<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>narok119's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/blog/399"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/blog/399/atom/feed"/>
  <id>http://www.blognone.com/blog/399/atom/feed</id>
  <updated>2007-01-06T09:13:24+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Google Talk chatback ของเล่นใหม่สำหรับเว็บมาสเตอร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/7094" />
    <id>http://www.blognone.com/node/7094</id>
    <published>2008-02-27T02:27:18+07:00</published>
    <updated>2008-02-27T07:32:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Google talk ออกของเล่นใหม่สำหรับเว็บมาสเตอร์โดยตั้งชื่อว่า Google talk chatback
<br/>Google talk chatback เป็น Widget ที่เว็บมาสเตอร์สามารถนำไปแปะในเว็บไซต์ หรือ weblog ของตัวเองได้</p>

<p>เมื่อแปะแล้วหากเว็บมาสเตอร์กำลังออนไลน์ GTalk อยู่ คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ก็จะสามารถแชทกับเว็บมาสเตอร์ผ่านทางหน้าเว็บได้ทันที</p>

<p>ของเล่นแบบนี้ไม่รู้ว่าฝั่ง Windows Live Messenger ที่คนไทยชอบใช้กันจะออกมาเมื่อไหร่เอ่ย (หรือว่ามีแล้วแต่เรายังไม่รู้?)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://googletalk.blogspot.com/2008/02/google-talk-chatback.html"> Google Talk Official Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Google talk ออกของเล่นใหม่สำหรับเว็บมาสเตอร์โดยตั้งชื่อว่า Google talk chatback
<br/>Google talk chatback เป็น Widget ที่เว็บมาสเตอร์สามารถนำไปแปะในเว็บไซต์ หรือ weblog ของตัวเองได้</p>

<p>เมื่อแปะแล้วหากเว็บมาสเตอร์กำลังออนไลน์ GTalk อยู่ คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ก็จะสามารถแชทกับเว็บมาสเตอร์ผ่านทางหน้าเว็บได้ทันที</p>

<p>ของเล่นแบบนี้ไม่รู้ว่าฝั่ง Windows Live Messenger ที่คนไทยชอบใช้กันจะออกมาเมื่อไหร่เอ่ย (หรือว่ามีแล้วแต่เรายังไม่รู้?)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://googletalk.blogspot.com/2008/02/google-talk-chatback.html"> Google Talk Official Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Android Developer Challenge เลื่อนวันกำหนดส่งโปรแกรม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/6865" />
    <id>http://www.blognone.com/node/6865</id>
    <published>2008-01-29T11:43:24+07:00</published>
    <updated>2008-01-29T17:19:42+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Android" />
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>โครงการ Android Developer Challenge ได้เลื่อนกำหนดส่งโปรแกรมออกไปจนถึงวันที่ 14 เมษายน 2008 โดยให้เหตุผลเรื่องการอัพเดท SDK ตัวใหม่ที่คาดว่าจะออกในอีกภายในไม่กี่อาทิตย์</p>

<p>โดย SDK ที่ออกมาจะมีการเพิ่มขีดความสามารถของ UI และ API ให้มากขึ้นกว่าของเก่า
ส่วนรายละเอียดเรื่องวันเวลาและการประกาศผลต่างๆดูได้<a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/01/deadline-extension-for-android.html">ที่นี่</a>ครับ</p>

<p>ปล.ส่วนตัวแล้วผมคาดหวังให้  SDK ตัวใหม่สามารถใช้ Bluetooth API ได้ซักทีเพราะถ้า API นี้ใช้ได้เมื่อไหร่ คิดว่าคงมีคนส่งโปรแกรมเข้าแข่งมากขึ้นอีกเยอะเลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/01/deadline-extension-for-android.html">Android Developer Official Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>โครงการ Android Developer Challenge ได้เลื่อนกำหนดส่งโปรแกรมออกไปจนถึงวันที่ 14 เมษายน 2008 โดยให้เหตุผลเรื่องการอัพเดท SDK ตัวใหม่ที่คาดว่าจะออกในอีกภายในไม่กี่อาทิตย์</p>

<p>โดย SDK ที่ออกมาจะมีการเพิ่มขีดความสามารถของ UI และ API ให้มากขึ้นกว่าของเก่า
ส่วนรายละเอียดเรื่องวันเวลาและการประกาศผลต่างๆดูได้<a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/01/deadline-extension-for-android.html">ที่นี่</a>ครับ</p>

<p>ปล.ส่วนตัวแล้วผมคาดหวังให้  SDK ตัวใหม่สามารถใช้ Bluetooth API ได้ซักทีเพราะถ้า API นี้ใช้ได้เมื่อไหร่ คิดว่าคงมีคนส่งโปรแกรมเข้าแข่งมากขึ้นอีกเยอะเลย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/01/deadline-extension-for-android.html">Android Developer Official Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>วิสัยทัศน์เรื่องเทคโนโลยีของอดีตผู้นำไทย ทักษิณ ชินวัตร</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4566" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4566</id>
    <published>2007-04-30T12:38:05+07:00</published>
    <updated>2007-04-30T22:06:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Thailand" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>blog นี้ไม่เป็นข่าวไม่เป็นไร เพราะค่อนข้างหมิ่นเหม่ไปทางการเมือง (อีกแล้ว)<br />
พอดีผมพึ่งไปเจอข้อความนี้ในเว็บไซต์ของพรรคการเมืองของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร<br />
ซึ่งเป็นข้อความแสดง วิสัยทัศน์เรื่องเทคโนโลยีของไทย</p>
<p>ซึ่งคำพูดทั้งหมดนี้เป็น <strong>คำพูดเมื่อปี 2542</strong><br />
เลยอยากลองเอามาให้ดูกันว่าถึงทุกวันนี้ มีเรื่องใดบ้างที่เป็นจริงไปแล้ว<br />
มีเรื่องใดบ้างที่ยังไม่เป็นจริง และมีเรื่องใดบ้างที่คาดว่าจะเป็นจริงในอนาคต</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>blog นี้ไม่เป็นข่าวไม่เป็นไร เพราะค่อนข้างหมิ่นเหม่ไปทางการเมือง (อีกแล้ว)<br />
พอดีผมพึ่งไปเจอข้อความนี้ในเว็บไซต์ของพรรคการเมืองของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร<br />
ซึ่งเป็นข้อความแสดง วิสัยทัศน์เรื่องเทคโนโลยีของไทย</p>
<p>ซึ่งคำพูดทั้งหมดนี้เป็น <strong>คำพูดเมื่อปี 2542</strong><br />
เลยอยากลองเอามาให้ดูกันว่าถึงทุกวันนี้ มีเรื่องใดบ้างที่เป็นจริงไปแล้ว<br />
มีเรื่องใดบ้างที่ยังไม่เป็นจริง และมีเรื่องใดบ้างที่คาดว่าจะเป็นจริงในอนาคต</p>
<p><br />
"...</p>
<p><strong>Digital Economy คืออะไร</strong><br />
     Digital Economy ในหนังสือที่เราเคยอ่านกัน คงจำได้ของ Don Tapscott     เขาคงหมายเน้นถึงเรื่องการ<br />
เกิด revolution ของอินเตอร์เน็ต   วันนี้สิ่งที่เราอยากเห็นสังคมไทยเปลี่ยน มันมีปัญหาอยู่พอสมควรว่าสังคมไทยจะ modernise ตัวเองได้อย่างไร   อย่าง Dr.Negroponte   พูดตอนที่เขามาบรรยายที่เทคโนโลยีพระนครเหนือว่า คนที่อยู่ในระดับที่มีอำนาจตัดสินใจ    มักเป็นพวกที่มี  analogue  thinking    ส่วนคนที่เป็น  digital   thinking มักไม่อยู่ในระดับที่มีอำนาจตัดสินใจ      เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างประเทศเรา     จึงทำได้ยากและช้า อีกสักครู่เราจะมาคุยกันว่าเราอยู่ตรงไหน และเราจะไปทางไหนดี  </p>
<p><strong>ดูโลกแล้วดูไทย</strong><br />
     ถ้าเรามาดูภาวะประเทศไทยวันนี้น่าตกใจนะครับ แล้วเรามาดูโลก อยากให้พวกเราดูเราแล้วดูโลก ถ้าเราไม่ดูโลกดู<br />
