาภาษาจาวาเป็นจำนวนมาก. แต่เมื่อเวลาได้ดำเนินมา นักพัฒนาที่เริ่มตระหนักถึงความได้เปรียบในการใช้งานภาษามากกว่าหนึ่งภาษาก็ได้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในสถานะแวดล้อมในการแก้ปัญหาบางอย่างนั้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น&#8221;</p>

<p>นักพัฒนาชั้นครูทั้งหลายต่างก็สนับสนุนให้นักพัฒนาอื่นๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาหลัก ที่ตนเองถนัด ตัวอย่างเช่น Russ Olsen ได้เขียนบล็อก &#8220;3 ภาษาโปรแกรมสำหรับจาวาโปรแกรมเมอร์( <a href="http://www.jroller.com/rolsen/entry/three_languages_for_java_programmers">Three Languages For Java Programmers</a> )&#8221; เล่าถึงภาษาที่จาวาโปรแกรมเมอร์ควรจะศึกษาไว้เพื่อช่วยให้พัฒนาเป็นจาาโปรแกรมเมอร์ที่ดีขึ้น</p>

<p>อ้างอิง :
<a href="http://www.netbeans.org/community/magazine/">นิตยสาร NetBeans</a> , 
<a href="http://www.netbeans.tv/">NetBeans TV</a> , 
<a href="http://www.jroller.com/rolsen/category/Java">Russ Olsen</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>NetBeans เวอร์ชัน 6 ตัวความสามารถเต็มออกมาให้ได้ใช้กันแล้ว หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจในความสามารถใหม่ๆของเวอร์ชันนี้คือการรองรับการเขียน รูบี้, JRuby และ Ruby on Rails ที่น่าสนใจก็คือการที่ชุมชนจาวาเปิดรับเอาภาษาที่เป็นสคริปต์อย่างจาวาสคริปต์และภาษาที่เป็น dynamic typing อย่างรูบี้มากขึ้นเหมือนกับจะทำให้แนวคิดที่มองจาวาในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มเด่นชัดขึ้น การที่ NetBeans ใส่ความสามารถในการรองรับการเขียนรูบี้เข้ามานี้อาจจะส่งสัญญาณไปยังเหล่าสาวกแฟนพันธุ์แท้จาวา ว่าความสามารถในการเขียนโปรแกรมได้มากกว่าหนึ่งภาษาเป็นสิ่งที่จำเป็น แม้แต่ในนิตยสาร NetBeans ฉบับล่าสุดก็ยังได้เขียนไว้ว่า</p>

<p>&#8220;NetBeans ได้ให้การสนับสนุนต่อมาตรฐานจาวาใหม่ล่าสุดอยู่เสมอมา และชุมชนนักพัฒนาที่รายล้อม NetBeans และแพลตฟอร์มนี้ประกอบขึ้นด้วยนักพัฒนาภาษาจาวาเป็นจำนวนมาก. แต่เมื่อเวลาได้ดำเนินมา นักพัฒนาที่เริ่มตระหนักถึงความได้เปรียบในการใช้งานภาษามากกว่าหนึ่งภาษาก็ได้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในสถานะแวดล้อมในการแก้ปัญหาบางอย่างนั้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น&#8221;</p>

<p>นักพัฒนาชั้นครูทั้งหลายต่างก็สนับสนุนให้นักพัฒนาอื่นๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาหลัก ที่ตนเองถนัด ตัวอย่างเช่น Russ Olsen ได้เขียนบล็อก &#8220;3 ภาษาโปรแกรมสำหรับจาวาโปรแกรมเมอร์( <a href="http://www.jroller.com/rolsen/entry/three_languages_for_java_programmers">Three Languages For Java Programmers</a> )&#8221; เล่าถึงภาษาที่จาวาโปรแกรมเมอร์ควรจะศึกษาไว้เพื่อช่วยให้พัฒนาเป็นจาาโปรแกรมเมอร์ที่ดีขึ้น</p>

<p>อ้างอิง :
<a href="http://www.netbeans.org/community/magazine/">นิตยสาร NetBeans</a> , 
<a href="http://www.netbeans.tv/">NetBeans TV</a> , 
<a href="http://www.jroller.com/rolsen/category/Java">Russ Olsen</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