แต่ตัวเอง เราก็จะคิดภูมิใจกับความสำเร็จในอดีต ซึ่งมันเป็น big flop ที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอนาคต บริษัท<br />
ธุรกิจหลายแห่งที่เป็น establish สมัยก่อน   มีปัญหาคราวนี้เพราะไปภูมิใจกับความสำเร็จในอดีต คิดว่าความสำเร็จ<br />
ในอดีตจะเป็นการันตีให้กับอนาคต ที่จริงแล้วมันคนละเรื่อง มันมีหลายอย่างที่ breakthrough  </p>
<p><strong>วิธีสร้างความมั่งคั่งที่เปลี่ยนไป</strong><br />
     ใครได้อ่านหนังสือของ   Michael Milken  คนที่เล่น junk bond แล้วติดคุกนั่นละครับ ผมว่าหนังสือเขาดีมาก เขาพูดว่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 14-20 wealth creation ทั้งหลายมันอยู่แถว ๆ เรื่องของ physic    แต่เขากำลังบอกว่า<br />
ศตวรรษที่ 21 ขึ้นไป wealth creation จะไปอยู่ที่ bio-technology กับพวก chemistry อันนี้น่าสนใจนะครับ </p>
<p><strong>อินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นเขตการค้าเสรี</strong><br />
     เรื่องของอินเตอร์เน็ต วันนี้เรามีคนใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ทั่วโลกประมาณ   150  ล้านคน     เขาทำนายว่าในปี 2005 อีก<br />
ประมาณ 6 ปีข้างหน้า จะมีคนใช้เป็น double คือ 300 ล้านคน ท่านประธานาธิบดีคลินตันของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็น<br />
ประเทศที่มี visionary สูงมาก     เขาเดินทุกอย่างเป็นกลยุทธ์หมด     เขาพูดไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2541 ว่าเขาจะ<br />
ผลักดันให้ WTO ยอมรับให้อินเตอร์เน็ตเป็น free trade zone  </p>
<p><strong>ไทยอยู่อันดับไหนในสังคมข่าวสาร</strong><br />
     แล้วหันมาดูเรา เราคงต้องคิดว่าจะแข่งขันกับคนอื่น เราจะต้องปรับตัวอย่างไร      เมื่อเช้าผมดู post database บอกว่าเราอยู่อันดับที่ 45 ของการเป็น  information society    เมื่อเปรียบเทียบกับทั่วโลก   มาเลเซียอยู่ที่อันดับ 34 แล้วทำอย่างเราจะไปถึงตรงนั้น ถ้าเราคิดแบบเดิม แบบ analogue เราไปไม่ถึงหรอกครับ   เพราะว่าประเทศที่นำไป<br />
แล้วนั้น speed ของเขาจะต่างกับของเรา     เพราะจุดที่ยืนต่างกัน สมมติเราห่างจากประเทศหนึ่งประมาณ 10 ปี อีก<br />
10 ปีข้างหน้าเราจะห่างมากกว่า 10 ปี  ถ้าเรายังไปใน  speed   แบบเดิม  ถ้าจะไปด้วย speed ใหม่     ต้องคิดแบบ<br />
digital การคิดแบบนี้เราสามารถดักทางได้       อย่างสิงคโปร์เขาจะมองว่าโลกจะไปทางไหน ไปอย่างไร   แล้วเขาก็จะ<br />
วางแผนเพื่อดักรอ     แต่ถ้าไม่มีการคิดไกล คิดทำกันไปเรื่อย ๆ ให้คนตกงานกลับไปทำนา ทำไร่ หรือตกปลา ตรงนี้ไม่มี<br />
ทางเลย เราคิดอย่างนั้นมันยิ่งกว่า analogue อีกนะครับ ตอนนี้เขาเรียกว่าเป็นยุคของ post information age  </p>
<p><strong>องค์กรมีชีวิตเหมือนมนุษย์</strong><br />
     ผมอยากให้มองย้อน ใครที่เคยเป็นนักบริหาร และเคยอ่านหนังสือของนักทฤษฎีทางด้านชีววิทยาคนหนึ่ง คือ วอห์น<br />
บาโธโลฟี เป็นชาวสแกนดิเนเวียน ผมจำชื่อแน่นอนไม่ได้ เพราะอ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วเขาพูดเปรียบเทียบ organization<br />
กับ anatomy เขาบอกว่า organization มีชีวิตเหมือนมนุษย์ เป็น system ที่มี sub-system อยู่ในตัว ที่มี interdependent ต่อกัน  </p>
<p><strong>ความคิดของ Bill Gates</strong><br />
     ถ้าใครอ่านหนังสือเล่มล่าสุดของ Bill Gates เรื่อง Business @ the Speed of Thought   เขาพูดถึงเรื่อง<br />
digital nervous system บอกว่าการที่ร่างกายมนุษย์จะมีปฏิกิริยากับความร้อนความหนาวได้ดี      ระบบประสาท<br />
ต้องดี ระบบประสาทจะดีได้ก็ต้องมีเลือดหล่อเลี้ยง ประสาทส่วนไหนไม่มีเลือดหล่อเลี้ยงมันจะชาไปเลย   เลือดในที่นี้คือ information ดังนั้นต้องมีข้อมูลไปหล่อเลี้ยงระบบประสาท ถึงจะมีปฏิกิริยากับสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว </p>
<p><strong>Digital Nervous System </strong><br />
     ทีนี้เรามาดู  anatomy    ถ้าของร่างกายเราก็คือร่างกาย ถ้าของ organization ก็คือบริษัท ทีนี้หันมาดูประเทศ<br />
แลัวหันมาดูโลก ประเทศเป็น sub-system ของโลก เพราะเราอยู่ในระบบเดียวกัน ถ้าโลกเป็นมนุษย์คนหนึ่ง     วันนี้<br />
โลกเข้าสู่ digital nervous system ของโลกก็คือ backbone กลายเป็นอินเตอร์เน็ต แล้วมีเลือดก็คือ information และพวก e-mail ทั้งหลาย         ถ้าเราขยายจุดเล็ก ๆ   เราจะเข้าใจระบบดีขึ้น เมื่อเข้าใจก็จะวิเคราะห์อะไรได้มากขึ้น<br />
ผมเป็นคนชอบจินตนาการ พยายามมองว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เคลื่อนไหวอย่างไร ถ้ามันใช่ก็คือใช่ แล้วเราก็ปรับวิธีคิดของเราใหม่  </p>
<p><strong>เทคโนโลยีข้างหน้า</strong><br />
     ในแง่ของเทคโนโลยีข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง digital technology ในปัจจุบันมันเป็นเรื่องของ networking ไม่ใช่เรื่องของคอมพิวเตอร์หรือ IC chips เหมือนในยุคต้นๆของ silicon valley แล้ว IC ใน silicon valley   รู้มั้ย<br />
ครับว่าย่อมาจากอะไร มาจาก Indian and Chinese เพราะที่นั่นคนที่คิดเป็นพวกคนจีนคนอินเดียทั้งนั้น พวกนี้สมอง<br />
ดี        แต่บังเอิญวันนี้โลกมันกลับขั้ว เมื่อก่อนคนเอเชียมีสายเลือดของการเป็นเถ้าแก่สูงมากตอนนี้เอเชียกลับกลายเป็นมนุษย์<br />
เงินเดือนหมด ขณะที่อเมริกันเมื่อก่อนเป็นมนุษย์เงินเดือน   แต่กลับกลายเป็นเถ้าแก่หมดแล้วในวันนี้ เด็กอเมริกันเนี่ย  ถ้าเมื่อ<br />
20 ปีที่แล้ว เขาบอกว่ามันเป็น juvenile delinquency แต่ต่อมากลายเป็น entrepreneur ใหญ่  เพราะว่าความคิด<br />
และสมองของเขาเร็วกว่า เหนือกว่าระบบการศึกษา  </p>
<p><strong>ความท้าทายต่อเด็กไทย</strong><br />
     ผมเองคิดว่าเด็กไทยวันนี้หลายคน สามารถจะมีความคิดเหนือกว่าระบบการศึกษาของไทยที่จะรองรับเขาได้ บางที<br />
พ่อแม่อาจจะมองว่าเด็กคนนี้มันประหลาด แต่ความจริงแล้วเขาหัวไบร์ท   ต่อไปโลกข้างหน้าเขาแข่งกันที่สมองนะครับ โลกข้างหน้าจะถูกบังคับให้มี transparency สูง แล้วจะถูกบังคับให้เสรี      เพราะฉะนั้นการแข่งขันจึงเปิดให้ทุกคน access เข้าสู่ข้อมูลได้ทุกอย่าง เราจึงต้องพยายามท้าทายเด็กไทยให้ใช้สมองอย่างเต็มที่ </p>
<p><strong>พัฒนาการด้าน Digital Technology</strong><br />
     อนาคตข้างหน้าเป็นการ combine เทคโนโลยีของ digital เข้าด้วยกัน    เรื่องของ information ก็เป็นเรื่องของ<br />
digital form  เรื่องของ superhighway ก็เป็นเรื่องของ digital transmission    เรื่องของ intelligent ก็เป็น<br />
เรื่องของ  digital processing    สิ่งเหล่านี้มันจะถูก  combine   เข้าหากัน   อินเตอร์เน็ตก็ต้องถือเป็น invention<br />
ของ digital technology age        ซึ่งในศตวรรษที่ 21 มันจะมีพัฒนาการด้าน digital technology หลายตัว ผมจะเอาเฉพาะที่เด่น ๆ มาคุยกันหลายอันเกิดขึ้นแล้วในศตวรรษที่ 20    แต่ยังไม่ถูกใช้อย่างกว้างขวาง ยังคาบเกี่ยวอยู่ เพราะว่ายังไม่ saturate ก็เลยยังไม่ไปสู่ commercial scale </p>
<p><strong>Intelligent Interface</strong><br />
     สิ่งต่าง ๆ กำลังจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21   เรื่องการ interface   จะเป็นลักษณะของ intelligent interface  มาก<br />
ขึ้น เช่น พวก voice recognition หรือ speech generator หรือ image/visual recognition หรือการอ่าน<br />
การ์ดจากลายนิ้วมือ หรืออ่านจากเรตินาของนัยน์ตา มันจะเป็นลักษณะคล้ายจะใกล้ความเป็นมนุษย์มากขึ้น  </p>
<p><strong>Virtual Reality</strong><br />
     HDTV จะเข้ามาแบบ digital มากกว่าเป็น analogue หรือจอจะเป็นพวก plasma flat screen มากขึ้น แล้ว<br />
ก็จะเป็นโลกของ virtual reality   ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มเป็นแล้ว เช่น virtual office, virtual mall, virtual job, virtual operation เทคโนโลยีพวกนี้จะเริ่มเป็นลักษณะ wearable  เช่น  โทรศัพท์เคลื่อนที่    ต่อไปจะเป็นนาฬิกาด้วย    เป็น<br />
โทรศัพท์ด้วย  เป็น fashion products   มากขึ้น </p>
<p><strong>On-demand</strong><br />
     On-demand Concept จะเป็นลักษณะ Prime time is my time. ต่อไปนี้ prime time จะไม่ใช่สถานี<br />
โทรทัศน์เป็นคนกำหนดแล้ว เพราะ Prime time is my time.  ถูกกำหนดโดย demand เรื่องของ mobility<br />
จะมี degree of mobility สูง ไปที่ไหนทั่วโลกสามารถ access ได้หมด จะทำอะไรก็ได้    ต่อไปข้างหน้าจะมี<br />
ลักษณะ broadband technology แบบของ satellite ซึ่งคนอยู่ในป่า    คุณสามารถเล่นคอมพิวเตอร์ของคุณ<br />
โดยใช้ดาวเทียมได้ เป็น broadband ที่สามารถทำ on-demand ได้       ค่าส่งหนังเรื่องหนึ่งเมื่อก่อนแพงมาก แต่ต่อไปจะเหลือแค่เรื่องละ 80 เซ็นต์ครับ     เพราะฉะนั้นฮอลลีวู้ดสร้างหนังเสร็จปุ๊บ เอาขึ้นไปเลย สามารถให้คนดู<br />
ได้ทั้งโลก นี่คือความมหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้น  </p>
<p><strong>ทุกอย่าง Smart หมด</strong><br />
     เรากำลังดูโลกกันอยู่นะครับ สักครู่จะมาดูเรากัน ทุกอย่างจึงเป็น intelligent หมด ต่อไปเราจะเจอ smart car,<br />
smart house, smart phone, smart road ทุกอย่าง smart หมด เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ smart ก็เหนื่อยหน่อย  </p>
<p><strong>Pulse Energy</strong><br />
     ถ้าใครได้อ่านหนังสือ USA Today ล่าสุดรายงานว่ามีการค้นพบ digital pulse technology จะเห็นว่าเลิก<br />
ได้แล้วครับ  สำหรับเรื่อง frequency allocation   ที่กำลังเขียนกฎหมายเพื่อแย่งคลื่นกัน   ทะเลาะกันไม่รู้จบอยู่ทุก<br />
วันนี้ คนอื่นเขากำลังจะใช้ pulse energy คือ    อาศัยไปกับ radio energy     เพราะฉะนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องการ<br />
จัดสรรความถี่อีกต่อไป แล้วถ้าตรงนี้สำเร็จ ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและขอจดสิทธิบัตร อันนี้เป็น invention ใหม่<br />
เป็น another breakthrough  </p>
<p><strong>ทุกอย่างเล็กลง แต่จะเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว</strong><br />
     ต่อไปข้างหน้าระบบเรดาร์ ระบบ GPS สามารถมี accuracy ลงไปถึงขนาดที่รถแทรกเตอร์จะสามารถไปไถนา<br />
ได้เอง      โดยไม่ต้องมีคนคุม เรดาร์ที่ติดที่บ้านจะสามารถแยกออกระหว่างแมวกับคนได้ ทำให้ไม่ alarm ตลอดเวลา<br />
มัน detect  ได้ละเอียดขนาดนั้น   ทำให้ทุกอย่างเล็กลง    อย่าง   cellular phone   จะเล็กลงมาก  cell ของ base station จะสามารถรองรับ subscriber ในบริเวณเดียวกันได้ถึง  2,000-20,000 คน     ระบบนี้จะเปลี่ยนโลกอย่าง<br />
รวดเร็ว Bill Gates เขาบอกว่าเทคโนโลยีของ Microsoft จะเปลี่ยนทุก 18 เดือน แต่การเปลี่ยนแบบ pulse energy มันเป็นการเปลี่ยนอีกเรื่องหนึ่งเลยนะครับ  </p>
<p><strong>ยุค 2000 เป็นยุคของอัตราเร่ง</strong><br />
      ทีนี้มาดูเรื่องของ organization ภายใต้ digital economy ในยุค 80 organization เรามุ่งเรื่อง quality พอในยุค 90 เรามุ่งที่ process เป็นเรื่อง reengineering พอยุค 2000 จะเป็นยุคของ velocity   หรือความเร็ว จะกลายเป็นหัวใจสำคัญมาก อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่     จากที่ Bill Gates เขียนเรื่อง Business @ the Speed<br />
of Thought    นั่นคือต้องมี nervous system ที่ดี ต้องมี information feed อย่างสม่ำเสมอและดี มันถึงจะมี velocity ตรงนี้  </p>
<p><strong>การแข่งขันจะอยู่ที่ความเร็ว</strong><br />
     DT จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร การแข่งขันจะอยู่ที่ speed  เช่น   การ  respond<br />
quickly, access quickly, change quickly องค์กรก็จะกลายเป็น learning organization ที่มีเครือข่าย<br />
เป็น digital nervous system ทุกองค์กรจะต้องเพิ่มไอคิวให้กับองค์กรของตนเอง จะเพิ่มได้อย่างไร นั่นคือต้อง<br />
ให้คนในองค์กรของตนเองฉลาดขึ้น โดยต้องมีระบบ nervous system ที่ดี ระบบข้อมูลที่ feed ให้เขาสามารถ<br />
มี judgement หรือมี decision making ตลอดเวลา  </p>
<p><strong>องค์กรต้องมีความโปร่งใสสูง     </strong><br />
     จะไปสู่จุดนี้แสดงว่าองค์กรต้องมี transparency สูงมาก เพราะความลับจะเริ่มเหลือน้อยลง   สังเกตดูนะครับว่า<br />
ผมเน้นเรื่อง transparency ตลอดเวลา   เราเคยชินอยู่กับวัฒนธรรมที่ทุกอย่างเป็นความลับ    กลัวคนอื่นจะเลียนแบบ แต่วันนี้เป็นเรื่องของการที่โลกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่ถูกเปิดเผยแล้ว และถูกเลียน<br />
แบบแล้ว เราก็ต้องมาคิดใหม่อีก ผู้ชนะคือผู้คิดเกมใหม่นะครับ ถ้าใครคิดเล่นเกมของคนอื่น   โอกาสชนะไม่มีหรอกครับ เราต้องคิดเกมให้คนอื่นเล่น อย่าไปเล่นเกม IMF อย่างที่เป็นมาเลยครับ  </p>
<p><strong>กลายเป็น Learning Organization</strong><br />
     องค์กรจะปรับเปลี่ยนจาก functioning organization  เป็น  process-oriented organization   และใน<br />
ที่สุดก็กลายเป็น learning organization ระบบการบริหารจะไม่เป็น hierarchy อีกต่อไป      จะเป็นลักษณะของ<br />
เครือข่ายที่เป็น node แต่ละระดับการบริหารทุกคนจะเป็น node และจะโยงใยกัน ข้ามไปมากันได้ ไม่มีการมาบอก<br />
กันว่าคนนี้มาข้ามหัวอีกต่อไป organization เกือบจะเหมือนกันหมด เป็นลักษณะ networking หมด เพราะฉะนั้น<br />
ใครกำลังทำธุรกิจอยู่ ให้รีบไปปรับ organization ของตัวเอง        แต่จะปรับได้อย่างนั้น ต้องมี digital nervous<br />
system ของตัวเองที่แข็งแรง ระบบการไหลของข้อมูลต้องดี ไม่เช่นนั้นจะไป networking ไม่ได้  </p>
<p><strong>อย่าต่อต้านการเปลี่ยนแปลง</strong><br />
     ผมอาจจะพูดอะไรที่เร็ว แต่ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มาแน่นอน Change before you are forced to change.<br />
อย่าไป resist มัน ต้องพยายามขี่บนจรวดลำนี้ให้ได้ ไม่ใช่พอเห็นจรวดมา ไปด่าจรวด ไม่ได้นะ ต้องขึ้นขี่เลย  เราจะ<br />
ได้ไปเร็วด้วย ขี่แล้วก็ต้องเกาะให้แน่น ประเดี๋ยวจะร่วง  </p>
<p><strong>การติดต่อสื่อสารคือปัจจัยสำคัญ</strong><br />
     communication ก็ยังจะเป็น key factor ที่จะทำให้ flow ของ information ไปได้ดี มันจะสอดคล้องกับ<br />
ที่เรียกว่า       Network    organization   becoming   learning    organization.       เพราะฉะนั้นระบบ<br />
communication ก็จะเป็นหัวใจสำคัญ    จะไม่มีคำว่า  centralized  หรือ   decentralized  อีกต่อไป จะเป็น networking organization หมด ทุกอย่างจะอยู่ที่ nervous system ของ organization นั้นหมด  </p>
<p><strong>รัฐต้องเป็นผู้นำในการปรับตัว</strong><br />
     เรามาดูภาครัฐกับการเมืองบ้าง รัฐต้องเป็นผู้นำในการปรับตัวให้เข้ากับ post information age ในปี 2000 เรายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันเลยนะครับ เพราะเราใช้ปี 2543 เราเลยไม่ได้ทำอะไรเลย  Y2K   เป็นคู่แข่งซิป YKK หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ      รัฐบาลจะต้องเป็นตัวนำครับ   ต้องเป็นรัฐบาลประเภท  open  and internetworked government      คือเราต้องพยายามเปลี่ยนรัฐบาลปัจจุบันที่เป็น   very  analogue  government   ให้เป็น<br />
digital ให้มากที่สุด กระทรวงทบวงกรมทุกแห่งต้องมีอินทราเน็ตเป็นของตัวเอง ต้อง cross กันเป็นเอ็กซ์ทราเน็ต แต่การกลายเป็นอินทราเน็ตของประเทศไทย ตรงนี้ต้องทำเร็วเราถึงจะทันโลก  </p>
<p><strong>รัฐบาลต้องสามารถสร้างและใช้ Network</strong><br />
     ถ้าเราคิดว่าไม่ทำตรงนี้ เราก็จะล้าหลังไปเรื่อยๆ อีกหน่อยเราจะแข่งกับเวียดนาม พม่าก็กำลังจ่อเข้ามา ผมเสียใจ<br />
มากที่เรายิ่งทำกันไปกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้    เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐต้องรีบสร้าง networking  ต้องรีบสร้าง digital nervous system    และต้อง transform   รัฐบาลให้ไปสู่การเป็น   internetworked government  ให้ได้ รัฐบาลต้องสามารถสร้างและใช้ network เพื่อเชื่อมโยงกับประชาชนและสังคมให้ได้  </p>
<p><strong>ต้องติดตั้งอินเตอร์เน็ตในระดับตำบล</strong><br />
     ผมเคยประกาศว่าผมจะติดตั้งอินเตอร์เน็ตในระดับตำบล ให้ทุกตำบลมี  homepage   ของตัวเองให้ได้  เพื่อ<br />
สามารถเชื่อมโยงระหว่างตำบลได้หมด แล้วก็ให้เด็กบ้านนอกที่อยู่ในตำบลบ้านนอกนี่แหละ มีความสามารถ access information ได้เท่ากับเด็กที่กรุงเทพฯ เป็นการลดช่องว่างการเข้าสู่ข้อมูลระหว่างคนในเมืองกับคนในชนบทให้น้อย<br />
ลง    เพราะถ้าไม่แก้ไขมันจะกลายเป็นช่องว่างที่เป็นปัญหามากขึ้น เราต้องพยายามทำในลักษณะก้าวกระโดด ให้เด็ก<br />
ชนบท สามารถเข้าสู่ข้อมูลได้เท่ากับเด็กกรุงเทพฯ    หรือเด็กนิวยอร์ค อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ถ้าเราใช้มันให้เกิด<br />
ประโยชน์ มันก็จะลดช่องว่าง แต่ถ้าไม่ใช้มัน มันจะเป็นตัวที่เพิ่มช่องว่างให้หนักยิ่งกว่าเก่า  </p>
<p><strong>ต้อง Modernize ประเทศไทย</strong><br />
     ต่อไปเรื่องระบบภาษี การให้บริการต่างๆแก่ประชาชน   หรือการเลือกตั้ง   การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ต้องอาศัยผ่าน nervous system ไม่เช่นนั้นช่องว่างระหว่างรัฐบาลกับประชาชนจะมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลจำเป็น<br />
ต้อง modernize ตัวเอง ถึงเวลาปี 2000 ต้อง modernize ประเทศไทยแล้วครับ  </p>
<p><strong>เราต้องเป็น Knowledge Economy</strong><br />
      มาดูเรื่องของเศรษฐกิจ เราต้องเป็น knowledge economy คือระบบการกระจายการตัดสินใจต้องลงไปยัง<br />
ระดับล่างให้มากที่สุด เพื่อให้คนที่มีความรู้ สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกับข้อมูลที่มัน flow ไป และจัดการกับระบบ process ภายใต้ระบบของ digital nervous system ที่มันเป็นไป จะต้องพัฒนาคนให้มีความรู้ทางด้านนี้ให้<br />
มากขึ้น ต่อไปเรื่องของ bits จะกลายเป็นสินค้าแล้ว     เพราะมัน  digitize  ทั้งหมด   Bits becoming goods. ทุกอย่างจึงเป็นสินค้าหมด อะไรก็แล้วแต่ ต้อง convert เป็น digital หมด    การ convert ต้องระวังด้วยนะครับ พรรคการเมืองบางพรรคมีปัญหาเรื่อง DAAD (การแปลง digital เป็น analogue และการแปลง analogue<br />
เป็น digital) เป็นเรื่องของ converter ที่ไม่ work  </p>
<p><strong>นายหน้าจะหมดอาชีพ</strong><br />
     เศรษฐกิจข้างหน้า middle man จะมีปัญหาครับ ถ้าพวกเขาไม่รู้จักคำว่า add value พวกเขาจบเลย ทำไม<br />
นายลี กวนย ูถึงโวยเรื่องอินเตอร์เน็ตเหลือเกิน โวยว่าอยากให้เด็กเอเชียนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอทั้งวันเหรอ โวยเพราะอะไร เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการเป็นนายหน้า อินเตอร์เน็ตจะทำให้นายหน้าหมดอาชีพ เว้นแต่นายหน้า<br />
นั้นจะเข้าใจวิธี add value  </p>
<p><strong>คิดจะก้าวกระโดด ต้องคิดแบบ Digital</strong><br />
     แล้วต่อไปข้างหน้าจะเป็นลักษณะของ innovation-based economy อย่างที่ผมพูดว่ามันจะมี break<br />
through new technology ตลอด       เพราะฉะนั้นคนเราจึงต้องมี   R&amp;D  คือมีสมองที่  breakthrough<br />
ไปเรื่อยๆ วันนี้เราเอาของเก่าที่แข่งขันกันมาเป็น 10-20 ปีทิ้งไปเลย         เราต้องเขียนโปรแกรมใหม่ กระโดดไป<br />
ข้างหน้าเลย สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา อย่าไปเอาโปแกรมเก่า ๆ มาดัดแปลง  เพราะ convert ไม่ทันแล้ว ถ้าคิดจะก้าว<br />
กระโดด ต้องคิดแบบ digital  </p>
<p><strong>วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์จะสั้นลง</strong><br />
     เรื่องของ innovation-based economy เป็นสิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดขึ้นแล้วก็คนทำมาหากินกับเทคโนโลยี<br />
จะต้องเข้าใจว่า  product life cycle   จะสั้นลงเรื่อยๆ   ดูอย่าง Sony ที่เขาคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ปีหนึ่งประมาณ<br />
5,000 รายการ เพราะฉะนั้น การลงทุนทางเทคโนโลยี ความสามารถของมันคือ จะต้องใช้ product ตัวนี้ให้นาน<br />
ที่สุดเท่าที่มันยังสามารถแข่งขันได้ การลงทุนเรื่องนี้เปลี่ยนเร็วก็เจ๊ง เปลี่ยนช้าก็เจ๊ง ดังนั้นต้องหาความพอดีให้ได้ </p>
<p><strong>ไม่มีช่องว่างระหว่าง Producer และ Consumer</strong><br />
     ตอนนี้เริ่มจะไม่มีช่องว่างระหว่าง producer และ consumer แล้ว เพราะว่า consumer จะเป็นคนกำหนด<br />
ให้ producer ผลิต        ใครได้มีโอกาสไปดูบู๊ธของ   GE  เขามี  touch screen  ให้คนไปกด    เพื่อจะ design appliance ที่ตัวเองต้องการ  เช่น   ตู้เย็นชอบแบบไหน   บานประตูเป็นยังไง  จะเอา   freezer   ไว้ข้างล่างหรือบน เราก็ไปกดเล่นได้ เสร็จแล้วเขาก็จะเก็บพวกนี้ไว้เป็น record เพื่อมาดูว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคต้องการแบบนี้ เขาจะ<br />
ผลิตตามที่ต้องการใช้    ผู้บริโภคเป็นคนออกแบบเอง     ความใกล้ชิดของ   producer    และ  consumer  จะผ่าน<br />
website, chat room, e-mail ทำให้ consumer กลายเป็น producer เองอย่างที่ว่า เศรษฐกิจต่อไปจะมีแต่<br />
คำว่า fast เท่านั้น และจะ very globalization ไม่ใช่เรื่องแบบเก่า ๆ อีกต่อไป </p>
<p><strong>เราจะได้ระบบการศึกษาใหม่</strong><br />
     มาดูเรื่องของสังคมภายใต้ digital economy เราจะได้อะไรขึ้นมาใหม่ แน่นอนคือ new education system ศูนย์การเรียนจะเริ่ม shift จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมากขึ้น การเรียนรู้จะเป็นลักษณะของ  life long challenge เป็นการท้าทายอยู่ตลอดเวลา พวกท่านทั้งหลายถ้าอยากเป็นคนฉลาดทันคน ต้องท้าทายตัวเองกับสิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน แต่อย่า<br />
ไปท้าทายในทางที่ผิด  </p>
<p><strong>การทำงานกับการเรียนจะเป็นสิ่งเดียวกัน </strong><br />
     เรื่องของการทำงานกับการเรียน เริ่มจะกลายเป็นสิ่งเดียวกันและในเวลาเดียวกัน เรียนไปทำงานไป Working and learning become the same thing at the same time.       สรุปแล้วคนทำงานต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา<br />
digital media ใหม่ ๆ    ก็จะทำให้มีการเปลี่ยนเรื่องของการศึกษาเป็น distance learning   โลกทั้งโลกกลายเป็น one campus ต่อไปข้างหน้ามหาวิทยาลัยอาจจะลงทะเบียน cross กันได้ transfer หน่วยกิตได้ เช่น   ลงทะเบียน<br />
ที่จุฬาฯ   อาจจะ take course ที่ Harvard บางส่วน ตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตข้างหน้า  </p>
<p><strong>Download จะเร็วขึ้นและถูกลง</strong><br />
     พวก Bible หรือ encyclopedia จะเข้าไปในอินเตอร์เน็ตหมด    ไม่ต้องหอบหนังสือไปเรียน   สามารถดึงมาจาก<br />
อินเตอร์เน็ตได้ ต่อไปการ download จะรวดเร็วมากด้วย breakthrough new technology จะทำให้ speed เร็วขึ้นเป็น 100 เท่า และค่าใช้จ่ายในการ download จะถูกลง  </p>
<p><strong>การจ้างงานจะเปลี่ยนไป</strong><br />
     การจ้างงานก็จะเป็นลักษณะของ more white collar และ more contract and part time employee<br />
คน ๆ เดียวจะทำงานหลายบริษัท   อาจทำอยู่ที่บ้าน เป็น contract   กับเมโทร ซิสเตมส์บ้าง กับสามารถบ้าง กับยูคอม<br />
บ้าง คนเดียวอาจจะทำ 3 ที่ มันอยู่ที่ความ smart ของคุณ แต่ที่สำคัญผมอยากเห็นคนหัวดีทั้งหลายคิดเป็นเถ้าแก่เอง อีกสักครู่จะกลับมาตรงนี้อีกที </p>
<p><strong>ช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยจะมากขึ้น</strong><br />
     gap ระหว่างคนจนคนรวยจะมากขึ้นใน information society   เพราะโอกาสของการเข้าถึงข้อมูลจะต่างกัน ผมจึงได้บอกว่าผมจะทำอินเตอร์เน็ตระดับตำบล 7,000 ตำบล   ถ้าได้ผลดี ผมจะลงถึงหมู่บ้านซึ่งมีแค่ 70,000 เอง รัฐบาลไปอุดหนุนแบงก์เจ๊งตั้งเยอะได้ ทำไมใช้ตรงนี้ไม่ได้ ต้อง modernize ประเทศให้ได้  </p>
<p><strong>ต้องตั้งหลักตัวเองให้ดี</strong><br />
     ทุกคนจะต้องการมีส่วนร่วม เพื่อจะเข้าไปสู่ cyberspace นี้อย่างแน่นอน   35% ของครอบครัวอเมริกันจะมี<br />
เครื่อง PC    50% ของวัยรุ่นอเมริกันจะมีเครื่อง PC จะเห็นว่าทุกอย่างมันแปบที่นู่นหมด แล้วในที่สุดก็จะผลักดัน<br />
เข้ามาสู่ประเทศของเรา        จึงต้องตั้งหลักให้ดีในการ modernize ตัวเอง     ไปฝืนไม่ได้หรอกครับ เราจะลำบาก เพราะฉะนั้นการเท่าเทียมกันในเชิงของความรู้ และการเข้าสู่ข้อมูลข่าวสารจะต้องดี       </p>
<p><strong>ความสำคัญของ Analytical Power</strong><br />
     อนาคตข้างหน้า ผมอยากบอกว่าคนหนุ่มอย่างพวกท่านที่เล่นอินเตอร์เน็ตอย่างเก่งอย่างเชี่ยวชาญ   การแข่งขันที่<br />
แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ใครมีข้อมูลมากกว่ากันนะครับ มันเลยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง คือ ใครจะสามารถเลือกและวิเคราะห์ข้อมูล<br />
นั้นได้ดีกว่ากัน ใครที่บอกว่า Information is power. บอกแค่นั้นจบ     ไม่ใช่แล้วนะครับ     Alvin Toffler เขียน<br />
หนังสือเล่มนี้ไว้นานมากแล้ว วันนี้มันขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง คือเรื่องของ speed    ซึ่งต้องเริ่มด้วยการเลือกและวิเคราะห์<br />
ข้อมูล เพื่อจะนำมาใช้เป็น analytical power เป็นจุดที่สำคัญมากที่จะทำให้คนเก่งกว่ากัน หรือเหนือกว่ากัน หรือ<br />
ช่วงชิงอะไรได้ก่อนกัน </p>
<p><strong>อเมริกันอยากเป็นเถ้าแก่</strong><br />
     หันกลับมาดูเรื่องการเป็นเถ้าแก่ ตอนนี้บรรดาคนมีความรู้ทั้งหลายในอเมริกาไปเป็นเถ้าแก่หมดแล้ว เพราะโอกาส<br />
มันมีมาก สมัยก่อนในอเมริกา ถ้าใครมาพูดว่าผมจะทำธุรกิจนะ จะมีแต่คนค้าน อย่าทำเลย มันเสี่ยง ไปเป็นลูกจ้างเขา<br />
ดีกว่า ตอนนี้เสียงอย่างนี้กำลังสะท้อนอยู่ในประเทศไทย    เสร็จแล้ววันนี้ที่อเมริกากลับกลายเป็นว่า วันนี้ถ้าบอกว่าผม<br />
มีไอเดีย จะทำธุรกิจ มีแต่คนเอาเงินมาให้ทั้งที่ไอเดียบางอันมันก็ไม่ได้เรื่อง แต่เพราะคนไปรวยกับไอเดียใหม่ ๆ เยอะ จึงมีคนอยากคิดทุกวัน  </p>
<p><strong>คนไทยอยากเป็นมนุษย์เงินเดือน</strong><br />
     ขณะที่ประเทศเรามีแต่คนหางาน ไม่มีคนสร้างงาน ถ้าวันนี้กำลังผลิตเรากลับมาที่ 100% หรือใกล้ 100% เรา<br />
เพิ่งจะ absorb คนตกงานได้แค่ประมาณ 3,000,000 คนกลับเข้าไปได้เท่านั้นนะครับ       แต่ยังไม่ได้ absorb คนที่จบใหม่นะ เพราะทุกคนต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือนหมด ทุกคนจึงควรหันมาสร้างงาน คือสร้างเถ้าแก่รายใหม่  </p>
<p><strong>ประเทศไทยต้องยกเครื่องใหม่หมด</strong><br />
     การสร้างเถ้าแก่ใหม่ได้ ประเทศไทยต้องล้างกติกาเก่า ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ที่ผมเรียกว่า คิดใหม่ ทำใหม่ ถ้าเรา<br />
เอากรอบของกฎหมายเป็นตัวตั้ง เราจะคิดอะไรไม่ได้เลยครับ เท่ากับว่าเราใส่กุญแจมือก่อนให้ขึ้นชก     เราจึงต้องรื้อ<br />
หมดครับ  เราต้องหา solution ว่าเราต้องการไปที่ไหน ต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้น อะไรคืออุปสรรคต้องแก้ให้หมด ก่อนอื่นต้องเอาเป้าหมายเป็นตัวตั้งครับว่า เราจะไปตรงไหนในยุคของ digital economy เราต้องการสร้างอะไร<br />
ระบบ e-commerce เราฝืนมันได้มั้ย คอยดูนะครับปลายปีนี้ คอมพิวเตอร์แทบทุกเครื่องจะมีคีย์บอร์ดที่รูดการ์ด<br />
สั่งซื้อสินค้าได้หมด กติกาเรื่องของระบบภาษีหรือใบเสร็จนั้น ต้องแก้หมด ไม่เช่นนั้นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้    คนอื่น<br />
เขาเปลี่ยนหมดแล้ว แต่เราไม่เปลี่ยน ก็เหมือนมัดมือคนของเราเอง  </p>
<p><strong>เราต้องรู้เราและรู้เขา</strong><br />
     สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ที่เราไปแพ้การแข่งขัน ก็เพราะเราไม่รู้เขา แต่เขารู้เราอย่างเต็มที่เลย ที่จริงแล้วเรานั้นไม่รู้ทั้งเรา ไม่รู้ทั้งเขา แล้วไปนั่งเจรจากัน กลับมาก็ภูมิใจ ผลสุดท้ายโดนกินหมดครับ เราจึงต้องรู้เรา และรู้เขา </p>
<p><strong>เราต้องเป็น Winner </strong><br />
     และถามว่าเราจะแข่งกับเขานั้น    เราจะต้องปรับตัวเราตรงไหน     บอกได้เลยครับว่าเราต้องเป็น   winner  ครับ<br />
Winner sees solution in every problem.     ไม่ใช่   sees problem in every solution   นั่นเป็น<br />
ooser ครับ เราต้องเอา solution เป็นตัวตั้ง แล้วสิ่งที่มีอยู่วันนี้มันเกิดมาเป็น 100 ปีแล้ว รื้อทิ้งให้หมดเถอะครับ  </p>
<p><strong>ต้องเอา Solution เป็นตัวตั้ง</strong><br />
     จำได้มั้ยครับ มีบริษัทปลากระป๋อง 2 เจ้าเป็นคู่แข่งขันกัน รายหนึ่งไปดูดแฟกซ์ของเพื่อน ขึ้นศาลถูกปรับ 3,000<br />
บาท แต่เพื่อนเสียหายทางธุรกิจไปมากมาย เพราะไปแย่ง oder กัน   เห็นมั้ยครับว่ากฎหมายมันล้าสมัยไปหมดแล้ว<br />
ครับ ต้องแก้กันทั้ง package   อย่าแก้ทีละฉบับ เพราะจะขัดกันแบบไม่รู้จบ วันนี้เราจะต้องเอา solution เป็นตัว<br />
ตั้ง เราถึงจะไปได้ </p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงจะมีมากขึ้น</strong><br />
     การเปลี่ยนแปลงจะมีมากขึ้น สมัยก่อนคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่มาก แพงก็แพง ทำงานก็ช้า สมัยนี้ PC เก่งเหลือ<br />
เกิน software เก่ง ๆ  เยอะ   ดู   Linux  สิครับ เขาให้ช่วยกัน design ทั่วโลก Linux        มันเกิดมาจากเด็กชาว<br />
ฟินแลนด์คนหนึ่งคิดขึ้นมา คล้าย ๆ กับ Window ของ Microsoft   เด็กคนนี้ก็เอาใส่เข้าไปในอินเตอร์เน็ต ทุกคน<br />
ก็เข้าไปช่วยแก้กันใหญ่ แล้วก็เอาไปใช้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ  </p>
<p><strong>เด็ก ป.4 เล่นอินเตอร์เน็ตได้</strong><br />
     วันนี้ท่านเชื่อมั้ยครับว่า ผมได้ให้เด็กประถม 4 ที่โรงเรียนบ้านสันกำแพง เข้ามาเรียนใน Project  Light  House ของผมที่ร่วมกับ MIT Media Lab มีอาจารย์ดัง ๆ มา 2 คนคือ Dr.Negroponte ที่เขียนหนังสือดังเรื่อง Being Digital อีกคนคือ Seymour Pepperd   มาช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไปทดลอง<br />
ที่โครงการแม่ฟ้าหลวง เสร็จแล้วก็มาพัฒนาเทคโนโลยีนั้นให้เหมาะกับการศึกษาไทย ก็เอาไปทำที่โรงเรียนบ้านสันกำแพง ให้เด็ก ป.4 ที่อาจจะไม่รู้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่จะมีครูเป็น facilitator คอยแปลให     ้ ปรากฏว่าเขาเล่นอินเตอร์เน็ตได้<br />
และทำ webpage ได้ และก็สามารถเลือกเรียนตามความถนัดของเขาได้  </p>
<p><strong>เด็กอายุ 10-15 ขวบ ทำ Webpage ได้</strong><br />
     บอกได้เลยว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่เรียนง่ายมาก ตอนนี้มีคนพยายามจะทำ  font    แปลงภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย มีคนมาเสนอโครงการให้ผม เป็นฝรั่งที่เคยทำร่วมกับทางญี่ปุ่น คือถ้า font ภาษาไทยเกิดขึ้นก็ยิ่งง่ายขึ้น ถ้าไม่เกิดยังคง<br />
เป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว เด็กก็ยังคงใช้ได้ วันนี้ผมกำลังสอนเด็กอายุ 10-15 ขวบ สอนเขา 3 วัน วันละ 3 ชั่วโมง จบ<br />
แล้วทำ webpage เป็นนะครับ  </p>
<p><strong>คนที่มีอำนาจตัดสินใจต้องมี Digital Thinking</strong><br />
     ทั้งหมดนี้ไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องวางระบบ และมีการฝึกอบรมอย่างหนัก ไม่เป็นไรเลยครับ    วันนี้เรามีคนที่มี<br />
ความรู้ ตกงานกันเยอะ    เอาคนพวกนี้มาฝึกให้เป็น trainer แล้วคนเหล่านี้เขาจะเห็นโอกาสเอง การลงทุนตรงนี้ก็ไม่<br />
มาก และระบบพวกนี้ก็ง่ายเหลือเกิน ผมว่าฝึกได้ครับ  ปัญหาคือ   คนที่อยู่ใน decision making level จะต้องมี<br />
digital thinking ถ้าเขายังขืนเป็น analogue thinking เขาก็จะไม่ยอม ไม่เข้าใจ      จะไปมองว่าเป็นการลงทุน<br />
เยอะลงทุนเสียเปล่า ไม่กล้าทำ ผมเห็นว่ามันอยู่ที่ภาวะการเป็นผู้นำ  </p>
<p><strong>Spirit of Time </strong><br />
     มีภาษาเยอรมันคำหนึ่งที่ว่าไซไกด์ แปลว่า spirit of time เขาต้องการ ingredient ที่สำคัญ ๆ อยู่ 3 อย่าง คือ<br />
หนึ่ง. มี political concern  มี  leadership ที่จะให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้      สอง. มี know-how ที่รู้ว่าจะทำ<br />
อะไร    สาม. เป็นสิ่งที่เป็น future ที่เราจะต้องไป    ถ้า 3 อย่างนี้มารวมกัน ทุกอย่างก็จะเกิดขึ้นได้    ผมไม่ได้คิดว่า<br />
เรื่องนี้เป็นเรื่องยากเย็นอะไร เพราะว่าผมได้ทดลองพอสมควร </p>
<p>..."</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.thairakthai.or.th/search_engine/social_28_ap.htm">เว็บพรรคไทยรักไทย</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ICT สั่งปิด &quot;โต๊ะราชดำเนิน&quot; แห่งเว็บ pantip.com แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4372" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4372</id>
    <published>2007-04-07T20:53:45+07:00</published>
    <updated>2007-04-07T21:51:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Internet Censorship" />
    <category term="MICT" />
    <category term="Thailand" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ขณะนี้ <a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/">โต๊ะราชดำเนิน</a> แห่งเว็บไซต์ pantip.com ถูก <strong>กระทรวง ICT สั่งปิด</strong>แล้ว เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง</p>
<p>โต๊ะราชดำเนิน แห่งเว็บไซต์ pantip.com นั้นถือเป็นเว็บบอร์ดด้านการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ต่อต้านการทำรัฐประหาร โดยผู้ที่สามารถตั้งและตอบกระทู้ในโต๊ะราชดำเนินนั้นจำเป็นต้อง "สมัครสมาชิก" ก่อนเท่านั้น</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ห้องราชดำเนินได้ปิดตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร และได้เปิดให้บริการใหม่หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ถัดมา โดยการปิดในครั้งนั้นไม่มีรายละเอียดแจ้งว่าโดนกระทรวง ICT สั่งปิดหรือเป็นวิจรณญาณของเว็บมาสเตอร์เอง</p>
<p>แต่ในการปิดครั้งนี้ได้มีข้อความแจ้งมาทางหน้าแรกโต๊ะราชดำเนิน..ซึ่งส่วนหนึ่งเขียนไว้ดังนี้</p>
<blockquote><p>ด้วยมีคำสั่งจากกระทรวง ICT ให้มีการปิดห้องราชดำเนินเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีกระทู้ที่กระทบต่อความมั่นคงปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก ทางทีมงานจึงของดให้บริการห้องราชดำเนินตามคำสั่งดังกล่าว และร้องขอสมาชิกราชดำเนิน กรุณาอย่าเลี่ยงโดยการไปโพสในห้องอื่น เพราะมิฉะนั้นก็จะกลายเป็นต้องปิดเวปพันทิปทั้งเว็บ ซึ่งท่านสมาชิกคงไม่ต้องการให้เหตุการนั้นเกิดขึ้น ... ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ ..."</p>
</p></blockquote>
<p>ที่มา - <a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/">โต๊ะราชดำเนิน</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ขณะนี้ <a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/">โต๊ะราชดำเนิน</a> แห่งเว็บไซต์ pantip.com ถูก <strong>กระทรวง ICT สั่งปิด</strong>แล้ว เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง</p>
<p>โต๊ะราชดำเนิน แห่งเว็บไซต์ pantip.com นั้นถือเป็นเว็บบอร์ดด้านการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ต่อต้านการทำรัฐประหาร โดยผู้ที่สามารถตั้งและตอบกระทู้ในโต๊ะราชดำเนินนั้นจำเป็นต้อง "สมัครสมาชิก" ก่อนเท่านั้น</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ห้องราชดำเนินได้ปิดตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร และได้เปิดให้บริการใหม่หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ถัดมา โดยการปิดในครั้งนั้นไม่มีรายละเอียดแจ้งว่าโดนกระทรวง ICT สั่งปิดหรือเป็นวิจรณญาณของเว็บมาสเตอร์เอง</p>
<p>แต่ในการปิดครั้งนี้ได้มีข้อความแจ้งมาทางหน้าแรกโต๊ะราชดำเนิน..ซึ่งส่วนหนึ่งเขียนไว้ดังนี้</p>
<blockquote><p>ด้วยมีคำสั่งจากกระทรวง ICT ให้มีการปิดห้องราชดำเนินเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีกระทู้ที่กระทบต่อความมั่นคงปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก ทางทีมงานจึงของดให้บริการห้องราชดำเนินตามคำสั่งดังกล่าว และร้องขอสมาชิกราชดำเนิน กรุณาอย่าเลี่ยงโดยการไปโพสในห้องอื่น เพราะมิฉะนั้นก็จะกลายเป็นต้องปิดเวปพันทิปทั้งเว็บ ซึ่งท่านสมาชิกคงไม่ต้องการให้เหตุการนั้นเกิดขึ้น ... ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ ..."</p></blockquote>
<p>ที่มา - <a href="http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/">โต๊ะราชดำเนิน</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>hi-thaksin บอกว่า คมช.และกระทรวง ICT โกหก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4278" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4278</id>
    <published>2007-03-28T21:55:59+07:00</published>
    <updated>2007-03-29T08:19:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Internet Censorship" />
    <category term="Thailand" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เว็บ hi-thaksin.net เขียนในบทความชิ้นหนึ่งในหน้าเว็บมีใจความว่า รมว.กระทรวง ICT และโฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ <strong><a href="http://tna.mcot.net/i-content.php?news_id=p6SUpqs=">โกหก</a></strong> ต่อประชาชนทั้งประเทศว่าไม่ได้บล็อคเว็บไซต์ <a href="http://hi-thaksin.net">hi-thaksin.net</a></p>
<p>ด้วยเหตุผลที่ว่าขณะนี้หากใครเล่นอินเตอร์เน็ตภายในประเทศไทยจะไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ hi-thaksin.net ได้เลยในขณะที่คนทั่วโลกที่ไม่ใช่ประเทศไทยสามารถเข้าได้ตามปกติ</p>
<p>ในบทความตอนหนึ่งถึงกับเขียนไว้ว่า<br />
<strong>"..ทำไมคนในประเทศไทย จึงเรียก hi-thaksin.net ไม่ได้ จนถึงนาทีนี้ ก็ยังเรียกไม่ได้ แต่ข้ามแดนไปกัมพูชา เรียกดูได้สบาย หรือว่าการสื่อสารออนไลน์ของกัมพูชาดีกว่าการสื่อสารของประเทศไทย"</strong></p>
<p>ล่าสุด hi-thaksin ได้ประกาศผ่านหน้าเว็บให้เข้าผ่าน <a href="http://hi-thaksin.org">hi-thaksin.org</a> แทนเนื่องจากหากใครเล่นอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยจะไม่สามารถเข้า hi-thaksin.net ได้</p>
<p>ส่วนตัวผมเองก็ยังเข้า hi-thaksin.net ไม่ได้ครับ แต่เข้าผ่าน hi-thaksin.org ได้</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.hi-thaksin.org/article.php?ParamID=9697">hi-thaksin</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เว็บ hi-thaksin.net เขียนในบทความชิ้นหนึ่งในหน้าเว็บมีใจความว่า รมว.กระทรวง ICT และโฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ <strong><a href="http://tna.mcot.net/i-content.php?news_id=p6SUpqs=">โกหก</a></strong> ต่อประชาชนทั้งประเทศว่าไม่ได้บล็อคเว็บไซต์ <a href="http://hi-thaksin.net">hi-thaksin.net</a></p>
<p>ด้วยเหตุผลที่ว่าขณะนี้หากใครเล่นอินเตอร์เน็ตภายในประเทศไทยจะไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ hi-thaksin.net ได้เลยในขณะที่คนทั่วโลกที่ไม่ใช่ประเทศไทยสามารถเข้าได้ตามปกติ</p>
<p>ในบทความตอนหนึ่งถึงกับเขียนไว้ว่า<br />
<strong>"..ทำไมคนในประเทศไทย จึงเรียก hi-thaksin.net ไม่ได้ จนถึงนาทีนี้ ก็ยังเรียกไม่ได้ แต่ข้ามแดนไปกัมพูชา เรียกดูได้สบาย หรือว่าการสื่อสารออนไลน์ของกัมพูชาดีกว่าการสื่อสารของประเทศไทย"</strong></p>
<p>ล่าสุด hi-thaksin ได้ประกาศผ่านหน้าเว็บให้เข้าผ่าน <a href="http://hi-thaksin.org">hi-thaksin.org</a> แทนเนื่องจากหากใครเล่นอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยจะไม่สามารถเข้า hi-thaksin.net ได้</p>
<p>ส่วนตัวผมเองก็ยังเข้า hi-thaksin.net ไม่ได้ครับ แต่เข้าผ่าน hi-thaksin.org ได้</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.hi-thaksin.org/article.php?ParamID=9697">hi-thaksin</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผู้บริหารใหญ่กูเกิลปฎิเสธข่าว Google Phone</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4225" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4225</id>
    <published>2007-03-26T02:53:33+07:00</published>
    <updated>2007-03-27T17:30:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Gadget" />
    <category term="Google" />
    <category term="Mobile" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>Alan Eustace รองประธานฝ่ายวิศวกรรมและการวิจัย ของกูเกิล ได้ออกมาปฎิเสธ <a href="http://www.blognone.com/node/4156">ข่าวการพัฒนา Google Phone</a> ที่พึ่งได้รับการยืนยันจากผู้บริหารกูเกิลประจำภูมิภาคสเปนและโปรตุเกส</p>
<p>โดย Alan ได้ให้สัมภาษณ์กับ <a href="http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601087&amp;sid=auF7zPU6Je7c&amp;refer=home">Bloomberg</a> ว่า "เราจะไม่สร้างโทรศัพท์มือถือ เราจะทำสิ่งที่มันกว้างขวางกว่าการมานั่งสร้างอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่อีกชิ้นหนึ่งขึ้นมา"</p>
<p>เอ ตรงลงผมจะเชื่อใครละเนี่ย มาจากบริษัทเดียวกันแต่พูดไม่เหมือนกันเนอะ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://tech.blorge.com/Structure:%20/2007/03/24/google-says-outright-were-not-building-a-mobile-phone/">Tech.Blorge</a>,<a href="http://slashdot.org/articles/07/03/25/1723251.shtml">Slashdot</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>Alan Eustace รองประธานฝ่ายวิศวกรรมและการวิจัย ของกูเกิล ได้ออกมาปฎิเสธ <a href="http://www.blognone.com/node/4156">ข่าวการพัฒนา Google Phone</a> ที่พึ่งได้รับการยืนยันจากผู้บริหารกูเกิลประจำภูมิภาคสเปนและโปรตุเกส</p>
<p>โดย Alan ได้ให้สัมภาษณ์กับ <a href="http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601087&amp;sid=auF7zPU6Je7c&amp;refer=home">Bloomberg</a> ว่า "เราจะไม่สร้างโทรศัพท์มือถือ เราจะทำสิ่งที่มันกว้างขวางกว่าการมานั่งสร้างอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่อีกชิ้นหนึ่งขึ้นมา"</p>
<p>เอ ตรงลงผมจะเชื่อใครละเนี่ย มาจากบริษัทเดียวกันแต่พูดไม่เหมือนกันเนอะ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://tech.blorge.com/Structure:%20/2007/03/24/google-says-outright-were-not-building-a-mobile-phone/">Tech.Blorge</a>,<a href="http://slashdot.org/articles/07/03/25/1723251.shtml">Slashdot</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โปรดระวัง! เว็บธนาคารกสิกรไทย ตัวปลอม!!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/4194" />
    <id>http://www.blognone.com/node/4194</id>
    <published>2007-03-23T02:52:10+07:00</published>
    <updated>2007-03-23T09:54:50+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Thailand" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a href="http://www.kasikornbank.com">เว็บธนาคารกสิกรไทย (KBANK)</a>ได้แจ้งว่ามีผู้ไม่หวังดีสร้างเว็บไซต์(ตัวปลอม)ชื่อ<br />
<a href="http://www.kasikornbank.cd/enroll/enroll.aspx">www.kasikornbank.cd/enroll/enroll.aspx</a><br />
โดยจงใจจดทะเบียนโดเมนเนมให้มีชื่อคล้ายกับ kasikornbank.com ซึ่งเป็นเว็บของธนาคารกสิกรไทย</p>
<p><strong>เว็บปลอม</strong>แห่งนี้อ้างตัวเองว่าเป็นบริการของธนาคารตัวใหม่ชื่อว่า <strong>K-sDebit</strong><br />
พฤติกรรมของเว็บปลอมแห่งนี้คือหลอกล่อให้ผู้ใช้ใส่หมายเลขบัตรเครดิตลงไปเพื่อให้บริการคุ้มครองการถูกฉ้อฉล</p>
<p>ซึ่งที่จริงแล้วบริการชื่อ <strong>K-sDebit</strong> ไม่มีอยู่จริงในบริการของธนาคารกสิกรไทยแต่อย่างใด มีแต่ <strong>K-Debit Card</strong>เท่านั้นที่เป็นบริการของกสิกรไทย</p>
<p>ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าใครเป็นผู้จัดทำเว็บปลอมแห่งนี้ขึ้นมาและมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกี่ราย</p>
<p>ปล.ผมว่ากระทรวง ICT น่าจะ block เว็บแบบนี้มากกว่าเว็บอื่นๆที่กำลัง block อยู่นะครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.kasikornbank.com">เว็บธนาคารกสิกรไทย (KBANK)</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a href="http://www.kasikornbank.com">เว็บธนาคารกสิกรไทย (KBANK)</a>ได้แจ้งว่ามีผู้ไม่หวังดีสร้างเว็บไซต์(ตัวปลอม)ชื่อ<br />
<a href="http://www.kasikornbank.cd/enroll/enroll.aspx">www.kasikornbank.cd/enroll/enroll.aspx</a><br />
โดยจงใจจดทะเบียนโดเมนเนมให้มีชื่อคล้ายกับ kasikornbank.com ซึ่งเป็นเว็บของธนาคารกสิกรไทย</p>
<p><strong>เว็บปลอม</strong>แห่งนี้อ้างตัวเองว่าเป็นบริการของธนาคารตัวใหม่ชื่อว่า <strong>K-sDebit</strong><br />
พฤติกรรมของเว็บปลอมแห่งนี้คือหลอกล่อให้ผู้ใช้ใส่หมายเลขบัตรเครดิตลงไปเพื่อให้บริการคุ้มครองการถูกฉ้อฉล</p>
<p>ซึ่งที่จริงแล้วบริการชื่อ <strong>K-sDebit</strong> ไม่มีอยู่จริงในบริการของธนาคารกสิกรไทยแต่อย่างใด มีแต่ <strong>K-Debit Card</strong>เท่านั้นที่เป็นบริการของกสิกรไทย</p>
<p>ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าใครเป็นผู้จัดทำเว็บปลอมแห่งนี้ขึ้นมาและมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกี่ราย</p>
<p>ปล.ผมว่ากระทรวง ICT น่าจะ block เว็บแบบนี้มากกว่าเว็บอื่นๆที่กำลัง block อยู่นะครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.kasikornbank.com">เว็บธนาคารกสิกรไทย (KBANK)</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google Adsense เพิ่มกฎด้านการใส่รูปรอบๆ ads</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3579" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3579</id>
    <published>2006-12-19T23:22:32+07:00</published>
    <updated>2006-12-20T00:45:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เนื่องจากมีเว็บบางแห่งพยายามใส่รูปภาพลงข้างๆหรือรอบๆ <a href="http://adsense.google.com">Adsense</a> ซึ่งส่งผลให้ผู้เข้าชมเว็บเหล่านั้นเข้าใจผิด แล้วคลิ้กเข้าไปที่ ads ของ Google โดยไม่ได้ตั้งใจ<br />
<br>Google จึงตัดสินใจ <a href="http://adsense.blogspot.com/2006/12/ad-and-image-placement-policy.html">เพิ่มกฎ</a> เรื่องนี้เข้าไปเพื่อดักคอเหล่าเว็บมาสเตอร์หัวใสเหล่านี้</p>
<p>ในข่าวยังพูดเรื่องแผนการทำโฆษณาทางวิทยุของ Google ด้วย แต่ผมไม่ได้เขียนลงในหัวข้อนี้ ใครอยากทราบเข้าไป<a href="http://slashdot.org/articles/06/12/19/1348241.shtml">อ่าน</a>รายละเอียดได้ใน Slashdot ครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://slashdot.org/articles/06/12/19/1348241.shtml">Slashdot</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เนื่องจากมีเว็บบางแห่งพยายามใส่รูปภาพลงข้างๆหรือรอบๆ <a href="http://adsense.google.com">Adsense</a> ซึ่งส่งผลให้ผู้เข้าชมเว็บเหล่านั้นเข้าใจผิด แล้วคลิ้กเข้าไปที่ ads ของ Google โดยไม่ได้ตั้งใจ<br />
<br>Google จึงตัดสินใจ <a href="http://adsense.blogspot.com/2006/12/ad-and-image-placement-policy.html">เพิ่มกฎ</a> เรื่องนี้เข้าไปเพื่อดักคอเหล่าเว็บมาสเตอร์หัวใสเหล่านี้</p>
<p>ในข่าวยังพูดเรื่องแผนการทำโฆษณาทางวิทยุของ Google ด้วย แต่ผมไม่ได้เขียนลงในหัวข้อนี้ ใครอยากทราบเข้าไป<a href="http://slashdot.org/articles/06/12/19/1348241.shtml">อ่าน</a>รายละเอียดได้ใน Slashdot ครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://slashdot.org/articles/06/12/19/1348241.shtml">Slashdot</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>TIME เลือกให้ &quot;คุณ&quot; เป็นบุคคลแห่งปี 2006</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/3571" />
    <id>http://www.blognone.com/node/3571</id>
    <published>2006-12-18T11:01:39+07:00</published>
    <updated>2007-01-06T09:13:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>narok119</name>
    </author>
    <category term="IT Industry" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ทุกๆปีนิตยสาร <a href="http://www.time.com">TIME</a> จะมีการเลือกบุคลแห่งปี หรือ Person of the year ซึ่งมักจะเป็นบุคคลสำคัญแห่งวงการต่างๆไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง</p>
<p>แต่ในปีนี้ TIME กำหนดให้ "You" หรือ "คุณ" เป็นบุคคลสำคัญแห่งปีโดยให้เหตุผลว่าคุณทุกคน ซึ่งเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกำลังนำพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของสื่อใดสื่อหนึ่ง</p>
<p>TIME ได้พูดยกตัวอย่างโดยเน้นถึงผู้ใช้ <a href="http://www.youtube.com">Youtube</a>, <a href="http://www.myspace.com">MySpace</a> และ <a href="http://www.wikipedia.org">Wikipedia</a></p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1569514,00.html">TIME</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ทุกๆปีนิตยสาร <a href="http://www.time.com">TIME</a> จะมีการเลือกบุคลแห่งปี หรือ Person of the year ซึ่งมักจะเป็นบุคคลสำคัญแห่งวงการต่างๆไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง</p>
<p>แต่ในปีนี้ TIME กำหนดให้ "You" หรือ "คุณ" เป็นบุคคลสำคัญแห่งปีโดยให้เหตุผลว่าคุณทุกคน ซึ่งเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกำลังนำพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารเป็นของประชาชน ไม่ใช่เป็นของสื่อใดสื่อหนึ่ง</p>
<p>TIME ได้พูดยกตัวอย่างโดยเน้นถึงผู้ใช้ <a href="http://www.youtube.com">Youtube</a>, <a href="http://www.myspace.com">MySpace</a> และ <a href="http://www.wikipedia.org">Wikipedia</a></p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1569514,00.html">TIME</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
